วันพุธที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

ภาคประชาชนรวมตัวหน้าสถานทูตจีน กรุงเทพฯ จี้รัฐบาลจีน รับผิดชอบสารพิษปนเปื้อนแม่น้ำกก สาย รวก โขง - ประณามตำรวจไทย ใช้ความรุนแรงทำประชาชนแขนหัก

 


ภาคประชาชนรวมตัวหน้าสถานทูตจีน กรุงเทพฯ จี้รัฐบาลจีน รับผิดชอบสารพิษปนเปื้อนแม่น้ำกก สาย รวก โขง - ประณามตำรวจไทย ใช้ความรุนแรงทำประชาชนแขนหัก


วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00 น. เบริวณหน้าสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย (สถานทูตจีน) ถนนรัชดาฯ กรุงเทพฯ คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) และภาคีเครือข่ายภาคประชาชน นัดรวมตัวร่วมกันแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ แถลงข่าว และอ่านแถลงการณ์ ประณามรัฐบาลจีน และตำรวจไทยภายใต้รัฐบาล ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ ใช้ความรุนแรงทำร้ายประชาชนบาดเจ็บ และจี้รัฐบาลไทย-จีน รับผิดชอบกรณีเหมืองแร่ในเขตแดนพม่าของนักลงทุนจีนก่อมลพิษรุนแรงต่อแม่น้ำกก สาย รวก โขง


เลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ ระบุว่า เหตุในการชุมนุมวันนี้สืบเนื่องจากกรณีการทำเหมืองในประเทศพม่า ส่งผลกระทบข้ามพรมแดนผ่านแม่น้ำเข้าสู่ประเทศไทยหลายสาย เช่น แม่น้ำกก สาย รวก โขง สาละวิน ซึ่งเหมืองส่วนใหญ่ที่พม่าเป็นของบริษัทจีน และมิอาจแยกความรับผิดชอบออกจากรัฐบาลจีนได้ และพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำหลายหมู่บ้าน พบสารโลหะหนักและสารพิษเกินค่ามาตรฐาน ไม่สามารถใช้น้ำเพื่อดำรงชีวิตได้อีกต่อไป


ขณะพี่น้องออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลจีนแก้ปัญหามลพิษจากการทำเหมืองแร่ข้ามพรมแดน หน้าสถานกงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำจังหวัดเชียงใหม่ (สถานกงสุลจีนฯ) เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา และแจ้งการชุมนุมแล้ว ยังเดินขบวนมาไม่ถึงหน้าสถานกงสุล เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าขัดขวางการแสดงออกของประชาชนที่ชุมนุมโดยสงบ จนเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย (แขนหักสองท่อน 1 ราย)


กป.อพช. และภาคีเครือข่ายฯ อ่านแถลงการณ์ประณามรัฐบาลจีน และตำรวจไทยภายใต้รัฐบาลระบอบสีน้ำเงิน ใช้ความรุนแรงทำร้ายประชาชนบาดเจ็บ และจี้รัฐบาลไทย-จีน รับผิดชอบกรณีเหมืองแร่ในเขตแดนพม่าของนักลงทุนจีนก่อมลพิษรุนแรงต่อแม่น้ำกก สาย รวก โขง โดยมีข้อเรียกร้องดังนี้


1. ประณามและเรียกร้องความรับผิดชอบจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ : ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ที่ใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุ และเยียวยาหรือชดใช้ความเสียหายต่อผู้บาดเจ็บอย่างเหมาะสมและได้สัดส่วน


2. จี้รัฐบาลจีนและไทย : ต้องร่วมกันรับผิดชอบ และมีมาตรการจัดการกลุ่มทุนจีนข้ามชาติที่ก่อพิษรุนแรงทำลายแม่น้ำกก สาย รวก โขงอย่างจริงจัง


การชุมนุมในวันนี้ มีการนำน้ำที่เสมือนว่าปนเปื้อนสารพิษในแม่น้ำ มาแสดงออกเชิงสัญลักษณ์เพื่อแสดงให้เห็นว่าพี่น้องประชาชนไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ และถือป้ายผ้าที่มีข้อความเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ พร้อมกับสวมหน้ากาก “สี จิ้น ผิง” ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน


เลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ ระบุว่า สำหรับการชุมนุมที่เชียงใหม่เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ที่ผ่านมานั้น รัฐบาลจีนและสถานทูตจีนได้กดดันสื่อมวลชนให้ลบภาพผู้ชุมนุมหน้ากาก “สี จิ้น ผิง” และหวังว่าการชุมนุมในวันนี้ที่มีการสวมหน้ากากสี จิ้น ผิง สื่อมวลชนจะเผยแพร่ภาพและไม่ลบภาพดังกล่าวออก เพราะเหตุการณ์ที่จีนกระทำไม่ได้จบลงเท่านี้ แต่กำลังบานปลายในประเทศไทยไปเรื่อย ๆ


กิจกรรมสุดท้าย ผู้ชุมนุมร่วมกันสวมหน้ากาก “วิศรุต ศรีจันทร์” หรือ ช้าง ที่แขนหักสองท่อน จากเหตุสลายการชุมนุมหน้ากงสุลจีนเชียงใหม่ โดยปัจจุบันกำลังพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล หลังจากเพิ่งได้รับการผ่าตัดกระดูกต้นแขนซ้ายเพื่อใส่น็อตยึดกระดูก


ทั้งนี้ พบว่าในวันนี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรึงกำลังพร้อมแผงเหล็กกั้น บริเวณหน้าสถานทูตจีน และไม่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น ก่อนผู้ชุมนุมยุติกิจกรรมเมื่อเวลาประมาณ 11.00 น.

 

#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #น้ำพิษ #น้ำกก #น้ำโขง #จีน #เมียนมา #เหมืองแร่