วันอังคารที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2569

การปรับโครงสร้างการนำและเรื่องของโรงเรียนการเมือง นปช. ในวาระครบรอบ 20 ปี การทำรัฐประหาร 2549 [ตอนที่ 2]


การปรับโครงสร้างการนำและเรื่องของโรงเรียนการเมือง นปช. ในวาระครบรอบ 20 ปี การทำรัฐประหาร 2549 [ตอนที่ 2]


ธิดา ถาวรเศรษฐ

14 ก.ย. 2569


ถ้าเพียงแต่จัดเวทีปราศรัย มีการชุมนุมตามพรรคสั่งการ  การนำประชาชนต่อสู้กับระบอบอำมาตย์เพียงเพื่อสนับสนุนพรรคการเมือง  นปช. จะสามารถดำรงองค์กรอยู่ได้ยาวนานกว่าสิบปีได้หรือไม่?  ตอบได้เลยว่า เป็นไปไม่ได้!!!


บัดนี้เราถือว่าการนำองค์กรสิ้นสุดไปเด็ดขาดในปี 2562  เมื่อมีการเลือกตั้ง สส. ครั้งใหม่  นี่คือด้านล้มเหลวและไม่อาจรักษาชีวิตและเยียวยาประชาชนที่ร่วมการต่อสู้ได้ดี  กระทั่งไม่อาจทวงความยุติธรรมได้  นี่เป็นด้านลบที่เห็น  แต่ในด้านบวก  ความสำเร็จคือมีผู้คนสนับสนุนการนำขององค์กร นปช. และร่วมการต่อสู้ยืดเยื้อ  แม้หลังถูกปราบปรามในปี 2553  การชุมนุมของคนเสื้อแดงช่วงที่ดิฉันเป็นประธาน นปช. ตั้งแต่แกนนำทั้งหลายอยู่ในคุกในปี พ.ศ. 2553 จนถึงปี พ.ศ. 2557 ก็มีผู้ร่วมชุมนุมมืดฟ้ามัวดินเช่นกัน  จนต้องมีการจัดการเลือกตั้งในปี 2554 ได้เร็วก่อนครบวาระการปราบปรามประชาชนครบ 1 ปี


ดิฉันขอขมเชยคุณวีระกานต์ที่เป็นประธานจริงคนแรกขององค์กร นปช. ที่เปิดกว้างให้มีแกนนำนอกพรรคเข้ามาร่วมนำการต่อสู้  ด้วยประสบการณ์ของคุณวีระกานต์เองที่เคยร่วมต่อสู้มาตั้งแต่ 14ตุลา16, 6ตุลา19, พฤษภา35 จึงถือว่าเป็นแกนนำอาวุโสสายพรรคที่เข้าใจบริบทการต่อสู้ของประชาชน และให้เกียรติพวกที่ไม่ใช่สายพรรค โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวดิฉันในการทำงานสำคัญ ๆ เพื่อปรับปรุงการนำของ นปช.


หลังการยุติการชุมนุมในปี พ.ศ. 2552  เรื่องราววันยุติการชุมนุมดิฉันอาจจะเขียนรายละเอียดในตอนต่อไป แต่สิ่งหนึ่งคือการสรุปบทเรียน ปัญหาที่เกิดในเวลานั้น  เนื่องมาจากความคิดวีรชนเอกชน เสรี ไร้ระเบียบวินัย ไม่ขึ้นต่อการนำ  ทำให้เกิดผลลบข่อขบวนการ  ไม่ว่าจะเป็นการนำแท็กซี่ไปล้อมที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ  ทำให้เกิดการจราจรติดขัดบริเวณโรงพยาบาล  แต่ยังดีที่ไม่มีการสร้างความรุนแรงใด ๆ จากผู้ชุมนุมแต่อย่างใด  ปัญหาที่พัทยาก็บานปลายอันเนื่องจากการปะทะกับชายชุดน้ำเงินและการปราบปรามจากเจ้าหน้าที่  เป็นทั้งเหตุสุดวิสัยจากปัญหาเฉพาะหน้า  แต่ก็มีปัญหาในการนำที่ยังมีจุดอ่อนเช่นกัน


ที่สำคัญอันนำมาสู่การมีวิวาทะขัดแย้งก็คือ  เรื่องเนื้อหาปราศรัยที่ต่างคนต่างปราศรัยตามความคิดความเข้าใจของตน


ดิฉันซึ่งร่วมอยู่ด้วยตลอดเวลาทุกวันจึงได้เสนอหลักการเพื่อนำไปสู่การนำที่มีเอกภาพ  เพื่อสร้างองค์กรที่มีหลักนโยบ่าย ยุทธศาสตร์ ยุทธวิธี มีการนำรวมหมู่ และการสร้างองค์กรที่นำประชาชนด้วยความรู้ ด้วยอุดมการณ์ ด้วยจุดยืนและเป้าหมายที่ถูกต้อง


·  เป็นที่มาของนโยบาย 6 ข้อของ นปช. ที่ใช้ขับเคลื่อนองค์กร  

   ให้เป็นเอกภาพ

·  เป็นที่มาของเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ในการต่อสู้คือ ระบอบอำมาตยาธิปไตย

·  เป็นที่มาของยุทธศาสตร์ 2 ขา

·  เป็นที่มาของการทำโรงเรียนการเมืองเพื่อสร้างมวลชนให้สามารถเป็นผู้ปฏิบัติงานการเมือง นำมวลชนของ นปช. ตามหลักนโยบายและเป้ายหมายทางยุทธศาสตร์ ซึ่งยังถูกต้องจนบัดนี้


องค์กร นปช. จึงกลายเป็นองค์กรแนวร่วมที่มีรูปการณ์ มีหลักนโยบาย มีชุดการนำรวมหมู่


คุณวีระกานต์เปิดโอกาสให้ดิฉันไปเขียนรายละเอียดมานำเสนอ  และที่สุดก็ลงมติผ่านเห็นด้วย  และนี่คือที่มาของการเกิดโรงเรียนการเมือง  เพราะเราจำเป็นต้องให้แกนนำมวลชนและมวลชนของเรารับรู้หลักนโยบาย ยุทธศาสตร์ของเรา  เขารู้ว่าเขาสู้กับระบอบอำมาตย์  เขาก็กลายเป็นไพร่ในยุคใหม่โดยปริยาย  การเปิดโรงเรียนการเมือง นปช.  ดิฉันยอมรับว่าเอาแนวคิดจากฝ่ายซ้ายมา  เพราะการยกระดับความรับรู้ทิศทางและหนทางการต่อสู้เป็นสิ่งจำเป็นของพลเมืองที่ตื่นรู้ (Active Citizen) ในหลักนโยบาย 6 ข้อ  เราเน้นข้อ 1 และข้อ 3 มาก  เพราะไม่ต้องการให้เกิดปัญหาการนำทางไปสู่เป้าหมายระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขที่อำนาจเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง  ที่ปัจจุบันเราก็ยังต้องสู้ประเด็นนี้อยู่  เพราะระบอบอำมาตยาธิปไตยไม่ยอมคืนอำนาจให้ประชาชนจนบัดนี้ (พ.ศ. 2569)  เราก็ยังต้องสู้ตามนโยบายข้อ 1 อยู่  แม้องค์กร นปช. จะไม่มีแล้ว  แต่ประชาชนก็ยังต้องสู้ตามนโยบายข้อ 1 อยู่  ส่วนข้อ 3 เราเน้นหนทางการต่อสู้แบบสันติวิธี  เพราะพวงฮาร์ดคอร์สุ่มเสี่ยง สู้แบบไม่มีความรู้  อ้างแก้ว 3 ประการแบบปฏิวัติจีน  ซึ่งมันผิดทั้งหมด  ทั้งแนวร่วม ไม่ใช่องค์กรปฏิบัติ และไม่มีกองทัพปลดแอก


ทำให้ฮาร์ดคอร์เหล่านั้นไปหากินกับนาย และหาสปอนเซอร์  อ้างว่ามีปฏิบัติการพิเศษ ซึ่งไม่มีอยู่จริง และไม่มีการตอบรับจากมวลชนภายใต้การนำขององค์กร นปช. ที่ยึดหนทางสันติวิธี  มิฉะนั้นกรุงเทพฯ คงเป็นสนามรบ  เป็นการสู้รบในเมืองตามที่พวกกองทัพและรัฐบาลขณะนั้นให้ร้าย พวกเราถูกกล่าวหาว่า เรามีคนติดอาวุธ 500 คน ถ้ามีจริงก็คงเป็นมิคสัญญีไปแล้ว


ดิฉันเล็งเห็นไว้ล่วงหน้าว่าอะไรจะเกิดขึ้น  เราจึงต้องชัดเจนในหลักนโยบายและเป้าหมายทางยุทธศาสตร์เพื่อโค่นล้มระบอบอำมาตย์  (ไม่ใช่ให้พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลอย่างเดียว) ดิฉันเขียนระหว่างมีการเดินขบวนจัดการปัญหาโกง สว.  ก็เห็นป้าย “โค่นล้มระบอบอำมาตย์”  ดีใจค่ะที่คนรุ่นใหม่ก็เข้าใจปัญหาประเทศไทย  ยังใช้คำขวัญทางยุทธศาสตร์เหมือน นปช. ตั้งแต่ปลายปี 2552 (หลังออกนโยบายมา)


ยิ่งกว่านั้น หลักฐานในบัตร นปช. และเอกสารโรงเรียน นปช. ก็ยืนยันหลักการต่อสู้สันติวิธี ได้ใช้ประโยชน์ในการต่อสู้คดีก่อการร้ายในปี พ.ศ. 2553 อย่างหนักแน่นน่าเชื่อถือ  รวมทั้งคดีของมวลชนที่ถูกฟ้องร้องเช่นกัน.


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #ธิดาถาวรเศรษฐ #โรงเรียนการเมืองนปช #โรงเรียนนปช #นปช #องค์กรนปช


หลักนโยบายของ นปช.



หนังสือ "เอกสารประกอบการจัดศึกษาของผู้ปฏิบัติการ
โรงเรียนการเมือง นปช.