“พริษฐ์” ยัน วิปฝ่ายค้านเตรียมยื่นหนังสือทักท้วงประธานสภาฯ ปมจัดระเบียบ
กมธ. หวั่นถูกใช้เป็นช่องทางสกัดการตรวจสอบรัฐบาล
“พรรคประชาชน” ชี้มาตรการบังคับใช้มติที่ประชุมเคร่งครัด เสี่ยงทำลายกลไกสภา
พร้อมย้ำเน้นหาทางออกร่วมกัน ดีกว่าท้าทายยื่น ป.ป.ช. ขณะที่ปมลดจำนวน กมธ. 35 คณะ ถกกันได้ แต่ต้องแก้ปัญหาให้ถูกจุด
วันที่
4 ตุลาคม 2569 เวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน
ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านหรือวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี
นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ชี้แจงเรื่องการจัดระเบียบคณะกรรมาธิการ
(กมธ.) ว่าไม่ได้เป็นการปิดปากฝ่ายค้าน
หากเห็นว่าดำเนินการผิดขั้นตอนสามารถยื่นฟ้องต่อ ป.ป.ช. ได้ นั้น
พริษฐ์
กล่าวว่า แม้จะได้รับฟังคำชี้แจงเพิ่มเติมจากประธานสภาฯ แล้ว
แต่ฝ่ายค้านยังคงมีความเห็นที่แตกต่างใน 2 ประเด็น 1. การกำหนดให้การดำเนินงานทั้งหมดของ กมธ. ต้องมีมติที่ประชุมอย่างเคร่งครัด
กังวลว่าจะกระทบต่อความคล่องตัวในการทำงาน
และอาจเปิดช่องให้ฝ่ายรัฐบาลซึ่งเป็นเสียงข้างมากใน กมธ.
สกัดกั้นการตรวจสอบเรื่องที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล
แม้เรื่องนั้นจะอยู่ในขอบเขตอำนาจของ กมธ. ก็ตาม
2.
แม้จะเคยมีการหารือร่วมกันระหว่างประธานสภาฯ วิปฝ่ายค้าน วิปรัฐบาล
และประธาน กมธ. ทั้ง 35 คณะ เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน
แต่ที่ประชุมยังไม่มีข้อสรุปข้อยุติ และประธานสภาฯ
เคยตอบรับข้อเสนอเรื่องการตั้งตัวแทนหารือลงรายละเอียดเพิ่มเติม
ทว่าแนวทางปฏิบัติดังกล่าวกลับถูกประกาศใช้โดยยังไม่มีการหารือเพิ่มเติมตามที่คุยกันไว้
นายพริษฐ์
กล่าวต่อว่า ในวันนี้วิปฝ่ายค้านจะออกหนังสือทักท้วงอย่างเป็นทางการ
เพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยต่อแนวปฏิบัติดังกล่าว พร้อมขอเข้าพบประธานสภาฯ
และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมกันหาทางออก
โดยเน้นย้ำว่าต้องการวางบรรทัดฐานให้ กมธ. สามารถทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกยุคทุกสมัย
ไม่ว่ารัฐบาลจะมาจากพรรคการเมืองใดก็ตาม
"ส่วนให้ไปยื่นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือ ป.ป.ช. นั้น อันนี้ไม่ต้องท้า
ฝ่ายค้านมีการตรวจสอบอยู่ตลอด หากพบข้อมูลว่าเข้าข่ายการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
เราพร้อมใช้สิทธิดำเนินการตามขั้นตอนอยู่แล้ว เพียงแต่ ณ ตอนนี้
สิ่งสำคัญที่สุดคือการเน้นหาทางออกร่วมกัน" นายพริษฐ์ กล่าว
เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ในการแก้ไขข้อบังคับเพื่อลดจำนวน
กมธ. จาก 35
คณะ เพื่อแก้ปัญหาทำงานซ้ำซ้อน นายพริษฐ์ กล่าวว่า
การทบทวนปรับลดจำนวน กมธ. เป็นเรื่องที่ สส. พรรคประชาชนเคยเสนอไว้
และสามารถนำมาหารือกันได้ แต่ถือเป็นคนละประเด็นกับการแก้ปัญหาความซ้ำซ้อน
ยกตัวอย่างกรณี "ปัญหาหนี้ครู" ซึ่งโครงสร้างปัจจุบันอาจมีความคาดเกี่ยวระหว่าง
กมธ.แก้หนี้สิน และ กมธ.การศึกษา ซึ่งทั้งสองคณะมีอำนาจในการศึกษาเรื่องนี้
ดังนั้น ทางออกที่ดีที่สุดคือการส่งเสริมให้เกิดการหารือร่วมกันระหว่างประธาน กมธ.
แต่ละคณะ มากกว่าการออกกฎระเบียบที่เสี่ยงต่อการทำลายกลไกการตรวจสอบของสภาผู้แทนราษฎร
