วันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569

สว.เทวฤทธิ์ จี้ประธานกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข เร่งออกมาตรการช่วยจำเลย ม.112 และคดีการเมือง ชี้กฎหมายเปิดช่องใช้มาตรการอื่นนอกเหนือการนิรโทษกรรม

 


สว.เทวฤทธิ์ จี้ประธานกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข เร่งออกมาตรการช่วยจำเลย ม.112 และคดีการเมือง ชี้กฎหมายเปิดช่องใช้มาตรการอื่นนอกเหนือการนิรโทษกรรม


วันนี้ (6 พฤศจิกายน 2569) เวลา 11.00 น. ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล เทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา และอดีตกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ของวุฒิสภา เข้ายื่นหนังสือถึงปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ในฐานะประธานคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข เพื่อส่งข้อมูลและเอกสารเพิ่มเติมประกอบการพิจารณาจัดทำข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการสร้างเสริมสังคมสันติสุขเป็นครั้งที่ 2 พร้อมเรียกร้องให้เร่งรัดการจัดทำมาตรการบรรเทาผลกระทบและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนสำหรับผู้ต้องหาและจำเลยในคดีที่มีมูลเหตุจูงใจทางการเมือง ซึ่งไม่ได้รับการนิรโทษกรรมตามพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 พร้อมยืนยันว่าสามารถออกมาตรการอื่นสำหรับนักโทษการเมืองที่ไม่ได้รับนิรโทษกรรมได้ทันที และไม่ต้องรอถึง 180 วัน


สว.เทวฤทธิ์ ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ตนมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข เพื่อยืนยันว่าคณะกรรมการฯ มีอำนาจตามตามมาตรา 6 (4) และมาตรา 6 (8) ที่สามารถออกข้อเสนอแนะสำหรับผู้ที่ไม่ได้รับการนิรโทษกรรมอย่างน้อย 4 ฐานความผิด แต่กฎหมายฉบับนี้ไม่ได้ปิดช่องทางอื่นในการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ยกตัวอย่างตามที่ปรากฏในบันทึกการประชุมกรรมาธิการวิสามัญฯ ของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งคณะกรรมการสามารถเสนอแนะไปยังศาลเพื่อให้สิทธิในการประกันตัวได้ ส่วนกลุ่มที่คดีสิ้นสุดแล้วอาจเสนอในการบริหารโทษและแยกขัง รวมไปถึงการคุมขังในสถานที่อื่น ซึ่งตนเห็นว่าสามารถเสนอได้ทันทีและไม่ต้องรอถึง 180 วัน ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ยาวนานและทำให้จำเลยเสียสิทธิ์ไป กล่าวคือผู้ที่ไม่ได้รับการนิรโทษกรรมตามมาตรา 3 นั้นสามารถออกมาตรการอื่นได้เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและสร้างสังคมสันติสุข


จากนั้นได้มีการยื่นหนังสือพร้อมกับเอกสารที่เกี่ยวข้องอีกจำนวนหลายฉบับ สำหรับหนังสือระบุเนื้อหาว่า ก่อนหน้านี้ได้ร้องขอให้ติดตามและเร่งรัดการดำเนินงานของคณะกรรมการฯ ตามมาตรา 6 (4) และมาตรา 6 (8) แห่งพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะเสนอต่อคณะรัฐมนตรี รัฐสภา และศาล โดยเฉพาะมาตรการบรรเทาผลกระทบ การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และแนวทางบริหารโทษทางอาญาสำหรับผู้ที่ไม่ได้รับการนิรโทษกรรม 


ทั้งนี้ เพื่อให้การพิจารณาตามอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการฯ เป็นไปด้วยความรอบคอบ ครบถ้วน สอดคล้องกับเจตนารมณ์และมีฐานอำนาจทางกฎหมายรองรับชัดเจน จึงขอส่งข้อมูลและเอกสารบันทึกประชุมเป็นครั้งที่ 2 ของคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุขของสภาผู้แทนราษฎร เพื่อประกอบการพิจารณา ดังนี้ 


บันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. .... สภาผู้แทนราษฎร จำนวน 2 ครั้ง ได้แก่ ครั้งที่ 4 และครั้งที่ 5 โดยมีสาระสำคัญที่ต้องการให้คณะกรรมการฯ นำไปประกอบการพิจารณา 2 ประเด็น


ประเด็นแรก บันทึกการประชุมครั้งที่ 5 หน้า 7-11 ปรากฏความเห็นของเผ่าพันธ์ ชอบน้ำตาล กรรมาธิการวิสามัญ ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ที่ยืนยันว่าคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขสามารถเสนอและใช้มาตรการอื่นนอกเหนือจากการนิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำความผิดที่ไม่ได้รับการนิรโทษกรรมตามมาตรา 3 ได้


ประเด็นที่สอง บันทึกการประชุมครั้งที่ 4 มีรายละเอียดความเห็นของกรรมาธิการวิสามัญหลายรายเกี่ยวกับเจตนารมณ์ ความมุ่งหมาย การเลือกใช้ถ้อยคำ และกรอบการพิจารณาร่างกฎหมายในส่วนของมาตรา 3 ซึ่งกำหนดข้อห้ามมิให้การกระทำความผิดบางประเภทได้รับผลแห่งการนิรโทษกรรม


หนังสือระบุยืนยันถึงข้อเท็จจริงและความเห็นที่ปรากฏในรายงานการประชุมทั้งสองฉบับสะท้อนให้เห็นถึงเจตนารมณ์ของฝ่ายนิติบัญญัติและผู้ยกร่างกฎหมายว่า คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขมีฐานอำนาจตามมาตรา 6 (8) ประกอบมาตรา 6 (4) ในการพิจารณากำหนดข้อสังเกต ข้อเสนอแนะ และมาตรการเกี่ยวกับการบริหารโทษทางอาญา รวมถึงการคุมขังในสถานที่อื่น เพื่อนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี รัฐสภา และศาลได้ แม้ผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีดังกล่าวจะไม่ได้รับการนิรโทษกรรมตามมาตรา 3 ก็ตาม


ทั้งนี้ ผู้ยื่นหนังสือได้ขอให้ปกรณ์ ในฐานะประธานกรรมการฯ นำเอกสารและข้อมูลดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการฯ เพื่อเร่งรัดการจัดทำข้อเสนอแนะและมาตรการบริหารโทษทางอาญาเสนอต่อคณะรัฐมนตรีโดยเร็ว โดยมุ่งหวังให้การดำเนินงานเป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย สามารถบรรเทาผลกระทบต่อผู้ที่ไม่ได้รับการนิรโทษกรรม และนำไปสู่การสร้างความสมานฉันท์และสังคมสันติสุขอย่างเป็นรูปธรรม โดยวันนี้ นาย พิฆเนศ ต๊ะปวง ข้าราชการพลเรือนระดับสูงในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง หัวหน้าผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนมารับหนังสือ


อ่านเอกสารที่เกี่ยวข้อง https://docs.google.com/document/d/1po9hHdU1R5we59MV7-dXzPiaIGHSVEZh4qoo5J0E99E/mobilebasic


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์

#นิรโทษกรรม #พรบสร้างเสริมสังคมสันติสุข