19 กันยายน 2549
20
ปี แห่งความพินาศย่อยยับของการเมืองไทย
ตอนที่หนึ่ง
: เริ่มจากรัฐธรรมนูญ2540
หลังพฤษภา35 ฉลาด วรฉัตร
เป็นหัวหอกทะลวงฟันให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับรสช.เพื่อให้ สภาผู้แทนราษฎรยกร่างเอง
แต่นายกฯ ชวน หลีกภัย ปฏิเสธ อ้างว่า มีรัฐธรรมนูญรสช.อยู่แล้ว มีมาตราบังคับการแก้ไขรธน.อยู่แล้ว
ต้องทำไปตามนั้น ทำให้เกิดการชุมนุมล้อมรอบ
ฉลาด วรฉัตร มากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ
เหตุการณ์ลุกลามบานปลายไปจนอาจจะเกิดกรณีฆ่าประชาชนซ้ำรอยขึ้นอีก เพราะกลุ่มเผด็จการทหารที่หลงเหลืออยู่ยังคงไม่พอใจเหตุการณ์ที่เกิด
อาจใช้กำลังทหารมาฆ่าประชาชนซ้ำอีก
สมาพันธ์ประชาธิปไตย
โดย หมอสันต์ หมอเหวง ได้เข้าพบนายกรัฐมนตรี ชวน หลีกภัย ที่บ้านซอยหมอเหล็ง
สนทนากันตั้งแต่หัวค่ำจนสองนาฬิกาวันรุ่งขึ้น
นายกฯ
ชวน ยอมรับในหลักการ เนื่องจากกรณีเช่นนี้เคยเกิดขึ้นในสมัย ปรีดี พนมยงค์ แล้ว
ใดยมีการจัดตั้งคณะกรรมการย่อว่าเจ็ด ร.เรือ (รวบรวมเรียบเรียงเพื่อยกร่างเป็นรัฐธรรมนูญ)
นายกฯ
ชวนขอให้สองหมอไปคุยกับคณะกรรมการบริหารประชาธิปัตย์ในสายวันนั้น
สองหมอต้องการให้เหตุการณ์บ้านเมืองเรียบร้อย จึงตกลงไปพบกับ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน
กับ กบ.ปชป. ต่อหน้าสื่อจำนวนเรือนร้อย
นายบัญญัติรับปากในตอนสายวันนั้น
แต่บ่ายกลับโทรศัพท์ไปปฏิเสธกับสองหมอ อ้างว่าประธานสภา นายมารุต บุนนาค ตั้งคณะกรรมการพัฒนาการเมืองโดยมีหมอประเวศเป็นประธาน
ใช้เวลาหลายเดือนจนได้เอกสารปึกใหญ่แต่ก็ "เก็บไว้ในลิ้นชัก"
แต่ระหว่างการยกร่างได้มีข้อสรุปว่า
ต้องแก้ ม.211
ให้เลือก สสร.โดยตรง จากประชาชนเพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญ เรื่องก็พับไป จนรัฐบาลชวนต้องยุบสภาด้วยเรื่อง
สปก.4-01 ที่คนในพรรคประชาธิปัตย์ไปออกสปก.ให้กับคนสนิทของพรรค
โดยไม่เป็นไปตามพรบ. สปก.4-01 พรรคพลังธรรมทำท่าจะยกมือคว่ำกลางสภา
ทำให้ นายกฯ ชวน หลีกภัย ประกาศยุบสภาทันที
พรรคชาติไทยโดย
นายบรรหาร จึงได้เข้ามาเป็นรัฐบาล เพราะประกาศนโยบายแก้ ม.211 เพื่อให้มีการเลือก
สสร. จากประชาชนไปยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ (ยังมีต่อ)
