“หนองบัวลำภู” เนืองแน่น ประชาชนแห่ฟังปราศรัยล้นพื้นที่ เลือก สส.เพื่อไทย
เข้าสภาฯ หนุน ‘ยศชนัน’ เป็นนายกฯ สานต่อนโยบายแก้ปัญหาปากท้อง
วันที่
15 มกราคม 2569
พรรคเพื่อไทยลงพื้นที่หาเสียงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่จังหวัดหนองบัวลำภู นำโดย
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี
พร้อมผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองบัวลำภู ได้แก่ นายพิษณุ
หัตถสงเคราะห์ ผู้สมัครเขต 1 เบอร์ 8
และนายรุ่งเพชร ศรีกาญจนา ผู้สมัครเขต 2 เบอร์ 3 โดยมีการปราศรัย 2 จุด คือ บ้านริมพะเนียง
อำเภอเมือง ในเขตเลือกตั้งที่ 1 และลานร้านพรทิพย์พืชผล
อำเภอศรีบุญเรือง เขตเลือกตั้งที่ 2
ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนในพื้นที่มาร่วมรับฟังอย่างเนืองแน่น
คณะพรรคเพื่อไทยที่ร่วมลงพื้นที่
ประกอบด้วย นายสยาม หัตถสงเคราะห์ ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ นายอนุสรณ์
เอี่ยมสะอาด กรรมการบริหารพรรคและผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ นายณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช
ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย
นายจุลพันธ์
อมรวิวัฒน์ กล่าวว่า ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย
มีคะแนนนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากผลสำรวจหลายสำนัก
โดยพรรคเพื่อไทยไม่ต้องการสร้างความขัดแย้งทางการเมือง
แต่ต้องการแก้ปัญหาความยากจนและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
นายจุลพันธ์
กล่าวเพิ่มเติมว่า ระบบรัฐสภาต้องอาศัยเสียง สส. ในการเลือกนายกรัฐมนตรี
พรรคเพื่อไทยจึงขอให้ประชาชนเลือกผู้สมัคร สส. ของพรรคเข้าสภาให้ได้มากที่สุด
เพื่อเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล พร้อมย้ำว่า สส.
ของพรรคทุกคนผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มข้น มีประสบการณ์ และทำงานใกล้ชิดประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้
นายจุลพันธ์ ยังกล่าวถึงความผูกพันกับพื้นที่หนองบัวลำภู โดยระบุว่า
ตระกูลหัตถสงเคราะห์ทำงานการเมืองในพื้นที่มาอย่างยาวนาน
และตนเองเคยได้รับการถ่ายทอดประสบการณ์ทางการเมืองจากอาจารย์กิตติศักดิ์
หัตถสงเคราะห์ รวมถึงเติบโตทางการเมืองร่วมกับนายพิษณุ และนายสยาม หัตถสงเคราะห์
นายจุลพันธ์
ระบุว่า นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ ทำหน้าที่เป็นกรรมาธิการงบประมาณอย่างต่อเนื่อง
และดำรงตำแหน่งเลขานุการกรรมาธิการ
มีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบและจัดสรรงบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน
เป็นตัวแทนที่มีความเข้มแข็งของพื้นที่
ในด้านนโยบาย
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยมีจุดมุ่งหมายชัดเจนในการนำนโยบายถึงมือประชาชน
ตั้งแต่ยุคพรรคไทยรักไทยจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นโครงการ 30
บาทรักษาทุกโรค กองทุนหมู่บ้าน และกองทุน SML และในวันนี้พรรคเพื่อไทยมีนโยบายแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องอย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนโยบายล้างหนี้ประชาชน
ผ่านธนาคารของรัฐ ปล่อยสินเชื่อไม่เกินรายละ 50,000 บาท ดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ
3 ต่อปี เพื่อนำไปปิดหนี้นอกระบบ รวมถึงนโยบายพักหนี้เกษตรกร
3 ปี เพิ่มวงเงินไม่เกินรายละ 500,000
บาท
นอกจากนี้
ยังมีนโยบายประกันกำไรราคาสินค้าเกษตรร้อยละ 30
เพื่อสร้างหลักประกันรายได้ให้เกษตรกร
สามารถปลดหนี้และดำรงชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรี
ควบคู่กับนโยบายคูปองเมล็ดพันธุ์และปุ๋ย เพื่อลดต้นทุนการผลิต
ด้านนายณัฐวุฒิ
ใสยเกื้อ กล่าวปราศรัยว่า ตลอดกว่า 20 ปีที่ผ่านมา
ครอบครัวหัตถสงเคราะห์ยืนหยัดเคียงข้างพรรคเพื่อไทยมาโดยตลอด
ไม่ว่าพรรคจะอยู่ในช่วงรุ่งเรืองหรือเผชิญวิกฤตจากการรัฐประหารและการยุบพรรค
พร้อมย้ำว่านโยบายของพรรคเพื่อไทยคือหัวใจที่สร้างความผูกพันกับประชาชนมาตั้งแต่ยุคพรรคไทยรักไทยจนถึงปัจจุบัน
“ชวนประชาชนในเขตเลือกตั้งที่ 2 เลือกนายรุ่งเพชร
ศรีกาญจนา เบอร์ 3 เข้าไปทำหน้าที่ สส. ในสภาผู้แทนราษฎร
พร้อมระบุว่า
พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคการเมืองที่ถูกกระทำทางการเมืองมากที่สุดในประวัติศาสตร์ประชาธิปไตยไทย
แต่ยังคงยืนหยัดเดินหน้าทำงานเพื่อประชาชนอย่างไม่หยุดยั้ง” นายณัฐวุฒิ กล่าว
#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคเพื่อไทย #หนองบัวลำภู #เลือกตั้ง69















