ทนายแจม
ศศินันท์ โพสต์ กระบวนการยุติธรรมต้องเปิดเผยและเป็นธรรม ยกกรณีพิพากษา อานนท์
นำภา และฮิวโก้ จิรฐิตา วานนี้ (25 มิ.ย.) -
เรียกร้องผู้มีอำนาจกลับสู่หลักนิติธรรมอย่างจริงใจ เดินหน้า “นิรโทษกรรมประชาชน”
อย่างเป็นรูปธรรมตามที่รัฐบาลเคยรับปาก
วันนี้
(26 มิถุนายน 2568) น.ส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สส.กทม.
พรรคประชาชน โพสต์ข้อความระบุว่า เมื่อวานนี้ (25 มิ.ย. 68)
ศาลอาญารัชดาได้นัดอ่านคำพิพากษาคดี #อานนท์นำภา ในคดีมาตรา112 และ
ฮิวโก้ จิรฐิตา ในคดี พ.ร.ก ฉุกเฉิน จากเหตุการณ์ในวันเดียวกัน #2ธันวาไปห้าแยกลาดพร้าว มีเหตุการณ์ที่ไม่ควรเกิดขึ้นในขั้นตอนการอ่านคำพิพากษาซึ่งอาจนำไปสู่การละเมิดต่อหลักสิทธิในเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมที่เป็นธรรมของประชาชน
เหตุการณ์ที่เกิดขี้น
เมื่อเวลา
10.30 น. ศาลให้นำตัวอานนท์และจำเลยอีกคนมาตัดสินที่ห้องพิจารณาคดี
และให้ประชาชนออกจากห้องทั้งหมด อนุญาตให้เฉพาะทนายและญาติของจำเลยไม่เกิน 6
คน เข้านั่งฟังการตัดสินคดีได้
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 177
ศาลจะสั่งพิจารณาคดีเป็นการลับได้เฉพาะเมื่อเป็นไปเพื่อ
“ความสงบเรียบร้อย ศีลธรรมอันดีของประชาชน
หรือป้องกันความลับด้านความมั่นคงของประเทศ” แม้จะให้อำนาจดุลพินิจแก่ผู้พิพากษา
แต่ด้วยสถานการณ์ทางการเมืองที่ไม่แน่นอนเช่นนี้ ควรใช้ดุลยพินิจอย่างระมัดระวัง
ตั้งอยู่ในหลักการเคารพสิทธิมนุษยชน และโปร่งใส
เพื่อมิให้ประชาชนเกิดความเคลือบแคลงสงสัย
จนทำให้เกิดการตั้งคำถามกับกระบวนการยุติธรรมซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ซึ่งอาจจะนำไปสู่บรรยากาศทางการเมืองภายในที่คุกรุ่นได้
การที่ศาลไม่ได้มีคำสั่งที่ชัดเจนและเปิดเผยว่า
“เพราะอะไรจึงปิดห้องพิจารณา” โดยไม่มีคำอธิบายให้ประชาชนว่าทำไมจึงไม่สามารถอยู่ฟังการ“อ่านคำพิพากษา”
ได้
ปัญหาจึงไม่ใช่แค่ปิดห้องพิจารณาคดีลับ
แต่คือวิธีการใช้ดุลยพินิจในการใช้กฎหมาย
หลักการ fair trial คือหลักการสำคัญที่ผู้พิพากษาควรยึดถือในการพิจารณาคดี
แต่กลับมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขี้นในคดีที่เกี่ยวกับเสรีภาพ
ดังนั้น
สิ่งที่น่ากังวลจากเหตุการณ์นี้
จึงไม่ใช่เพียงการเปิดพิจารณาคดีลับโดยไม่มีคำสั่งชัดเจนเปิดเผยของศาล แต่คือคำถามสำคัญว่า
”ศาลใช้ดุลยพินิจอย่างไร“
และตีความกฎหมายอย่างไรในการจำกัดสิทธิประชาชนในการเข้าร่วมฟังการพิจารณาคดี
และหากการพิจารณาคดีการเมืองต่อจากนี้ ถูกปิดกั้นโดยไม่มีเหตุอันสมควรและศาลไม่ชี้แจงเหตุผล สิ่งที่เกิดขึ้นย่อมไม่ใช่กระบวนการยุติธรรมที่โปร่งใส แต่เป็นการใช้อำนาจที่อาจละเมิดต่อหลักความเป็นธรรมของประชาชนโดยตรง
ผู้พิพากษาคือบุคคลที่ควรปกป้องหลักการนี้ไว้ในทุกคดียิ่งเมื่อเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับเสรีภาพของประชาชน
ยิ่งต้องเคร่งครัด ไม่ใช่เป็นฝ่ายละเมิดเสียเอง
ดิฉันขอเรียกร้องมิใช่แค่ในฐานะของนักกฎหมายที่ยังคงมีความเชื่อว่ากระบวนการยุติธรรมของเราจะกลับมาทำให้ประชาชนเชื่อมั่นอีกครั้ง
แต่ในฐานะผู้แทนประชาชนที่สะท้อนเสียงเรียกร้องของประชาชนไปยังผู้มีอำนาจให้รัฐบาลหยุดเพิกเฉยต่อความคุกรุ่นทางการเมืองกลับเข้าสู่หลักนิติธรรมอย่างจริงใจและเดินหน้า
“นิรโทษกรรมประชาชน” อย่างเป็นรูปธรรมตามที่รัฐบาลได้เคยรับปากเอาไว้ค่ะ
#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม #นิรโทษกรรมประชาชน #ทนายแจมศศินันท์ #พรรคประชาชน