ข้อความจาก “บอย” พงศธรณ์ หลังจากฟังคำพิพากษา ก่อนถูกคุมตัวไปเรือนจำพิเศษฯ 'ขอพระเจ้าทรงประทานความยุติธรรม ให้บังเกิดในสังคมไทยเร็ววัน พร้อมชวนอ่านคำแถลงต่อศาลของบอย
ศาลอาญาลงจำคุก 5 นักกิจกรรม 2 ปี 8 เดือน คดี ม.112 ชุมนุม #25พฤศจิกาไปSCB เห็นว่าแม้คำปราศรัยเป็นจริงหรือไม่ ก็ไม่ทำให้ชอบด้วยกฎหมาย ก่อน “ตี้-บอย” ต้องเข้าเรือนจำรอประกัน
เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 เวลา 09.00 น. ศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาคดีของนักกิจกรรม 5 ราย ได้แก่ อานนท์ นำภา, “ตี้” วรรณวลี ธรรมสัตยา, “บอย” พงศธรณ์ ตันเจริญ, “ฟ้า” พรหมศร วีระธรรมจารี และ “แอมป์” ณวรรษ เลี้ยงวัฒนา ซึ่งถูกฟ้องในข้อหาหลัก “หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จากกรณีชุมนุมและปราศรัยบริเวณหน้าธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ เมื่อวันที่ 25 พ.ย. 2563 หรือ ชุมนุม #25พฤศจิกาไปSCB
ศาลอาญาพิพากษาว่า ทั้งห้าคนมีความผิดตามมาตรา 112 ลงโทษจำคุกคนละ 4 ปี เห็นว่าทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยคนละ 2 ปี 8 เดือน ต่อมาได้มีคำสั่งส่งคำร้องขอประกันตัววรรณวลีและพงศธรณ์ไปให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย ทำให้ทั้งสองคนต้องถูกส่งตัวเข้าเรือนจำ
สำหรับการชุมนุม #25พฤศจิกาไปSCB เมื่อวันที่ 25 พ.ย. 2563 ได้มีการปราศรัยตั้งคำถามต่อกรณีที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกกฎหมายหลายฉบับที่ส่งผลให้เกิดการโอนย้ายทรัพย์สินสาธารณสมบัติของแผ่นดินไปเป็นทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ตลอดจนการบริหารจัดการและการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ทั้งหมดให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย
โดยภายหลังฟังคำพิพากษา บอย ได้เขียนข้อความระบุว่า
ขอให้ทุกคนมีความหวัง
และสู้ไปด้วยกันกับผม
ขอพระเจ้าทรงประทานความยุติธรรม ให้บังเกิดในสังคมไทยเร็ววัน
ออสการ์ โรเมโร พงศธรณ์ ตันเจริญ
30 ตุลาคม 2569
ต่อมา ศาลอาญามีคำสั่งส่งให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาคำสั่งประกันตัว ตี้ วรรณวลี - บอย พงศธรณ์ ม.112 หลังสั่งจำคุก 2 ปี 8 เดือน ทำให้ในวันนี้ทั้ง 2 ต้องถูกนำตัวไปคุมขังที่ทัณฑสถานหญิงกลาง-เรือนจำพิเศษฯ
โดยเวลา 18.29 น. บอย ถูกคุมตัวจากศาลอาญาไปยัง เรือนจําพิเศษกรุงเทพ ท่ามกลางมวลชนรอส่งกำลังใจ
ทั้งนี้เฟสบุ๊คนายพงศธรณ์ ตันเจริญ หรือบอย โพสต์ข้อความที่ระบุคำแถลงต่อศาลก่อนฟังคำพิพากษา ดังนี้
ข้าพเจ้า พงศธรณ์ ตันเจริญ จำเลยที่ 5 ขอเรียนต่อคณะผู้พิพากษาก่อนที่จะมีการอ่านคำพิพากษาในคดีนี้ ในฐานะผู้ที่ออกมายืนหยัดต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมของสังคม ข้าพเจ้าขอใช้โอกาสนี้เพื่อแถลงจุดยืนทางความเชื่อที่ยึดถือเสมอมา
ช่วงเวลาของชีวิตข้าพเจ้าที่ผ่านมา ข้าพเจ้าเติบโตในความเชื่อคาทอลิก ซึ่งพระคัมภีร์ได้สอน และปลุกให้ข้าพเจ้าออกมาทำงานเพื่อรับใช้ผู้อื่นพร้อมกับการแสวงหาความยุติธรรม การยืนหยัดเพื่อความจริง และการเป็นปากเป็นเสียงให้แก่ผู้ไร้ปากเสียงในสังคม
ด้วยเหตุนี้ข้าพเจ้าจึงไม่อาจใช้ชีวิตนิ่งเฉยปัญหาในประเทศนี้ได้ และนำไปสู่การเคลื่อนไหวทางการเมืองแล้วก็กลายเป็นการฟ้องร้องในคดีนี้ อย่างไรก็ดี ข้าพเจ้าอยากนำเรียนว่า การแสดงออกทางการเมืองของข้าพเจ้านั้นไม่ได้เกิดจากจิตใจที่มุ่งสร้างความเกลียดชัง หากแต่เกิดจากจิตสำนึกทางศีลธรรมและความเชื่อมั่นว่า สันติสุขจะเกิดขึ้นได้นั้นต้องเกิดขึ้นบนรากฐานของความยุติธรรม
การสร้างความยุติธรรมในฐานะคริสตชนคาทอลิกถือเป็นพันธกิจทางศีลธรรมที่สำคัญ ดังคำอวยพรที่พระเยซูเจ้าได้ประทานแก่สาวก และประชาชนที่มาฟังบทเทศน์บนภูเขา ว่า ‘ผู้หิวกระหายความชอบธรรม ย่อมเป็นสุข เพราะเขาจะอิ่ม’ คุณลักษณะนี้ถือเป็นหนึ่งในบุญลาภ 8 ประการ อันเป็นความสุขที่แท้จริงสำหรับคริสตชน
ข้าพเจ้าเชื่อมั่นอย่างสุดหัวใจว่า การต่อสู้เรียกร้องให้สังคมเกิดการเปลี่ยนแปลงที่เป็นธรรม เป็นสิ่งที่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของพระเจ้า หากผู้ถือครองอำนาจรัฐใช้กลไกของรัฐ และกฎหมายเป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อลิดรอนสิทธิ เสรีภาพของประชาชน และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ การนิ่งเฉยต่อความไม่เป็นธรรมนั้นย่อมเป็นการทรยศต่อจิตสำนึกแห่งความเชื่อของข้าพเจ้าเอง
ศาลที่เคารพ ข้าพเจ้ายอมรับกระบวนการยุติธรรม และพร้อมที่จะรับฟังคำตัดสินของศาลในวันนี้ แต่ข้าพเจ้าขอกล่าวทิ้งท้ายในห้องพิจารณาคดีแห่งนี้เอาไว้ว่า ‘คำตัดสินทางกฎหมายอาจกำหนดพันธนาการทางกายภาพของข้าพเจ้าได้ แต่ไม่อาจพันธนาการความจริงที่พระเจ้าทรงประทานให้แก่ข้าพเจ้าได้’
ไม่ว่าผลคำพิพากษาในวันนี้จะออกมาเป็นอย่างไร ข้าพเจ้าขอฝากชีวิตไว้ในพระหัตถ์ของพระผู้เป็นเจ้า ผู้ทรงเป็นผู้พิพากษาที่เที่ยงธรรมสูงสุด และข้าพเจ้าจะยังคงสวดภาวนาวอนขอให้สังคมไทยกลับมามีสันติสุขอีกครั้ง ขอให้บรรดานักโทษทางความคิดที่ถูกคุมขังได้รับการปล่อยตัวในเร็ววัน ขอให้เกิดความยุติธรรมบังเกิดขึ้นในสังคมไทย
ด้วยความรัก และการรับใช้
ออสการ์ โรเมโร พงศธรณ์ ตันเจริญ
30 ตุลาคม 2569


