วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2569

‘ธนเดช’ จี้ อผศ. เปิดข้อมูลโควตาสลากรอบใหม่ ชี้ส่อเบี้ยวคำรับปาก เปิดทาง ‘ไอ้โม่ง‘ กินส่วนต่างต่อ


‘ธนเดช’ จี้ อผศ. เปิดข้อมูลโควตาสลากรอบใหม่ ชี้ส่อเบี้ยวคำรับปาก เปิดทาง ‘ไอ้โม่ง‘ กินส่วนต่างต่อ


วันที่ 12 ตุลาคม 2569 ธนเดช เพ็งสุข สส.กรุงเทพฯ เขต 13 พรรคประชาชน กล่าวถึงความกังวลต่อสัญญาโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาลขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) รอบใหม่ที่จะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้ ซึ่งมีโควตารวมกว่า 26 ล้านใบต่อปี โดยระบุว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องของสลากกินแบ่งรัฐบาล แต่คือเงินสวัสดิการและปากท้องของผู้ที่เคยนำชีวิตและร่างกายไปเสี่ยงเพื่อปกป้องประเทศ ซึ่งจากการติดตามปัญหาดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง พบพิรุธว่า อผศ. อาจส่อแววผิดคำรับปาก และปล่อยให้กลุ่มผลประโยชน์หรือกลุ่มทุนคนกลางยังคงได้ประโยชน์จากส่วนต่างเช่นเดิม


ธนเดชเปิดเผยว่า ในการประชุมคณะอนุกรรมาธิการศึกษาการเสริมสร้างความมั่นคงของมนุษย์และการปฏิรูประบบสิทธิประโยชน์เพื่อการดำรงชีพของทหารผ่านศึก คนพิการ และกลุ่มเปราะบางครั้งแรก ผู้แทน อผศ. เคยชี้แจงต่อที่ประชุมว่าจะพยายามนำโควตาสลากเข้าสู่ระบบดิจิทัล ซึ่งเป็นระบบที่สามารถตรวจสอบเส้นทางการจำหน่ายได้ชัดเจนขึ้นและช่วยลดช่องว่างในการรวบสลากไปขายต่อเพื่อกินส่วนต่าง แต่ในการประชุมครั้งถัดมา ผู้แทนสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลกลับยืนยันว่า อผศ. ยังไม่มีมตินำโควตาเข้าสู่ระบบดิจิทัล และโควตารอบใหม่ยังคงเป็นสลากใบเช่นเดิม ทำให้เกิดคำถามว่าสิ่งที่เคยชี้แจงและรับปากกันไว้ได้หายไปไหน


สำหรับโควตาสลากส่วนนี้มีจำนวนถึง 10,988 เล่มต่องวด หรือ 1,098,800 ใบต่องวด รวมทั้งปีกว่า 26 ล้านใบ แต่ในสัญญารอบใหม่มีรายงานว่า อผศ. แจ้งความประสงค์ให้แยกโควตากว่า 4,000 เล่มไปอยู่ในส่วนของสมาคมทหารผ่านศึกพิการ ส่วนที่เหลือกว่า 6,000 เล่มยังอยู่กับ อผศ. ซึ่งธนเดชชี้ว่าการแบ่งโควตาบนกระดาษอาจดูเหมือนเป็นการกระจายสิทธิ แต่คำถามสำคัญคือสลากทั้งสองส่วนจะถึงมือทหารผ่านศึกเพื่อนำไปประกอบอาชีพจริงหรือไม่ หรือสุดท้ายยังถูกรวบไปบริหารและจำหน่ายผ่านเอกชนกลุ่มเดิม หากปลายทางยังเป็นเอกชนกลุ่มเดิม การแยกโควตาก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตทหารผ่านศึกดีขึ้น แต่อาจเป็นเพียงการแยกตัวเลขเพื่อให้ดูว่า อผศ. ถือโควตาน้อยลง ทั้งที่ผลประโยชน์จากสลากยังไหลไปสู่คนกลางเช่นเดิม


ก่อนการลงนามสัญญาในเดือนพฤศจิกายนนี้ ธนเดชจึงได้ยื่นข้อเรียกร้องและทวงถามคำตอบ 4 ข้อจากผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก คือ 

1. เหตุใด อผศ. จึงยังไม่มีมตินำโควตาเข้าสู่ระบบดิจิทัล ทั้งที่เคยชี้แจงต่อที่ประชุมว่าจะดำเนินการ

2. โควตากว่า 4,000 เล่มที่แยกออกไป จะจัดสรรให้ใคร ใช้หลักเกณฑ์อะไร และมีรายชื่อทหารผ่านศึกผู้ได้รับสิทธิจริงหรือไม่

3. สลากทั้งสองส่วนจะถูกส่งต่อให้เอกชนรายใด ในราคาเท่าไร และใครเป็นผู้ได้รับส่วนต่าง

4. ในจำนวนสลากกว่า 26 ล้านใบต่อปี มีเงินกลับถึงมือทหารผ่านศึกจริงใบละเท่าไร


ธนเดชกล่าวทิ้งท้ายว่า แม้รัฐบาลจะประกาศเสมอว่าจะรักษาผลประโยชน์ของชาติและยืนเคียงข้างทหาร แต่กลับนิ่งเฉยเมื่อผลประโยชน์ที่ควรเป็นของทหารผ่านศึกกำลังจะถูกผูกไว้กับระบบเดิม จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนและสื่อมวลชนช่วยกันจับตาดูว่าสัญญาในเดือนพฤศจิกายนนี้ จะเป็นการปฏิรูประบบให้โปร่งใสและตรวจสอบได้จริง หรือเป็นเพียงการเปลี่ยนชื่อผู้รับโควตาบนกระดาษ แล้วปล่อยให้กลุ่มผลประโยชน์เดิมกินส่วนต่างต่อไป 


"สิทธิของทหารผ่านศึกต้องกลับไปถึงทหารผ่านศึก ไม่ใช่กลายเป็นเหมืองทองของคนเพียงไม่กี่คน" ธนเดชกล่าว


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #โควตาสลาก #องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก