วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2569

‘ชยพล’ ถาม กกต. จงใจไม่สืบสวนปมฮั้ว สว. หรือไม่ หลังประชาชนขุดหลักฐานได้มากกว่า

‘ชยพล’ ถาม กกต. จงใจไม่สืบสวนปมฮั้ว สว. หรือไม่ หลังประชาชนขุดหลักฐานได้มากกว่า


วันที่ 10 กันยายน 2569 ในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วาระที่สอง ชยพล สท้อนดี สส.กรุงเทพฯ เขต 8 พรรคประชาชน ได้อภิปรายงบประมาณรายจ่ายของหน่วยงานขององค์กรอิสระและอัยการ มาตรา 32 โดยได้อภิปรายทั้งงบสืบสวนสอบสวนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในโครงการอบรมหลักสูตรสืบสวนและไต่สวนระดับต้น


ชยพลกล่าวว่า โครงการอบรมหลักสูตรสืบสวนและไต่สวนระดับต้นเป็นโครงการที่มีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 12 ล้านบาท โดยมีเป้าหมายอยู่ที่จำนวน 100 คนต่อปีในการอบรม งบประมาณจะตกอยู่ที่ประมาณ 120,000 บาทต่อคนต่อปี


ชยพลตั้งคำถามว่า ประสิทธิภาพของโครงการดังกล่าวนั้นดีแค่ไหน แล้วทางคณะกรรมาธิการได้มีการพิจารณาเกี่ยวกับงบประมาณก้อนนี้อย่างรอบคอบถี่ถ้วนแล้วหรือไม่ ว่าผลประกอบการ ผลสัมฤทธิ์ของการอบรมนี้ดีอย่างไร เพราะจากที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการเลือก สว. ก็จะทำให้เราเห็นว่า มันมีการสืบสวนสอบสวนเพิ่มเติมจากทางฝั่งประชาชน และภาคประชาสังคม นอกเหนือจากที่ได้มีการสืบสวนโดยฝั่ง กกต. และจากที่ทางภาคประชาชนนทำการสืบสวนเพิ่มเติม ก็มีข้อมูลที่ละเอียดกว่า ลึกกว่า หรือมีการเปิดในประเด็นหลายๆ อย่างที่เราก็ไม่เคยเห็นมาก่อน จึงเป็นเหตุที่จำเป็นต้องตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพการทำงานของ กกต. ว่าในฐานะที่เป็นผู้ที่มีอำนาจในการที่จะเรียกสืบสวนสอบสวนพยานหลักฐานโดยตรง กลับกลายเป็นว่าทางฝั่งประชาชนทั่วไปสามารถสืบสวนสอบสวนได้มากกว่า จึงจำเป็นที่ต้องตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของการใช้จ่ายงบประมาณก้อนนี้


ชยพลยกตัวอย่างให้เห็นถึงประสิทธิภาพเรื่องของการสืบสวนสอบสวน โดยก่อนหน้านี้ก็ได้มีการเปิดเผยข้อมูลกันหลายครั้ง ที่เราสามารถเห็นได้ตามหน้าข่าวโดยทั่วไปว่า เป้าหมายของขบวนการฮั้ว สว. จะพุ่งเป้าไปที่จังหวัดและอำเภแเล็กๆ ซึ่งในนั้นมีจังหวัดนครพนมอยู่ในนั้นด้วย โดยมีการไปรวมตัวกันอยู่ที่โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีหลายจังหวัดไปรวมตัวกันอยู่ที่โรงแรมดังกล่าว และจังหวัดนครพนมนั้นก็เป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีพยานหลักฐานมากมายที่บอกว่ามีการรวมตัวกันในกลุ่มผู้สมัคร สว.


ยกตัวอย่างเช่น กรณี สว. สิทธิกร ธงยศ พร้อมรายชื่อของผู้ช่วย ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการ ที่อยู่ติดตัว สว. ดังกล่าว โดยผู้เชี่ยวชาญชื่อ วัฒนวดี ศิริศักดิ์ ส่วนผู้ชำนาญการคนที่ 1 คือ อภิรักษ์ วรกุล โดยผู้ชำนาญการคนที่ 1 ของ สว.สิทธิกร ปรากฏว่าในระหว่างการดำรงตำแหน่ง ก็ได้เห็นภาพจำนวนมาก ที่ได้เห็นว่ามีการไปช่วยหาเสียงให้กับพรรคการเมืองพรรคการเมืองหนึ่ง


นอกจากนี้ ขณะที่ดำรงตำแหน่งเป็นผู้ชำนาญการประจำตัว สว. ก็ยังพบภาพถ่ายที่ใส่ชุดเสื้อแจ็กเก็ตของพรรคภูมิใจไทยปรากฏให้เห็นอยู่เรื่อยๆ หากลองไล่ดูตามประวัติและติดตามความเคลื่อนไหวของผู้ชำนาญการคนที่ 1 ของ สว.สิทธิกร มาโดยตลอด จะเห็นได้ว่าไม่ได้มีการพูดถึง หรือมีการระบุ หรือมีภาพ หรือผลงานใดๆ เลยก็ตามที่เกี่ยวข้องกับการทำงานให้ สว. แต่ปรากฏว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่การดำรงตำแหน่งมานี้ มีแต่การทำงานให้กับเพื่อนสมาชิกของ สส. นครพนม เขต 1 ของพรรคภูมิใจไทย ศุภพานี โพธิ์สุ ชยพลจึงเห็นว่าทาง กกต. ควรจะต้องมีการสืบสวนสอบสวนเพิ่มเติมด้วยเหมือนกัน ว่ามีการเกี่ยวข้องกันอย่างไร


นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญประจำตัว สว.วัฒนวดี ศิริศักดิ์ โดยที่ผ่านมาก็จะมีภาพความเคลื่อนไหวที่อยู่ใกล้ชิดกับบุคคลในพรรคภูมิใจไทยตลอดเวลา โดย ศุภชัย โพธิ์สุ อดีต สส. ของพรรคภูมิใจไทย ที่มีการโพสต์ภาพการทำงานของอยู่ตลอดเวลา ซึ่งในภาพที่ทางท่านศุภชัยเองเป็นคนโพสต์ในเฟซบุ๊ก ก็จะเห็นวัฒนวดีคนนี้อยู่คู่กายตลอดเวลา แต่ในขณะเดียวกันนั้น ปรากฏว่าก็ไม่มีความเคลื่อนไหวในการทำงานให้กับ สว. เลยแม้แต่น้อย เลยต้องสอบถามด้วยว่า ตกลงสรุปแล้วจะเป็นทีมงานของ สว. หรือจะเป็นทีมงานของพรรคการเมืองกันแน่


นอกจากนี้ ชยพลยังตั้งคำถามเรื่องงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับการอบรมหลักสูตรสืบสวนและไต่สวนระดับต้นว่า ความจริงแล้วได้ผลหรือไม่ แค่ตัวอย่างดังกล่าวที่ได้ยกขึ้นมานั้น ก็เพียงพอจะตั้งคำถามได้ เพราะ สว. ท่านนี้ก็มีรายชื่อที่ถูกระบุว่าเป็นหนึ่งในคนที่ไปร่วมอยู่ที่ตัวโรงแรมกรุงศรีริเวอร์ด้วยเหมือนกัน รวมถึง ศุภชัย โพธิ์สุ ที่ได้ยอมรับว่าเดินทางไปยังโรงแรมดังกล่าว และมีพยานหลักฐานที่มีการระบุด้วยเหมือนกันว่าทั้งสองท่านนั้นไปปรากฏตัวอยู่ที่การรวมตัวแนะนำตัวกันของท่านผู้ที่มีสิทธิ์ในการที่จะเลือก สว. ระดับประเทศ ที่โรงแรมที่จังหวัดอยุธยา


ชยพลถามว่า กกต. ได้สืบสวนสอบสวนต่อหรือไม่ ว่าสรุปแล้วบุคคลทั้งสองเป็นทีมงานของ สว. หรือทีมงานจังหวัดนครพนมของพรรคภูมิใจไทยกันแน่ จึงอยากจะถามต่อว่า กกต. แท้จริงแล้วไม่ได้ตั้งใจที่จะทำงานให้มีประสิทธิภาพทางด้านการสืบสวนสอบสวน แต่ว่า กกต. นั้นก็รู้เห็นเป็นใจด้วยหรือไม่ ถึงได้จงใจที่จะไม่สืบสวนสอบสวนให้ชัดเจนมากกว่า


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #โกงเลือกสว #อภิปรายงบ70 #งบ70