การปรับโครงสร้างการนำและเรื่องของโรงเรียนการเมือง
นปช. ในวาระครบรอบ 20 ปี การทำรัฐประหาร 2549 [ตอนที่
2]
ธิดา ถาวรเศรษฐ
14 ก.ย. 2569
ถ้าเพียงแต่จัดเวทีปราศรัย
มีการชุมนุมตามพรรคสั่งการ
การนำประชาชนต่อสู้กับระบอบอำมาตย์เพียงเพื่อสนับสนุนพรรคการเมือง นปช.
จะสามารถดำรงองค์กรอยู่ได้ยาวนานกว่าสิบปีได้หรือไม่? ตอบได้เลยว่า เป็นไปไม่ได้!!!
บัดนี้เราถือว่าการนำองค์กรสิ้นสุดไปเด็ดขาดในปี 2562 เมื่อมีการเลือกตั้ง สส. ครั้งใหม่ นี่คือด้านล้มเหลวและไม่อาจรักษาชีวิตและเยียวยาประชาชนที่ร่วมการต่อสู้ได้ดี กระทั่งไม่อาจทวงความยุติธรรมได้ นี่เป็นด้านลบที่เห็น แต่ในด้านบวก ความสำเร็จคือมีผู้คนสนับสนุนการนำขององค์กร นปช. และร่วมการต่อสู้ยืดเยื้อ แม้หลังถูกปราบปรามในปี 2553 การชุมนุมของคนเสื้อแดงช่วงที่ดิฉันเป็นประธาน นปช. ตั้งแต่แกนนำทั้งหลายอยู่ในคุกในปี พ.ศ. 2553 จนถึงปี พ.ศ. 2557 ก็มีผู้ร่วมชุมนุมมืดฟ้ามัวดินเช่นกัน จนต้องมีการจัดการเลือกตั้งในปี 2554 ได้เร็วก่อนครบวาระการปราบปรามประชาชนครบ 1 ปี
ดิฉันขอขมเชยคุณวีระกานต์ที่เป็นประธานจริงคนแรกขององค์กร
นปช. ที่เปิดกว้างให้มีแกนนำนอกพรรคเข้ามาร่วมนำการต่อสู้ ด้วยประสบการณ์ของคุณวีระกานต์เองที่เคยร่วมต่อสู้มาตั้งแต่
14ตุลา16, 6ตุลา19, พฤษภา35
จึงถือว่าเป็นแกนนำอาวุโสสายพรรคที่เข้าใจบริบทการต่อสู้ของประชาชน และให้เกียรติพวกที่ไม่ใช่สายพรรค
โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวดิฉันในการทำงานสำคัญ ๆ เพื่อปรับปรุงการนำของ นปช.
หลังการยุติการชุมนุมในปี
พ.ศ. 2552 เรื่องราววันยุติการชุมนุมดิฉันอาจจะเขียนรายละเอียดในตอนต่อไป
แต่สิ่งหนึ่งคือการสรุปบทเรียน ปัญหาที่เกิดในเวลานั้น เนื่องมาจากความคิดวีรชนเอกชน เสรี
ไร้ระเบียบวินัย ไม่ขึ้นต่อการนำ
ทำให้เกิดผลลบข่อขบวนการ
ไม่ว่าจะเป็นการนำแท็กซี่ไปล้อมที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ทำให้เกิดการจราจรติดขัดบริเวณโรงพยาบาล แต่ยังดีที่ไม่มีการสร้างความรุนแรงใด ๆ
จากผู้ชุมนุมแต่อย่างใด
ปัญหาที่พัทยาก็บานปลายอันเนื่องจากการปะทะกับชายชุดน้ำเงินและการปราบปรามจากเจ้าหน้าที่ เป็นทั้งเหตุสุดวิสัยจากปัญหาเฉพาะหน้า แต่ก็มีปัญหาในการนำที่ยังมีจุดอ่อนเช่นกัน
ที่สำคัญอันนำมาสู่การมีวิวาทะขัดแย้งก็คือ เรื่องเนื้อหาปราศรัยที่ต่างคนต่างปราศรัยตามความคิดความเข้าใจของตน
ดิฉันซึ่งร่วมอยู่ด้วยตลอดเวลาทุกวันจึงได้เสนอหลักการเพื่อนำไปสู่การนำที่มีเอกภาพ เพื่อสร้างองค์กรที่มีหลักนโยบ่าย ยุทธศาสตร์
ยุทธวิธี มีการนำรวมหมู่ และการสร้างองค์กรที่นำประชาชนด้วยความรู้ ด้วยอุดมการณ์
ด้วยจุดยืนและเป้าหมายที่ถูกต้อง
· เป็นที่มาของนโยบาย 6 ข้อของ นปช. ที่ใช้ขับเคลื่อนองค์กร
ให้เป็นเอกภาพ
· เป็นที่มาของเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ในการต่อสู้คือ
ระบอบอำมาตยาธิปไตย
· เป็นที่มาของยุทธศาสตร์ 2 ขา
· เป็นที่มาของการทำโรงเรียนการเมืองเพื่อสร้างมวลชนให้สามารถเป็นผู้ปฏิบัติงานการเมือง
นำมวลชนของ นปช. ตามหลักนโยบายและเป้ายหมายทางยุทธศาสตร์ ซึ่งยังถูกต้องจนบัดนี้
องค์กร นปช. จึงกลายเป็นองค์กรแนวร่วมที่มีรูปการณ์
มีหลักนโยบาย มีชุดการนำรวมหมู่
คุณวีระกานต์เปิดโอกาสให้ดิฉันไปเขียนรายละเอียดมานำเสนอ และที่สุดก็ลงมติผ่านเห็นด้วย และนี่คือที่มาของการเกิดโรงเรียนการเมือง
เพราะเราจำเป็นต้องให้แกนนำมวลชนและมวลชนของเรารับรู้หลักนโยบาย
ยุทธศาสตร์ของเรา
เขารู้ว่าเขาสู้กับระบอบอำมาตย์
เขาก็กลายเป็นไพร่ในยุคใหม่โดยปริยาย
การเปิดโรงเรียนการเมือง นปช.
ดิฉันยอมรับว่าเอาแนวคิดจากฝ่ายซ้ายมา
เพราะการยกระดับความรับรู้ทิศทางและหนทางการต่อสู้เป็นสิ่งจำเป็นของพลเมืองที่ตื่นรู้
(Active
Citizen) ในหลักนโยบาย 6 ข้อ
เราเน้นข้อ 1 และข้อ 3 มาก
เพราะไม่ต้องการให้เกิดปัญหาการนำทางไปสู่เป้าหมายระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขที่อำนาจเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง ที่ปัจจุบันเราก็ยังต้องสู้ประเด็นนี้อยู่
เพราะระบอบอำมาตยาธิปไตยไม่ยอมคืนอำนาจให้ประชาชนจนบัดนี้ (พ.ศ. 2569) เราก็ยังต้องสู้ตามนโยบายข้อ 1 อยู่ แม้องค์กร นปช. จะไม่มีแล้ว แต่ประชาชนก็ยังต้องสู้ตามนโยบายข้อ 1
อยู่ ส่วนข้อ 3 เราเน้นหนทางการต่อสู้แบบสันติวิธี เพราะพวงฮาร์ดคอร์สุ่มเสี่ยง สู้แบบไม่มีความรู้ อ้างแก้ว 3 ประการแบบปฏิวัติจีน ซึ่งมันผิดทั้งหมด ทั้งแนวร่วม ไม่ใช่องค์กรปฏิบัติ
และไม่มีกองทัพปลดแอก
ทำให้ฮาร์ดคอร์เหล่านั้นไปหากินกับนาย
และหาสปอนเซอร์ อ้างว่ามีปฏิบัติการพิเศษ
ซึ่งไม่มีอยู่จริง และไม่มีการตอบรับจากมวลชนภายใต้การนำขององค์กร นปช.
ที่ยึดหนทางสันติวิธี มิฉะนั้นกรุงเทพฯ
คงเป็นสนามรบ
เป็นการสู้รบในเมืองตามที่พวกกองทัพและรัฐบาลขณะนั้นให้ร้าย
พวกเราถูกกล่าวหาว่า เรามีคนติดอาวุธ 500 คน ถ้ามีจริงก็คงเป็นมิคสัญญีไปแล้ว
ดิฉันเล็งเห็นไว้ล่วงหน้าว่าอะไรจะเกิดขึ้น
เราจึงต้องชัดเจนในหลักนโยบายและเป้าหมายทางยุทธศาสตร์เพื่อโค่นล้มระบอบอำมาตย์ (ไม่ใช่ให้พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลอย่างเดียว)
ดิฉันเขียนระหว่างมีการเดินขบวนจัดการปัญหาโกง สว. ก็เห็นป้าย “โค่นล้มระบอบอำมาตย์”
ดีใจค่ะที่คนรุ่นใหม่ก็เข้าใจปัญหาประเทศไทย ยังใช้คำขวัญทางยุทธศาสตร์เหมือน นปช.
ตั้งแต่ปลายปี 2552 (หลังออกนโยบายมา)
ยิ่งกว่านั้น
หลักฐานในบัตร นปช. และเอกสารโรงเรียน นปช. ก็ยืนยันหลักการต่อสู้สันติวิธี
ได้ใช้ประโยชน์ในการต่อสู้คดีก่อการร้ายในปี พ.ศ. 2553
อย่างหนักแน่นน่าเชื่อถือ
รวมทั้งคดีของมวลชนที่ถูกฟ้องร้องเช่นกัน.
#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #ธิดาถาวรเศรษฐ #โรงเรียนการเมืองนปช #โรงเรียนนปช #นปช #องค์กรนปช
![]() |
![]() |
| หนังสือ "เอกสารประกอบการจัดศึกษาของผู้ปฏิบัติการ โรงเรียนการเมือง นปช. |



