วันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

กทม. เผยผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าคึกคัก นอกเขต 87.60% ในเขต 96.47% ชื่นชมพลังการมีส่วนร่วม พร้อมน้อมรับข้อเสนอแนะพัฒนาการจัดการเลือกตั้ง


กทม. เผยผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าคึกคัก นอกเขต 87.60% ในเขต 96.47% ชื่นชมพลังการมีส่วนร่วม พร้อมน้อมรับข้อเสนอแนะพัฒนาการจัดการเลือกตั้ง


วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 นายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า กรุงเทพมหานครได้ดำเนินการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้า ณ สถานที่เลือกตั้งกลางของกรุงเทพมหานคร จำนวน 50 จุด โดยภาพรวมการดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เจ้าหน้าที่สามารถบริหารจัดการและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนได้อย่างเหมาะสม


สำหรับภาพรวมผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้ง จำนวน 845,853 คน มีผู้มาใช้สิทธิ 740,966 คน คิดเป็นร้อยละ 87.60 ขณะที่ผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตเลือกตั้ง จำนวน 2,747 คน มีผู้มาใช้สิทธิ 2,650 คน คิดเป็นร้อยละ 96.47 สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวและการมีส่วนร่วมทางประชาธิปไตยของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครอย่างชัดเจน


ทั้งนี้ สถานที่เลือกตั้งกลางที่มีร้อยละของผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้งสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่


1. สำนักงานเขตหนองแขม มีผู้มาใช้สิทธิ 10,953 คน จากผู้ลงทะเบียน 11,893 คน คิดเป็นร้อยละ 92.10

2. สำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ มีผู้มาใช้สิทธิ 2,106 คน จากผู้ลงทะเบียน 2,305 คน คิดเป็นร้อยละ 91.37

3. ลานจอดรถสำนักงานเขตพระนคร มีผู้มาใช้สิทธิ 5,188 คน จากผู้ลงทะเบียน 5,717 คน คิดเป็นร้อยละ 90.75

4. วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม เขตบางกอกใหญ่ มีผู้มาใช้สิทธิ 8,017 คน จากผู้ลงทะเบียน 8,835 คน คิดเป็นร้อยละ 90.74

5. สำนักงานเขตราชเทวี มีผู้มาใช้สิทธิ 20,268 คน จากผู้ลงทะเบียน 22,403 คน คิดเป็นร้อยละ 90.47


ขณะเดียวกัน หากพิจารณาจากจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้งที่มากที่สุด 5 อันดับ ได้แก่


1. โครงการตะวันนาบางกะปิ (ตะวันนา 2) เขตบางกะปิ มีผู้มาใช้สิทธิ 50,184 คน จากผู้ลงทะเบียน 58,665 คน คิดเป็นร้อยละ 85.54

2. มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม เขตจตุจักร มีผู้มาใช้สิทธิ 45,619 คน จากผู้ลงทะเบียน 51,826 คน คิดเป็นร้อยละ 88.02

3. ลานจอดรถสำนักงานเขตลาดกระบัง (ชั่วคราว) มีผู้มาใช้สิทธิ 32,798 คน จากผู้ลงทะเบียน 38,548 คน คิดเป็นร้อยละ 85.08

4. บริเวณสำนักงานเขตห้วยขวาง มีผู้มาใช้สิทธิ 28,525 คน จากผู้ลงทะเบียน 32,462 คน คิดเป็นร้อยละ 87.87

5. อาคารกีฬาเวสน์ 1 และอาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย–ญี่ปุ่น) เขตดินแดง มีผู้มาใช้สิทธิ 25,753 คน จากผู้ลงทะเบียน 29,090 คน คิดเป็นร้อยละ 88.53


ทั้งนี้ ซองบัตรเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้งจากทุกหน่วย ของ กทม. ได้ถูกส่งมอบให้บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว โดยไปรษณีย์ไทยฯ จะดำเนินการจัดส่งไปยังเขตเลือกตั้งตามภูมิลำเนาของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการนับคะแนนในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ณ หน่วยนับคะแนนกลางที่ภูมิลำเนาของผู้มีสิทธิ พร้อมกับการเลือกตั้งทั่วไปต่อไป


กทม. ขอขอบคุณประชาชนทุกท่านที่สละเวลาออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า รวมถึงเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง ส่งผลให้การดำเนินงานโดยภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย


พร้อมกันนี้ กทม. ได้ติดตามความคิดเห็นของประชาชนผ่านสื่อสังคมออนไลน์อย่างใกล้ชิด พบว่าส่วนใหญ่เป็นเสียงสะท้อนเชิงบวก โดยเฉพาะด้านการอำนวยความสะดวก ความเป็นระเบียบ และความใส่ใจของเจ้าหน้าที่ อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการเดินทางและสภาพการจราจรในบางพื้นที่ ซึ่ง กทม. ขอน้อมรับทุกความคิดเห็น เพื่อนำไปปรับปรุงให้การเลือกตั้งวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สะดวก และครอบคลุมยิ่งขึ้น


ข้อมูล : สำนักข่าวไทย


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #เลือกตั้ง2569 #กทม #เลือกตั้งล่วงหน้า

‘พิจารณ์-กรุณพล-ณัฐวุฒิ’ พร้อมขบวนคาราวานประชาชน #มนต์รักลูกทุ่ง เวทีอยุธยา ขอส้มทั้งจังหวัด 5 เขต 8 กุมภา กาเพื่อเปลี่ยน ร่วมกันเปลี่ยนประเทศให้ดีกว่านี้ กาให้พรรคประชาชนทั้งสองใบ ส่ง ‘ณัฐพงษ์’ เป็นนายกฯ ตั้งรัฐบาลประชาชน

 


‘พิจารณ์-กรุณพล-ณัฐวุฒิ’ พร้อมขบวนคาราวานประชาชน #มนต์รักลูกทุ่ง เวทีอยุธยา ขอส้มทั้งจังหวัด 5 เขต 8 กุมภา กาเพื่อเปลี่ยน ร่วมกันเปลี่ยนประเทศให้ดีกว่านี้ กาให้พรรคประชาชนทั้งสองใบ ส่ง ‘ณัฐพงษ์’ เป็นนายกฯ ตั้งรัฐบาลประชาชน  


วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สนามกีฬาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ กรรมการบริหารพรรคประชาชน นายกรุณพล เทียนสุวรรณ รองโฆษกพรรค และณัฐวุฒิ บัวประทุม พร้อมด้วยสมัคร สส.พระนครศรีอยุธยา ทั้ง 5 เขต เวทีปราศรัยใหญ่ที่สนามกีฬาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา


สำหรับผู้สมัคร สส.พระนครศรีอยุธยา พรรคประชาชนทั้ง 5 เขต ได้แก่


🍊 เขตเลือกตั้งที่ 1

ทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ #เบอร์3


🍊เขตเลือกตั้งที่ 2

ชริน วงศ์พันธ์เที่ยง #เบอร์ 3


🍊เขตเลือกตั้งที่ 3

วีระยุทธ ใยวังหน้า #เบอร์4


🍊 เขตเลือกตั้งที่ 4

เพ็ญศิริรักษ์ ปลื้มสุข #เบอร์2


🍊 เขตเลือกตั้งที่ 5

ภิญญาพัชญ์ ภิญเดช เสน่ห์สังคม #เบอร์4


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #เลือกตั้ง2569 #รัฐบาลประชาชน #อยุธยา













‘ณัฐพงษ์’ พร้อมขบวนคาราวานประชาชนลุยบุรีรัมย์ แท็กทีมวิโรจน์, โตโต้ ปิยรัฐ, เจี๊ยบ อมรัตน์ เชื่อบุรีรัมย์ดีกว่านี้ได้ ประเทศชาติดีกว่านี้ได้ 8 กุมภา กาเพื่อเปลี่ยน มาร่วมกันเปลี่ยนประเทศ กาให้พรรคประชาชนทั้งสองใบไปด้วยกัน

 


‘ณัฐพงษ์’ พร้อมขบวนคาราวานประชาชนลุยบุรีรัมย์ แท็กทีมวิโรจน์, โตโต้ ปิยรัฐ, เจี๊ยบ อมรัตน์ เชื่อบุรีรัมย์ดีกว่านี้ได้ ประเทศชาติดีกว่านี้ได้ 8 กุมภา กาเพื่อเปลี่ยน มาร่วมกันเปลี่ยนประเทศ กาให้พรรคประชาชนทั้งสองใบไปด้วยกัน


วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ลาดตลาดนัดริมรางรถไฟบุรีรัมย์ จ. บุรีรัมย์ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วยวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ, คำพอง เทพาคำ ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ, ปิยรัฐ จงเทพ ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ, อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน และทวีศักดิ์ ทักษิณ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน และผู้สมัคร สส. ทั้ง 10 เขต จ.บุรีรัมย์ จากพรรคประชาชน


ณัฐพงษ์กล่าวว่า วันนี้มาเยือนบุรีรัมย์ มาเยือนถิ่นบ้านใหญ่ หลายคนเทใจให้สีส้ม หากย้อนไปดูผลการเลือกตั้งปี 66 พรรคประชาชนได้ที่ 1 ในคะแนนบัญชีรายชื่อ ​การเลือกตั้งครั้งที่แล้ว ชาวบุรีรัมย์ตัดสินใจแล้วที่อยากจะได้การเปลี่ยนแปลง ด้วยการเมืองแบบใหม่ การเมืองที่พรรคก้าวไกลในวันนั้นนำเสนอ เพียงแต่ ยังกากันครึ่งใจ 


แต่ 8 กุมภาพันธ์นี้ มีแค่ 2 ตัวเลือก ตัวเลือกที่ 1 ก็คือกาให้กับพรรคส้มทั้งสองใบ จัดตั้งรัฐบาลประชาชนไปด้วยกัน กับอีกตัวเลือกหนึ่งที่หากพี่น้องยังลังเล ยังแบ่งใจ อาจกลับไปได้หน้าตารัฐบาลแบบเดิมๆ 


​ครั้งที่แล้ว พี่น้องชาวบุรีรัมย์ ให้ใจพวกเรามา แต่ว่ายังไม่ได้ผล ต้องกาให้ผู้สมัครทั้ง 10 เขตในบุรีรัมย์ไม่เช่นนั้นความเปลี่ยนแปลงจะไม่เกิดขึ้น ต่อให้ประชาชนคนไทยทั่วทั้งประเทศ ลงคะแนนเสียงในบัตรบัญชีรายชื่อให้กับพรรคประชาชนอย่างถล่มทลาย เราจะได้ สส. แค่ 100 คนในสภา หากไม่เลือก สส. แบบแบ่งเขต จะไม่มีใครไปโหวตให้หัวหน้าพรรคไปเป็นนายกรัฐมนตรี


ณัฐพงษ์กล่าวต่อไปว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ ต้องตัดสินใจให้แน่วแน่ เราอยากสร้างการเปลี่ยนแปลง เราอยากได้บุรีรัมย์ที่ดีกว่านี้ เราไม่อยากได้หน้าตารัฐบาลแบบเดิมๆ ขอให้กาให้ สส. จากพรรคประชาชนทั้ง 10 คน เข้าไปทำหน้าที่ในสภา


สำหรับจังหวัดบุรีรัมย์นั้น ในอำเภอห่างไกล ยังมีใครที่เปิดน้ำประปาแล้วต้องรอลุ้นว่าน้ำจะไหลหรือไม่ไหลอยู่บ้าง เวลาไปหาหมอ ไปโรงพยาบาลอำเภอ ต่อคิวตั้งแต่ตี 4 ตี 5 เรื่องคุณภาพชีวิตที่พวกเราต้องการเปลี่ยนแปลงนั้นเรียบง่าย ทั้งเรื่องน้ำประปา การไปหาหมอ การเข้าถึงการรักษาทางการแพทย์ การศึกษาที่ดีให้กับลูกหลาน เดินทางไปไหนมาไหน มีขนส่งสาธารณะ


ซึ่งตอนนี้ ที่ลำพูนมีรถ EV วิ่งแล้ว วันนี้ เลือกตั้งล่วงหน้าทาง อบจ.ลำพูน จัดรถ EV รับส่งประชาชน วิ่งทุกอำเภอไปที่หน่วยเลือกตั้งแล้ว


ปัญหาของการเมืองบ้านใหญ่ การเมืองแบบเดิมๆ สะท้อนว่าถ้าเลือกให้เขาไปเป็นรัฐบาล เขาดึงงบประมาณมาได้ ก็ทำแต่โครงการใหญ่ๆ แต่ละเลยถึงโครงการเล็กๆ ที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตพ่อแม่พี่น้อง 


น้ำประปา 1 ที่ ทำให้สะอาด ต้องเปลี่ยนระบบโรงผลิตน้ำประปา ในโรงผลิตประปาหมู่บ้าน ที่อยู่กับเทศบาล อยู่กับ อบต. ทำที่หนึ่งใช้งบไม่เยอะ เต็มที่หลักล้าน บ้างก็หลักแสน เป็นการเข้าไปเปลี่ยนระบบที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนได้ สิ่งที่พวกเราตั้งใจเข้ามาทำให้กับพ่อแม่พี่น้อง คือการดึงงบประมาณลงมาที่บุรีรัมย์ผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อพัฒนาท้องถิ่น ทำให้กรเมืองท้องถิ่นมีความโปร่งใสมากขึ้น ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น เพื่อที่จะดึงเอางบประมาณ เอาอำนาจ ไปอยู่ใกล้พ่อแม่พี่น้องมากที่สุด ซึ่งก็มีอีก 1 นโยบายดีๆ ของพรรคประชาชนคือการกระจายอำนาจ ที่มันจะสร้างความเจริญอย่างยั่งยืนให้กับพ่อแม่พี่น้อง


พ่อแม่พี่น้องที่ประสบกับปัญหาภัยแล้ง หลายคนทำเรื่องเกษตร ท้องถิ่นก็เป็นกลไกสำคัญ ที่จะทำให้เรามีน้ำพอใช้ในการเกษตร เรามีนโยบายในการช่วยขุดบ่อน้ำ รองน้ำฝน หรือว่าไปขุดบ่อบาดาล ใส่งบประมาณลงไปผ่านท้องถิ่นเพื่อให้พ่อแม่พี่น้องที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมมีน้ำพอใช้ น้ำกินประปาก็สะอาด น้ำใช้ทำการเกษตรก็ทั่วถึง 


นอกจากนี้ เรายังมีสวัสดิการถ้วนหน้า หากเราได้รับความไว้วางใจมากพอจนได้ตั้งรัฐบาลประชาชน 1 ตุลาคมนี้ เบี้ยผู้สูงอายุถ้วนหน้า 1,000 บาท ได้รับทุกเดือน และปรับเพิ่มเป็น 1,500 ภายในปี 2572


นอกจากนโยบายเบี้ยผู้สูงอายุถ้วนหน้าแล้ว ก็ยังมีเบี้ยเด็กเล็กก็มี 1 ตุลาคม 600 บาท ได้ถ้วนหน้า พรรคประชาชนทำนโยบายแบบยั่งยืน ทำเพื่อประโยชน์ของพ่อแม่พี่น้องทุกคน


หากเราสามารถขจัดเรื่องสีเทาออกจากการเมืองได้ จะสามารประหยัดงบประมาณได้หลายหลายแสนล้านบาท สามารถนำมาทำเป็นนโยบายสวัสดิการเพื่อพ่อแม่พี่น้องทุกคนได้


นอกจากนี้ยังมีนโยบายสำหรับพ่อแม่พี่น้องที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมครับ เรามีนโยบายเปลี่ยน สปก. เป็นโฉนด มีกองทุนพิสูจน์สิทธิ์ 10,000 ล้านบาท พร้อมทำตั้งแต่ปีแรก ทำให้ที่เพิ่ม ป่าเพิ่ม ทำให้มีความมั่นคงในชีวิตมากยิ่งขึ้น


เรายังมีตัวอย่างเพื่อพ่อแม่พี่น้องที่เป็นข้าราชการด้วย ถ้าขจัดเรื่องระบบตั๋วตำรวจได้ ไม่ให้มีการเรียกส่วย เก็บส่วย ซื้อตั๋วเลื่อนตำแหน่งขึ้นไประดับบน จะทำให้ตำรวจกลายเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ เพื่อราษฎรอย่างแท้จริงได้ 


ทั้งหมดนี้จะเป็นจริงได้ การเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ทุกทุกท่านต้องตัดสินใจกาเพื่อเปลี่ยน กาให้เกิดความเปลี่ยนแปลง อย่าเปลี่ยนแค่ลำพัง แต่ต้องชวนเพื่อน ชวนญาติพี่น้อง ชวนคนรู้จักมาช่วยกันกาเพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงกับประเทศนี้ หยุดกาเพราะเกรงใจคนอื่น จงกาเพื่ออนาคตของลูกหลาน เปิดทางให้ประเทศไทยหลุดจากการเมืองในอดีตแบบเดิมๆ 


เหลือเวลาอีกแค่ 7 วัน ขอให้ทุกคนช่วยกันส่งเสียง ส่งความปรารถนาดีของเรา ส่งความตั้งใจดีของเรา อย่ากลัวการเปลี่ยนแปลง เราไม่ได้เข้ามาเพื่อล้มเลิก ล้มล้าง คุณค่าดีๆ ในประเทศยังคงอยู่ต่อไป อะไรที่เป็นปัญหาก็แก้ไขให้ดีขึ้น ช่วยกันแสดงพลัง เชื่อในพลังของพ่อแม่พี่น้องประชาชนทุกคน นึกถึงหน้าลูกหน้าหลาน นึกถึงคนในครอบครัว นึกถึงคนในหมู่บ้าน นึกถึงคนในชุมชน ถ้าเราอยากจะได้ ครอบครัว ชุมชน ในพื้นที่ของเรา ประเทศของเรา บุรีรัมย์ที่ดีกว่านี้ ขอ 2 ใบ ให้กับพรรคประชาชน แล้วกาเห็นชอบกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ขอให้คำมั่นสัญญากัน ถ้าไปเป็นรัฐบาล จะไม่ทำให้ผิดหวัง จะตั้งใจทำให้ดีที่สุด


ณัฐพงษ์กล่าวต่อไปว่า ตนเชื่อในความรักของพวกเราที่มีต่อกัน ตนเชื่อว่าทุกคนรักในชาตินี้ เรารักในประเทศชาติ เรารักในประชาชนคนไทยทุกคน ช่วยกันส่งความปรารถนาดีนี้ออกไป 8 กุมภา กาเพื่อเปลี่ยน เปลี่ยนประเทศไปด้วยกัน ตั้งรัฐบาลประชาชนไปด้วยกัน


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #เลือกตั้ง2569 #รัฐบาลประชาชน













ปชน. ปราศรัยใหญ่สุราษฎร์ ขอช่วยกันกาเพื่อเปลี่ยน กาส้มสองใบตั้งรัฐบาลประชาชน แสดงความรักชาติด้วยการทำให้เงินสกปรกที่ซื้อเสียงไม่มีค่า ซัดกลับพวกอ้างรักชาติ รักชาติแบบใดโหนคำพูดผู้นำกัมพูชาทุกเวที ลั่นรักชาติจริงต้องไม่ผูกขาดชาติเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของตัวเอง

 


ปชน. ปราศรัยใหญ่สุราษฎร์ ขอช่วยกันกาเพื่อเปลี่ยน กาส้มสองใบตั้งรัฐบาลประชาชน แสดงความรักชาติด้วยการทำให้เงินสกปรกที่ซื้อเสียงไม่มีค่า ซัดกลับพวกอ้างรักชาติ รักชาติแบบใดโหนคำพูดผู้นำกัมพูชาทุกเวที ลั่นรักชาติจริงต้องไม่ผูกขาดชาติเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของตัวเอง


วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สะพานนริศ อ.เมืองสุราษฎร์ธานี จ.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาชนจัดเวทีปราศรัยใหญ่ มีแกนนำพรรค ผู้สมัคร สส. และผู้ช่วยหาเสียง ร่วมการปราศรัยอย่างคับคั่ง นำโดย ศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรคประชาชน, พริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรค, ภคมน หนุนอนันต์ รองโฆษกพรรค พร้อมด้วย พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้ช่วยหาเสียง


[ ผู้นำกัมพูชาไม่ดีใจแน่นอน เพราะรัฐบาลประชาชนจะเอาจริงทลายเครือข่ายสแกมเมอร์ ]


พริษฐ์ กล่าวว่า ไม่กี่วันก่อนหน้านี้ บุคคลท่านหนึ่งพูดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ ให้พี่น้องประชาชนเลือกระหว่าง “ฝ่ายรักชาติ” กับ “ฝ่ายไม่รักชาติ” ตนคิดว่าชาติมีหลากหลายความหมาย มิติหนึ่งคือหมายถึงแผ่นดินไทย ถ้าเรามีผู้นำจากประเทศเพื่อนบ้านที่มารุกรานประเทศเรา มาทำร้ายคนในประเทศเรา ก็จำเป็นต้องสามัคคีกันเพื่อช่วยคิดวิธีในการปกป้องอธิปไตยของชาติและปกป้องความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน หัวหน้าพรรคบางพรรคบางวันก็ดูเหมือนจะเข้าใจ ขึ้นเวทีก็พูดว่าถ้าเจอปัญหาแบบนี้เราต้องรักกัน แต่ผ่านไปไม่กี่นาที คนคนเดียวกันนี้ก็ไปเอาคำพูดของนักการเมืองกัมพูชามาสร้างความแตกแยก แบ่งแยกประชาชนในประเทศ เอาคำพูดของเขามาหาเสียงให้กับพรรคตัวเอง ตนคิดว่านี่ไม่ใช่การรักชาติอย่างถูกวิธี


ตนต้องยืนยันกับประชาชนว่าผู้นำกัมพูชาเขาไม่ดีใจหรอกถ้าพรรคประชาชนได้เป็นรัฐบาล เพราะเขารู้ว่าหากเราเป็นรัฐบาล เราจะเอาจริงกับการทลายเครือข่ายสแกมเมอร์ที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ของระบอบผู้นำกัมพูชา ดังนั้นขีดเส้นใต้ร้อยครั้งว่าเขาไม่ดีใจแน่นอนหากพรรคประชาชนเป็นรัฐบาล แต่ดูเหมือนจะมีบางพรรคการเมืองดีใจเหลือเกินกับการที่ผู้นำกัมพูชาพยายามจะมาแทรกการเมืองไทย ถึงได้เอาคำพูดของเขามาโหนทุกเวทีเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับตัวเอง แบบนี้ตนไม่เรียกว่ารักชาติ


อีกมิติหนึ่งของคำว่าชาติคือทรัพยากรธรรมชาติของประเทศเรา ถ้าเรารักทรัพยากรธรรมชาติของภาคใต้ เราจะไม่ประกาศนโยบายแลนด์บริดจ์ ซึ่งไม่ได้แปลว่าเราไม่เห็นด้วยกับการพัฒนาภาคใต้ เพราะพรรคประชาชนก็มีนโยบายพัฒนาท่าเรือระนองเพื่อยกระดับขีดความสามารถ เราสนับสนุนการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นเพื่อให้พี่น้องภาคใต้มีเครื่องมือและงบประมาณเพียงพอในการพัฒนาพื้นที่ แต่ถ้าเรากำลังพูดถึงโครงการแลนบริดจ์แบบที่เขาว่ากัน ที่ต้องระเบิดภูเขา ถมทะเล ทำลายป่า ตนคิดว่าโครงการแบบนี้จะได้ไม่คุ้มเสีย ดังนั้นถ้าเรารักทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ เราจะไม่เดินหน้าโครงการที่จะทำลายทรัพยากรธรรมชาติ


ดังนั้นต้องสื่อสารกันให้ชัดว่าชาติคืออะไร ชาติคือทรัพยากรธรรมชาติที่ต้องรักษาไม่ใช่ทำลาย ชาติคืองบประมาณแผ่นดินที่เราต้องปกป้องไม่ใช่ปล่อยให้ถูกกัดกิน ชาติคือสถาบันทางการเมืองของชาติที่เราต้องไม่ปล่อยให้ใครเข้ามายึดกุม ชาติคือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ต้องไม่มีใครมาผูกขาดเพื่อประโยชน์ทางการเมืองของตัวเอง และชาติคือพี่น้องประชาชนทุกคน ที่ต้องมาร่วมกันสร้างความเปลี่ยนแปลงเพื่อสร้างประเทศไทยที่ดีขึ้นกว่าเดิม เพราะฉะนั้น 8 กุมภาพันธ์นี้ เลือกอนาคต กาพรรคประชาชนทั้งสองใบ และกาเห็นชอบให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เปิดประตูไปสู่อนาคตด้วยกัน 


[ ปลุก 8 กุมภา มาร่วมกันทำให้เงินสกปรกซื้อเสียงไม่มีค่า ]


จากนั้น ภคมน กล่าวว่า วันนี้ประเทศไทยเดินทางมาถึงวันที่พี่น้องต้องเลือกระหว่าง “อนาคต” กับ “อดีต” ซึ่งไม่ใช่แค่เราที่บอกว่าสังคมไทยต้องเลือก มีคนอีกกลุ่มบอกว่าสังคมไทยก็ต้องเลือกเหมือนกัน แต่เพราะเขาไม่รู้ว่าสังคมไทยวันนี้เดินไปไกลแค่ไหนแล้ว จู่ๆ จึงลุกขึ้นมาแบ่งเส้นระหว่าง “รักชาติ” กับ “ไม่รักชาติ” ซึ่งตนต้องถามกลับว่าใครบ้างไม่รักชาติ ใครบ้างไม่อยากเห็นประเทศชาติพัฒนา ไม่อยากเห็นประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้น คนที่พูดแบบนี้พี่น้องต้องไม่ให้ราคาอะไรทั้งสิ้น เพราะคนแบบนี้ก็แค่ขี้ขลาด หลังชนฝา ไม่รู้จะเอาอะไรมาสู้แล้ว


วันนี้ตนไปเลือกตั้งล่วงหน้า พบปัญหามากมาย นี่คือหนึ่งในมารยาของพวกที่อ้างตนว่าเป็นคนรักชาติหรือไม่ ที่พยายามจะทำทุกอย่างเพื่อให้ประชาชนเสียเปรียบ หลายหน่วยในกรุงเทพฯ ไปสแกน QR Code ปรากฏว่าเป็นรายชื่อและเบอร์ของผู้สมัคร สส. เมื่อปี 2566 ถ้าใครไม่ได้ตรวจสอบก่อนเข้าคูหา ก็กลายเป็นคะแนนไปไหนก็ไม่รู้ ดังนั้นพี่น้องต้องทำการบ้านกันให้ดี ช่วยกันตรวจสอบ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ เลือกตั้งเสร็จ เมื่อปิดหีบแล้วใกล้ตรงไหนไปสังเกตการณ์ที่นั่น ไม่อย่างนั้นไอ้พวกนี้มันโกงกันหมด


“รักชาติแบบไหนมีแต่ได้กับได้ รักชาติแบบไหนมีแต่พวกคุณที่ได้ คนแบบนี้ทำมาหากินอย่างอื่นไม่เป็นนอกจากเอาเปรียบประชาชน” 


ภคมนกล่าวต่อว่า วันนี้ประชาชนต้องหนักแน่น อนาคตของประเทศนี้เป็นของเราทุกคน เรามีสิทธิ์ขีดเขียนอนาคตของเราเอง พรรคประชาชนไม่มีใครไม่รักชาติ เราต้องการให้ประเทศไทยเดินไปข้างหน้า เป็นประเทศไทยของพี่น้องประชาชน เราเสนอปฏิรูปกฎหมาย เสนอให้มีสวัสดิการตั้งแต่เกิดจนตาย ถึงเวลาแล้วที่ต้องมีรัฐบาลประชาชน เป็นรัฐบาลที่รับใช้ประชาชน การที่เราเปิดหน้าทีมบริหาร เพื่อจะประกาศเจตจำนงกับประชาชนให้ชัดเจน ว่าประเทศนี้ต้องใช้คนที่มีความรู้ความสามารถ มีเจตจำนงในการเปลี่ยนแปลง เพราะเราไม่มีทางคาดหวังผลลัพธ์ใหม่ๆ จากการเลือกคนเดิมๆ ที่อย่างมากก็แค่เปลี่ยนสีเสื้อ เปลี่ยนพรรค เปลี่ยนเก้าอี้ แต่มันสมองก็เดิมๆ 


“การเดินทางของขบวนสีส้ม สิ่งที่เราพยายามมากที่สุดคือการทำให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นและศรัทธาในตัวเรา เรารู้ว่าความศรัทธาและความเชื่อใจจากประชาชนเป็นสิ่งที่ยากมาก จึงต้องทำงานทุกวัน ทำคาราวานไปทั่วประเทศ เพราะต้องการพิสูจน์ว่าสิ่งที่เราพูดไว้ เราต้องการทำแบบนั้นจริงๆ”


ส่วนเรื่องการซื้อเสียง มีคนตั้งคำถามกับตนว่าคนใต้ตื่นรู้ทางการเมืองไม่ใช่หรือ ตนก็บอกว่าใช่ แต่ได้ยินมาว่ามีการซื้อเสียงถึง 5,000 บาทต่อหัว ตนไม่รู้จะอธิบายคนอื่นอย่างไร จึงขอเชิญชวนพี่น้องว่าถ้าอยากยกระดับการเมืองของประเทศนี้ เราต้องเริ่มจากการไม่รับเงิน ไม่มีใครบังคับประชาชนได้ อยู่ในคูหามีแค่ตัวท่านกับปากกา เราจะกาอะไรก็เรื่องของเรา 


ภคมนทิ้งท้ายว่า ประชาชนไม่จำเป็นต้องผูกมัดตัวเองไว้กับนักการเมืองคนใดคนหนึ่งเป็นสิบๆ ปี เพราะนักการเมืองกับเรานั้น สัญญากันแค่ 4 ปีเท่านั้น เลือกไปแล้วทำไม่ได้ รอบหน้าก็เปลี่ยนใหม่ นี่คือประชาธิปไตย นี่คือความศักดิ์สิทธิ์ของ 1 สิทธิ 1 เสียง วันนี้ถ้าพี่น้องเห็นด้วยกับเรา ขอให้ทุกคนช่วยกันออกไปทำงานทางความคิด 8 กุมภาพันธ์นี้ จำเลขเบอร์ผู้สมัคร สส.เขต จำเบอร์พรรคให้แม่น ตอบแทนประเทศนี้ แสดงออกว่าเรารักชาติ ด้วยการทำให้เงินสกปรกที่มาซื้อเสียงไม่มีค่า กาพรรคประชาชนทั้งสองใบ และกาเห็นชอบเปิดประตูสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ประชาชนจะชนะไปด้วยกัน


[ ขอสุราษฎร์ฯ กาส้มสองใบ ให้ได้ทั้งคะแนนพรรคและ สส.เขต ]


ด้าน พิธา กล่าวว่า เห็นพี่น้องประชาชนมากันล้นหลามในวันนี้ รอบนี้ที่สุราษฎร์ธานีเราคงไม่พลาดแล้ว แต่ตอนนี้กลัวพลาดอย่างเดียว คือการทำงานของ กกต. ที่มีความผิดพลาด


ในการเลือกตั้งปี 2566 สุราษฎร์ธานีมอบให้คะแนนพรรคก้าวไกล 200,000 กว่าคะแนน มาเป็นอันดับหนึ่งของจังหวัด ถึงแม้จะยังไม่ได้ สส.เขต แม้แต่คนเดียว แต่เมื่อดูคะแนนแต่ละเขตก็มีสิทธิ์ได้ สส.เขต ดังนั้นรอบนี้ไม่ขออะไรมากมาย ขอส้มสองใบ ให้คะแนนบัญชีรายชื่อกับคะแนนเขตไม่ห่างกันเหมือนตอนก้าวไกล ผู้สมัครของเรามีทั้งคนรุ่นใหม่และคนรุ่นใหญ่ มีทั้งทนายความ ผู้ประกอบการ ครู ข้าราชการ เกษตรกร 


วิสัยทัศน์ของพรรคประชาชน เราเห็นว่าสุราษฎร์ธานีต้องมีการท่องเที่ยวที่สดใส และต้องใส่ใจคนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นเกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า สร้างรายได้ให้จังหวัดมากมาย แต่ต้องให้รายได้มาถึงพี่น้องชาวสุราษฎร์ธานีให้ลืมตาอ้าปากได้ เรามีนโยบายสิ่งแวดล้อมที่บอกว่าจะจัดการกับขยะบนเกาะ ดังนั้น 8 กุมภาพันธ์นี้ ขอสุราษฎร์ธานีกาพรรคประชาชนทั้ง 2 ใบ ให้รัฐบาลประชาชนได้เข้าไปทำงาน ทำให้การท่องเที่ยวดีขึ้น ลดความเหลื่อมล้ำของคนในพื้นที่ ให้ทุกคนอยู่ดีมีสุขไปด้วยกัน


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #เลือกตั้ง2569 #รัฐบาลประชาชน













คาราวานพรรคประชาชนบุกน่าน ศิริกัญญาขอประชาชนกาส้มทั้งสองใบ กาเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง อย่าเชื่อข่าวปลอม และอย่าทนกับการการทำงานผิดพลาดซ้ำๆ ของ กตต. ด้านชัยธวัชย้ำ ความนิยมที่พรรคได้รับตอนนี้ ไม่ใช่กระแสแต่คือศรัทธาจากประชาชน

 


คาราวานพรรคประชาชนบุกน่าน ศิริกัญญาขอประชาชนกาส้มทั้งสองใบ กาเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง อย่าเชื่อข่าวปลอม และอย่าทนกับการการทำงานผิดพลาดซ้ำๆ ของ กตต. ด้านชัยธวัชย้ำ ความนิยมที่พรรคได้รับตอนนี้ ไม่ใช่กระแสแต่คือศรัทธาจากประชาชน


วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ศิริกัญญา ตันสกุล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาชน พร้อมชัยธวัช ตุลาธน ผู้ช่วยหาเสียงของพรรคประชาชน ได้เดินทางมากับคาราวานหาเสียง สายเหนือฝั่งขวา สายกลิ่นกาสะลอง ของพรรคประชาชน โดยได้เดินทางมาช่วยหาเสียงให้กับผู้สมัคร สส.จังหวัดน่าน ของพรรคประชาชน และได้มาปราศรัยที่เวทีปราศรัยใหญ่ในจังหวัดน่าน


โดยระหว่างการปราศรัย ศิริกัญญา ได้กล่าวว่า การเลือกตั้งรอบนี้ต้องการทุกคะแนนเสียง ไม่มีปันใจให้พรรคอื่น เพราะพรรคประชาชนต้องการคะแนนเสียงให้มากที่สุด จากการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 ในจังหวัดน่านหลายเขตนั้นถือว่าคะแนนสูสีมาก รอบนี้มาหาเสียงก็ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากประชาชนในพื้นที่ว่าอยากได้รัฐบาลประชาชน


ในการเลือกตั้งรอบนี้ไม่มี สว. ที่ไหนจะมาเลือกนายกรัฐมนตรีอีกแล้ว แต่ก็มีบางกลุ่มที่คอยขัดขวาง มารุมกินโต๊ะพรรคประชาชน จึงต้องขอแรงชาวน่านและประชาชนทั่วประเทศช่วยส่งพรรคประชาชนเป็นรัฐบาลพรรคเดียว นอกจากลงคะแนนเสียงให้พรรคประชาชนทั้ง 2 ใบแล้ว ก็ขอให้ช่วยหาเสียงให้กับพรรคประชาชนด้วย


ตนเชื่อว่าหากประชาชนไปช่วยหาเสียง ก็จะโดนตั้งคำถามหลายอย่างที่มาจากข่าวปลอม ซึ่งมีมาตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2562 และ 2566 จนถึงการเลือกตั้งปัจจุบัน อย่างเรื่องการตัดบำนาญข้าราชการ ซึ่งไม่เคยเป็นนโยบายของพรรคประชาชนเลย และตนเองเป็นคนคอยทวงเบี้ยบำเหน็จบำนาญให้ทุกคนทุกปี และในช่วงหลังนี้ก็ยังมีกระแสโหนชาตินิยม อย่างเรื่องประกันสังคม ที่เราพยายามปกป้องเงินทุกบาททุกสตางค์ของทุกคน เพื่อให้สวัสดิการยังอยู่ถึงลูกถึงหลานของทุกคน แต่ก็ยังมีการกล่าวหาว่าพรรคประชาชนจะออกนโยบายให้แรงงานข้ามชาติมาเป็นบอร์ดประกันสังคม ซึ่งพรรคประชาชนก็ไม่เคยมีนโยบายดังกล่าว สามารถตรวจสอบในเว็บไซต์ได้ แม้แต่เรื่องท่ายืนเคารพธงชาติของหัวหน้าพรรค ก็โดนเอามาโจมตี ตนเชื่อว่าทุกคนคงเข้าใจว่าการรักชาติไม่ได้อยู่ที่การยืนตรง แต่อยู่ที่การทำเพื่อประชาชนหรือไม่ เพราะว่าชาติคือประชาชน


ศิริกัญญากล่าวต่อไปว่า การที่ถูกรุมกินโต๊ะอย่างนี้ เพราะพรรคประชาชนถูกคาดการณ์ว่าจะคว้าชัยชนะจากการเลือกตั้ง ไม่ใช่ชนะแค่ที่จังหวัดน่านเท่านั้น แต่จะชนะทั่วประเทศ นอกจากข่าวปลอมที่มีอยู่เต็มไปหมด หากมีคนพูดถากถางน้ำใจว่าเลือกแล้วไม่เห็นจะได้เป็นรัฐบาลเลย ก็ให้ประกาศได้เลยว่าถ้าชนะครั้งนี้ก็จะได้เป็นรัฐบาลเลย เพราะไม่มี สว. มาร่วมโหวตนายกฯ แล้ว หากไม่มี สว. ในการเลือกตั้งปี พ.ศ. 2566 วันนี้นายกฯ ก็ชื่อพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แล้ว และวันนี้ถ้าชนะการเลือกตั้ง นายกรัฐมนตรีของประเทศไทยก็จะชื่อ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ


บางคนก็พูดว่าชนะเลือกตั้งไปแล้วเขาจะยอมให้เป็นรัฐบาลหรือไม่ เราก็ต้องถามกลับว่า แล้วเราจะยอมให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่เคารพเสียงของประชาชนหรือไม่


ศิริกัญญากล่าวปิดท้ายว่า ขอให้ประชาชนกาส้มทั้งสองใบ และกาเห็นชอบการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อแก้ไขกติกาที่ไม่เป็นธรรม อย่างการเลือกตั้งล่วงหน้าในวันนี้ ตนเชื่อว่าประชาชนคงได้เห็นการทำหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ผิดพลาด โดยเฉพาะที่มีผลเสียหายกับพรรคประชาชนและผู้สมัคร หากประชาชนเห็นเช่นนี้แล้วไม่พอใจ ก็ขอให้กาเห็นชอบกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เพื่อให้สามารถถอดถอนองค์กรอิสระได้


8 กุมภาพันธ์นี้ ประชาชนจะเป็นคนที่ขีดเขียนอนาคตด้วยอำนาจของตัวเองว่าอยากให้อนาคตเป็นแบบไหน ระหว่างรัฐบาลสีน้ำเงินที่อยู่แบบเดิม หรือรัฐบาลสีส้มเพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมไปด้วยกัน


ด้านชัยธวัช ตุลาธน ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ได้กล่าวปราศรัยว่า ตนยืนยันว่าการที่ พรรคประชาชนมาเป็นอันดับหนึ่งไม่ใช่เพราะกระแส แต่เพราะได้พิสูจน์ตัวเองมาตั้งแต่อนาคตใหม่ ก้าวไกล จนมาเป็นพรรคประชาชน ว่าสามารถยกระดับคุณภาพการทำงานการเมืองให้กับประเทศ และเป็นพรรคการเมืองที่ซื่อตรงกับประชาชนไม่สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่กระแสแต่แสดงให้เห็นว่าการเมืองไทยสามารถเปลี่ยนแปลงได้จนพี่น้องประชาชนยอมรับและเป็นส่วนหนึ่งกับพรรคประชาชนมากขึ้น 


ทั้งนี้ชัยธวัชขอให้ประชาชนมั่นใจในผู้สมัครของจังหวัดน่านทั้งสามเขตว่าจะสามารถเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนที่จะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ในจังหวัดน่านได้อย่างแน่นอน และตนเชื่อว่าน่านจะเป็นส่วนหนึ่งของพลังสีส้มที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลง ให้เกิดขึ้นกับสังคมไทยได้ ขอสัปดาห์สุดท้ายประชาชนช่วยกันเพื่อให้การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่พวกเขาปฏิเสธไม่ได้ และชวนสร้างชาติที่คือประชาชนไปด้วยกัน ด้วยการเลือกพรรคประชาชนเพื่อให้ไปรัฐบาลสีส้ม เพราะหากไม่เลือกจะได้รัฐบาลสีน้ำเงินแน่นอน


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #เลือกตั้ง2569 #รัฐบาลประชาชน