วันพฤหัสบดีที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2565

รังสิมันต์ โรม โพสต์ เรามีนายกรัฐมนตรีที่เป็นอดีตทหาร และคุมกระทรวงกลาโหมด้วย แต่ยังปล่อยให้ทหารชั้นผู้น้อยต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ได้

 


รังสิมันต์ โรม โพสต์ เรามีนายกรัฐมนตรีที่เป็นอดีตทหาร และคุมกระทรวงกลาโหมด้วย แต่ยังปล่อยให้ทหารชั้นผู้น้อยต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ได้


ด้าน นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้โพสต์ที่เพจเฟซบุ๊ก  Rangsiman Rome - รังสิมันต์ โรม ต่อกรณีเรือหลวงสุโขทัยที่อัปปางลงและผ่านมา 4 วันแล้ว โดยตั้งคำถามหลายคำถาม อาทิเช่น

 

- ทำไมจึงต้องนำพลทหาร/นายทหารจำนวนนับร้อยคน หลายคนในนั้นว่ายน้ำไม่เป็น ขึ้นเรือไปเสี่ยงในสภาพอากาศรุนแรง เพียงเพื่อจะไปร่วมงานพิธีกรมหลวงชุมพร?

 

- ทำไมเรือลำสำคัญของกองทัพเรือที่เพิ่งซ่อมใหญ่เมื่อ 2 ปีที่แล้วจึงมาล่มเพราะปัญหาคลื่นลมได้?

 

- ทำไมการช่วยเหลือเป็นไปอย่างล่าช้า?

 

- ทำไมไม่รับความช่วยเหลือจากต่างประเทศที่ติดต่อมา?

 

- ทำไมเสื้อชูชีพไม่เพียงพอทั้งที่มันคือสิ่งพื้นฐานที่สุดแล้วของการรักษาความปลอดภัย?

 

เหล่านี้คือสิ่งที่ประชาชนสมควรได้ทราบจากกองทัพและรัฐบาล


นายรังสิมันต์ ยังโพสต์ต่อว่า “สิ่งที่พวกผู้บริหารทำจริงกลับเป็นการราดน้ำมันใส่กองไฟ เช่นการที่ ผบ.ทร. ออกมากล่าวว่าการมีเสื้อชูชีพไม่ได้หมายความว่าจะรอดชีวิตได้ พูดราวกับว่าไม่ได้สำนึกในความผิดพลาดขององค์กรตัวเองหรือใยดีในความเป็นความตายของทหารชั้นผู้น้อยแม้แต่น้อย”


และที่สำคัญที่สุดคือเราต้องไม่ลืมว่าความล้มเหลวอันไม่น่าให้อภัยนี้เกิดขึ้นภายใต้การปกครองประเทศของนายกรัฐมนตรีที่เคยประกอบอาชีพทหารมาตลอดทั้งชีวิตราชการ และที่ผ่านมาหลายปียังควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นผู้รับผิดชอบสูงสุดของกองทัพทั้งปวงด้วย นั่นคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา


ท่านคือผู้ที่สมควรรู้เรื่องงบประมาณการใช้จ่ายของกองทัพเป็นอย่างดีที่สุดในบรรดานักการเมืองทั้งหมด เพราะเรื่องนี้เพื่อน ส.ส. ที่เป็นกรรมาธิการงบประมาณเล่าว่าแม้แต่พวกเขาเองยังถูกปิดไม่ให้ทราบรายละเอียดสำคัญบางอย่าง และในภาวะที่บ้านเมืองยังไม่ได้มีภัยคุกคามจากภายนอก สิ่งที่สังคมคาดหวังจากกระทรวงกลาโหมและกองทัพเป็นอย่างน้อยที่สุดก็คือจะต้องไม่เอากำลังพลไปพบจุดจบในสถานการณ์ที่ไม่สมควรที่สุดเช่นนี้ แต่พวกท่านก็ทำให้มันเกิดขึ้นแล้ว


ถ้าผู้นำประเทศ ผู้นำกองทัพยังเป็นแบบนี้ ซื้อเรือดำน้ำให้ก็เอาไปทำพังอยู่ดี ให้มีรถถังแค่คันเดียว มีเรือ มีเครื่องบินแค่ลำเดียว ก็อาจเอาไปสร้างเรื่อง เอาชีวิตทหารผู้น้อยไปทิ้งได้อยู่ดี ไม่ต้องคิดไกลถึงขนาดจะไปรบกับใครได้เลยครับ


สุดท้ายนี้ผมขอแสดงความเสียใจแด่ครอบครัวของพี่น้องทหารที่เสียชีวิตในโศกนาฏกรรมครั้งนี้ และขอให้พี่น้องทหารที่ยังสูญหายอยู่กลางทะเลทุกท่านปลอดภัยและได้รับความช่วยเหลือโดยเร็ว หวังว่าทางกองทัพจะรายงานสถานการณ์ความคืบหน้าอย่างทันท่วงที ไม่มีปกปิดอีกครับ


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #เรือหลวงสุโขทัย

“ณัฐวุฒิ” ฟันธง! คะแนนนิยมทางการเมืองของ “ประยุทธ์” ไม่มีทางเพิ่มขึ้น

 


"ณัฐวุฒิ" ฟันธง! คะแนนนิยมทางการเมืองของ "ประยุทธ์ ไม่มีทางเพิ่มขึ้น

วันที่ 22 ธันวาคม 2565 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย ได้กล่าวในรายการ หัวใจไม่หยุดเต้น EP.61 ซึ่งเผยแพร่ทางยูทูปช่อง ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ Official ตอน ไม่มีทางเห็นคะแนนประยุทธ์เพิ่มขึ้น โดยนายณัฐวุฒิ กล่าวว่า

พล.อ.ประยุทธ์ปรารภในที่ประชุมครม.ว่ารัฐบาลจะอยู่ต่ออีก 3 เดือน! ไม่มีอะไรใหม่ล่ะครับ เพราะอายุรัฐบาลก็อยู่ได้เท่านั้น แต่ผมเชื่อว่าในช่วงเวลาท้าย ๆ จะมีการยุบสภาอยู่ดี เพื่อให้ส.ส.ลูกหาบที่จะย้ายพรรคตามกันไปมีเวลาย้ายได้ตามกฎหมาย


การเมืองชั่วโมงนี้ของพล.อ.ประยุทธ์เรื่องใหญ่สุดก็คือ คิดถึงความปลอดภัยในการรักษาอำนาจ ความปลอดภัยในทางการเมือง รอบคอบมาก คิดหน้าคิดหลัง จนคนเริ่มเห็นอาการลังเล รอบคอบขนาดนี้ไม่ยักเหมือนกรณีเรือหลวงสุโขทัย อะไรก็ไม่ครบไม่มีสักอย่าง ความปลอดภัยทางการเมืองของผู้มีอำนาจมันเทียบไม่ได้กับความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ทหารที่เขาปฏิบัติหน้าที่ หรือยังไงครับ?


มาถึงตรงนี้ คนที่ยังเชียร์พล.อ.ประยุทธ์อยู่ก็ถือเป็นสิทธิ์นะครับ แต่คิดตกหรือยังว่าตลอดเวลา 8 ปีที่ผ่านมา คนกลุ่มนี้ทำเพื่อผลประโยชน์ประเทศชาติประชาชนหรือผลประโยชน์ทางการเมืองทางอำนาจของตัวเอง


ที่เล่น ๆ กันอยู่เนี่ยยิ่งกว่านักการเมืองอีกนะครับ เป็นแคนดิเดตนายกฯ จากพรรคหนึ่ง แล้วก็ไปตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาใหม่ แล้วทำท่าจะขนย้ายถ่ายโอนส.ส.กันไป นี่ทำเพื่อผลประโยชน์ของใคร?


ตลอดเวลาอายุรัฐบาลนี้มีแต่ข่าวการใช้กล้วยซื้อตัวส.ส. ซื้องู ซื้อคะแนนเสียงโหวตในสภา ถ้ารัฐบาลซื่อสัตย์สุจริตตรงไปตรงมา กล้วยพวกนี้หามาจากไหน


ยังจะเชียร์ก็เชียร์กันไปเถอะครับ แต่ไม่อยากให้หลอกตัวเองเท่านั้นว่ากำลังหลงไหลได้ปลื้มฮีโร่หรือวีรบุรุษที่ไหนอยู่


ล่าสุดประกาศแต่งตั้งคุณพีรพันธุ์ หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ มาดำรงตำแหน่งเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นอำนาจโดยตรงของนายกฯ ล่ะครับ เชื่อว่าคนในพรรครวมไทยสร้างชาติก็คงมีความสุขแน่ ๆ แต่คนในพรรคพลังประชารัฐ ผมว่าไม่!


ไม่รู้วานาทีนี้หัวอกพล.อ.ประวิตรและพรรคพวกที่ยังอยู่ในพรรค จะเป็นยังไงนะครับ ก็พล.อ.ประยุทธ์แกเล่นเอาแต่ได้ ตั้งหัวหน้าพรรคการเมืองใหม่ของตัวเองมาเป็นนายกน้อย คอยบริหารงบกลางในโค้งสุดท้ายของรัฐบาล แต่ทีของพลังประชารัฐ ปลดรัฐมนตรีของเขาไปสองคนนะครับ คือผู้กองธรรมนัสกับคุณนฤมล ป่านนี้ปีกว่า ๆ ยังไม่ตั้งชดเชยให้


ไหนว่ารักกัน ตายแทนกันได้ ทำไมน้องเล็กทำกับพี่ใหญ่แบบนี้???


วันก่อนพล.อ.ประวิตรลงปักษ์ใต้ผัดซีอิ๊วแจกจ่ายประชาชน พล.อ.ประยุทธ์ลงพื้นที่ตามหลังผัดกะเพราลบรอยตะหลิวพี่ใหญ่ทันที เห็นว่ากระเพรากระทะนี้ใส่หัวใจนายกรัฐมนตรีไปด้วย มิน่า! มีผู้สังเกตการณ์บอกมาว่ากะเพราจานนั้นดำมาก


บอลโลกเพิ่งจบไปนะครับ เมสซี่เล่นมานาน คนทั้งโลกเอาใจช่วย อยากให้ได้แชมป์โลกกับเขาสักที บ้านเรานายกรัฐมนตรีเป็นมาแล้ว 8 ปี คนส่วนใหญ่ก็เอาใจช่วยนะครับ อยากให้เลิกไปซะที ไม่ต้องเอาแชมป์อะไรไปหรอก!!!


อีกมุมหนึ่งที่มีความเคลื่อนไหวต่อเนื่องก็คือ พรรคการเมืองที่ตั้งขึ้นมาใหม่ประกาศตัวเป็นพรรคขั้วกลาง ไม่ยุ่งเกี่ยวกับความขัดแย้ง เป็นทางออกของสังคม ผมก็รับฟังนะครับ เพียงแต่ในทัศนะส่วนตัวเห็นว่าสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในสังคมไทยมันไม่ใช่เรื่องว่าขั้วไหน ไม่ใช่คำถามว่าเพื่อไทย หรือพลังประชารัฐ หรือพรรคใด แต่เป็นความขัดแย้งในทางโครงสร้าง ซึ่งคำตอบสุดท้ายคืออำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศเป็นของใคร ระหว่างประชาชน หรือคนบางคนบางกลุ่มเท่านั้น


ดังนั้นพรรคการเมืองที่จะเสนอตัวเข้ามาทำหน้าที่ จะบอกว่าไม่ยุ่งเกี่ยวกับความขัดแย้ง จะมุ่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องอย่างเดียว เอาเข้าจริง ๆ มันเป็นไปไม่ได้หรอกครับ เพราะในที่สุดความขัดแย้งก็จะมีผลต่อการทำหน้าที่ทางการเมืองของทุกคนทุกพรรคอยู่ดี


ผมว่าพูดในทางเป็นจริงที่ชัดเจนกว่า ใครก็ตามที่เดินเข้าการเมืองวันนี้ พรรคการเมืองใดก็แล้วแต่ คือการเอาตัวเข้ามาในความขัดแย้ง แต่ต้องประกาศยืนอยู่กับหลักการที่ถูกต้องและแก้ปัญหาบ้านเมืองให้ไปถูกทิศถูกทางสู่อนาคตที่ดีกว่าภายใต้หลักการที่เป็นสากลให้ได้


ส่วนวิธีการ พรรคไหนจะเดินอย่างไร? ถูกทิศถูกทาง ช้าเร็ว สอดคล้องกับความเป็นจริงแค่ไหน? นำเสนอออกมาให้เจ้าของอำนาจเขาตัดสินใจครับ


ส่วนพรรคฝ่ายค้านหลังปีใหม่คงมีการยื่นอภิปรายรัฐบาลโดยไม่ลงมติ เวทีนี้จะเป็นรถไฟเที่ยวสุดท้ายที่พรรคร่วมฝ่ายค้านจะต้องฝากรอยแผลไว้ให้กับรัฐบาลให้มากที่สุด เป็นการบ้านข้อใหญ่เหมือนกันนะครับ ประชาชนเขาจะได้พิจารณาและตัดสินใจในสนามเลือกตั้ง ถ้าผลงานติดตราตรึงใจก็เชื่อว่าฝ่ายประชาธิปไตยคงจะได้รับการสนับสนุนล้นหลามมากขึ้นไปอีก แต่ถ้าผลงานสู้รัฐบาลเขาไม่ได้ หนักอกหนักใจกันทุกคนอ่ะครับ


การเมืองปีหน้าก็จะเดินไปสู่การเลือกตั้งครับ เราจะเห็นการแยกพรรคกันระหว่างพล.อ.ประวิตรและพล.อ.ประยุทธ์อย่างชัดเจน แต่จะไม่เห็นการแยกทางกันนะครับ เพราะร่วมกันอีกได้ตลอดเวลา เราจะเห็นความตัวใครตัวมันของพรรคร่วมรัฐบาลชัดขึ้น มีการทิ่มแทงกันเองก่อนหมดวาระหรือยุบสภาหนักขึ้นทุกที เราจะเห็นพรรคเล็กและพรรคเกิดใหม่ควบรวมกันเพื่อเอาตัวรอดในกติกาบัตร 2 ใบ หาร 100 และเราก็คงจะได้เห็นการกระทบกระทั่งกันของพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยเป็นระยะไปตลอดทาง นี่คือสิ่งที่จะได้เห็น


แต่สิ่งที่จะไม่ได้เห็นแน่ ๆ ผมฟันธงว่า จะไม่เห็นคะแนนนิยมทางการเมืองของพล.อ.ประยุทธ์ดีดตัวขึ้น ไม่เห็นน่ะครับ!!!


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #ณัฐวุฒิใสยเกื้อ

วันพุธที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2565

ศูนย์ทนายฯเผย ศาลสั่งจำคุก "ก้อง อุกฤษฏ์" นศ.รามฯ คดี 112 รวม 5 ปี 30 เดือน กรณีโพสต์ถึง "ร.10-ราชินี" ศาลชี้พฤติการณ์ร้ายแรง ทำให้สถาบันฯเสื่อมเสีย ก่อนถูกคุมตัวเข้าเรือนจำ ระหว่างรอศาลอุทธรณ์พิจารณาคำสั่งประกัน

 


ศูนย์ทนายฯเผย ศาลสั่งจำคุก "ก้อง อุกฤษฏ์" นศ.รามฯ คดี 112 รวม 5 ปี 30 เดือน กรณีโพสต์ถึง "ร.10-ราชินี" ศาลชี้พฤติการณ์ร้ายแรง ทำให้สถาบันฯเสื่อมเสีย ก่อนถูกคุมตัวเข้าเรือนจำ ระหว่างรอศาลอุทธรณ์พิจารณาคำสั่งประกัน 


ตามที่ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า วันนี้ (21 ธ.ค. 65) เวลา 09.30 น. ที่ศาลอาญา รัชดาฯ นัดฟังคำพิพากษาในคดีของ “ก้อง” อุกฤษฏ์ สันติประสิทธิ์กุล อายุ 24 ปี นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ ชั้นปีที่ 4 จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง และเป็นสมาชิกกลุ่มทะลุราม ซึ่งถูกฟ้องในข้อหา “หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) และ (5) กรณีโพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า “John New World” รวม 5 ข้อความ เกี่ยวกับในหลวงรัชกาลที่ 10 และพระราชินี 


ต่อมาศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานเพิ่มเติมผ่านทวิตเตอร์ "TLHR" ระบุว่า คดี ม.112 ของ "ก้อง" อุกฤษฏ์ นักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง ศาลอาญาพิพากษาว่ามีความผิดทั้งหมด 5 กรรม ลงโทษจำคุกกระทงละ 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดเหลือจำคุกกระทงละ 1 ปี 6 เดือน รวมโทษจำคุก 5 ปี 30 เดือน เห็นว่าการกระทำร้ายแรง ทำให้สถาบันฯ เสื่อมเสีย จึงไม่รอลงอาญา


จากนั้นศูนย์ทนายฯ รายงานต่อว่า เวลา 16.24 น. ศาลอาญามีคำสั่งให้ส่งคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณา โดยศาลอุทธรณ์จะมีคำสั่งออกมาในอีก 2-3 วันข้างหน้า ในระหว่างนี้ อุกฤษฏ์จะถูกนำตัวไปคุมขังไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ก่อน 


สำหรับคดีนี้ ศูนย์ทนายฯ เผยว่า อุกฤษฏ์ถูกจับกุมจากห้องพักตามหมายจับโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อวันที่ 8 มิ.ย. 2564 โดยไม่เคยได้รับหมายเรียกมาก่อน และถูกนำตัวไปดำเนินคดีที่ บก.ปอท. โดยพบว่าคดีมี พ.ต.อ.พิเชษฐ์ คำภีรานนท์ เป็นผู้กล่าวหา ในตอนแรกมีการแจ้งข้อกล่าวหาจากการโพสต์เฟซบุ๊ก 2 ข้อความ โดยไม่มีทนายความหรือผู้ไว้วางใจเข้าร่วมในการสอบสวน ต่อมาในชั้นสอบสวน ตำรวจยังแจ้งพฤติการณ์เพิ่มเติมจากข้อความในเฟซบุ๊กอีก 3 ข้อความ รวมเป็น 5 ข้อความ เป็นการโพสต์ในช่วงปี 2563 และ 64 โดยมีข้อความส่วนหนึ่งที่เกี่ยวกับอาการประชวรของรัชกาลที่ 10 และพระราชินี 


หลังจากนั้น พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องคดีเมื่อวันที่ 1 ก.ย. 2564 โดยในนัดสืบพยานนัดแรกเมื่อช่วงเดือนตุลาคม 2565 อุกฤษฏ์ได้ตัดสินใจกลับคำให้การเป็นรับสารภาพตามฟ้อง ศาลจึงได้นัดฟังคำพิพากษาต่อมาคือในวันนี้ 


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์

กมธ.การทหารเตรียมเรียก “ประยุทธ์ - ผบ.ทร.” ชี้แจงเหตุเรือหลวงสุโขทัยอับปาง ทั้งที่เพิ่งได้รับการบำรุงรักษา และอุปกรณ์ช่วยชีวิตไม่เพียงพอ

 


กมธ.การทหารเตรียมเรียก “ประยุทธ์ - ผบ.ทร.” ชี้แจงเหตุเรือหลวงสุโขทัยอับปาง ทั้งที่เพิ่งได้รับการบำรุงรักษา และอุปกรณ์ช่วยชีวิตไม่เพียงพอ


วันนี้ (21 ธ.ค. 2565) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร  กล่าวว่า จากกรณีที่เรือหลวงสุโขทัยอับปางตั้งแต่คืนวันที่ 18 ธันวาคม 2565 ที่ผ่านมา จนทำให้มีลูกเรือเสียชีวิตและสูญหายจำนวนมาก  โดยขอให้กำลังใจแก่ครอบครัวของลูกเรือและทีมค้นหาเพื่อให้ทุกคนนั้นปลอดภัย และขอตั้งคำถามถึงกรณีดังกล่าว ดังนี้


1. การบริหารจัดการภายในกองทัพภายใต้การนำของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีการใช้งบประมาณในการบำรุงรักษาเรือหลวงสุโขทัยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาอย่างไร  เพราะทราบมาว่า  กองทัพเรือได้รับงบประมาณเพื่อบำรุงรักษาเรือมาโดยตลอด แต่เหตุใดจึงเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น

 

2. การบริหารจัดการภายในเรือ โดยปกติแล้วเสื้อชูชีพและอุปกรณ์ช่วยชีวิต จะต้องจัดเตรียมให้เพียงพอก่อนออกเรือทุกครั้ง แต่ปรากฎข้อเท็จจริงว่าเสื้อชูชีพมีไม่เพียงพอ และยังไม่มีการเตรียมการที่ดีพอในเรื่องมาตรฐานความปลอดภัย

 

3. เพราะเหตุใดจึงไม่มีการตรวจสภาพภูมิอากาศก่อนออกเรือ ทั้งที่เรือลำนี้มีสมรรถนะสูง  ซึ่งมีการติดตั้งอาวุธยุทโธปกรณ์ในการรบ ดังนั้นระบบการตรวจสอบความพร้อมด้านสภาพอากาศก่อนออกเรือจึงต้องมีเครื่องมือที่ทันสมัยเหมือนกับยุทโธปกรณ์ในเรือ  หากพบว่าสภาพอากาศเลวร้ายอาจเป็นอันตราย เหตุใดจึงยังฝืนออกเรือ  และเมื่อเรือเอียง  เรือหลวงระดับนี้ต้องมีระบบขับน้ำออกจากเรือ  แต่เหตุใดเมื่อเรือเอียงแล้วค่อยๆจมลงไปโดยง่าย จนเกิดความเสียหายในชีวิตของลูกเรือขึ้น

 

4. การรับมือกับสภาวะวิกฤตของกองทัพเรือ เมื่อเรือเริ่มจม และพบว่ามีลูกเรือลอยคอกลางทะเล บางคนมีเสื้อชูชีพ บางคนไม่มี เหตุใดจึงไม่เตรียมเสื้อชูชีพและอุปกรณ์ช่วยชีวิตให้เพียงพอ แต่กลับรอเรือขนาดใหญ่มาช่วยเหลือ ซึ่งต้องใช้เวลานาน ทำให้การช่วยเหลือเป็นอย่างไม่ทันท่วงทีรวมทั้งการสื่อสารของกองทัพเรือที่ไม่สื่อสารอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้พ่อ แม่ หรือญาติพี่น้องของลูกเรือได้รับทราบข้อเท็จจริงอย่างทันท่วงที  


นายประเสริฐ กล่าวว่า ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการทหาร ได้นำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการแล้ว จึงเตรียมเรียกพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พลเรือเอกเชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เข้ามาชี้แจงต่อ กมธ.ภายในสัปดาห์หน้า


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #เรือหลวงสุโขทัย

ตัวแทนองค์กรวิชาชีพสื่อยื่นหนังสือ ผบ.ตร ทวงความคืบหน้ากรณี สื่อมวลชนได้รับบาดเจ็บจากการสลายชุมนุมราษฎรหยุดเอเปค 2022 ด้านโฆษก ตร. ตัวแทนรับหนังสือ เผย สตช. ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงไว้แล้ว พร้อมให้ความกระจ่างแก่ประชาชน


ตัวแทนองค์กรวิชาชีพสื่อยื่นหนังสือ ผบ.ตร ทวงความคืบหน้ากรณี สื่อมวลชนได้รับบาดเจ็บจากการสลายชุมนุมราษฎรหยุดเอเปค 2022 ด้านโฆษก ตร. ตัวแทนรับหนังสือ เผย สตช. ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงไว้แล้ว พร้อมให้ความกระจ่างแก่ประชาชน

 

วันนี้ (21 ธ.ค. 65) เวลา 10.00 น. กลุ่มตัวแทน 5 องค์กรวิชาชีพสื่อ ประกอบด้วยสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย, สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ, สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย, สหภาพแรงงานกลางสื่อมวลชนไทย และสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย นำโดย นายธีรนัย จารุวัสตร์ อุปนายกฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เข้ายื่นหนังสือถึง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอให้เร่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง กรณีสื่อมวลชนได้รับบาดเจ็บในเหตุการณ์สลายการชุมนุมของกลุ่มราษฎรหยุดเอเปค 2022 ที่ถนนดินสอ เมื่อวันที่ 18 พ.ย. 65 ที่ผ่านมา โดยมี พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นตัวแทนมารับหนังสือ

 

สำหรับในหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เรื่องขอให้สอบสวนข้อเท็จจริงกรณีสื่อมวลชนบาดเจ็บจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีรายละเอียดดังนี้ ด้วยเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2565 ที่ผ่านมา กลุ่มผู้ชุมนุมที่เรียกตัวเองว่า “ราษฎรหยุด APEC” ได้พยายามเดินขบวนไปยังสถานที่จัดการประชุม APEC ซึ่งต่อมาเกิดการปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมากทั้งผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมถึงสื่อมวลชนภาคสนามจำนวนหนึ่ง ตามที่ปรากฏในรายงานข่าวจำนวนมากแล้วนั้น

 

หลังจากเหตุดังกล่าว ฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมนักข่าวฯ ได้รวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพ คลิปวิดิโอ และคำบอกเล่าของสื่อมวลชนที่ได้รับบาดเจ็บ ได้ความว่า มีผู้สื่อข่าวและช่างภาพอย่างน้อย 4 คน ได้รับบาดเจ็บจากกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ประกอบด้วย:

 

ผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าว The Matter ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กระบองและโล่กระแทกจนล้มลงกับพื้น ขณะกำลังรายงานการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ชุมนุม ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกลุ่มเดิมเตะซ้ำๆเข้าที่ศีรษะ และมีการใช้วาจาที่ไม่เหมาะสมจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ

 

ช่างภาพจากสำนักข่าว Top News ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้โล่และกระบองฟาด ขณะกำลังเก็บภาพจังหวะกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าสลายการชุมนุม โดยที่ช่างภาพคนดังกล่าวกำลังยืนอยู่บนฟุตบาท ส่งผลให้ฟกช้ำเล็กน้อยและแว่นสายตาเสียหาย

 

ผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าวประชาไท ถูกเจ้าหน้าที่ใช้โล่ทิ่มเข้าใส่ ขณะรายงานสถานการณ์การปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่และผู้ชุมนุม โดยที่ผู้สื่อข่าวคนดังกล่าวยืนอยู่บนฟุตบาธเช่นกัน ส่งผลให้ผู้สื่อข่าวบาดเจ็บที่มือ

 

ช่างภาพจากสำนักข่าว Reuters ถูกเศษแก้วจากขวดแก้วกระเด็นเข้าที่ใบหน้าขณะกำลังบันทึกภาพแนวตำรวจใกล้กับอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จนได้รับบาดเจ็บบริเวณลูกตา ซึ่งวัตถุดังกล่าวลอยมาจากทิศทางของกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างชัดเจน

 

สื่อมวลชนที่บาดเจ็บในทั้ง 4 กรณี ได้ทำหน้าที่รายงานเหตุการณ์ตามข้อเท็จจริง แสดงสัญลักษณ์สื่อมวลชนชัดเจน และไม่ได้กีดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ นอกจากนี้ ผู้บาดเจ็บยังระบุว่าไม่ได้รับแจ้งให้ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและสื่อมวลชนคอยระวังหรือหลบหลีก เมื่อเจ้าหน้าที่จะดำเนินการผลักดัน หรือตอบโต้ผู้ชุมนุม

 

สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย

สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และสหภาพแรงงานกลางสื่อมวลชนไทยในฐานะองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน ซึ่งมีหน้าที่ปกป้องคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของผู้ประกอบวิชาชีพ ขอเรียกร้องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการดังต่อไปนี้

 

ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงว่า เหตุดังกล่าวเกิดจากการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจบางส่วนที่ไม่เป็นไปตามหลักยุทธวิธีการควบคุมฝูงชนของเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือไม่ และชี้แจงผลการสอบสวนให้สาธารณชนได้รับทราบโดยไม่ชักช้า

 

เยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนที่ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในเหตุการณ์ดังกล่าว

 

กำชับให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่การชุมนุม ปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดตามหลักยุทธวิธีการควบคุมฝูงชนที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้กระทบต่อการทำงานของสื่อมวลชน ไม่ว่าจะเป็นการจัดพื้นที่ปลอดภัยให้แก่สื่อมวลชน การประกาศเตือนอย่างชัดเจนก่อนใช้มาตรการควบคุมฝูงชน การละเว้นพฤติกรรมรุนแรงหรือคุกคามการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อมวลชน เป็นต้น

 

จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาดำเนินการ

ขอแสดงความนับถือ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย, สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ, สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย, สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย, สหภาพแรงงานกลางสื่อมวลชนไทย

 

ด้านนายธีรนัย เปิดเผยว่า วันนี้มายื่นหนังสือเพื่อทวงถามความคืบหน้า และขอให้มีการตรวจสอบ กรณีมีสื่อมวลชนได้รับบาดเจ็บ จากการสลายการชุมนุมที่ถนนดินสอ เมื่อวันที่ 18 พ.ย. 65 ที่ผ่านมา ตอนนี้ก็ผ่านมา 1 เดือนแล้ว ซึ่งเราอยากได้คำตอบว่าขณะนี้มีความคืบหน้า มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงไปถึงไหน และมีการสรุปบทเรียน หรือเยียวยาผู้ที่ได้รับบาดเจ็บแล้วหรือไม่ และอยากให้มีการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว ตามระบบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

 

นายธีรนัย กล่าวถึงกรณีที่มีสื่ออิสระได้รับบาดเจ็บจากการสลายการชุมนุม โดยระบุว่า สิทธิในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารให้ประชาชนรับทราบ ซึ่งเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ เพราะสื่อย่อมมีสิทธิ ประชาชนก็มีสิทธิ รวมทั้งสื่อกระแสหลัก สื่อพลเมือง และสื่ออิสระ ทุกคนมีสิทธิทั้งหมด แต่หากมีการทำร้าย หรือลิดรอนสิทธิ ก็จะต้องมีการตรวจสอบ หรือดำเนินการกับผู้ที่ลิดรอนสิทธิดังกล่าว ให้เป็นไปตามกระบวนการตรวจสอบ ซึ่งเป็นจุดยืนที่สมาคมนักข่าวย้ำมาโดยตลอด และได้ย้ำกับทางตำรวจเสมอมา

 

ขณะที่ทางด้านของ พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษกสํานักงานตํารวจแห่งชาติ (โฆษก ตร.) ได้มารับหนังสือ และกล่าวในเรื่องนี้ว่า เรื่องนี้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงไว้แล้วซึ่งจะนำข้อมูลมาประกอบและสรุปโดยเร็วเพื่อที่จะแจ้งกลับไปยังผู้ที่ยื่นหนังสือและให้ความกระจ่างแก่ประชาชนด้วย ถ้าหากมีความคืบหน้าจะแจ้งให้สื่อมวลชนและประชาชนทราบต่อไป

 

ทั้งนี้ที่ผ่านมาทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่ได้นิ่งเฉย เพราะได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวไว้แล้ว คาดว่าน่าจะใกล้สรุปผลการปฏิบัติได้แล้ว ส่วนการเยียวยาผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการทำงานของกองบัญชาการตำรวจนครบาลซึ่งก็ได้มีการสอบถาม สอบปากคำไว้เกือบครบทุกคนแล้ว แต่หากว่ามีใครที่จะมาให้ปากคำเพิ่มเติมทางเจ้าหน้าที่ก็ยินดี

 

นอกจากนี้ ทางผบ.ตร. ได้มีการแต่งตั้งคณะทำงาน เพื่อวางกรอบการทำงานระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับสื่อมวลชนในช่วงที่มีการชุมนุม ไม่ว่าจะเป็นการชุมนุมในลักษณะใด เพื่อที่ว่าถ้าหากมีการกระทบกระทั่งในภายภาคหน้า จะได้มีการซักซ้อมแนวทางการทำงานร่วมกัน และจะได้ไม่เกิดเหตุการณ์การบาดเจ็บอย่างที่ผ่านมาอีก

 

ทั้งนี้คาดว่าภายในต้นปีหน้าจะมีการพูดคุยกันอย่างจริงจังถึงภาพรวมในแนวทางการทำงาน และจะมีการเชิญสมาคมสื่อทุกสมาคมที่เกี่ยวข้องมาร่วมพูดคุยด้วย อย่างไรก็ตามพล.ต.ต.อาชยน ย้ำว่าเข้าใจการทำงานของผู้สื่อข่าวว่าจะต้องมีการเก็บภาพเหตุการณ์ เพื่อสะท้อนให้ประชาขนได้รับรู้ จึงต้องเข้าไปทำงานในพื้นที่เสี่ยง แต่ก็ต้องหาแนวทางที่มีความเหมาะสมและปลอดภัย ซึ่งคงต้องมาคุยกันในเร็ว ๆ นี้

 

#UDDnews #ยูดีดีนิวส์




วันอังคารที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2565

"วิษณุ" เผยนายกฯ ทูลเกล้าฯกฎหมายลูก 2 ฉบับแล้ว จะอยู่ในพระราชอำนาจ 90 วัน ขณะที่นักการเมืองยังต้องปฏิบัติตามกฎเหล็ก 180 วัน


"วิษณุ" เผยนายกฯ ทูลเกล้าฯกฎหมายลูก 2 ฉบับแล้ว จะอยู่ในพระราชอำนาจ 90 วัน ขณะที่นักการเมืองยังต้องปฏิบัติตามกฎเหล็ก 180 วัน


วันนี้ (20 ธ.ค. 2565) นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองว่า  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม  ได้นำร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับ ขึ้นทูลเกล้าฯแล้ว  ตั้งแต่วันที่ 16 ธ.ค. ที่ผ่านมา


หลังจากนี้ร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับ จะอยู่ในพระราชอำนาจ 90  วัน ตั้งแต่วันที่ทูลเกล้าฯไป ระหว่างนี้นักการเมืองยังต้องของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.


ทั้งนี้ ตามขั้นตอน เมื่อทูลเกล้าฯ ถวายไปแล้วจะอยู่ในพระบรมราชวินิจฉัย 90 วัน เมื่อมีการโปรดเกล้าฯ ลงมา และประกาศในราชกิจจานุเบกษา จะมีผลบังคับใช้ในวันถัดไป ถือว่ากติกาสำหรับการเลือกตั้งครบถ้วนแล้ว


แต่หากใครจะคัดค้านต้องดำเนินการหลังจากมีผลบังคับใช้แล้ว ส่วนกระบวนการนั้นต้องไปร้องศาล และให้ศาลส่งต่อมายังศาลรัฐธรรมนูญ  


ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์

ศาลนัดไต่สวนถอนประกัน "เก็ท-ใบปอ" อีกที 26 ธ.ค. 2565 เวลา 09.00 น. เจ้าตัวย้ำมีข้อมูลชัดเจน ตอบได้ทุกกรณี ยืนยันไม่ได้ทำผิดเงื่อนไขการประกันแต่อย่างใด

 


ศาลนัดไต่สวนถอนประกัน "เก็ท-ใบปอ" อีกที 26 ธ.ค. 2565 เวลา 09.00 น. เจ้าตัวย้ำมีข้อมูลชัดเจน ตอบได้ทุกกรณี ยืนยันไม่ได้ทำผิดเงื่อนไขการประกันแต่อย่างใด


วันนี้ (19 ธ.ค. 2565 ) เวลา 13.30 น. ตามที่ศาลอาญา รัชดา นัดไต่สวนการถอนประกันตัวในคดีมาตรา 112 ของ “เก็ท” โสภณ สุรฤทธิ์ธำรง กรณี ปราศรัยในการชุมนุม #ทัวร์มูล่าผัว เมื่อวันที่ 22 เม.ย. 2565 และ “ใบปอ ณัฐนิช” กรณี แชร์โพสต์ข้อความเกี่ยวกับ “งบสถาบันกษัตริย์” จากเพจ “ทะลุวัง” เมื่อวันที่ 17 เม.ย. 2565 


คืบหน้าล่าสุดเวลาประมาณ 18.00 น. ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า ในการ ไต่สวนประกัน เก็ท-ใบปอ กรณีเข้าร่วมประท้วง APEC ตั้งแต่ 13.30 น.ไต่สวนพยานได้เพียง 3 ปาก เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสารวัตรสืบสวน-สอบสวน


เนื่องจากมีรายละเอียดและเอกสารจำนวนมาก ศาลจึงสั่งให้เลื่อนการไต่สวนไปเป็นวันที่ 26 ธ.ค. 2565 เวลา 09.00 น. 


โดยภายหลังลงจากห้องไต่สวน "เก็ท" และ "ใบปอ" ได้เดินออกมาพบมวลชน ที่มารอให้กำลังใจตั้งแต่ 13.00 น. ด้านนอกศาลอาญารัชดา 


ด้าน ใบปอ กล่าวว่า วันนี้สืบพยานฝ่ายโจทก์ไป 3 ปากซึ่งยังเหลืออีก 1 ปาก ซึ่งทางฝั่งจำเลยได้เตรียมพยานไว้อีก 2 ปาก เป็นอย่างน้อย โดยได้นัดหมายไต่สวนอีกทีวันที่ 26 ธันวาคม 2565 เวลา 9.00 น. ซึ่งก็ยังไม่แน่ใจว่าในวันนั้นจะมีการอ่านคำสั่งเลยหรือไม่


ขณะที่เก็ท กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ฟังการไต่สวนในวันนี้พยานฝ่ายโจทก์ไม่มีความหนักแน่นเลยและไม่มีความชัดเจนในข้อมูล 


ใบปอ ได้กล่าวเสริมว่า โดยส่วนตัวมั่นใจว่าสิ่งที่ทำอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย ในการไต่สวนทางพยานฝ่ายโจทก์ก็พยายามยัดเยียดว่าสิ่งที่ตนทำนั้น ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขบ้าง ว่าสิ่งที่ทำนั้นก่อเหตุความวุ่นวายบ้าง ซึ่งทนายฝ่ายเราก็สามารถแย้งและโต้กลับได้ในทุกกรณี


แต่ทั้งนี้ก็ไม่มั่นใจว่าคำสั่งจะออกมาในแนวไหน เพราะตนเคยโดนไต่สวนถอนประกันจนต้องเข้าเรือนจำไปแล้วรอบหนึ่ง ซึ่งตอนไต่สวนก็มีแนวโน้มว่าดีมาโดยตลอด แต่ว่าวันฟังคำสั่งจริงคนสั่งกับคนไต่สวนเป็นคนละคนกัน จุดสำคัญมันจึงอยู่ตรงนี้ ผู้พิพากษาที่ไต่สวนเรากับผู้ที่มีอำนาจสั่งว่าจะถอนประกันหรือเปล่าเป็นคนละคนกัน จึงเป็นจุดที่นำมาซึ่งความไม่แน่ใจว่าโอเคแนวโน้มในการไต่สวนดี แต่จะโดนถอนประกันหรือเปล่า ก็ไม่สามารถพูดได้ล่วงหน้า แต่ก็ยังยืนยันว่าสิ่งที่ตนทำคือสิ่งที่ถูกต้อง


ด้านเก็ท ได้กล่าวย้ำว่า ก็เหมือนกับที่ "ใบปอ" บอกแนวโน้มการไต่สวนดีก็ใช่ว่าจะรับประกันในทิศทางของคำสั่ง เมื่อครั้งที่แล้วการไต่สวน พยานโจทย์ก็ไม่มีความชัดเจนและข้อมูลไม่มีความหนักแน่นเลย แต่ก็ทำให้ใบปอถูกคุมขัง 3 เดือนและตัวเก็ทเองก็ถูกคุมขัง 1 เดือน


ช่วงท้ายก่อนแยกย้าย "ใบปอ" กล่าวเชิญชวนให้ติดตามสถานการณ์การไต่สวนอีกครั้งในวันที่ 26 ธันวาคมที่จะถึงนี้ ขณะที่ "เก็ท" กล่าวติดตลกว่า "สวัสดีปีใหม่ล่วงหน้า" ซึ่งทำให้มวลชนที่อยู่บริเวณนั้นต่างส่งเสียงว่า เก็ทต้องได้อยู่ฉลองปีใหม่กับครอบครัว 


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์