10
เครือข่ายภาคประชาสังคมยื่นภูมิใจไทยเรียกร้อง ‘อนุทิน’
ถอนร่างกฎหมาย 4 กองทุน ออกจากรัฐสภาทันที หลังผลรับฟังความเห็นประชาชนส่วนใหญ่
“ไม่เห็นด้วย”
วันนี้
(20 ตุลาคม 2569) เวลา 10.30 น.
ที่พรรคภูมิใจไทย ถนนพหลโยธิน 10 เครือข่ายภาคประชาสังคม
องค์กรนวัตกรรมสังคม ด้านเด็ก เยาวชน คนรุ่นใหม่ ครอบครัว ผู้สูงอายุ สิทธิแรงงาน
และสื่อมวลชน ร่วมกับประชาชนกว่า 3,000 รายชื่อ
เข้ายื่นหนังสือถึงอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและพรรคภูมิใจไทย เรียกร้อง
“ถอดร่างแก้ไขกฎหมาย 4 ฉบับออกจากรัฐสภาทันที”
ขอให้ถอนร่างแก้ไข พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย
(ไทยพีบีเอส), ร่าง พ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
(สสส.), ร่าง พ.ร.บ.ผู้สูงอายุ และ ร่าง
พ.ร.บ.การกีฬาแห่งประเทศไทย ภายหลังผลการรับฟังความคิดเห็นระหว่างวันที่ 30
ก.ย. - 14 ต.ค. 2569 พบว่าเสียงส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย
เครือข่ายระบุว่า
ผลรับฟังความคิดเห็นผ่านระบบสารสนเทศของรัฐสภาสะท้อนเสียงคัดค้านจากประชาชน
โดยร่างแก้ไขกฎหมาย สสส. มีผู้ไม่เห็นด้วย 89.47% จากผู้แสดงความคิดเห็น 85,734
คน ร่างแก้ไขกฎหมายไทยพีบีเอส 72.42% จาก 124,593
คน ร่างแก้ไขกฎหมายผู้สูงอายุ 73.12% จาก 17,339
คน และร่างแก้ไขกฎหมายการกีฬาแห่งประเทศไทย 67.88% จาก 15,552 คน
เครือข่ายระบุในแถลงการณ์ว่า
รัฐบาลอ้างเหตุผลด้านวินัยการเงินการคลังในการดึงงบประมาณเกือบ 14,000 ล้านบาทกลับเข้าสู่งบประมาณแผ่นดิน
แต่ยังไม่มีการแสดงผลประเมินผลกระทบเชิงประจักษ์ว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะเพิ่มประสิทธิภาพทางการคลังได้อย่างไร
พร้อมตั้งข้อกังวลว่าการยกเลิกเงินบำรุงกองทุนจากสุราและยาสูบ
โดยอาศัยการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตมาทดแทน อาจไม่มีหลักประกันว่าจะดำเนินการได้จริง
และเสี่ยงลดภาระภาษีให้แก่ผู้ประกอบการธุรกิจแอลกอฮอล์และยาสูบ
เครือข่ายเห็นว่า
เงินกองทุนทั้ง 4
แห่งเป็นภาษีที่จัดเก็บเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ
ใช้สนับสนุนงานด้านสุขภาพ สื่อสาธารณะ ผู้สูงอายุ และการกีฬา
การนำเงินกลับเข้าสู่งบประมาณรายปีอาจทำให้การจัดสรรงบประมาณขึ้นอยู่กับฝ่ายการเมืองมากขึ้น
และกระทบต่อความเป็นอิสระของหน่วยงาน โดยระบุว่าทั้ง 4 หน่วยงานมีกลไกกำกับดูแลและตรวจสอบอยู่แล้ว
รวมถึงการตรวจสอบโดยสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)
โดยมีข้อเรียกร้องและทางออกเชิงนโยบาย มีดังนี้
1.
ถอนร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับออกจากรัฐสภาทันที
เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกุลและพรรคภูมิใจไทย
แสดงความกล้าหาญทางการเมืองด้วยการเคารพผล Public Hearing และถอน
ร่างแก้ไขกฎหมายทั้ง 4 ฉบับออกจากระเบียบวาระทางนิติบัญญัติโดยไม่มีเงื่อนไข
2.
เปิดพื้นที่สภาฯ ตั้ง กมธ.วิสามัญเพื่อการปฏิรูปอย่างมีส่วนร่วม
หากมีเจตนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความโปร่งใสจริง
ขอให้ใช้กลไกสภาผู้แทนราษฎรตั้ง
“คณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทางการปฏิรูปและการมีส่วนร่วมของกองทุนและองค์กรสาธารณะ”
โดยดึงตัวแทนทุกพรรคการเมือง ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม
และประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย มาร่วมกันออกแบบการพัฒนา
โดยยึดหลักความเป็นอิสระและตอบสนองประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง
บรรยากาศการยื่นหนังสือเริ่มขึ้นตั้งแต่เวลา
10.30 น.
โดยตัวแทนแต่ละเครือข่ายทยอยปราศรัยสะท้อนปัญหาและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงงบประมาณ
ก่อนร่วมอ่านแถลงการณ์และยื่นหนังสือต่อพรรคภูมิใจไทย โดยมีนิกร จำนง
สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เป็นตัวแทนรับหนังสือ
ทั้งนี้
10 เครือข่ายที่ร่วมลงนามในหนังสือ ได้แก่ เครือข่ายองค์กรนวัตกรรมสังคม เด็ก
เยาวชน คนรุ่นใหม่ และครอบครัว เครือข่ายคนทำงานเพื่อเสริมสร้างสุขภาวะเด็ก เยาวชน
และครอบครัว เครือข่ายคนรุ่นใหม่ร่วมสร้างนิเวศชุมชน
ในการลดปัจจัยเสี่ยงและสร้างความเป็นธรรมด้านสุขภาพ เครือข่ายเด็กเท่ากัน
เครือข่ายบ้านย่ายาย
เครือข่ายขับเคลื่อนกฎหมายคุ้มครองแรงงานว่าด้วยสิทธิความเป็นมารดาของแรงงานหญิง
เครือข่ายอดีตนักข่าวไทยพีบีเอส เครือข่ายปิดเทอมสร้างสรรค์
เครือข่ายเล่นเปลี่ยนโลก และเครือข่ายพลเมืองสร้างสุขสังคมสูงวัย
#UDDnews
#ยูดีดีนิวส์ #ภูมิใจไทย #ถอนร่างกฎหมายกองทุน

































































