ปชน. เปิดเวทีปราศรัย กทม.ฝั่งตะวันออก ยก 3 ปัญหาคนพื้นที่ ถูกโกงกิน-ถูกทอดทิ้ง-มลพิษ ปลุกประชาชนร่วมกันเปลี่ยนความเป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ ปักธงส้มครบ 33 เขต เลือกอนาคตสีส้ม ตั้งรัฐบาลประชาชนเปลี่ยนประเทศ
วันที่ 27 มกราคม 2569 ที่ตลาดอมรทรัพย์ (อยู่วิทยา) พรรคประชาชนจัดเวทีปราศรัยในพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก มีแกนนำ ผู้สมัคร สส. และผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ร่วมปราศรัยอย่างคับคั่ง นำโดย พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ กรรมการบริหารพรรค, พริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรค, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และ พรรณิการ์ วานิช ผู้ช่วยหาเสียง โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนร่วมรับฟังจำนวนมาก
ช่วงหนึ่ง พริษฐ์ กล่าวว่า เวลาของการเลือกตั้งใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ มีนักวิเคราะห์ฟันธงว่าผลการเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร แต่เมื่อตนได้ใช้เวลาทุกวันพูดคุยพบปะประชาชนทั่วประเทศ ตนก็ไม่ค่อยเชื่อฝั่งกูรูมากนัก เช่นการเลือกตั้งปี 2566 ไม่มีกูรูคนไหนฟันธงว่าพรรคก้าวไกลจะชนะเป็นอันดับ 1 แต่สุดท้ายเราทุกคนก็ทำสิ่งที่คนอื่นบอกว่าเป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้จริง การปราศรัยที่สามย่านมิตรทาวน์เมื่อวันที่ 25 มกราคม หลายคนฟันธงว่าประชาชนจะไม่เยอะเท่าสมัยก้าวไกล แต่สุดท้ายกลับมามากกว่าเดิม หรือบอกว่ากระแสในต่างจังหวัดจะไม่เท่าเดิม ตนก็อยากให้มองถึงการลงพื้นที่หาเสียงของ รักชนก ศรีนอก และ รังสิมันต์ โรม ที่ได้รับการตอบรับที่ดี
ดังนั้นเมื่อฟังการวิเคราะห์ของกูรูต่างๆ จำเป็นต้องฟังหูไว้หู กับกระแสที่บอกว่าพรรคประชาชนจะไม่ได้ สส. ใน กทม. เท่าเดิม ซึ่งตนเห็นด้วย เพราะรอบนี้เราจะได้ครบทั้ง 33 เขต จึงเป็นเหตุผลที่เรามาปราศรัยที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก เพื่อมายืนยันเขตที่เรามีผู้แทนอยู่แล้วและเพื่อมาปลุกอีกหนึ่งเขตที่เรายังไม่ชนะในการเลือกตั้ง 2566 นั่นคือเขตลาดกระบัง
พริษฐ์ได้กล่าวถึง 3 ปัญหาหลักที่ชาวกรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออกต้องเผชิญ ย่อเป็น 3 ตัวอักษร ก.ท. ม. คือ การโกงกิน ถูกทอดทิ้ง และมลพิษ
สำหรับปัญหาการโกง พริษฐ์กล่าวว่า คนกรุงเทพฯ จ่ายภาษีไม่น้อย แต่ภาษีกลับรั่วไหลจากการทุจริต ทำให้คะแนนความโปร่งใสของประเทศตกต่ำในรอบสิบกว่าปี ประชาชนต้องเสี่ยงอันตรายจากตึกถล่ม ถนนยุบ เครนถล่ม ปัญหาคอร์รัปชันไม่ใช่เรื่องใหม่ ต่อให้เรามีนักการเมืองดี แต่จำเป็นต้องมีระบบที่ไม่ไว้วางใจใครแม้แต่คนเดียว ต้องสร้างระบบที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ หากพรรคประชาชนเป็นรัฐบาล จะเปิดเผยข้อมูลภาครัฐให้โปร่งใสมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา ทั้งงบประมาณ การจัดซื้อจัดจ้าง และหากพบการทุจริต นายกเท้งจะจัดการอย่างถึงที่สุด
สำหรับปัญหาการถูกทอดทิ้ง พี่น้องกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกอาจรู้สึกว่ารถไฟฟ้าเข้าไม่ถึง น้ำท่วมซ้ำซาก ผังเมืองมีปัญหา พื้นที่มีขนาดใหญ่แต่งบประมาณไม่เพียงพอ โดยสาเหตุหลักคือ พ.ร.บ. กทม. 2528 ที่ทำให้ผู้ว่าฯ ขาดเครื่องมือในการดูแลพื้นที่อย่างทั่วถึง เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ บนเวทีดีเบต ทุกพรรคก็พูดปัญหาตรงกัน แต่ที่ผ่านมา กระทรวงมหาดไทยทุกรัฐบาลไม่เห็นจะมีใครแก้ไข พรรคประชาชนยืนยันว่าเราจะเข้าไปปรับโครงสร้างของ กทม. ให้มีความใกล้ชิดกับประชาชนมากขึ้นผ่านการผลักดัน พ.ร.บ. กทม. ฉบับใหม่ ประชาชนจะไม่เพียงมีสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ แต่สามารถเลือกผู้บริหารเขตหรือกลุ่มเขตของตัวเอง แบ่งบทบาทให้นายกเขตดูแลปัญหาเชิงพื้นที่เช่น ถนน ไฟส่องสว่าง ศูนย์เด็กเล็ก ส่วนผู้ว่าฯ ดูประเด็นภาพใหญ่
สุดท้ายคือปัญหามลพิษที่กระทบต่อประชาชนทั่วประเทศ พรรคประชาชนมีชุดกฎหมายเตรียมพร้อมแล้ว เพื่อกระจายอำนาจให้ผู้ว่าฯ กทม. และผู้บริหารท้องถิ่นมีอำนาจตรวจจับรถควันดำ รวมถึงกฎหมาย PRTR ที่ให้โรงงานเปิดเผยข้อมูลมลพิษอย่างโปร่งใสตรวจสอบได้ และ ครม.รัฐบาลประชาชน จะมีมติเดินหน้าผลักดันร่างกฎหมายที่ค้างอยู่ในสภา เช่น พ.ร.บ. อากาศสะอาด ให้เร็วที่สุด
พริษฐ์ยังระบุว่า การผลักดันอะไรให้สำเร็จหรือไม่สำเร็จ ไม่ได้วัดจากเพียงคำพูด แต่วัดที่การกระทำ บางพรรคการเมืองหาเสียงว่าจะผลักดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาด แต่กลับไม่เข้าร่วมลงมติ ดังนั้น การจะแก้ไขปัญหาให้อากาศสะอาดได้ ประชาชนต้องไม่ลงโทษแค่ผู้ก่อมลพิษ แต่ต้องลงโทษ สส. ของพรรคการเมืองที่ไม่เข้าสภาไปโหวตกฎหมายด้วย
พริษฐ์กล่าวปิดท้ายว่า พรรคประชาชนให้คำมั่นสัญญาว่าหากพรรคประชาชนเป็นรัฐบาล เราจะจับมือกับประชาชนทุกคนเพื่อสร้างอนาคตประเทศไทยให้ดีกว่าเดิม ให้พี่น้องชาวกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกหลุดพ้นจากปัญหาการโกงกิน การถูกทอดทิ้ง และปัญหามลพิษ การเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ประชาชนมีเพียงสองทางเลือก คืออยู่กับอดีตด้วยการเลือกพรรคการเมืองเดิมที่เคยร่วมบริหารประเทศมาก่อนหน้านี้ หรือเลือกอนาคตที่ดีกว่าด้วยการเลือกพรรคประชาชนทั้งสองใบ และกาเห็นชอบการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อจัดตั้งรัฐบาลใหม่ มีรัฐธรรมนูญใหม่ และสร้างประเทศให้ดีกว่าเดิม
ด้าน ธนาธร กล่าวว่า วันนี้ครบ 8 ปีพอดี นับตั้งแต่การก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้เรียนรู้ผ่านเหตุการณ์ที่เจ็บปวดมาไม่น้อย แต่ขณะเดียวกันก็ได้รับกำลังใจอย่างมหาศาลเช่นกัน หากไม่มีกำลังใจจากทุกท่าน ก็คงไม่สามารถยืนหยัดทำการเมืองมาจนวันนี้ได้
เส้นทางที่ผ่านมาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ทั้งการยุบพรรค การเผชิญกับงูเห่าในพรรค และหลังจากนั้นยังถูกหักหลังทางการเมืองอีกสองครั้ง ทั้งกรณี MOU ที่ทำให้พิธาไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี และกรณี MOA ที่เคยให้คำมั่นว่าจะยุบสภาใน 4 เดือนและแก้รัฐธรรมนูญ แต่สุดท้ายก็ถูกเบี้ยว กรรมการบริหารพรรคถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 20 คน ซึ่งหลายคนกล้าอภิปรายในประเด็นสำคัญ เพื่อสะท้อนความล้มเหลวของระบบในปัจจุบัน
นอกจากนี้ ยังถูกปรามาสในรูปแบบต่างๆ แต่ไม่ว่าจะพยายามทำลายอย่างไร พวกตนก็ยังยืนอยู่ตรงนี้อย่างมั่นคง และไม่ว่าจะถูกทุบตีมากแค่ไหน ก็ยิ่งเติบโตขึ้นทุกวัน สิ่งที่ทำให้พวกเรายืนอยู่ได้คือความฝันร่วมกันที่จะสร้างสังคมที่ดีกว่านี้ให้กับลูกหลาน และความศรัทธาจากทุกท่านที่ทำให้เรายังเดินหน้าต่อไปด้วยกัน
ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา พวกเรายืนหยัดมั่นคงในคุณค่าของประเทศที่เราต้องการสร้าง สส.ของอนาคตใหม่ ก้าวไกล ประชาชน ได้ร่วมกันทำหน้าที่ตรวจสอบและเปิดโปงปัญหาสำคัญในสังคม ไม่ว่าจะเป็นขบวนการไอโอ ระบบเส้นสายและตั๋วช้างในกองทัพและตำรวจ การตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรีที่เคยต้องโทษจำคุกในออสเตรเลียที่อภิปรายโดย ธีรัจชัย พันธุมาศ อดีต สส.เขตหนองจอก หรือเครือข่ายสแกมเมอร์ในประเทศไทย การผูกขาดของทุนขนาดใหญ่ การควบรวมกิจการที่กระทบผู้บริโภค การปรับปรุงสถานีขนส่งหมอชิต ตลอดจนการเรียกร้องสิทธิด้านสาธารณสุข ปัญหาปลาหมอคางดำ ปัญหาค่าไฟแพง การต่อสู้กับโครงสร้างอำนาจและผลประโยชน์เหล่านี้ทำให้หลายคนต้องเผชิญกับการถูกฟ้องร้องรวมมูลค่ากว่าร้อยล้านบาท แต่พรรคประชาชนยังคงยืนหยัดทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อแสดงให้เห็นว่าเราเอาจริง และเป็นเหตุผลว่าทำไมพวกเขาถึงพยายามทำลายเราทั้งทางการเมืองและความน่าเชื่อถือ เพื่อสกัดกั้นไม่ให้เราเป็นรัฐบาล
.
คำว่า “เอาจริง” ในที่นี้ หมายถึงการยับยั้งสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น เช่น ปัญหายาเสพติดและคอร์รัปชัน ซึ่งไม่ควรเป็นเรื่องปกติ แต่กลับถูกทำให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตและสังคม หากตั้งคำถามว่าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร คำตอบคือระบบระเบียบของสังคมปัจจุบันไม่ได้สนใจการแก้ปัญหาเหล่านี้ แต่สนใจเพียงว่าจะทำอย่างไรให้ระบบที่เอื้อประโยชน์ต่อคนบางกลุ่มสามารถดำรงอยู่ได้นานที่สุด บนความทุกข์ยากของประชาชน
ใครเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาระบบนี้ไว้ ไม่ว่าคุณจะเลวทรามเท่าไหน คุณก็ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย ยกตัวอย่างกรณีคดีตากใบ ที่ไม่มีใครต้องรับผิดชอบและคดีหมดอายุความไปแล้ว ทั้งที่เรารู้ว่าใครเป็นคนทำและอยู่พรรคการเมืองไหน หรือกรณีนาฬิกาเพื่อน ที่พยายามปกปิดความร่ำรวย รวมถึงกรณี “มันคือแป้ง” ที่ทำให้ พรรณิการ์ วานิช ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองจากภาพเมื่อกว่า 20 ปีก่อน ขณะที่บางคนเคยต้องโทษจำคุกในออสเตรเลีย แต่ยังสามารถเป็นนักการเมือง และปัจจุบันยังเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีได้
ธนาธรกล่าวต่อว่า สิ่งที่ฝ่ายตรงข้ามกลัวคือการที่พรรคประชาชนจะเข้าไปจัดการกับระบบเหล่านี้ และทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตาม วันนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญ เพราะสมาชิกวุฒิสภาไม่มีอำนาจในการโหวตนายกรัฐมนตรีอีกต่อไป และปี 2569 จะเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปีที่เสียงของประชาชนจะเป็นผู้กำหนดอนาคตประเทศไทย โดยอนาคตมีอยู่สองทาง คืออนาคตสีน้ำเงินกับอนาคตสีส้ม หากเลือกพรรคอื่นๆ ไม่ว่าสีใด ท่านจะได้อนาคตสีน้ำเงิน พร้อมรัฐมนตรีหน้าเดิมๆ และการรักษาระบบเดิมไว้ แต่หากเลือกอนาคตสีส้มที่ประชาชนจะร่วมกันสร้าง สร้างประเทศไทยที่ก้าวหน้า เป็นธรรม และพร้อมรับความท้าทายใหม่ๆ ซึ่งโอกาสทั้งหมดอยู่ในมือของประชาชน ว่าอยากให้ประเทศนี้มีหน้าตาอย่างไร และลูกหลานจะเติบโตในสังคมแบบใด
ธนาธรกล่าวปิดท้ายด้วยการเชิญชวนประชาชนอย่ากลัวการเปลี่ยนแปลง แต่จงกลัวปัจจุบันที่ไร้อนาคต ขอให้ใช้เวลา 12 วันที่เหลือร่วมกันรณรงค์ เปลี่ยนความกลัวให้เป็นความกล้าหาญ เปลี่ยนความหดหู่ให้เป็นความหวัง ร่วมกันสร้างสังคมใหม่ สร้างประเทศไทยที่ดีกว่านี้ เพื่อส่งต่ออนาคตที่ดีกว่าให้คนรุ่นถัดไป และขอให้ทุกคนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งด้วยความหวัง เปลี่ยนประเทศไปด้วยกัน
สำหรับผู้สมัคร สส.กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ของพรรคประชาชน ประกอบด้วย
เขต 16 พิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ เบอร์ 10
เขต 17 วีรวุธ รักเที่ยง เบอร์ 10
เขต 18 ธีรัจชัย พันธุมาศ เบอร์ 10
เขต 19 กันตพงษ์ ประยูรศักดิ์ เบอร์ 6
เขต 20 ชุมพล หลักคำ เบอร์ 7
เขต 21 ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ เบอร์ 8
เขต 22 สุภกร ตันติไพบูลย์ธนะ เบอร์ 6
เขต 23 ชลธาร ทรัพย์ไพบูลย์เลิศ เบอร์ 15
#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #เลือกตั้ง2569 #รัฐบาลประชาชน



























