วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2569

‘แพทย์อาสาประชาชน’ ลุยคลองสามวา ตั้งหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ดูแลผู้ประสบภัยน้ำท่วมกว่า 300 ราย เฝ้าระวังโรคน้ำกัดเท้า-ฉี่หนู

 


‘แพทย์อาสาประชาชน’ ลุยคลองสามวา ตั้งหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ดูแลผู้ประสบภัยน้ำท่วมกว่า 300 ราย เฝ้าระวังโรคน้ำกัดเท้า-ฉี่หนู


เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2569 พิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ สส.กรุงเทพฯ เขต 16 (คลองสามวา) พรรคประชาชน ประสานความร่วมมือกับทีมแพทย์อาสาประชาชน ลงพื้นที่ตั้งหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ณ มัสยิดย่ามีอะห์ เพื่อให้บริการตรวจสุขภาพและรักษาอาการป่วยเบื้องต้นแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตน้ำท่วม โดยมีพี่น้องประชาชนในชุมชนและพื้นที่ใกล้เคียงเข้ารับการตรวจรักษากว่า 300 คน


พิมพ์กาญจน์กล่าวว่า ในช่วงที่เกิดสถานการณ์น้ำท่วมขัง ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชนในเขตคลองสามวา ทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยจากโรคต่างๆ ในขณะที่การเดินทางไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลเป็นไปด้วยความยากลำบาก ดังนั้น เราจึงประสานทีมแพทย์อาสาประชาชน ออกมาตั้งหน่วยย่อยๆ ตามชุมชน เพื่อดูแลพี่น้องประชาชนถึงหน้าบ้าน


พิมพ์กาญจน์กล่าวเพิ่มเติมว่า ภารกิจสำคัญและเร่งด่วนของทีมแพทย์อาสาประชาชนในขณะนี้ คือการค้นหาและรักษาโรคที่มากับน้ำท่วมให้ทันท่วงที โดยเฉพาะโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องเสีย ท้องร่วง รวมไปถึงเรื่องบาดแผลและโรคน้ำกัดเท้า ซึ่งพบว่าเป็นปัญหาอันดับหนึ่งในขณะนี้ นอกจากนี้ ทีมแพทย์ยังได้เร่งทำการคัดกรองและเฝ้าระวังผู้ป่วยที่อาจติดเชื้อโรคเลปโตสไปโรซิส (Leptospirosis) หรือโรคฉี่หนู เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายถึงชีวิต


ทั้งนี้ ทีมพรรคประชาชนในพื้นที่ต่างๆ จะยังคงติดตามสถานการณ์น้ำท่วมและผลกระทบด้านสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด พร้อมประสานความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #น้ำท่วม2569 #คลองสามวา




























วันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2569

‘วีระยุทธ’ ลงพื้นที่น้ำท่วมฉะเชิงเทรา ชี้เป็นพื้นที่ที่ถูกลืม - หลายชุมชนไร้ความช่วยเหลือนานกว่าสัปดาห์ จี้รัฐประกาศเขตภัยพิบัติให้ครอบคลุม-เร่งจัดระบบระบายน้ำ

 


‘วีระยุทธ’ ลงพื้นที่น้ำท่วมฉะเชิงเทรา ชี้เป็นพื้นที่ที่ถูกลืม - หลายชุมชนไร้ความช่วยเหลือนานกว่าสัปดาห์ จี้รัฐประกาศเขตภัยพิบัติให้ครอบคลุม-เร่งจัดระบบระบายน้ำ


วันที่ 3 ตุลาคม 2569 วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมทีมงานพรรคประชาชนจังหวัดฉะเชิงเทรา ร่วมติดตามสถานการณ์พร้อมช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม โดยนำอาหาร ถุงยังชีพ ยา และเครื่องใช้จำเป็นเข้าไปส่งมอบแก่ผู้ประสบภัย หลังหลายพื้นที่ของจังหวัดต้องเผชิญน้ำท่วมมานานกว่าสัปดาห์ 


วีระยุทธได้ติดตามสถานการณ์ใน อ.บางคล้า ซึ่งหลายชุมชนยังถูกน้ำท่วมสูง บางจุดระดับน้ำสูงเกินเอว รถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อยกสูงไม่สามารถเข้าไปได้ ต้องอาศัยรถบรรทุกหกล้อยกสูงและเรือในการลำเลียงคนและสิ่งของ ทำให้การส่งความช่วยเหลือเข้าไปยังประชาชนเป็นไปอย่างยากลำบาก ขณะที่หลายร้อยครัวเรือนถูกตัดขาดจากเส้นทางสัญจรตามปกติ


นอกจากนี้ ทีมงานยังพบว่าความเสียหายไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับบ้านเรือน แต่ยังกระทบต่อแหล่งทำกินของประชาชนอย่างหนัก ทั้งฟาร์มกุ้ง ปลากะพง และไก่ที่ได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง หลังน้ำท่วมขังต่อเนื่องมาหลายวัน


ระหว่างการติดตามสถานการณ์ วีระยุทธระบุว่าทั้งที่ความเสียหายใน อ.บางคล้าเกิดขึ้นเป็นวงกว้าง แต่การประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยกลับครอบคลุมเพียงบางตำบลและบางหมู่บ้าน ไม่ได้ประกาศครอบคลุมทั้งอำเภอ ส่งผลให้เกิดช่องว่างสำคัญในการบริหารจัดการ ทั้งการสั่งการหน่วยงาน การระดมทรัพยากร และการส่งความช่วยเหลือเข้าไปยังประชาชน


ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราจึงควรเร่งประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยให้ครอบคลุมพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจริงทั้งอำเภอ เพื่อให้การบริหารจัดการและช่วยเหลือประชาชนสามารถดำเนินการอย่างเต็มกำลัง แทนการปล่อยให้แต่ละหน่วยงานทำงานอย่างสะเปะสะปะ ขณะที่ประชาชนต้องรอความช่วยเหลือท่ามกลางน้ำท่วม


จากนั้น วีระยุทธและทีมงานพรรคประชาชนจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้เดินทางต่อไปยัง ต.คลองหลวงแพ่ง อ.เมืองฉะเชิงเทรา พื้นที่รอยต่อระหว่าง จ.ฉะเชิงเทรา กับเขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร เพื่อนำสิ่งของจำเป็นเข้าไปช่วยเหลือประชาชนในหมู่บ้านจัดสรร 3 แห่ง รวมกว่า 1,000 หลังคาเรือน


จากการสำรวจ พบว่าพื้นที่ด้านในสุดของหมู่บ้านอยู่ห่างจากถนนใหญ่ที่ยังสามารถสัญจรได้ประมาณ 2 กิโลเมตร โดยตลอดเส้นทางมีน้ำท่วมสูง บ้านเรือนและถนนถูกน้ำล้อม รถยนต์บางคันจอดจมอยู่ในน้ำ ประชาชนต้องใช้เรือขนาดเล็กในการเดินทางและขนย้ายสิ่งของ วีระยุทธและทีมงานจึงต้องเดินทางฝ่าน้ำท่วมเข้าไปประมาณ 2 กิโลเมตร เพื่อลำเลียงอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นไปถึงประชาชนที่ยังอาศัยอยู่ด้านใน


ระหว่างนั้น ประชาชนในพื้นที่ได้ให้ข้อมูลกับทีมงานว่าหลายครอบครัวต้องอยู่กับน้ำท่วมมานานกว่าสัปดาห์แล้ว โดยที่ความช่วยเหลือยังเข้าไม่ถึง ขณะที่ผู้พักอาศัยจำนวนหนึ่งเป็นพนักงานที่ทำงานในพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ก็ไม่สามารถเดินทางออกจากหมู่บ้านไปทำงานได้ตามปกติ


วีระยุทธระบุว่า ปัญหาที่พบไม่ได้มีเพียงเรื่องความช่วยเหลือเข้าไม่ถึง แต่ยังสะท้อนถึงการขาดเจ้าภาพในการบริหารจัดการน้ำ โดยหมู่บ้านทั้ง 3 แห่งอยู่ติดกับคลอง 2 สาย แม้แต่ละหมู่บ้านจะมีเครื่องสูบน้ำและพยายามระบายน้ำออกจากพื้นที่ของตัวเอง แต่ระดับน้ำกลับไม่ลดลง เพราะไม่มีหน่วยงานรัฐเข้ามาบริหารจัดการภาพรวมและกำหนดข้อตกลงการระบายน้ำระหว่างพื้นที่อย่างชัดเจน


สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจึงกลายเป็นการปล่อยให้ภาคเอกชนและประชาชนแต่ละชุมชนพยายามบริหารวิกฤตกันเอง ต่างฝ่ายต่างต้องหาทางป้องกันและระบายน้ำออกจากพื้นที่ของตนก่อน ทั้งที่ปัญหาน้ำไม่สามารถแก้ได้ด้วยการต่างคนต่างทำ เพราะน้ำที่ถูกผลักออกจากพื้นที่หนึ่งย่อมส่งผลต่ออีกพื้นที่หนึ่ง หากไม่มีหน่วยงานรัฐเข้ามาเป็นเจ้าภาพบริหารจัดการทั้งระบบ นอกจากระดับน้ำจะลดลงได้ยากแล้ว ยังเสี่ยงนำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างชุมชนได้ในที่สุด


วีระยุทธกล่าวต่อไปว่ารัฐบาลจึงควรเร่งเข้ามารับผิดชอบสถานการณ์อย่างจริงจัง ทั้งการประกาศเขตภัยพิบัติให้สอดคล้องกับความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง การส่งความช่วยเหลือเข้าไปถึงชุมชนที่ยังถูกตัดขาด และการเป็นเจ้าภาพจัดระบบระบายน้ำระหว่างพื้นที่ ไม่ควรปล่อยให้ประชาชนที่ต้องอยู่กับน้ำท่วมมานานกว่าสัปดาห์ต้องดิ้นรนช่วยเหลือตัวเอง หรือให้แต่ละชุมชนต้องแก้ปัญหาน้ำกันเองโดยไร้ทิศทางจากภาครัฐ


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #น้ำท่วม2569 #ฉะเชิงเทรา













🔴 ภาพความเสียหายของประชาชนชาวประชานิเวศน์ 3 ขนของทิ้งหลังน้ำลด


🔴 ภาพความเสียหายของประชาชนชาวประชานิเวศน์ 3 ขนของทิ้งหลังน้ำลด


วันที่ 3 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าว #ยูดีดีนิวส์ รายงานภาพความเสียหายของประชาชนชาวประชานิเวศน์ 3 ที่พบว่า  พากันขนเครื่องใช้ในครัวเรือน อาทิเช่น ตู้ เตียง โต๊ะ ชั้นวางของ เครื่องใช้ไฟฟ้า ฯลฯ ที่ถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหายจนไม่สามารถซ่อมแซมให้ใช้การได้อีก โดยนำมาวางบนทางเท้าเป็นจำนวนมากเพื่อรอให้เจ้าหน้าที่มาขนไปทิ้ง


ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 25-26 ก.ย. ที่ผ่านมาฝนได้ตกต่อเนื่องข้ามวันข้ามคืน และบริเวณนี้เป็นพื้นที่ต่ำ ฝนตกหนักเมื่อไร น้ำท่วมทุกที ครั้งนี้เป็นการตกต่อเนื่อง ทำให้เกิดน้ำท่วมขังประมาณ 50 ซม. บางจุดเช่นซอยแยกต่าง ๆ น้ำลึกมาก และท่วมขังเป็นเวลา 5 วัน น้ำจึงลดและถนนแห้งสนิท ประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนทุกครัวเรือน ซึ่งชุมชนนี้เป็นหมู่บ้านเดิมประกอบด้วยบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮม ประมาณ 1,500 ครัวเรือน ไม่นับรวมโครงการใหม่ของหารเคหะแห่งชาติ (ยังไม่เปิดอยู่จริง)


แม่ค้าขายต้นไม้ที่ตลาดนัดเช้าได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า บ้านตนน้ำท่วมถึงที่นอน ทำให้ได้รับความเสียหายมาก รวมถึงต้นไม้ที่ตนเพิ่งลงและจะนำมาขายในวันเสาร์-อาทิตย์ ก็จมน้ำเสียหายหนัก ไม่คิดว่าน้ำจะท่วมขนาดนี้ แม่ค้ากล่าว


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #น้ำท่วม2569 #ประชานิเวศน์3