วันจันทร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569

ธิดา ถาวรเศรษฐ : รณรงค์สนับสนุนการออกเสียงประชามติ #เห็นชอบ ให้ได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่


ธิดา ถาวรเศรษฐ : รณรงค์สนับสนุนการออกเสียงประชามติ #เห็นชอบ ให้ได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่


จัดโดย มูลนิธิวีรชนประชาธิปไตย ร่วมกับ คณะประชาชนทวงความยุติธรรม 2553 (คปช.53)

ณ อนุสารณ์สถาน 14 ตุลา แยกคอกวัว

วันที่ 18 มกราคม 2569


สวัสดีค่ะ ดิฉันขอสวัสดีพี่ ๆ น้อง ๆ ลูกหลานที่อยู่ที่นี่ รวมทั้งผู้ที่ดูที่บ้าน เพราะว่าสื่อที่เป็นสื่อออนไลน์ก็มีหลายสำนัก หลายคนก็ดูต่อย้อนหลัง เราจัดงานครั้งนี้เพื่อเป็นการสนับสนุนคนรุ่นใหม่ อย่างเช่นองค์กร iLaw ปรบมือให้กับองค์กร iLaw หน่อยค่ะ เพราะมิฉะนั้น คนรุ่นก่อนที่ผ่านการต่อสู้มายาวนาน ถามว่าเขายังมีบทบาทที่จะทำให้ประเทศชาติไปข้างหน้าได้หรือเปล่า  อันนี้เป็นสิ่งหนึ่งที่เราถือว่าเราเป็นแนวหลัง แต่ดิฉันเคยพูดตลอดเวลาว่า เราไม่ใช่กองหน้า แต่เราเป็นแนวหลังที่ไว้ใจได้ และจะเป็นแนวหลังที่จะไม่เดินผิดทาง เราผ่านการต่อสู้มายาวนาน หนทางในการต่อสู้มันพิสูจน์คน เมื่อเวลาผ่านมาจนถึงปัจจุบัน อย่างเมื่อกี้ อ.ชาญวิทย์ ท่านก็อายุพอสมควร ดิฉันก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่ เราผ่านการต่อสู้ 14ตุลา16 แล้วมูลนิธิวีรชนประชาธิปไตยเกิดจากการต่อสู้เมื่อปี 2535 และในที่สุดมันก็กลั่นกรองคนว่ามีใครที่จะเดินไปสู่ถนนที่ทำให้ประเทศก้าวหน้า ในท่ามกลางการเดินเราก็มีมิตรใหม่ และมีคนเก่าที่อาจจะแยกย้ายกันไป ส่วนคณะประชาชนทวงความยุติธรรม 2553 ความจริงเราตั้งชื่ออย่างเจียมตัว จริง ๆ เราต้องการทวงความยุติธรรมทุกยุคทุกสมัย และจุตประสงค์ที่ทำก็เพื่ออนาคตลูกหลาน ไม่ใช่เพียงแต่การตายของคนปี 2553 แต่นั้นคือสิ่งที่เราจะเอามาใช้ในการที่เป็นเครื่องแสดงให้เห็นว่าไม่มีความยุติธรรมในประเทศนี้


แต่ในความเป็นจริงนั้น ที่เราต้องมาร่วมกันวันนี้ จุดประสงค์ก็คือทำอย่างไรให้การออกเสียงประชามติครั้งนี้ มีผู้คนไปลงคะแนนเสียงให้มากที่สุด ป้ายนี้จะติดต่อไปถึงวันที่ 8 กุมภาฯ องค์กรอื่น ๆ และแม้กระทั่งกลุ่มพี่น้องเราจะมาจัดกิจกรรม ถ่ายรูปรณรงค์ที่ตรงนี้ได้ตลอด เพราะว่าเราขอเอาไว้แล้ว แต่ที่อยากจะบอกคือ ครั้งนี้เป็นเวลาสำคัญที่สุด เวลาที่เขาฉีกรัฐธรรมนูญ 2540 ขออธิบายว่า สีเขียวมาจากการรณรงค์เมื่อปีรัฐธรรมนูญ 2540 นะ หลายคนถามว่าทำไมต้องเป็นสีเขียว บอกว่าสีเขียวมันเป็นไฟเขียวรัฐธรรมนูญ 2540 แต่สีแดงมันคือสีไม่เอารัฐธรรมนูญ 2550 นี่คือประวัติของสี สีแดงเป็นสีที่เมื่อเขาทำประชามติให้เห็นชอบรัฐธรรมนูญ 2550 เราเอาสีแดงใส่ นั่นคือที่มาของสีแดง แต่สีเขียวคือที่มาของการรณรงค์ให้เห็นชอบรัฐธรรมนูญ 2540 ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญที่ยึดโยงและเป็นผลพวงจากการต่อสู้ของประชาชน 2535 จึงได้รัฐธรรมนูญที่ก้าวหน้าแต่ไม่ได้ก้าวหน้าอย่างถึงที่สุด


อย่างไรก็ตาม มาจนถึงบัดนี้ ดิฉันอยากจะถามหน่อย เวลามันฉีกรัฐธรรมนูญ 2540 เขาทำประชามติว่าสมควรฉีกมั้ย? มันทำมั้ย? มันไม่ทำ! เวลาจะฉีก แล้วเราก็พยายามที่จะล้มรัฐธรรมนูญ 2550 ที่มาจากการรัฐประหาร ไม่สำเร็จ คสช.ฉีกใหม่เพื่อได้รัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญที่เลวที่สุดตั้งแต่มีรัฐธรรมนูญมา เพราะเขาหวังจะยึดอำนาจของกลุ่มจารีตอำนาจนิยมไว้ยาวนาน ดังที่ดิฉันบอกว่าคณะรัฐประหารให้ทำประชามติ 2 รอบ คือเห็นชอบรัฐธรรมนูญ 2550 กับเห็นชอบรัฐธรรมนูญ 2560 หรือเปล่า? แต่มันไม่ได้ให้ทำว่า สมควรฉีกมั้ย? แล้วเราแพ้ แต่เราได้หัวกระเด็นมา 10 ล้านคนที่โหวตไม่เอารัฐธรรมนูญของทหารทั้ง 2 รอบ


คณะรัฐประหาร 2557 นี้เขาเขียนรัฐธรรมนูญเพื่อที่จะรักษาอำนาจคสช.ไปยาวนาน แต่เวลาเราต้องการเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ มันบอกต้องทำประชามติ ดังนั้น พูดง่าย ๆ นี่เป็นการต่อสู้ทางการเมือง เป็นสงคราม แต่เป็นสงครามที่ไม่หลั่งเลือด เราหลั่งเลือดมาแล้วปี 2535 แต่ก็ได้รัฐธรรมนูญ 2540 เราหลั่งเลือดมาแล้วปี 2552, 2553 ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เรากลับได้รัฐธรรมนูญ 2560 ครั้งนี้จึงเป็นครั้งสำคัญที่ประชาชนจะต้องผนึกกำลังกันเพื่อที่จะต่อสู้ เพราะนี่คือสงคราม สงครามระหว่างฝ่ายที่ต้องการรักษารัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญของชนชั้นนำจารีตอำนาจนิยม คนที่สนับสนุนรัฐธรรมนูญ 2560 ไม่ให้แก้ไข แปลว่าคุณเป็นพวกจารีตอำนาจนิยม คุณชอบการปกครองโดยท็อปบูท หรือคุณได้ประโยชน์จากการปกครองแบบนั้น แต่ประชาชนไม่ได้ เพราะ 10 ปีที่ผ่านมาคือความหายนะของประเทศไทย เราตกต่ำทั้งเศรษฐกิจ การเมือง สังคม ทุนเทา ความเลวร้ายทุกอย่างมาจากการทำรัฐประหายาวนานรทั้งสิ้น


ดังนั้น ครั้งนี้เป็นครั้งสำคัญที่สุดในทัศนะดิฉัน สำคัญยิ่งกว่าการเลือกตั้ง อีก 2 ปีเลือกตั้งใหม่ก็ได้ อาจจะเป็นไปได้, 2 ปีอาจจะยุบสภาเลือกตั้งใหม่, 3 ปีอาจจะยุบสภาเลือกตั้งใหม่ แต่ถามว่าถ้าประชามติครั้งนี้ “แพ้” ก็คือคนมากา “เห็นชอบ” น้อย!!! ถามว่าเราจะต้องอยู่กับรัฐธรรมนูญเลวร้ายไปอีกนานเท่าไหร๋ เราจะมีโอกาสแก้มั้ย? มันก็บอกว่าก็แก้เป็นบางมาตราซิ ในอดีตเพื่อไทยเคยพยายามจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ เหลือวาระ 3 ใจไม่ถึง ไปไม่ถึง ในที่สุดหยุด ยอมแก้บางมาตรา แต่แก้มาตราเดียว มันก็ทนไม่ได้ ก็คือ ที่มาของสว. เพื่อไทยในครั้งนั้นก็แก้มาตราเดียว “ที่มาของสว.” แต่มันคือกล่องดวงใจของฝั่งจารีตอำนาจนิยม แล้วมันคือสิ่งที่เขาใช้เพื่อคานอำนาจกับสส.ที่มาจากประชาชน


ดังนั้น อำนาจรัฐจารีตอำนาจนิยมเพื่อต่อสู้กับอำนาจประชาชนในกรณีที่เป็นฝ่ายนิติบัญญัติหรือฝ่ายบริหาร จึงถูกควบคุมด้วย สว. ด้วยองค์กรอิสระ และด้วยตุลาการ หลายรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวง่าย ๆ ว่านี่เป็นสงครามระหว่างกลุ่มองค์กรที่มีผลประโยชน์กับการปกครองจารีตอำนาจนิยม กับกลุ่มที่รักประชาธิปไตย ดังนั้นในส่วนของการเลือกตั้งดิฉันก็อยากจะให้เลือกพรรคการเมืองที่จริงใจกับการที่มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อย่างจริงใจ ไม่ใช่หาเสียงเอาหล่อ ๆ ให้เลือกพรรคการเมืองที่จริงใจในการเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ เพราะนี่จะเป็นมิติใหม่ มิฉะนั้นประชาชนจะพ่ายแพ้ไปยาวนาน พ่ายแพ้ไปไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้เขียนรัฐธรรมนูญใหม่ และจะเป็นการพ่ายแพ้ที่น่าอัปยศอดสูสำหรับศักดิ์ศรีของประชาชนไทย ซึ่งเสียมาแล้ว 10 ปี และประเทศชาติย่อยยับมาแล้ว 10 ปี


ดิฉันขอวิงวอนต่อพรรคการเมือง ถ้าท่านเห็นด้วยกับการเห็นชอบให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในการหาเสียง (เพื่อประโยชน์ต่อพรรคการเมืองเอง) ท่านจะต้องพูดเรื่องออกเสียงประชามติด้วย ไม่ใช่พูดแต่เฉพาะบัตรสีชมพู บัตรสีเขียว ต้องพูดถึงบัตรสีเหลืองด้วย เรียกร้องให้ประชาชนไปกาเห็นชอบ ท่านอาจจะแพ้ก็ได้ในการเลือกตั้งครั้งนี้ แต่ถ้าหากว่ารัฐธรรมนูญไม่ผ่าน ถ้าท่านจริงใจกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่านจะแพ้ไปตลอด เพราะเขาจะใช้ทุกอย่างเพื่อมาบังคับให้ไม่เปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ ขอเรียกร้องต่อพรรคการเมือง นี่เป็นการต่อสู้ “ชนชั้นใดเขียนกฎหมายแล้วไซร้ ก็ต้องเป็นไปเพื่อชนชั้นนั้น” ความจริงนี่เป็นคำพูดของคุณศรี อินทปันตี ชนชั้นใดเขียนรัฐธรรมนูญ มันก็ต้องเป็นไปเพื่อชนชั้นนั้น


ดังนั้น ท่านต้องเลือกว่าท่านจะเอารัฐธรรมนูญของทหารเก่า ของอำนาจจารีต หรือจะเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ที่อำนาจเป็นของประชาชน เอาให้ชัด! ถ้าครั้งนี้แพ้ จบเลย เราไม่รู้ว่าประชาชนจะสู้ได้เมื่อไหร่ เพราะกติกาทุกอย่าง รัฐธรรมนูญคือกติกาใหญ่ ขนาดกฎหมายบางมาตรายังพากันไม่ยอมให้แก้ กลัวมาก รัฐธรรมนูญคือกติกาใหญ่ในการปกครองว่าอำนาจแท้จริงเป็นของใคร แต่รัฐธรรมนูญที่มาจากการทำรัฐประหาร มันก็ต้องการรักษาอำนาจของชนชั้นนำที่ไม่ต้องการให้ประชาชนมีอำนาจจริง ฉะนั้นดิฉันขอพรรคการเมืองให้โฆษณา “เห็นชอบ” บัตรสีเหลืองด้วย ต่อให้ท่านแพ้ในการเลือกตั้งครั้งนี้ แต่พรรคของท่านมีอนาคต เพราะว่ามีพรรคจอมปลอมจำนวนหนึ่งที่รู้สึกว่าประชาชนอยากแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ แต่ว่าไม่ได้มีความจริงใจ ข้อแม้เยอะเหลือเกิน ไม่แก้หมวดนั้นหมวดนี้


ดิฉันก็อยากจะบอกว่าจริง ๆ แล้วรัฐธรรมนูญที่มีมาและมีการเปลี่ยนแปลงและมีการฉีก กระทั่งทหารฉีกเอง มันแก้ใหม่ทั้งฉบับเลยนะ ปี 2560 ถามว่าหมวด 1 ถึง หมวด 3 มีแก้มั้ย? มีแก้ทั้งก่อนและหลังประชามติด้วย จะบอกให้!!! เพราะฉะนั้นคำว่ารัฐธรรมนูญใหม่จริง ๆ มันไม่ควรจะมีข้อกำหนดว่าไม่แก้หมวด 1 หมวด 2 หมวด 3 ทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริงการเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ทุกครั้ง เขาเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ทหารมันก็เขียนทั้งฉบับ ปี 2550 เขาก็ทำเอง พอเวลาทำเขียนรัฐธรรมนูญ 2560 มันก็ฉีกหมด เพราะว่าเขาเถียงกันกระทั่งอย่างที่บอกว่า อำนาจเป็นของประชาชน หรืออำนาจมาจากประชาชน ดิฉันยังจำได้เลยรัฐธรรมนูญ 2540 คุณอานันท์ ปันยารชุน ถามพวกเราในกลุ่มสมาพันธ์ประชาธิปไตย ว่าจะให้เขียนยังไง? อำนาจมาจากประชาชน หรือเป็นของประชาชน แล้วพวกเราบอกไปว่า เป็นของประชาชน แต่เขาก็ยังพยายามไปต่อข้างหลังได้ แสดงให้เห็นว่ามันมีการแก้ทั้งฉบับ แก้เพื่อแสดงว่ารัฐธรรมนูญนี้ไม่ใช่รัฐธรรมนูญจอมปลอมของชนชั้นนำจารีต แต่เป็นรัฐธรรมนูญในระบอบประชาธิปไตยจริง แม้จะถูกบังคับไม่ให้ สสร. มาเขียนเอง


ดังนั้น ถ้าท่านต้องการรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน กา “เห็นชอบ” แต่ถ้าท่านต้องการรัฐธรรมนูญจอมปลอม ในทัศนะดิฉันนะ แสดงว่าท่านได้ประโยชน์จากกติกาของคณะรัฐประหารและชนชั้นนำที่เหยียบหัวประชาชนอยู่ ท่านอาจกาไม่เห็นชอบ แต่ดิฉันจะกา “เห็นชอบ” ค่ะ


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #ประชามติ2569 #เห็นชอบ #8กุมภากาเห็นชอบ