วันพุธที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2569

“ชัชชาติ" บุกสยาม เปิดป้ายหาเสียงรูปแบบใหม่ ดึงศิลปินเปลี่ยนกรุงเทพฯ เป็นแกลลอรีศิลปะ

 


“ชัชชาติ" บุกสยาม เปิดป้ายหาเสียงรูปแบบใหม่ ดึงศิลปินเปลี่ยนกรุงเทพฯ เป็นแกลลอรีศิลปะ


วันที่ 3 มิถุนายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เบอร์ 9 ขึ้นรถแห่ EV ไปสยามสแควร์ เปิดตัวป้ายหาเสียงรูปแบบ ผลงานศิลปะบนจอ LED บิลบอร์ด และพื้นที่หน้าประตูลิฟต์ ประเดิมสัปดาห์แรกด้วยผลงาน 3D Art จากศิลปินดัง เจ้าของเพจ Uninspired by Current Event


นาย​ชัชชาติ เปิดเผยถึงแนวคิดนี้ว่า เกิดจากคำถามที่ว่า ทำไมป้ายหาเสียงจะต้องน่าเบื่อและรกรุงรัง จึงเป็นไอเดียในการเปลี่ยนป้ายหาเสียงให้เป็นผลงานศิลปะ โดยให้เมืองเป็นเสมือนแกลลอรีจัดแสดงผลงานศิลปะที่เชื่อมโยงกับนโยบายของตน แทนที่จะมีเพียงภาพใบหน้าและหมายเลขผู้สมัคร


​"ถ้าเราดูแต่ละผลงานที่ศิลปินสร้างสรรค์ขึ้นมา จะเห็นว่ามีการแฝงนโยบายของเราทั้ง 250+ นโยบายเข้าไปด้วย มีครบถ้วนทั้งเรื่องขยะ หมาแมว การศึกษา การปลูกต้นไม้ และลานกีฬา ผมเชื่อว่าป้ายศิลปะเหล่านี้สามารถแถลงนโยบายได้ดีกว่าป้ายธรรมดาเสียอีก เพราะรูปเดียวสามารถสะท้อนได้หลายสิบนโยบาย อีกทั้งยังทำให้เมืองมีสีสันและสวยงามมากขึ้น" นายชัชชาติกล่าว


​สำหรับการเช่าพื้นที่จอ LED บิลบอร์ดขนาดใหญ่นั้น นายชัชชาติระบุว่าใช้งบประมาณน้อยมาก เนื่องจากเป็นการเช่าเวลาเพียงรอบละ 15 วินาที หมุนเวียนกันไป โดยค่าใช้จ่ายทั้งหมดอยู่ในกรอบที่กำหนดและได้รายงานต่อ กกต. อย่างถูกต้องตามกฎหมาย


​"ร่างกายเดิม แต่ความคิดใหม่ทุกวินาที"


เมื่อสื่อมวลชนสอบถามว่า การใช้ผลงานศิลปะแทนภาพใบหน้าจะทำให้คนกรุงเทพฯ จดจำผู้สมัครได้น้อยลงหรือไม่ นายชัชชาติกล่าวว่าไม่กังวลกับเรื่องดังกล่าว เพราะเป้าหมายหลักคือการทำให้เมืองมีความสวยงามและรื่นรมย์


​"มีคนบอกว่า ผู้ว่าฯ คนเดิม ก็จะได้ของเดิม ๆ ผมบอกเลยว่าไม่ใช่ ร่างกายอาจจะเป็นของเดิมที่เก่าลงไปทุกวินาที แต่จิตใจและความคิดเราใหม่ขึ้นทุกวินาที นี่คือหัวใจในการบริหารที่จะต้องมีสิ่งใหม่ ๆ มีความคิดสร้างสรรค์ และมีพื้นที่ให้ศิลปินได้แสดงออก ส่วนเรื่องการจดจำหมายเลข เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ทราบอยู่แล้ว แต่สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุหรือผู้ที่ไม่ได้ออกมานอกบ้านบ่อยนัก เราก็ยังมีป้ายหาเสียงรูปแบบปกติเสริมในพื้นที่ชุมชน"


นอกจากจอ LED แล้ว ยังมีการใช้พื้นที่หน้าประตูลิฟต์เพื่อสื่อสารแนวคิดการทำงาน ผ่านข้อความ "เอ้า…เปิด!" ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากตอนที่นายชัชชาติไปพิธีเปิดสะพานบริเวณถนนพรานนก-พุทธมณฑล ตัดใหม่ เพื่อสื่อถึงรูปแบบการทำงานในอนาคตของ กทม. ที่ต้องลดพิธีรีตองที่เยิ่นเย้อ ยึดประโยชน์ที่ประชาชนต้องได้รับเป็นที่ตั้ง และใช้เวลาให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ทั้งนี้แคมเปญนี้เชื่อมโยงโดยตรงกับนโยบาย "City as Canvas" ที่ต้องการเปิดพื้นที่สาธารณะในเมือง เช่น สถานี BRT, ศาลารอรถเมล์, สะพานลอย หรือ Street Furniture ให้ศิลปินรุ่นใหม่ได้สร้างสรรค์ผลงาน โดยในอนาคต กทม. จะมีโครงการ Open Call เปิดรับศิลปิน นักออกแบบ และนักศึกษา เข้ามาร่วมออกแบบเมือง โดย กทม. จะสนับสนุนด้านการผลิต การติดตั้ง และการดูแลความปลอดภัย


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #ชัชชาติสิทธิพันธุ์ #เลือกตั้งผู้ว่ากทม











“ชัยวัฒน์” ชูนโยบายเพิ่มจุดผ่อนผันหาบเร่แผงลอย แก้ส่วย สร้างสมดุลคนเดินทางและคนค้าขาย

 


ชัยวัฒน์” ชูนโยบายเพิ่มจุดผ่อนผันหาบเร่แผงลอย แก้ส่วย สร้างสมดุลคนเดินทางและคนค้าขาย


วันที่ 3 มิถุนายน 2569 ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เบอร์ 10 พรรคประชาชน พร้อมด้วย อธิการ ถิรวิริยพล ผู้สมัคร ส.ก. เขตวังทองหลาง เบอร์ 2 พรรคประชาชน ลงพื้นที่ซอยรามคำแหง 53 เขตวังทองหลาง เพื่อหาเสียงและนำเสนอนโยบาย ค้าขายง่าย ให้กับประชาชนในพื้นที่


ชัยวัฒน์กล่าวว่า ตนได้ลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อรับฟังปัญหาการสัญจรทั้งทางถนนและทางเท้าของประชาชน รวมถึงปัญหาการค้าขายในพื้นที่ โดยพบว่าการใช้พื้นที่สาธารณะภายในซอยรามคำแหง 53 มีปัญหาสำคัญ ได้แก่ รถจอดกีดขวางการจราจร และการตั้งหาบเร่แผงลอยริมถนน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการสัญจรทั้งบนถนนและทางเท้าของประชาชนในพื้นที่


ชัยวัฒน์กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครมีการจัดระเบียบหาบเร่แผงลอยบนทางเท้าเพื่อคืนพื้นที่ให้แก่ประชาชน ซึ่งเป็นนโยบายที่ช่วยเพิ่มความสะดวกในการสัญจรให้กับคนกรุงเทพฯ แต่ในขณะเดียวกัน ผู้ค้าจำนวนหนึ่งยังต้องการพื้นที่จำหน่ายสินค้าในบริเวณที่ไม่ใช่จุดผ่อนผัน จึงเกิดการลักลอบค้าขาย และนำไปสู่ปัญหาระบบส่วย


พรรคประชาชนจึงตั้งใจออกแบบนโยบายที่สร้างจุดสมดุลระหว่างผู้สัญจรและผู้ค้าขาย เพื่อให้นโยบายที่ออกมาตอบโจทย์คนกรุงเทพฯ ทุกกลุ่ม


นโยบายของพรรคประชาชน คือการเพิ่มจุดผ่อนผันหาบเร่แผงลอย เพื่อให้คนกรุงเทพฯ สามารถเข้าถึงอาหารราคาถูกได้ง่ายขึ้น โดยกรุงเทพมหานครจะสำรวจพื้นที่ที่มีศักยภาพและสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ เช่น พื้นที่ใต้ทางด่วน พื้นที่ริมทางรถไฟ พื้นที่เอกชนที่เจ้าของยินยอมเข้าร่วมโครงการ หรืออาคารและตึกแถวที่ถูกปล่อยร้าง เพื่อนำมาพัฒนาเป็นพื้นที่ค้าขายและฟื้นฟูเศรษฐกิจในย่านต่าง ๆ


นอกจากนี้ ยังเสนอการใช้มาตรการจูงใจภาคเอกชน ไม่ว่าจะเป็นการลดหย่อนภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หรือการให้สิทธิประโยชน์ด้านผังเมือง เพื่อสนับสนุนการจัดตั้ง Food Court ราคาย่อมเยาในย่านต่าง ๆ ของกรุงเทพฯ ให้เพิ่มมากขึ้น


นโยบายการจัดการหาบเร่แผงลอยของพรรคประชาชนจะยึดสิทธิของผู้ใช้ทางเท้าเป็นหลัก โดยการกำหนดจุดผ่อนผันใหม่จะคำนึงถึงสภาพแวดล้อมและบริบทของแต่ละพื้นที่ เพื่อไม่ให้กระทบต่อการสัญจรและคุณภาพชีวิตของประชาชน


ชัยวัฒน์ระบุว่า สำหรับนโยบายดังกล่าว ผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ของพรรคประชาชนได้ลงพื้นที่พูดคุยกับทั้งประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการสัญจร และกลุ่มผู้ค้าขาย เพื่อรับฟังข้อกังวลและหาแนวทางร่วมกัน โดยข้อเสนอสำคัญคือการจัดระเบียบพื้นที่ค้าขาย กำหนดจุดและช่วงเวลาที่เหมาะสมในการประกอบการ


ชัยวัฒน์กล่าวปิดท้ายว่า กรุงเทพมหานครต้องเป็นเมืองที่สามารถออกแบบกติกาและบริหารจัดการพื้นที่ให้ทุกคนใช้ชีวิตร่วมกันได้ ตนเชื่อว่าการจัดระเบียบอย่างมีส่วนร่วมจะนำไปสู่ทางออกที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ และทำให้การใช้พื้นที่สาธารณะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อคนกรุงเทพฯ ทุกคน

 

#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม #ผู้ว่าประชาชน









“รักชนก” นำ กมธ.ติดตามงบฯ ลุยสำนักงานประกันสังคม จี้ปรับผู้รับเหมาแอป SSO+ เต็มเม็ดเต็มหน่วย หลังล่าช้า-ระบบผิดพลาด ทำผู้ประกันตนเสียประโยชน์ แนะเร่งเปิดบันทึกประชุมให้โปร่งใส พร้อมโชว์ยอดลงทะเบียนเลือกตั้งบอร์ดฯ หวังดันผู้ใช้สิทธิพุ่ง

 


“รักชนก” นำ กมธ.ติดตามงบฯ ลุยสำนักงานประกันสังคม จี้ปรับผู้รับเหมาแอป SSO+ เต็มเม็ดเต็มหน่วย หลังล่าช้า-ระบบผิดพลาด ทำผู้ประกันตนเสียประโยชน์ แนะเร่งเปิดบันทึกประชุมให้โปร่งใส พร้อมโชว์ยอดลงทะเบียนเลือกตั้งบอร์ดฯ หวังดันผู้ใช้สิทธิพุ่ง


วันที่ 2 มิถุนายน 2569 ที่สำนักงานประกันสังคม (สปส.) จังหวัดนนทบุรี รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร นำทีมคณะกรรมาธิการฯ เข้าร่วมประชุมกับสำนักงานประกันสังคม พร้อมรับฟังข้อชี้แจงการใช้งบประมาณของประกันสังคม โดยเฉพาะงบประมาณในการจัดการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม และการจัดทำแอปพลิเคชัน SSO+ ที่มีปัญหาการใช้งานและความเสถียรของระบบ


หลังจบการประชุม รักชนกได้แถลงข่าวร่วมกับผู้แทนจากสำนักงานประกันสังคม โดยระบุว่า เรื่องที่มีการหารือกันในวันนี้ประกอบด้วยรายงานการตรวจสอบงบประมาณของสำนักงานประกันสังคมโดย สตง. ซึ่งผลออกมาว่ากระบวนการไม่ได้เป็นไปในเชิงทุจริต แต่มีการบันทึกบัญชีที่ผิดพลาด ซึ่ง สปส. เองก็กำลังดำเนินการเรื่องนี้อยู่ โดยจะทำงานร่วมกับ สตง. และส่งรายงานให้รัฐมนตรีทุกเดือน ซึ่งทางคณะกรรมาธิการฯ ก็จะมีการติดตามอยู่เรื่อยๆ เพราะการบันทึกบัญชีไม่แน่ว่าจะเสร็จได้ภายในปีนี้หรือไม่ นัดถัดไปอาจจะต้องเชิญ สตง. สำนักงบประมาณ หรือกรมบัญชีกลาง มาพูดคุยให้ลงลึกไปถึงระบบ เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการบันทึกบัญชีและระบบของพัสดุภาครัฐ


อีกประเด็นหนึ่งคือกรณีแอปพลิเคชัน SSO+ ที่ผู้ประกันตนต้องใช้อยู่ทุกวัน ซึ่งมีปัญหาการคำนวณตัวเลขเงินสมทบที่หายไป การเบิกค่าใช้จ่ายใน 7 กรณีที่ยังเบิกผ่านแอปฯ ไม่ได้ หรือตัวเลขอื่นๆ ที่มีปัญหา ซึ่งทางคณะกรรมาธิการฯ ได้รับแจ้งว่าจะมีการเรียกค่าปรับผู้รับเหมาที่ได้โครงการนี้ไป ซึ่งยังมีข้อถกเถียงกันเรื่องรายละเอียดในการคำนวณค่าปรับอยู่ โดยคณะกรรมาธิการฯ ได้ตั้งข้อสังเกตไปว่าอยากให้ปรับอย่างตรงไปตรงมา และรักษาผลประโยชน์ของผู้ประกันตนเป็นที่ตั้ง ถ้าทำผิดก็ควรเชือดไก่ให้ลิงดูไปเลย ว่าถ้าใครจะมาทำพฤติกรรมแบบนี้อีก หรือมาทำโครงการในลักษณะรับช่วงโครงการต่อแล้วมาฟันราคา หรือทำโครงการไม่เสร็จหรือไม่เรียบร้อย อย่าคิดว่าประกันสังคมจะยอมให้ทำได้เหมือนเดิม ส่วนในเรื่องความเรียบร้อยของแอปพลิเคชัน สปส. รับปากว่าภายในไตรมาส 3 น่าจะเรียบร้อยได้ถึง 95% โดยภายในเดือนกันยายน การเบิกจ่ายทั้งสิทธิประโยชน์และตัวเลขจะเป็นปกติ และจะเกิดความผิดพลาดน้อยลง ซึ่งปัจจุบันเข้าใจว่าความผิดพลาดก็น้อยลงเรื่อย ๆ แล้ว


รักชนกกล่าวต่อไปว่า ประเด็นต่อมาคือเรื่องของการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ซึ่งเปิดลงทะเบียนไปสองวันแรกมีผู้ประกันตนมาลงทะเบียนในยอดที่สูงมาก และหวังว่าจะได้เห็นอัตราการลงทะเบียนที่สูงเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ เพราะตัวเลขในปี 2566 มีผู้ลงทะเบียนเพียง 900,000 คนจาก 11 ล้านคนที่มีสิทธิเลือกตั้ง และมีคนมาเลือกตั้งเพียง 100,000 คนเท่านั้น ในส่วนของผู้แทนฝ่ายนายจ้าง มีผู้มาลงทะเบียนเพียง 4,000 คนและมีผู้มาใช้สิทธิ์เพียงราว 1,000 คนเท่านั้น จากนายจ้างที่มีสิทธิเลือกตั้ง 500,000 คน


เมื่อประกันสังคมเป็นที่สนใจของสังคมเป็นวงกว้าง และผู้ประกันตนได้ตระหนักรู้ว่าจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น ตนก็อยากเชิญชวนทั้งภาคประชาสังคมและสื่อมวลชนช่วยกันติดตามประเด็นนี้ในทุกสัปดาห์ เพื่อที่จะได้มีผู้มาลงทะเบียนมากๆ และในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเข้าสู่การเลือกตั้ง อยากให้มีการช่วยกันประชาสัมพันธ์ให้มีการออกมาใช้สิทธิมาก ๆ


รักชนกกล่าวต่อไปว่า ส่วนสิ่งที่ตนได้ฝากกับสำนักงานประกันสังคมไป คืออยากให้มีแดชบอร์ดแสดงตัวเลขผู้ประกันตนและนายจ้างที่มาลงทะเบียน ซึ่งทาง สปส. ก็รับปากว่าจะไปพิจารณาให้ ส่วนเรื่องการเปิดเผยข้อมูลรายงานการประชุมและมติการประชุมของบอร์ดประกันสังคม รวมถึงของอนุกรรมการชุดต่างๆ ตนได้เคยขอความร่วมมือกับเลขาธิการคนเก่าไป แต่ความคืบหน้ายังไม่ไปถึงไหน จึงอยากย้ำอีกครั้งหนึ่งว่าขอความกรุณาให้เลขาธิการ สปส. คนใหม่ได้นำสิ่งนี้ไปเป็นนโยบายด้วย เพราะจะช่วยให้ภาพลักษณ์ของประกันสังคมดีขึ้น


ทั้งนี้ ตนย้ำอีกครั้งว่าข้าราชการประจำไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งกับเรา เพราะข้าราชการก็ต้องรับนโยบายมาจากรัฐมนตรีและรัฐบาล แม้ไม่คล้อยตามหรือไม่อยากทำก็ไม่มีสิทธิที่จะไปต้านทานได้ ดังนั้น ถ้าขอข้อมูลไปอย่างไรก็ขอให้ช่วยจัดส่งให้ด้วย แล้วคณะกรรมาธิการฯ จะเป็นหลังพิงให้ในการทำให้ทุกอย่างเปิดเผยต่อสาธารณะ และตนก็คาดหวังว่าถ้าได้รับความร่วมมือในการจัดสรรข้อมูลและเอกสารต่าง ๆ บรรยากาศในการทำงานร่วมกันก็น่าจะเป็นไปได้ด้วยดี แต่ถ้าไม่ได้รับความร่วมมือก็อาจจะเกิดบรรยากาศที่ไม่ดีขึ้น ซึ่งตนเองก็ไม่อยากให้กลับไปเป็นเช่นนั้นอีก


รักชนกกล่าวทิ้งท้ายว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับสำนักงานประกันสังคมที่ผ่านมา จนอาจทำให้ประชาชนจำนวนมากไม่มีความเชื่อมั่น แต่ตนยืนยันว่าประกันสังคมเป็นประกันในรูปแบบที่คุ้มค่าที่สุด สิทธิการรักษาพยาบาลอาจจะยังน้อยอยู่ สิทธิการทำฟันในอดีตเคยไม่ดีแต่ปัจจุบันได้มีการปรับเพิ่มเติมขึ้นแล้ว ประกันสังคมจะเป็นเบาะรองให้ผู้ประกันตนทุกคนในวันที่เดือดร้อนหรือเผชิญกับเรื่องไม่คาดฝัน ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ ตกงาน มีบุตร ทุพพลภาพ เสียชีวิต ที่ทำให้ล้มลงไปแล้วไม่เจ็บมาก อาจไม่ได้เป็นกอบเป็นกำ แต่เป็นเงินที่ทำให้ทุกคนพอจะสามารถหายใจหายคอผ่านไปได้


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #บอร์ดประกันสังคม







วันอังคารที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569

“ชัชชาติ” ไม่กังวล “จิรายุ” จ่อยื่น ป.ป.ช. สอบปมโยกย้ายข้าราชการ ยันพร้อมให้ตรวจสอบทุกขั้นตอน ปัดหนุนผู้สมัคร ส.ก. กลุ่มใดเป็นพิเศษ มองบวกกรณี “สุรพล นิติไกรพจน์” ร่วมทีมยุทธศาสตร์ กทม. พรรคประชาชน ระบุมีประสบการณ์ด้าน กทม. มายาวนาน

 


“ชัชชาติ” ไม่กังวล “จิรายุ” จ่อยื่น ป.ป.ช. สอบปมโยกย้ายข้าราชการ ยันพร้อมให้ตรวจสอบทุกขั้นตอน ปัดหนุนผู้สมัคร ส.ก. กลุ่มใดเป็นพิเศษ มองบวกกรณี “สุรพล นิติไกรพจน์” ร่วมทีมยุทธศาสตร์ กทม. พรรคประชาชน ระบุมีประสบการณ์ด้าน กทม. มายาวนาน


วันที่ 2 มิถุนายน 2526 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เบอร์ 9 พร้อมทีม “กรุงเทพฯ ทำงาน” ลงพื้นที่หาเสียงบริเวณห้างเซ็นทรัลพระราม 9 บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักเช่นเคย มีประชาชน พ่อค้าแม่ขายต่างเข้ามาขอจับมือ ถ่ายรูปกันอย่างเป็นกันเอง และหลายคนกล่าวให้กำลังใจว่า “เลือกท่านชัชชาติแน่นอน” บางคนตะโกนขอให้นายชัชชาติลงการเมืองระดับชาติ พร้อมเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีของไทยคนต่อไป


ต่อมานายชัชชาติให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ อดีต ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทยเตรียมยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ตรวจสอบกระบวนการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ กทม. ที่ไม่เป็นธรรมว่า ไม่รู้สึกกังวลใจในเรื่องนี้ เพราะกระบวนการที่ผ่านมา ได้ดำเนินการตามขั้นตอนทุกอย่างด้วยความโปร่งใส


“ขอบคุณท่านจิรายุ จริง ๆ คุ้นเคยกันอยู่ แต่ที่ขอบคุณเพราะช่วยเคลียร์ว่าผมกับเพื่อไทยก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกัน ไม่ได้เกี่ยวข้องกัน” นายชัชชาติกล่าว


นายชัชชาติ ชี้แจงเพิ่มเติมว่า การแต่งตั้งโยกย้ายเป็นอำนาจของคณะกรรมการที่เป็นฝ่ายประจำ ตนมีหน้าที่เซ็นอนุมัติตามที่เสนอมาเท่านั้น และทันทีที่คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมท้วงติงว่ากระบวนการโยกย้ายอาจจะคลาดเคลื่อน ตนเองก็ได้แนะนำให้ยกเลิกกระบวนการนั้น และให้มีกระบวนการสรรหาใหม่ ซึ่งก็เป็นไปตามข้อแนะนำทุกอย่างของคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม


นายชัชชาติ ย้ำว่า ไม่เคยมีแนวปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม และไม่เคยเกี่ยวข้องกับเรื่องทุจริต โดยการแต่งตั้งทุกครั้งต้องดูที่ความรู้ความสามารถ ซึ่งอาจมีทั้งคนสมหวังและผิดหวัง ยืนยันพร้อมให้ตรวจสอบเต็มที่ 


นอกจากนี้นายชัชชาติยังฝากถึงผู้ที่ตั้งข้อสังเกตเรื่องการโยกย้ายว่า หากจะไปกล่าวหาคนอื่น ก็ต้องมีข้อมูลที่รอบคอบ และต้องให้เกียรติ ข้าราชการด้วย การใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสม ผู้พูดก็ต้องรับผิดชอบสิ่งที่พูดด้วย


ส่วนกรณีการหาเสียงที่ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา ได้พบปะกับผู้สมัคร ส.ก.หลายกลุ่มนั้น นายชัชชาติ กล่าวว่า การพบปะดังกล่าวเป็นการเจอกันตามภารกิจ และถือโอกาสให้กำลังใจกันตามปกติ ที่ผ่านมาได้พบกับผู้สมัคร ส.ก. จากหลากหลายกลุ่ม สิ่งนี้สะท้อนว่าตนไม่ได้เลือกพบเฉพาะฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และไม่ได้สนับสนุนใครเป็นพิเศษ


"ผมไม่ได้ประกาศว่าสนับสนุนใคร ขอให้ทุกคนลงพื้นที่ให้เยอะ ๆ นำปัญหาของประชาชนมาแบ่งปันกัน และช่วยกันคิดหาทางแก้ไข" นายชัชชาติกล่าว


ส่วนกรณีพรรคประชาชนประกาศแต่งตั้ง ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ นักกฎหมายมหาชน อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นประธานยุทธศาสตร์ทีมกรุงเทพมหานครนั้น นายชัชชาติ มองว่าเป็นเรื่องที่ดี เนื่องจากอาจารย์สุรพลเป็นบุคคลที่มีความรู้และประสบการณ์ เคยมีบทบาทสำคัญในการบริหารงานที่เกี่ยวข้องกับ กทม. ทั้งในฐานะประธานบริษัท และการดำเนินโครงการด้านระบบขนส่งมวลชนในอดีต จึงเชื่อว่าจะสามารถช่วยอธิบายหลักการ เหตุผล และข้อเท็จจริงของการตัดสินใจเชิงนโยบายต่าง ๆ ให้ประชาชนเข้าใจได้มากขึ้น และไม่กังวลว่าจะส่งผลต่อการแข่งขันทางการเมืองและดึงคะแนนนิยมไปให้พรรคประชาชน 


“การมีผู้ที่มีความรู้และประสบการณ์เข้ามาช่วยงานด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะยิ่งมีคนเข้ามาช่วยกันทำงานและแลกเปลี่ยนความรู้มากเท่าไร ก็จะยิ่งเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเมืองและการสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนมากขึ้น” นายชัชชาติกล่าว


ส่วนกรณีระหว่างลงพื้นที่มีประชาชนเชียร์ให้เป็น "นายกรัฐมนตรี" นั้น นายชัชชาติหัวเราะก่อนตอบว่า ขอเอางานผู้ว่าฯ กทม. ให้รอดก่อน เพราะตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นงานที่ใหญ่และซับซ้อนเกินไป ต้องอาศัยพรรคการเมือง แนวร่วมและแรงสนับสนุนในหลายมิติ


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #ชัชชาติสิทธิพันธุ์ #เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม #เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม69










วันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2569

“ชัชชาติ” หาเสียงเขตลาดกระบัง ทักทายประชาชนที่มาเดินห้างช่วงวันหยุด ชูนโยบายทำอุโมงค์ระบายน้ำเชื่อมคลองประเวศบุรีรมย์-บึงหนองบอน แก้น้ำท่วมทั้งระบบ

 


ชัชชาติ” หาเสียงเขตลาดกระบัง ทักทายประชาชนที่มาเดินห้างช่วงวันหยุด ชูนโยบายทำอุโมงค์ระบายน้ำเชื่อมคลองประเวศบุรีรมย์-บึงหนองบอน แก้น้ำท่วมทั้งระบบ


วันที่ 1 มิถุนายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เบอร์ 9 พร้อมทีม “กรุงเทพฯ ทำงาน” ลงพื้นที่หาเสียงเขตลาดกระบัง พร้อมติดตามความคืบหน้าโครงการทางยกระดับลาดกระบัง และหาเสียงกับประชาชนที่มาเดินเล่นและจับจ่ายซื้อของในช่วงวันหยุด บริเวณห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ สุวรรณภูมิ โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่นมีประชาชนให้การต้อนรับและขอถ่ายรูปเพื่อเป็นกำลังใจอย่างต่อเนื่อง


นายชัชชาติ กล่าวว่า ลาดกระบังคือพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของกรุงเทพฯ ที่มีขนาดใหญ่และมีประชากรหนาแน่น ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา กทม. ได้เร่งแก้ไขปัญหาหลักของพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการทางยกระดับลาดกระบังฝั่งขาออกที่เปิดใช้งานแล้ว และฝั่งขาเข้าที่เตรียมเปิดเพิ่มเติมในวันที่ 3 มิ.ย. นี้ เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการเดินทางของชาวลาดกระบัง นอกจากนี้ ในพื้นที่เคหะร่มเกล้ายังมีการก่อสร้างโรงพยาบาลและศูนย์กีฬาขนาดใหญ่ ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยเฉพาะด้านสุขภาพและสังคม


สำหรับปัญหาหลักในพื้นที่ลาดกระบังยังคงเป็นเรื่องน้ำท่วม เนื่องจากการระบายน้ำต้องพึ่งพาคลองประเวศบุรีรมย์ที่มีสภาพคดเคี้ยว ดังนั้น จึงจำเป็นต้องเร่งผลักดันการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำเชื่อมคลองประเวศบุรีรมย์ไปยังบึงหนองบอน เพื่อเร่งระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ควบคู่กับการสร้างเขื่อนและขุดลอกคลองตลอดแนว และต้องพัฒนาโครงข่ายระบายน้ำในเส้นเลือดฝอยตามซอยและหมู่บ้านต่างๆ โดยอาศัยข้อบัญญัติใหม่ที่เปิดทางให้ กทม. สามารถเข้าไปดูแลระบบสาธารณูปโภคในพื้นที่ที่ถูกยกให้เป็นสาธารณะได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #ชัชชาติสิทธิพันธุ์ #เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม #เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม69












ธิดา ถาวรเศรษฐ : เรื่องที่สภาฯ ในค่ายจารีตอำนาจนิยมปัดตก พ.ร.บ.พระธรรมนูญศาลทหาร

 


ธิดา ถาวรเศรษฐ : เรื่องที่สภาฯ ในค่ายจารีตอำนาจนิยมปัดตก พ.ร.บ.พระธรรมนูญศาลทหาร


ดิฉันขอขอบพระคุณ สส. ตามรายชื่อต่อไปนี้และคณะ ที่สนับสนุนในการอภิปรายเพื่อการปฏิรูปกองทัพ โดยเสนอแก้ไขกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติพระธรรมนูญศาลทหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งส่วนที่ขอแก้ไขเขตอำนาจศาลทหาร ให้ทหารที่ทำความผิดอาญาต่อประชาชนไม่อยู่นเขตอำนาจศาลทหาร แต่อยู่ในเขตอำนาจศาลยุติธรรมพลเรือนเหมือนประชาชนทั่วไป ดังที่เราได้ทำเรื่องร้องเรียนต่อรัฐบาลที่ผ่านมา และพรรคการเมืองหลายพรรคที่เรียกตนเองว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565 จนถึงปี พ.ศ. 2569


โดยมีประธานกรรมาธิการทหาร สส.เอกราช อุดมอำนวย เป็นผู้เสนอร่างพ.ร.บ. และมี สส. อภิปรายสนับสนุนคือ :-

สส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์

สส.พนิดา มงคลสวัสดิ์

สส.กิตติพงษ์ ปิยวรรณโณ

สส.เสกเสิทธิ์ แย้มสงวนศักดิ์


สภาปัดตก พ.ร.บ.พระธรรมนูญศาลทหาร ฉบับพรรคประชาชน ซึ่งกำหนดให้ทหารที่กระทำความผิดอาญาต่อประชาชนต้องมาขึ้นศาลยุติธรรมพลเรือน เพื่อให้การพิจารณาคดีเป็นกลาง เป็นธรรม ไม่ถูกแทรกแซงตามสายการบังคับบัญชา โดยที่ร่างนี้เป็นร่างเดิมที่สภาฯ รับหลักการไปแล้ว


ดิฉันขอขอบพระคุณทุกท่านและกรรมาธิการทหารในสัดส่วนพรรคประชาชน ที่จะพยายามต่อไปเพื่อปฏิรูปกองทัพตามที่เคยให้นโยบายกับประชาชน และเป็นความหวังอยู่เพียงพรรคเดียวและจะยืนหยัดต่อไป


ดิฉันขอให้กำลังใจและขอเรียนว่า การกระทำที่ถูกต้อง สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่ที่ก้าวหน้า จะได้รับการสนับสนุนจากประชาชนที่ดวงตาเห็นธรรมมากขึ้น ๆ แม้จะถูกกระทำอย่างยากลำบากเพียงใดก็ตาม เพราะประชาชนจะอยู่ข้างหลัง อุ้มชู พร้อมทุกข์ยากไปด้วยกัน


ขอบพระคุณทุกท่านอีกครั้งค่ะ


ธิดา ถาวรเศรษฐ

1 มิ.ย. 69


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรบพระธรรมนูญศาลทหาร