วีรยุทธ : การเปลี่ยนแปลงไม่น่ากลัวเท่ากับการอยู่แบบเดิม - ศิริกัญญา เปลี่ยนระบบราชการให้ทันโลก
วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 พรรคประชาชนจัดการปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายก่อนเข้าคูหา ‘ประชาชนเปลี่ยนประเทศ’ ที่อาคารกีฬาเวสน์ 1 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพฯ (ไทย-ญี่ปุ่น) ดินแดง โดยมีการจัดเตรียมที่นั่งทั้งด้านในอาคาร รองรับประมาณ 10,000 คน และภายนอกอาคาร บริเวณสนามฟุตบอลข้างสระว่ายน้ำ
ด้าน วีระยุทธ กล่าวว่าภารกิจแห่งชีวิตของตนคือการฟื้นชีวิตเสือตัวที่ 5 ตนเห็นว่าต่อให้ไม่มีวิกฤตต้มยํากุ้งในปี 2540 ประเทศไทยก็ยากที่จะก้าวขึ้นไปเป็นประเทศร่ํารวยต่อจากสี่เสือแห่งเอเชียตะวันออก เพราะเราไม่เคยวิ่งด้วยขาของตัวเอง เราพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างชาติมาโดยตลอด ข่าวร้ายก็คือผ่านไปสามสิบปีหลังวิกฤตต้มยํากุ้ง จากที่เราเคยเกือบเป็นเสือตัวที่ห้า วันนี้สำนักข่าวชื่อดังของต่างประเทศเพิ่งเรียกเศรษฐกิจไทยว่าเป็น “คนป่วยแห่งเอเชีย”
ข่าวดีก็คือ 30 ปีที่ผ่านมาเราเห็นรัฐบาลมาแล้วทุกเฉดสี ผลลัพธ์แทบไม่ต่างกัน เหลือพรรคหลักอยู่เพียงสีเดียวที่รอสังคมไทยให้โอกาส การจัดการเศรษฐกิจในโลกยุคใหม่ต้องมีอย่างน้อยองค์ประกอบ 2 ข้อ ข้อแรกคือต้องมีทีมบริหารที่มีทั้งเจตจํานงทางการเมืองแน่วแน่ มุ่งมั่นและมีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ข้อที่สอง จะต้องรู้ว่าจะเชื่อมโยงสัมพันธ์กับโลกอย่างมียุทธศาสตร์ได้อย่างไร น่าเสียดายว่าการเมืองเก่า การเมืองอุปถัมภ์ให้เราสองข้อนี้ไม่ได้เลย
การเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคประชาชนขยับมาตรฐานของการเมืองไทยออกไปอีกขั้นหนึ่ง เราเปิดหน้าเปิดชื่อให้ทุกท่านเห็น ว่าหากท่านไว้วางใจ เราจะมีใครเข้ามาเป็นทีมบริหารด้านเศรษฐกิจ ด้านดิจิทัล ด้านการต่างประเทศ ด้านโลจิสติกส์ จนถึงด้านยุติธรรม ด้านสิ่งแวดล้อมให้เห็นกันชัดเจน ครม. ที่ผ่านมา หลายท่านอาจจะบอกว่ารัฐบาลไม่มีเสถียรภาพเปลี่ยนบ่อย แต่ถ้าคุณดูหน้าตารัฐมนตรี สามสิบปีที่ผ่านมาแทบจะเหมือนเดิม แค่เขาเปลี่ยนเก้าอี้เปลี่ยนกระทรวง วนไปวนมา เหมือนกับเล่นเก้าอี้ดนตรีและรัฐมนตรีหน้าเดิมๆ เหมือนทําประกันกลุ่มด้วยกันเอาไว้ ถ้าจะผิดก็ผิดด้วยกัน เพราะนั่งสลับกันไปมาเรื่อยๆ ถ้าจะถูกถ้าจะรอด ถ้าจะอิ่มก็อิ่มไปด้วยกันทั้งยวง
ดังนั้น การเสนอทีมบริหารจึงต้องแสดงความมุ่งมั่นของเราว่ามันจําเป็นต้องทํางานเป็นเนื้อเดียวกันทั้งทีม รัฐมนตรีนี้มี 36 คน ถ้าไม่ทํางานเป็นเนื้อเดียวกัน ไม่มีวันเปลี่ยนรัฐราชการไทยได้เลย ถ้ารัฐมนตรีของเรา ทีมบริหารของเราเริ่มต้นจากการเป็นมืออาชีพ จากการมีเจตจํานงแน่วแน่ เราจะสามารถเปลี่ยนรัฐราชการเปลี่ยน KPI ให้มันตอบสนองต่อชีวิตประชาชนอย่างแท้จริง ตอบสนองต่อเศรษฐกิจไทยอย่างแท้จริง โครงการพันล้านต้องได้พันล้านจริง ไม่ใช่มีแต่เงินทอนแบบที่ผ่านมา
แล้วถ้าเริ่มต้นทีมบริหารด้วยการไม่รับสินบน ไม่ทนคอร์รัปชัน จะทําให้เรากล้าทําเรื่องยาก ๆ อย่างการอุดรูรั่วทางเศรษฐกิจ ยืนยันเรื่องการแข่งขันที่เป็นธรรม ไม่ยอมให้ทุนใหญ่เอาเปรียบทุนเล็ก และไม่ยอมให้ทุนต่างชาติมาเอาเปรียบทุนไทย เราต้องใช้ทั้งเจตจำนงและความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางที่สั่งสมมา ถ้าจะทําให้เศรษฐกิจไทยผงกหัวขึ้นมาได้ ผงกหัวได้ คุณต้องเปลี่ยนหัวก่อน หัวก็คือทีมบริหารทีมคณะรัฐนตรี ที่ต้องเปลี่ยนทั้งชุด ย้ําว่าต้องเปลี่ยนทั้งชุดไปพร้อมกัน มันถึงจะเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ได้
มีทีมบริหารอย่างเดียวไม่พอ ต้องเชื่อมต่อกับโลกแบบมียุทธศาสตร์ ที่ผ่านมาไม่ว่าจะรัฐบาลสีไหนเฉดไหน ทำนโยบายเศรษฐกิจไทยเชื่อมกับโลกด้วยความหวาดกลัว กลัวตกขบวน จึงลดแลกแจกแถม ยอมทุกอย่างขอให้บริษัทต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศเรา ขอให้ขบวนผ่านหน้าบ้านเราและเราก็ถ่ายเซลฟี่กับเขา แต่เขาขนคน ขนของ ขนเทคโนโลยีของเขามาหมดเลย ไม่ยอมให้เราเข้าไปมีส่วนร่วม ขึ้นไปในขบวนไม่ได้ ตั้งแต่ยุคฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ มาถึงยุค EV กำลังจะเกิดกับยุค Data Center และกำลังเป็นต่อไปในยุค AI อีก ถ้ายังไม่เปลี่ยน
การเปลี่ยนหมายความว่ายุทธศาสตร์การทำเศรษฐกิจในโลกยุคนี้ คุณต้องมองหาซัพพลายเชนให้เจอ หาจุดที่เราเก่ง มีศักยภาพ และพัฒนาให้เก่งขึ้นในจุดนั้นจนโลกขาดเราไม่ได้ อย่างในเซมิคอนดักเตอร์ เราเสนอสามชิ้นส่วนยุทธศาสตร์อย่างเซ็นเซอร์ พาวเวอร์ชิป โฟโตนิกส์ เพื่อจะติดชิปให้อุตสาหกรรมเก่าของไทยมีทางไป อุตสาหกรรมใหม่ได้เฉิดฉาย
ถ้าคิดแบบเดิมเช่นเรื่องการท่องเที่ยว จะชวนดิสนีย์แลนด์มาลดแลกแจกแถม ขอให้ดิสนีย์แลนด์มาตั้ง
เกาหลีใต้ที่รวยกว่าเรา มีกําลังซื้อมากกว่าเรา เขายังไม่มีดิสนีย์ธีมพาร์ค แต่เขาสร้างมูลค่าบริษัทเกาหลี จากดิสนีย์ปีละหลายหมื่นล้านบาท ด้วยการเข้าไปมีส่วนร่วมในการทําสตรีมมิง ในการทําหนัง ทําคอนเทนต์ กราฟิกดีไซเนอร์ จนถึงรายการกีฬา ถ้าเราจะส่งเสริมไทยเข้าไปมีส่วนร่วมกับดิสนีย์ คุณต้องมองให้ออกก่อนว่าดิสนีย์ทั้งซัพพลายเชนมีอะไรบ้างและเราส่งเสริมคลัสเตอร์แต่ละประเทศกระจายตามหัวเมืองให้เข้าไปมีส่วนร่วมกับตรงนั้น ทําอย่างนี้เศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทย คนที่อยู่ในธุรกิจนี้อุตสาหกรรมนี้จะเติบโตได้อย่างยั่งยืนและกระจายตัว
นี่คือโมเดลเศรษฐกิจแบบใหม่ที่ต้องเริ่มจากการเข้าใจซัพพลายเชนโลกที่มันเปลี่ยนไปแล้ว
แน่นอนว่า ต่อให้เรามีทีมบริหารแล้ว เราเตรียมยุทธศาสตร์ไปแล้ว ไม่ได้แปลว่าเข้าไปเป็นรัฐบาลแล้ว ทุกอย่างจะราบรื่น ภูมิรัฐศาสตร์โลกก็ปั่นป่วน สงครามการค้าอาจจะกลับมาอีกเมื่อไหร่ก็ได้ ต่อให้หลายท่านยังไม่เห็นด้วยกับนโยบายของเรา ยังไม่เห็นด้วยกับทีมบริหารของเรา ขอให้ท่านเชื่อมั่นในหลักการ และในกระบวนการทํางานของพรรคประชาชน เพราะจุดเริ่มต้นของพรรคประชาชนไม่ใช่การเมืองอุปถัมภ์ เราเลยไม่ติดหนี้ใคร เราเข้าไปเป็นรัฐบาลแล้ว เราไม่จําเป็นต้องชดใช้บุญคุณให้ใคร
ถ้ามีสงครามการค้าอีกครั้งเราจะไม่ใช่แค่รับฟังจากบริษัทใหญ่ๆ แบบที่ผ่านมา แต่เราจะเดินหน้าเข้าไปคุยกับบริษัทขนาดกลางในทุกภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบ คุยกับ SMEs คุยกับเกษตรกร มองไปข้างหน้าร่วมกันว่าจะปรับตัวอย่างไร และถ้าจําเป็นต้องมีการปรับปรุง ต้องตัดสินใจเชิงนโยบายและมีผลกระทบ ต้องติดตามเยียวยาปรับโครงสร้างด้วยกัน ไม่ปล่อยไปตามยถากรรมเหมือนที่ผ่านมา ต่อให้ท่านไม่เห็นด้วยกับนโยบายและทีมบริหารของเรา ขอให้เชื่อมั่นในหลักการและกระบวนการทํางานของรัฐบาลประชาชน
ความน่ากลัวของการเป็นประเทศเศรษฐกิจที่เหมือนกบที่กําลังโดนต้ม คือน้ําค่อยๆ ร้อนขึ้นเรื่อยๆ แล้วเราไม่รู้ตัว จนมันเดือด เมื่อก่อนเราเคยโต 10% ต่อปี ทุกวันนี้แค่โต 2-3% ก็แทบจะฉลองทั้งประเทศแล้ว ถ้าปล่อยไปอย่างนี้ต่อไปเรื่อย ๆ เศรษฐกิจไทยจะยิ่งดิ่งลงเหว ไปสู่สถานการณ์ที่ย่ำแย่ที่สุด ก็คือเศรษฐกิจจะโตต่ําหรือไม่โตเลย แต่จะเหลื่อมล้ําสูงขึ้นเรื่อย ๆ บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ก็จะเหลือแต่บริษัทผูกขาด บริษัทที่ได้สัมปทาน แต่ไม่มีบริษัทใหม่ ๆ คนเก่งทุกคนก็จะใฝ่ฝันถึงการหนีออกไปจากประเทศนี้ นั่นคือสถานการณ์ที่ย่ำแย่ที่สุดที่กําลังจะเกิด ตนถึงบอกว่าการเปลี่ยนแปลงมันไม่น่ากลัวเท่ากับการอยู่แบบเดิม
วีระยุทธกล่าวต่อไปว่า การอยู่แบบเดิมต่อไปอย่างนี้เรื่อยๆ เป็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุดเพราะเรากําลังจะดิ่งลงไปก้นเหวและอาจจะกลับมาไม่ได้อีกเลย รัฐบาลทุกเฉดสีที่ผ่านมาสามสิบปีไม่สามารถตอบโจทย์แก้ปัญหาเศรษฐกิจยุคใหม่ได้อีกแล้ว ที่สําคัญที่สุดก็คือในรอบ 30 ปีที่ผ่านมา ในวันอาทิตย์นี้จะเป็นโอกาสครั้งเดียวที่ประตูแห่งความหวังประตูแห่งโอกาสเปิดออก
“ขอเชิญชวนทุกท่าน อย่าละทิ้งโอกาสนี้ มาร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งของการออกแรงเปิดประตูแห่งความเป็นไปได้ เปิดประตูแห่งโอกาสให้กับเศรษฐกิจไทยให้กับลูกหลานคนไทยให้กับตัวท่านเอง พรรคประชาชน ผม และทีมบริหารทุกคนพร้อมทํางานอย่างเต็มที่ด้วยเจตจํานงทางการเมืองที่แน่วแน่ ด้วยความรู้ความสามารถที่สั่งสมประสบการณ์มา ขอโอกาสให้พวกเรามีโอกาสพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทยให้สู้กับโลกใบใหม่ ๆ ขอโอกาสให้เราเสริมความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจไทย ทําเศรษฐกิจไทยให้เท่าเทียมกันและให้เท่าทันโลก”
[ เปลี่ยนระบบราชการให้ทันโลก ]
ศิริกัญญา กล่าวว่า วันนี้ตนดีใจมากๆ ที่ได้กลับมาปราศรัย ก่อนหน้านี้ไปแต่เวทีดีเบต ได้ฟังนโยบายของพรรคอื่น มีแต่เสียงในหัวขึ้นมาตลอดเวลาว่า แต่ละปัญหาเกิดขึ้นมานานมากแล้ว อยู่มาตั้งนานทำไมไม่ทำ พอเลือกตั้งทีก็มาขอโอกาส แต่ไม่มีใครกล้าทำสักที พรรคประชาชนจะทำให้ดู
หลายปัญหามักจบลงที่ว่าเป็นเพราะระบบราชการที่ปรับเปลี่ยนไม่ทันโลก ตนไม่ได้โทษข้าราชการเลย เข้าใจดีว่าไม่ใช่ความผิดของพวกเขา แต่เป็นความผิดของระบบราชการ ที่ผ่านมามีข้าราชการบุคลากรภาครัฐเข้ามาฝากความหวังกับตนเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เพราะวันนี้ข้าราชการที่ดีก็ท้อแท้กับระบบที่ลงโทษคนเก่งคนกล้า แล้วเชิดชูเด็กนาย เส้นสาย พวกพ้อง ทุกวันนี้ต้องแข่งกันวิ่งเต้นเพื่อซื้อขายตำแหน่ง แต่ไม่แข่งกันรับใช้ประชาชน
วันนี้จำเป็นต้องเปลี่ยน แต่ที่ผ่านมาที่เปลี่ยนไม่ได้หรือไม่จริงจังที่จะเปลี่ยน เพราะว่าการเมืองแบบเดิม กับระบบราชการแบบเก่า มันเป็นเนื้อเดียวกัน ค้ำจุนอุปถัมภ์กันมานาน รัฐมนตรีก็ไม่เข้าไปเปลี่ยนระบบในกระทรวงของตัวเอง เพราะรู้ลู่ทางทำกินหมดแล้ว เขาจะเปลี่ยนหรือไม่ในเมื่อสามารถใช้ระบบเส้นสาย ให้คุณให้โทษ โยกย้ายตำแหน่งให้ข้าราชการที่เอาอกเอาใจตัวเองได้ วันนี้เราจึงต้องเปลี่ยนตั้งแต่หัวขบวน คือวิธีการบริหารให้เป็นแบบพรรคประชาชน ทีมบริหารที่คัดเลือกจากความรู้ความสามารถความเชี่ยวชาญ เพื่อเป็นตัวอย่างว่าข้าราชการที่จะได้เติบโตต่อไป ต้องเป็นเพราะความรู้ความเชี่ยวชาญ ไม่ใช่ระบบเส้นสาย
ก่อนหน้านี้ที่เราเปิดทีมบริหาร หลายคนก็ค่อนแคะว่า ตอนสมัยเผด็จการก็มีเทคโนแครตมากมาย แต่ก็เปลี่ยนอะไรไม่ได้ แต่ทีมบริหารของพรรคประชาชนแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะคนเหล่านี้มาพร้อมกับเจตจำนงทางการเมือง ไม่ได้ลอยมาจากฟ้า แต่เปิดหน้าและประวัติให้ทุกคนได้เห็น เพื่อนำความหวังความฝันของประชาชนไปเปลี่ยนเป็นวาระที่จะขับเคลื่อนประเทศ บุคคลเหล่านี้จะมีประชาชนคอยสนับสนุน เพื่อทำความฝันความหวังให้เป็นจริง นี่คือความแตกต่างของพรรคประชาชน คณะรัฐมนตรีมี 36 คน ถ้าจะบริหารประเทศต้องมีคนจำนวนระดับนี้ ไม่ใช่มาแค่สามคน มาบริหารประเทศ ไม่ใช่มาเตะตะกร้อ
ในวันนี้มาถึงจุดนี้ เหลืออีกแค่นิดเดียวจะถึงเส้นชัย ที่จะคว้าชัยชนะให้กับทุกคน มาตั้งรัฐบาลประชาชนไปพร้อมกับพรรคประชาชน เหลือเวลาแค่สองวัน ตนเชื่อว่าวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ไม่เกินสองทุ่ม จะได้ประกาศว่านายกรัฐมนตรีคนต่อไปชื่อว่า ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ
#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #เลือกตั้ง2569 #รัฐบาลประชาชน