วันพุธที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569

จดหมายเปิดผนึก ต่อกรณีการขอให้รับสารภาพในคดี มาตรา112 ศาลอาจพิพากษาขังผมในคุกได้ แต่ไม่อาจพิพากษาว่า 2+2 = 5 ได้ "ผมขอขอบคุณในทุกความหวังดีที่อยากเห็นผมได้รับอิสรภาพโดยเร็ว และขอแสดงความเสียใจต่อฝ่ายขวาจัดที่จะไม่ได้เห็นคำรับสารภาพจากผม"

 


จดหมายเปิดผนึก ต่อกรณีการขอให้รับสารภาพในคดี มาตรา112 ศาลอาจพิพากษาขังผมในคุกได้ แต่ไม่อาจพิพากษาว่า 2+2 = 5 ได้ "ผมขอขอบคุณในทุกความหวังดีที่อยากเห็นผมได้รับอิสรภาพโดยเร็ว และขอแสดงความเสียใจต่อฝ่ายขวาจัดที่จะไม่ได้เห็นคำรับสารภาพจากผม"


วันนี้ (4 พฤศจิกายน 2569) เพจอานนท์ นำภา เผยแพร่ข้อความระบุว่า จดหมายเปิดผนึก ต่อกรณีการขอให้รับสารภาพในคดี มาตรา112 


นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีคนทั้งหวังดีและไม่หวังดีขอให้ผมรับสารภาพในความผิดตามมาตรา112 ล่าสุดในการพิจารณาคดีคดีหนึ่งเมื่อเดือนที่แล้ว มีผู้พิพากษากล่าวว่า ถ้ารับสารภาพก็ได้ออก(จากคุก)แล้ว ในชั้นอุทธรณ์ก็ถอนคำให้การจากต่อสู้คดีเป็นรับสารภาพได้ ถ้ารับสารภาพได้ออก(จากคุก)เลย ผมเชื่อว่าศาลท่านคงหวังดีเพราะอยากให้ผมได้รับอิสรภาพโดยเร็ว ซึ่งการรับสารภาพก็เป็นเรื่องง่ายดายอย่างยิ่ง แต่ก็ทำได้ยากอย่างยิ่งเช่นกัน


ไม่มีลูกคนไหนไม่อยากออกไปดูแลพ่อแม่ตายาย และไม่มีพ่อคนไหนไม่อยากออกไปดูแลลูก ๆ ที่กำลังเติบโต ผมเป็นทั้งลูกชายคนโตของครอบครัวและเป็นพ่อที่มีลูก 2 คนในวัยกำลังเติบโต ความจริงถ้าผมถูกกกล่าวหาว่าไปลักขโมยหรือไปทำร้ายร่างกายใคร แม้ผมจะไม่ได้ทำตามที่กล่าวหาแต่เพื่อให้ได้รับการลดโทษ ได้ออกจากคุกเร็วขึ้นเพื่อไปทำหน้าที่ลูก และไปทำหน้าที่พ่อ ผมก็พร้อมจะทำ ทว่าความจริงมันไม่เป็นเช่นนั้น 


ตอนนี้สิ่งที่ผมถูกกล่าวหาเป็นยิ่งกว่าคดีอาญาทั่วไป มันเป็นความอยุติธรรมของยุคสมัย เป็นการต่อสู้ของยุคสมัย การตกเป็นจำเลยจึงมีหน้าที่มากกว่านั้นมาก ในชีวิตของคนเราย่อมมีบางอย่างที่จำต้องทำ แม้ผู้นั้นจะอยากทำหรือไม่ก็ตาม และย่อมมีบางอย่างที่เมื่อทำแล้วจะบรรลุถึงความหมายของการได้เกิดมา เป็นเกียรติและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ซึ่งลึกซึ้งกว่าเกียรติศักดิ์ศรีใดๆ การพูดความจริงและการเสนอให้ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ คือสิ่งที่ว่านั้น


สิ่งที่ผมพูด ไม่ใช่เรื่องที่ผมปีนเข้าไปในห้องลับในโรงแรมแล้วเอาเรื่องที่พบเจอออกมาพูด ไม่ใช่เรื่องที่จะ “กลับคำพูด” ได้ง่ายขนาดนั้น เพราะสิ่งที่ผมพูดเป็นสิ่งที่ทุกคนในสังคมเห็นประจักษ์กับตา ทุกคนเห็นความจริงด้วยตนเอง หากผมกลับคำพูดแล้วบอกว่าสิ่งที่ผมพูดก่อนหน้านี้เป็นเรื่องโกหกย่อมเป็นเรื่องตลกอย่างยิ่ง วิปริตอย่างยิ่ง 


ศาลอาจพิพากษาขังผมในคุกได้ แต่ไม่อาจพิพากษาว่า 2+2 = 5 ได้ 


ผมขอขอบคุณในทุกความหวังดีที่อยากเห็นผมได้รับอิสรภาพโดยเร็ว และขอแสดงความเสียใจต่อฝ่ายขวาจัดที่จะไม่ได้เห็นคำรับสารภาพจากผม 


ผมยืนยันว่าสิ่งที่ผมพูดเป็นความจริง และยืนยันข้อเสนอให้ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ การต่อสู้อาจนำมาซึ่งความเจ็บปวด ความยากลำบาก ผมยินดีรับมันไว้ด้วยความเต็มใจ


เชื่อมั่นและศรัทธา

อานนท์ นำภา

4 พฤศจิกายน 2569


ทั้งนี้อานนท์ นำภา ถูกคุมขังในคดีมาตรา 112 ตั้งแต่วันที่ 26 ก.ย. 2566 จนถึงปัจจุบัน เป็นเวลา 3 ปีกว่าแล้ว โดยมีโทษรวมขณะนี้ 34 ปี 5 เดือน 


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #อานนท์นำภา #มาตรา112