สิทธิพลชี้
“เศรษฐกิจไทยไม่ฟื้นเพราะมีหลุมดำ ต้องเดินหน้าขายสินค้าไทยก่อน
พร้อมคืนความเป็นธรรม และผลักดันให้แข่งขันกับโลกได้” ส่วนภาวุธแนะ
“ประเทศไทยต้องมี OCN
แพลตฟอร์มระบบเปิดที่จะไม่ปล่อยให้เงินในไหลออกง่าย
พร้อมดันสินค้าไทยขายสู้แพลตฟอร์มต่างชาติ”
เมื่อวันที่
11 มกราคม 2569 สิทธิพล วิบูลย์ธนากุล และภาวุธ
พงษ์วิทยภานุ ทีมบริหารรัฐบาลประชาชนด้านเศรษฐกิจ แสดงวิสัยทัศน์ภายใต้ธีม
“รัฐบาลประชาชน อุดรูรั่วเศรษฐกิจไทย เติมโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการ”
สิทธิพล
วิบูลธนากุล ทีมบริหารรัฐบาลประชาชนด้านเศรษฐกิจกล่าว ทุกท่านสงสัยไหม
ทำไมเศรษฐกิจไทยถึงเงียบแบบนี้ เดินไปไหน ก็ได้ยินแต่เสียงบ่น เงียบมาก
ค้าขายไม่ดี ทั้งที่รัฐบาลที่ผ่านๆ มา ถมเงินกระตุ้นเศรษฐกิจเยอะแยะ
ทำไมเศรษฐกิจยังไม่ฟื้น ถ้าไม่เข้าใจโจทย์นี้ ต่อให้ถมเงินขนาดไหน
เศรษฐกิจก็ไม่ฟื้น เพราะวันนี้เศรษฐกิจไทย มันมีรูรั่ว มันมีหลุมดำขนาดใหญ่
ก่อนปี
65 คนไทยบริโภคเพิ่ม ภาคการผลิตก็เพิ่ม โรงงานขยายตัว
ร้านค้าขายของได้มากขึ้น แต่ 3-4 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2565
หรือหลังโควิด สองเส้นนี้ฉีกออกจากกันและถ่างออกจากกันเรื่อยๆ
คนไทยบริโภคเพิ่มขึ้น แต่การผลิตกลับลดลง สวนทางกัน
คนไทยจับจ่ายใช้สอยเพิ่ม
แต่โรงงานยิ่งปิดตัว รัฐบาลกระตุ้นเศรษฐกิจ อัดเงินลงไป คนไทยบริโภคเพิ่มขึ้นจริง
แต่ไม่ช่วยให้สินค้าไทยขายได้เพิ่ม ไม่ช่วยพ่อค้าแม่ค้าไทยขายได้ ในทางตรงข้าม
โรงงานเจ๊ง ร้านค้าปิดตัวด้วยซ้ำ เพราะมันมีรูรั่ว ที่ดูดเงินออกไปตลอดเวลา ทั้งจาก
1)
สินค้าเถื่อนที่ทะลัก ของไม่มี อย. มอก. มูลค่าไม่ต่ำกว่า 200,000
ล้านบาท
2)
สินค้าต่างชาติที่ทะลักเข้ามาทุ่มตลาด ตัดราคา ก้อนนี้อีกประมาณ
4 แสนล้านบาท
3)
'นอมินี' ที่ล้นบ้านล้นเมือง
คนต่างชาติที่เข้ามาค้าขายแข่งกับคนไทย ในธุรกิจที่สงวนสำหรับคนไทย ก้อนนี้อีก 5-6
แสนล้าน
รวมทั้งหมด
3 ก้อนนี้ ก็เป็นหลุมดำ 1 ล้านล้านต่อปี
ที่ถูกดูดเงินออกไปจากระบบเศรษฐกิจ แย่งเงิน แย่งลูกค้าไปจากผู้ประกอบการไทย
ไม่แปลกที่คนไทยบริโภคเพิ่มขึ้น รัฐบาลอัดเงินเข้าระบบเศรษฐกิจมากขึ้น
แต่โรงงานปิดตัว ดังนั้น ถ้าเราไม่เข้าใจโจทย์นี้
เราไม่มีวันช่วยผู้ประกอบการไทยได้ การถมเงินเข้าระบบเศรษฐกิจ
กลายเป็นอาหารอันแสนโอชะ ของหลุมดำนี้
สิทธิพลกล่าวต่อไปว่า
ดังนั้นสิ่งแรกที่รัฐบาลประชาชนต้องทำ คือจัดการหลุมดำนี้ให้ได้ รัฐบาลประชาชน
จะช่วยผู้ประกอบการไทยบนหลักการ Thai First, Thai Fair และ Thai Fight
โดย
Thai
First ยึดผลประโยชน์ของผู้ประกอบการไทย Thai Fair คืนความเป็นธรรมให้ผู้ประกอบการไทย และ Thai Fight เพิ่มแต้มต่อ
เสริมความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการไทยให้โตได้
เรื่องนอมินีเราจะกวาดล้าง
'นอมินี' ทั้งระบบ ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ
โดย
‘ต้นน้ำ' สกัดก่อนเข้าสู่ระบบ นำเทคโนโลยีมาใช้เต็มรูปแบบ สแกนตั้งแต่ 'ก่อนจดทะเบียน' วิเคราะห์พฤติกรรม ใครคือตัวจริง
ใครคือนอมินี ถ้ายังรอดมาประกอบธุรกิจ
'กลางน้ำ' เปิด 'แพลตฟอร์ม'
ให้ประชาชนมีส่วนร่วม แจ้งเบาะแส เพราะประชาชนคือคนที่รู้ดีที่สุด
เห็นนอมินีทุกตรอกซอกซอย เราจะเปิดข้อมูล ทำกระดานสาธารณะ
ให้เห็นเลยว่ามีนอมินีอยู่ตรงไหน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขหรือยัง
พร้อมทั้งมีรางวัลให้ประชาชนที่แจ้งเรื่องร้องเรียนเข้ามา
'ปลายน้ำ' ถ้ายังมีหลุดออกมา
เราก็จะจัดการอายัดทรัพย์สิน ที่ดิน บ้านหรู ที่นอมินีเหล่านี้เอากำไรที่ได้ไปซื้อ
แปลงทุนเทา เป็นทุนขาว หลายครั้งไปซื้อตึกทำมาค้าขาย ทำโรงแรม
ขายของตัดราคาคนไทยด้วยซ้ำ เราจะไปตามอายัดให้หมด เราจะ 'เติมคน
เติมเทคโนโลยี' ให้เพียงพอ พร้อม 'เพิ่มบทลงโทษ'
'บังคับใช้กฎหมาย' อย่างเข้มงวด
เพื่อกวาดล้างนอมินี
ถัดมา
เราจะคืนความเป็นธรรมให้ผู้ประกอบการ
เราจะกำกับแพลตฟอร์มอย่างเข้มงวดทั้งประเด็นค่า จีพี และ สินค้าเถื่อน
หรือสินค้าไม่มีมาตรฐาน วันนี้พ่อแม่พี่น้องที่ขายของออนไลน์ เดือดร้อนมาก จากค่า GP ที่แพลตฟอร์มต่างชาติเรียกเก็บ
วันนี้เกือบ 30% แปลว่า พี่น้องขายของได้เงินมา 100 บาท ต้องควักจ่ายให้เขาไป 30 บาท
ยังไม่ทันหักต้นทุนสินค้าด้วยซ้ำ
เราจะเข้าไป
'กำกับ' เพดานค่า GP ให้สมเหตุสมผล
ด้วยกฎหมายการแข่งขันทางการค้า ซึ่งหากเราเป็นรัฐบาล เราพร้อมผลักดันต่อทันที
ปัจจุบันร่างเสร็จแล้ว ค้างอยู่ในสภา ไม่ใช่แค่นั้น แพลตฟอร์มต้องมีส่วนร่วม
ในการกำจัดสินค้าเถื่อนที่ขายบนแพลตฟอร์ม แพลตฟอร์มใดไม่ทำต้องถูกลงโทษ
เราจะจัดการปัญหาสินค้าทะลัก
ต่ำกว่าทุน ที่เข้ามาขายตัดราคา ฆ่าผู้ประกอบการไทย
เราจะใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดจริงจังขึ้น
ให้ผู้ประกอบรายย่อยมีโอกาสเข้าถึงมาตรการเหล่านี้มากขึ้น
ที่ปัจจุบันเขาเข้าไม่ถึงเลย ไปดูได้จากสินค้าที่ได้รับการปกป้อง มีกลุ่มเดียวคือเหล็ก
ทั้งที่โรงงานอื่นๆ ปิดตัวกันมากมาย
ทั้งสามหลุมดำนี้
เกี่ยวข้องกับไทยเทา ทั้งข้าราชการไทยเทา นักการเมืองไทยเทา ทุนไทยเทา
เราจะเอาจริงเอาจัง กำจัดเด็ดขาด เราไม่สามารถปล่อยให้เหมือนรัฐบาลที่ผ่านๆมา
เพราะแก้ปัญหาช้ามาก ดูได้จากการปิดตัวของโรงงานไทย
หรือกระทั่งดูจากผลสัมฤทธิ์ของสิ่งที่รัฐบาลโฆษณา
สองเดือนที่ผ่านมา
ดำเนินการทางกฎหมายกับนอมินีไปแค่ 11 ราย
ขณะเดียวกันสินค้าที่ได้รับการปกป้องผ่านมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดก็แทบไม่ได้เพิ่ม
ทุกวันนี้ ค่า GP ก็ยังไม่ถูกปรับปรุงแก้ไข
สินค้าเถื่อนก็ท่วมแพลตฟอร์ม เราปล่อยไว้ไม่ได้
นอกจากอุดรูรั่วทางเศรษฐกิจแล้ว
รัฐบาลประชาชนเตรียมมาตรการเพื่อเติมความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการ
เราจะทำคนละครึ่งพร้อมหวยใบเสร็จ
เราจะเปลี่ยนทุกการซื้อขายไปเป็นความหวังของทั้งคนซื้อและคนขาย
เราจะดึงกำลังซื้อไปหาร้านค้ารายย่อย ถ้าอุดหนุนรายย่อยจะลุ้นรางวัลรวมเดือนละ 1,000 ล้านบาท
ทุก 500 บาทได้หวย 1 ใบ
โครงการนี้ยั่งยืนกว่า “คนละครึ่ง” อย่างเดียว เพราะทำต่อเนื่อง
ไม่ใช่แบบเดิมที่เมื่อโครงการหมด ลูกค้าก็หาย
เรากำลังเข้าสู่ยุคดิจิทัล
เราจะทำให้พ่อค้าแม่ขายกู้เงินง่ายขึ้น ไม่ต้องพึ่งสินเชื่อนอกระบบ, มีระบบ
POS มีระบบสมาชิก สู้กับห้างขนาดใหญ่ได้
นี่คือควความหวังของพรรคประชาชนที่จะทำให้ผู้ประกอบการเข้มแข็งขึ้น เราจะขยายเพดาน
VAT จาก 1.8 ล้าน เป็น 3.6 ล้าน ทำให้รายย่อยโตได้
หากคุณเป็นบุคคลธรรมดา
เดิมหักค่าใช้จ่ายได้ 60%
เราเพิ่มให้หักค่าใช้จ่ายได้ 90% คุณเลือกได้
ถ้าคุณรู้สึกว่าการจด VAT ยุ่งยาก จ่าย VAT แบบเหมาได้เหลือที่ 2.1% ทั้งหมดนี้คือประโยชน์ที่เราคิดว่าผู้ประกอบการจะได้และเข้มแข็งขึ้น
และถ้าท่านจ่าย VAT อยู่แล้วเราไม่ลืมท่าน
ท่านจะได้ประโยชน์จากการคืนภาษีแบบสูงสุดที่ 50,000 บาท
ท่านสามารถเลือกได้จะไปทำอะไรเช่นไปจ่ายเป็นค่าเช่า จ่ายเป็นค่าทำบัญชี
ถ้าท่านอยากพัฒนาผลิตภัณฑ์ไปขอมาตรฐาน ท่านเอาไปใช้เป็นค่าขอมาตรฐาน อย.
หรือเอาไปเป็นค่าการตลาดได้
ถ้าท่านมีค่าเช่าร้านเดือนละ
4,000 รัฐบาลช่วยท่าน ถ้ารู้สึกว่าต้องทำบัญชีเสียค่าใช้จ่ายแพงไม่อยากบัญชี
เอาตรงนี้ไปจ่ายเป็นค่าทำบัญชีได้ ถ้าท่านทำธุรกิจร้านอาหาร ทำธุรกิจเบเกอรี่
ท่านอยากขอมาตรฐาน ขอ อย. ท่านเอาเงินก้อนนี้ไปทำได้
สำหรับธุรกิจที่ท่านพร้อมจะใหญ่
อยากจะส่งออก เราเตรียมสินเชื่อทรานส์ฟอร์เมชั่นทำให้ท่านกู้เงินง่ายขึ้น สินเชื่อ
บสย. ไปช่วยค้ำประกัน ท่านจะได้ลดดอกเบี้ย 3% 3 ปีแรก
ทั้งหมดนี้คือภารกิจของรัฐบาลประชาชนที่จะคืนความเป็นธรรมให้กับผู้ประกอบการ
อุดรูรั่วเศรษฐกิจไทยและที่สำคัญทำให้ผู้ประกอบการไทยโตได้
ที่สำคัญที่สุด
ทั้งหมดที่พูดมาเป็นสิ่งที่รัฐบาลประชาชนจะทำให้ได้ใน 100 วันแรก
ไม่ว่าจะหวยใบเสร็จ 100 วันแรก
ถ้าท่านไปซื้อของอุดหนุนรายย่อย ท่านต้องได้หวยกลับบ้าน
เรื่องอุดรูรั่วทางเศรษฐกิจใน
100 วันแรก รัฐบาลประชาชนจะทำให้เห็นผล นอร์มินี สินค้าเถื่อน
ต้องลดลงอย่างชัดเจน สิ่งที่เรากำลังทำอยู่ นอกจากคืนความเป็นธรรม
คืนความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการรายย่อย มากไปกว่านั้น คือการคืนความหวัง
คืนโอกาสให้กับผู้ประกอบการโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะลูกหลานเรา
มาร่วมกันคืนความหวังให้กับเศรษฐกิจไทยไปด้วยกัน
ภาวุธ
พงษ์วิทยภานุ ทีมบริหารรัฐบาลประชาชนด้านเศรษฐกิจ ชูแพลตฟอร์ม OCN ตัวช่วยผู้ประกอบการไทยแข่งกับโลกได้
สกัดเงินในไหลออก
ภาวุธกล่าวว่าหลุมดำในเชิงเศรษฐกิจดิจิทัลเกี่ยวข้องกับทุกคน
ทุกวันนี้เราจ่ายค่าแอปพลิเคชันจำนวนมาก ทั้ง Netflix, iCloud, Spotify เดือนหนึ่งกี่บาท
ปีหนึ่งกี่บาท นี่ยังไม่นับรวมถ้าเราเป็น SME ต้องจ่ายค่าโฆษณาเท่าไหร่
ปีหนึ่ง
เรามีเม็ดเงินคนไทยที่ไหลออกไปนอกประเทศ ถูกสูบออกไปจากระบบเศรษฐกิจไทย
หนึ่งปีเกือบ 2
แสนล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบแล้วตัวเลขการส่งออกข้าวของไทย ประมาณ 1
แสนกว่าล้าน แต่เราจ่ายค่าแอปฯ ค่าดาวน์โหลด 2 แสนล้านบาท เงินประเทศไทยถูกสูบออกไปยังนอกประเทศทันที
ตัวเลขของการซื้อขายออนไลน์ปัจจุบันในประเทศไทย
1.1 ล้านล้านบาทก็คือเงินที่พวกเราซื้อสินค้าออนไลน์บนแพลตฟอร์มต่างๆ ใน 1.1
ล้านล้านบาท เกือบประมาณ 30% เป็นมูลค่าการซื้อสินค้าที่เราซื้อของและเงินออกไปนอกประเทศ
เกือบ 3 แสนล้านบาทถูกดูดออกจากระบบเศรษฐกิจไทยไปประเทศจีน
วันนี้
แพลตฟอร์มที่พวกเราใช้กันอยู่ปัจจุบัน เกือบ 90% คือแพลตฟอร์มต่างชาติ
มีเหลืออยู่ 3 เจ้า ทุกคนก็ต้องเข้าไปค้าขายอยู่ในนั้น
ก็นำไปสู่การขายสินค้าตัดราคากัน พอตัดราคา ก็เริ่มมีการควบคุมราคา
ทุกวันนี้แพลตฟอร์มขึ้นราคาอย่างต่อเนื่องไปถึง 30% แล้ว
พอเราขายของออนไลน์
ข้อมูลต่าง ๆ ก็ถูกปิดเอาไว้ เมื่อเขาสามารถควบคุมตลาดได้
วันนี้คนขายของที่เป็นพ่อค้าแม่ค้าไม่มีตัวเลือก
ทุกอย่างต้องใช้บริการทั้งหมดเลยที่เดียว ถูกผูกขาดค่าขนส่ง ค่าบริการ
ค่าคลังสินค้า ทุกวันนี้แพลตฟอร์มไทยไม่มีแล้ว โดนต่างชาติยึดครองเรียบร้อยแล้ว
หลายคนถามว่าทำไมประเทศไทยไม่ทำแพลตฟอร์มตัวเอง
20
ปีที่ผ่านมา
รัฐบาลเอาเงินเกือบพันล้านบาทไปลงทุนทำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ
สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือเจ๊งหมด สูญเงินเป็นพันล้าน
เพราะภาครัฐไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับการทำธุรกิจออนไลน์ แต่ก็เอาเงินไปสร้างกัน
กระทรวงนั้นก็ทำกัน กระทรวงนี้ก็ทำ เกิดความซ้ำซ้อน
คำถามคือทำไมเอกชนไทยไม่ทำ
ข่าวเมื่อวานนี้ แพลตฟอร์มสินค้าและบริการ NocNoc ปิดตัวแล้วเรียบร้อย
เอกชนไทยอยากทำ แต่การต่อสู้กับต่างชาติที่เขาขนเงินมาเป็น 10,000 ล้าน ในขณะที่ผู้ประกอบการไทยเรามีเงินกันอยู่ 10 ล้าน
100 ล้าน หรือบางทียักษ์ใหญ่ 1 พันล้าน
แต่พวกเราสู้ไม่ได้ เราแพ้
สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้คือ
ในแง่ของแพลตฟอร์มออนไลน์ ประเทศไทยเราไม่มีแล้ว
วันนี้จึงขอเสนอนโยบายใหม่
นโยบายที่เราจะสร้างแพลตฟอร์มออนไลน์ของประเทศไทยขึ้นมา แต่ด้วยแนวคิดใหม่
เราจะไม่สร้างไปแข่งเขา เราจะสร้างแพลตฟอร์มที่เป็นระบบเปิด
ที่พร้อมจะทำงานร่วมกับทุกฝ่าย
แพลตฟอร์มนี้เรียกว่า
OCN ย่อมาจาก Open Commerce Network จะเป็นแพลตฟอร์มระบบเปิดที่สามารถดึงข้อมูลกับผู้ประกอบการทั้งประเทศไทย
ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์สินค้า จาก SME จากผู้ประกอบการเกษตร
ขายผัก ขายผลไม้ ข้อมูลทั้งหมดจะถูกรวมอยู่ที่เดียวที่ OCN โดย
OCN จะเชื่อมต่อระบบขนส่ง ระบบชำระเงิน
จะมีการเชื่อมต่อกับบริการภาครัฐ ข้อมูลมหาศาลจะรวมเป็นระบบกลาง
สิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำธุรกิจ
อีคอมเมิร์ซ ที่แพงมากๆ ใช้เงินมากๆ คือจุดที่สินค้าเหล่านี้จะมีคนเห็น
และไม่ทำให้เป็นช่องทางขายช่องทางเดียว สามารถไปเชื่อมต่อช่องทางต่างๆ เช่น
ไปอยู่ในเป๋าตัง แอป KPlus
แอป Krungsri หรืออยู่ในแอป AIS หรือ True ก็ได้
ที่แอปเหล่านั้นมีคนใช้อยู่มากมายอยู่แล้ว ที่สำคัญ มันอาจจะไปอยู่ใน Lazada,
Shopee, TikTok ก็ได้ เพราะมันเป็นระบบเปิดที่สามารถไปอยู่ได้ทุกที่
หมายถึงสินค้าของคนไทยนับล้านชิ้น
จะมีโอกาสขายไปยังช่องทางต่าง ๆ ได้มากมาย ตัวอย่าง
ผู้ประกอบการท่านหนึ่งเป็นเกษตรกรขายทุเรียนอยู่ระยอง ก็เอาทุเรียนใส่เข้าไปใน OCN จากนั้น
OCN ก็จะกระจายไปยังแอปเป๋าตัง แอป KPlus พอเวลามีคนเข้ามาซื้อทุเรียน ออเดอร์จะวิ่งผ่าน OCN กลับไปที่เกษตรกร
เกษตรกรจะได้รับออเดอร์ก็ทำการส่งทุเรียนผ่านไปรษณีย์ไทยไปที่ปลายทางได้เลย
เมื่อกระทรวงเกษตรอยากกระตุ้นให้ทุเรียนขายได้ดีขึ้น
กระทรวงเกษตรบอกมีงบประมาณ มีคูปอง 200 บาท ใครซื้อทุเรียนผ่าน OCN
หรือผ่านช่องทางไหนก็ตาม คุณได้รับส่วนลดทันที
รัฐบาลสามารถมีพื้นที่เข้ามาสนับสนุนเกษตรกรผ่านช่องทางออนไลน์ได้
ผ่านแพลตฟอร์มระบบเปิด OCN
ดังนั้น
OCN จะเป็นแพลตฟอร์มที่จะเป็นระบบเปิด ไม่ได้ไปแข่งกับใคร
แต่จะสามารถเกื้อหนุนทำให้คนไทยที่ทำธุรกิจทุกคน
ทั้งในฝั่งผู้ขายและผู้ซื้อสามารถเจอกันได้ OCN นี้จะลดการพึ่งพาแพลตฟอร์มต่างชาติและทำให้คนไทยสามารถแข่งกับแพลตฟอร์มต่างชาติได้ด้วย
ต่อไปเมื่อรัฐอยากช่วยธุรกิจใด ก็สามารถแจกคูปองผ่านแพลตฟอร์มได้เช่นเดียวกัน
มาตรการเชิงรุกเราก็มี
เรียกโมเดลนี้ว่า GEG
หรือ Global Export Gateway เปิดประตูให้คนไทยขายสินค้าในต่างประเทศได้
รัฐบาลจะคุยกับแพลตฟอร์มต่างๆ
เอาสินค้าคนไทยที่มีอยู่ปัจจุบันออกไปขายในสิงคโปร์ได้ไหม
เอาไปขายในฟิลิปปินส์ได้ไหม ซึ่งตอนนี้มีคนอยู่ 100 ล้านคนอยู่ในอาเซียน
รวมถึงขยายไปทั่วโลกในทันที
ในขณะเดียวกันเราจะทำความร่วมมือกับบริษัทสตาร์ทอัพประเทศไทยที่มีสินค้าคนไทยอยู่แล้วด้วย
สรุป
ในแง่ของหลุมดำเทคโนโลยี หลุมดำที่เกิดทางด้านดิจิทัล หนึ่งคือ
เราจะมีแพลตฟอร์มคนไทยที่ไม่ได้ไปแข่งกับเขา
จะเป็นแพลตฟอร์มระบบเปิดที่สามารถรับทั้งดีมานด์และซัพพลายที่อยู่ด้วยกันได้
ลดการพึ่งพาแพลตฟอร์มต่างชาติ และสองเราจะมีกลไกที่สินค้าต่างชาติทะลักเข้ามาก
เราจะดันสินค้ากลับไปทางนั้น เพื่อทำให้เกิดการขายได้ทั่วทั้งอาเซียนและทั่วโลก
สุดท้าย
ด้วยสิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้
เราจะนำพาคนทำเทคโนโลยีในประเทศไทยให้สามารถเติบโตและขยายไปต่างประเทศได้
#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #เลือกตั้ง2569 #รัฐบาลประชาชน
