กมธ.พัฒนาการเมืองฯ
จี้ กกต. เคลียร์ปม “ฟ้องปิดปาก” ประชาชน-บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง
ลั่นอย่าอ้างเฟคนิวส์สยบข้อสงสัย ด้าน "เบญจพร" เชื่อหลักฐานไม่ครบถ้วน
หวัง กมธ. ช่วยทำให้โปร่งใส
วันที่
17 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา09.50 น.
นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธานกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน
สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา
ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมเพื่อพิจารณากรณีที่ กกต.
ดำเนินคดีกับประชาชนผู้เข้าร่วมเรียกร้องให้นับคะแนนผลการเลือกตั้งใหม่
ในเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.ชลบุรี ซึ่งมีการเชิญ นายครรชิต
เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. ผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.ชลบุรี, น.ส.คุ้มเกล้า ส่งสมบูรณ์
หัวหน้าฝ่ายคดีศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน, นายนรเศรษฐ์
นาหนองตูม ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน และผู้ได้รับผลกระทบ เข้าชี้แจง
ว่า เรื่องนี้ เป็นที่สนใจต่อสาธารณชนเพราะการที่ กกต.
ฟ้องประชาชนมีข้อสังเกตหลายอย่างว่าเป็นการฟ้องปิดปากหรือไม่
เพราะเป็นการฟ้องโดยผู้มีอำนาจรัฐ ฟ้องประชาชนที่ทำการตรวจสอบการทำงานของ กกต.
ซึ่งจากเหตุการณ์มีความผิดปกติเกิดขึ้นในการนับคะแนน
ประชาชนก็ขอติดตามตรวจสอบในกระบวนการอาจมีพฤติการณ์บางอย่างที่เป็นการละเมิด
จึงอยากให้ กกต. ได้ชี้แจง ว่าพฤติการณ์เหล่านั้นเป็นไปตาม พ.ร.ป.
ว่าด้วยการเลือกตั้งหรือไม่ ที่ได้ตั้งข้อหากับประชาชน เป็นการตีความตามกฎหมายหรือ
ตีความตามเจตนารมณ์ของกฎหมายว่าเป็นการละเมิดจริงๆ
สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญมากหลังจากที่ กกต.
ได้ออกมาตั้งข้อกล่าวหาฟ้องประชาชนทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัวที่จะตรวจสอบหลายครั้ง
ดังนั้นถ้าประชาชนกลัวที่จะตรวจสอบ
จะทำให้เกิดการฟ้องปิดปาก วันนี้จึงเป็นพื้นที่ให้ทั้งสองฝั่งได้ชี้แจง
ฝั่งประชาชนชี้แจงถึงเจตนารมณ์ในการกระทำ ที่ได้ทำไปวันนั้น กกต.
เองก็ได้ชี้แจงด้วยว่า สิ่งที่ กกต. มองว่าผิด แล้วฟ้องประชาชนด้วยสาเหตุอะไร
นายนรเศรษฐ์
ระบุว่า ไม่ได้รับทราบเหตุผลจาก กกต.
ว่าเหตุใดถึงไม่ได้เดินทางมาชี้แจงด้วยตัวเองแต่ผ่านการเข้าระบบซูม
ส่วนหีบบัตรที่มีการตั้งข้อสังเกตถึงปัญหา
แต่ทางเจ้าหน้าที่ได้จัดเก็บไปแล้วนั้นก็จะต้องให้ทาง กกต.
ชี้แจงกระบวนการจัดเก็บหีบ ว่าแต่ละที่แต่ละหน่วยมีกระบวนการมาตรฐานหรือไม่
ซึ่งกระบวนการแต่ละที่มีความแตกต่างอาจทำให้เกิดความสงสัยต่อสังคม
ว่าการดำเนินการเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่
นายนรเศรษฐ์
กล่าวว่า แนวทางการพิจารณาดำเนินการต่อของกรรมาธิการ
อ้างอิงเรื่องการจัดทำรายงานกระบวนการเลือกตั้งที่โปร่งใสและเป็นธรรม
อยู่ระหว่างการนำเสนอต่อวุฒิสภา ส่วนตัวเห็นว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมา
ยังไม่แน่ใจว่ารายงานจะมีประโยชน์หรือไม่
“เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ถูกตั้งคำถามเยอะมาก
และยังมีอีกหลายประเด็นที่ต้องตาม เช่น บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง
กรรมาธิการทำหนังสือไปยัง กกต. เรื่องของ TOR เอกสารการจัดซื้อจัดจ้าง
การทำบัตรเลือกตั้งทั้งปี 69 และปี 66
เพื่อเปรียบเทียบและดูสเปกบัตรเลือกตั้งว่ามีการระบุเฉพาะเจาะจงหรือไม่
หรือระบุบาร์โค้ด สเปกบัตรเลือกตั้ง” นายนรเศรษฐ์กล่าว
นายนรเศรษฐ์
ยังกล่าวถึง กรณีที่ กกต. ประชุมด่วนเกี่ยวกับการต่อต้านเฟคนิวส์
จะสร้างแรงสะท้านระหว่างประชาชนกับ กกต. หรือไม่ว่า คำถามต่างๆ ที่ประชาชนมีต่อ
กกต. สิ่งที่จะทำได้คือการชี้แจงความจริงอย่างโปร่งใส รวมถึงแสดงขั้นตอนต่างๆ
ให้โปร่งใสที่สุด การที่มาพูดว่าเป็นเฟคนิวส์
เชื่อว่าข้อมูลบางเรื่องไม่ถูกต้องอยู่บ้าง
แต่บางครั้งเรื่องเป็นข้อสงสัยที่เกิดจากประชาชนจริงๆ
การออกมาดำเนินการเช่นนี้ทำให้ประชาชนไม่คลายข้อสงสัย
แต่การคลายข้อสงสัยคือการอธิบาย ว่าขั้นตอนกระบวนการเป็นอย่างไร
หรือการเก็บหีบบัตร หรือกรณีคะแนนรวมไม่ได้ ปรับขึ้นปรับลงตลอด
เกิดจากสาเหตุกระบวนการอะไร และกระบวนการนับคะแนนในห้องลับของ กกต. ไม่มีใครทราบ
ว่าการนับคะแนนเป็นอย่างไร
ส่วนการเข้าชื่อของ
สว. ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ จากกรณีบาร์โค้ดจะทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่
นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า การยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ อยู่ในอำนาจหน้าที่ของ สว.
แต่ปัจจุบันยังไม่ถึงขั้นนั้น แต่อยู่ในขั้นที่ กกต.
ต้องอธิบายต่อประชาชนว่าการทำงานและข้อสงสัยที่เกิดขึ้นในสังคมจะอธิบายอย่างไร
หากประชาชนยังไม่เชื่อมั่นในการชี้แจงและการทำงานอาจไม่ได้ส่งผลเพียงความเชื่อมั่นต่อผลเลือกตั้งครั้งนี้แต่จะส่งผลต่อระบบประชาธิปไตยในไทย
ยังกล่าวถึงกรณีที่ทนายอั๋นจะมาขอรายชื่อ
สว.
เพื่อยื่นหนังสือต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยปัญหาเลือกตั้งว่าทราบจากนางสาวนันทนา
นันทวโรภาส สว. ซึ่งหากจะต้องมีกระบวนการนี้จะต้องพูดคุยกันในกลุ่ม สว.
และส่วนตัวเห็นว่ามีความผิดปกติในกระบวนการนับคะแนน การกาบัตรเลือกตั้ง
ทำให้เกิดความสงสัยเพราะทุกหน่วยทำเหมือนกันหมดว่าได้รับการอบรมมาในลักษณะเดียวกันหรือไม่
ซึ่งในกฎหมายประกอบการเลือกตั้งกำหนดว่าการนับคะแนนจะต้องทำอย่างโปร่งใสเปิดเผย
แต่การมุดเข้าไปกาจะตีความแบบเดียวกันหรือไม่ และในกระบวนการมีข้อสงสัยมากมาย
และก่อนการเลือกตั้งได้นำกรรมาธิการได้พูดคุยกับ กกต. แล้ว
และผลการเลือกตั้งครั้งนี้มองว่ายังมีปัญหาอะไรหลายอย่าง กกต.
ต้องแก้ไขและเปิดเผยโดยเร็วที่สุด
ด้านนางสาวเบญจพร
สุขสว่าง กล่าวว่า เหตุการณ์ที่ชลบุรีเขต 1 คำร้องที่ยื่นไปถูกปัดตกทั้งหมด
และในวันที่ตนได้ทำการเปิดหีบ แถลงการณ์ของ กกต. ไม่ตรงความเป็นจริงและพูดไม่หมด
กกต. ไม่ได้พูดถึงหลักฐานที่เราพบเจอ ไม่ได้พูดถึงสาเหตุที่ไม่ได้ปิดหีบ และคิดว่า
ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ไม่ได้นำหลักฐานทั้งหมดไปชี้แจงกับทางเลขาธิการ
กกต. เชื่อว่ารายงานหลักฐานไม่ครบและไม่เพียงพอ
เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ประชาชนยังคาใจจึงคิดว่าต้องดำเนินเรื่องต่อ
ตนไม่ได้หมดหวังแต่ก็ไม่ได้กังวลเรื่องอะไรแล้วกับการมาประชุม กมธ.
ครั้งนี้น่าจะช่วยในเรื่องความโปร่งใสได้มากขึ้น
นอกจากเรื่องที่ชลบุรีเขต
1 แล้วยังพบเรื่องของการมีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง
ซึ่งขณะนี้ได้มีการฟ้องกลับนายประยูร วัฒนศิริบรรจง
ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดชลบุรี
ที่ได้ฟ้องตนในข้อหาบุกรุก ไม่ใช่ว่าเราไม่อยากจบ
แต่แทนที่จะชี้แจงข้อมูลด้วยเหตุผลกลับใช้กฎหมายโต้ตอบประชาชน
จึงจำเป็นต้องดำเนินการทางกฎหมายตอบโต้กลับไป
และคิดว่าการฟ้องตนเองครั้งนี้เป็นการฟ้องปิดปาก
#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #กมธพัฒนาการเมือง #กกต #เลือกตั้ง2569 #ชลบุรีเขต1






























.jpg)












