สมชัย
ศรีสุทธิยาการ (อดีตกกต.) :
รณรงค์สนับสนุนการออกเสียงประชามติ #เห็นชอบ
ให้ได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่
จัดโดย
มูลนิธิวีรชนประชาธิปไตย ร่วมกับ คณะประชาชนทวงความยุติธรรม 2553 (คปช.53) ณ
อนุสารณ์สถาน 14 ตุลา แยกคอกวัว เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2569
วันนี้จะพยายามพูดเพื่อให้พวกเราเกิดความเข้าใจว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับประเทศไทยบ้าง
กรณี ถ้าท่าน กาเห็นชอบ / กาไม่เห็นชอบ / กาไม่แสดงความคิดเห็น อะไรจะเกิดขึ้นกับประเทศไทย
กรณีที่ 1 ถ้ากา “เห็นชอบ” แปลว่าคนไทยส่วนใหญ่เห็นพ้องต้องกันว่า
จากนี้ไปมีความจำเป็นจะต้องจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ ดังนั้นเมื่อมีสภาชุดใหม่เกิดขึ้น
รัฐบาลชุดใหม่ถ้าเขาเข้าใจในเรื่องพวกนี้
เขาจะทำทางที่เร็วที่สุดที่จะทำให้เกิดรัฐธรรมนูญใหม่
นั่นก็คือใช้อำนาจคณะรัฐมนตรีในการที่จะหยิบร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่ค้างในวาระที่
2 ยังไม่ได้ลงมติในวาระที่ 2 และวาระที่ 3 ฉะนั้นภายใน 60 วันหลังจากมีสภาชุดใหม่
ครม.สามารถหยิบยกเอาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญซึ่งค้างในวาระที่ 2
ขึ้นมาพิจารณาต่อได้เลย ซึ่งก็แปลว่าอาจจะจบวาระ 2 และวาระที่ 3
ภายในเวลาไม่กี่เดือนหลังจากนี้ พอจบวาระ 3 แปลว่าเราจะมีคำถามประชามติคำถามที่ 2 ซึ่งเป็นคำถามที่จะถามว่า
ท่านเห็นชอบกับวิธีการในการแก้ไข และสาระสำคัญในการแก้ไขที่ผ่านสภาหรือไม่ ที่ครม.เห็นชอบหรือไม่
เพราะฉะนั้น
การกา “เห็นชอบ” ไม่ใช่การตีเช็คเปล่าแต่อย่างใดครับ หลายคนมาครหาเรา
กล่าวหาเราว่าการเห็นชอบเป็นการตีเช็คเปล่า ไม่ใช่!!! เพราะว่ากระบวนการหลังจากกาเห็นชอบแล้ว
การเห็นชอบเป็นเพียงแค่การเปิดประตูเพื่อไปสู่การพิจารณารายละเอียดของวิธีการและสาระสำคัญในการแก้
ไม่ได้ตีเช็คเปล่าครับ ทุกอย่างจะถูกกำหนดโดยสภาชุดใหม่ และมาทำประชามติครั้งที่
2 ถ้าผ่านประชามติครั้งที่ 2 ก็จะเริ่มเข้าสู่กระบวนการในการยกร่าง
จะเป็นกรรมาธิการ จะเป็น สสร. จะเป็นรูปแบบอย่างไรก็ทำไป ทำเสร็จแล้วก็ยังจะต้องมาทำประชามติครั้งที่
3 เพื่อที่จะให้ความเห็นชอบทั้งฉบับ นี่คือกรณีของการเห็นชอบ
นี่คือปรากฏการณ์ที่จะเกิดขึ้น นั่นก็แปลว่าเราจะมีสิ่งที่เป็นรัฐธรรมนูญใหม่ในวิธีการ
ในสาระสำคัญ และรายละเอียดต่าง ๆ ในเวลาไม่นานนัก
กรณีที่ 2 ถ้ากา “ไม่เห็นชอบ” อะไรจะเกิดขึ้น ถ้ากาไม่เห็นชอบ
สิ่งที่เกิดขึ้นหมายความว่า เราจะไม่พูดกันเรื่องของการแก้ทั้งฉบับกันอีกแล้ว จะไม่พูดกันนานแค่ไหน?
อีกนาน...อีกนาน...ผมใช้คำว่าอีกนานนนน.....นาน นาน นาน เพราะอะไรครับ
ถ้าเป็นต่างประเทศ เวลาเขาทำประชามติ
มันคือการถามประชาชนทั้งประเทศในคำถามสำคัญซึ่งประชาชนทั้งประเทศในขณะนั้นเห็นตรงกัน
แปลว่าถ้าถามแล้วก็ต้องจบ มันจะไปต่อไม่ได้
จนกว่าว่าประชาชนทั้งประเทศนั้นมันเปลี่ยนรุ่นไปแล้ว
คือต้องให้ตายไปก่อนนะถึงจะมาพูดกันใหม่ มันเป็นสิบปี มันเป็นเจนเนอเรชั่น
เพราะฉะนั้นตรงนี้ถ้ากาไม่เห็นชอบ
เรื่องของการทำทั้งฉบับ จะทำใหม่ทั้งฉบับ จะไม่เกิดขึ้นอีกนานมาก ๆ
ผมจึงบอกว่าคราวนี้จึงเป็นสงครามครั้งสุดท้ายจริง ๆ เป็นสงครามที่ทุกคนจะต้องทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อรณรงค์ให้ไม่เกิดสิ่งนี้
จะต้องรณรงค์ให้เกิดการ “เห็นชอบ” ให้ได้ ถ้าออกมากลายเป็นประเภทว่าคนเบื่อ
คนไม่อยากอะไรก็แล้วแต่แล้วมากาช่อง “ไม่เห็นชอบ” นี้ โอกาสที่จะแก้/จัดทำใหม่ทั้งฉบับจะไม่เกิดขึ้น
และประโยคที่ชอบพูดกันว่า
“ไม่เห็นเป็นไรเลย ก็แก้รายมาตราก็ได้” ถามว่าเป็นจริงหรือไม่ครับ
สมมุติผมยกตัวอย่างเรื่องที่ ท่านไม่ชอบเรื่องคุณสมบัติ
ไม่ชอบเรื่องกระบวนการในการคัดเลือกให้ได้มาซึ่ง สว. ถามว่าแก้รายมาตราได้มั้ย
ไม่มีทาง!!! เพราะมันต้องผ่านวาระ 1 และวาระ 3 ที่ต้องมี สว. 1 ใน 3 เห็นชอบด้วย
คำถามคือ สว.หน้าไหนจะมาแก้ให้คุณ เพราะฉะนั้น แก้รายมาตรามันเป็นไปไม่ได้
อันนี้อย่างที่ 1 หรืออย่างที่ 2 สมมุติท่านเบื่อหน้า กกต. ท่านไม่ชอบ
ป.ป.ช.ชุดนี้ ท่านไม่ชอบองค์กรอิสระ ท่านไม่ชอบศาลรัฐธรรมนูญ
ถามว่าท่านแก้รายมาตราได้มั้ย?
เมื่อใดก็ตามที่ท่านแก้รายมาตราในเรื่องเกี่ยวกับคุณสมบัติ/ลักษณะต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
เมื่อใดก็ตามถ้าท่านแก้รัฐธรรมนูญในเรื่องเกี่ยวกับอำนาจและหน้าที่ขององค์กรอิสระ
เมื่อใดก็ตามถ้าท่านแก้เกี่ยวกับวิธีการแก้พวกนี้ ท่านต้องทำประชามติ
ถามว่าต้องทำอีกกี่ครั้งล่ะ หลายคนมาบอกว่าแก้รัฐธรรมนูญมันจะต้องเสียตังค์
ทำประชามติ ถ้าแก้เป็นรายมาตราเสียเยอะกว่านี้อีก เพราะว่าทุกครั้งต้องทำประชามติ
ทุกครั้งต้องทำประชามติ
เพราะฉะนั้นสิ่งนี้มันเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เลยที่จะแก้รายมาตราที่จะเกิดขึ้น
ฉะนั้น ต้องบอกว่าถ้าท่านกา “ไม่เห็นชอบ” โอกาสที่จะมีสิ่งที่ดีที่เกิดขึ้นในรัฐธรรมนูญจะไม่เกิดขึ้นเลย
ประโยคที่บอกว่าแก้รายมาตราได้ ไม่เป็นจริงครับ ยืนยันตามนี้
กรณีที่ 3 ถ้าสมมุติกา “ไม่แสดงความคิดเห็น” แล้วชนะ
อะไรจะเกิดขึ้น? เขาให้แปลความหมายว่า การทำประชามติครั้งนี้ไม่มีข้อยุติ แปลว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ไม่รู้ว่าแพ้ ไม่รู้ว่าชนะ ไม่รู้ว่าเห็นชอบ ไม่รู้ว่าไม่เห็นชอบ
แปลว่าเราเสียเงินในการทำประชามติครั้งนี้สูญเปล่าไปเลย
ดังนั้น
มาถึงจุดสุดท้ายที่ผมจะบอกว่าเราจะต้องร่วมกัน/ช่วยกันรณรงค์กา “เห็นชอบ” เท่านั้น
และต้องทำให้การออกเสียงประชามติในวันที่ 8 กุมภานี้ มีผลออกมาว่า “เห็นชอบ”
ไม่ใช่เพื่อพวกเราเท่านั้นครับ แต่เพื่อลูกหลานของเราต่อไปในอนาคต
เขาจะได้อยู่ในประเทศ อยู่ในบ้านเมืองที่มีความเจริญก้าวหน้า มีการพัฒนา วันนี้เราไม่ได้ตัดสินใจเพื่อตัวเราเอง
แต่เราตัดสินใจเพื่อลูกหลานของเราในอนาคต
จึงเรียกร้องให้พี่น้องทุกคนช่วยกันรณรงค์กา “เห็นชอบ” ครับ
#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #ประชามติ2569 #เห็นชอบ #8กุมภากาเห็นชอบ
