จาก Facebook Live อ.ธิดา ถาวรเศรษฐ
วันพฤหัสบดีที่ 8
มกราคม 2569
สวัสดีค่ะ
วันนี้เป็นพฤหัสบดีที่ 8 มกราคม วันที่ 8 กุมภาพันธ์ ก็นับไปข้างหน้าอีกเดือนหนึ่ง
ก็จะเป็นวันที่เป็นวันประวัติศาสตร์ ในทัศนะของดิฉันที่สำคัญกว่าการเลือกตั้ง
ก็คือการทำประชามติเพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ดิฉันถือว่าอันนั้นสำคัญมาก แล้วก็อยากจะสนับสนุนให้
ถ้าใครมีพื้นที่ว่างก็ช่วยกันติดป้าย
ให้คนไปลงประชามติเพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569
วันที่ 8 กุมภา
จะเป็นวันประวัติศาสตร์ เหมือนกับกรณีก่อนหน้าเป็นวันที่ 7 สิงหาคม 2559
ตอนที่เขาทำประชามติรัฐธรรมนูญ 2560 เจ็บปวดมากนะคะ
เพราะว่าผลของประชามติรัฐธรรมนูญ 2560 ภายใต้ท็อปบูท ในที่สุดประชาชนเห็นชอบ 16,820,863 เสียง และไม่เห็นชอบรัฐธรรมนูญ
2560 จำนวน 10,593,132 เสียง
เที่ยวนี้ดิฉันอยากจะให้มันกลับกัน ก็คือเห็นชอบการเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ให้เกิน 10
กว่าล้าน ควรจะไปถึง 20 กว่าล้านเสียง
มันเป็นประวัติศาสตร์ที่ขมขื่นของการลงประชามติเมื่อ
7สิงหา2559 ที่ได้รัฐธรรมนูญ 2560 เป็นที่มาของความขมขื่นเกือบทศวรรษ
ที่ทำให้ประเทศเราจมปลักดักดาน ไม่มีใครคบ แล้วคนก็ดูถูกน้อยกว่าพม่า
หรือน้อยกว่าประเทศเผด็จการอื่น ๆ นิดเดียว เพราะฉะนั้นความขมขื่นที่เราไปลงประชามติรัฐธรรมนูญ
2560 แล้วเราต้องอยู่ภายใต้ท็อปบูทของ 3ป ทำให้ประเทศชาติไม่มีเกียรติยศศักดิ์ศรี
ประชาชนไม่มีเกียรติยศศักดิ์ศรี เสถียรภาพทางการเมืองก็ไม่มี
ความขัดแย้งของประชาชนที่ต้องการรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายกรอบโครงสร้างใหญ่
ที่มีประชาชนยึดโยงอยู่ กับคนที่ต้องการคงอำนาจสืบเนื่องของการทำรัฐประหาร
คือเป็นความขัดแย้งระหว่างประชาชนกับฝั่งจารีต แต่ในตอนนั้นคนบอกว่า “รับ ๆ
ไปเถอะจะได้มีเลือกตั้ง” แต่ผลจากการรับ ๆ ไปเถอะ เราต้องขมขื่นมาจนบัดนี้
ดิฉันจึงอยากให้วันที่
8 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้เป็นวันที่ประชาชนตัดสิน
ใช้ปากกาเปลี่ยนประวัติศาสตร์การเมืองไทย
เพื่อให้ได้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ยึดโยงกับประชาชน
ครั้งที่แล้วเขาเขียนรัฐธรรมนูญโดยใช้ปืน แต่ตอนนี้ของเรา
เราอยากเขียนรัฐธรรมนูญด้วยปากกาของประชาชนที่ไปกา อย่างน้อยที่สุดเริ่มต้นเป็นประชามติรอบแรกก็คือ
เห็นชอบที่จะให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ยึดโยงกับประชาชน
แน่นอน
เรามีปัญหาในรัฐสภาและผลจากศาลรัฐธรรมนูญที่เราไม่สามารถมีสสร.ได้โดยตรงก็ตาม
แต่อย่างน้อยที่สุดก็ขอให้มันมีจุดเริ่มต้น แต่ว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี 2560
มันแก้ยากมาก เขาเขียนเพื่อให้ใช้ปืนหรือใช้ดาบปลายปืน ฉีก/ฟัน ทิ้งเท่านั้น การทำใหม่โดยปากกาประชาชนยากมาก
รอบที่แล้วการทำประชามติก็ใช้ปืนจี้
แกนนำคนเสื้อแดงหรือนปช.ทั่วประเทศถูกจับเป็นจำนวนมาก ทุกจังหวัดเลยค่ะ
ดิฉันไม่สามารถเอารูปเก่ามาให้ดูได้ มีหมด แม้กระทั่งใน กทม. ที่ต้องการรณรงค์
ไม่ได้ไปขัดขวางประชามติ ต้องการรณรงค์ให้ไปลงประชามติ
แต่เขาไม่ยอมให้มีความคิดเห็นต่างทางการเมือง นั่นคือรัฐธรรมนูญ 2560
ดังนั้นพอมาเที่ยวนี้
ดิฉันจะไม่ไปพูดถึงกว่าจะมาถึงวันนี้ที่จะมีการจัดการลงประชามติได้
มันใช้เวลานานมากและถูกขัดขวางอยู่เป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม เมื่อประตูที่ 1
เปิดแล้ว ดิฉันก็อยากจะให้พวกเราตระหนักว่า
นี่เป็นเวลาประวัติศาสตร์ที่เราต้องสู้กับอำนาจที่ไม่ต้องการคืนอำนาจให้กับประชาชน
พรรคการเมืองบางพรรคบอกชัดเลยว่าไม่ต้องการมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ดีแล้ว
ประชาชนจำนวนหนึ่งที่ออกมาพูด (ไม่รู้มาจากจัดตั้งหรือเปล่า) บอกว่า
“ไม่เห็นเกี่ยวกันเลยกับประชาชน แก้ทำไมรัฐธรรมนูญ” ดิฉันคิดว่าเขาคงลืมไปแล้วว่าประเทศตกต่ำเพียงไรหลังจากมีรัฐธรรมนูญ
2560 และอยู่ภายใต้ท็อปบูททหาร ก็คือทหาร แทนที่จะเป็นทหารอาชีพ
กลับทำตัวเป็นนายกรัฐมนตรี ดิฉันว่า ไม่รู้ว่าหลักสูตรโรงเรียนนายร้อย จปร.
เขาเรียนรัฐศาสตร์ นิติศาสตร์หรือเปล่า? ถ้าคิดอย่างนี้นะ ให้มีหลักสูตรนายร้อย
จปร. มีรัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ ซึ่งปกติดิฉันรู้ว่ามีวิทยาศาสตร์บัณฑิต และมีวิศวะ
แต่ว่า สอนมันให้หมดเลย เพราะมันไม่ใช่โรงเรียนนายร้อย จปร. แล้ว
มันเป็นโรงเรียนสำหรับเตรียมนายกรัฐมนตรี นี่คือแนวทางเก่าที่มีมาในอดีต
อย่าลืมว่าเรามีผู้ปกครอง มีนายกรัฐมนตรีที่เป็นทหารมาตั้งแต่ปี 2490 มาจน 2516
ผลัดนิดนึง รัฐประหารใหม่ ต้องต่อสู้มาจนกระทั่งถึงปี 2535 ได้เป็นนายกฯ
พลเรือนอีกสักปีสองปี เอ้า...รัฐประหารอีก จนกระทั่งได้รัฐธรรมนูญ 2540
พอพลเรือนเป็นรัฐบาลจำนวนหนึ่ง กำลังจะไปโลด เอา...ก็ต้องมีรัฐประหาร
แล้วเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ฉบับ 2550 ไม่พอใจ ก็ต้องฉบับ 2560 เพราะนายทหารใหญ่ต้องการครองอำนาจนานที่สุด
ประชาชนลืมไปแล้วหรือ??? ว่าเราตกต่ำเพียงใด
เราไม่ได้ตกต่ำเพราะเพียงแต่ว่ามีทหารมาเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ตกต่ำในฐานะที่เป็นการเมืองที่ไม่มีเสถียรภาพ มีความขัดแย้งระหว่างประชาชนกับชนชั้นนำสูงมาก เศรษฐกิจที่อยากให้มันดี มันไปไม่ได้ เพราะถ้าการเมืองมันไม่ดี การเมืองมันไม่ก้าวหน้า ดิฉันฝากบอกกับพวกนักการเมืองที่ถูกชาวบ้านมาว่า ฝากไปบอกด้วยว่า ปากท้องจะดี เศรษฐกิจประเทศจะดี รายได้ต่อหัวประชาชนจะดี ลดความเหลื่อมล้ำได้ นี่คือเศรษฐกิจแบบที่ก้าวหน้า ไม่ใช่เศรษฐกิจแบบขอทาน เอาเงินโปรย แล้วถ้าใครวิ่งมาทันก็มารับเอาเงินไป มันไม่ใช่เศรษฐกิจที่เขาแจกแบบงานอะไร ภาษาใต้เขาเรียกชิงเปรต แจกจ่าย หรือถ้าภาษาอังกฤษก็เป็น Helicopter Money มันไม่ใช่!
แต่มันจะเกิดเศรษฐกิจดีได้
การเมืองมันต้องดี การเมืองมันต้องมีเสถียรภาพ
การเมืองมันต้องยึดโยงกับอำนาจประชาชนตามหลักสากล เราถึงจะไปแข่งขันในเวทีโลกได้ ไม่อย่างนั้น 10 ปีที่ผ่านมา เขาปิดประตูเราหมด
ทำ FTA
กับใครก็ไม่ได้ จะไปซื้อขายอะไรกับใครเขาก็ไม่ให้ทำ
เพราะเขารังเกียจว่าเราเป็นประเทศเผด็จการที่มาจากรัฐประหาร
อันนี้เป็นสิ่งที่ประชาชนลืมไปแล้ว เมื่อรอบก่อนปี 2566 ยังคงพอจำได้
ไม่มีลุงใช่มั้ย? มีเราไม่มีลุง ได้คะแนนเสียงถล่มทลาย ตอนนี้ลุงไม่อยู่เลยชักลืม
ตอนนี้แย่ยิ่งกว่าลุงนะ
เพราะว่ามีการโหนในขณะที่มีเกิดกรณีพิพาทชายแดนในเรื่องของกัมพูชา โหนกองทัพ
โหนแนวคิดชาตินิยม จนกระทั่งลืมเรื่องทหารทำรัฐประหารยาวนานปกครองล้มเหลว
คุณอยากมีผู้นำอย่างกัมพูชาเหรอ? ก็รบกัน คือต้องมีผู้นำแบบเดียวกับกัมพูชา
แล้วก็รบกันแบบกัมพูชา เอาแบบนั้นมั้ย?
เพราะฉะนั้นก็จะกลายเป็นว่าเราดีกว่าพม่านิดเดียว
ดังนั้น
การที่เราจะต้องมีรัฐธรรมนูญใหม่ นั่นหมายถึงเราจะต้องมีการเมืองที่ก้าวหน้า
มีเสถียรภาพ มีการเมืองที่ดีขึ้นกว่าเดิม
และเป็นการเมืองที่อยู่ในระบอบประชาธิปไตย แล้วแข่งขันกันในเชิงนโยบาย
เพราะฉะนั้นดิฉันอยากจะให้นโยบายของพรรคการเมือง บอกมาชัด ๆ เลย คุณเห็นชอบกับการมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ยึดโยงกับประชาชนหรือเปล่า?
หรือคุณไม่อยากมี ตัวนี้เป็นนโยบายสำคัญ
เพราะนี่คือนโยบายทางการเมืองที่ประชาชนจะได้รู้
ที่จริงที่พูดนี้มันก็คืออารัมภบทนะ
แต่มันมีความรู้สึกกับสัญญาณอันตรายต่าง ๆ
ที่เกิดขึ้นในสถานการณ์ที่เรามีสถานการณ์ชายแดน
แล้วมันก็ทำให้หลายคนลืมไปแล้วว่าเราต้องขมขื่นกับการที่มีพวกลุงทำรัฐประหารกี่รอบ
ๆ ที่เขาพูดว่าทหารมีไว้ทำไม? เขาไม่ได้มีไว้ถามใครหรอก เขามีไว้สำหรับทหารแก่ ๆ
ทหารที่บ้าอำนาจ ทหารที่อยากปกครองประเทศ เพราะนั่นไม่ใช่ทหาร
ทหารต้องเป็นทหารอาชีพที่เสียสละ และต่อสู้เพื่อรักษาอธิปไตย-v’xitgmL
วันนี้ที่ดิฉันจะพูดก็คืออยากจะพูดถึง
สัญญาณอันตราย เนื่องจากดิฉันเป็นห่วงมากว่า ถ้าประชามติในวันที่ 8
กุมภาพันธ์ ออกมาแล้วคนส่วนใหญ่เกิดไม่เห็นชอบ พูดตรง ๆ
มีพรรคการเมืองบางพรรคที่โหนกระแสชาตินิยม รบมันไปเลย
หรือใช้แนวคิดที่ว่าไม่ต้องแก้รัฐธรรมนูญ เกิดได้รับเสียงข้างมากขึ้นมา
แล้วถ้าไม่มี ทำให้ไม่สามารถที่จะเปิดประตูแรกในการที่จะไปแก้รัฐธรรมนูญ
ไปเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ได้ ประตูนี้ปิด มันเป็นความเสียหายมหันต์ต่อประเทศชาตินะ
แปลว่าอะไร? แปลว่าเรายังคงจุดธูปไหว้รัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 อยู่นะ
ขอบพระคุณลุงทั้งหลายที่อุตส่าห์มาเขียน และคุณมีชัยด้วย
ที่เขียนรัฐธรรมนูญแบบเทวดาฉบับนี้ เราจะรักษารัฐธรรมนูญของท่านไปชั่วฟ้าดินสลาย
ถึงแม้เราจะตายเราก็จะเทิดทูนรัฐธรรมนูญฉบับนี้
ลืมไปแล้วความขมขื่นช่วงที่เรามีโควิด แม้กระทั่งจนบัดนี้
เรายังต้องเรียกหาแนวคิดแบบประชานิยม ไม่ว่าจะเป็นการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต
ไม่ว่าจะเป็นคนละครึ่งพลัส ต่อไปก็คนละค่อนไปก็ได้ มีทั้งแจกเต็ม แจกคนละครึ่ง
คนละค่อน (30/70) อะไรต่าง ๆ เหล่านี้
ซึ่งมันไม่ได้ทำให้ประเทศนี้ดีขึ้นเลย
การมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
มันเหมือนกับเราเขียนแปลนสร้างที่อยู่อาศัยแบบใหม่ เราออกแบบ
แต่เป็นการสร้างประเทศที่พร้อมจะก้าวไปข้างหน้า ให้ความสุขกับประชาชนในประเทศ
ไม่ใช่อยู่ในบ้านที่มีห้องแบบเทวดาอยู่สักห้องสองห้องเท่านั้น แต่คนอื่นไม่เลย
ปูเสื่อหรือกางเต็นท์นอนกัน
แต่ว่ามีห้องแบบวิลิศมาหราอยู่เฉพาะบางห้องให้เฉพาะคนบางคน
ดังนั้นนี่จึงเป็นการออกแบบแผนที่มีหมุดหมายที่ให้ประโยชน์กับประชาชนส่วนใหญ่
“ชนชั้นใดเขียนกฎหมาย ก็แน่ไซร้เพื่อชนชั้นนั้น” พวกรัฐประหารให้เขียนรัฐธรรมนูญ
มันก็ต้องการคงประโยชน์ไว้กับชนชั้นนำที่สนับสนุนการทำรัฐประหาร และไม่ต้องการแก้
มีหลายพรรครอบที่แล้วก็บอก รัฐธรรมนูญนี้เขียนเพื่อให้เราประมาณว่าเราได้ประโยชน์
หรือคนของเราได้ประโยชน์ เพราะฉะนั้น เหตุผลในการเขียนรัฐธรรมนูญใหม่
สมควรที่จะอธิบายให้ประชาชนได้ทราบทั่วไปอย่างดี
ดิฉันเห็นเอกสารหนังสือของ
กกต. มาที่บ้าน ก็อย่างงั้นแหละ ดีอะไรรู้มั้ย? ดีอย่างเดียว ตัวหนังสือมันใหญ่
ตัวมันโต ให้คนแก่ ๆ ตาไม่ดีได้ดู แต่เริ่มต้นตั้งแต่อันแรก อย่างที่บอกแล้ว การทำเครื่องหมายให้กากบาท
ก็ไม่เขียน ไม่มีกากบาท แต่จริง ๆ ในประเทศไทย
เวลาออกเสียงไม่ว่าจะเลือกตั้งหรือทำประชามติอะไรก็ตาม แล้วบอกว่าต้องกากบาท
ในประเทศที่เขาเจริญแล้วนะ คุณจะทำสัญลักษณ์อะไรก็ได้ แต่ขอให้ตรงช่องนั้น เช่น
ช่องเห็นชอบ คุณจะกาเครื่องหมายถูกก็ได้ (นี่ประเทศอื่นนะ) แต่ประเทศไทยต้องกากบาท
แต่ในนี้ไม่ได้เขียน ถ้าคุณขืนไปทำเครื่องหมายอื่นนะ บัตรเสีย!!! ในเมืองไทยเนี่ย กาถูก เช่น
เราจะเลือกเบอร์ 1 เรากาถูกเบอร์ 1 บัตรเสียเลย ที่อื่นเขาเอาเจตจำนงของคนเป็นหลัก
ทำสัญลักษณ์อะไรก็ได้
ก็ถือว่าได้พยายามทำออกมา
ก็เรียกว่ายังทันเวลา แต่ว่าดิฉันมีความคิดเห็นว่า การทำประชามติเที่ยวนี้
แน่นอนมันไม่ได้อยู่ภายใต้ท็อปบูท
แต่ว่ามันอยู่ภายใต้รัฐบาลซึ่งมีความพึงพอใจกับรัฐธรรมนูญฉบับเก่า
แล้วพยายามจะขัดขวาง เช่น ต้องลงประชามติ 2 ชั้น 3 ชั้น สว.
ภายใต้อาณัติก็บอกไม่เกี่ยวกับผม ยกตัวอย่างอย่างนี้เป็นต้น คือพูดง่าย ๆ
ว่ารัฐบาลที่ทำอยู่เวลานี้ จริง ๆ ไม่ใช่รักษาการ เป็นรัฐบาลจริงอยู่นี่
เป็นรัฐบาลที่แสดงออกมาแล้ว ไม่ได้เห็นด้วย
ไม่ได้เห็นชอบที่จะให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
ก็เหมือนกับกกต.ที่เขียนแสดงความเห็นด้านลบต่อการมีรัฐธรรมนูญใหม่ว่า
คุณแก้ซิ แก้มาตราไหนก็แก้
อันนี้วิธีคิดของพวกจารีตที่ไม่ต้องการให้เขียนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
กลัวจะแก้มากเกินไป กลัวจะแก้ไปกระทบกระเทือนอำนาจ
แต่ว่าถ้าคิดว่าแก้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้วคือแก้ 112 อันนั้นไม่ใช่นะ
อันนี้มันรัฐธรรมนูญ อันนั้นมันกฎหมายอาญา อย่าผสมสองเรื่องเข้าด้วยกัน
และเมื่อรัฐบาลขณะนี้เป็นรัฐบาลที่ไม่ได้ต้องการรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
อันนี้เป็นสัญญาณอันตราย แน่นอนเขาอาจจะไม่ได้ขัดขวาง แต่ท่านอย่าลืมนะว่า
นี่พูดถึง กกต. ก่อนเลยก็ได้
กกต. โดย แสวง บุญมี
ออกมาเบรก
ไม่ให้พรรคการเมืองและนักการเมืองแสดงความคิดเห็นชี้นำการลงประชามติรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
ซึ่งผิด!!! ผิดมหันต์
ไม่ขอโทษ และไม่ออกคำแถลงใหม่ วันนั้นที่คุณหนูหริ่ง (สมบัติ บุญงามอนงค์)
กับทาง เป๋า iLaw
คุณหนูหริ่งก็พยายามจะบอกให้เขียนเป็นคำแถลง เขาบอกเขาพูดแค่นี้พอแล้ว
แปลว่านายแน่มาก คำพูดครั้งนี้เพื่อไปลบคำพูดเก่า แต่จริง ๆ มันก็คือแค่คำพูด
ถ้าเพื่อจะแก้คำพูดเก่า คุณต้องมีคำแถลง
แต่อย่างไรก็ตาม เขาจำเป็นต้องแก้ตัวใหม่ว่าพูดแสดงความเห็นเรื่องประชามติได้
เพราะว่าเขาก็บอกเองว่ามันจะขัดรัฐธรรมนูญ และแม้กระทั่งในเอกสารที่แจกมา
มันก็จะมีบอกเลยว่ามันเป็นอิสระ
และมันเป็นเสรีภาพที่คนจะต้องสามารถที่จะแสดงความคิดเห็นในเรื่องรัฐธรรมนูญได้ นี่ไง
5.2 มาตรการป้องกัน แก้ไข
หรือเยียวยาความเดือดร้อนหรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินการออกเสียงประชามติให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
(1) มีการเปิดโอกาสให้ฝ่ายที่เห็นชอบและไม่เห็นชอบในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
ได้มีโอกาสในการแสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระและเท่าเทียมกัน
แปลว่าที่แล้วมา นายแสวง
บุญมี พูดขัดกันกับสิ่งที่แจกประชาชน ก็เลยต้องมาแก้คำพูดใหม่ในรอบหลัง
พิมพ์ไปแล้วนะ เพิ่งมาแก้ วันนี้เป็นวันที่สองมั้ง
วันที่คุณหนูหริ่งไปดูเหมือนเป็นวันที่ 6 แต่ไอ้นี่มันพิมพ์ก่อนแล้ว
แปลว่ากล้าพูดในสิ่งที่ตัวเองไม่แน่ใจและไม่รู้ว่าขัด ฉะนั้น อันนี้ผิดชัด ๆ เลย
กกต. ห้ามไม่ให้พรรคการเมือง/นักการเมืองแสดงความคิดเห็น
นี่เป็นสัญญาณอันตรายตอนต้น ทำให้พรรคการเมือง/นักการเมืองไม่กล้าแสดงความคิด ทั้ง
ๆ ที่มันต้องเป็นนโยบาย บอกมาเลยว่าเอาหรือไม่เอารัฐธรรมนูญฉบับใหม่
ผมชอบรัฐธรรมนูญฉบับเก่า สมมุติพรรคสีน้ำเงินเคยพูดอย่างนั้น พูดซิ! พูดกับกองเชียร์คุณซิ!
ตรงไปตรงมาซิ! ว่าคุณเห็นด้วยหรือเปล่า ไม่ใช่อิดออด
จนกระทั่งประชามติทำได้ข้อเดียว
แทนที่จะเป็นกุญแจเปิดประตูแบบที่พรรคประชาชนเขาคิดอย่างนั้น
ดิฉันไม่เห็นด้วยกับพรรคประชาชนในเรื่อง MOA นี้
เพราะดิฉันก็ไม่เชื่อ แต่ว่าคุณมีสัญญาออกสาธารณะไปแล้ว คุณก็ยืนยันต่อในนโยบายเลยว่าคุณไม่เห็นชอบในการเขียนรัฐธรรมนูญใหม่
พูดมาให้ตรงไปตรงมา ทีนี้ กกต.ผิดที่ไปปิดปากพรรคการเมือง/นักการเมือง
ผิดมหันต์ข้อที่หนึ่ง
อีกข้อหนึ่งที่สำคัญมากเลยก็คือว่า
จริง ๆ กกต.ก็รู้อยู่แล้วว่าจะมีการทำประชามติในวันเดียวกับวันออกเสียงเลือกตั้ง เพราะฉะนั้น
สิ่งที่ออกมาก็คือว่า ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม คุณให้คนไปลงทะเบียนเลือกตั้ง นอกเขต
แต่ในการเลือกตั้งนอกเขตนั้น คุณไม่ได้พ่วงประเด็นประชามติด้วย
ทำให้คนที่ไปลงทะเบียนเพื่อจะเลือกตั้งนอกเขต จำนวน 2,410,425 คน
แล้วคุณเพิ่งมาประกาศให้มาลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขต วันที่ 3-4-5
มกราคม 3 วันเท่านั้น แล้ววันที่ 3-4 มันเป็นวันหยุด คนเขายังไปเที่ยวอยู่
แล้วคุณนึกว่าคนจะได้รับฟังข้อมูลหมดเหรอ? คุณบอกว่าใช้เวลา 7 นาที ดิฉันไปถามผู้ช่วยแม่บ้าน/คนขับรถ
ลำบากมาก เขาต้องไปอาศัยคนอื่นส่งลิ้งค์มา ใครบอกคุณว่า 7 นาที ต้องมีตัวช่วย
แล้วคนจำนวนมากไปลงทะเบียนเพื่อที่จะขอใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าตั้งแต่วันที่
20 ธันวาคม มันไม่มีประเด็นประชามติเลย เขาต้องมาลงทะเบียนใหม่วันที่ 3-4-5 มกราคม
สุดท้ายคนดี
ๆ ที่เขามีอุดมการณ์ เขาอยากจะออกเสียงประชามติหายไปเกือบล้านคน (812,369 คน)
ใครต้องรับผิดชอบ กกต. ดิฉันเชื่อว่าใน 2
ล้านกว่าคนที่เขาไปลงทะเบียนเลือกตั้งนอกเขต เขาต้องการลงประชามติ ไม่ว่าเขาจะลง เห็นชอบ/ไม่เห็นชอบ
ใครไม่อยากลงบ้าง อุตส่าห์ไปลงทะเบียนใช้สิทธินอกเขต เขากลับบ้านไม่ได้เพราะว่าเขาเพิ่งมาจากปีใหม่
แล้วจะกลับบ้านอีกมันก็อาจจะไม่สะดวก ยกเว้นประเภทที่ว่ามีการจ่ายค่ารถมา
เหมาไปเลยเอาค่ารถไปลงคะแนนที่บ้าน คนส่วนใหญ่อย่างน้อย 2
ล้านกว่าคนที่ต้องการเลือกตั้งนอกเขตและต้องการลงประชามติ แต่เพราะความผิดของ กกต.
ทำให้คน 8 แสนกว่าคนไม่สามารถลงประชามติได้
ตัวเลขนี้ให้ท่านผู้ชมจำไว้นะ
ถ้าเกิดมีการแพ้เสียงในระดับนี้นะ เอาเรื่องเลยนะ กับ กกต. นะ
ดิฉันคิดว่าไอ้ที่เราพูดว่าจะต้องมีการใช้จ่ายเงินในการทำประชามติ จ่ายเงินก็จ่าย
มันต้องถือว่าฟาวล์นะ อันนี้แปลว่า กกต. ไม่รับผิดชอบเลย ทำไมคุณไม่เตรียมพร้อม
คุณเอาแบบฟอร์มเก่า ลงคะแนนแบบเก่า คุณรับงบไปตั้งเยอะแยะ ทำไมไม่ทำใหม่ให้ครอบคลุมทำประชามติ
แล้วไปมัดเอาคนที่ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้ากับนอกเขต ปกตินอกเขตแปลว่าเขาไปใช้สิทธิออกเสียงวันที่
8 ก็ได้ แต่เขาไม่ลงที่บ้าน ยกตัวอย่าง ดิฉันอยู่เขตดอนเมือง แม่บ้านเขาก็มาใช้สิทธิที่เขตดอนเมือง
เขตดอนเมืองเขาให้ใบอย่างนี้มา คือมัดเอาพวกเลือกล่วงหน้ากับนอกเขตอยู่ด้วยกัน
บังคับว่าต้องไปออกเสียง 2 ครั้ง ก็คือพวกที่เลือกตั้งนอกเขต ถ้าไปเลือกสส.
ต้องไปวันที่ 1 ก.พ. และถ้าลงประชามติต้องไปวันที่ 8 ก.พ. ไม่สนใจ!
ถามว่าทำไมต้องไป 2 ครั้ง บางคนเขาต้องเสียค่ารถ เสียอะไรต่าง ๆ เยอะแยะ กกต.
ไม่สน! ลงทะเบียนมีเวลา 3 วัน ช่วยไม่ได้! ไม่สน! ประชาชนต้องมาอีก 2 วัน ช่วยไม่ได้! ไม่สน!
เป็น
กกต.แบบไหนกัน แข่งกันกับเมื่อตอนปี 2562 หรือเปล่า? ที่สอบตกเลข ทำผิดกฎหมาย
ทำให้มีพรรคเล็กเข้าสภา แล้วก็สุดท้ายได้รัฐบาลพลเอกประยุทธ์จากพรรคเล็ก คำนวณสอบตกเลย
มันก็เป็นประวัติศาสตร์ที่เราจะต้องพูดว่า กกต.ชุดนั้นจงใจทำให้เกิดประโยชน์กับรัฐบาลที่มาจากการทำรัฐประหารได้สืบต่อ
จงใจสอบตกเลย คำนวณผิด และผิดกฎหมาย พรรคที่ได้เลือกมาไม่กี่หมื่น แทนที่ 2
แสนกว่าเสียงถึงจะได้บัญชีรายชื่อ 1 คน ทำให้ไม่กี่หมื่นก็ได้แล้ว กล้าทำ!!! เพราะเป็นองค์กรอิสระที่ลอยมา
ไม่ได้มาจากดิน เที่ยวนี้ก็ยังกล้าทำนะ กล้าทำ สระอำที่ไม่มีธรรมะ
เอาเฉพาะตัวเองสะดวก ไม่สนใจ จำตัวเลข 812,369 นี้นะที่ไม่ได้สิทธิลงประชามตินอกเขต
แล้วสำหรับประชาชน
เรามีแต่ต้องช่วยกัน เพราะกกต.ทำความผิดพลาดมหันต์ในเรื่องไปปิดปากพรรคการเมือง/นักการเมือง
จริง ๆ กกต.ต้องจัดเวทีให้พรรคการเมือง/นักการเมือง
และองค์กรประชาชนมาพูดเฉพาะเรื่องของการลงประชามติ สำคัญอย่างไร?
ทำไมต้องไปลงประชามติ? นี่เป็นหัวข้อที่ต้องพูด ทำไมต้องมาเสียเงิน? ทำไมต้องมาทำประชามติ?
มันมีปัญหาตรงไหน? ทำแล้วมันได้ประโยชน์อะไร? เสียตังเปล่า ๆ แล้วทำไมต้องไปทำ
คุณอาจจะบอกว่าเพราะครม. ให้ทำ อันนั้นคือคุณ แต่ไม่ใช่ประชาชน
อันนี้มันเป็นเรื่องของผลประโยชน์ประชาชนที่ตอนนี้เริ่มสับสนอลหม่าน
เอาเรื่องการโหนชาตินิยม การโหนกองทัพ อะไรต่าง ๆ จนกระทั่งการลงประชามติเพื่อมีรัฐธรรมนูญใหม่พร่าเลือน
จนกระทั่งพูดว่าแก้รัฐธรรมนูญไม่เกี่ยวกับเศรษฐกิจ อยากจะได้ปากท้องดี
พรรคการเมืองก็พลอยตกใจไปด้วย ไม่กล้าพูดเรื่องประชามติเพื่อรัฐธรรมนูญใหม่ พูดไปเลย
ทำให้เศรษฐกิจดีแน่ แต่ถ้าการเมืองเลว ทำไมยุคลุงตู่คุณว่าการเมืองมีเสถียรภาพมั้ย?
มีเสถียรภาพ แล้วก็ใช้รัฐธรรมนูญ 2560 แล้วคุณได้ดังใจ ปรากฏว่าดินแดนก็เสีย ลองไปถามพวกกลุ่มสีเหลืองด้วยกันซิ
ดินแดนก็เสีย ไม่ได้ปกป้องดินแดน ขนาดทหารเป็นนายกฯ นะ “บ้านหนองจาน” เป็นของเขมร มีลุงบางคนพูด
นี่ยกตัวอย่างเป็นต้น แล้วเศรษฐกิจล่ะ ลงอย่างนี้เลย กราฟลงดิ่ง มันไม่รู้จะลงต่อไปอีกแค่ไหน
มันไม่สามารถขึ้นได้ คนลืมไปแล้วว่าการเมืองเลวก็ทำให้เศรษฐกิจเลว
เราไม่ต้องการนักการเมืองที่เลว เราต้องการนักการเมืองที่ดี แต่ที่ยิ่งกว่านั้นคือเราไม่ต้องการให้การทำรัฐประหารและทหารถือปืนมาคุมประเทศ
นั่นแหละการเมืองเลวจริง ดังนั้น นี่คือเหตุผลที่เราจะต้องออกแบบโครงสร้างประเทศใหม่
ด้วยรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และมันจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น ไม่ใช่พวกหนึ่งอยู่บนห้องหอสวยงาม
อีกพวกหนึ่งนอนกลางดินกินกลางทราย ไม่ใช่!!! เรื่องนี้ กกต. ต้องแก้ตัวนะ
ส่วนในเรื่องของพรรคการเมือง
ดิฉันก็อยากจะบอกว่าคุณบอกมาให้ชัดเลยว่า คุณชอบที่จะได้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มั้ย
หรือที่คุณปฏิบัติให้รู้แล้วว่าคุณไม่ชอบ พูดออกมาด้วยดีกว่า ให้มันชัด ๆ
ในการหาเสียงเลย เพราะนี่เป็นนโยบายสำคัญในทัศนะดิฉัน ว่าคุณต้องการประเทศแบบไหน
คุณต้องการประเทศแบบที่มีโครงสร้างของบ้านเรือนของประเทศแบบเดิมโดยไม่ต้องไปยุ่งกับรัฐธรรมนูญ
มันจะได้แตกต่างกันกับพวกที่ต้องการแบบแปลนของประเทศแบบใหม่
เพราะฉะนั้น
ตัวเลข 812,369 นี้เราพลาดไปแล้วนะ ด้วยกกต. สิ่งที่จะต้องทำก็คือ ทั้งกกต.
ทั้งพรรคการเมืองและนักการเมือง ต้องช่วยกันทำให้กระแสของการลงประชามติเพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญใหม่เป็นกระแสที่มีความเป็นอิสระ
มีเสรีภาพ อย่าให้เหมือนตอนรัฐธรรมนูญ 2560 คุณต้องชี้ให้เห็นเลยว่ารัฐธรรมนูญ
2560 ใครออกความคิดต่างไม่ได้ แต่นี่กกต.ตอนเริ่มต้นก็เอาละ ไม่ให้แสดงความคิดเห็น
ดังนั้นตอนนี้ต้องแก้ตัวทั้งกกต. ทั้งพรรคการเมืองและนักการเมือง
ก็คือทำให้ชัดเจนว่าคุณมีทัศนะอย่างไร เห็นชอบหรือไม่
และกกต.ต้องสนับสนุนให้คนไปลงประชามติ
แต่อย่างไรก็ตาม
ไม่ว่าจะมีทัศนะอย่างไร สิ่งหนึ่งที่ทำได้คือ ให้คนเห็นความสำคัญว่าทำไมต้องมีประชามติ
ทำไมเราต้องจ่ายเงินเพื่อเรื่องนี้ อนาคตของประเทศ การเมือง เศรษฐกิจ สังคม
มันจะเกี่ยวกันอย่างไรกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
พรรคการเมืองบางพรรคตอนนี้เหมือนเป็นฝ่ายถูกกระทำ “ทำไมต้องแก้รัฐธรรมนูญ
ไม่เห็นเกี่ยวกับปากท้อง” ต้องพูดให้ได้นะถ้าคุณเห็นด้วย ไปหาให้สั้น ๆ
แต่สำหรับดิฉันก็คือ
เศรษฐกิจจะดี ประชาชนจะมีความสุข ปากท้องจะดี มันต้องดีจากการเมือง
การเมืองมันต้องดีก่อน คุณดูพม่าซิ การเมืองพม่าเป็นยังไงคนถึงเป็นแบบนั้น
กัมพูชาด้วยก็ได้ เราไม่วิจารณ์ว่าดีหรือไม่ดี แต่อย่างน้อยที่สุดเราจะเห็นเลยว่า
คนของเขาอยู่ไม่ได้ แรงงานกัมพูชา แรงงานพม่า พุ่งเข้ามาอยู่ในประเทศไทย ถ้ามันดีเขาจะเข้ามาหรือเปล่า
เข้ามาทำงานในประเทศไทยแล้วไม่อยากกลับเลย บางคนถูกหลอกให้กลับแล้วก็อยากมา
เอาง่าย ๆ เลยนะลองเปรียบเทียบว่าการเมืองเขาดีหรือไม่ดี อาจจะเป็นระบอบคนละระบอบก็ได้
สมมุติอย่างประเทศจีน หรือเป็นสหรัฐอเมริกา เขาคนละระบอบเลยนะ แต่เขามีเสถียรภาพ
ถ้าการเมืองดีมีเสถียรภาพ
ยึดโยงกับประชาชน ทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดีได้ การเมืองมันต้องดีก่อน
ถ้ามันมัวแต่แย่งอำนาจกัน แล้วก็เอาปืนมาเที่ยวยิงประชาชน แล้วยึดอำนาจ
แล้วฉีกรัฐธรรมนูญ ทำซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็น 20 กว่ารอบ การเมืองมันจะดีได้ยังไง???
และเศรษฐกิจจะดีได้ยังไง??? และที่บอกว่าจะทำให้รายได้ต่อหัวเพิ่มขึ้นภายในเวลาไม่กี่ปี
ดิฉันว่าเป็นไปไม่ได้!!! ถ้าประเทศนี้ไม่มีอนาคตทางการเมืองที่ดี ดิฉันในอดีตในฐานะประธานนปช.
ได้สัมผัสกับคนต่างประเทศอยู่เป็นจำนวนมาก เขาบอกเลยว่าเขาเสียใจมาก
เขาอยากจะลงทุนอยู่ในประเทศไทย ดิฉันยกตัวอย่างก็ได้ ประเทศญี่ปุ่น
เขาพึงพอใจกับการที่เรามีศาสนาพุทธและเราเป็นมิตรประเทศ
แต่การเมืองไทยทำให้เขาปวดหัวมาก และหลายประเทศต้องไปปักหลักที่อินโดนีเซีย
ต้องเคลื่อนย้ายการผลิต เขาบอกอะไรที่มันอยู่เขาก็อาจจะไม่เลิก แต่ว่าจะไม่เพิ่ม เพราะการเมืองมันไม่เสถียรภาพเลย
ดังนั้นวิธีที่จะทำให้ประเทศชาติเจริญก้าวหน้าได้ทุกอย่าง
คุณต้องเริ่มที่การเมืองที่ดี แล้วการเมืองที่ดีต้องเริ่มจากโครงสร้างสถาปนิกของประเทศที่มีแปลนที่ดี
มันจะได้ไม่ล้มครืนเหมือนตึกสตง.ของเราไง โน่น...เขาแผ่นดินไหวที่พม่า
ไกลเป็นพันกิโลเมตรเลย นิดเดียวเท่านั้น ตึกสตง.ถล่มหมด!!! เพราะแบบแปลนและวัสดุต่าง
ๆ มันเลว
การมีรัฐธรรมนูญก็คือการมีโครงสร้างหลักของประเทศ
และด้วยเหตุนี้ชนชั้นนำจารีตอำนาจนิยมที่มองว่าโครงสร้างของประเทศนั้น ถ้าทำให้อำนาจชนชั้นนำลดลงไป
เป็นอำนาจของประชาชนมาก เขารับไม่ได้ เมื่อเขารับไม่ได้ เขาก็ต้องใช้กลไก
ไม่ว่าจะด้วยปืน หรือจะด้วยค้อน นิติสงคราม หรือใช้อาวุธ เพื่อที่จะจัดการและปกปักรักษารัฐธรรมนูญ
2560
ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญที่เลวที่สุดในมาตรฐานของระบอบประชาธิปไตยที่อำนาจเป็นของประชาชน
เพราะอำนาจประชาชนในโตรงสร้างรัฐธรรมนูญ 2560 นี้ ถูกบิดเบือน
ถูกแย่งชิงไปให้ไปอยู่ในมือของชนชั้นนำ
แล้วในขณะนี้
นอกจากชนชั้นนำที่อยู่ในระบอบเก่า นายทุนผูกขาด มันยังมีนายทุนเทาเข้ามา
แล้วสีเทามันจะเข้ามาเขมือบประเทศนี้ทั้งประเทศเลย คุณลองคิดดูว่าโครงสร้างเก่ามันแย่อยู่แล้ว
แล้วพอได้เงินสีเทาเข้ามาอีก แล้วมันจะเหลืออะไร? อย่างนั้นคุณไม่สามารถที่จะไปเทียบกับสิงคโปร์ได้เลย
ที่เขามีความโปร่งใส มาเลเซียก็ทิ้งคุณ สมัยก่อนคุณเทียบกับเกาหลี ใต้หวัน ฮ่องกง เขาไปไกลหมดแล้ว
ก็หันมาเรียกว่าลดระดับลงมา ตอนนี้เทียบกับเวียดนาม เวียดนามเขาก็หนีไปได้ ทั้งที่เขาไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตยแบบทุนนิยมนะ
เขายังเป็นสังคมนิยม แต่เขาปรับให้อยู่ได้ในโลกทุนนิยม และการเมืองเขามีเสถียรภาพ
เผด็จการแบบชนชั้นกรรมาชีพมันจะอยู่ได้ก็ต่อเมื่อมันให้ความเป็นธรรมกับคนทั้งในชนชั้นกรรมาชีพและชนชั้นอื่นด้วย
มันถึงจะเป็นเผด็จการพรรคเดียวได้ การเมืองเขามีเสถียรภาพ
เราต้องมาแข่งกับเวียดนาม ตอนนี้ทำท่าว่าแพ้เวียดนาม แล้วต่อไปคุณจะแข่งกับใคร?
แข่งกับกัมพูชา พม่า หรือสาธารณรัฐของกะเหรี่ยงที่กำลังจะสร้างขึ้นใหม่
(สาธารณรัฐกอทูเล)
ดิฉันก็ขอฝากต่อพรรคการเมือง
ส่วนกกต.ไม่อยากจะฝาก แต่ถ้า กกต. จะแก้ความผิด ก็จัดเวทีนะ
และให้รณรงค์ให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการลงประชามติ ในทัศนะดิฉัน
สำคัญกว่าการเลือกตั้งนะ อันนี้สำคัญมาก เพราะว่าถ้าเราต้องการจะเปลี่ยนแปลงประเทศ
ประชามตินี้สำคัญ ถ้าแพ้!!! แปลว่าเราไม่ต้องการเปลี่ยน เอารัฐธรรมนูญเอาแบบแปลนเดิม แบบแปลนปี 2560
ที่มันจะทำให้เศรษฐกิจเราพังทลายเหมือนตึก สตง. นั่นแหละ ก็เอาแบบเดิม
เพราะฉะนั้นมันสำคัญมาก
สำหรับฝ่ายประชาชนก็ต้องผนึกกำลัง ช่วยกันรณรงค์และผลักดัน/จี้ สื่อมวลชนด้วย
ถามพรรคการเมืองเลย คำถามสำคัญก็คือ
พรรคคุณเห็นชอบกับการที่จะมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของประชาชน หรือเปล่า?
นี่คือคำถามสำคัญยิ่งกว่าจะถามว่า มีคนละครึ่งพลัส หรือจะแจกเงินยังไง? คนไทยไม่ใช่ขอทาน
เราต้องการสร้างประเทศด้วยมือของประชาชน ดังนั้น
วันนี้ดิฉันจึงมีข้อเรียกร้องทั้งต่อกกต. ที่ผิดซ้ำแล้วซ้ำอีก ทั้งต่อพรรคการเมือง
ต่อสื่อมวลชนและองค์กรประชาชน ช่วยกันสร้างกระแสเพื่อเปลี่ยนประวัติศาสตร์การเมืองไทย
ให้เป็นการเมืองยุคใหม่ ด้วยมือของคุณเอง ให้ทั่วถึงทั้งประเทศค่ะ
#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #ธิดาถาวรเศรษฐ #ประชามติ #รัฐธรรมนูญใหม่