วันพฤหัสบดีที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569

‘ทนายชา’ ยื่นฟ้อง กกต. ต่อศาลปกครองกลาง ปมออกแบบคูหาซ้ำซ้อน เลือกตั้งแบะการทำประชามติ ขอศาลปกครองทุเลาการบังคับใช้เร่งด่วน หวั่นกระทบต่อสิทธิของประชาชน

 


ทนายชา’ ยื่นฟ้อง กกต. ต่อศาลปกครองกลาง ปมออกแบบคูหาซ้ำซ้อน เลือกตั้งแบะการทำประชามติ ขอศาลปกครองทุเลาการบังคับใช้เร่งด่วน หวั่นกระทบต่อสิทธิของประชาชน


วันนี้ (15 ม.ค. 69) ที่ศาลปกครองกลาง แจ้งวัฒนะ เวลา ประมาณ 10.00 น. นายธนู รุ่งโรจน์เรืองฉาย หรือ “ทนายชา” เข้ายื่นฟ้อง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ต่อศาลปกครองกลางเพื่อขอให้ศาลเพิกถอนระเบียบกกต. ในส่วนของแผนผังการจัดหน่วยเลือกตั้งพร้อมประชามติโดยมีคำร้องขอให้ศาลทุเลาการบังคับใช้ไว้ก่อนเป็นการฉุกเฉินเพื่อให้ทันต่อการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้


ต่อมา เวลาประมาณ 11.00 น.ภายหลังการเข้ายื่นฟ้อง (กกต.) ต่อศาลปกครองกลาง กรณี กกต. ทนายชากล่าวว่า การออกระเบียบกำหนดรูปแบบหน่วยเลือกตั้งและหน่วยออกเสียงประชามติในวันเดียวกัน เป็นการออกแบบขั้นตอนที่ซับซ้อนและขัดต่อกฎหมายประชามติซึ่งกำหนดให้รัฐต้องอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน


ซึ่งระเบียบดังกล่าวกำหนดให้ประชาชนต้อง “เข้าคิวสองรอบ” แสดงตัว 2 รอบ รับบัตรเลือกตั้ง เข้าคูหา หย่อนบัตรเลือกตั้ง และต้องไปเข้าคิวใหม่เพื่อรับบัตรออกเสียงประชามติอีกครั้ง ทั้งที่สามารถทำให้สะดวกกว่านี้ได้ คือ รับบัตรทีเดียวสามใบ เข้าคูหาครั้งเดียว แล้วหย่อนบัตรสามกล่องจบ แต่นี่กลับทำให้ซับซ้อน” ทนายชา กล่าว


ทนายชา กล่าวต่อไปว่า การกำหนดขั้นตอนเช่นนี้ขัดต่อเจตนารมณ์ของกฎหมายประชามติที่เขียนชัดว่าต้องใช้วิธีการที่อำนวยความสะดวกแก่ประชาชน โดยเฉพาะเมื่อการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติเป็น “หน้าที่ตามกฎหมาย” หากไม่ไปใช้สิทธิ์จะถูกตัดสิทธิทางการเมืองถึง 2 ปี


ด้วยกฎหมายกำหนดให้ประชาชนมีหน้าที่ รัฐก็ต้องมีหน้าที่อำนวยความสะดวก แต่วิธีที่ กกต.กำหนดมานี่ไม่ใช่การอำนวยความสะดวก แต่เป็นการสร้างภาระ


โดยในคำร้องต่อศาลนั้น ทนายชาระบุว่า ขอให้ศาลปกครองมีคำสั่ง 2 ประการ คือ


1. เพิกถอนรูปแบบการออกแบบหน่วยเลือกตั้งและหน่วยประชามติในลักษณะดังกล่าว


2. สั่งให้ กกต.จัดการใหม่ให้ถูกต้องตามกฎหมายและเอื้อต่อความสะดวกของประชาชน พร้อมทั้งขอให้ศาลมีคำสั่ง “ทุเลาการบังคับใช้” ระเบียบนี้เป็นการชั่วคราว เนื่องจากเหลือเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือนก่อนวันเลือกตั้งและประชามติ 8 กุมภาพันธ์


ทั้งนี้ “ถ้าดำเนินตามขั้นตอนปกติ คำพิพากษาอาจออกมาไม่ทันวันที่ 8 กุมภาพันธ์ จึงขอให้ศาลทุเลาการออกแบบตรงนี้ไปก่อน และพิจารณาเป็นเรื่องเร่งด่วน


ทนายชา ระบุว่าหากใช้รูปแบบดังกล่าวจริง ประชาชนจำนวนหนึ่งอาจเข้าใจว่าเมื่อหย่อนบัตรเลือกตั้งเสร็จแล้วก็สามารถกลับบ้านได้ และด้วยการประชาสัมพันธ์ของ กกต. ยังไม่เพียงพอ เข้าไม่ถึงประชาชนทั่ว ๆ ไป โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ได้ติดตามการเมืองอย่างใกล้ชิด กังวลว่า จะไม่ทราบว่ายังต้องออกเสียงประชามติต่อ และจะต้องมีคนเสียสิทธิเพราะเหตุแบบนี้กี่คน ซึ่งเป็นสิ่งที่เราคาดเดาไม่ได้ ทนายชากล่าว


พร้อมกันนี้ ทนายชา แจ้งด้วยว่า ในวันจันทร์ที่ 19 ม.ค. 69 เวลา 11.00 น. ตนจะเดินทางไปแจ้งความที่ สน.ห้วยขวาง เพื่อดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ประชามติ กับอดีตรองนายกรัฐมนตรีรายหนึ่ง กรณีออกมาพูดข้อความที่ตนเห็นว่าเป็นเท็จและมีเจตนาทำให้ประชาชนไม่กล้าออกมาใช้สิทธิ์


ปี 2559 ประชาชนธรรมดารณรงค์แค่นิดเดียวก็ถูกดำเนินคดีแล้ว ถึงเวลาที่นักการเมืองระดับอดีตรองนายกรัฐมนตรีต้องถูกดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ประชามติบ้าง ทนายชา กล่าว


หากศาลเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วน อาจมีคำสั่งภายในไม่กี่วัน ซึ่งจะทำให้ทราบก่อนวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ว่ารูปแบบการออกเสียงประชามติจะเป็นอย่างไร แต่หากศาลไม่เห็นว่าเร่งด่วน ก็ต้องลุ้นว่าคำสั่งจะออกมาทันวันเลือกตั้งและประชามติหรือไม่ และตนได้แจ้งศาลแล้วว่าวันนี้จะนั่งรอฟังคำสั่งอยู่ที่ศาลที่นี่ ทนายชากล่าวทิ้งท้าย

 

#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #ทนายชา #ธนูรุ่งโรจน์เรืองฉาย #กกต #ประชามติ69