วันเสาร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2569

#พรรคประชาชน จัดหนักเวทีปราศรัยนนทบุรี “วีระยุทธ” ขอประชาชนกล้าฝันใหญ่ถึงประเทศไทยที่ดีกว่านี้ โต้ ‘คณะ ค.ค.ค.’ สร้างการเมืองแห่งความหวาดกลัว ระบบอุปถัมภ์ทุ่มซื้อเสียง มีแต่จะกัดกินประเทศ ปล่อยไว้ต่อไปเครนจะถล่ม-ถนนพังง่ายกว่าเดิม ปลุกคนนนท์ 8 กุมภากาสีส้มสองใบให้ถล่มทลายยกจังหวัด ส่งสัญญาณประชาชนจะไม่ยอมจำนน ร่วมตั้ง #รัฐบาลประชาชน

 


#พรรคประชาชน จัดหนักเวทีปราศรัยนนทบุรี “วีระยุทธ” ขอประชาชนกล้าฝันใหญ่ถึงประเทศไทยที่ดีกว่านี้ โต้ ‘คณะ ค.ค.ค.’ สร้างการเมืองแห่งความหวาดกลัว ระบบอุปถัมภ์ทุ่มซื้อเสียง มีแต่จะกัดกินประเทศ ปล่อยไว้ต่อไปเครนจะถล่ม-ถนนพังง่ายกว่าเดิม ปลุกคนนนท์ 8 กุมภากาสีส้มสองใบให้ถล่มทลายยกจังหวัด ส่งสัญญาณประชาชนจะไม่ยอมจำนน ร่วมตั้ง รัฐบาลประชาชน


วันที่ 24 มกราคม 2569 ที่ตลาดสมบัติบุรี อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี พรรคประชาชนจัดเวทีปราศรัยแนะนำผู้สมัคร สส.นนทบุรี พร้อมประกาศนโยบายและจุดยืนสำคัญของพรรค โดยมีแกนนำและผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชนร่วมการปราศรัยอย่างคับคั่ง นำโดย วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี, พริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกและผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ, วิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรค และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และ ปิยบุตร แสงกนกกุล ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน


พริษฐ์ กล่าวว่า คนนนทบุรีต้องการการเปลี่ยนแปลง ในการเลือกตั้ง 2566 จึงเลือกพรรคก้าวไกลยกจังหวัดและมอบคะแนนบัญชีรายชื่อแก่เราเป็นอันดับหนึ่ง แต่ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาความเปลี่ยนแปลงที่พี่น้องอยากเห็นยังไม่เกิดขึ้นอย่างที่ควรเป็น ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ตนเชื่อว่ามี 3 ปัญหาที่คนนนทบุรีไม่อยากทนอีกต่อไป �

.

�ปัญหาแรก รัฐราชการรวมศูนย์ นนทบุรีติดกับกรุงเทพฯ ต้องเผชิญชะตากรรมหลายอย่างร่วมกัน ทั้งปัญหาฝุ่น ปัญหารถติด แต่ระบบราชการของเรากลับกำหนดให้ชาว กทม. กับชาวนนทบุรีมีเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาไม่เหมือนกัน คนกรุงเทพฯ มีสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ ในขณะที่ผู้บริหารสูงสุดของนนทบุรี กลับเป็นผู้ว่าฯ ที่มาจากการแต่งตั้ง ซึ่งทำให้เกิดปัญหา 


ยกตัวอย่างตอนเกิดแผ่นดินไหวเมื่อปีที่แล้ว กรุงเทพฯ มีผู้นำคนเดียว ทุกอย่างชัดเจน เจ้าหน้าที่รู้ว่าต้องฟังใคร ประชาชนรู้ว่าต้องติดตามข้อมูลจากใคร แต่นนทบุรีกลับเต็มไปด้วยความสับสน ราชการส่วนภูมิภาคก็ฟังผู้ว่าฯ เจ้าหน้าที่ส่วนท้องถิ่นก็ฟังนายก อบจ. ประชาชนไม่รู้ว่าจะต้องติดต่อหน่วยงานไหน นอกจากนี้การมีผู้บริหารของจังหวัดที่มาจากการเลือกตั้ง จะเป็นหลักประกันว่าเขาต้องมีความกระตือรือร้นในการแก้ไขปัญหา มิเช่นนั้นประชาชนจะทำให้เขาตกงานในการเลือกตั้งครั้งถัดไป พูดอย่างนี้ตนไม่ได้บอกว่าผู้ว่าฯ จากการแต่งตั้งทุกคนไม่เก่งหรือไม่ขยัน หลายคนเก่งและขยัน แต่พอไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง กลายเป็นว่าประชาชนต้องมาเสี่ยงโชคว่า ณ เวลานั้นจะได้ผู้บริหารที่ขยันและใส่ใจปัญหาของประชาชนมากแค่ไหน 


ดังนั้นพรรคประชาชนให้คำมั่นสัญญาหากเราเป็นรัฐบาล จะผลักดันวาระกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นเพื่อให้ทุกจังหวัดก้าวหน้า เราจะทำให้ผู้บริหารสูงสุดของทุกจังหวัดต้องมาจากการเลือกตั้ง และปลดล็อกให้ผู้บริหารมีอำนาจและงบประมาณเต็มที่ในการแก้ไขปัญหาให้ประชาชน เพิ่มสัดส่วนงบท้องถิ่นไปสู่ 35% ให้ได้ และจะเปิดให้คนไทยทั่วประเทศมีสิทธิ์ในการเลือกตั้งท้องถิ่นตามที่อยู่อาศัยจริง แทนที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน


ปัญหาที่สอง น้ำท่วมซ้ำซาก ซึ่งมีแนวโน้มถี่และรุนแรงขึ้นกว่าเดิม รัฐบาลพรรคประชาชนจะใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีอวกาศเพื่อยกระดับการคาดการณ์และแจ้งเตือนภัยให้แม่นยำยิ่งขึ้น หากเหตุเกิดขึ้นแล้ว เราจะใช้ภาพถ่ายดาวเทียมระบุพื้นที่เสียหายเพื่อให้เงินชดเชยถึงมือประชาชนอย่างรวดเร็วและเป็นธรรมที่สุดโดยไม่ต้องรอให้น้ำลดก่อน ไม่ผลักภาระให้ประชาชนต้องกรอกเอกสารจำนวนมาก การแก้ไขปัญหาภัยพิบัติในรัฐบาลประชาชนต้องมีประสิทธิภาพมากขึ้น แจ้งเตือนทันเวลา ช่วยเหลือทันควัน เยียวยาทันที


ปัญหาที่สาม การทุจริตคอร์รัปชัน แม้รัฐธรรมนูญ 2560 จะอ้างว่าเป็นฉบับปราบโกง แต่คะแนนความโปร่งใสของไทยกลับตกต่ำสุดในรอบ 10 ปี ทั้งที่เรารู้ว่าปัญหาทุจริตกระทบต่อชีวิต แต่ไม่เคยมียุคไหนที่การทุจริตจะรุนแรงถึงขั้นเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ตึกถล่มลงใจกลางกรุงเทพฯ พรรคประชาชนจะเอาจริงด้วยการเปิดข้อมูลรัฐให้โปร่งใสมากที่สุดเท่าที่เคยเป็นมา ภาษีของประชาชนถูกใช้ไปกับอะไร รัฐไปเซ็นสัญญาจัดซื้อจัดจ้างกับใครบ้าง ไปแอบแก้สัญญาอะไรหรือเปล่า เพื่อให้ประชาชนร่วมกันตรวจสอบทุจริตได้ด้วยตัวเองและมีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยวิเคราะห์ตรวจหาพิรุธ 


พริษฐ์ทิ้งท้ายว่า ในความเห็นของตนศัตรูอันดับหนึ่งของเราคือ “ความเป็นไปไม่ได้” ตอนนี้นักวิเคราะห์วิเคราะห์กันเต็มไปหมด บ้างบอกว่าชนะที่หนึ่งแล้วจะตั้งรัฐบาลได้หรือไม่ ดังนั้นขอเชิญชวนประชาชนมาร่วมกันอีกรอบ ทำสิ่งที่เขาบอกว่าเป็นไปไม่ได้ให้เป็นจริงที่จังหวัดแห่งนี้ เลือกตั้งครั้งนี้ขอเชิญชวนกาพรรคประชาชนทั้ง 2 ใบเพื่อตั้งรัฐบาลประชาชนและกาเห็นชอบเพื่อเปิดทางสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้ได้มาซึ่งการเมืองที่ตอบโจทย์ประชาชน


ต่อมา วิโรจน์ กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมาแกนนำหลายคนของพรรคพรรคเพื่อไทยกล่าวโจมตีพรรคประชาชนต่าง ๆ นานา ตนต้องบอกว่าที่ประชาชนเลือกพรรคก้าวไกลในการเลือกตั้งที่ผ่านมา เป็นเพราะประชาชนเห็นว่าเราจริงใจและตั้งใจในการทำงาน ขอยกตัวอย่างตอนที่ตนเป็นประธานร่างกฎหมายธรรมนูญศาลทหาร ที่จะให้คดีอาญาที่ทหารกระทำกับประชาชนนับจากนี้ไป ไม่ขึ้นศาลทหาร แต่ขึ้นศาลพลเรือน แต่กรรมาธิการในสัดส่วนพรรคเพื่อไทยกลับขอให้แก้กลับไปอยู่ศาลทหารเหมือนเดิม แกนนำพรรคเพื่อไทยที่โจมตีพรรคประชาชน ช่วยหาคำตอบให้ด้วยว่าทำไมกรรมาธิการของพรรคเพื่อไทยถึงทำเรื่องอย่างนี้ �


วันนี้การเลือกตั้งไม่ใช่การเลือกระหว่างพรรคไหน แต่เป็นการเลือกว่าประชาชนคนไทยจะไปทางใหม่หรือจะอยู่ในวังวนแบบเดิม ถ้าพรรคประชาชนได้เป็นรัฐบาล เราจะเจอมืออาชีพที่มีประสบการณ์ ผสมผสานทำงานร่วมกับพวกเราที่มีความคิดก้าวหน้า ตนยอมรับประสบการณ์เป็นสิ่งสำคัญ แต่ไม่ใช่ประสบการณ์ที่ก่อกรรมทำเข็ญกับประเทศนี้ เป็นรัฐมนตรีมากี่สมัยบ้านเมืองก็เหมือนเดิม ถ้าพวกเขาเป็นรัฐบาลอีกรอบ รัฐมนตรีหน้าตาเหมือนเดิม ประกันสังคมสิ้นหวังแน่นอน เพราะคนที่เป็นเจ้าของตึกสกายไนน์กับคนที่มีส่วนอนุมัติให้ซื้อตึกผสมรวมกันเป็นพรรคเดียวแล้ว ดังนั้นนี่คือจุดตัดสินใจระหว่างการพาบ้านเมืองไปข้างหน้าหรือให้บ้านเมืองวนเวียนอยู่เหมือนเดิม พี่น้องไม่มีทางเลือกอื่น ถ้าต้องการพาประเทศไทยไปสู่อนาคตใหม่ที่ก้าวไกล กาพรรคประชาชนสองใบเท่านั้น


จากนั้น ปิยบุตร กล่าวว่า การเมืองไทยวันนี้เดินทางมาถึงการตัดสินใจครั้งใหญ่ เราต้องเปลี่ยนรัฐบาล ไม่สามารถใช้คนแบบเดิม ๆ ที่สลับกันเป็นรัฐบาลให้กลับมาเป็นรัฐบาลได้อีกแล้ว เพราะทั้งหมดเคยเป็นรัฐบาลกันมาหมดแล้ว แบ่งรัฐมนตรีกันตามโควตาตามมุ้ง แบ่งกระทรวงตามเกรด ไม่เคยเอาวาระประชาชนไปตั้งอยู่ในนั้น เพราะมีรัฐบาลแบบนี้ถึงเปลี่ยนแปลงประเทศไม่ได้ เพราะสำหรับคนเหล่านี้เรื่องของเขาต้องมาก่อน เรื่องประชาชนเอาไว้ทีหลัง 


8 กุมภาพันธ์นี้ เป็นวันสำคัญอย่างยิ่ง เรากำลังกำหนดอนาคตของตัวเอง ลูกหลาน และประเทศไทย ถ้าพูดกันนักว่าพรรคประชาชนต่อให้ได้ที่หนึ่งก็ไม่ได้เป็นรัฐบาลเพราะมีกับดักวางเอาไว้หมดแล้ว วิเคราะห์อย่างเก่งสุดท้ายจบที่ให้เลือกพรรคตัวเอง วิเคราะห์กันขนาดนี้ตนถึงกับต้องถามว่าใส่เสื้อผิดสีหรือไม่ นึกว่าคนพูดใส่เสื้อสีเหลืองเสียอีก ถ้าใช้ตรรกะนี้ พรรคของพี่ก็ไม่ต้องเลือกเหมือนกันในอดีต เพราะพรรคคุณก็เคยเสี่ยงอย่างนี้มาเหมือนกัน ตอนที่พรรคคุณเสี่ยงภัย คุณปลุกเร้ามวลชนสู้ พอมาถึงพรรคเราบอกเลือกไปก็ไม่ได้เป็นรัฐบาล ถ้าเลือกวิถีชีวิตของคุณแล้วว่าจะสยบยอมก็สยบยอมไป แต่พรรคประชาชนบอกว่าจะสู้ต่อ


“ถ้าประชาชนคนไทยผู้ทรงอำนาจสูงสุดทั้งประเทศบอกแล้วว่าเกินครึ่งประเทศออกใบอนุญาตตั้งรัฐบาลพรรคประชาชน คราวนี้ใครก็ขวางไม่ได้ นี่คือการต่อสู้ ต้องเอาเสียงประชาชนผู้ทรงอำนาจสูงสุดของแผ่นดินนี้ไปบอกพวกเขา ว่าใบอนุญาตจากประชาชนเกิดขึ้นแล้ว จะตั้งรัฐบาลพรรคประชาชนใครก็ขวางไม่ได้”


ด้าน วีระยุทธ กล่าวว่า ตนคุยกับคนที่อายุ 30 กว่าปีจำนวนมากรู้สึกว่าชีวิตที่ผ่านมาของเขาส่วนใหญ่ไม่เคยเจอช่วงชีวิตที่มีความหวัง เกิดมาก็เจอวิกฤตต้มยำกุ้ง พอจะลืมตาผงกหัวขึ้นมาได้ก็เจอรัฐประหาร 2549 พอมีการเลือกตั้งเหมือนจะดีก็เจอรัฐประหาร 2557 ตัดขาดจากโลก เป็นจุดเริ่มต้นของการนำทุนสีเทาเข้าสู่ประเทศไทย ขณะที่คนรุ่นตนยังเคยเจอช่วงชีวิตที่ประเทศไทยถูกเรียกว่าเสือตัวที่ห้า เศรษฐกิจเติบโตก้าวกระโดด จากการเป็นประเทศยากจนขึ้นมาเป็นประเทศร่ำรวยได้ แต่ท้ายที่สุดเราเกิดฟองสบู่แตก เศรษฐกิจไทยล้มเหลว แต่อย่างน้อยตนก็เคยอยู่ในยุคสมัยแห่งความเป็นไปได้ ทำให้เรากล้าฝัน 


เมื่อได้ไปอยู่ต่างประเทศเห็นความเจริญ 1-2 ปีแรกมีแต่ความตื่นตาตื่นใจ แต่พอผ่านไปสักพักตนตั้งคำถามใหม่ว่าแล้วประเทศไทยเราเป็นอย่างนี้ไม่ได้หรือ จึงตัดสินใจมาทำงานกับพรรคประชาชนเต็มตัวเพราะเชื่อว่าการเมืองควรเป็นเรื่องของความหวัง รวมพลังเพื่อการเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีกว่า แต่พบว่าการเมืองไทยมีแรงฉุดเราไว้กับอดีต คือแรงของระบบอุปถัมภ์ รอบนี้บ้านใหญ่หลายบ้านรู้ดีว่าแพ้พรรคประชาชนที่ไม่ซื้อเสียง เลยต้องรวมตัวฮั้วกัน บ้านใหญ่เขามีเงินก็ไปจ้างพรีเซนเตอร์หน้าใหม่ มาบอกทุกคนว่าเรามีภาพลักษณ์ใหม่แล้วนะ แต่ท่านเชื่อหรือไม่หลังบ้านยังทำงานเหมือนเดิม แถมรอบนี้ซื้อเสียงแพงขึ้นกว่าเดิม 2-3 เท่า คิดว่ารอบหน้าเขาจะกินน้อยลงหรือ เขาจะกินมากขึ้นกว่าเดิม เครนจะถล่มง่ายขึ้น ถนนจะพังง่ายขึ้นกว่าเดิม


“ผมขอเรียกคนกลุ่มนี้รวมกันว่า ‘คณะกรรมการผู้คอยเปลี่ยนการเมืองให้กลายเป็นความหวาดกลัว’ ชื่อย่อ ค.ค.ค. เขาจะสลับหน้ากันมาทุกวัน บอกว่าเลือกส้มก็เป็นรัฐบาลไม่ได้หรอก เขาคุยกันหลังบ้านหมดแล้ว อย่าเลือกเลย ถ้าคิดอย่างนี้อำนาจนอกระบบจะมาเปลี่ยนนายกฯ หรือคณะรัฐมนตรีเมื่อไหร่ก็จะกลายเป็นเรื่องปกติ ต่อให้มีรัฐประหารขึ้นมาวันไหนก็จะกลายเป็นเรื่องปกติ”  


วีระยุทธกล่าวต่อว่า วันนี้ระบบอุปถัมภ์และการเมืองแห่งความหวาดกลัว พาประเทศไทยมาได้เท่านี้ จบที่อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ 1% แต่เราเชื่อในหลักการประชาธิปไตย หนึ่งสิทธิ์คือหนึ่งเสียง หากท่านใดเชื่อว่าการเมืองระบบอุปถัมภ์ยังเป็นทางออกให้กับสังคมไทย ยังไม่เห็นความเป็นไปได้อื่น ท่านเลือกได้แต่ตนขอโอกาสที่จะมาเล่าให้ฟังว่าเราพรรคประชาชนขบวนการสีส้มทำงานกันอย่างไร


ตั้งแต่ปี 2566 หลังจากที่พิธาไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี เราเสียใจ หลายคนโกรธเกรี้ยวกับความไม่ยุติธรรม กลไกต่างๆ ที่มาบิดเบือนเสียงของประชาชน แต่หลังจากนั้นเราตั้งคำถามว่าเรามาทำงานการเมืองเพื่ออะไร เราอยากทำอะไรให้ประเทศไทย คำตอบคือเราอยากสร้างรัฐบาลที่ดีที่สุดให้กับคนไทยและประเทศไทย คนไทยประเทศไทยมีสิทธิ์เต็มร้อยที่จะได้รัฐบาลที่ดีกว่านี้ 


หลังจากนั้นเราเดินกัน 3 สามขา ขาแรกคือการทำงานในสภาฯ เป็นฝ่ายค้านเชิงรุก งานกรรมาธิการ งานตรวจสอบงบประมาณ นอกสภาเราสู้เรื่องสแกมเมอร์ เรื่องสิทธิเพื่อผู้ประกันตน 24 ล้านคน ขาที่สองคือนโยบาย ไม่ได้เสกในชั่วข้ามคืน แต่เกิดจากการเดินหน้าทั่วประเทศเพื่อทำความเข้าใจปัญหาของกลุ่มต่างๆ ซึ่งไม่เหมือนกัน นโยบายที่ดีที่จะพาประเทศไทยไปต่อได้จึงต้องตอบเป้าหมายของทุกกลุ่มและมีทีมบริหารที่จะมาเป็นรัฐบาลประชาชน เป็นคนที่มีอุดมการณ์ร่วมกัน มีเจตจำนงทางการเมืองและมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ถ้าได้เข้าไปเป็นรัฐบาล พร้อมทำงานทันที และจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่จำเป็นต้องมีคือ “ความฝันใหญ่” หากคนไทยหยุดฝัน ไม่กล้าฝัน คิดว่าประเทศไทยได้แค่นี้ก็ดีแล้ว ถ้าท่านเชื่อในการเมืองแห่งความหวาดกลัวที่คณะ ค.ค.ค. พยายามสร้างทุกวัน ประเทศไทยก็ได้แค่นี้จริง ๆ 


“แต่ถ้าท่านยังมีความฝันใหญ่ ยังกล้าฝันถึงประเทศไทยที่ไร้คอร์รัปชัน ประเทศไทยที่ข้าราชการทำงานเพื่อประชาชน และราชการเองก็ภาคภูมิใจที่ได้ทำงานรับใช้ประชาชน ทำให้อุตสาหกรรมเก่าไปต่อได้ อุตสาหกรรมใหม่ได้เฉิดฉายไม่อายใครในเวทีโลก สังคมไทยจะเป็นสังคมแห่งโอกาส ถ้าท่านยังมีความฝันเดียวกับเรา อย่ายอมจำนนต่อความหวาดกลัว”


“เราต้องจับมือรวมพลังเดินหน้าเข้าชนไม่ว่าจะเจอกำแพงกี่ชั้น กาสีส้มให้ถล่มทลาย มันคือการส่งสัญญาณบอกทุกคนว่าเราจะไม่ยอมจำนนต่อความไม่เป็นธรรม เราจะกล้าฝันถึงประเทศไทยที่ดีกว่านี้ คนไทยมีชีวิตที่ดีกว่านี้ได้ 8 กุมภาพันธ์คือวันแห่งความฝัน วันแห่งรุ่งอรุณสีส้ม ประเทศไทยจะเปลี่ยนเป็นประเทศไทยของทุกคน เป็นรัฐบาลของประชาชน”


สำหรับผู้สมัคร สส.นนทบุรี พรรคประชาชน ทั้ง 8 เขต ประกอบด้วย

เขต 1 วุฒากร นุตยกุล เบอร์ 8 

เขต 2 ปัญญารัตน์ นันทภูษิตานนท์ เบอร์ 7 

เขต 3 อนุสรณ์ แก้ววิเชียร เบอร์ 7 

เขต 4 กรณ์ มีดี เบอร์ 2 

เขต 5 ปรีติ เจริญศิลป์ เบอร์ 8

เขต 6 สุทัศน์ มีศิริ เบอร์ 4

เขต 7 เกียรติคุณ ต้นยาง เบอร์ 1

เขต 8 นนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ เบอร์ 3 


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #เลือกตั้ง2569 #นนทบุรี #รัฐบาลประชาชน