ผู้ชุมนุม P-Move เจ็บ 3 ราย เหตุปะทะเจ้าหน้าที่ อส. หน้ากระทรวงมหาดไทย ระหว่างติดตามทวงคืน “โฉนดชุมชน” ยันปักหลักชุมนุมต่อ เจ้าหน้าที่เพิ่มกำลังเข้ม
วันที่ 6 สิงหาคม 2569 เครือข่ายขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือพีมูฟ (P-Move) เดินขบวนทำเนียบรัฐบาลมาชุมนุมที่กระทรวงมหาดไทย ถนนอัษฎางค์ เพื่อติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและสิทธิที่อยู่อาศัยของประชาชน ผ่านกลไกการแก้ไขปัญหาที่ดินสาธารณประโยชน์ของขบวนคนจนเพื่อสิทธิที่ดินและที่อยู่อาศัย
ข้อเรียกร้องสำคัญครอบคลุมหลายกรณีที่ยังค้างคา หลังจากก่อนหน้านี้มีการปักหลักชุมนุมอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาลมาตั้งแต่วันที่ 3 ส.ค. 2569
เวลาประมาณ 15.40 น. มีเหตุการณ์ปะทะระหว่างประชาชนผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน (อส.) หลังเกิดความตึงเครียดสะสมตั้งแต่ช่วงเช้าจากกรณีที่เจ้าหน้าที่ อส. ไม่ให้ประชาชนนั่งใกล้รถยนต์ที่จอดบนถนนสาธารณะ และคำพูดของเจ้าหน้าที่ อส. คนหนึ่งที่กล่าวว่า "เรื่องที่ดินผมก็มีปัญหา แต่ใช้เงินเดือนตนเองแก้ปัญหา" สร้างความรู้สึกถูกเหยียดหยามให้แก่กลุ่มมวลชน
พบว่ามีผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บทั้งหมดสามคน คือ
รายที่ 1 ได้รับบาดเจ็บบริเวณมือ อาการมือบวมอักเสบจากการที่เจ้าหน้าที่ อส. ยกโล่กำบังลงกระแทก
รายที่ 2 ได้รับบาดเจ็บจากการโดนกระจกประตูในอาคารบาดบริเวณขา
รายที่ 3 ได้รับบาดเจ็บบริเวณท่อนแขนจากการกระแทกกับรั้วเหล็กและโล่กำบังของเจ้าหน้าที่ อส.
จำนงค์ หนูพันธ์ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า “ที่เดินขบวนมายังกระทรวงมหาดไทย เพราะมาติดตามให้เกิดการประชุม หลังจากที่เครือข่ายได้ยื่นหนังสือตั้งแต่วันที่ 4 ส.ค. 2569 ที่ผ่านมา และได้มีการทำนัดหมายประชุมกับ ทรงศักดิ์ รองศรี ซึ่งได้รับปากว่าประสานรัฐมนตรีไว้แล้ว เพื่อจะมาพูดคุย วาระต่าง ๆ”
“วาระเรื่องแรกคือ การลงนามในอนุกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินสาธารณประโยชน์เป็น ที่อยู่อาศัยแบบถูกต้องตามกฎหมาย มี 18 จังหวัด บวกกรุงเทพมหานคร เป็น 19 จังหวัด ได้นำเสนอเรียบร้อย และมีเรื่องเร่งด่วน เช่น เรื่องพี่น้องไทยดำ พี่น้องทับยาง ในเรื่องที่ดินสาธารณะที่จะถูกเพิกถอน และพี่น้องชาติพันธุ์กว่า 4,800 ราย ที่ยังไม่สามารถดำเนินการให้มีสัญชาติได้ เนื่องจากติดข้อปัญหาต่าง ๆ มากมาย"
"พวกเราก็ไปคุย คุยรอบแรกก็คุยกับผู้อำนวยการของรัฐมนตรี เรายืนยันว่าต้องเป็นรัฐมนตรีเข้ามาเป็นประธาน ซึ่งเรายืนยันว่าไม่เอาข้าราชการประจำ ไม่ว่าจะเป็นปลัดหรือรองปลัดก็ตาม แต่ก็ไม่ได้มีอะไรประสานกลับมา"
"เราก็เลยบอก งั้นลองขยับตามซิ เพื่ออาจจะได้การตอบกลับอะไรเพิ่มขึ้น สุดท้ายก็ไปเจอ กับ อส. ท่านหนึ่ง พอเราไปบอก เขาก็บอกว่า 'เรื่องที่ดินผมก็มีปัญหา แต่ผมก็ใช้เงินเดือนผม ในการแก้ปัญหา' เรารู้สึกว่า เอ้า! เงินเดือนของคุณก็ภาษีพวกผม นี่แหละ มาจากคนจนนี่แหละ เราก็เลยบอกให้เอาคนนี้ออกไป บอกว่าคำพูดแบบนี้มันใช้ไม่ได้แล้ว มันมีปัญหาแล้ว เขาก็ถอยไป"
"หลังจากนั้นเราเรียกร้องรอให้รองปลัดฝ่ายความมั่นคง ซึ่งกำลังเดินทางมา แต่ทว่ามันมีการกระทบกระทั่งกัน โดยมีมูลเหตุคือ ตอนเช้าที่เคลื่อนขบวนมา มีรถของ อส. จอดอยู่ข้างประตูด้านนอก พี่น้องไปนั่งอยู่ใกล้ เขาก็บอกว่าอย่ามาใกล้รถเขา เราก็เลยบอกว่า ถ้าคุณคิดว่ารถคุณ พี่น้องคนจนใกล้ไม่ได้ คุณก็เอาออกไป เพราะมันเป็นถนนสาธารณะที่จอดด้วยกัน อันนี้คือครั้งแรกของเช้าเลย ตอนที่เรามาถึง"
"และครั้งที่สอง ที่คำพูดเหมือนว่าดูถูกเหยียดหยามเรา สร้างความเหลื่อมล้ำ ทั้ง ๆ ที่เราเดือดร้อนและทำนัดกับฝ่ายการเมืองเรียบร้อยแล้ว แต่ว่าพอมันมีเหตุการณ์เรื่องแบบนี้ หมายถึงว่า นายกฯ ก็ติดภารกิจต้อนรับประธานาธิบดี มิน อ่อง หล่าย จากเมียนมาร์ เราก็เข้าใจว่ารองปลัดฯ ไม่สามารถประสานฝ่ายการเมืองได้ เราก็เลยต้องมาติดตามเพื่อให้กดดัน แต่ว่าเหตุการณ์มันลุกลามนิดหน่อย เพราะว่าต่างฝ่ายต่างควบคุมอารมณ์ไม่ได้"
"มี 3 ราย ที่เลือดตกยางออก นอกนั้นก็มีเคล็ดขัดยอก เพราะว่าเจ้าหน้าที่ของ อส. มีความแข็งแรงกว่าพวกเราอยู่แล้ว เพราะว่าได้รับการฝึกมา แล้วก็พวกเราส่วนใหญ่ก็เป็นผู้สูงอายุและผู้หญิง ก็เลยเป็นภาพที่เห็น หลังเหตุการณ์ปะทะก็มีการขอโทษกัน ซึ่งทั้งสองฝ่ายไม่ได้ติดใจอะไร และรอฟังผลการแก้ปัญหามากกว่า”
#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #PMOVE #กระทรวงมหาดไทย #อส





























































