นพ.เหวง
โตจิราการ :
รณรงค์สนับสนุนการออกเสียงประชามติ #เห็นชอบ
ให้ได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่
จัดโดย
มูลนิธิวีรชนประชาธิปไตย ร่วมกับ คณะประชาชนทวงความยุติธรรม 2553 (คปช.53)
ณ
อนุสารณ์สถาน 14 ตุลา แยกคอกวัว
วันที่
18 มกราคม 2569
พี่น้องผู้รักประชาธิปไตยทุกท่านที่เคารพครับ
วันที่ 8 กุมภานี้ เป็นวันที่มีความสำคัญมากต่อชีวิตของพวกเราทุกคน
คือการเมืองเป็นสิ่งชี้ขาดทุกอย่าง ซึ่งประเด็นนี้เป็นประเด็นใหญ่
ผมขออนุญาตที่จะไม่สนทนาในวันนี้ แต่ผมยืนยันว่าการเมืองชี้ขาดทุกอย่าง วันที่ 8
กุมภานี้เป็นวันที่ชี้ชะตากรรมทางการเมืองของประเทศไทย ซึ่งประกอบด้วย 2 ส่วนใหญ่
ๆ
ส่วนหนึ่งก็คือการเลือกตั้งซึ่งท่านมีสิทธิในการที่ตัดสินใจว่าจะเลือกสส.เขต
พรรคไหน เบอร์ไหน ชื่ออะไร และสส.บัญชีรายชื่อ ท่านจะเลือกพรรคไหน เบอร์อะไร
อันนี้สุดแท้แต่ท่านจะพิจารณาตามความเห็นชอบของท่าน
แต่ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นก็คือว่า ต้องกา “เห็นชอบ” สมควรให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
คือถ้าหากว่าเราไม่ออกมากาเห็นชอบ
มติจะออกมาว่าประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศไม่เห็นชอบที่จะให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
คราวนี้เราต้องอยู่ภายใต้การบังคับใช้ของรัฐธรรมนูญ 2560 ยาวนานเลย
ไม่รู้เมื่อไหร่จะแก้ได้
แล้วทำไมผมถึงมาเชิญชวนให้พี่น้องเห็นชอบด้วย? ผมมีเหตุผลของผมครับ ข้อที่ 1) รัฐธรรมนูญ 2560 เป็นรัฐธรรมนูญที่ร่างขึ้นโดยคสช. คณะรัฐประหาร ท่านก็รู้อยู่แล้วนะครับว่าคณะรัฐประหารชุดนี้ ถ้าท่านยังไม่ลืม เขาประกาศอย่างไม่อายฟ้าอายดินว่า การรัฐประหารครั้งก่อน ๆ นั้น เสียของ!!! แปลว่ารัฐประหารปี 2549 เสียของ!!! 2549 ยึดอำนาจไปแล้ว ร่างรัฐธรรมนูญ 2550 ไปแล้ว ซึ่งฉบับ 2550 เขาก็ใช้วิธีการพูดอย่างทำอย่าง ก็บอก “รับ ๆ ไปก่อน แล้วค่อยแก้ทีหลัง” สุดท้ายก็แก้ไม่ได้ ขนาด 2550 เขาพยายามที่จะสืบทอดอำนาจเผด็จการของพวกเขา ก็คือให้มีสว.แต่งตั้งถึง 50% และอำนาจของสว.แต่งตั้งก็มากมาย เพราะมีอำนาจในการที่จะสนับสนุนให้มีองค์กรอิสระทั้งหมด ให้มีศาลรัฐธรรมนูญซึ่งชี้ขาดและมีอำนาจมากกว่าสส.ที่มาจากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศด้วย แต่คณะรัฐประหาร พวกขวา พวกอนุรักษ์นิยมเขายังไม่พอใจเลย เขาบอกว่าการทำรัฐประหาร 2549 และรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 เสียของ!!! เมื่อเป็นอย่างนี้ก็เลยจำเป็นต้องมีการยึดอำนาจใหม่อีกครั้งหนึ่ง
ในความเห็นส่วนตัวผมนะ
การเกิดการเคลื่อนไหวของกปปส.ก็ดี ไม่ใช่เป็นเรื่องบังเอิญ
แต่เป็นเรื่องจงใจในการที่จะสร้างเงื่อนไขให้มีการยึดอำนาจรัฐประหารอีกครั้งหนึ่ง
แต่บังเอิญเหลือเกินที่รัฐบาลสมัยโน้นทำความผิดพลาดทางการเมืองบางประการ
ซึ่งอันนี้ผมไม่มาตำหนินะครับ มันเกิดขึ้นได้เสมอ ก็คือมีกฎหมายนิรโทษสุดซอย
ในที่สุดก็เลยเปิดช่องให้กปปส.โจมตีอย่างหนัก ในที่สุดก็รุกจนกลางกระดาน
เป็นเหตุเปิดเงื่อนไขให้กับคณะรัฐประหารยึดอำนาจ
แต่ผมได้เรียนแล้วว่าคณะรัฐประหารเขาตั้งใจที่จะยึดอำนาจอยู่แล้ว
เพราะเขาพูดแบบไม่อายฟ้าอายดินเลยว่า ที่ผ่านมาทั้งหมดมันเสียของ เมื่อมันเสียของ
เวลายึดอำนาจเสร็จมันก็ต้องทำใหม่เพื่อไม่ให้เสียของ มันก็เลยร่างรัฐธรรมนูญฉบับ
2560 มาครับ
บางท่านอาจจะโต้แย้งกับผม
เขาบอกคุณหมออย่าพูดอย่างนี้ เพราะรัฐธรรมนูญ 2560 มันมีประชามตินะ ฟังดูคล้าย ๆ
มันเป็นประชาธิปไตยนะ ท่านครับ ประชามติของคสช.มันเป็นประชามติแบบมัดมือชกครับ
ก็คือในวันนั้นใครที่ไม่เห็นชอบหรือเห็นต่างกับคสช. มีอันเป็นไปต่าง ๆ นานา
มีทหารไปขู่ที่บ้าน มีโทรศัพท์ มีคนตาม กระทั่งจนถูกควบคุมตัว บางคนถูกฟ้องศาลทหาร
บางคนถูกจำกัดบริเวณ บางคนก็อาจจะเข้าคุกทหารไปด้วยก็ได้ นั่นแหละประชามติรัฐธรรมนูญปี
2560 แล้วคุณจะบอกว่าประชามติยุติธรรมได้อย่างไร
ฉะนั้น
ไม่แปลกใจเลย ประชามติรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่พวกคุณได้ไปตั้ง 16 ล้านเสียง
แล้วคุณบอกว่าพวกที่เห็นชอบมี 16 ล้านเสียง แต่ที่ไม่เห็นชอบมีแค่ 10 ล้านเสียง
แล้วจะมาเถียงได้ยังไง ก็พวกคุณมัดมือชก!!! แปลว่าคนที่รักประชาธิปไตยจริง
ๆ ทั้งที่พวกคุณคุกคามอย่างรุนแรงเขายังกล้าแสดงตัวออกมาตั้ง 10 ล้านคน
ปรบมือให้พวกนี้หน่อยซิครับ 10 ล้านคนออกมาบอกคสช.ว่าผมไม่เอารัฐธรรมนูญของพวกคุณ
แล้วปรากฏว่ารัฐธรรมนูญของคสช.ก็ปรากฏให้เห็นชัดเลยว่าเขาจงใจที่จะสืบทอดอำนาจ มี
2 ระลอก
ระลอกแรกก็คือ
มีสว.ลากตั้ง 250 คน
ท่านจะเห็นว่าสว.ลากตั้งที่เขาเขียนขึ้นมาด้วยจุดมุ่งหมายที่จะให้คสช.สืบทอดอำนาจของเขา
ดังนั้นพอเลือกตั้งปี 2562 ท่านก็เห็นเลยว่าเป็นรัฐบาลอะไรครับ รัฐบาลชื่อประยุทธ์
จันทร์โอชา คนเดียวกับหัวหน้าคณะรัฐประหาร คสช.
หลังจากนั้นในการเลือกตั้งครั้งต่อมา จริง ๆ แล้วในการเมืองไทย
พรรคการเมืองที่ทหารเขาตั้งขึ้น สุดท้ายมันจะอ่อนแรงลง
ทั้งนี้เพราะพวกเขาไม่ใช่พรรคการเมืองที่แท้จริงในการที่จะสร้างผลประโยชน์ให้กับประชาชน
เพราะฉะนั้นพรรคการเมืองของซีกคสช.มันก็อ่อนแรงลง
ในที่สุดการเลือกตั้งปี
2566 ฝั่งประชาธิปไตยชนะการเลือกตั้งอย่างท่วมท้นเลย ก็คือพรรคก้าวไกลได้ 151
ที่นั่ง พรรคเพื่อไทยได้ 141 ที่นั่ง รวมแล้ว 292 ที่นั่ง
สมควรที่สองพรรคนี้ตั้งรัฐบาลขึ้นมา ถ้านับเป็นคะแนนเสียงรวม 25 ล้านเสียง
ถ้านับเป็นเปอร์เซ็นสัดส่วนประมาณเกือบ 70% แปลว่าประชาชนเกือบ 70% ต้องการรัฐบาลประชาธิปไตย ประเด็นก็คือ สว.ลากตั้ง 250 คน เป็นอุปสรรค
เพราะรัฐธรรมนูญ 2560 ในระลอกแรกเขาเขียนเอาไว้ว่าการจัดตั้งรัฐบาล
สว.ลากตั้งมีสิทธิในการเลือกสนับสนุนใครมาเป็นนายกรัฐมนตรี
และต้องได้คะแนนเสียงเกินครึ่งหนึ่ง สส.500+สว.250 =750 เสียง
ครึ่งหนึ่งก็คือ 376 เสียง สองพรรครวมกันได้ 292 เสียง ต้องหาอีก 84 เสียง
แล้วมันจะหามาได้ยังไง? ผมก็รู้ตั้งแต่ต้นอยู่แล้วว่าเป็นไปไม่ได้
พรรคก้าวไกลเขาพยายามทำ ผมก็อ่านจากหนังสือพิมพ์นะ
ผมไม่รู้หรอกว่ามันจริงเท็จยังไง แต่เขายืนยัน เขาพยายามหา เขาบอกว่าเขาจะทำให้ได้
สุดท้ายด้วยความเคารพ เขาอาจจะทำจริงหรือไม่จริงไม่ทราบ แต่ในที่สุดพอถึงวันตัดสิน
เขาไม่สามารถรวบรวมให้ได้เกิน 376 ได้ มันก็เลยล้มเหลว
ก็เลยทำให้พรรคการเมืองที่เป็นซีกประชาธิปไตยในวันนั้นจำเป็นต้องตัดสินใจทางการเมือง
ข้ามขั้วไป ผมไม่ต้องการมาประณามนะ ผมเข้าใจ เพราะวันนี้เราจะมาสามัคคีกันเพื่อที่จะให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
นี่จึงเป็นที่มาว่าอุปสรรคจริง ๆ ก็คือ สว.ลากตั้ง 250 คน หรือพูดให้ถึงที่สุดก็คือรัฐธรรมนูญปี
2560 ถ้าพูดให้ทะลุไปกว่านั้นก็คือคณะรัฐประหาร
นี่ผมกำลังจะเข้ามาสู่ประเด็นแล้วนะ นั่นคือระลอกแรกนะ
ท่านคิดดูซิครับว่าพิษยาวไกลมากเลย ผมเดาของผมนะ ผมคิดว่าไม่ผิด
ก็คือคณะรัฐประหารเขาต้องการให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้อยู่ยาวไปเป็นสิบ ๆ ปีเลย
เราจะยอมหรือเปล่าครับ? นี่ไง มันถึงไปเนรมิต สว.เลือกโดยกลุ่มวิชาชีพ พอเป็น
สว.เลือกโดยกลุ่มวิชาชีพแล้วเป็นยังไงครับ? สื่อทุกฉบับ
ประชาชนส่วนใหญ่เห็นชัดเลยว่ามันมีสว.สีน้ำเงิน
แล้วสว.สีน้ำเงิน
ท่านก็รู้อยู่แล้วว่ารัฐธรรมนูญ 2560 มีอำนาจในการที่สนับสนุนผลักดันให้เกิดองค์กรอิสระ
รวมทั้งศาลรัฐธรรมนูญด้วย องค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญซึ่งมาจากการผลักดันของสว.
เขาเลือกกันเองนะ เขาเขียนไว้เลยว่า สว.เลือกกันเองในกลุ่ม มันไม่ใช่มาจากประชาชน
เพราะฉะนั้นเขาก็เป็นตัวแทนของกลุ่มของพวกเขา
ไม่ได้เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ดังนั้นองค์กรอิสระกับศาลรัฐธรรมนูญที่สนับสนุนพวกเขา
ในความเห็นส่วนตัวของผม ก็คือเป็นตัวแทนของกลุ่มของพวกเขา
ไม่ใช่เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ
เมื่อเป็นอย่างนี้
ตรงนี้ไงเป็นปัญหาสำคัญก็คือ สว.ที่เลือกโดยกลุ่มวิชาชีพ ยังคงดำรงอยู่ในปัจจุบัน
ถ้าหากเราไม่เปลี่ยนแปลง ผมไม่แน่ใจว่าอีกกี่ปี หรืออีกไม่นาน
ประเทศไทยอาจจะกลายเป็นประเทศสีน้ำเงินไปทั้งหมดหรือเปล่าก็ไม่รู้ น่ากลัวมาก
ในวันนี้ถ้าไปดู ผมก็ไม่รู้ว่าเขาเกี่ยวข้องหรือเปล่านะ ว่าเงินสีเทามันไหลมาท่วมท้นประเทศอีก
ยังไม่รู้ครับว่าบรรดาสว.สีน้ำเงินหรือพรรคการเมืองสีน้ำเงินมันจะไปเกี่ยวข้องหรือเปล่าก็ไม่รู้
ถ้าไปเกี่ยวข้องโอ้โห...ผมจะเศร้าที่สุดเลยนะ
เพราะประเทศไทยจะถูกครอบงำโดยทุนสีเทาด้วย เพราะฉะนั้นเราต้องเปลี่ยนรัฐธรรมนูญฉบับ
2560 ให้ได้ อันนี้เป็นส่วนสำคัญที่ผมอยากจะกราบเรียนนะครับ
ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นยังมีอีก
2-3 ประการ ประการหนึ่งก็คือว่า หลาย ๆ ท่านไม่ค่อยได้พูดถึง ก็คือรัฐธรรมนูญฉบับ
2560 ตราไว้ในมาตรา 279 ว่าบรรดาการกระทำทั้งหลายของคสช.ที่ได้รับการรับรองโดยรัฐธรรมนูญชั่วคราว
2557 และได้รับการรับรองโดยรัฐธรรมนูญ 2550 เป็นสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรมไปโดยตลอด
นี่คือเรื่องสำคัญเลยเพราะถ้าหากไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ผมพยายามพูดไม่ให้เกิดช่องโหว่
เพราะว่าคนที่ต้องการจับผิดพวกเราเพื่อเอาพวกเราขึ้นศาลไปดำเนินคดีกำลังจ้องจับพวกเราอยู่
การที่พวกเราพูดต้องระมัดระวังเป็นอย่างดี เอาเป็นว่ามาตรา 279 นี่แหละตราไว้ชัดเจนว่า
การยึดอำนาจรัฐประหารปี 2557 ได้รับการคุ้มครองจากรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557, รัฐธรรมนูญ
2560 และตลอดไปด้วย ถ้าเราไม่แก้ตรงนี้นะ พวกเขาก็จะได้รับการคุ้มครองตลอดไป
ผมจึงอยากจะฝากนะ
เพราะว่าประเทศไทยเราเสียหายจากการยึดอำนาจรัฐประหาร
ผมอยากจะถามพี่น้องของผมว่าความเสียหายยับเยิน 20 ปี ตั้งแต่ 2549 จนถึงปัจจุบัน
2569 เกิดจากการยึดอำนาจรัฐประหารใช่มั้ยครับ?
ผมยืนยันว่าประเทศไทยพินาศฉิบหายเกิดขึ้นเนื่องจากการรัฐประหารตั้งแต่ปี 2549
เป็นต้นมา ผมไม่โทษเรื่องอื่นเลย ดังนั้น เราต้องร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
เพื่อที่จะมีโอกาสในการที่จะเอาคณะรัฐประหารมารับโทษตามประมวลอาญามาตรา 113 ให้ได้
ไม่งั้น 113 เขียนไว้ทำไม ผมยังข้องใจอยู่ตลอด ผมเรียนกฎหมายมาบ้างเหมือนกัน
มาตรา
113 เขาเขียนไว้ ผู้ใดใช้กำลังหรือพยายามที่จะใช้กำลังในการล้มล้างรัฐบาล
ล้มล้างรัฐสภา ฉีกรัฐธรรมนูญ เขาผู้นั้น “กบฏ” จำคุกตลอดชีวิต
หรือไม่ก็ประหารชีวิต
ถ้าหากว่าคนที่ยึดอำนาจสำเร็จผมเคารพคำพิพากษาศาลนะ
ผมไม่ก้าวล่วง แต่ความเห็นทางกฎหมายของผม 113 เขาเขียนไว้เพื่อที่ต้องการจะเล่นงานคนที่จะยึดอำนาจรัฐประหาร
ดังนั้นในความเห็นส่วนตัวผมนะ ผมคิดว่าพวกที่ยึดอำนาจสำเร็จก็ควรต้องได้รับโทษตามมาตรา
113 ด้วย ใช่มั้ยครับ? ไม่งั้นก็ไปเขียนเพิ่มอีกวรรคหนึ่งในมาตรา 113
ว่าคณะรัฐประหารที่ยึดอำนาจสำเร็จสามารถเป็นรัฎฐาธิปัตย์ได้
เขียนไปเลยครับมันจะได้ไม่ต้องมีการวินิจฉัยกัน
ข้อต่อมาผมจะพูดสรุปทิ้งท้ายไว้นิดเดียว
ก็คือเราต้องตั้งคำถามว่า สว.มีไว้ทำอะไร ไม่ใช่ทหารมีไว้ทำอะไรนะ สำหรับผมชัดเจนอยู่แล้ว
ทหารมีไว้ปกป้องรักษาอธิปไตยของชาติบ้านเมือง
แต่ทหารไม่ได้มีไว้ทำรัฐประหารยึดอำนาจนะครับ อันนี้ต้องถามกลับว่า สว.มีไว้ทำอะไร?
มันน่าถาม สมมุติมีสว.จริง จะมายังไง? มาเลือกตามกลุ่มวิชาชีพหรือ?
สมมุติว่ามีสว.จริงมาจากการเลือกตั้งของพี่น้องทั้งประเทศได้มั้ย?
สมมุติว่ามีสว.จริง สว.มีอำนาจอะไร มีอำนาจแต่งตั้งองค์กรอิสระหรือ?
สมมุติว่ามีอำนาจแต่งตั้งองค์กรอิสระ องค์กรอิสระเราจะตรวจสอบยังไง?
สว.จะตรวจสอบยังไง?
ผมถามพี่น้องครับ
รัฐธรรมนูญ 2560 เราตรวจสอบสว.ยังไงบ้างครับ? คุณครูประทีปส่ายหน้าเลยครับ
เพราะท่านเคยเป็นสว.มาก่อน ท่านรู้ดีเพราะตรวจสอบไม่ได้
มีโอกาสติดคุกด้วยซ้ำถ้าเราไปวิพากษ์วิจารณ์เขา เพราะฉะนั้น สว.มีไว้ทำอะไร?
ควรมีสว.หรือไม่? ถ้ามี มาจากอะไร? สว.ควรจะตรวจสอบโดยสส.ได้มั้ย? จริง ๆ
สส.มาจากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศ
ก่อนที่จะเลือกตั้งเขาต้องประกาศนโยบาย ทุกพรรคการเมืองต้องประกาศหมด
แล้วประชาชนต้องศึกษานโยบาย ศึกษาตัวคนด้วย ถึงตัดสินใจเลือก แล้วสว.ล่ะ
มีการประกาศนโยบายมั้ย? ที่จะบริหารประเทศชาติบ้านเมือง ในความเห็นส่วนตัวผมนะ
สมมุติถ้าประชาชนเลือกตั้งสว.จริง ๆ ผมอยากให้สส.ตรวจสอบสว.ได้ครับ
แล้วองค์กรอิสระทั้งหมด
มันมีคำถามว่า ควรจะมีมั้ย? ถ้ามี ควรมีหน้าที่อะไร? ถ้ามี มาจากอะไร?
มาจากการแต่งตั้งสนับสนุนของสว.เหรอ? จากสว.ที่เลือกจากกลุ่มอาชีพเหรอ?
มันมีคำถามไปหมด สำหรับผมนะ ถ้าจะมีองค์กรอิสระ ต้องมาจากประชาชนครับ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งศาลรัฐธรรมนูญ จะมีหรือไม่? ถ้ามีควรจะทำหน้าที่อะไร?
ศาลรัฐธรรมนูญควรจะยุบพรรคการเมืองได้หรือเปล่า? ความเห็นส่วนตัวของผม
ศาลรัฐธรรมนูญไม่ควรจะมีอำนาจยุบพรรคการเมืองครับ
เพราะว่าพรรคการเมืองเป็นเจตจำนงของประชาชน สำหรับผมนะถ้าจะยุบพรรคการเมืองต้องให้ประชาชนเป็นคนยุบครับ
โดยสรุปแล้ว
พี่น้องครับ ผมเป็นห่วงมาก อยากให้พี่น้องประชาชนทุกคน ผมขออนุญาตส่งเสียงไปยังกกต.หน่อย
ท่านกกต.ครับ ท่านมีหน้าที่ในการสนับสนุนให้ประชาชนไทยทุกคนไปใช้สิทธิทั้งเลือกตั้งเขต,
บัญชีรายชื่อ และเห็นชอบรัฐธรรมนูญ ผมสงสัยจริงเลยว่าทำไมกกต.ถึงอนุญาตให้คนไปแจ้งใช้สิทธินอกเขต
เห็นชอบรัฐธรรมนูญแค่ 3 วัน (3-4-5 ม.ค.) 3-4 เป็นวันหยุดติดกับปีใหม่
คนกำลังมีบรรยากาศในวันปีใหม่ คุณบอกว่าใช้อินเตอร์เน็ต 7 นาทีทำได้แล้ว
พยายามบอกว่าพวกที่ไม่ไปลงทะเบียนเป็นพวกที่ไม่เอาใจใส่ ไม่รับผิดชอบต่อบ้านเมือง
ไม่ใช่ครับ!!! ประชาชนจำนวนมากใช้เน็ตไม่เป็น
คุณไปตำหนิเขาไม่ได้ ยังพอมีเวลา ขยายเวลาได้มั้ยครับ เพราะมีคนอีกประมาณ 8
แสนกว่าเขาไม่สามารถไปแจ้งใช้สิทธินอกเขตได้ ข้อต่อมาผมเรียนถามท่านกกต.ครับ
ท่านมีหน้าที่เป็นกลางทางการเมืองและในเรื่องประชามติ ในเอกสารที่ท่านส่งให้ประชาชนท่านผมถามว่าเขียนทำไม?
ท่านตอบผมหน่อย ท่านเขียนว่า “การแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ อาจทำให้เกิดความขัดแย้งทางการเมืองมากกว่าการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญรายมาตรา”
ท่านเขียนอย่างนี้แปลว่าชักชวนให้ประชาชนไปกาไม่เห็นชอบใช่มั้ย? เห็นชัดอยู่แล้วว่าคุณสนับสนุนให้ประชาชนไปกา
ไม่เห็นชอบ ใช่หรือเปล่า? ผมถามนะ ผมยังไม่ได้กล่าวหาคุณนะ ผมขอตำหนิ กกต.นะ
และถ้าคุณรับทราบด้วยประการใดก็ตาม คุณมาชี้แจงหน่อย 2 เรื่องของผม ขอบคุณมากครับ
