วันอังคารที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569

“พิธา–กุลธิดา” เยือนปารีส รับฟังเสียงแรงงาน–นักเรียนไทย เปรียบเทียบนโยบายวัฒนธรรมไทยกับฝรั่งเศส

 


พิธา–กุลธิดา” เยือนปารีส รับฟังเสียงแรงงาน–นักเรียนไทย เปรียบเทียบนโยบายวัฒนธรรมไทยกับฝรั่งเศส


วันที่ 19 มกราคม 2569 ตามเวลาท้องถิ่นของกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พร้อมด้วย กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ เดินทางเยือนกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เพื่อพบปะและพูดคุยกับพี่น้องประชาชนไทยในต่างแดน ณ ศูนย์วัฒนธรรมนานาชาติ (Centre International de Culture Populaire – CICP) ท่ามกลางบรรยากาศการตื่นตัวทางการเมืองของคนไทยในยุโรปที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด


จากการพบปะครั้งนี้ พิธาได้ทราบข้อมูลสถิติการลงทะเบียนเลือกตั้งของคนไทยในฝรั่งเศส ซึ่งปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนประมาณ 2,900 คน เพิ่มขึ้นราว 30% เมื่อเทียบกับการเลือกตั้งปี 2566 สะท้อนถึงความตื่นตัวและความตั้งใจของคนไทยในต่างแดนในการมีส่วนร่วมกำหนดอนาคตของประเทศอย่างต่อเนื่อง


ทั้งนี้ บัตรเลือกตั้งจะถูกส่งไปนับที่ประเทศไทย ขณะที่คะแนนประชามติจะนับที่สถานเอกอัครราชทูต โดยมีประชาชนจำนวนมากให้ความสนใจเข้าร่วมเป็นสักขีพยานในการนับคะแนนประชามติ


ในกิจกรรมนี้ พิธาและกุลธิดาได้เปิดเวทีรับฟังปัญหาจากแรงงานไทยในฝรั่งเศส ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจในหลายภาคส่วน อาทิ อุตสาหกรรมแฟชั่น ช่างเย็บผ้า พนักงานร้านอาหาร และหมอนวดแผนไทย โดยแรงงานได้สะท้อนถึงความท้าทายในการดำรงชีวิตและการเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการของรัฐไทยจากต่างแดน


ประเด็นดังกล่าวสอดคล้องกับข้อเสนอนโยบาย “ศูนย์ดูแลแรงงานไทยทั่วโลก” ที่มุ่งคุ้มครองสิทธิและสวัสดิการของคนไทยทุกคน ไม่ว่าจะพำนักหรือทำงานอยู่ที่ใด


นอกจากนี้ ยังมีการแลกเปลี่ยนเชิงลึกกับนักเรียนไทยและผู้มีประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการวัฒนธรรม (Cultural Management) ในฝรั่งเศส โดยมีการเปรียบเทียบข้อมูลเชิงนโยบายที่สำคัญ ได้แก่ แม้ขนาดเศรษฐกิจของฝรั่งเศสจะใหญ่กว่าไทยประมาณ 5–6 เท่า แต่ฝรั่งเศสกลับจัดสรรงบประมาณด้านวัฒนธรรมสูงกว่าไทยถึง 18 เท่า โดยแบ่งการลงทุนเป็น Heritage 45% การสร้างสรรค์ (Creation) 25% และการสนับสนุนสื่อ 30% สะท้อนแนวคิดการพัฒนาวัฒนธรรมที่สมดุลระหว่างการอนุรักษ์อดีตและการสร้างสรรค์อนาคต


อีกจุดแข็งสำคัญคือการกระจายอำนาจด้านวัฒนธรรม โดยงบประมาณส่วนใหญ่ไม่ได้รวมศูนย์อยู่ที่รัฐบาลกลาง แต่ถูกถ่ายโอนไปยังรัฐบาลท้องถิ่น ทำให้การกำหนดนโยบายและการจัดการด้านวัฒนธรรมมีความหลากหลายและตอบโจทย์บริบทของแต่ละพื้นที่ได้อย่างแท้จริง


ด้าน กุลธิดา ได้อธิบายโมเดลอุตสาหกรรมหนังสือของฝรั่งเศส ซึ่งประสบความสำเร็จในการสร้างระบบนิเวศการอ่านที่ยั่งยืน ผ่าน Loi Lang หรือ “กฎหมายราคาหนังสือเดียว” ที่กำหนดให้หนังสือใหม่จำหน่ายในราคาเดียวกันทั่วประเทศ เพื่อคุ้มครองร้านหนังสืออิสระจากการแข่งขันของกลุ่มทุนขนาดใหญ่ ควบคู่กับมาตรการลดภาษีให้สำนักพิมพ์ และการมีห้องสมุดชุมชนกระจายอยู่จำนวนมาก


พิธากล่าวย้ำว่า การเยือนยุโรปในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการพบปะผู้สนับสนุน หากแต่เป็นการรับฟังและเก็บข้อมูลเชิงประสบการณ์ เพื่อนำไปพัฒนานโยบายที่ปรับบทบาทของรัฐจากการ “ดูแลเป็นครั้งคราว” ไปสู่การ “เชื่อมต่ออย่างยั่งยืน” เพื่อดึงศักยภาพของคนไทยทั่วโลกกลับมามีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศร่วมกันในระยะยาว

 

#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #เลือกตั้ง2569 #รัฐบาลประชาชน