วันพุธที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2568

“เชตวัน” โพสต์ อย่างนี้ จะสบตากับญาติผู้เสียชีวิตจากอาชญากรรมรัฐที่ทหารเป็นผู้กระทำได้อย่างไร? ด้าน “ชัยธวัช” ชี้นี่คือก้าวสำคัญคืนความยุติธรรมให้ประชาชน ผิดหวัง เพราะแค่ กมธ.ของ ปชน. จับมือ พท. ก็ผ่านมาตรานี้ได้สบาย ๆ หลัง กมธ.เสียงข้างมากมีมติ ให้คดีอาญาที่ทหารทำกับประชาชน กลับไปที่ศาลทหาร ตามการเสนอของ กมธ.สัดส่วนเพื่อไทย

 


“เชตวัน” โพสต์ อย่างนี้ จะสบตากับญาติผู้เสียชีวิตจากอาชญากรรมรัฐที่ทหารเป็นผู้กระทำได้อย่างไร? ด้าน “ชัยธวัช” ชี้นี่คือก้าวสำคัญคืนความยุติธรรมให้ประชาชน ผิดหวัง เพราะแค่ กมธ.ของ ปชน. จับมือ พท. ก็ผ่านมาตรานี้ได้สบาย ๆ หลัง กมธ.เสียงข้างมากมีมติ ให้คดีอาญาที่ทหารทำกับประชาชน กลับไปที่ศาลทหาร ตามการเสนอของ กมธ.สัดส่วนเพื่อไทย 


วันที่ 2 ธ.ค. 68 ภายหลังที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมาธิการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร โดยระบุว่า กรรมาธิการมีมติเสียงข้างมาก ให้คดีทุจริต และคดีอาญาที่ทหารกระทำต่อพลเรือน กลับไปที่ศาลทหารตามเดิม ตามข้อเสนอของนายธงทอง นิพัทธรุจิ กรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย 


ต่อมานายเชตวัน เตือประโคน สส.ปทุมธานี พรรคประชาชน ในฐานะกรรมาธิการฯ โพสต์ข้อความผ่านหน้าเพจส่วนตัว ระบุว่า “ผมคงต้องขอ “สงวนความเห็น” และติดใจเตรียมอภิปรายเรื่องนี้ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรในการพิจารณา วาระ 2 ของ ร่าง พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร


เพราะจุดประสงค์ของการเสนอให้ “คดีที่ทหารกระทำผิดอาญาต่อพลเรือน” ไม่ต้องไปขึ้นศาลทหารนั้น ก็เพื่อที่บรรดาอาชญากรรมรัฐต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ 14 ตุลา 16, เหตุการณ์ 6 ตุลา 19, เหตุการณ์ พฤษภา 35, เหตุการณ์เมษา-พฤษภา 53 เหล่านี้ ทหารที่ก่อคดีอาญาต่อชีวิตของประชาชน ต้องไปขึ้นศาลยุติธรรมหรือศาลพลเรือน เพื่อป้องกันการช่วยเหลือกันจากระบบรุ่น จากความไม่เป็นอิสระ ความน่าเชื่อถือของหน่วยงาน บุคคล และกระบวนการวิธี เพราะนี่คือการใช้อำนาจในทางตุลาการ


และที่น่าผิดหวัง คือ ผู้ที่เสนอให้มีการตัดวงเล็บนี้ออก จาก “มาตรา 14 คดีที่ไม่อยู่อำนาจของศาลทหาร” คือกรรมาธิการในสัดส่วนพรรคเพื่อไทย ที่ต่อมาในการลงมติมีเสียงเห็นชอบให้ตัดออก 14 เสียง, ไม่ตัด 6 เสียง จากองค์ประชุม 20 เสียง


ผมเข้าใจดีครับว่า “กรรมาธิการ” แต่ละคนนั้นมีเอกสิทธิ์ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า “เอกสิทธิ์” ที่ได้รับนั้นก็มาจากที่พรรคการเมืองแต่งตั้งเข้ามาตามสัดส่วนที่ตกลงกันในวิปฯ ว่าแต่ละพรรคจะได้เท่าไหร่ ดังนั้น จะออกตัวว่าเป็นความเห็นส่วนตัว เป็นมติส่วนตน ไม่ใช่ในนามพรรคการเมือง ก็ไม่น่าจะฟังขึ้น


เดินมาถึงจุดนี้ ร่าง พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร ที่เราอยากเห็น การพัฒนาปรับปรุง เหมือนจะแย่ยิ่งกว่าเก่า ไม่เหลืออะไรเลย


สัปดาห์ที่แล้วไม่ให้ทุจริตที่ทหารกระทำผิดไปอยู่กับศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ซึ่งเป็นศาลพลเรือน มาวันนี้ตัดในส่วนคดีที่ทหารกระทำผิดอาญาต่อพลเรือนออกไป จาก “มาตรา 14 คดีที่ไม่อยู่ในอำนาจของศาลทหาร”


อย่างนี้ จะสบตากับญาติผู้เสียชีวิตจากอาชญากรรมรัฐ ที่ทหารเป็นผู้กระทำได้อย่างไร?


ผมหวังว่าในวาระ 2 ซึ่งพวกเรากรรมาธิการจากสัดส่วนพรรคประชาชน ได้ขอสงวนความเห็นและจะอภิปรายขอให้คงไว้ตามร่างเดิมนั้น บรรดา สส.พรรคเพื่อไทย จะได้พิจารณาในเรื่องนี้ใหม่กับพวกเราด้วยกันนะครับ”


ด้านนายชัยธวัช ตุลาธน อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล โพสต์แสดงความเห็นเรื่องนี้โดยระบุว่า


“ก่อนที่คดีสลายการชุมนุมปี 53 จะหมดอายุความในปี 2573 การแก้ธรรมนูญศาลทหารให้คดีอาญาที่ทหารกระทำต่อพลเรือน ต้องไปขึ้นศาลยุติธรรม จะเป็นก้าวสำคัญในการคืนความยุติธรรมให้กับพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ ผมไม่คิดมาก่อนว่า กมธ เสียงข้างมากจะมีมติแบบนี้ เพราะแค่ กมธ. ของพรรคประชาชน จับมือกับเพื่อไทย ก็ผ่านมาตรานี้ได้สบายๆ แต่เมื่อการณ์กลับกลายเป็นแบบนี้ ขั้นตอนต่อไปคือต้องไปแปรญัติสู้กันอีกครั้งในวาระที่ 2 เมื่อสภาเปิด หวังว่าถึงตอนนั้น สส. ของเพื่อไทย จะโหวตแตกต่างไปจาก กมธ. ของตัวเอง”


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #ธรรมนูญศาลทหาร #ศาลทหาร #คนเสื้อแดง #พรรคประชาชน