ธิดา
ถาวรเศรษฐ :
รณรงค์สนับสนุนการออกเสียงประชามติ #เห็นชอบ
ให้ได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่
จัดโดย
มูลนิธิวีรชนประชาธิปไตย ร่วมกับ คณะประชาชนทวงความยุติธรรม 2553 (คปช.53)
ณ
อนุสารณ์สถาน 14 ตุลา แยกคอกวัว
วันที่
18 มกราคม 2569
สวัสดีค่ะ
ดิฉันขอสวัสดีพี่ ๆ น้อง ๆ ลูกหลานที่อยู่ที่นี่ รวมทั้งผู้ที่ดูที่บ้าน
เพราะว่าสื่อที่เป็นสื่อออนไลน์ก็มีหลายสำนัก หลายคนก็ดูต่อย้อนหลัง
เราจัดงานครั้งนี้เพื่อเป็นการสนับสนุนคนรุ่นใหม่ อย่างเช่นองค์กร iLaw
ปรบมือให้กับองค์กร iLaw หน่อยค่ะ เพราะมิฉะนั้น
คนรุ่นก่อนที่ผ่านการต่อสู้มายาวนาน
ถามว่าเขายังมีบทบาทที่จะทำให้ประเทศชาติไปข้างหน้าได้หรือเปล่า อันนี้เป็นสิ่งหนึ่งที่เราถือว่าเราเป็นแนวหลัง
แต่ดิฉันเคยพูดตลอดเวลาว่า เราไม่ใช่กองหน้า แต่เราเป็นแนวหลังที่ไว้ใจได้
และจะเป็นแนวหลังที่จะไม่เดินผิดทาง เราผ่านการต่อสู้มายาวนาน
หนทางในการต่อสู้มันพิสูจน์คน เมื่อเวลาผ่านมาจนถึงปัจจุบัน อย่างเมื่อกี้
อ.ชาญวิทย์ ท่านก็อายุพอสมควร ดิฉันก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่ เราผ่านการต่อสู้
14ตุลา16 แล้วมูลนิธิวีรชนประชาธิปไตยเกิดจากการต่อสู้เมื่อปี 2535
และในที่สุดมันก็กลั่นกรองคนว่ามีใครที่จะเดินไปสู่ถนนที่ทำให้ประเทศก้าวหน้า
ในท่ามกลางการเดินเราก็มีมิตรใหม่ และมีคนเก่าที่อาจจะแยกย้ายกันไป
ส่วนคณะประชาชนทวงความยุติธรรม 2553 ความจริงเราตั้งชื่ออย่างเจียมตัว จริง ๆ
เราต้องการทวงความยุติธรรมทุกยุคทุกสมัย และจุตประสงค์ที่ทำก็เพื่ออนาคตลูกหลาน
ไม่ใช่เพียงแต่การตายของคนปี 2553
แต่นั้นคือสิ่งที่เราจะเอามาใช้ในการที่เป็นเครื่องแสดงให้เห็นว่าไม่มีความยุติธรรมในประเทศนี้
แต่ในความเป็นจริงนั้น
ที่เราต้องมาร่วมกันวันนี้
จุดประสงค์ก็คือทำอย่างไรให้การออกเสียงประชามติครั้งนี้ มีผู้คนไปลงคะแนนเสียงให้มากที่สุด
ป้ายนี้จะติดต่อไปถึงวันที่ 8 กุมภาฯ องค์กรอื่น ๆ
และแม้กระทั่งกลุ่มพี่น้องเราจะมาจัดกิจกรรม ถ่ายรูปรณรงค์ที่ตรงนี้ได้ตลอด
เพราะว่าเราขอเอาไว้แล้ว แต่ที่อยากจะบอกคือ ครั้งนี้เป็นเวลาสำคัญที่สุด
เวลาที่เขาฉีกรัฐธรรมนูญ 2540 ขออธิบายว่า สีเขียวมาจากการรณรงค์เมื่อปีรัฐธรรมนูญ
2540 นะ หลายคนถามว่าทำไมต้องเป็นสีเขียว บอกว่าสีเขียวมันเป็นไฟเขียวรัฐธรรมนูญ
2540 แต่สีแดงมันคือสีไม่เอารัฐธรรมนูญ 2550 นี่คือประวัติของสี
สีแดงเป็นสีที่เมื่อเขาทำประชามติให้เห็นชอบรัฐธรรมนูญ 2550 เราเอาสีแดงใส่
นั่นคือที่มาของสีแดง แต่สีเขียวคือที่มาของการรณรงค์ให้เห็นชอบรัฐธรรมนูญ 2540
ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญที่ยึดโยงและเป็นผลพวงจากการต่อสู้ของประชาชน 2535
จึงได้รัฐธรรมนูญที่ก้าวหน้าแต่ไม่ได้ก้าวหน้าอย่างถึงที่สุด
อย่างไรก็ตาม
มาจนถึงบัดนี้ ดิฉันอยากจะถามหน่อย เวลามันฉีกรัฐธรรมนูญ 2540
เขาทำประชามติว่าสมควรฉีกมั้ย? มันทำมั้ย? มันไม่ทำ! เวลาจะฉีก
แล้วเราก็พยายามที่จะล้มรัฐธรรมนูญ 2550 ที่มาจากการรัฐประหาร ไม่สำเร็จ คสช.ฉีกใหม่เพื่อได้รัฐธรรมนูญ
2560 ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญที่เลวที่สุดตั้งแต่มีรัฐธรรมนูญมา
เพราะเขาหวังจะยึดอำนาจของกลุ่มจารีตอำนาจนิยมไว้ยาวนาน ดังที่ดิฉันบอกว่าคณะรัฐประหารให้ทำประชามติ
2 รอบ คือเห็นชอบรัฐธรรมนูญ 2550 กับเห็นชอบรัฐธรรมนูญ 2560 หรือเปล่า?
แต่มันไม่ได้ให้ทำว่า สมควรฉีกมั้ย? แล้วเราแพ้ แต่เราได้หัวกระเด็นมา 10 ล้านคนที่โหวตไม่เอารัฐธรรมนูญของทหารทั้ง
2 รอบ
คณะรัฐประหาร
2557 นี้เขาเขียนรัฐธรรมนูญเพื่อที่จะรักษาอำนาจคสช.ไปยาวนาน
แต่เวลาเราต้องการเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ มันบอกต้องทำประชามติ ดังนั้น พูดง่าย ๆ
นี่เป็นการต่อสู้ทางการเมือง เป็นสงคราม แต่เป็นสงครามที่ไม่หลั่งเลือด
เราหลั่งเลือดมาแล้วปี 2535 แต่ก็ได้รัฐธรรมนูญ 2540 เราหลั่งเลือดมาแล้วปี 2552,
2553 ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เรากลับได้รัฐธรรมนูญ 2560
ครั้งนี้จึงเป็นครั้งสำคัญที่ประชาชนจะต้องผนึกกำลังกันเพื่อที่จะต่อสู้
เพราะนี่คือสงคราม สงครามระหว่างฝ่ายที่ต้องการรักษารัฐธรรมนูญ 2560
ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญของชนชั้นนำจารีตอำนาจนิยม คนที่สนับสนุนรัฐธรรมนูญ 2560
ไม่ให้แก้ไข แปลว่าคุณเป็นพวกจารีตอำนาจนิยม คุณชอบการปกครองโดยท็อปบูท
หรือคุณได้ประโยชน์จากการปกครองแบบนั้น แต่ประชาชนไม่ได้ เพราะ 10
ปีที่ผ่านมาคือความหายนะของประเทศไทย เราตกต่ำทั้งเศรษฐกิจ การเมือง สังคม ทุนเทา ความเลวร้ายทุกอย่างมาจากการทำรัฐประหายาวนานรทั้งสิ้น
ดังนั้น
ครั้งนี้เป็นครั้งสำคัญที่สุดในทัศนะดิฉัน สำคัญยิ่งกว่าการเลือกตั้ง อีก 2
ปีเลือกตั้งใหม่ก็ได้ อาจจะเป็นไปได้, 2 ปีอาจจะยุบสภาเลือกตั้งใหม่, 3
ปีอาจจะยุบสภาเลือกตั้งใหม่ แต่ถามว่าถ้าประชามติครั้งนี้ “แพ้” ก็คือคนมากา
“เห็นชอบ” น้อย!!!
ถามว่าเราจะต้องอยู่กับรัฐธรรมนูญเลวร้ายไปอีกนานเท่าไหร๋
เราจะมีโอกาสแก้มั้ย? มันก็บอกว่าก็แก้เป็นบางมาตราซิ
ในอดีตเพื่อไทยเคยพยายามจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ เหลือวาระ 3 ใจไม่ถึง ไปไม่ถึง
ในที่สุดหยุด ยอมแก้บางมาตรา แต่แก้มาตราเดียว มันก็ทนไม่ได้ ก็คือ ที่มาของสว.
เพื่อไทยในครั้งนั้นก็แก้มาตราเดียว “ที่มาของสว.”
แต่มันคือกล่องดวงใจของฝั่งจารีตอำนาจนิยม
แล้วมันคือสิ่งที่เขาใช้เพื่อคานอำนาจกับสส.ที่มาจากประชาชน
ดังนั้น
อำนาจรัฐจารีตอำนาจนิยมเพื่อต่อสู้กับอำนาจประชาชนในกรณีที่เป็นฝ่ายนิติบัญญัติหรือฝ่ายบริหาร
จึงถูกควบคุมด้วย สว. ด้วยองค์กรอิสระ และด้วยตุลาการ หลายรูปแบบ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวง่าย ๆ
ว่านี่เป็นสงครามระหว่างกลุ่มองค์กรที่มีผลประโยชน์กับการปกครองจารีตอำนาจนิยม
กับกลุ่มที่รักประชาธิปไตย
ดังนั้นในส่วนของการเลือกตั้งดิฉันก็อยากจะให้เลือกพรรคการเมืองที่จริงใจกับการที่มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อย่างจริงใจ
ไม่ใช่หาเสียงเอาหล่อ ๆ ให้เลือกพรรคการเมืองที่จริงใจในการเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ
เพราะนี่จะเป็นมิติใหม่ มิฉะนั้นประชาชนจะพ่ายแพ้ไปยาวนาน
พ่ายแพ้ไปไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้เขียนรัฐธรรมนูญใหม่
และจะเป็นการพ่ายแพ้ที่น่าอัปยศอดสูสำหรับศักดิ์ศรีของประชาชนไทย ซึ่งเสียมาแล้ว
10 ปี และประเทศชาติย่อยยับมาแล้ว 10 ปี
ดิฉันขอวิงวอนต่อพรรคการเมือง
ถ้าท่านเห็นด้วยกับการเห็นชอบให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในการหาเสียง
(เพื่อประโยชน์ต่อพรรคการเมืองเอง) ท่านจะต้องพูดเรื่องออกเสียงประชามติด้วย
ไม่ใช่พูดแต่เฉพาะบัตรสีชมพู บัตรสีเขียว ต้องพูดถึงบัตรสีเหลืองด้วย
เรียกร้องให้ประชาชนไปกาเห็นชอบ ท่านอาจจะแพ้ก็ได้ในการเลือกตั้งครั้งนี้
แต่ถ้าหากว่ารัฐธรรมนูญไม่ผ่าน ถ้าท่านจริงใจกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ท่านจะแพ้ไปตลอด เพราะเขาจะใช้ทุกอย่างเพื่อมาบังคับให้ไม่เปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ
ขอเรียกร้องต่อพรรคการเมือง นี่เป็นการต่อสู้ “ชนชั้นใดเขียนกฎหมายแล้วไซร้
ก็ต้องเป็นไปเพื่อชนชั้นนั้น” ความจริงนี่เป็นคำพูดของคุณศรี อินทปันตี
ชนชั้นใดเขียนรัฐธรรมนูญ มันก็ต้องเป็นไปเพื่อชนชั้นนั้น
ดังนั้น
ท่านต้องเลือกว่าท่านจะเอารัฐธรรมนูญของทหารเก่า ของอำนาจจารีต
หรือจะเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ที่อำนาจเป็นของประชาชน เอาให้ชัด!
ถ้าครั้งนี้แพ้ จบเลย เราไม่รู้ว่าประชาชนจะสู้ได้เมื่อไหร่ เพราะกติกาทุกอย่าง
รัฐธรรมนูญคือกติกาใหญ่ ขนาดกฎหมายบางมาตรายังพากันไม่ยอมให้แก้ กลัวมาก
รัฐธรรมนูญคือกติกาใหญ่ในการปกครองว่าอำนาจแท้จริงเป็นของใคร แต่รัฐธรรมนูญที่มาจากการทำรัฐประหาร
มันก็ต้องการรักษาอำนาจของชนชั้นนำที่ไม่ต้องการให้ประชาชนมีอำนาจจริง
ฉะนั้นดิฉันขอพรรคการเมืองให้โฆษณา “เห็นชอบ” บัตรสีเหลืองด้วย ต่อให้ท่านแพ้ในการเลือกตั้งครั้งนี้
แต่พรรคของท่านมีอนาคต เพราะว่ามีพรรคจอมปลอมจำนวนหนึ่งที่รู้สึกว่าประชาชนอยากแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่
แต่ว่าไม่ได้มีความจริงใจ ข้อแม้เยอะเหลือเกิน ไม่แก้หมวดนั้นหมวดนี้
ดิฉันก็อยากจะบอกว่าจริง
ๆ แล้วรัฐธรรมนูญที่มีมาและมีการเปลี่ยนแปลงและมีการฉีก กระทั่งทหารฉีกเอง
มันแก้ใหม่ทั้งฉบับเลยนะ ปี 2560 ถามว่าหมวด 1 ถึง หมวด 3 มีแก้มั้ย?
มีแก้ทั้งก่อนและหลังประชามติด้วย จะบอกให้!!! เพราะฉะนั้นคำว่ารัฐธรรมนูญใหม่จริง
ๆ มันไม่ควรจะมีข้อกำหนดว่าไม่แก้หมวด 1 หมวด 2 หมวด 3 ทั้ง ๆ
ที่ในความเป็นจริงการเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ทุกครั้ง เขาเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ
ทหารมันก็เขียนทั้งฉบับ ปี 2550 เขาก็ทำเอง พอเวลาทำเขียนรัฐธรรมนูญ 2560
มันก็ฉีกหมด เพราะว่าเขาเถียงกันกระทั่งอย่างที่บอกว่า อำนาจเป็นของประชาชน
หรืออำนาจมาจากประชาชน ดิฉันยังจำได้เลยรัฐธรรมนูญ 2540 คุณอานันท์ ปันยารชุน
ถามพวกเราในกลุ่มสมาพันธ์ประชาธิปไตย ว่าจะให้เขียนยังไง? อำนาจมาจากประชาชน
หรือเป็นของประชาชน แล้วพวกเราบอกไปว่า เป็นของประชาชน
แต่เขาก็ยังพยายามไปต่อข้างหลังได้ แสดงให้เห็นว่ามันมีการแก้ทั้งฉบับ
แก้เพื่อแสดงว่ารัฐธรรมนูญนี้ไม่ใช่รัฐธรรมนูญจอมปลอมของชนชั้นนำจารีต
แต่เป็นรัฐธรรมนูญในระบอบประชาธิปไตยจริง แม้จะถูกบังคับไม่ให้ สสร. มาเขียนเอง
ดังนั้น
ถ้าท่านต้องการรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน กา “เห็นชอบ”
แต่ถ้าท่านต้องการรัฐธรรมนูญจอมปลอม ในทัศนะดิฉันนะ
แสดงว่าท่านได้ประโยชน์จากกติกาของคณะรัฐประหารและชนชั้นนำที่เหยียบหัวประชาชนอยู่
ท่านอาจกาไม่เห็นชอบ แต่ดิฉันจะกา “เห็นชอบ” ค่ะ
#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #ประชามติ2569 #เห็นชอบ #8กุมภากาเห็นชอบ
