การปรับโครงสร้างการนำและเรื่องของโรงเรียนการเมือง
นปช. ในวาระครบรอบ 20 ปี การทำรัฐประหาร 2549 [ตอนที่
3]
ธิดา ถาวรเศรษฐ
14 ก.ย. 2569
คุณวีระกานต์
บอกดิฉันว่าประทับใจมาก ชอบมาก เรื่องโรงเรียนการเมือง นปช.
ดังที่ได้กล่าวมาแล้วจากตอนที่
2 ว่าทำไมเราต้องมีโรงเรียนการเมือง นปช. (เราไม่มีโรงเรียนการทหาร) เพราะเราสู้สันติวิธี
จึงต้องให้ประชาชนและแกนนำมวลชนก้าวหน้า
ดิฉันจึงได้ทำหนังสือคู่มือในการจัดการเรียนโรงเรียน นปช. เบื้องต้นมี 2 แบบคือ แบบแรกใช้เวลามากกว่า 1
วัน 2-3 วัน จัดในกรุงเทพฯ เปิดตัวโรงเรียนครั้งแรก อีกแบบคือโรงเรียนวันเดียว เมื่อจัดต่างจังหวัด
เพราะผู้เรียนไม่สะดวกในการพักค้างคืน ทำให้โรงเรียนส่วนใหญ่กว่า 20
โรงในต่างจังหวัดในช่วงปี 2555-2556 จัดได้วันเดียว
คู่มือการจัดการเรียนการสอนและหัวข้อในการจัดการเรียน ไม่มีคณะกรรมการหลักสูตรแบบที่ “เพจคนเสื้อแดง”
เขียน เพราะ 1-2 ชั่วโมงแรก
ดิฉันต้องเป็นผู้นำการเรียนรู้ด้วยหลักนโยบายของ นปช., เป้าหมายยุทธศาสตร์,
ระบอบอำมาตย์, ยุทธศาสตร์ 2 ขา ซึ่งใช้เวลาเป็นส่วนสำคัญของโรงเรียนารเมือง
บ่มเพาะผู้ปฏิบัติงาน
(แต่แกนนำสายพรรคส่วนกลางไม่สนใจฟังและศึกษาการเรียนการบรรยายเลย
จึงไม่แปลกที่พวกเขาไม่ยึดกุมหลักนโยบาย นปช. เอาแต่อยากขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่เวลาดี
ๆ และประจบนาย)
นอกจากนโยบาย,
เป้าหมายยุทธศาสตร์, ยุทธศาสตร์ยุทธวิธีของ นปช. เราต้องอธิบายเครือข่าย
โครงสร้างการจัดตั้ง นปช. และเครือข่ายระบอบอำมาตยาธิปไตย และว่าด้วยการนำ นี่ก็จะใช้เวลามาก จริง ๆ แล้วไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง
แต่อาศัยเรามีหนังสือประกอบ
จะเห็นภาพผู้เข้าโรงเรียนนั่งฟังประกอบหนังสือคู่มืออย่างตั้งอกตั้งใจ
ทั้งเข้าใจปัญหา, เป้าหมายระยะสั้น-ระยะกลาง-ระยะยาว
ที่เราต้องสู้กับระบอบอำมาตยาธิปไตย
จนถึงบัดนี้ในชื่อที่บางคนเรียก “ระบอบสีน้ำเงิน” นั่นแหละ (ดิฉันเป็นผู้เขียนคู่มือเอกสารโรงเรียนการเมือง
นปช. ทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว รวมทั้งจัดหัวข้อศึกษาทั้งหมด)
หัวข้อที่
2 คือ ศึกษาประวัติศาสตร์การต่อสู้ของประชาชนในอดีตที่มีวิทยากร เช่น คุณจรัล
ดิษฐาอภิชัย, วิสา คัญทัพ, หมอเหวง โตจิราการ และนักวิชาการที่ว่างมาร่วม
หัวข้อที่
3 คือ วิธีคิด วิธีทำงาน (ซึ่งบางครั้งไม่มีวิทยากร) หลักประชาธิปไตยรวมศูนย์ คนที่สามารถช่วยเป็นวิทยากรได้คือ
คุณหมอเหวง โตจิราการ ดิฉันยอมรับว่าหัวข้อนี้เป็นแนวทางฝ่ายซ้ายเช่นกัน
หัวข้อที่
4 งานมวลชนและการจัดตั้ง
ดิฉันมีการเขียนคู่มือไว้ทั้งหัวข้อที่ 3 ส่วนหัวข้อที่ 4
ก็ให้คุณหมอเหวงและคุณนิสิต สินธุไพร ช่วยเป็นวิทยากร
หัวข้อที่
5 ว่าด้วยงานแนวร่วม มีภาพแสดงที่ดิฉันบางครั้งต้องไปพูดร่วมกับหัวข้อที่ 1
เรื่องหลักนโยบาย ยุทธศาสตร์ ยุทธวิธีและการทำงานแบบแนวร่วม มีผังประกอบ
หัวข้อที่
6 ถ้ามีเวลาก็จัดสัมมนา สรุปบทเรียนของแต่ละกลุ่ม ก็มีแกนนำย่อยร่วมเป็นวิทยากร
มักเป็นปัญหาจริงที่เกิดในเขตงานมวลชนนั้น ๆ
และหัวข้อสุดท้ายคือ
การปราศรัยเกี่ยวกับสถานการณ์ในเวลานั้น
เพื่อเปิดช่องให้แกนนำสายนักปราศรัยสายการเมือง เช่น จตุพร พรหมพันธุ์ และ ณัฐวุฒิ
ใสยเกื้อ ถ้าว่างได้ขึ้นปราศรัย เพื่อได้บรรยากาศครบถ้วน
ประหนึ่งมีเวทีปราศรัยด้วย แต่บางครั้งพวกเขาติดภารกิจเมื่อพรรคได้เป็นรัฐบาล
บางคนเป็นรัฐมนตรีหรือ สส. ไม่มาร่วมได้
เราก็จัดโรงเรียนกันโดยวิทยากรสายไม่ใช่นักการเมืองนั่นแหละ เพราะมวลชนต้องการจัดให้มีโรงเรียนการเมือง
นปช. พวกเขาไม่รอให้แกนนำเหล่านี้ว่างก็มี
เช่นที่ อ.ฝาง เชียงใหม่
สุดท้ายก็มีการมอบประกาศนียบัตร
ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของพวกเขามาก
ดิฉันขอเรียนข้อสังเกตเพิ่มคือ
1.
มีคนต่อคิวพยายามเข้าโรงเรียนการเมืองมากจนล้น บางครั้งต้องต่อวิดีโอหลายห้อง มีจำนวนคนหลักหลายร้อยจนถึงหลักพันคน
ถ้าไม่ได้เรียนไม่ได้จัดในพื้นที่ใด พวกเขาจะเสียใจมาก มายืนน้ำตาไหลหน้าห้องเรียนก็มี
2.
พื้นที่ลงทุนกันเอง โดยมีผู้สนับสนุนร่วมกันช่วยค่าอาหาร สถานที่
พรรคเพื่อไทยไม่เคยเกี่ยวข้อง
ดิฉันทั้งในฐานะประธาน นปช.
และผู้ริเริ่มโครงการและผู้ดำเนินโครงการจนถึงโรงเรียนสุดท้ายใน กทม. ปี 2556
ยืนยัน 100%
เพจคนเสื้อแดงและคนสายการเมืองอย่ามาบิดเบือนเป็นผลงานของตน แต่มี สส.
พื้นที่บางจุดมาสนับสนุนด้วยไหม? ก็มีค่ะ
พวกเขาบอกว่าจ่ายน้อยแต่มวลชนเสื้อแดงมาเยอะมาก ๆ
ดิฉันยินดีมอบตำแหน่งให้
คุณนิสิต สินธุไพร เป็นผู้อำนวยการโรงเรียน ตามที่คุณนิสิตมาขอ เพราะดิฉันไม่ได้ต้องการทำตัวเป็นเจ้าของโครงการแต่ผู้เดียว คุณนิสิตบอกว่ายังไม่มีโอกาสเป็น
ผอ.โรงเรียนทั่วไป ขอเป็น ผอ.โรงเรียน
นปช. ดิฉันก็ยินดีให้คุณนิสิตร่วมกันทำงาน แต่อย่าให้ถึงกับว่าบิดเบือนข้อมูลหรือพูดไม่หมดเพื่อลดเครดิตคนที่ไม่ใช่พวกตนอย่างที่นำเสนอโดยพวกสายนักการเมือง
3.
มีการถ่ายทอดสดทุกครั้ง ทุกโรงเรียน ผ่านสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมเอเชียอัพเดท
มีผู้เรียนทางสถานีโทรทัศน์เป็นจำนวนมาก
มีผลต่อมวลชนหน้าจอหลายแสนคน คุณณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เคยถามว่าทำไมไม่มีบทใหม่
ดิฉันบอกว่านี่แหละที่ต้องใช้หัวข้อเดิมเพราะสำคัญมาก และวิทยากรหัวข้ออื่น ๆ
ก็เปลี่ยนได้ ยกเว้นหัวข้อหลักนโยบายยุทธศาสตร์
4.
ดิฉันเชื่อว่าการปลูกฝังอุดมการณ์การต่อสู้ของประชาชนให้รู้มิตร รู้ศัตรู
รู้ว่าประชาชนต้องสู้กับระบอบอำมาตยาธิปไตย
ทำให้เราได้คนเสื้อแดงที่มีคุณภาพและปริมาณมาก ดิฉันคิดว่ามีถึง 2 ใน 3
ของคนเสื้อแดงที่เคยสนับสนุนเพื่อไทยทั้งหมดประมาณ 15 ล้านคน
บัดนี้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง
คือคำตอบเมื่อเพื่อไทยข้ามขั้วไปร่วมกับฝ่ายจารีตอำนาจนิยมของระบอบอำมาตย์ เหลือมีผู้สนับสนุนประมาณ 5 ล้านคนการโหวตจากบัญชีรายชื่อ
และบัดนี้ประชาชนก็ยังต้องต่อสู้กับระบอบอำมาตย์ในนามใหม่ว่า “ระบอบสีน้ำเงิน”
เป้าหมายยุทธศาสตร์ของโรงเรียนการเมือง
นปช. จึงยังใช้ได้อยู่จนทุกวันนี้ ถ้าไม่เดินเส้นทางนี้ก็เสื่อมถอยค่ะ.
#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #ธิดาถาวรเศรษฐ #องค์กรนปช #นปช #โรงเรียนการเมืองนปช #โรงเรียนนปช
ภาพบรรยากาศโรงเรียนการเมือง นปช. แดงทั้งแผ่นดิน และการมอบวุฒิบัตร







