‘ทนายชา’ ยื่นฟ้อง กกต. ต่อศาลปกครองกลาง ปมออกแบบคูหาซ้ำซ้อน
เลือกตั้งแบะการทำประชามติ ขอศาลปกครองทุเลาการบังคับใช้เร่งด่วน
หวั่นกระทบต่อสิทธิของประชาชน
วันนี้
(15 ม.ค. 69) ที่ศาลปกครองกลาง แจ้งวัฒนะ เวลา ประมาณ 10.00
น. นายธนู รุ่งโรจน์เรืองฉาย หรือ “ทนายชา” เข้ายื่นฟ้อง
คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ต่อศาลปกครองกลางเพื่อขอให้ศาลเพิกถอนระเบียบกกต.
ในส่วนของแผนผังการจัดหน่วยเลือกตั้งพร้อมประชามติโดยมีคำร้องขอให้ศาลทุเลาการบังคับใช้ไว้ก่อนเป็นการฉุกเฉินเพื่อให้ทันต่อการเลือกตั้งวันที่
8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้
ต่อมา
เวลาประมาณ 11.00
น.ภายหลังการเข้ายื่นฟ้อง (กกต.) ต่อศาลปกครองกลาง กรณี กกต.
ทนายชากล่าวว่า
การออกระเบียบกำหนดรูปแบบหน่วยเลือกตั้งและหน่วยออกเสียงประชามติในวันเดียวกัน
เป็นการออกแบบขั้นตอนที่ซับซ้อนและขัดต่อกฎหมายประชามติซึ่งกำหนดให้รัฐต้องอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน
ซึ่งระเบียบดังกล่าวกำหนดให้ประชาชนต้อง
“เข้าคิวสองรอบ” แสดงตัว 2
รอบ รับบัตรเลือกตั้ง เข้าคูหา หย่อนบัตรเลือกตั้ง
และต้องไปเข้าคิวใหม่เพื่อรับบัตรออกเสียงประชามติอีกครั้ง
ทั้งที่สามารถทำให้สะดวกกว่านี้ได้ คือ รับบัตรทีเดียวสามใบ เข้าคูหาครั้งเดียว
แล้วหย่อนบัตรสามกล่องจบ แต่นี่กลับทำให้ซับซ้อน” ทนายชา กล่าว
ทนายชา
กล่าวต่อไปว่า การกำหนดขั้นตอนเช่นนี้ขัดต่อเจตนารมณ์ของกฎหมายประชามติที่เขียนชัดว่าต้องใช้วิธีการที่อำนวยความสะดวกแก่ประชาชน
โดยเฉพาะเมื่อการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติเป็น “หน้าที่ตามกฎหมาย”
หากไม่ไปใช้สิทธิ์จะถูกตัดสิทธิทางการเมืองถึง 2 ปี
ด้วยกฎหมายกำหนดให้ประชาชนมีหน้าที่
รัฐก็ต้องมีหน้าที่อำนวยความสะดวก แต่วิธีที่
กกต.กำหนดมานี่ไม่ใช่การอำนวยความสะดวก แต่เป็นการสร้างภาระ
โดยในคำร้องต่อศาลนั้น
ทนายชาระบุว่า ขอให้ศาลปกครองมีคำสั่ง 2 ประการ คือ
1.
เพิกถอนรูปแบบการออกแบบหน่วยเลือกตั้งและหน่วยประชามติในลักษณะดังกล่าว
2.
สั่งให้
กกต.จัดการใหม่ให้ถูกต้องตามกฎหมายและเอื้อต่อความสะดวกของประชาชน
พร้อมทั้งขอให้ศาลมีคำสั่ง “ทุเลาการบังคับใช้” ระเบียบนี้เป็นการชั่วคราว
เนื่องจากเหลือเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือนก่อนวันเลือกตั้งและประชามติ 8 กุมภาพันธ์
ทั้งนี้
“ถ้าดำเนินตามขั้นตอนปกติ คำพิพากษาอาจออกมาไม่ทันวันที่ 8 กุมภาพันธ์
จึงขอให้ศาลทุเลาการออกแบบตรงนี้ไปก่อน และพิจารณาเป็นเรื่องเร่งด่วน
ทนายชา
ระบุว่าหากใช้รูปแบบดังกล่าวจริง
ประชาชนจำนวนหนึ่งอาจเข้าใจว่าเมื่อหย่อนบัตรเลือกตั้งเสร็จแล้วก็สามารถกลับบ้านได้
และด้วยการประชาสัมพันธ์ของ กกต. ยังไม่เพียงพอ เข้าไม่ถึงประชาชนทั่ว ๆ ไป
โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ได้ติดตามการเมืองอย่างใกล้ชิด กังวลว่า
จะไม่ทราบว่ายังต้องออกเสียงประชามติต่อ
และจะต้องมีคนเสียสิทธิเพราะเหตุแบบนี้กี่คน ซึ่งเป็นสิ่งที่เราคาดเดาไม่ได้
ทนายชากล่าว
พร้อมกันนี้
ทนายชา แจ้งด้วยว่า ในวันจันทร์ที่ 19 ม.ค. 69 เวลา
11.00 น. ตนจะเดินทางไปแจ้งความที่ สน.ห้วยขวาง
เพื่อดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ประชามติ กับอดีตรองนายกรัฐมนตรีรายหนึ่ง
กรณีออกมาพูดข้อความที่ตนเห็นว่าเป็นเท็จและมีเจตนาทำให้ประชาชนไม่กล้าออกมาใช้สิทธิ์
ปี
2559 ประชาชนธรรมดารณรงค์แค่นิดเดียวก็ถูกดำเนินคดีแล้ว
ถึงเวลาที่นักการเมืองระดับอดีตรองนายกรัฐมนตรีต้องถูกดำเนินคดีตาม
พ.ร.บ.ประชามติบ้าง ทนายชา กล่าว
หากศาลเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วน
อาจมีคำสั่งภายในไม่กี่วัน ซึ่งจะทำให้ทราบก่อนวันที่ 8 กุมภาพันธ์
ว่ารูปแบบการออกเสียงประชามติจะเป็นอย่างไร แต่หากศาลไม่เห็นว่าเร่งด่วน
ก็ต้องลุ้นว่าคำสั่งจะออกมาทันวันเลือกตั้งและประชามติหรือไม่
และตนได้แจ้งศาลแล้วว่าวันนี้จะนั่งรอฟังคำสั่งอยู่ที่ศาลที่นี่
ทนายชากล่าวทิ้งท้าย
#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #ทนายชา #ธนูรุ่งโรจน์เรืองฉาย #กกต #ประชามติ69
