“พริษฐ์” ซัดรัฐบาลหนีสภา-ไม่ตอบปมฮั้ว สว. หลัง รมว.ยุติธรรมไม่มาตอบกระทู้สด ดักทาง กกต.-DSI ฮั้วกันเป่าคดีโกง สว. เพื่อปกป้องระบอบสีน้ำเงิน
วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ถามกระทู้สดด้วยวาจาต่อ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ถึงกรณีความคืบหน้าคดีฮั้ว สว. อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไม่ได้มาตอบกระทู้ดังกล่าว
พริษฐ์จึงใช้เวลาลุกอภิปรายเพื่อระบุว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในสภาวันนีสะท้อนว่ารัฐบาลกำลังหนีสภาฯ เกี่ยวกับการตรวจสอบคดีฮั้ว สว. เพราะถ้าย้อนไปดูลำดับเหตุการณ์ที่ผ่านมา เมื่อต้นสัปดาห์วิปฝ่ายค้านได้ประสานไปยังวิปรัฐบาลว่าสัปดาห์นี้จะมีการถามกระทู้สดต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับรัฐบาลตามคำขอของวิปรัฐบาล และเกินเลยกว่าที่จำเป็นต้องทำตามข้อบังคับแล้วด้วยซ้ำ แต่ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา วิปรัฐบาลก็ไม่ได้ประสานกลับมาว่ารัฐมนตรีติดภารกิจต่างประเทศหรือภารกิจอะไรที่เลื่อนไม่ได้จริง ทั้งที่ก่อนหน้านี้หากเกิดกรณีติดภารกิจจริง วิปรัฐบาลก็จะประสานกลับมา และหากพรรคฝ่ายค้านยอมรับเหตุผลได้ก็อาจจะเปลี่ยนไปถามรัฐมนตรีคนอื่นแทน
จนเมื่อเช้าตอนที่ตนได้แจ้งหัวข้ออย่างเป็นทางการต่อรองประธานสภาฯ คนที่ 1 ตามขั้นตอน ว่าจะถามเรื่องของคดีฮั้ว สว. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมก็เกิดอาการไม่ว่างขึ้นมาทันที สงสัยว่าพยายามหาภารกิจให้ตนเองช่วงบ่ายเพื่อจะได้หาข้ออ้างไม่มาตอบกระทู้ตน จนในที่สุด ก็ส่งหนังสือมาที่สภาโดยอ้างว่าติดการประชุมติดตามความคืบหน้าโครงการศูนย์การเรียนรู้ระหว่างประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม
พริษฐ์กล่าวต่อไปว่า ตนมั่นใจว่าการประชุมนี้รัฐมนตรีไม่ได้วางแผนล่วงหน้าว่าจำเป็นต้องไป เพราะถ้ารัฐมนตรีรู้อยู่แก่ใจว่าจำเป็นต้องไปจริง ก็ต้องแจ้งวิปรัฐบาลกลับมาได้ตั้งแต่ต้นสัปดาห์ว่าไม่สะดวกมาตอบกระทู้ในวันนี้ ยิ่งไปกว่านั้นรัฐธรรมนูญยังระบุไว้ชัดเจนว่ารัฐมนตรีต้องรับผิดชอบต่อสภาฯ ตามอำนาจและหน้าที่ของตนเอง และข้อบังคับข้อที่ 151 ก็เขียนไว้ชัดว่ารัฐมนตรีต้องมาตอบกระทู้สดด้วยตนเอง ยกเว้นมีเหตุจำเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้
ถามตามตรงว่าการประชุมติดตามความคืบหน้าโครงการศูนย์การเรียนรู้ระหว่างประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม เป็นเหตุอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้จริงหรือ ทั้งหมดนี้ตอกย้ำชัดเจนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้คือรัฐบาลหลีกหนีสภาฯ ในการตรวจสอบเรื่องการฮั้ว สว.
พริษฐ์กล่าวต่อไปว่า ดังนั้น ตนจึงขอสรุปสาระสำคัญของสิ่งที่ตนตั้งใจจะถามรัฐมนตรี เพื่อหารือฝากไปยังรัฐมนตรี เผื่อว่าจะตอบตนผ่านช่องทาง กลไก หรือวันเวลาอื่นดังนี้
1) คดีพิเศษ 24/2568 ของ DSI เกี่ยวกับกรณีฮั้ว สว. มีรายละเอียดอย่างไร ขบวนการโกง สว. เขาโกงกันอย่างไร กระบวนการเป็นอย่างไร เส้นเงินเป็นอย่างไร ใครจ่ายใครกี่ครั้ง เท่าไหร่ กลุ่มผู้ถูกกล่าวหาที่มีอยู่ 7 กลุ่มแบ่งออกเป็นกลุ่มอะไรบ้าง พฤติกรรมต่างกันอย่างไร ผู้ถูกกล่าวหา 229 คนประกอบด้วยใครบ้าง มี สส. กี่คน มีรัฐมนตรีกี่คน และรัฐมนตรีจะให้ความมั่นใจได้อย่างไรว่าในฐานะผู้กำกับดูแลดีเอสไอจะสามารถทำให้ผู้กระทำความผิดถูกนำมาลงโทษได้
พริษฐ์ระบุว่า ตอนแรกตนกังวลว่ารัฐมนตรีคงจะตอบว่าคดีนี้ยังอยู่ในกระบวนการ จึงไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ แต่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ตนเห็นรัฐมนตรีตอบกระทู้สดเกี่ยวกับอีกคดีหนึ่งที่อยู่ในกระบวนการเช่นกัน แถมในคดีนั้นยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาแม้แต่คนเดียว แต่รัฐมนตรีกลับสามารถขึ้นแผนผังเป็นสไลด์ เอ่ยชื่อผู้ถูกสงสัยที่เป็น สส. ได้อย่างชัดเจน วันนี้ตนจึงคาดหวังว่ารัฐมนตรีต้องตอบด้วยความชัดเจนให้ได้เท่ากับเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
2) เมื่อธันวาคมปี 2568 ดีเอสไอได้สรุปสำนวนและเสนอเรื่องไปที่อัยการให้มีการสั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาเพียง 8 ราย ซึ่งสวนทางกับข้อมูลหลักฐาน ที่ระบุว่าผู้ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการนี้มีมากกว่า 8 คนเป็นจำนวนมาก วันนี้ตนได้รวมหลักฐานมาจากหลายแห่งทั่วประเทศ เพื่อนำมาถามรัฐมนตรีว่าหลักฐานเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นคลิปเสียง เส้นทางการเงิน การจองตั๋วเครื่องบิน อยู่ในสำนวนหรือไม่ ถ้าไม่อยู่เพราะอะไร และถ้าอยู่ ทำไมถึงมียังเสนอให้อัยการสั่งฟ้องเพียงแค่ 8 คน
3) ดีเอสไอจะเดินหน้าต่ออย่างไรหลังจากนี้ ตนเข้าใจดีว่าตอนนี้กระบวนการตรวจสอบคดีฮั้ว สว. มีอยู่สองเส้นทาง คือโดย กกต. และโดยดีเอสไอ ในฝั่ง กกต. ตนเข้าใจว่าจะมีมติออกมาในช่วงต้นเดือนกันยายน 2569 ว่าจะส่งเรื่องไปต่อที่ศาลหรือไม่ แต่ต้องยอมรับว่าสังคมบางส่วนยังตั้งคำถามว่าจะสามารถไว้วางใจ กกต. ในการตรวจสอบคดีนี้ได้แค่ไหน ในเมื่อ 4 ใน 7 กกต. มาจากการรับรองโดย สว. ที่อยู่ในสำนวน และ กกต. ยังมีพฤติกรรมในการตั้งคณะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 ขึ้นมา ที่มีมติอันน่าทึ่งว่าไม่มีใครทำความผิดแม้แต่คนเดียว
พริษฐ์กล่าวต่อไปว่า เมื่อสังคมไม่ไว้วางใจ กกต. หลายคนจึงฝากความหวังไว้กับดีเอสไอในการเดินหน้าตรวจสอบเรื่องนี้ แต่สิ่งที่พบในชั้น กมธ. คือหลังจากที่อัยการตีกลับสำนวนมาดีเอสไอเมื่อเดือนมกราคม 2569 เหมือนกับมีข้อตกลงอย่างที่ไม่เป็นทางการว่าจะรอมติของ กกต. ก่อน จึงเป็นที่น่ากังวลว่าดีเอสไอกับอัยการกำลังรอให้ กกต. เป่าคดีฮั้ว สว. ก่อนหรือไม่ เพื่อจะนำการเป่าคดีในฝั่งของ กกต. นั้น มาเป็นข้ออ้างในการเป่าคดีในฝั่งดีเอสไอด้วยเช่นเดียวกัน เพราะหากเป็นเช่นนั้น คนที่ฮั้วกันจะไม่ได้มีแค่ สว. แต่จะกลายเป็นรวมถึง กกต. DSI หรือ อัยการ ที่ฮั้วกัน เพื่อค้ำจุนระบอบสีน้ำเงิน และทำให้น้ำเงินทำอะไรก็ไม่ผิด
#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #ฮั๊วสว #กระทูสด #ระบอบสีน้ำเงิน
