“ทีมประกันสังคมก้าวหน้า” ยื่นศาลปกครองเพิกถอนคำสั่งเลื่อนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เสนอแนวทางให้ “จุลพันธ์” เดินหน้าเลือกตั้งตามเดิม27 ก.ย.นี้ ชี้งบประมาณ 275 ลบ.เพียงพอต่อจัดการเลือกตั้ง ล่าสุดศาลปกครองกลาง รับคำฟ้องทีม #ประกันสังคมก้าวหน้านัดไต่สวนฉุกเฉิน วันนี้ 14.00 น.
วันนี้ (5 สิงหาคม 2569) เวลา 9:00 น. ที่ศาลปกครองกลาง รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี อดีตบอร์ดประกันสังคมฝ่ายผู้ประกันตน หัวหน้าทีมประกันสังคมก้าวหน้า พร้อมตัวแทนผู้สมัครบอร์ด สปส.ฝั่งนายจ้างและลูกจ้างทีมประกันสังคมก้าวหน้า รวม 14 คน เข้ายื่นคำร้องต่อศาลปกครอง ขอให้เพิกถอนประกาศเลื่อนการเลือกตั้งของคณะกรรมการเลือกตั้งประกันสังคม
หลังจาก ก่อนนี้ ศาลปกครองมีคำสั่งทุเลาการบังคับใช้ข้อ 2 ของประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน ซึ่งกำหนดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งกับสำนักงานประกันสังคม ต่อมาคณะกรรมการการเลือกตั้งฯ ได้ประกาศคำสั่งชะลอการจัดการเลือกตั้งออกไปก่อนเพื่อรอคำวินิจฉัยของศาลปกครอง
โดยในแถลงการณ์ ทีมประกันสังคมก้าวหน้า ระบุว่า ผู้สมัครรับเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ทั้งฝ่ายผู้ประกันตนและผู้ประกอบการ รวม 14 คน ยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง ให้เพิกถอนประกาศเลื่อนการเลือกตั้งของคณะกรรมการเลือกตั้งประกันสังคม และแถลงข้อเสนอต่อรัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน ให้เดินหน้าจัดการเลือกตั้งในวันที่ 27 กันยายน 2569
รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ กล่าวว่า “ เป็นเวลา 5 เดือน 22 วันมาแล้ว นับตั้งแต่บอร์ดประกันสังคมชุดแรกที่มาจากการเลือกตั้งหมดสมัย ที่ผ่านมาทีม ประกันสังคมก้าวหน้า ในฐานะตัวแทนผู้ประกันตนจากการเลือกตั้ง พวกเราได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างสุดความสามารถเพื่อเปลี่ยนแปลงกองทุนประกันสังคม และถึงแม้ว่า 6 เสียงของเราจะยังไม่สามารถพลิกโฉมสวัสดิการ และล้างบางทุจริตในกองทุนนี้ได้ทั้งหมด แต่ปัจจุบันสาธารณชนก็ได้ตระหนักถึงโครงสร้างที่บิดเบี้ยวของการที่สำนักงานประกันสังคมต้องอยู่ภายใต้ระบบราชการเป็นอย่างดี
ประกันสังคมไทยไม่เคยอยู่ในระบบไตรภาคีที่ตัวแทนทั้ง 3 ฝ่าย นายจ้าง ลูกจ้าง รัฐ คานอำนาจกันอย่างที่ใครเขาว่ากัน แต่มันถูกยึดครองโดยฝ่ายราชการที่ใช้เวลากว่า 30 ปีในการกินรวบประกันสังคมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตั้งแต่เงินบาทแรกจนถึงบาทสุดท้าย ใช้เงินที่หาเช้ากินค่ำของผู้ประกันตนมาก่อร่างสร้างเป็นโครงข่ายอำนาจ แปลงกายเป็นตัวแทนฝ่ายนายจ้าง ฝ่ายลูกจ้างแค่ในนาม แต่เนื้อแท้คือกลุ่มอำนาจที่ไม่เคยมีเจตจำนงเป็นตัวแทนของทั้งนายจ้างและลูกจ้างโดยแท้จริง แต่เป็นปลิงที่หลอกกินเงินสมทบไปวัน ๆ
การต่อสู้ของพวกเราในบอร์ดประกันสังคมในปัจจุบัน ไม่ใช่การเจรจาต่อรองอย่างเป็นธรรมแบบไตรภาคี แต่คือการสู้กับกลุ่มอำนาจที่ยึดครองกระทรวงแรงงานมานาน ที่ไม่ว่าจะเปลี่ยนปลัดไปแล้วกี่คน จะวนหารัฐมนตรีไปแล้วกี่ท่าน ก็ล้วนแต่วิ่งผลัดส่งไม้ต่อกันเป็นวงจรที่เอาเปรียบชีวิตคนทำงานอย่างไม่รู้จักจบสิ้น ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ทีมประกันสังคมก้าวหน้ามีเป้าหมายที่จะต้องได้ 14 เสียง ทั้งฝ่ายผู้ประกันตน และนายจ้างเพื่อปฏิรูปโครงสร้างประกันสังคมอันเน่าเฟะ ทำลายวัฎจักรวิ่งผลัดในกระทรวงแรงงาน คืนความปกติให้กับกองทุน ประกันสังคม และก้าวแรกของการจะปฏิรูปโครงสร้างนี้ได้ คือการคืนอำนาจกลับไปให้ประชาชนผ่านการเลือกตั้ง”
รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ กล่าวว่า ด้วยกติกาการเลือกตั้งในปัจจุบันของประกันสังคมเป็นมาราธอน ใช้เวลาทั้งกระบวนการนับตั้งแต่บอร์ดชุดที่แล้วหมดสมัยรวมทั้งสิ้น 7 เดือน โดย 3 เดือนรอประกาศเลือกตั้ง , 2 เดือนลงทะเบียน ,1 เดือนเพื่อประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์ และอีก 1 เดือน กว่าจะมีตัวแทนบอร์ดที่สะท้อนเจตจำนงของประชาชน
รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ กล่าวว่า “7 เดือน นานพอแล้วที่การบริหารประกันสังคมจะตกอยู่ในช่วงสุญญากาศ แต่อะไรคือสิ่งที่เกิดขึ้น โดยสัปดาห์ที่แล้ว คณะกรรมการการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ที่มีปลัดกระทรวงแรงงานเป็นประธาน ออกประกาศให้ชะลอ หรือเลื่อนการเลือกตั้งออกไปโดยไม่มีกำหนดระยะเวลา โดยอ้างคำสั่งของศาลปกครองซึ่งเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ อ้างคำสั่งศาลแต่ไม่ได้ทำตามคำสั่งศาล”
เนื่องจากผู้สมัครรายหนึ่ง ที่เป็นต้นเรื่องยื่นฟ้องศาลปกครอง ได้ร้องไว้ คือ ให้เพิกถอนประกาศเลือกตั้ง เฉพาะในส่วนข้อ 2 ของประกาศ ที่กำหนดเงื่อนไขให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งต้องลงทะเบียนล่วงหน้าและร้องอีกข้อคือ ให้ผู้ประกันตนที่มีคุณสมบัติ มีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้งได้ในวันที่ 27 กันยายน 2560 วันเดิม โดยไม่ต้องลงทะเบียน และศาลปกครองกลางก็ได้มีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับประกาศการเลือกตั้ง เพียงแค่ข้อ 2 ที่ว่าด้วยการ กำหนดเงื่อนไขในผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องลงทะเบียน แต่ไม่ได้สั่งให้ชะลอ หรือเลื่อนการเลือกตั้งทั้งกระบวนการในขณะที่คณะกรรมการการเลือกตั้งออกประกาศ สั่งชะลอการเลือกตั้งทั้งหมด ทั้งการจัดทำบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง การกำหนดสถานที่ การทำบัญชีรายชื่อผู้สมัคร จนถึงการดำเนินการอื่น ๆ โดยไม่มีระบุชัดเจนว่ารวมถึงอะไร และการชะลอนี้จะทำให้การเลือกตั้งล่าช้าไปจนถึงเมื่อไหร่ ทั้ง ๆ ที่กระบวนการต่าง ๆ ไม่มีความเกี่ยวเนื่องอะไรกับข้อ 2 ของประกาศการเลือกตั้ง ที่ศาลปกครองสั่งทุเลาเอาไว้เลย
ขณะที่ผ่านมาทางกระทรวงแรงงานก็มัวแต่สาละวนอยู่กับการเลื่อนเลือกตั้ง แต่ไม่มีพฤติกรรมถึงการแก้ปัญหา ข้อ 2 ของประกาศที่เป็นประเด็นจริง ๆ ในศาลปกครอง หรือแม้แต่จะยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาล เพื่อให้การเลือกตั้งดำเนินต่อไปได้ ทั้ง ๆ ที่คำสั่งศาลมีมาตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา สุดท้ายแล้วจนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้า
รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ กล่าวว่า “เป็นที่น่าตั้งคำถามว่า การกระทำเกินคำสั่งที่ชัดเจนแบบนี้ เป็นหนึ่งในเกมการเมืองของเครือข่ายอำนาจในกระทรวงแรงงานหรือไม่ การออกประกาศเลื่อนเลือกตั้งหรือชะลอ ออกไปโดยไม่มีกำหนดชัดเจน คือการอ้างศาล แล้วขัดขวางไม่ให้กลไกประกันสังคมกลับสู่กระบวนการประชาธิปไตย คืนอำนาจให้กับประชาชนหรือไม่ ทีมประกันสังคมก้าวหน้า พวกเราเป็นตัวแทนคนธรรมดา ลงสมัครรับเลือกตั้งตามกลไกปกติ พวกเราไม่มีอำนาจไปบีบบังคับให้ใครมาเลือกเรา ไม่เหมือนที่ท่านคิดจะเลื่อนเลือกตั้งก็คุยกันไม่กี่คนแล้วก็เคาะออกมา”
รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ตั้งคำถามว่า “พวกท่านกลัวอำนาจของประชาชน กลัวเจตจำนงในการปฏิรูปประกันสังคมให้กลับมาเป็นของประชาชน ขนาดนี้เลยหรือ”
สำหรับการยื่นคำฟ้องต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้ศาลนัดไต่สวนฉุกเฉิน คือ
1. ศาลสั่งเพิกถอนประกาศชะลอการเลือกตั้ง ของคณะกรรมการการเลือกตั้งประกันสังคม
2. ศาลสั่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง ให้จัดการเลือกตั้งตามปกติในวันที่ 27 กันยา 69 เพื่อทำให้ประกันสังคมกลับคืนสู่ความปกติ เป็นประชาธิปไตย บริหารด้วยตัวแทนจากเจตจำนงของประชาชนให้ไวที่สุดและพวกเราขอแถลงไปถึง คุณจุลพันธ์ รัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน
ทีมประกันสังคมก้าวหน้า ขอแสดงความห่วงใยถึง นายจุลพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน หากท่านมีเจตจำนงในการปฏิรูปประกันสังคมจริงอย่างที่เคยสัญญาไว้ในวันหาเสียงเลือกตั้ง การเลือกตั้งประกันสังคมสามารถจัดตามเดิมในวันที่ 27 กันยายนได้
สำหรับกระบวนการจัดการเลือกตั้งทีมประกันสังคมก้าวหน้าเสนอ ดังนี้
1. ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด ตามข้อมูลที่มีอยู่แล้วของสำนักงานประกันสังคม
2. จัดหน่วยเลือกตั้งตามที่ได้มีผู้ลงทะเบียนเลือกสถานที่เลือกตั้งไปแล้วก่อนหน้านี้ ทั้งฝ่ายนายจ้างและผู้ประกันตน
3. ประกาศหน่วยเลือกตั้งพร้อมรายชื่อผู้ที่ได้ลงทะเบียนเลือกหน่วยแล้ว โดยเปิดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ยังไม่ได้เลือกหน่วย สามารถรายงานหน่วยที่ประสงค์จะลงคะแนนได้ทางออนไลน์ ภายในระยะเวลาจำกัด
4. สำหรับผู้มีสิทธิ์ที่ไม่ได้มาเลือกหน่วยเลือกตั้ง ให้จัดหน่วยตามสำนักงานประกันสังคมจังหวัดหรือสาขาที่มีรายชื่ออยู่ และ
5. จัดเลือกตั้งตามวันและเวลาเดิม 27 กันยายน 2569 โดยไม่เลื่อนออกไป
ในเวลานี้หน้าที่ของฝ่ายบริหารคือการหาทางออกให้กับกองทุนประกันสังคม เรียกคืนความเชื่อมั่นด้วยการทำให้กระบวนการเป็นไปอย่างปกติ และเปนประชาธิปไตยให้ได้มากที่สุด
รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ กล่าวว่า “ประกันสังคม คือกองทุนขนาด 3 ล้านล้านบาท ใหญ่ที่สุดในประเทศนี้ คือความหวัง คือตัวแปรสำคัญในการเปลี่ยนชีวิตของคนธรรมดาสามัญ คือรูปธรรมที่สุดของการเมืองเรื่องปากท้อง เราต้องยืนยันให้ได้ว่าทุกบาทที่คนส่งสมทบเข้ามา ต้องกลายเป็นสวัสดิการ เป็นเงินอุดหนุนเด็ก เป็นค่าทำฟัน เป็นค่ารักษาพยาบาล และบำนาญอุ้มชูชีวิตคนธรรมดาตั้งแต่เกิดจนตาย พวกเราจึงขอเรียกร้องให้รัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน ร่วมมือกับผู้ประกันตนและผู้ประกอบการ คืนความปกติให้กับกองทุนประกันสังคมโดยเร็วที่สุด”
ส่วนความคืบหน้าขั้นตอนอุทธรณ์ ของสปส. ที่ยังไม่มีการยื่น มีเพียงการแต่งตั้งคณะกรรมการ
รศ. ดร.ษัษฐรัมย์ ระบุว่า คำสั่งศาลมีมาตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค.2569 ตอนนี้ผ่านมากว่าเกือบ 2 สัปดาห์แล้ว ทราบว่าตั้งคณะกรรมการแล้ว แต่ก็ไม่ทราบว่าจะมีการอุทธรณ์เมื่อไหร่
ถ้าประกันสังคมเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องด่วนและสำคัญจริงการอุทธรณ์ต้องสามารถเกิดได้ใน 3-4 วันทันที แต่กลับยังไม่มีการยื่น เราก็จะชี้ให้เห็นว่าสำหรับทีมประกันสังคมก้าวหน้า คำร้องตัวนี้เราใช้เวลา เพียง 3 วันเท่านั้นในการเขียนเพื่อยื่นต่อศาล แต่สำนักงานประกันสังคมมีข้าราชการ มีฝ่ายกฎหมาย มีนักกฎหมายอยู่เต็ม กลับใช้ระยะเวลายาวนานมากกว่าทีมเราที่มีเพียงแค่ 14 คน
มองว่าเป็นการยื้อเวลาหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสำนักงานประกันสังคมพยายามสื่อสารว่าจะเร่งอุทธรณ์
รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ระบุว่า ตนเองก็ไม่แน่ใจว่าเร่งกันในเงื่อนไขไหน ผ่านมา 10 กว่าวัน ถึงจะมีการตั้งคณะกรรมการ
เพราะฉะนั้น วันนี้เราต้องยืนยันว่า 27 กันยายน 2569 ยังเป็นวันที่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ เพื่อที่จะคืนอำนาจให้แก่ประชาชนโดยทั่วไป 27 กันยายน ผู้ประกันตนต้องได้หย่อนบัตร
“เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่กระบวนการปกติ เพราะว่าบอร์ดชุดนี้หมดวาระไปตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา จริง ๆ การหย่อนบัตรควรจะเกิดในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาด้วยซ้ำ และตอนนี้ควรจะได้บอร์ดชุดใหม่แล้ว แต่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือการพยายามยื้อ การเปลี่ยนวิธี กติกาการเลือกตั้ง จนกระทั่งครั้งนี้มีการดำเนินกระบวนการการเลือกตั้งไปแล้วกว่า 70% ของกระบวนการ เหลือเพียงแค่การหย่อนบัตร แต่ว่ากระบวนการทั้งหมดนี้ก็จะได้เห็นว่า ทาง กกต. ของประกันสังคมได้มีการปฏิบัติการที่เกินคำสั่งศาล หากให้ผมเทียบตามภาษานักกฎหมายก็คล้าย ๆ กับการที่พระรามให้หนุมาน ไปบุกเอาตัวนางสีดากลับคืน แต่เล่นไปเล่นมาหนุมานก็เผากรุงลงกา แล้วก็ทำให้เกิดความเสียหายมากมาย เกิดความขัดแย้งต่างๆ มากมายตามตามมา ซึ่งเกินกว่าเหตุแน่นอน”
เมื่อถามว่า มองว่าการล้มล้างการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมหรือไม่ รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ กล่าวว่า
ตนคิดว่าเจตนาหลังจากที่เรายื่นตรงนี้ก็จะเห็นความชัดเจนว่า ถ้าข้อมูลที่เราให้ทั้งหมดนี้ ในปี 2566 ใช้งบประมาณกว่า 200 ล้านบาทแล้วก็มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งเพียงแค่ 150,000 คนเอง เพราะฉะนั้นในครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน ใช้งบประมาณกว่า 300 ล้านบาท และมีตัวชี้วัดว่าจะต้องมีผู้มาใช้สิทธิ 6 ล้านคน เพราะฉะนั้นมองว่าประกันสังคม สามารถทำได้ และสามารถที่จะจัดการเลือกตั้ง ภายใต้เงื่อนไขกลไกปกติ ด้วยงบประมาณและโครงสร้างพื้นฐานที่วางไว้ได้ครบถ้วน มองว่าไม่ได้มีข้อจำกัดใด ๆ
ส่วนกรณีที่กระทรวงแรงงานและสำนักงานประกันสังคมระบุว่า งบประมาณไม่เพียงพอที่จะจัดเลือกตั้ง รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ระบุว่าผู้ประกันตนทั้งหมดได้ ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีการขยายพื้นที่จัดเลือกตั้ง ทุกอำเภอต้องมีหนึ่งพื้นที่ที่ใช้จัดการเลือกตั้ง หากพิจารณาตามกลไกการจัดการเลือกตั้งถือว่ามีความเพียงพอ งบประมาณที่ใช้จัดการเลือกตั้ง มีมูลค่า 275 ล้านบาท ซึ่งสามารถจัดการเลือกตั้งตามปกติได้ ไม่ใช่ข้อจำกัดแต่อย่างใด
ส่วนผลการยื่นคำฟ้องต่อศาลในวันนี้ ทีมประกันสังคมก้าวหน้า มีแผนจะทำอะไรต่อไปบ้าง รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ กล่าวว่าต้องฟังว่าศาลจะมีคำสั่งไต่สวนฉุกเฉินหรือไม่ ซึ่งตนเองจะเป็นผู้ให้การต่อศาลเพื่อชี้ให้เห็นว่า ความสูญเสียสำคัญของการชะลอการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมคือ การที่เราพลาดโอกาสที่จะมีบอร์ดชุดใหม่ที่มีอำนาจเต็ม เพื่อปฏิรูประบบสวัสดิการและปฏิรูปงบประมาณ หากมีรักษาการบอร์ดประกันสังคมที่ยาวนาน หมายความว่า จะเป็นการคืนอำนาจให้กับรัฐราชการ งบการลงทุนของสำนักงานประกันสังคมมีสูงถึง 3 ล้านล้านบาท ปลายปีนี้จะมีการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีของประกันสังคมด้วย ซึ่งมีงบประมาณสูงกว่า 5 พันล้านบาท สิ่งเหล่านี้จำเป็นที่จะต้องมีบอร์ดที่อำนาจเต็ม ไม่เช่นนั้นจะเป็นการทอดเวลาการรักษาการอย่างไม่จบสิ้น
ส่วนหากศาลมีคำสั่งอีกด้านหนึ่งคือให้ยึดตามประกาศเดิมก่อน จะทำอย่างไรนั้น รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ กล่าวว่า กลไกสำคัญคือ เราใช้ทุกกลไกที่มี เชื่อว่าผนังทองแดงกำแพงเหล็กของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้คงไม่ได้อยู่ลำพังเพียงแค่เราทีมประกันสังคมก้าวหน้าหรือคำตัดสินของศาล ซึ่งหากย้อนกลับศาลไม่ได้มีคำสั่งให้เลื่อนหรือชะลอการเลือกตั้ง ตนอ่านคำสั่งมา 3-4 รอบ ก็ไม่มี แต่ให้เดินหน้าการเลือกตั้งโดยทุเลาเรื่องการจัดให้มีการลงทะเบียน ซึ่งสามารถทำได้ทันที เพราะฐานข้อมูลของประกันสังคมที่มีการพูดต่อศาลและบอร์ดประกันสังคมคือ มีข้อมูลอยู่แล้วว่าใครคือ ผู้ที่มีเงื่อนไขตรงที่สามารถลงคะแนนได้ ฉะนั้นผนังทองแดงกับกำแพงเหล็กในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ที่จะยืนยันการมีส่วนร่วมคือ ผู้ประกันตนหลักสิบล้านคน ซึ่งถือเป็นหัวใจของการเปลี่ยนแปลง
ส่วนแผนการพูดคุยกับนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน หรือไม่ รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ กล่าวว่าตนเองเชื่อว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน 4 คน ที่ตนเองรู้จักมานายจุลพันธ์เป็นรัฐมนตรีที่มีวิสัยทัศน์มากที่สุดคนหนึ่ง เชื่อว่ารัฐมนตรีหรือนักการเมืองที่มีอนาคตไกลหลายคนมักจะตกม้าตาย เพราะข้าราชการที่อยู่มา 20-30 ปี ตนเองเข้ามาเป็นบอร์ดประกันสังคมไม่นานก็เห็นว่า คนที่มีอำนาจระดับรัฐมนตรีเข้ามาจะได้รับข้อมูลแบบไหนจากข้าราชการ จึงเชื่อว่านายจุลพันธ์จะรับข้อเสนอของพวกเราไปพิจารณา เราชี้ให้เห็นว่ากลไกการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมสามารถเกิดขึ้นได้ การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่ผ่านมามีคนมาใช้สิทธิ์ประมาณ 50% ฉะนั้นการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ตามตัวชี้วัดที่ได้วางไว้ว่าจะมีผู้มาใช้สิทธิ์มากที่สุด 6 ล้านคน ถือว่าสามารถจัดการเลือกตั้งได้ หรือหากมีผู้มาใช้สิทธิ์เกินตัวชี้วัดก็สามารถของบประมาณเพิ่มเติมได้ ไม่ได้เป็นข้อจำกัด เพราะงบประมาณของประกันสังคมสามารถพิจารณาได้ภายในหน่วยงาน เนื่องจากเป็นงบประมาณด้านการบริหารจัดการ
ในเวลาต่อมา ศาลปกครองกลาง รับคำฟ้องทีม #ประกันสังคมก้าวหน้านัดไต่สวนฉุกเฉิน วันนี้ 14.00 น. ( 5 ส.ค. 69) หลังทีมประกันสังคมก้าวหน้า 14 คนยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้ง และ สํานักงานประกันสังคมที่ประกาศเลื่อนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมออกไปโดยไม่มีกำหนดเวลาชัดเจน
สำหรับนัดไต่สวนฉุกเฉินครั้งนี้ รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี หัวหน้าทีมประกันสังคมก้าวหน้า เป็นตัวแทนผู้สมัครลงเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 14 คนขึ้นให้การไต่สวน โดยคาดว่าวันนี้ศาลจะมีคำสั่งออกมาอย่างหนึ่งอย่างใด
สำหรับคำร้องของทีมประกันสังคม ก้าวหน้า ได้ร้องต่อศาลปกครองกลาง ขอให้ศาลสั่งเพิกถอนประกาศชะลอการเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้งประกันสังคม และขอให้ศาลสั่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง ให้จัดการเลือกตั้งตามปกติในวันที่ 27 กันยายน 2569
#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #ประกันสังคมก้าวหน้า #บอร์ดประกันสังคม #ศาลปกครอง #กระทรวงแรงงาน






























