วันอังคารที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2569

ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน–ปีกดิจิทัล ลุยพบ 13 สมาคมด้านเทคโนโลยี ชูนโยบายหนุนผู้ประกอบการไทยแข่งขันได้ เพิ่มสภาพคล่อง SME เข้าถึงแหล่งทุนผ่าน E-Invoice Marketplace

 


ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน–ปีกดิจิทัล ลุยพบ 13 สมาคมด้านเทคโนโลยี ชูนโยบายหนุนผู้ประกอบการไทยแข่งขันได้ เพิ่มสภาพคล่อง SME เข้าถึงแหล่งทุนผ่าน E-Invoice Marketplace


วันที่ 27 มกราคม 2569 ทีมบริหารรัฐบาลประชาชนและผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ นำโดย อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์, ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ, นิธิกร บุญยกุลเจริญ, ธีระชาติ ก่อตระกูล และ ปัญจมพงศ์ เสริมสวัสดิ์ศรี เข้ารับฟังความเห็นและแลกเปลี่ยนข้อเสนอเชิงนโยบายกับเครือข่ายสมาคมด้านเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางการยกระดับเศรษฐกิจดิจิทัลไทยอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน


การหารือครั้งนี้มีตัวแทนจาก 13 สมาคมสำคัญเข้าร่วม อาทิ Thailand Startup Association, สมาคม Martech, สมาคมเฮลท์เทค, Digital Technology Entrepreneur Trade Association, สมาคม Thai IoT, สภาสมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย, สมาคมผู้ดูแลเว็บฯ TWA, สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย, สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย, สมาคมผู้ดูแลเว็บและสื่อสังคมออนไลน์ไทย, สมาคม E‑Commerce, สมาคมโปรแกรมเมอร์ไทย และ สมาคมการค้าผู้ประกอบการเทคโนโลยีดิจิทัล สะท้อนโจทย์จริงของผู้ประกอบการ ทั้งการแข่งขันออนไลน์ที่ไม่เป็นธรรม การเข้าถึงเงินทุน และภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น


ในวงประชุม ทีมรัฐบาลประชาชนได้นำเสนอ 3 มาตรการ เพื่อส่งเสริม SME และ สตาร์ทอัพ ให้เติบโตอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน เชื่อมโยงเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ากับนโยบายเศรษฐกิจ ได้แก่


1. เพิ่มสภาพคล่องด้วย E-Invoice Marketplace ใช้ข้อมูลใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์เป็นฐานสร้างเครดิต ช่วยให้ SME เข้าถึงสินเชื่อได้เร็วและตรงจุด และหนุนใช้ e-Tax คุมเครดิตเทอม โดยการกำหนดให้บริษัทขนาดใหญ่ ใช้ระบบ e-Tax Invoice/Receipt เพื่อจูงใจให้ซื้อสินค้าและบริการจาก SMEs มากขึ้น และเพิ่มการตรวจสอบเครดิตการค้าให้ SMEs ไม่เกิน 45 วันได้จริง


2. ยกระดับธุรกิจ SME ไทยด้วยเครื่องมือดิจิทัล มาตรการจูงใจให้ใช้บริการดิจิทัลของคนไทย (Thai First) ส่งเสริมการใช้ซอฟต์แวร์ เช่น บัญชี, POS, ระบบจัดการทรัพยากรองค์กร (ERP), ระบบบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า (CRM) และ ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence - AI) ของผู้ประกอบการไทย ตามบัญชีบริการของ DEPA ใช้มาตรการลดภาษีนิติบุคคล, คูปองส่วนลด (Voucher) และการเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินกู้


3. สร้างอุตสาหกรรมเทคโนโลยีภายในประเทศ เปลี่ยนปัญหาเป็นอุตสาหกรรม แก้ปัญหาคุณภาพชีวิต (ประปาสะอาด, รถเมล์ไฟฟ้า, มิเตอร์อัจฉริยะ) ด้วยเทคโนโลยีที่ผลิตในไทยและใช้ชิ้นส่วนในประเทศเป็นหลักเพื่อสร้างงานท้องถิ่น และสนับสนุนสตาร์ทอัพไทยด้วยการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เลือกซื้อบริการดิจิทัลของคนไทยก่อนเพื่อลดการขาดดุลเทคโนโลยี และสร้างฐานการเติบโตให้สตาร์ทอัพไทยออกไปแข่งขันในระดับโลก


4. ทวงคืนโอกาสผู้ประกอบการไทยในโลกออนไลน์ ปรับกติกาแพลตฟอร์มและการบังคับใช้กฎหมายให้เป็นธรรม ลดการเอาเปรียบผู้ประกอบการรายย่อย และมีการทำ Open Commerce Network (OCN) ที่เป็นแพลตฟอร์มระบบเปิดให้สามารถดึงข้อมูลกับผู้ประกอบการทั้งประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์สินค้า จาก SME จากผู้ประกอบการเกษตร ขายผัก ขายผลไม้ ข้อมูลทั้งหมดจะถูกรวมอยู่ที่เดียวที่ OCN โดย OCN จะเชื่อมต่อระบบขนส่ง ระบบชำระเงิน จะมีการเชื่อมต่อกับบริการภาครัฐ ข้อมูลมหาศาลจะรวมเป็นระบบกลาง


ทั้งนี้ ผู้แทนสมาคมต่าง ๆ ได้ให้ความเห็นต่อนโยบายของพรรคประชาชนและเสนอแนะแนวทางที่จะส่งเสริมให้สตาร์ทอัพ หรือ SME ไทยโตได้อย่างยั่งยืน มีนวัตกรรมเป็นของตัวเอง


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน เลือกตั้ง2569 #รัฐบาลประชาชน