โคราชแดงนับหมื่นทะลักตลาดเซฟวัน! "อ.เชน" ปิดทริปอีสานยิ่งใหญ่ ลั่นพร้อมเป็นนายกฯ คนที่ 33 เปิดโรดแมป "เพื่อไทยทำได้" พลิกฟื้นประเทศทันที “ณัฐวุฒิ” ปราศรัยแรง สวนดุ “ส้ม-น้ำเงิน” โต้เรียงตัวหลังถูกพาดพิงโค้งสุดท้าย
วันที่ 26 มกราคม 2569 เมื่อเวลา 18.00 น. ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย พร้อมคณะ ได้เดินทางมาสักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง จ.นครราชสีมา เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนเดินทางต่อไปยังตลาดเซฟวัน อ.เมือง จ.นครราชสีมา เพื่อปิดทริปการปราศรัยหาเสียงพื้นที่ภาคอีสานกลาง-ใต้ ซึ่งตลอด 3 วันที่ผ่านมาได้ลงพื้นที่ไปแล้ว 9 จังหวัด กว่า 20 จุด
บรรยากาศที่ตลาดเซฟวันเนืองแน่นไปด้วยพี่น้องประชาชนนับหมื่นคนที่มารอให้กำลังใจจนเต็มพื้นที่ โดย ศ.ดร.ยศชนัน และผู้สมัคร สส. นครราชสีมา ทั้ง 16 เขต ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น มีการมอบพวงมาลัยและของดีเมืองโคราช ทั้งหมี่โคราช, พวงมาลัยแคบหมู, น้ำพริกปลาร้า, กุนเชียง, ข้าวตัง และหมูแท่ง เพื่อเป็นการรับขวัญ นอกจากนี้ พรรคเพื่อไทยยังได้เปิดตัวเพลงหาเสียงใหม่ชื่อ "อาจารย์เชน" เป็นครั้งแรก ซึ่งมีจังหวะสนุกสนาน (โจ๊ะ) หวังเจาะฐานเสียงและใช้รณรงค์ในช่วงโค้งสุดท้าย โดยช่วงก่อนขึ้นเวที ประชาชนต่างพากันอุ้ม ศ.ดร.ยศชนัน ขึ้นสู่เวทีท่ามกลางเสียงเชียร์ดังกึกก้อง
ศ.ดร.ยศชนัน ขึ้นปราศรัยโดยระบุว่า มาในฐานะลูกหลานคนโคราช และพร้อมแล้วที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ของชาวโคราช หลายคนฝากความหวังไว้กับพวกเรา และเรามั่นใจว่าในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ จะสานฝันของประชาชนให้เป็นจริง โดยขอประกาศสัญญาใจว่า จะขอกวาดที่นั่ง สส. โคราช ยกจังหวัดทั้ง 16 เขต เพื่อให้พรรคเพื่อไทยกลับมาสานต่อนโยบายตั้งแต่สมัยไทยรักไทย ด้วยขุมกำลังที่สมบูรณ์ที่สุด พร้อมทำงานทันทีเพื่อชาวโคราช
"โคราชจะต้องเป็นมหานครแห่งเกษตร อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว และกีฬา ต้องเป็นเมืองสร้างสรรค์และเมืองแห่งการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของทุกคน พรรคเพื่อไทยทำได้และพร้อมสานต่อวิสัยทัศน์นี้"
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวต่อถึงปัญหาปากท้องว่า เกษตรกรคือกระดูกสันหลังของชาติ แต่กลับต้องแบกรับภาระหนี้สินเรื้อรัง ตนจึงขอประกาศทำสงครามกับความยากจน และจะล้างหนี้ทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นหนี้เกษตรกร หนี้ กยศ. หรือหนี้ครู พร้อมฟื้นฟูการท่องเที่ยวให้โคราชกลับมาเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก ดึงเม็ดเงินกลับเข้าสู่พื้นที่ ด้านการคมนาคมขนส่ง มีแผนพัฒนารถรางไฟฟ้าวิ่งในเมืองโคราช ในราคา 10 บาทตลอดสาย ซึ่งได้ศึกษาความเป็นไปได้ไว้แล้ว รวมถึงแผนแก้ปัญหาน้ำท่วมและการจราจรติดขัดอย่างเป็นระบบ
จากนั้น ศ.ดร.ยศชนัน ยังได้เปิดโรดแมป "ไทม์ไลน์นโยบายเพื่อไทยทำได้" ซึ่งจะเริ่มนับหนึ่งทันทีตั้งแต่วันแถลงนโยบายต่อรัฐสภา โดยแบ่งระยะการดำเนินงานดังนี้
- ทำทันที : ปราบปรามยาเสพติด ยึดทรัพย์ผู้ค้าให้เสร็จใน 6 เดือน และกวาดล้างแหล่งผลิตใน 1 ปี, ปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์/สแกมเมอร์ พร้อมเยียวยาเหยื่อ, และนโยบายรัฐเป็นลูกค้า SME เพื่อกระจายรายได้สู่รายย่อย
- ภายใน 3 เดือน : โครงการ "คนไทยไร้จน" เติมรายได้ 3,000 บาท/เดือน (ลงทะเบียนใน 3 เดือน จ่ายใน 6 เดือน), สร้างเศรษฐีเงินล้านวันละ 9 คน, หวยเกษียณ, สานต่อโครงการ SML/กองทุนหมู่บ้าน, รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย, และมาตรการล้างหนี้-พักหนี้เกษตรกร-แก้หนี้นอกระบบ
- ภายใน 6 เดือน : ประกันกำไรสินค้าเกษตร 30%, ลดค่าไฟเหลือ 3.70 บาท/หน่วย, สร้าง e-Commerce สัญชาติไทย, โครงการ "เรียนได้งบ จบได้งาน", ทุน ODOS, 30 บาทรักษาทุกที่ด้วย AI, ยกระดับเกษตรกรและ SME ด้วย AI, และ Smart City เมืองปลอดอาชญากรรม
- ภายใน 1 ปี : โครงการ "บ้านเพื่อคนไทย" ขยายโอกาสการมีที่อยู่อาศัยราคาย่อมเยา
ศ.ดร.ยศชนัน ย้ำว่านโยบายทั้งหมดออกแบบมาให้ทำได้จริงและเห็นผลจริง โดยมีหัวใจสำคัญคือการใช้ "รัฐบาลดิจิทัล" เป็นกลไกขับเคลื่อน
ทางด้าน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ได้ขึ้นปราศรัยพาดพิงถึงกรณีที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รักษาการนายกรัฐมนตรี กล่าวหาว่าตนปราศรัยไม่พูดเรื่องนโยบาย โดยนายณัฐวุฒิชี้แจงว่าพรรคเพื่อไทยมีการแบ่งงานกันทำอย่างชัดเจน และยืนยันว่าเพื่อไทยคือพรรคที่สื่อสารนโยบายชัดเจนที่สุด ส่วนกรณีที่นายอนุทินกล่าวว่า "หากเป็นนายกฯ ครบ 4 ปี ประชาชนจะไม่มีที่เก็บเงิน" นั้น ตนฟังแล้วตกใจและตั้งคำถามกลับว่า ประชาชนที่ว่าจะไม่มีที่เก็บเงินนั้นนามสกุลอะไร อยู่จังหวัดไหน ใช่แถวอีสานใต้หรือไม่ พร้อมฝากวาทะเด็ดว่า "ใครจะได้เข้ามาทำงาน ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน แต่อย่าทำให้ทำเนียบรัฐบาล กลายเป็นทำเนียบรับประทาน"
นายณัฐวุฒิ ยังตั้งข้อสังเกตถึงการทำงานของรัฐบาลชุดปัจจุบันว่า ในช่วง 2 เดือนที่คนของ "พรรคหวยสีส้ม" เป็นนายกฯ กลับมีการเร่งงบประมาณโมโตจีพีสูงถึง 4,000 ล้านบาท ในขณะที่คดีฮั้ว สว. และคดีเขากระโดง กลับเงียบหายไป ตนนึกว่าพรรคสีส้มจะออกมาตรวจสอบเรื่องฮั้ว สว. ด้วยกัน แต่กลับเงียบกริบ นอกจากนี้ยังชี้ให้เห็นถึงปรากฏการณ์ใน จ.นครราชสีมา ที่มีลูกหลานตระกูลรัตนเศรษฐ ลงสมัคร สส. กระจายไปทั้งพรรคสีน้ำเงิน พรรคสีส้ม และพรรคผู้กอง ซึ่งน่าสงสัยว่าจะเป็นหลักประกันทางคดีให้กับนายวิรัช รัตนเศรษฐ หรือไม่
ในช่วงท้าย นายณัฐวุฒิกล่าวถึงกรณีพรรคประชาชนพาดพิงพรรคเพื่อไทยเรื่อง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม (ไม่รวม ม.112) ว่า เหตุใดตอนที่พรรคประชาชนทำ MOU ร่วมรัฐบาลกับนายอนุทิน จึงไม่ใช้เรื่องนี้เป็นเงื่อนไขในการเจรจาต่อรอง และกรณีที่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล วิจารณ์ตนว่า "พูดเหมือนใส่เสื้อเหลืองไม่ใช่เสื้อแดง" นั้น ขอยืนยันว่าตนไม่มีวันเดินไปในแนวทางนั้น แต่ขอย้อนถามกลับว่า ตอนที่พรรคประชาชนไปจับมือทำ MOU เพื่อจัดตั้งรัฐบาล เขาเรียกว่าใส่เสื้อสีอะไร
"หลังการเลือกตั้งปี 66 นายปิยบุตรเคยโทรมาขอโทษที่พาดพิงผมในการหาเสียง ซึ่งผมก็ไม่ได้ติดใจ เพราะถือว่าจบไปแล้ว แต่สำหรับการหาเสียงรอบนี้ หากมีการพาดพิงมาอีก ผมก็พร้อมจะอธิบายให้ชัดเจน" นายณัฐวุฒิ กล่าวทิ้งท้าย
#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคเพื่อไทย #เลือกตั้ง2569 #นครราชสีมา























































