“อังคณา” ยื่นคัดค้านคำร้องฎีกาของสำนักนายกรัฐมนตรี คดีฟ้องหน่วยงานรัฐทำ IO โจมตีคุกคาม
วันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 เวลา 10.00 น. ณ ศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก อังคณา นีละไพจิตร นักปกป้องสิทธิมนุษยชน ในฐานะโจทก์พร้อมด้วยทนายความสัญญา เอียดจงดี เดินทางเข้ายื่นคำคัดค้านคำร้องขออนุญาตฎีกาของสำนักนายกรัฐมนตรี กรณีถูกเผยแพร่ข้อมูลโจมตีผ่านปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร หรือ IO บนสื่อออนไลน์
สืบเนื่องจากกรณีที่ อังคณา นีละไพจิตร และอัญชนา หีมมิหน๊ะ โจทก์ทั้งสองได้ยื่นฟ้องสำนักนายกรัฐมนตรี กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และกองทัพบกจากกรณีถูกโจมตีและด้อยค่าผ่านปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO) บนเว็บไซต์ Pulony.blogspot.com ซึ่งกระทบต่อชื่อเสียง ความน่าเชื่อถือ และความปลอดภัย ถือเป็นการละเมิดสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
ต่อมาเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษากลับคำพิพากษาของศาลชั้นต้น โดยวินิจฉัยว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการละเมิดต่อโจทก์ทั้งสองจริง พร้อมมีคำสั่งให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ลบหรือนำข้อความและภาพถ่ายอันเป็นการละเมิดออกจากเว็บไซต์ทั้งหมดภายใน 7 วัน และให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่อังคณา นีละไพจิตร จำนวน 120,000 บาท และ อัญชนา หีมมิหน๊ะ จำนวน 90,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยจนกว่าจะชำระครบ จากนั้นสำนักนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้กำกับดูแล กอ.รมน. ได้ยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกา คำฟ้องฎีกา และคำร้องขอทุเลาการบังคับคดี อังคณาและอัญชนา โจทก์ทั้งสองคนจึงเข้ายื่นคำคัดค้านคำร้องขออนุญาตฎีกาดังกล่าว
ก่อนเข้ายื่นคำคัดค้านในวันนี้ อังคณา ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่า ในคำร้องขอฎีกาของ กอ.รมน. ได้ระบุว่าการที่ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาดังกล่าวพร้อมทั้งให้ชดใช้ความเสียหายนั้นเป็นการลดทอนความน่าเชื่อถือของ กอ.รมน. และยังระบุว่าจะทำให้ประชาชนไม่เชื่อมั่น และจะนำไปสู่การเรียกร้องให้ปกครองตนเองของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งส่วนตัวแล้วตนเห็นว่ามีความเลยเถิดมากเกินไป และตนเชื่อว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ผ่านมาทำให้เห็นว่าประชาชนสามารถเชื่อถือกระบวนการยุติธรรมได้ และกระบวนการยุติธรรมสามารถให้ความเป็นธรรมกับประชาชนได้
อังคณาระบุว่า ที่ผ่านมาตนมักถูกด้อยค่ามาตลอดและอย่างกรณีช่วงความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ก็ได้มีการไปแจ้งความ ตำรวจยังไม่ได้ดำเนินการใด ๆ ซึ่งล่าช้ามากหากเทียบกับกรณีสลิปโอนเงินของเพจ Godd dam ใช้เวลาไม่นานในการจับกุมและไม่ให้ประกันตัว ทำให้เห็นถึงการเลือกปฏิบัติ
อังคณาขอเรียกร้องต่อศาลว่าขออย่าหวั่นเกรงอิทธิพลไม่ว่าจะเป็น กอ.รมน. หรือกองทัพ อยากให้มองเห็นความทุกข์ยากของประชาชนที่ถูกคุกคาม ถ้าหากศาลไม่รับฎีกาก็จะเป็นผลให้คดีถึงที่สุดในชั้นอุทธรณ์ และทำให้ กอ.รมน. นำข้อความต่าง ๆ ที่เป็นการละเมิดออกจากเว็บไซต์ให้หมด และขอฝากข้อความถึงสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานผู้รับผิดชอบ กอ.รมน. ว่า คดีนี้ได้สู้มานานมากและทุกวันนี้ข้อเท็จจริงก็ประจักษ์แล้วว่าตัวเองถูกด้อยค่าจากสิ่งเหล่านี้ อยากขอให้ยุติ เพื่อที่จะชดใช้เยียวยาความเสียหายและคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ถ้าหากว่ากรณีนี้ที่มีพยานหลักฐานมากที่สุดแล้วก็ยังไม่สามารถเข้าถึงการเยียวยาได้ ถ้าหากประชาชนทั่วไปที่ถูกกองทัพละเมิดในลักษณะนี้จะเข้าถึงความยุติธรรมได้อย่างไร อยากให้นายกรัฐมนตรีมาดูแลเรื่องนี้ และขอให้ศาลฎีกาใช้ดุลพินิจในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนด้วย
สัญญา เอียดจงดี ทนายความ กล่าวต่อว่า กรอบระยะเวลาในการพิจารณาคำร้องและคำคัดค้านดังกล่าวนั้นไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับว่าองค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาจะใช้เวลาพิจารณานานเท่าใด หากพิจารณาเสร็จสิ้นแล้วก็จะมีการแจ้งกลับมา หากไม่รับคำร้องคดีก็จะถึงที่สุดในชั้นอุทธรณ์ หากรับคำร้องคดีก็จะเข้าสู่กระบวนการแก้ฎีกาของฝ่ายโจทก์ต่อไป
#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #IO #อังคณานีละไพจิตร









