“สุรเชษฐ์” ยันจุดยืน ปชน.ต่อร่าง พ.ร.บ.ตั๋วร่วม พร้อมผ่านร่างถึงวาระ 3 แม้ไม่เห็นด้วยในบางมาตรา แต่ภาพรวมถือว่าดีขึ้นมากจากร่างคณะรัฐมนตรี ดัน “ตั๋วร่วม” และ “ค่าโดยสารร่วม” สำเร็จ ยืนยัน เรื่องค่าโดยสารร่วมใหญ่กว่านโยบาย 20 บาทตลอดสาย
วันที่ 27 สิงหาคม 2568 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม ต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่แล้ว ตั้งแต่มาตราที่ 35 จนจบทั้งร่าง สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยได้ขอสงวนความเห็น และได้อภิปรายในมาตรา 35 และ 37 ที่เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของกองทุน เงินที่ต้องนำส่งคืนการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และภาระที่เกี่ยวข้อง ก่อนอภิปรายถึงจุดยืนของพรรคประชาชนที่มีต่อร่าง พ.ร.บ.การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม
สุรเชษฐ์ระบุว่าหากไม่นับรวมมาตรา 35 และ 37 ที่เป็นการล้วงกระเป๋าของ รฟม. มาเข้ากองทุนแบบไม่ถูกต้อง ซึ่งเป็นการไปโยงกับร่าง พ.ร.บ.รฟม. ก็นับว่ากรรมาธิการชุดนี้สนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ และในส่วนของพรรคประชาชนก็จะลงมติเห็นชอบ ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะในมาตรานี้ก็ตาม และขอให้รัฐบาลดำเนินงานนโยบายที่เกี่ยวกับค่าโดยสารรถไฟฟ้า รวมถึงค่าใช้จ่ายเงินกองทุนให้เป็นไปตามกฎหมายฉบับนี้อย่างเคร่งครัด
อย่างไรก็ตามตนขอย้ำว่า “ตั๋วร่วม” ไม่เท่ากับ “ค่าโดยสารร่วม” นี่คือประเด็นที่กรรมาธิการทุกคนร่วมกันผลักดันได้สำเร็จ โดยเปลี่ยนตั้งแต่คำนิยามจากร่างกฎหมายฉบับเดิมที่เริ่มร่างขึ้นจากรัฐบาลก่อนหน้า เพื่อทำให้กฎหมายฉบับนี้มีความสมเหตุสมผลมากยิ่งขึ้น ไม่ใช่มีแค่นิยามคำว่าตั๋วร่วมแต่ไม่มีนิยามคำว่าค่าโดยสารร่วมรวมอยู่ด้วย
สุรเชษฐ์กล่าวต่อไปว่าการแยกนิยามเช่นนี้จะทำให้การคิดราคาค่าโดยสารในอนาคต ต้องคิดรวมค่ารถเมล์และรถไฟฟ้า และบูรณาการโลกสองใบนี้เข้าด้วยกัน ไม่ได้ปล่อยให้เป็นโลกคู่ขนานแบบในปัจจุบัน เพื่อทำให้เป็นขนส่งสาธารณะเพื่อทุกคน ให้เส้นเลือดใหญ่ทำงานกับเส้นเลือดฝอย ไม่ใช่อุดหนุนแต่เส้นเลือดใหญ่แต่ละเลยเส้นเลือดฝอย
แม้พรรคประชาชนอาจจะเห็นต่างในมาตราที่ 35 และ 37 แต่มาตรานี้ก็เป็นเพียงประเด็นย่อยในการล้วงกระเป๋าจาก รฟม. มาเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ภาพที่ใหญ่กว่าก็คือวาระ 3 ซึ่งตนและพรรคประชาชนยินดีจะช่วยลงมติให้ร่าง พ.ร.บ.การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วมผ่านสภา
สุรเชษฐ์กล่าวทิ้งท้ายว่าการลงมติเห็นชอบในวาระ 3 ไม่ใช่เพื่อนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย แต่เพื่อตั๋วร่วม บัตรใบเดียวที่ขึ้นได้ทั้งรถเมล์และรถไฟฟ้า เพื่อค่าโดยสารร่วม หรือการคิดค่าโดยสารรถเมล์ร่วมกับรถไฟรถไฟฟ้าจากจุดต้นทางไปยังปลายทาง ไม่ใช่แค่จากสถานีรถไฟฟ้าหนึ่งไปอีกสถานีหนึ่ง เรื่องค่าโดยสารร่วมตาม พ.ร.บ. นี้ใหญ่กว่านโยบาย 20 บาทมาก และมีความสมเหตุสมผลมากกว่า ส่วนเรื่องตั๋วร่วมคือบัตรใบเดียวไม่ต้องถือบัตรหลายใบ และไม่ต้องยุ่งยากกับการลงทะเบียนเพื่อผูกบัตรหลายใบผ่านแอปพลิเคชั่นทางรัฐ