วันพุธที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2569

ดร.วิโชติ วัณโณ (พรรคเพื่อไทย) : รณรงค์สนับสนุนการออกเสียงประชามติ #เห็นชอบ ให้ได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่

 


ดร.วิโชติ วัณโณ (พรรคเพื่อไทย) : รณรงค์สนับสนุนการออกเสียงประชามติ #เห็นชอบ ให้ได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่


จัดโดย มูลนิธิวีรชนประชาธิปไตย ร่วมกับ คณะประชาชนทวงความยุติธรรม 2553 (คปช.53) ณ อนุสารณ์สถาน 14 ตุลา แยกคอกวัว เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2569


ขอเริ่มอย่างนี้นะครับว่า เริ่มต้นผมก็จะพูดในนามของพรรคเพื่อไทย ตอนที่สองผมจะพูดในส่วนความรู้สึกของผมในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย


เบื้องต้นต้องขอกราบขอบพระคุณที่ได้เชิญพรรคเพื่อไทยมาร่วมในการรณรงค์ในครั้งนี้ อยากจะกราบเรียนว่านโยบายของพรรคเพื่อไทยนั้นยึดมั่นในเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญมาโดยตลอด แม้ในวันสุดท้ายที่มีการลงมติ ก็ยืนยันชัดเจนว่าต้องการที่จะแก้ ต้องการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่มันเป็นอยู่ บางคนบอกว่ารัฐธรรมนูญปี 2560 นั้นเหมือนทายาทอสูร เพราะที่มาก็ไม่ถูกต้อง การให้ลงประชามติก็หลอกลวง และในเนื้อหาก็มีแต่ปัญหาเยอะแยะซึ่งหลายท่านในที่นี้ก็ได้พูดถึง อย่างคุณหมอสันต์ก็บอกว่า ประชาธิปไตยนั้นประชาชนต้องมีอำนาจ อ.ธิดาบอกว่า ผู้ใดเขียนกฎหมายก็เป็นผลประโยชน์ของผู้นั้น


ในคราวนี้เพื่อไทยก็ได้มีการตั้งกรรมการรณรงค์คู่ขนาน แยกส่งกับการหาเสียงเลือกตั้ง ไม่เกี่ยวกัน แต่ว่าเราก็ได้ปฏิบัติตามกฎหมายประชามติ ซึ่งตอนหลังเลขาธิการ กกต. ท่านแสวง บอกว่าสามารถทำได้โดยเสรี ก็แน่นอน เพื่อไทยนั้นเห็นด้วยกับการที่จะให้มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ อันนี้เป็นจุดยืน และเราก็ได้เคลื่อนไหวกันมาโดยตลอด นั่นคือในส่วนความจริงใจที่ทางเพื่อไทยทำ


เพื่อไทยได้ออกเอกสารว่าเหตุใดจึงต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีข้อดี ข้อเสีย อะไรบ้าง แล้วเราก็มีธงทิว มีป้าย มีบัตรในการย้ำเบอร์ ไปที่ไหนเราก็แจกเพื่อเป็นการรณรงค์ให้พี่น้องของเรานั้นมาเลือกตั้ง พวกเราก็รู้ว่ามีความสำคัญมากอย่างที่อาจารย์สมชัยได้กรุณาพูดให้เห็นชัดเจนว่าในครั้งนี้ เหมือนกับที่อาจารย์ธิดาบอกว่ามันเป็นสงครามครั้งสุดท้าย เพราะว่าถ้าการลงครั้งนี้ไม่ผ่านก็หมายความว่าไม่รู้จะรอเมื่อไหร่ ถ้าเป็นต่างประเทศเขาถือเป็น Generation เป็นยุค ๆ ไป ยุคนี้ไม่เอา ทั้งหมดนี้ก็ไม่เอา ต้องอีก Generation นึง


ส่วนตัวผมเองนั้นตอนนี้ก็มายืนท่ามกลาง ด้านหนึ่งคือจิตวิญญาณของนักประชาธิปไตยซึ่งเป็นสถาบันแน่นอน เห็นหน้าอาจารย์ชาญวิทย์ ท่านก็เป็นผู้เคลื่อนไหว 14ตุลา มาโดยตลอด หนังสือของท่านเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่น่าอ่านมากที่สุด คุณหมอสันต์ก็เคลื่อนไหวมาตลอด คุณครูประทีป อาจารย์ธิดา คุณหมอเหวง คนรุ่นนี้ทำมาเต็มที่ ซึ่งผมก็เห็นกันอยู่ ทุกท่านด้านนี้เป็นจิตวิญญาณที่มีชีวิต


อีกด้านหนึ่ง ด้านหลังของผม เป็นจิตวิญญาณที่สิ้นไปแล้วเป็นวีรชน เรามายืนอยู่ตรงนี้เป็นดินแดนแห่งความศักดิ์สิทธิ์ 73 ชีวิตที่สูญเสียไปในคราวนั้น เขาพลีชีพเพื่อต้องการให้ประชาธิปไตยมันเกิดขึ้น เพื่อบ้านเมืองเป็นของทุกคน ผมอยากจะกราบเรียนต่อจากท่านอาจารย์ธิดาบอกว่า ชนชั้นใดเขียนกฎหมายก็เป็นผลประโยชน์ของชนชั้นนั้น มาคราวนี้จะเป็นโอกาสที่ประชาชนจะได้เขียนกฎหมายของตัวเอง ทุกคนมีศักดิ์ศรีเท่ากัน ไม่มีใครบนโลกนี้ในการเกิดมาแล้วจะมาบอกว่ามีสิทธิในการปกครองเราไม่ได้ เรามีความเท่าเทียมกันและเราจะต้องสร้างกฎหมายรัฐธรรมนูญที่มีประโยชน์ต่อเรา


ผมเปรียบเสมือนว่าความชั่วร้ายต่าง ๆ ที่มันแฝงไว้ในรัฐธรรมนูญ 2560 ที่หลายท่านได้กล่าวมานั้น ผมเปรียบเสมือนเป็นแปลงดินที่มันเป็นพิษต่อประชาชนทุกคนที่อยู่ เป็นพิษต่อพืชพันธุ์ทั้งหลาย มันเกิดได้แต่ต้นไม้พิษ คือพวกที่เขาอยากจะให้เติบโต ซึ่งมันเป็นพิษกับประชาชน เพราะฉะนั้นเราต้องมาร่วมกันทำใหม่ เขียนกฎหมายใหม่ สร้างแผ่นดินใหม่ สร้างแปลงที่มันสามารถให้พืชทุกชนิดซึ่งเปรียบชีวิตของเราได้เติบใหญ่ ไม่ว่าเราจะเป็นสาขาไหน เชื่ออย่างไร นับถือศาสนาอะไร เราจะได้เติบโตอย่างมีความสุขอย่างมีความถาวร นั่นก็คือว่าเราต้องเขียนกฎหมายด้วยตัวของเราเอง เป็นจุดเดียวที่สำคัญที่สุดนะครับ


นักรัฐศาสตร์ก็บอกมาเสมอว่า ทุกยุคทุกสมัยนั้นการเขียนกฎหมายเป็นความคิดของผู้ปกครอง คราวนี้คุณหมอสันต์บอกว่าเรา (ประชาชน) คือผู้มีอำนาจ ดังนั้นวันที่ 8 กุมภา “กาเห็นชอบ” เพื่อศักดิ์ศรีของประชาชน เพื่อศักดิ์ศรีของเรา เราต้องเขียนกฎหมายเอง


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #ประชามติ2569 #เห็นชอบ #8กุมภากาเห็นชอบ