ยิ่งชีพ
อัชฌานนท์ (เป๋า ไอลอว์) :
รณรงค์สนับสนุนการออกเสียงประชามติ #เห็นชอบ
ให้ได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่
จัดโดย
มูลนิธิวีรชนประชาธิปไตย ร่วมกับ คณะประชาชนทวงความยุติธรรม 2553 (คปช.53) ณ
อนุสารณ์สถาน 14 ตุลา แยกคอกวัว เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2569
อีก
3 สัปดาห์ครับทุกท่าน ครั้งนี้สำคัญเกินไป ผมขออภัยที่ผมจะบอกว่า ผมฟังพี่ ๆ แล้ว
ขอบคุณสำหรับกำลังใจ แต่ว่าไม่ไหวครับ คือพี่ ๆ ไม่ต้องสนับสนุนผมครับ
ทุกคนต้องลุกขึ้นมาช่วยกันทำในการรณรงค์ประชามติครั้งนี้ เราคาดหวังว่าทุกคนทำโปสเตอร์เองได้
ทุกคนออกแบบทำเสื้อรณรงค์ของตัวเองไปยังพื้นที่ต่าง ๆ
พี่ซีฝากบอกว่าบ้านใครบ้านมัน ใครอยู่หมู่บ้านไหน
กลับไปรับผิดชอบหมู่บ้านตัวเองให้โหวตเห็นชอบ อย่างนี้พอแบ่งงานกันทำได้
เอาเป็นว่าครั้งนี้สำคัญมากและสำคัญเกินไป ผมขอให้ทุกคนคิดและช่วยกันว่าเราอยากจะออกแบบการรณรงค์ครั้งนี้อย่างไร
เหลือแค่ 3 สัปดาห์ ใครทำอะไรได้ทำเถอะครับ ผม “ยิ่งชีพ ไอลอว์” ไม่ใช่ผู้นำ เราไม่สามารถพาทุกคนไปสู่เป้าหมายได้ด้วยมือของเราเอง
แต่เราจะเป็นผู้อำนวยความสะดวกให้บางอย่างเกิดขึ้น
แต่ที่เหลือถ้ามันจะเกิดขึ้นได้ก็ต้องอยู่ที่มือของพวกท่านทุกคนด้วย
ทุกท่านครับ
ผมปวดหัวมากกับ 5 วันที่ผ่านมา เราอยากจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
เราเห็นระบบการปกครองที่ดีกว่านี้อยู่ข้างหน้า เราเห็นสิทธิเสรีภาพของประชาชน
คุณภาพชีวิตของทุกคนที่พัฒนาขึ้น โอกาสที่จะคิดถึงอะไรใหม่ ๆ โอกาสที่จะฝัน
โอกาสของคนที่มีส่วนร่วมในการเอาประเด็นปัญหาต่าง ๆ เข้าไปเขียนไว้ในกฎหมาย
แต่ตลอดเวลา 5 วันที่ผ่านมา คำถามเดียวที่ผมต้องตอบทุกสื่อ
คำถามเดียวที่ผมต้องตอบทุกคน คือเขาถามว่า จะเห็นชอบรัฐธรรมนูญใหม่นี่จะแก้ 112
เหรอ? เขาถามอยู่ว่า จะแก้อะไร? จะล้มล้างเหรอ? วนอยู่แค่นี้
ทั้งที่ผมไม่เคยพูดเลย (แก้ 112 เคยพูด แต่ไม่ได้พูดรอบนี้) ทั้งที่ 112
ไม่ได้อยู่ในรัฐธรรมนูญ อยู่ในประมวลกฎหมายอาญา มันไม่ได้เกี่ยวกันตั้งแต่แรก
แต่ผมต้องวนตอบคำถามว่านี่จะแก้ 112 เหรอ??? ผมต้องวนตอบคำถามอยู่ว่า
นี่จะล้มล้างระบอบการปกครอง นี่จะล้มล้างหมวด 1 หมวด 2 วนอยู่ตรงนี้ ไปไหนไม่ได้เลย!!!!
ก็เป็นเรื่องน่าเบื่อ
เพราะว่าคนที่ไม่อยากแก้จริง ๆ แล้วเขาต้องการปกป้องอย่างอื่น
เขาต้องการปกป้องอำนาจเขาที่ตอนนี้ใช้กลไกของสว.สีน้ำเงินคุ้มกันอยู่
เขาต้องการให้สว.ไม่ต้องมาจากการเลือกตั้ง และต้องการให้สว.เหล่านี้เลือกองค์กรที่มาควบคุมการเลือกตั้งอย่างกกต.
เลือกองค์กรที่มายุบพรรคการเมืองอย่างศาลรัฐธรรมนูญ เลือกองค์กรที่ไม่ตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชั่นของตัวเองอย่างป.ป.ช.
นี่คือสิ่งที่เขาต้องการจะปกป้องไว้ แต่เขาถามคนที่อยากจะแก้ไขว่ามึงจะล้มล้างหรือไง?
เราก็ต้องตอบวนเวียน ๆ ไปอยู่ทุกวันอย่างน่าปวดหัว
แต่ไม่เป็นไรครับ
ผมชวนทุกท่านฝันอย่างนี้ เมื่อกี้คุณหมอเหวง อ.ธิดา หลายท่านได้กล่าวไว้เยอะแล้ว
ผมชวนทุกท่านคิดอย่างนี้ ถ้าผมเข้าใจไม่ผิดพี่ที่อายุมากกว่าผมบอกผมด้วย
ถ้าผมเข้าใจไม่ผิด ตอนที่เรามีรัฐธรรมนูญ 2540 ซึ่งถือว่าประชาชนได้มีส่วนร่วมพอสมควร
ก่อนหน้านั้นราว ๆ ปี 37-38-39 เราเรียกร้องให้มีรัฐธรรมนูญใหม่
ให้มีการปฏิรูปการเมือง วันนั้นคนที่เรียกร้องให้มีรัฐธรรมนูญใหม่
ไม่ได้มีหน้าที่ต้องตอบทุกรายละเอียดว่ารัฐธรรมนูญใหม่จะใส่อะไรบ้าง เรารู้แค่ว่าเราต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วมเขียนกติกา
เรารู้แค่นี้มันควรจะพอแล้ว คนที่เรียกร้องเมื่อปี 38-39 ไม่ต้องตอบคำถามว่านี่มึงจะล้มล้างการปกครองหรือเปล่า?
คนที่เรียกร้องตอนปี 38-39 ไม่เคยต้องตอบคำถามว่านี่จะแก้ 112 เหรอ?
เพราะมันไม่ใช่คำถามตั้งแต่ต้น แต่โอเควันนี้ต้องตอบก็ต้องตอบ
แต่ว่าตอนที่เรากำลังเรียกร้องว่าเราจะมีรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน
เราอาจจะไม่ได้ตอบได้ทุกคำถามและเราอาจจะไม่ได้คิดได้ทุกเรื่องว่ารัฐธรรมนูญที่มันดีกว่านี้มันเป็นยังไง?
ปี 2539 เราไม่รู้หรอกว่ารัฐธรรมนูญใหม่จะให้มีศาลปกครอง
เราไม่รู้หรอกว่ารัฐธรรมนูญใหม่จะให้มีศาลรัฐธรรมนูญ
เราไม่รู้หรอกว่ารัฐธรรมนูญใหม่จะให้มีสิทธิของประชาชนในการเข้าชื่อเสนอร่างกฎหมายได้
เราไม่รู้หรอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะให้สิทธิของประชาชนในการเข้าชื่อถอดถอนคนที่ทุจริตคอร์รัปชั่นได้
เราไม่รู้หรอกว่าเราจะมีกกต.ที่แยกออกมาเป็นองค์กรแบบหนึ่ง เราไม่รู้หรอกว่าเราจะมีกรรมการสิทธิที่มีขึ้นเพื่อปกป้องสิทธิมนุษยชน
แต่เรารู้ว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่เราเปิดประตูสำเร็จ
เรารู้ว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ประชาชนเดินเข้าไปมีส่วนร่วมในการออกแบบกลไกใหม่ได้
เมื่อนั้นโอกาสใหม่ ๆ จะเป็นไปได้ เมื่อนั้นสิทธิเสรีภาพประชาชนจะพัฒนาได้
เมื่อนั้นระบบการเมืองจะเห็นหัวประชาชนมากขึ้น มันจะเป็นไปได้ ส่วนกลไก/วิธีไหนบ้าง
เป็นเรื่องที่จะไปว่ากันในวันข้างหน้า
วันนี้ถ้าใครถามว่า
นี่จะเห็นชอบ อยากจะแก้ 112 หรือไง? ผมก็ขี้เกียจตอบและก็จะเลิกตอบ แต่อยากจะชวนทุกคนช่วยกันตอบคำถามนี้ว่า
ไม่!!! ไม่ใช่สำคัญ
สำคัญคือเราอยากเปิดประตูเพื่อไปสู่โอกาสที่ประเทศไทยจะดีกว่านี้ได้ การกา “เห็นชอบ”
จะเปิดประตูให้คนธรรมดาอย่างพวกเรามีส่วนร่วมในการออกแบบอนาคตที่ตัวเองอยากเห็น
ถ้าเสียงเห็นชอบชนะได้จริงถล่มทลาย เราจะพาความฝัน โอกาสใหม่ ๆ
เข้าไปถกเถียงกันในพื้นที่ในการจัดทำรัฐธรรมนูญ และทุกความฝันทุกโอกาสจะเป็นไปได้
เราอาจจะไม่เห็นด้วยกันในบางเรื่อง LGBT อาจจะรู้สึกว่าอยากให้เขียนรับรองสิทธิความหลากหลายทางเพศ
มีคนบางคนเขาจะไม่เห็นด้วย ไม่เป็นไร เราไปเถียงกันในกระบวนการนั้น
คนที่เป็นชนเผ่ากะเหรี่ยง
ชาติพันธุ์ม้ง ปกาเกอะญอ ลาหู่ มูเซอ
เขาอยากจะให้เขียนรับรองการมีตัวตนของเขาอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
บางคนอาจจะไม่เห็นด้วยไม่เป็นไร แต่โอกาสที่เป็นไปได้มันจะมีมันจะไปเถียงกันตรงนั้น
เกษตรกรที่ไม่มีที่ดินทำกิน ที่โดนยึดที่ คนที่ถูกยึดที่อยู่อาศัย
อาจจะฝันว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะรับรองสิทธิในที่อยู่อาศัยของทุกคน ให้รัฐต้องจัดสรรและปฏิรูปที่ดินให้
บางคนไม่เห็นด้วยบอกอย่ามายุ่งที่ดินกู กูจะเป็นนายทุน
กูจะเอาที่ดินไว้ในมือกูคนเดียว ก็ไม่เป็นไร
แต่กระบวนการใหม่จะเปิดประตูให้ทุกโอกาสเป็นไปได้
ดังนั้น
ผมเชิญชวนว่าถ้าใครถามว่านี่พวกคุณจะล้มล้างเหรอ? เราพูดเรื่องอื่นเลยดีกว่า
และเราบอกว่าเราฝันเห็นประเทศไทยจะดีกว่านี้ได้ยังไง
มีความเป็นไปได้อะไรรออยู่บ้าง ผมชวนเราพูดอีกแบบหนึ่ง ผมจะพูดว่า “เห็นชอบ”
เชิญพี่ ๆ พูดว่า “รัฐธรรมนูญใหม่” แล้วผมจะพูดว่า “ประเทศไทย” เชิญพี่ ๆ พูดว่า “เป็นไปได้
แล้วท่านอีกความฝันอะไรอยากให้ประเทศนี้ดีขึ้น บางทานอยากยกเลิกสว.
บางท่านอยากเลือกตั้งสว. บางท่านอยากยกเลิกศาลรัฐธรรมนูญ บางท่านอยากยกเลิก/ปฏิรูปกกต.
บางท่านอยากจะมีสิทธิในที่ดินทำกิน บางท่านอยากจะมีสิทธิเรียนฟรี
บางทางอยากจะมีสิทธิในการไปโรงพยาบาลแล้วได้รับการรักษาที่ดี
บางท่านอยากจะได้รับรองค่าแรงที่เป็นธรรม ท่านเอาคำเหล่านี้ไปใส่แทนคำว่า “ประเทศไทย” แล้วบอกว่ามันเป็นไปได้ เช่น
เห็นชอบรัฐธรรมนูญใหม่
ยกเลิกสว. เป็นไปได้
เห็นชอบรัฐธรรมนูญใหม่
ยกเลิกศาลรัฐธรรมนูญ เป็นไปได้
เห็นชอบรัฐธรรมนูญใหม่
สิทธิของประชาชนดีกว่านี้ เป็นไปได้
เห็นชอบรัฐธรรมนูญใหม่
ค่าแรงเป็นธรรม เป็นไปได้
เห็นชอบรัฐธรรมนูญใหม่
การศึกษาฟรี 12 ปี จบมหาวิทยาลัย เป็นไปได้
ก็อยากให้ช่วยกันอธิบายเขาไปทางนี้ว่าเราฝันถึงอะไร
มากกว่าจะไปตอบคำถามที่มันไม่ควรจะถูกถามตั้งแต่ต้น ขอบคุณครับ
#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #ประชามติ2569 #เห็นชอบ #8กุมภากาเห็นชอบ
