วันอังคารที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569

สมชัย ศรีสุทธิยาการ (อดีตกกต.) : รณรงค์สนับสนุนการออกเสียงประชามติ #เห็นชอบ ให้ได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่

 


สมชัย ศรีสุทธิยาการ (อดีตกกต.) : รณรงค์สนับสนุนการออกเสียงประชามติ #เห็นชอบ ให้ได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่


จัดโดย มูลนิธิวีรชนประชาธิปไตย ร่วมกับ คณะประชาชนทวงความยุติธรรม 2553 (คปช.53) ณ อนุสารณ์สถาน 14 ตุลา แยกคอกวัว เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2569


วันนี้จะพยายามพูดเพื่อให้พวกเราเกิดความเข้าใจว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับประเทศไทยบ้าง กรณี ถ้าท่าน กาเห็นชอบ / กาไม่เห็นชอบ / กาไม่แสดงความคิดเห็น อะไรจะเกิดขึ้นกับประเทศไทย


กรณีที่ 1 ถ้ากา “เห็นชอบ” แปลว่าคนไทยส่วนใหญ่เห็นพ้องต้องกันว่า จากนี้ไปมีความจำเป็นจะต้องจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ ดังนั้นเมื่อมีสภาชุดใหม่เกิดขึ้น รัฐบาลชุดใหม่ถ้าเขาเข้าใจในเรื่องพวกนี้ เขาจะทำทางที่เร็วที่สุดที่จะทำให้เกิดรัฐธรรมนูญใหม่ นั่นก็คือใช้อำนาจคณะรัฐมนตรีในการที่จะหยิบร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่ค้างในวาระที่ 2 ยังไม่ได้ลงมติในวาระที่ 2 และวาระที่ 3 ฉะนั้นภายใน 60 วันหลังจากมีสภาชุดใหม่ ครม.สามารถหยิบยกเอาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญซึ่งค้างในวาระที่ 2 ขึ้นมาพิจารณาต่อได้เลย ซึ่งก็แปลว่าอาจจะจบวาระ 2 และวาระที่ 3 ภายในเวลาไม่กี่เดือนหลังจากนี้ พอจบวาระ 3 แปลว่าเราจะมีคำถามประชามติคำถามที่ 2 ซึ่งเป็นคำถามที่จะถามว่า ท่านเห็นชอบกับวิธีการในการแก้ไข และสาระสำคัญในการแก้ไขที่ผ่านสภาหรือไม่ ที่ครม.เห็นชอบหรือไม่


เพราะฉะนั้น การกา “เห็นชอบ” ไม่ใช่การตีเช็คเปล่าแต่อย่างใดครับ หลายคนมาครหาเรา กล่าวหาเราว่าการเห็นชอบเป็นการตีเช็คเปล่า ไม่ใช่!!! เพราะว่ากระบวนการหลังจากกาเห็นชอบแล้ว การเห็นชอบเป็นเพียงแค่การเปิดประตูเพื่อไปสู่การพิจารณารายละเอียดของวิธีการและสาระสำคัญในการแก้ ไม่ได้ตีเช็คเปล่าครับ ทุกอย่างจะถูกกำหนดโดยสภาชุดใหม่ และมาทำประชามติครั้งที่ 2 ถ้าผ่านประชามติครั้งที่ 2 ก็จะเริ่มเข้าสู่กระบวนการในการยกร่าง จะเป็นกรรมาธิการ จะเป็น สสร. จะเป็นรูปแบบอย่างไรก็ทำไป ทำเสร็จแล้วก็ยังจะต้องมาทำประชามติครั้งที่ 3 เพื่อที่จะให้ความเห็นชอบทั้งฉบับ นี่คือกรณีของการเห็นชอบ นี่คือปรากฏการณ์ที่จะเกิดขึ้น นั่นก็แปลว่าเราจะมีสิ่งที่เป็นรัฐธรรมนูญใหม่ในวิธีการ ในสาระสำคัญ และรายละเอียดต่าง ๆ ในเวลาไม่นานนัก


กรณีที่ 2 ถ้ากา “ไม่เห็นชอบ” อะไรจะเกิดขึ้น ถ้ากาไม่เห็นชอบ สิ่งที่เกิดขึ้นหมายความว่า เราจะไม่พูดกันเรื่องของการแก้ทั้งฉบับกันอีกแล้ว จะไม่พูดกันนานแค่ไหน? อีกนาน...อีกนาน...ผมใช้คำว่าอีกนานนนน.....นาน นาน นาน เพราะอะไรครับ ถ้าเป็นต่างประเทศ เวลาเขาทำประชามติ มันคือการถามประชาชนทั้งประเทศในคำถามสำคัญซึ่งประชาชนทั้งประเทศในขณะนั้นเห็นตรงกัน แปลว่าถ้าถามแล้วก็ต้องจบ มันจะไปต่อไม่ได้ จนกว่าว่าประชาชนทั้งประเทศนั้นมันเปลี่ยนรุ่นไปแล้ว คือต้องให้ตายไปก่อนนะถึงจะมาพูดกันใหม่ มันเป็นสิบปี มันเป็นเจนเนอเรชั่น


เพราะฉะนั้นตรงนี้ถ้ากาไม่เห็นชอบ เรื่องของการทำทั้งฉบับ จะทำใหม่ทั้งฉบับ จะไม่เกิดขึ้นอีกนานมาก ๆ ผมจึงบอกว่าคราวนี้จึงเป็นสงครามครั้งสุดท้ายจริง ๆ เป็นสงครามที่ทุกคนจะต้องทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อรณรงค์ให้ไม่เกิดสิ่งนี้ จะต้องรณรงค์ให้เกิดการ “เห็นชอบ” ให้ได้ ถ้าออกมากลายเป็นประเภทว่าคนเบื่อ คนไม่อยากอะไรก็แล้วแต่แล้วมากาช่อง “ไม่เห็นชอบ” นี้ โอกาสที่จะแก้/จัดทำใหม่ทั้งฉบับจะไม่เกิดขึ้น


และประโยคที่ชอบพูดกันว่า “ไม่เห็นเป็นไรเลย ก็แก้รายมาตราก็ได้” ถามว่าเป็นจริงหรือไม่ครับ สมมุติผมยกตัวอย่างเรื่องที่ ท่านไม่ชอบเรื่องคุณสมบัติ ไม่ชอบเรื่องกระบวนการในการคัดเลือกให้ได้มาซึ่ง สว. ถามว่าแก้รายมาตราได้มั้ย ไม่มีทาง!!! เพราะมันต้องผ่านวาระ 1 และวาระ 3 ที่ต้องมี สว. 1 ใน 3 เห็นชอบด้วย คำถามคือ สว.หน้าไหนจะมาแก้ให้คุณ เพราะฉะนั้น แก้รายมาตรามันเป็นไปไม่ได้ อันนี้อย่างที่ 1 หรืออย่างที่ 2 สมมุติท่านเบื่อหน้า กกต. ท่านไม่ชอบ ป.ป.ช.ชุดนี้ ท่านไม่ชอบองค์กรอิสระ ท่านไม่ชอบศาลรัฐธรรมนูญ ถามว่าท่านแก้รายมาตราได้มั้ย?


เมื่อใดก็ตามที่ท่านแก้รายมาตราในเรื่องเกี่ยวกับคุณสมบัติ/ลักษณะต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เมื่อใดก็ตามถ้าท่านแก้รัฐธรรมนูญในเรื่องเกี่ยวกับอำนาจและหน้าที่ขององค์กรอิสระ เมื่อใดก็ตามถ้าท่านแก้เกี่ยวกับวิธีการแก้พวกนี้ ท่านต้องทำประชามติ ถามว่าต้องทำอีกกี่ครั้งล่ะ หลายคนมาบอกว่าแก้รัฐธรรมนูญมันจะต้องเสียตังค์ ทำประชามติ ถ้าแก้เป็นรายมาตราเสียเยอะกว่านี้อีก เพราะว่าทุกครั้งต้องทำประชามติ ทุกครั้งต้องทำประชามติ เพราะฉะนั้นสิ่งนี้มันเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เลยที่จะแก้รายมาตราที่จะเกิดขึ้น ฉะนั้น ต้องบอกว่าถ้าท่านกา “ไม่เห็นชอบ” โอกาสที่จะมีสิ่งที่ดีที่เกิดขึ้นในรัฐธรรมนูญจะไม่เกิดขึ้นเลย ประโยคที่บอกว่าแก้รายมาตราได้ ไม่เป็นจริงครับ ยืนยันตามนี้


กรณีที่ 3 ถ้าสมมุติกา “ไม่แสดงความคิดเห็น” แล้วชนะ อะไรจะเกิดขึ้น? เขาให้แปลความหมายว่า การทำประชามติครั้งนี้ไม่มีข้อยุติ แปลว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่รู้ว่าแพ้ ไม่รู้ว่าชนะ ไม่รู้ว่าเห็นชอบ ไม่รู้ว่าไม่เห็นชอบ แปลว่าเราเสียเงินในการทำประชามติครั้งนี้สูญเปล่าไปเลย


ดังนั้น มาถึงจุดสุดท้ายที่ผมจะบอกว่าเราจะต้องร่วมกัน/ช่วยกันรณรงค์กา “เห็นชอบ” เท่านั้น และต้องทำให้การออกเสียงประชามติในวันที่ 8 กุมภานี้ มีผลออกมาว่า “เห็นชอบ” ไม่ใช่เพื่อพวกเราเท่านั้นครับ แต่เพื่อลูกหลานของเราต่อไปในอนาคต เขาจะได้อยู่ในประเทศ อยู่ในบ้านเมืองที่มีความเจริญก้าวหน้า มีการพัฒนา วันนี้เราไม่ได้ตัดสินใจเพื่อตัวเราเอง แต่เราตัดสินใจเพื่อลูกหลานของเราในอนาคต จึงเรียกร้องให้พี่น้องทุกคนช่วยกันรณรงค์กา “เห็นชอบ” ครับ


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #ประชามติ2569 #เห็นชอบ #8กุมภากาเห็นชอบ