วันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569

สว.เทวฤทธิ์ มณีฉาย : หลายคนอาจหมดหวัง แต่ยังมีหลายกลไกให้เดินได้ ขอให้ช่วยกันยืนยันผลักดันขับเคลื่อนต่อไป

 


สว.เทวฤทธิ์ มณีฉาย : หลายคนอาจหมดหวัง แต่ยังมีหลายกลไกให้เดินได้ ขอให้ช่วยกันยืนยันผลักดันขับเคลื่อนต่อไป

 

ปราศรัยในงาน “2 ทศวรรษ แห่งการต่อต้านรัฐประหารของ นวมทอง ไพรวัลย์ นักต่อสู้สามัญชน” 20 ปี ต่อต้านรัฐประหาร 19 กันยายน 2549


ณ สดมภ์อนุสรณ์ นวมทองไพรวัลย์

ถนนวิภาวดีรังสิต เขตจตุจักร กรุงเทพฯ

เมื่อ 31 ตุลาคม 2569


ขอกล่าวสวัสดีนะครับ ขอขอบคุณทางอาจารย์ทุกท่าน คณะผู้จัด รวมถึงครอบครัวคุณลุงนวมทอง วันนี้ผมใส่สีน้ำเงินมาด้วย ผมไม่ไช่ สว.สีน้ำเงินนะครับ ต้องขออนุญาตกล่าวสั้น ๆ แล้วกันครับว่า กรณีของคุณลุงนวมทอง เป็นกรณีที่สะเทือนใจสำหรับผมอย่างยิ่ง ตอนนั้นแน่นอนว่าผมไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร แต่ว่าน้ำหนักความเข้มข้นของผมอาจจะรู้สึกว่าเดี๋ยวมันก็ผ่านไป แต่ว่าคนหนึ่งที่ทำให้มันรู้สึกว่ามันไม่ผ่านไปแน่ ๆ คือคุณลุงนวมทองนะครับ


คุณลุงนวมทอง เป็นสัญลักษณ์ของความกล้าหาญ ถ้าถามว่าคุณธรรมอะไรสำคัญที่สุดสำหรับสิ่งที่ควรยึดถือ เขาก็บอกว่าคือความกล้าหาญ เพราะว่าถ้าเราขาดซึ่งความกล้าหาญแล้ว เราจะไม่สามารถที่จะรักษาไว้ซึ่งคุณธรรมข้ออื่น ๆ ได้เลย และคุณลุงนวมทองก็ได้พิสูจน์เช่นนั้น


อีกสิ่งหนึ่งที่ลุงนวมทองพิสูจน์อีกคุณธรรมหนึ่งของแกก็คือเรื่องของความเมตตากรุณา ผมจำได้ว่าคำสัมภาษณ์ของคุณลุงนวมทอง จริง ๆ แล้วจะไม่เกิดเหตุการณ์ที่แกมาแขวนคอด้วยซ้ำไป จริง ๆ แล้วอาจจะจบอยู่แค่ลานพระบรมรูปทรงม้า เพราะว่าแกขับรถไปแล้วเผอิญเห็นว่ามีเจ้าหน้าที่อยู่บริเวณนั้น แกก็เลยไม่สามารถเร่งความเร็วได้เท่าที่ต้องการ ถ้าวันนั้นแกใจดำสักนิด ไม่สนใจเจ้าหน้าที่ผู้น้อย และตัดสินใจเร่งความเร็ว อาจจะจบแค่ตรงนี้แหละครับ จบแค่ตรงลานพระบรมรูปทรงม้า แต่คุณลุงนวมทองรู้สึกถึงความเห็นอกเห็นใจกับทหารชั้นผู้น้อย ท่านเลยไม่ได้เร่งความเร็วจนถึงที่สุด


สุดท้ายแล้วก็เกิดเหตุการณ์วันที่ 30 กันยา แล้วก็มาเกิดอีกครั้งวันที่ 31 ตุลาคม นะครับ ท้ายที่สุดแล้วก็คือครบรอบ 20 ปี ซึ่ง 20 ปี มีเหตุการณ์หลาย ๆ เรื่องสืบเนื่องมาต่อ เมื่อสักครู่อาจารย์ธิดาพูดถึงเรื่องการนิรโทษฯ ให้กับคนเป็น แล้วก็ทวงคืนความยุติธรรมให้กับคนตาย ผมคิดว่ามีอย่างน้อยอีก 3 ภารกิจที่ยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์


นิรโทษกรรมให้กับคนเป็น แน่นอนเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาเราผ่าน พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข เพราะคิดว่ามาตรการนี้จะช่วยทำให้สังคมเกิดความสันติสุขได้ ผมเองก็เป็นกรรมาธิการใน พ.ร.บ. ตัวนี้ในชั้นวุฒิสภา แต่ผมเป็นเสียงข้างน้อย ปัญหาสำคัญก็คือดันไปล็อคมาตรา 112 ไว้ นอกจากมาตรา 112 ก็มีเรื่องของทุจริตคอร์รัปชั่น เรื่องของการกระทำให้คนอื่นถึงแก่ชีวิตและบาดเจ็บสาหัส แต่สิ่งที่สำคัญก็คือล็อคมาตรา 112 ไว้ ไม่ให้นิรโทษกรรม แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีมาตรการอื่นได้


ต้องเรียนอย่างนี้นะครับว่าสิ่งหนึ่งที่หลายคนเองอาจจะรู้สึกหมดหวังว่าเราไม่ได้มีการนิรโทษกรรมมาตรา 112 แล้ว ผู้ต้องหาหรือนักโทษที่อยู่ในเรือนจำ ตอนนี้ประมาณ 30 กว่าท่าน จะไม่ได้มาตรการอื่น แต่ พ.ร.บ. ตัวนี้ยังมีกลไกมาตรการอื่น และไม่ควรให้คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขลอยนวล ไม่ต้องรอให้ถึง 180 วัน เราควรจะไปเรียกร้อง เราควรจะไปจี้ว่าคณะกรรมการชุดนี้มีหน้าที่และอำนาจในการออกข้อเสนอแนะไปยังฝ่ายตุลาการก็ดี ไปยังฝ่ายบริหารก็ดี เป็นการออกมาตรการบริหารโทษ เป็นการแยกขัง เราก็เคยมีการแยกขังอยู่แล้ว หรือการพักโทษกรณีพิเศษ หรือการให้ประกันตัวสำหรับคนที่คดียังไม่ถึงที่สุด ผมคิดว่าเหล่านี้ยังมีช่องทางอยู่ ยังมีกลไกอยู่ เราไม่ควรจะทิ้งไป


อีกอันหนึ่งก็คือ ทวงคืนความยุติธรรมให้คนตาย เหลืออีกไม่ถึง 4 ปี 3 ปีกว่าเท่านั้น คดีการสลายการชุมนุม เมษา-พฤษภา53 ก็จะหมดอายุความ แน่นอน กลไกที่เราร้องเอาผิดคุณอภิสิทธิ์ คุณสุเทพ หรือว่าทหารชั้นผู้ใหญ่แทบจะหมดหนทาง เราไปร้องคดีอาญา คดีอาญาก็โยนไปว่าเป็นคดีความผิดต่อหน้าที่ เราไปร้องคดีความผิดต่อหน้าที่ เขาก็บอกว่าทำตามหน้าที่แล้ว บางคนไปร้องศาลทหาร ก็ไม่รับคำร้องอีก ผมคิดว่าเรื่องเหล่านี้มันก็ยังไม่หมดเสียทีเดียว


ดีเอสไอ มีคำวินิจฉัยในคดีสำหรับอย่างน้อย 3 สำนวนที่งดการสอบสวนไป เพราะว่าไม่มีหลักฐานที่จะชี้ว่าใครเป็นผู้ลงมือกระทำ ถ้าหากว่าในห้วงเวลานี้เราสามารถชี้ได้ว่าใครเป็นคนสั่งการ ใครเป็นคนคุมกำลังในพื้นที่ตรงนั้น ผมคิดว่าอย่างน้อยที่สุดเอาเริ่มต้นจาก 3 สำนวนนี้ในการที่จะเรียกร้องความยุติธรรม


และยังมีอีกกลไกก็คือ ICC หรือศาลอาญาระหว่างประเทศ แน่นอนหลายคนกังวลว่าเราจะไปให้สัตยาบันกรุงโรม อาจจะกระทบกระเทือนไปไกล แต่อย่างน้อยข้อที่ 12 อนุที่ 3 ก็ยังมีช่องทางเฉพาะกรณี เฉพาะเหตุ ให้เรารับรองอำนาจศาล ICC เพื่อนำเรื่องนี้เข้าการพิจารณา ผมคิดว่ายังมีช่องทาง และเพื่อนบ้านเราอย่างฟิลิปปินส์ ดูเตอร์เต ตอนนี้ก็กำลังขึ้นศาล ICC อยู่เช่นเดียวกัน ผมคิดว่าเรื่องเหล่านี้ยังมีช่องทาง


อีกอันหนึ่ง อาจารย์ธิดาก็พูดไปแล้ว ก็คือเรื่องของ 20 ปีที่ผ่านมา มูลเหตุของการรัฐประหาร สิ่งหนึ่งที่เป็นแพะรับบาป ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดเลย ฉันอยู่ของฉันดี ๆ คุณก็มาฉีกฉัน ก็คือรัฐธรรมนูญ ครบรอบ 20 ปี ของการฉีกรัฐธรรมนูญ 2540 วันที่ 8 กุมภาพันธ์ หลายคนอาจจะคิดว่าวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ประชาชนไปบอกให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ใช่ครับประชาชนไปบอกให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่อีกสิ่งหนึ่งที่ประชาชน 21 กว่าล้านเสียง เดินออกไปเข้าคูหากาบัตรในวันนั้น ก็คือการบอกว่าฉันไม่เอาแล้วกับรัฐธรรมนูญฉบับเดิม


ดังนั้น สิ่งนี้เราต้องยืนยันว่าสิ่งที่เป็นปัญหาในรัฐธรรมนูญฉบับเดิม อย่ามาเป็นปัญหาของการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สิ่งนั้นก็คือเช่น อำนาจของ สว. ในการเข้าไปมีส่วนร่วมในการแต่งตั้ง สสร. เราต้องยอมไม่ได้ เพราะประชาชน 21 กว่าล้านเสียง บอกแล้วว่าสิ่งที่ตกค้าง สิ่งที่เป็นปัญหาของรัฐธรรมนูญปี 60 มันคือปัญหา คุณไม่ควรจะเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ผมคิดว่าเรื่องเหล่านี้เราต้องสร้างเล่าให้เห็นถึงความชอบธรรมว่า 21 กว่าล้านเสียงนั้น เขาบอกแล้วว่าปัญหาที่อยู่ในรัฐธรรมนูญปี 2560 เช่น สว. มีปัญหาจริง ๆ ดังนั้นคุณอย่ามายุ่งกระบวนการร่างใหม่ ต้องปล่อยให้ผู้ที่มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ก็คือประชาชน ให้เขามีส่วนร่วมเข้าไปเป็นคนที่เลือก สสร. ไม่ควรจะไปแทรกแซงกลไกต่าง ๆ


ผมคิดว่า 3 ภารกิจนี้เราควรจะต้องย้ำในฐานะที่เรามารำลึก 20 ปี ลุงนวมทอง ยังมีเงื่อนปมอีก 3 เงื่อนปมที่ยังไม่ชำระสะสาง ผมคิดว่าเรื่องเหล่านี้เราไม่ควรจะนิ่งนอนใจและร่วมกันขับเคลื่อนต่อไปครับ ขอบคุณครับ


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #คปช53 #นวมทองไพรวัลย์ #20ปีนวมทอง #20ปีนวมทองไพรวัลย์