“ปิยบุตร” ลุยปทุมธานี ปลุกเลือก “เชตวัน - ธนภัทร” ตั้งรัฐบาล “ประชาชน”
วันที่
26 มกราคม 2569 ปิยบุตร แสงกนกกุล
ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน พร้อมด้วย เชตวัน เตือประโคน ผู้สมัคร สส.ปทุมธานี เขต 5
พื้นที่คูคต ลำสามแก้ว หลักหก บ้านใหม่ พรรคประชาชน เบอร์ 3 และ ธนภัทร ตระกูลภูชัย ผู้สมัคร สส.ปทุมธานี เขต 6 พื้นที่ลาดสวาย
บึงยี่โถ และ อบต.บึงคำพร้อย พรรคประชาชน เบอร์ 8 ร่วมลงพื้นที่หาเสียงโดยปราศรัยที่ตลาดนานาเจริญ
ตลาดสายสัมพันธ์ และปิดท้ายที่ตลาดกลางลาดสวาย
โดยมีประชาชนให้การต้อนรับเป็นจำนวนมาก
ปิยบุตร
กล่าวว่า ประเทศเราวนเวียนอยู่กับปัญหาเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า มีนักการเมืองหน้าเดิม ๆ
หมุนเวียนสลับเปลี่ยนกันมาบริหาร ซึ่งทำให้ปัญหาหนักกว่าเดิมอีก
เราคิดว่าถึงเวลาแล้ว เราไม่สามารถปล่อยให้ประเทศไทยเป็นอย่างนี้ต่อไปได้อีก
ต้องเปลี่ยนรัฐบาล เอาคนมีเจตจำนงมุ่งมั่น
ให้โอกาสคนและพรรคการเมืองที่ไม่เคยบริหารได้ไปทำดู ทุกพรรคเคยเป็นรัฐบาลมาหมดแล้ว
คนหน้าเดิม ๆ แค่สลับสับเปลี่ยนกระทรวงไปเรื่อย ๆ
ป้ายหาเสียงที่ติดว่าจะปราบคอร์รัปชัน ปราบทุนเทา สร้างเศรษฐกิจให้ดีขึ้น
คำถามคือว่า แล้วตอนที่เขาเป็นรัฐบาล ที่ผ่านมาทำอะไรกันอยู่ ดังนั้น
ขอโอกาสพวกเรา ถ้าได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน
รัฐบาลประชาชนจะเริ่มเปลี่ยนแปลงให้ดู
“เรามั่นใจว่าเปลี่ยนได้ คุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ
แคนดิดเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาชนและแกนนำอีกหลายคน ได้เตรียม 200 นโยบาย ครอบคลุมทุกด้าน ผ่านการพูดคุยกับกลุ่มต่างๆ วิเคราะห์
และคำนวณมาอย่างดีว่าต้องใช้งบประมาณเท่าไหร่ ถึงขนาดที่ อ.วีระ ธีรภัทร
สื่อมวลชนอาวุโสด้านเศรษฐกิจ เอ่ยปากชม และนอกจากนโยบาย
พรรคประชาชนยังเตรียมบุคลากรไว้ด้วย
อย่างที่มีการเปิดตัวทีมบริหารซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญแต่ละด้าน
และพวกเขาเหล่านี้จะมาร่วมรัฐบาลประชาชน นี่คือมิติใหม่ในทางการเมืองของประเทศไทย
เพราะในอดีตที่ผ่านมา การตั้งรัฐบาลผสม จะเอาพรรคใหญ่ที่สุดคุยกับพรรคอื่น
แล้วนับตัวเลข ใครมีมากก็ได้เลือกกระทรวงก่อน เขาตั้งรัฐบาลแบบนี้
เอาวาระแต่ละพรรคและประโยชน์ของแต่ละพรรคเป็นตัวตั้ง
ไม่ได้เอาประโยชน์ประชาชนเป็นตัวตั้ง การตั้งรัฐบาลแบบแบ่งเค้กอย่างนี้
ไม่สามารถส่งมอบนโยบายที่จะแก้ไขปัญหาประชาชนได้” ปิยบุตร กล่าว
ปิยบุตร
กล่าวด้วยว่า การเลือกตั้งในอดีต
ที่ผ่านมาพรรคการเมืองไหนชนะเป็นอันดับหนึ่งก็จะได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล
แต่เพิ่งจะมีเลือกตั้ง 2
ครั้งหลัง คือปี 2562 และ ปี 2566 ที่พรรคซี่งชนะอันดับหนึ่งไม่ได้เป็นรัฐบาล มันผิดเพี้ยนอย่างยิ่ง ตอนปี 2539
พรรคที่ชนะอันดับหนี่งห่างจากอันดับสองเพียงแค่ 2ที่นั่ง เขายังให้พรรคอันดับหนึ่งได้ตั้งรัฐบาล
แต่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมียางอายกันแล้ว ชอบแอบไปชิงตั้งรัฐบาลกัน ดังนั้น
จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องสนับสนุนพรรคประชาชนทั้งแบบแบ่งเขต
และแบบบัญชีรายชื่อให้มากที่สุด เราต้องทิ้งห่างอันดับสองให้มากที่สุดเพื่อจะทำให้เขาเกิดยางอาย
และถ้าทิ้งห่างมากๆ ก็จะทำให้พวกเขา นั่งเฉย ๆ ไม่ต้องขยับ
เดี๋ยวพรรคประชาชนจะเป็นฝ่ายไปเลือกเอง ว่าจะเอาใครร่วมรัฐบาลด้วย
แต่ถ้าเราชนะไม่ขาด พวกเขาจะถูมือรอเตรียมแย่งแน่นอน
“นักการเมืองเหล่านี้ เติบโตมาจากเบ้าหลอมทางการเมืองแบบเดียวกันหมด
เป็นเผ่าพันธุ์เดียวกัน ไม่เหมือนพวกเราที่มีคนบอกว่าเป็นตัวประหลาดของการเมืองไทย
ถ้าเลือกตั้งครั้งนี้เราชนะเขาไม่แบบทิ้งขาด
พวกเขาก็จะรวมกันและถีบตัวประหลาดอย่างเราไปให้ไปเป็นฝ่ายค้านอีกเหมือนคราวที่แล้ว
ดังนั้น ครั้งนี้ต้องชนะให้ทิ้งห่าง เขาจะได้มียางอายกันบ้าง และต้องอาศัยเสียงของประชาชนอย่างมหาศาล
สร้างให้เป็นฉันทามติสังคมร่วมกันว่าอยากเห็นรัฐบาลประชาชน เลือกตั้งปี 2562
เราได้มา 6.3 ล้านเสียง เลือกตั้ง 2566
ได้มา 14.4 ล้านเสียง และเลือกตั้งคราวนี้
ต้องขอโอกาส 14.4 ล้านเสียงอีกครั้ง แต่เท่านี้ อาจยังไม่พอ
ต้องขอให้แต่ละคนไปชวนเพื่อนๆ มาเลือกเราอีกคนละ 1 เสียง
หากทำได้ คราวนี้เกิน 20 ล้านเสียง
กลายเป็นใบอนุญาตจากประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศ ตั้งรัฐบาลประชาชนได้แน่นอน”
ปิยบุตร กล่าว
ปิยบุตร
กล่าวว่า สำหรับชาวปทุมธานี ขอโอกาสสนับสนุนเชตวัน เตือประโคน เขาเคยเป็นนักข่าว
ตอนที่ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ ตนก็ไปชวนเชตวันออกมาทำงานด้วยกัน และคิดว่า 12 ปี
เราจะได้เป็นรัฐบาล แต่ตอนนี้ผ่านไป 8 ปี
โอกาสการได้เป็นรัฐบาลใกล้เข้ามาแล้ว สมัยที่แล้วเชตวันเป็นผู้แทนหน้าใหม่
แต่คนปทุมธานีก็ไม่ต้องอายใคร เพราะที่ผ่านมา สส.ปทุมธานี กี่ยุคกี่สมัย
ไม่ค่อยเห็นใครพูดในสภาเลย แต่พอเลือกเชตวันเข้าไป นี่คือคนที่อภิปรายเยอะมาก
มีประเด็นตรวจสอบการใช้งบของหน่วยงานต่างๆ มาก
หรือแม้แต่เรื่องการเปลี่ยนสนามกอล์ฟธูปะเตมีย์เอามาทำสวนสาธารณะให้กับพี่น้องประชาชน
เขาก็ต่อสู้เพื่อคนปทุมธานี ดังนั้น ฝากเลือกเชตวันกลับไปอีกหน
และไม่ใช่แค่ทำหน้าที่ผู้แทนเท่านั้น
แต่จะไปเลือกรัฐมนตรีและตั้งรัฐบาลประชาชนด้วย
อีกคนหนึ่ง
คือ เต๋อ ธนภัทร ตระกูลภูชัย นี่คือคนรุ่นใหม่ เรียนจบจากคณะรัฐศาสตร์
ม.ธรรมศาสตร์ ตัดสินใจเข้าสนามการเมืองเพื่อมาร่วมสร้างความเปลี่ยนแปลง
จากที่ได้ฟังการปราศรัยเมื่อสักครู่ นี่คือคนรุ่นใหม่ที่คิดว่าถ้าเขาได้เป็น สส.
สามารถทำงานได้ทันที อภิปรายในสภาได้สบาย
#UDDnews
#ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #เลือกตั้ง2569 #รัฐบาลประชาชน





