วันจันทร์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569

โคราชแดงนับหมื่นทะลักตลาดเซฟวัน! "อ.เชน" ปิดทริปอีสานยิ่งใหญ่ ลั่นพร้อมเป็นนายกฯ คนที่ 33 เปิดโรดแมป "เพื่อไทยทำได้" พลิกฟื้นประเทศทันที “ณัฐวุฒิ” ปราศรัยแรง สวนดุ “ส้ม-น้ำเงิน” โต้เรียงตัวหลังถูกพาดพิงโค้งสุดท้าย

 


โคราชแดงนับหมื่นทะลักตลาดเซฟวัน! "อ.เชน" ปิดทริปอีสานยิ่งใหญ่ ลั่นพร้อมเป็นนายกฯ คนที่ 33 เปิดโรดแมป "เพื่อไทยทำได้" พลิกฟื้นประเทศทันที “ณัฐวุฒิ” ปราศรัยแรง สวนดุ “ส้ม-น้ำเงิน” โต้เรียงตัวหลังถูกพาดพิงโค้งสุดท้าย 


วันที่ 26 มกราคม 2569 เมื่อเวลา 18.00 น. ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย พร้อมคณะ ได้เดินทางมาสักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง จ.นครราชสีมา เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนเดินทางต่อไปยังตลาดเซฟวัน อ.เมือง จ.นครราชสีมา เพื่อปิดทริปการปราศรัยหาเสียงพื้นที่ภาคอีสานกลาง-ใต้ ซึ่งตลอด 3 วันที่ผ่านมาได้ลงพื้นที่ไปแล้ว 9 จังหวัด กว่า 20 จุด


บรรยากาศที่ตลาดเซฟวันเนืองแน่นไปด้วยพี่น้องประชาชนนับหมื่นคนที่มารอให้กำลังใจจนเต็มพื้นที่ โดย ศ.ดร.ยศชนัน และผู้สมัคร สส. นครราชสีมา ทั้ง 16 เขต ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น มีการมอบพวงมาลัยและของดีเมืองโคราช ทั้งหมี่โคราช, พวงมาลัยแคบหมู, น้ำพริกปลาร้า, กุนเชียง, ข้าวตัง และหมูแท่ง เพื่อเป็นการรับขวัญ นอกจากนี้ พรรคเพื่อไทยยังได้เปิดตัวเพลงหาเสียงใหม่ชื่อ "อาจารย์เชน" เป็นครั้งแรก ซึ่งมีจังหวะสนุกสนาน (โจ๊ะ) หวังเจาะฐานเสียงและใช้รณรงค์ในช่วงโค้งสุดท้าย โดยช่วงก่อนขึ้นเวที ประชาชนต่างพากันอุ้ม ศ.ดร.ยศชนัน ขึ้นสู่เวทีท่ามกลางเสียงเชียร์ดังกึกก้อง


ศ.ดร.ยศชนัน ขึ้นปราศรัยโดยระบุว่า มาในฐานะลูกหลานคนโคราช และพร้อมแล้วที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ของชาวโคราช หลายคนฝากความหวังไว้กับพวกเรา และเรามั่นใจว่าในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ จะสานฝันของประชาชนให้เป็นจริง โดยขอประกาศสัญญาใจว่า จะขอกวาดที่นั่ง สส. โคราช ยกจังหวัดทั้ง 16 เขต เพื่อให้พรรคเพื่อไทยกลับมาสานต่อนโยบายตั้งแต่สมัยไทยรักไทย ด้วยขุมกำลังที่สมบูรณ์ที่สุด พร้อมทำงานทันทีเพื่อชาวโคราช


"โคราชจะต้องเป็นมหานครแห่งเกษตร อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว และกีฬา ต้องเป็นเมืองสร้างสรรค์และเมืองแห่งการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของทุกคน พรรคเพื่อไทยทำได้และพร้อมสานต่อวิสัยทัศน์นี้"


ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวต่อถึงปัญหาปากท้องว่า เกษตรกรคือกระดูกสันหลังของชาติ แต่กลับต้องแบกรับภาระหนี้สินเรื้อรัง ตนจึงขอประกาศทำสงครามกับความยากจน และจะล้างหนี้ทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นหนี้เกษตรกร หนี้ กยศ. หรือหนี้ครู พร้อมฟื้นฟูการท่องเที่ยวให้โคราชกลับมาเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก ดึงเม็ดเงินกลับเข้าสู่พื้นที่ ด้านการคมนาคมขนส่ง มีแผนพัฒนารถรางไฟฟ้าวิ่งในเมืองโคราช ในราคา 10 บาทตลอดสาย ซึ่งได้ศึกษาความเป็นไปได้ไว้แล้ว รวมถึงแผนแก้ปัญหาน้ำท่วมและการจราจรติดขัดอย่างเป็นระบบ


จากนั้น ศ.ดร.ยศชนัน ยังได้เปิดโรดแมป "ไทม์ไลน์นโยบายเพื่อไทยทำได้" ซึ่งจะเริ่มนับหนึ่งทันทีตั้งแต่วันแถลงนโยบายต่อรัฐสภา โดยแบ่งระยะการดำเนินงานดังนี้


- ทำทันที : ปราบปรามยาเสพติด ยึดทรัพย์ผู้ค้าให้เสร็จใน 6 เดือน และกวาดล้างแหล่งผลิตใน 1 ปี, ปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์/สแกมเมอร์ พร้อมเยียวยาเหยื่อ, และนโยบายรัฐเป็นลูกค้า SME เพื่อกระจายรายได้สู่รายย่อย


- ภายใน 3 เดือน : โครงการ "คนไทยไร้จน" เติมรายได้ 3,000 บาท/เดือน (ลงทะเบียนใน 3 เดือน จ่ายใน 6 เดือน), สร้างเศรษฐีเงินล้านวันละ 9 คน, หวยเกษียณ, สานต่อโครงการ SML/กองทุนหมู่บ้าน, รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย, และมาตรการล้างหนี้-พักหนี้เกษตรกร-แก้หนี้นอกระบบ


- ภายใน 6 เดือน : ประกันกำไรสินค้าเกษตร 30%, ลดค่าไฟเหลือ 3.70 บาท/หน่วย, สร้าง e-Commerce สัญชาติไทย, โครงการ "เรียนได้งบ จบได้งาน", ทุน ODOS, 30 บาทรักษาทุกที่ด้วย AI, ยกระดับเกษตรกรและ SME ด้วย AI, และ Smart City เมืองปลอดอาชญากรรม


- ภายใน 1 ปี : โครงการ "บ้านเพื่อคนไทย" ขยายโอกาสการมีที่อยู่อาศัยราคาย่อมเยา


ศ.ดร.ยศชนัน ย้ำว่านโยบายทั้งหมดออกแบบมาให้ทำได้จริงและเห็นผลจริง โดยมีหัวใจสำคัญคือการใช้ "รัฐบาลดิจิทัล" เป็นกลไกขับเคลื่อน


ทางด้าน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ได้ขึ้นปราศรัยพาดพิงถึงกรณีที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รักษาการนายกรัฐมนตรี กล่าวหาว่าตนปราศรัยไม่พูดเรื่องนโยบาย โดยนายณัฐวุฒิชี้แจงว่าพรรคเพื่อไทยมีการแบ่งงานกันทำอย่างชัดเจน และยืนยันว่าเพื่อไทยคือพรรคที่สื่อสารนโยบายชัดเจนที่สุด ส่วนกรณีที่นายอนุทินกล่าวว่า "หากเป็นนายกฯ ครบ 4 ปี ประชาชนจะไม่มีที่เก็บเงิน" นั้น ตนฟังแล้วตกใจและตั้งคำถามกลับว่า ประชาชนที่ว่าจะไม่มีที่เก็บเงินนั้นนามสกุลอะไร อยู่จังหวัดไหน ใช่แถวอีสานใต้หรือไม่ พร้อมฝากวาทะเด็ดว่า "ใครจะได้เข้ามาทำงาน ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน แต่อย่าทำให้ทำเนียบรัฐบาล กลายเป็นทำเนียบรับประทาน"


นายณัฐวุฒิ ยังตั้งข้อสังเกตถึงการทำงานของรัฐบาลชุดปัจจุบันว่า ในช่วง 2 เดือนที่คนของ "พรรคหวยสีส้ม" เป็นนายกฯ กลับมีการเร่งงบประมาณโมโตจีพีสูงถึง 4,000 ล้านบาท ในขณะที่คดีฮั้ว สว. และคดีเขากระโดง กลับเงียบหายไป ตนนึกว่าพรรคสีส้มจะออกมาตรวจสอบเรื่องฮั้ว สว. ด้วยกัน แต่กลับเงียบกริบ นอกจากนี้ยังชี้ให้เห็นถึงปรากฏการณ์ใน จ.นครราชสีมา ที่มีลูกหลานตระกูลรัตนเศรษฐ ลงสมัคร สส. กระจายไปทั้งพรรคสีน้ำเงิน พรรคสีส้ม และพรรคผู้กอง ซึ่งน่าสงสัยว่าจะเป็นหลักประกันทางคดีให้กับนายวิรัช รัตนเศรษฐ หรือไม่


ในช่วงท้าย นายณัฐวุฒิกล่าวถึงกรณีพรรคประชาชนพาดพิงพรรคเพื่อไทยเรื่อง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม (ไม่รวม ม.112) ว่า เหตุใดตอนที่พรรคประชาชนทำ MOU ร่วมรัฐบาลกับนายอนุทิน จึงไม่ใช้เรื่องนี้เป็นเงื่อนไขในการเจรจาต่อรอง และกรณีที่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล วิจารณ์ตนว่า "พูดเหมือนใส่เสื้อเหลืองไม่ใช่เสื้อแดง" นั้น ขอยืนยันว่าตนไม่มีวันเดินไปในแนวทางนั้น แต่ขอย้อนถามกลับว่า ตอนที่พรรคประชาชนไปจับมือทำ MOU เพื่อจัดตั้งรัฐบาล เขาเรียกว่าใส่เสื้อสีอะไร


"หลังการเลือกตั้งปี 66 นายปิยบุตรเคยโทรมาขอโทษที่พาดพิงผมในการหาเสียง ซึ่งผมก็ไม่ได้ติดใจ เพราะถือว่าจบไปแล้ว แต่สำหรับการหาเสียงรอบนี้ หากมีการพาดพิงมาอีก ผมก็พร้อมจะอธิบายให้ชัดเจน" นายณัฐวุฒิ กล่าวทิ้งท้าย


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคเพื่อไทย #เลือกตั้ง2569 #นครราชสีมา













ระยองแตกแล้ว! ‘พิธา’ ขอชาวระยองกาเพื่ออนาคตของลูกหลาน กาให้พรรคประชาชนทั้งสองใบ ให้พรรคประชาชนได้เป็น สส. ยกจังหวัดอีกครั้ง เพื่อส่ง ‘เท้ง ณัฐพงษ์’ เป็นนายกรัฐมนตรี

 


ระยองแตกแล้ว! ‘พิธา’ ขอชาวระยองกาเพื่ออนาคตของลูกหลาน กาให้พรรคประชาชนทั้งสองใบ ให้พรรคประชาชนได้เป็น สส. ยกจังหวัดอีกครั้ง เพื่อส่ง ‘เท้ง ณัฐพงษ์’ เป็นนายกรัฐมนตรี


วันที่ 26 มกราคม 2569 พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ลงพื้นที่จังหวัดระยอง ช่วยหาเสียงให้ผู้สมัคร สส. พรรคประชาชน โดยได้เริ่มพบปะประชาชนและปราศรัยที่ลานน้ำพุ สตาร์พลาซ่า ในช่วงบ่าย ตามด้วยตลาดมาบยางพร 23 ในช่วงเย็น 


พิธากล่าวว่า ครั้งที่แล้วพี่น้องประชาชนให้คะแนนกับอดีตพรรคก้าวไกล ในจังหวัดระยอง มากกว่า 230,000 คะแนน เป็นอันดับที่ 2 ของประเทศไทยแล้ว ขอบคุณพ่อแม่พี่น้องที่ส่ง สส. 5 คน 5 เขต ยกจังหวัดเข้าไปดูแลพี่น้องประชาชน โดย ครั้งนี้วันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ เรามีนัดกันอีกครั้งหนึ่ง ขอให้กาทั้งเบอร์ สส. บัญชีรายชื่อ และ สส. แบบแบ่งเขต จากพรรคประชาชนทั้งสองใบ เพื่อส่งณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เข้าทำเนียบรัฐบาล


พิธากล่าวว่า มีเรื่องสำคัญที่เราจะต้องผลักดันต่อร่วมกัน นั่นก็คือการทำงานอย่างไร้รอยต่อ ของ สส. เขต ของ สส. บัญชีรายชื่อ การทำงานของกระทรวง 3 แห่งที่ส่งผลต่อระยองอย่างมีนัยสำคัญแบ่งได้เป็น 3 กระทรวง หนึ่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พี่น้องชาวระยองสร้างเศรษฐกิจให้ประเทศไทยมาเป็นเวลานานแล้ว แลกด้วยสุขภาพของท่าน แลกด้วยสิ่งแวดล้อมของท่าน ควรมีการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม


สอง กระทรวงอุตสาหกรรม พี่น้องประชาชนที่นี่ถูกจัดว่าเป็นจังหวัดที่รวยที่สุดในประเทศไทย แต่สิ่งที่เกิดกับเด็กแรกเกิดในระยองนั้น แย่ที่สุดในประเทศไทย ทารกแรกเกิดใหม่ น้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์ แย่ที่สุดในประเทศไทย 3 อันดับแรกอยู่ที่จังหวัดนี้ ลูกหลานของเราที่อายุ 0-5 ขวบ มีพัฒนาการต่ำที่สุดในประเทศไทย อุบัติเหตุที่มาจากการเดินทางออกจากโรงงาน เข้าโรงงาน อันดับที่แย่ที่สุดในประเทศไทย อยู่ที่ระยอง 


สาม กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ทั้งสามกระทรวงนี้มีผลต่อการแก้ปัญหาให้เกิดความสมดุลระหว่างโครงสร้างเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตชาวระยอง 


พิธากล่าวต่อไปว่า ครั้งที่แล้วตนเชื่อว่าชาวระยองเลือกก้าวไกลเพื่ออนาคตของตนเอง แต่คราวนี้ คือการเลือกเพื่ออนาคตของลูกหลานท่าน อย่าให้เงินไม่กี่พันมาซื้อศักดิ์ศรีของพี่น้องชาวระยองไป เพราะเรากำลังซื้ออนาคตให้กับลูกหลานของเรา 


วันนี้ วันที่ 26 มกราคม เมื่อวานวันที่ 25 มกราคม ครบรอบ 4 ปี น้ำมันรั่วที่หาดแม่รำพึง ถ้าย้อนหลังกันไป 10 กว่าปี น้ำมันรั่วที่อ่าวพร้าว พวกเราไม่เคยลืมนั่นคือสาเหตุที่ทำให้ สส. เขตของท่านทั้ง 5 คน บางคนก็ดูเรื่องเกี่ยวกับ พ.ร.บ. สิ่งแวดล้อม บางคนก็ดูเรื่องเกี่ยวกับ พ.ร.บ. โรงงาน บางคนก็ดูเรื่องเกี่ยวกับ พ.ร.บ. PRTR เพื่อที่จะดูแลสวัสดิการและสิ่งแวดล้อมของท่าน ดูแลลูกหลานของท่านให้สามารถที่จะลืมตาอ้าปากได้ 


​ทุกคนคือแรงงาน ไม่ว่าท่านจะเป็นมาตรา 33 มาตรา 39 มาตรา 40 ประกันสังคมในประเทศไทยต้องโปร่งใส และมีความเป็นมืออาชีพ และแยกออกจากการเมือง แรงงานทั่วประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ระยอง จะสามารถลืมตาอ้าปากได้ มีประกันสังคมที่จ่ายอย่างเป็นธรรม ขยายการดูแลทุกด้าน มีบำนาญตอนแก่ ทำให้สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างสมศักดิ์ศรี สามารถให้ลูกหลานของเราโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีสิ่งแวดล้อม มีสุขภาพ มีสวัสดิการดี


จังหวัดระยอง มีทั้งหมด 5 เขต พรรคประชาชนส่งผู้สมัคร สส. ครบทุกเขต ดังนี้ 


กมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล เขต 1 (เบอร์ 1)

กฤช ศิลปชัย เขต 2 (เบอร์ 1)

พงศธร ศรเพชรนรินทร์ เขต 3 (เบอร์ 6)

ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ เขต 4 (เบอร์ 1)

วัชรพงษ์​ ศิริรักษ์ เขต 5 (เบอร์ 2)


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #เลือกตั้ง2569 #รัฐบาลประชาชน















“ธนาธร” ลุยนครปฐม ขอประชาชนเปลี่ยนความผิดหวังในปี 66 เป็นพลัง กาส้มทั้งสองใบ ส่งพรรคประชาชนเป็นรัฐบาล

 


“ธนาธร” ลุยนครปฐม ขอประชาชนเปลี่ยนความผิดหวังในปี 66 เป็นพลัง กาส้มทั้งสองใบ ส่งพรรคประชาชนเป็นรัฐบาล


วันที่ 26 มกราคม 2569 ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ได้เดินทางมาที่จังหวัดนครปฐม เพื่อช่วยหาเสียงให้กับผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคประชาชน โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนให้กำลังใจตลอดเส้นทาง


ธนาธรได้กล่าวขอบคุณกำลังใจที่ประชาชนมอบให้ตั้งแต่สมัยพรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล จนมาถึงพรรคประชาชน และขอให้ชาวนครปฐมที่มีความโกรธ ความเสียใจ จากการเลือกตั้งในปี 2566 ที่พรรคก้าวไกลชนะการเลือกตั้งเป็นพรรคอันดับหนึ่ง แต่ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ขอให้นำความเสียใจและความโกรธเหล่านั้นมาเป็นพลัง ส่งให้พรรคประชาชนเป็นรัฐบาล


ธนาธรกล่าวต่อไปว่า วันนี้ไม่อาจปล่อยให้สังคมเป็นเช่นนี้ต่อไปได้แล้ว เรามีอดีต ส.ส. พรรคก้าวไกล และพรรคประชาชน ได้ร่วมกันทำหน้าที่ตรวจสอบและเปิดโปงปัญหาสำคัญในสังคม ไม่ว่าจะเป็นขบวนการไอโอ ระบบเส้นสายและตั๋วช้างในวงการทหารและตำรวจ เครือข่ายสแกมเมอร์ในประเทศไทย การผูกขาดของทุนขนาดใหญ่ การควบรวมกิจการที่กระทบผู้บริโภค รวมถึงปัญหาความไม่โปร่งใสของกองทุนประกันสังคม ตลอดจนการเรียกร้องสิทธิด้านสาธารณสุขและการปกป้องระบบนิเวศ ซึ่งการต่อสู้กับโครงสร้างอำนาจและผลประโยชน์เหล่านี้ทำให้หลายคนต้องเผชิญกับการถูกฟ้องร้องกว่าร้อยล้าน แต่พรรคประชาชนยังคงยืนหยัดทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างต่อเนื่อง


ธนาธรกล่าวว่า การที่พรรคประชาชนกล้าที่จะต่อสู้กับเรื่องเหล่านี้ ก็เพราะพรรคประชาชนเป็นการเมืองแบบใหม่ ไม่ซื้อสิทธิ์ขายเสียง ไม่ยึดโยงกับเครือข่ายผู้มีอิทธิพล สิ่งที่พรรคประชาชนมีคือการสนับสนุนจากประชาชนเท่านั้น ที่เป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุดของพรรค ในช่วงสองสัปดาห์สุดท้าย ตนและพรรคประชาชนจะทำงานอย่างเต็มที่ แต่ก็ต้องขอแรงประชาชนทุกท่านช่วยกันสนับสนุน เพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมไทยไปด้วยกัน


นอกจากนี้ ธนาธรยังให้สัมภาษณ์ต่อผู้สื่อข่าวว่า ในการเลือกตั้งครั้งนี้ตนมั่นใจว่าจะได้ ส.ส. นครปฐมเพิ่มขึ้นจากสมัยพรรคก้าวไกลอย่างแน่นอน เพราะครั้งที่แล้ว คะแนนบัญชีรายชื่อของพรรคก็มาเป็นอันดับหนึ่ง ครั้งนี้หวังว่าประชาชนจะเลือกพรรคประชาชนทั้ง 2 ใบ โดยหลังการยุบสภาในช่วงแรก ประชาชนยังไม่ได้ตื่นตัวกับการเลือกตั้งมากนัก แต่ขณะนี้ประชาชนมีความตื่นตัวมากขึ้น ตอบรับนโยบายดีขึ้นทุกสัปดาห์ และหลังจากเมื่อวานมีการนำเสนอวิสัยทัศน์ บรรยากาศก็มีความคึกคักมากขึ้น


ส่วนที่นักวิเคราะห์และนักวิชาการประเมินว่าพรรคประชาชนอาจจะได้ ส.ส. น้อยลง หรือไม่สามารถชนะการเลือกตั้งได้นั้น ธนาธรระบุว่าอาจเป็นเพราะนักวิชาการไม่ได้ลงพื้นที่เหมือนตนเอง ซึ่งตนรู้สึกว่าได้รับการตอบรับจากประชาชนดีขึ้นเป็นลำดับในทุกวันที่เดินหน้าหาเสียง


ส่วนกรณีที่พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กลับมาช่วยหาเสียงให้กับพรรคประชาชน เนื่องจากกำลังกระแสกำลังลดลงหรือไม่ธนาธรกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ประมาณสองสัปดาห์ พิธาได้ใช้เวลารณรงค์หาเสียงกับคนไทยในต่างประเทศ ทำให้คนไทยที่ทำงานและศึกษาอยู่ต่างประเทศเกิดความตื่นตัว เมื่อเสร็จภารกิจแล้วจึงกลับมาช่วยหาเสียงในประเทศไทยตั้งแต่เมื่อวานนี้ 


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #เลือกตั้ง2569 #รัฐบาลประชาชน





















“ศิริกัญญา” นำทีมบริหารรัฐบาลประชาชนพบผู้แทน 4 สมาคมท้องถิ่นฯ รุกเสนอแผนงานกระจายอำนาจ ยันเป็นรัฐบาลพร้อมเดินหน้าผู้ว่าฯเลือกตั้งทุกจังหวัด-เพิ่มเงินอุดหนุน/รายได้ท้องถิ่น-ปลดล็อกทุกภารกิจพัฒนาเมือง-เพิ่มสิทธิเลือกตั้ง/อำนาจตรวจสอบของประชาชนในพื้นที่-ข้าราชการทุกสังกัดโยกย้ายก้าวหน้าได้

 


“ศิริกัญญา” นำทีมบริหารรัฐบาลประชาชนพบผู้แทน 4 สมาคมท้องถิ่นฯ รุกเสนอแผนงานกระจายอำนาจ ยันเป็นรัฐบาลพร้อมเดินหน้าผู้ว่าฯเลือกตั้งทุกจังหวัด-เพิ่มเงินอุดหนุน/รายได้ท้องถิ่น-ปลดล็อกทุกภารกิจพัฒนาเมือง-เพิ่มสิทธิเลือกตั้ง/อำนาจตรวจสอบของประชาชนในพื้นที่-ข้าราชการทุกสังกัดโยกย้ายก้าวหน้าได้


วันที่ 26 มกราคม 2569 ที่โรงแรมเมโทรพอยท์ กรุงเทพมหานคร ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน นำโดย ศิริกัญญา ตันสกุล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและรองหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วยผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ อาทิ วรภพ วิริยะโรจน์, วิจักขณ์ฤทธิ์ จิวจินดา, กษิเดช แดงเดช เข้าพบและหารือแนวนโยบายกับผู้แทนสมาคมท้องถิ่นได้แก่ สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย, สมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย, สมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย, ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนทั่วไปที่สนใจนโยบายกระจายอำนาจ


ศิริกัญญา ระบุว่า พรรคประชาชนมีอุดมการณ์และความเชื่อมั่นในบทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทย นโยบายด้านการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น จึงเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของพรรคประชาชน ซึ่งพวกเรามีความตั้งใจและมุ่งมั่นที่จะผลักดันให้การกระจายอำนาจเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม


โดยพรรคประชาชนพร้อมผลักดัน 5 เป้าหมายสำคัญ ที่จะเดินหน้าทันทีเมื่อเป็นรัฐบาล ตั้งแต่ผู้ว่าฯ เลือกตั้งทุกจังหวัด ทุกท้องถิ่นมีงบประมาณขั้นต่ำเพียงพอดูแลประชาชน ปลดล็อกทุกภารกิจพัฒนาเมืองของท้องถิ่น เพื่อให้มีบริการสาธารณะ ที่ถูก-เร็ว-ดี ในทุกพื้นที่ และเพิ่มอำนาจประชาชน เพิ่มสิทธิเลือกตั้ง และอำนาจตรวจสอบท้องถิ่นโดยประชาชนในพื้นที่เอง รวมถึงผลักดันให้ข้าราชการทุกสังกัด ศักดิ์และสิทธิเท่ากัน โยกย้ายก้าวหน้าได้


ศิริกัญญา กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ ทีมรัฐบาลประชาชนยืนยันว่าจะนำข้อเสนอและความเห็นจากการหารือไปพัฒนาต่อยอดเป็นนโยบายและกลไกเชิงปฏิบัติที่ชัดเจน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าการกระจายอำนาจไม่ใช่เพียงคำประกาศเชิงนโยบาย แต่เป็นเรื่องที่พวกเราพรรคประชาชนเอาจริง และพร้อมทันทีเมื่อเป็นรัฐบาล


เป้าหมายที่ 1 ผู้ว่าฯ เลือกตั้งทุกจังหวัด (จังหวัดจัดการตัวเอง) โดยพรรคประชาชนเสนอ เช่น โอนอำนาจพัฒนาจากผู้ว่าฯ ให้ นายก อบจ. เพื่อให้ผู้บริหารสูงสุดในจังหวัดมาจากการเลือกตั้งของประชาชน, ยกระดับ อบต. เป็น เทศบาล และเลือกตั้ง นายกเขต พื้นที่ กทม. เพื่อให้ผู้บริหารมาจากการเลือกตั้ง ทุกระดับ ทุกจังหวัด 


เป้าหมายที่ 2 เพิ่มเงินให้ท้องถิ่น 200,000 ล้านบาทต่อปี ในปี 2572 ให้ทุกท้องถิ่นมีงบประมาณขั้นต่ำเพียงพอดูแลประชาชน โดยพรรคประชาชนเสนอ เช่น เปลี่ยนสูตรเงินอุดหนุนให้ท้องถิ่นกำหนดงบประมาณแบบ Unit Cost ที่กำหนดงบขั้นต่ำตามต้นทุนต่อหน่วยของบริการ และรัฐอุดหนุนชดเชย (เงินอุดหนุน) ส่วนที่ขาด เพื่อให้บริการพื้นฐานเท่าเทียม, ดูแลประชาชนเพิ่ม มีเงินเพิ่ม มีกรอบคนเพิ่ม ปลดล็อกข้อจำกัด 40% เพดานค่าใช้จ่ายบุคลากร และ เพิ่มอำนาจทางการคลังให้ท้องถิ่น กำหนดค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมเองได้ กู้เงิน ร่วมทุนกับเอกชนเองได้ พร้อมเชื่อมข้อมูลกับหน่วยงานรัฐเพื่อเพิ่มการจัดเก็บรายได้


เป้าหมายที่ 3 ปลดล็อกให้ท้องถิ่นทำได้ทั้งหมดยกเว้นเฉพาะที่กำหนดห้ามทำ ไม่ต้องกังวลว่าผิดระเบียบหรือถูกตีความว่าท้องถิ่นไม่มีอำนาจ และคืนอำนาจบริหารงานบุคคลให้ท้องถิ่น โดยพรรคประชาชนเสนอถ่ายโอนภารกิจเพิ่มอำนาจให้ท้องถิ่นพัฒนาเมือง ตามแผนกระจายอำนาจและเพิ่มเติม เช่น จราจร, ขนส่งสาธารณะ, จัดรูปที่ดิน, โรงแรม, โรงงาน, ที่สาธารณะประโยชน์ และที่ดินรัฐที่ท้องถิ่นต้องการใช้ประโยชน์ รวมถึงเมกะโปรเจกต์ยกระดับคุณภาพชีวิตโดยท้องถิ่น วงเงินอุดหนุนพิเศษให้ท้องถิ่นทำ ขนส่งสาธารณะ, น้ำประปา, บำบัดน้ำเสีย และการจัดการขยะ


เป้าหมายที่ 4 เพิ่มอำนาจประชาชน เพิ่มสิทธิเลือกตั้งท้องถิ่นฯ ล่วงหน้า-นอกเขต โดยพรรคประชาชนเสนอ เช่น เพิ่มสิทธิเลือกตั้งท้องถิ่นฯ ล่วงหน้า-นอกเขต เลือกตั้งสมาชิกสภาและผู้บริหารพร้อมกันทั่วประเทศ เพิ่มสิทธิเลือกตั้งของประชาชน พร้อมกับ e-Government ไม่ต้องกรอกข้อมูลซ้ำซ้อน ทุกระบบข้อมูลต้องเชื่อมกันได้ วงเงินอุดหนุน เลือกบริการดิจิทัลเองได้


และเป้าหมายที่ 5 บุคลากรภาครัฐมีความก้าวหน้า โอนย้ายข้ามหน่วยสะดวก มีเส้นทางอาชีพ (Career Path) เชื่อมกันระหว่างท้องถิ่น-ส่วนกลางได้ ใช้ระบบดิจิทัล ลดการใช้เอกสาร ลดงานธุรการที่ไม่จำเป็น และ เชื่อมข้อมูลระหว่างหน่วยงานรัฐ ไม่ต้องมีข้าราชการกรอกข้อมูลซ้ำซ้อน 


ศิริกัญญากล่าวทิ้งท้ายว่า พวกเราพรรคประชาชนมีอุดมการณ์และความเชื่อมั่นในบทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทย นโยบายด้านการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นจึงเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของพรรคประชาชน ซึ่งพวกเรามีความตั้งใจและมุ่งมั่นที่จะผลักดันให้การกระจายอำนาจเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เมื่อเป็นรัฐบาลพร้อมเดินหน้าทันที


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #เลือกตั้ง2569 #รัฐบาลประชาชน