วันจันทร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2569

ปชน. เพิ่มโรงครัวช่วยผู้ประสบภัย-เร่งกำลังการผลิตข้าวกล่อง หลังพบหลายชุมชนยังเป็นจุดบอด-อาหารเข้าไม่ถึง

 


ปชน. เพิ่มโรงครัวช่วยผู้ประสบภัย-เร่งกำลังการผลิตข้าวกล่อง หลังพบหลายชุมชนยังเป็นจุดบอด-อาหารเข้าไม่ถึง


วันที่ 28 กันยายน 2569 พรรคประชาชนเดินหน้าระดมความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพมหานครอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่บางกะปิและใกล้เคียง พร้อมขยายศักยภาพในการผลิตอาหารโดยครัวกลางประชาชน เพื่อให้การช่วยเหลือด้านอาหารสามารถเข้าถึงได้มากขึ้น


จากการให้ความช่วยเหลือและสำรวจสภาพปัญหามาอย่างต่อเนื่องหลายวัน คณะทำงานติดตามสถานการณ์น้ำ พรรคประชาชน พบว่าปัญหาสำคัญในขณะนี้ไม่ได้มีเพียงระดับน้ำที่ยังท่วมขัง แต่รวมถึงการเข้าถึงอาหารและสิ่งของจำเป็นของประชาชนในชุมชนด้านใน ซึ่งความช่วยเหลือบางส่วนยังไปไม่ถึง พรรคประชาชนจึงอยู่ระหว่างเพิ่มกำลังและประสานจัดตั้งโรงครัวเพิ่มเติม เพื่อขยายการผลิตและกระจายอาหารให้ครอบคลุมพื้นที่ที่ยังตกหล่นจากความช่วยเหลือมากขึ้น


นอกจากครัวกลางประชาชนที่เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ซึ่งยังคงประกอบและผลิตอาหารออกมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว ยังมีการเปิดครัวกลางประชาชนเพิ่มที่ตลาดห้วยพลู จ.นครปฐม เพื่อร่วมผลิตอาหารกล่องมากกว่า 1,000 กล่องต่อวัน ส่งต่อไปยังประชาชนในพื้นที่ประสบภัยด้วย เพื่อให้การผลิตอาหารสามารถรองรับกับความต้องการของผู้ประสบภัยที่ยังคงมีมากจนถึงในขณะนี้


นอกจากนี้ คณะทำงานฯ เห็นว่าสถานการณ์ในหลายพื้นที่ยังคงต้องเฝ้าระวัง โดยมีรายงานว่าประชาชนตามแฟลต หอพัก และอาคารหลายแห่งยังต้องการอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นจำนวนมาก


ก่อนหน้านี้ พรรคประชาชนได้ระดม สส. ส.ก. คณะทำงาน และอาสาสมัคร เข้าสำรวจสภาพการณ์และช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมสูงย่านบางกะปิ ลาดพร้าว รามคำแหง และกรุงเทพกรีฑา โดยแบ่งกำลังออกเป็น 9 ทีม เพื่อนำอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นเข้าไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรุนแรง หลังพบว่าหลายจุดมีระดับน้ำสูงตั้งแต่หัวเข่าจนถึงหน้าอก ประชาชนจำนวนหนึ่งติดอยู่ภายในที่พัก ขณะที่หลายอาคารประสบปัญหาไฟฟ้าและน้ำประปา และร้านค้าในพื้นที่มีสินค้าไม่เพียงพอ


ทีมพรรคประชาชนที่นำโดย พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรคประชาชน และ พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารมูลนิธิคณะก้าวหน้า ได้นำข้าวกล่องจำนวน 400 กล่องเข้าไปแจกจ่ายให้ประชาชนในพื้นที่ ซ.หัวหมาก 12 พร้อมร่วมสำรวจสภาพการณ์ของประชาชนในพื้นที่ โดยพบว่ายังมีน้ำท่วมสูงจนรถยนต์ขนาดเล็กไม่สามารถสัญจรเข้าไปได้


จากการสำรวจยังพบว่าพื้นที่ดังกล่าวมีแฟลตที่มีประชาชนอาศัยอยู่หนาแน่นหลายหลัง ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณกลางซอยยังแทบไม่ได้รับความช่วยเหลือ แม้บางส่วนสามารถเดินฝ่าน้ำออกมาด้านนอกได้แล้ว แต่ภายในพื้นที่ยังมีเด็กและผู้สูงอายุจำนวนมาก ซึ่งเป็นกลุ่มที่เดินทางออกมารับอาหารและสิ่งของได้ยาก สะท้อนให้เห็นว่ายังมีชุมชนและพื้นที่ย่อยอีกหลายจุดที่ความช่วยเหลือยังเข้าไม่ถึง


ทั้งนี้ ระหว่างการลงพื้นที่ ทีมงานที่นำโดย พิจารณ์ และ พรรณิการ์ ยังพบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ล้มจากแรงคลื่นกระแทก ส่งผลให้ผู้โดยสารหญิงหมดสติ ทีมพรรคประชาชนจึงเข้าช่วยเหลือและนำตัวส่งโรงพยาบาลรามคำแหงได้อย่างปลอดภัย


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #น้ำท่วม69















































ศาลรธน. ชี้บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด บัตรเลือกตั้ง สืบค้นไม่ได้ มีข้อดีป้องกันทุจริต ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ


ศาลรธน. ชี้บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด บัตรเลือกตั้ง สืบค้นไม่ได้ มีข้อดีป้องกันทุจริต ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ


วันที่ 28 กันยายน 2569 เวลา 14.00 น. ที่ศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ อ่านคำวินิจฉัยในคดีที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน อ้างว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนจำนวน 22 เรื่อง ขอให้พิจารณาวินิจฉัย พร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญมาตรา 213 กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดำเนินการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2569 ที่กำหนดให้บัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ดแลกคิวอาร์โค้ด ซึ่งอาจให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปด้วยความลับและมีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ซึ่งฝ่ายผู้ถูกร้องนำโดยนายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกกต. มาเป็นผู้รับฟัง


คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญระบุว่า ข้อต้องวินิจฉัยคือการใช้คิวอาร์โค้ด และบาร์โค้ด มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยรัฐธรรมนูญกำหนดให้การลงคะแนนเลือกตั้งเป็นไปในทางตรงและลับ โดยการเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569 เป็นการใช้บัตร 2 ประเภท เมื่อมีการใช้สิทธิ์ กปน.ตรวจสอบรายชื่อ เลขประจำบ้าน ชื่อ สกุล เพศ ก่อนลงลายมือชื่อบนต้นขั้ว แล้วฉีกบัตรเลือกตั้งทั้ง2ประเภทให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง เมื่อทำกากบาทลงคะแนน ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งพับบัตร หย่อนลงหีบ และพบคิวอาร์โค้ด และบาร์โค้ด ที่ต้องวินิจฉัยว่าสามารถสืบกลับย้อนหลังได้หรือไม่ และการเข้าถึงข้อมูลเอกสารได้หรือไม่


โดยผู้ร้องเห็นว่า บัตรเลือกตั้งบัญชีรายชื่อมีบาร์โค้ด แบบแบ่งเขต มีคิวอาร์โค้ด สามารถตรวจสอบ สืบค้นกลับถึงตัวบุคคลที่มีสิทธิ์เลือกตั้งได้โดยอ้อม จากการเปิดเผยข้อมูลในช่วงการนับคะแนนเลือกตั้ง สามารถถ่ายรูปและตรวจสอบได้ ขณะที่กกต.ชี้แจงว่าไม่สามารถสืบค้นได้ ไม่มีรายชื่อในบัตร และไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลต้นขั้วได้ เพราะมีการจัดเก็บที่ปลอดภัย


จากการสืบพยาน ทราบว่าทั้งบาร์โค้ด และคิวอาร์โค้ด สามารถสแกนได้จากสมาร์ตโฟน แต่ก็จะได้ข้อมูลเป็นตัวเลข ต้องนำไปประกอบเพิ่มเติม ไม่มีการบันทึกข้อมูลผู้เลือกตั้ง และต้องใช้เอกสาร 3 อย่าง คือบัตรเลือกตั้ง ต้นขั้ว และบัญชีรายชื่อ ซึ่งไม่สามารถทำได้ ยกเว้นจากคำสั่งศาล


พิจารณาแล้วเห็นว่าข้อมูลที่ได้จากการสแกนจะได้ข้อมูล บัตรแบบแบ่งเขต คิวอาร์โค้ด จะเห็นตัวภาษาอังกฤษ และตัวเลข ที่ตรงกันหมายเลขเลขเล่ม แบบแบ่งเขตจะเห็นหมายเลขเล่ม 1 สัญลักษณ์ ต่อ 20 ใบ ส่วนบาร์โค้ด จะได้หมายเลข ประจำเล่ม แต่จะรู้ตัวบุคคล ต้องมีบัญชีรายชื่อ และต้นขั้ว เมื่อพิจารณาบัตรแบบแบ่งเขต กำหนดคิวอาร์โค้ด เป็นเลขเล่ม ถอดรหัสแล้ว เมื่อจับคู่กับผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเฉพาะราย น้อยมาก ฟังได้ว่าแบบคิวอาร์โค้ด ไม่สามารถเชื่อมโยงได้ สืบค้นผู้ลงคะแนนได้

 

ส่วนแบบบัญชีรายชื่อ มีทั้งคิวอาร์โค้ด และบาร์โค้ด ก็ต้องถอดรหัสอีกชั้น เป็นหมายเลขเล่ม บาร์โค้ดด้านล่าง เป็นข้อมูลที่ไม่ต้องเข้ารหัส และรู้ได้ทันทีว่ามาจากต้นขั้วใด จึงฟังได้ว่าบัตรบัญชีรายชื่อสามารถเชื่อมโยงได้จากการสแกน และหากเชื่อมโยง ต้นขั้ว บัญชีรายชื่อ ย่อมทำให้เชื่อมโยงผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเป็นการเฉพาะตัวได้


เรื่องการจัดเก็บบัตรเลือกตั้ง ต้นขั้ว และบัญชีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง มีขั้นตอนตามระเบียบ ผ่านจากกปน. ไปยังกกต.ประจำเขต และผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำจังหวัด เก็บไว้ 2 ปี ก่อนเข้าสู่กระบวนการทำลายบัตรและต้นขั้ว ตามระเบียบ


พิจารณาว่า ระยะเวลาที่อยู่ในความดูแลของกปน. ตั้งแต่การเปิดหีบบัตร และปิดหีบบัตร แล้วส่งมอบบัตรเลือกตั้ง ต้นขั้ว บัญชีให้กับกกต.เขต และตอนที่บัตรเลือกตั้งอยู่ในหีบเลือกตั้ง จะเอามาจับคู่กับต้นขั้ว ไม่สามารถทำได้ เป็นช่วงเวลาที่เอกสารทั้ง3 อย่าง ไม่ได้เก็บอย่างรัดกุม และผู้มาใช้สิทธิ์ มีจำนวนน้อย หากใครสแกน ก็เป็นไปได้ที่กปน.จะเข้าถึงเอกสารทั้ง 3 อย่าง และระบุตัวตนของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งได้ อย่างไรก็ตามกปน. มีที่มาที่แตกต่างกัน และในหน่วยเลือกตั้ง ประกอบด้วย จนท.รักษาความปลอดภัย ผู้มาใช้สิทธิ์ และตัวแทนพรรคการเมือง การกระทำดังนั้น ทำได้ยาก และยิ่งต้องส่งเอกสารให้ทันที เป็นช่วงที่ถือเอกสารชั่วคราว ไม่สามารถเข้าถึงได้เพื่อบอกถึงผู้ใช้สิทธิ์


เมื่ออยู่ที่กกต.ประจำเขต เอกสารถูกเก็บรัดกุมมากขึ้น แม้ไม่ได้รัดเคเบิ้ลไทร์ แต่ก็ใส่ในถุงขั้นนอกที่ลงมือด้วยกปน. โอกาสจะเข้าถึงเป็นไปได้ยาก และบัตรมีจำนวนมาก เพราะมาจากหลายหน่วยเลือกตั้ง ซึ่งต้องส่งให้นายทะเบียนท้องถิ่นใน 3 วัน การเข้าถึง และจับคู่ต้นขั้วเกิดขึ้นได้ยาก เอกสารทั้ง 3 จึงมีความปลอดภัยเพียงพอ กกต.เขต ไม่สามารถเข้าถึงได้


เมื่ออยู่ที่กกต.จังหวัด เป็นการรับเอกสารจากกกต.ประจำเขต ส่วนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง จะรับจากนายทะเบียนท้องถิ่น เอกสารในครอบครอง มีปริมาณมาก การเข้าถึงเอกสารเพื่อระบุตัวตนเป็นไปได้ยาก ถุงจัดเก็บ มีการรัดสายเคเบิ้ลไทร์ ลงชื่อกำกับกปน. การเก็บบัตรเลือกตั้งมีการเก็บอีกชั้นหนึ่ง ฟังได้ว่าการจัดเก็บเอกสารทั้ง 3 อย่างมีความปลอดภัยเพียงพอ กกต.จังหวัด ไม่สามารถเข้าถึงบัตรเลือกตั้ง ต้นขั้ว บัญชีผู้มีสิทธิ์ได้


ส่วนที่อ้างบุคคลภายนอกสแกนรหัสแท่งบาร์โค้ด แล้วระบุผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งได้ เห็นว่า เวลานับคะแนน สามารถสแกนได้ แล้วได้หมายเลขบัตรที่ตรงกับต้นขั้ว แต่การเอาไปจับคู่ต้นขั้ว เป็นหนทางเดียว บุคคลภายนอกต้องทำการร่วมกับกปน. กกต.เขต หรือกกต.จังหวัด จึงจะเข้าถึงข้อมูล และระบุตัวบุคคลได้ ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และการรักษาความปลอดภัย เก็บแยกกันเด็ดขาด ด้วยวิธีที่คนภายนอกรวบรวมเอกสารได้ยากอย่างยิ่ง ฟังไม่ได้ว่าบุคคลภายนอก ระบุผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งได้


ฟังได้ว่าการเก็บบัตรเลือกตั้ง มีมาตรการรักษาความปลอดภัยเพียงพอ การเข้าถึงเพื่อระบุตัวบุคคลเป็นไปได้ยาก


ข้อพิจารณาต่อไป การใช้แท่งบาร์โค้ด กับคิวอาร์โค้ด มีปัญหาความชอบตามรธน.หรือไม่ เห็นว่าหลักการเลือกตั้งโดยลับ ต้องเป็นการแสดงออกเจตจำนงทางการเมืองของประชาชนได้อย่างอิสระ ไม่อยู่ภายใต้การครอบงำ เมื่อรธน.กำหนดให้ลงคะแนนโดยตรงและลับ บัตรเลือกตั้งที่ใช้เลือกสส.ทั้งบัญชีรายชื่อ และแบบเขต ต้องคำนึงการลงคะแนนโดยตรงและลับด้วย


หลักการเลือกโดยตรงและลับ ก็เพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ไม่ให้ตกอยู่ภายใต้การข่มขู่ ซื้อเสียง ให้ผู้ตัดสินใจรู้เท่านั้นว่าเลือกใคร และรัฐต้องจัดให้มีมาตรการคุ้มครอง หากสามารถติดตามได้ว่าผู้ใดเป็นผู้ลงคะแนน ย่อมไม่เป็นการเลือกตั้งโดยลับ ตามหลักการการเป็นความลับโดยบริบูรณ์ ซึ่งบัตรเลือกตั้งต้องไม่มีรหัส แต่ข้อเสีย คือบัตรจะเหมือนกัน เปิดทางให้ทุจริตได้


กับอีกหลักคือความลับแบบมีเงื่อนไข คือมีรหัสที่ถูกจัดเก็บเพื่อบริหารจัดการ ใช้ตรวจสอบความถูกต้อง ป้องกันการปลอมแปลง เมื่อบัตรถูกหย่อนไป ก็ไม่สามารถมีใครทราบได้ว่าลงคะแนนให้ใคร แต่ความลับดังกล่าวไม่ใช่ความลับตลอดไป ต้องเปิดให้สอบย้อนกลับ เพื่อเหตุผลป้องกันการทุจริตได้ ก็คือต้องเป็นการลับ และไม่จำกัดสิทธิ์จนเกินสมควร


เมือรับฟังได้ว่าการใช้คิวอาร์โค้ด สืบค้นไม่ได้ ส่วนบาร์โค้ด  มีวัตถุประสงค์ เพื่อจำแนกบัตรแต่ละใบว่าอยู่ในชุดใด จัดสรรไปหน่วยเลือกตั้งใด เพื่อควบคุมความถูกต้อง กระบวนการจัดการเลือกตั้ง ไม่ได้ต้องการดูว่าผู้ลงคะแนนเลือกพรรคการเมืองใด บัตรบาร์โค้ด เชื่อมโยงกับ 3 ส่วน และสืบค้นกลับไปได้ อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาจากการเก็บบัตรเลือกตั้งและเอกสาร ก็เห็นได้ว่าการบริหารจัดการบัตรเลือกตั้ง ตั้งแต่จัดพิมพ์ ขนส่ง จับเก็บบัตร ต้นขั้ว รายชื่อ จนถึงภายหลังลงคะแนน บาร์โค้ด ควบคุมการใช้บัตรข้ามเขตได้ รวมทั้งเรื่องตรวจสอบการทุจริตย้อนกลับได้


สำหรับข้อมูลทั้ง 3 ส่วน ก็มีมาตรการทางกฎหมายคุ้มครอง เจ้าหน้าที่ไม่ได้เข้าถึงได้โดยง่าย เช่นเดียวกับผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งก็ไม่สามารถรู้ได้


ทั้งนี้จากการเดินเผชิญสืบสถานที่เกี่ยวบัตรเลือกตั้ง ปรากฏว่าการจัดเก็บบัตรเลือกตั้ง ต้นขั้ว และบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งถูกเก็บไว้ตามหลักเกณฑ์ เป็นมาตรการชัดเจนเพียงพอในการป้องกันบุคคลภายนอก และป้องกันเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจหน้าที่เข้าถึงเอกสาร เพื่อเชื่อมโยงการลงคะแนนของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งได้ตามอำเภอใจ


ด้วยเหตุนี้ การใช้รหัสแท่งบาร์โค้ด บนบัตร มีขึ้นเพื่อป้องกันบัตรปลอม การควบคุมจำนวนบัตร ห้ามใช้บัตรข้ามเขต การจัดพิมพ์ อย่างมีประสิทธิภาพ ตามระยะเวลาจำกัด แม้อาจจะควบคุมได้ด้วยมาตรการอื่น ไม่ว่าจะเป็นลายน้ำ หรือคิวอาร์โค้ด แต่ก็ใช้บาร์โค้ด ก็สามารถกำกับบัตรเลือกตั้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ การใช้บาร์โค้ด จึงไม่ถือเป็นมาตรการที่เกินกว่าเหตุ


เมื่อชั่งประโยชน์แล้วเห็นว่า การใช้บาร์โค้ดเพื่อควบคุมบัตรเลือกตั้ง ไม่ใช่แสดงให้เห็นว่าผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเลือกใคร จะรู้ได้ ก็ต้องมีข้อมูลเอกสาร 3 ส่วนมาประกอบ เมื่อไม่มีหลักฐานใดว่ามีการเชื่อมโยงเอกสารดังกล่าว ข้อกล่าวอ้างผู้ร้องจึงรับฟังไม่เพียงพอว่าทำให้หลักการลงคะแนนโดยลับเสียไป จึงไม่เป็นปัญหาเรื่องความชอบของรัฐธรรมนูญ


ผู้อย่างไรก็ตามถูกร้องควรออกมาตรการ เพื่อป้องกันโดยไม่ใช่เครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ใด ที่ระบุตัวตนของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง และออกมาตรการเก็บบัตรเลือกตั้ง จึงวินิจฉัยว่าการใช้บาร์โค้ด และคิวอาร์โค้ด ไม่มีปัญหาเรื่องความชอบตามรัฐธรรมนูญ ไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพ


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #ศาลรัฐธรรมนูญ #คดีบาร์โค้ดคิวอาร์โค้ด #บัตรเลือกตั้ง #เลือกตั้ง69

อ.ธิดา ถาวรเศรษฐ : วงเสวนา #สีน้ำเงินในยุคคุณคืออะไร : วาระ #20ปีรัฐประหาร49 : คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ท่าพระจันทร์ เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2569

 


อ.ธิดา ถาวรเศรษฐ : วงเสวนา #สีน้ำเงินในยุคคุณคืออะไร

ในวาระ #20ปีรัฐประหาร49

ที่ คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ท่าพระจันทร์ 

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2569


ผู้ดำเนินรายการ : ในช่วงปี 2549 การเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดง หรือในการรัฐประหารในปีนั้น มีอะไรที่คล้ายกับระบอบสีน้ำเงิน และยังส่งผลกับความเข้มแข็งหรือความแข็งแรงของระบอบสีน้ำเงินในยุคปัจจุบัน


อ.ธิดา ถาวรเศรษฐ : ก่อนอื่นอยากจะพูดถึงคำว่า “ระบอบสีน้ำเงิน” ความหมายของคำว่า “ระบอบสีน้ำเงิน” ไม่ใช่เรื่องราวของพรรคสีน้ำเงินปัจจุบัน ระบอบสีน้ำเงินเป็นเรื่องราวที่คนในกลุ่มจารีตนิยม ตั้งแต่ยุคสมัย 2475 ประกาศตัว โดยเฉพาะเป็นขุนนางที่สู้รบกับคณะราษฎร เขาเรียกตัวเองว่าเป็นพวกน้ำเงินแท้ (TRUE BLUE) ทำหนังสือและเขียนเพลงมาด้วย คือชัดเจนเรียกตัวเองว่าเป็นสีน้ำเงิน โดยประกาศเปิดเผยว่าเขาไม่สนับสนุนคณะราษฎร ไม่สนับสนุนระบอบประชาธิปไตยที่อำนาจเขาเชื่อว่ายังไม่ถึงประชาชน และนี่มากลายเป็นคำขวัญของ 14ตุลา16 ซึ่งในทัศนะของดิฉัน 14ตุลา16 ยังไม่ใช่ขบวนการประชาชนที่ก้าวหน้า ยังเป็นเครื่องมือของระบอบสีน้ำเงินด้วย


กลุ่มจารีตตั้งแต่ต้นชัดเจนว่าเรียกตัวเองว่าเป็นพวกน้ำเงินแท้ หมายความว่าไม่เอาประชาธิปไตย ต้องการระบอบเดิม แต่ว่าพอกระโดดข้ามมายุคสงครามเย็น สถาบันกษัตริย์เป็นไตรภาคีกับจักรวรรดินิยมและกองทัพ เพื่อสู้กับคอมมิวนิสต์ฝ่ายซ้าย เพราะฉะนั้นคำขวัญก็เป็น ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์


ต่อมากระโดดมายุคของเราเลย 2549 ผ่านมา 20 ปี อาจารย์อยากจะให้ทีมงานแจกหนังสือโรงเรียนการเมืองของ นปช. เมื่อ 15 ปีที่แล้ว สู้กับระบอบสีน้ำเงินอย่างไร? ระบอบสีน้ำเงินในยุคนี้มันเป็นทศวรรษใหม่ของความขัดแย้ง ไม่มีจักรวรรดินิยมมาเป็นภาคีที่หนุนสีน้ำเงิน แต่ว่ากลายเป็นภาคีสำคัญนอกจากกองทัพ นอกจากขุนนาง แล้วก็คณะจารีตนิยมแล้ว ก็คือ “ตุลาการภิวัตน์” คำว่าตุลาการภิวัตน์ เป็นตุลาการภิวัตน์ของระบอบสีน้ำเงิน เขาจงใจใช้คำนี้ไม่ใช่ว่าจะทำให้ตุลาการดีขึ้นนะ ตุลาการภิวัตน์ แปลว่า ให้ตุลาการเปลี่ยนแปลงประเทศ เหมือนบางครั้งที่ผู้ชุมนุมใช้คำว่า “ประชาภิวัตน์” เขาคิดว่าเขาเป็นพวกปฏิวัติ เขาก็เลยเรียกตัวเขาเองว่าประชาภิวัตน์ แกนนำ 14ตุลา16 นั่นแหละมาบอกดิฉันเองว่าตอนนี้ใช้วิธีนี้


เพราะฉะนั้นมันจึงเป็นบริบทใหม่ว่า พันธมิตรใหม่ของระบอบสีน้ำเงินและทำให้เข้มแข็งมาจนปัจจุบัน ก็คือ ตุลาการภิวัตน์ ประการแรก ตุลาการ มีการพูดกันเลยว่าคุณต้องตัดสินไปในทางเดียวกัน ดังนั้นไม่ว่าคุณจะเป็นศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญ หรือว่าศาลยุติธรรม เอกภาพของตุลาการ และที่สำคัญอีกอย่างก็คือว่า รัฐธรรมนูญ 2540 ได้ให้ศาสตราวุธมาให้เป็นจำนวนมาก เดิมรัฐธรรมนูญ 2540 ให้วุฒิสมาชิก (สว.) มาจากการเลือกตั้ง แปลว่าผู้ถือศาสตราวุธเหล่านี้มาจากประชาชน


แต่ว่าการทำรัฐประหาร 2549 ก็ได้เอาข้อดีสำหรับเขา ก็คืออาวุธเหล่านี้นั่นแหละ องค์กรอิสระจำนวนมากให้เป็นเครื่องมือ คือผู้ถือศาสตราวุธแทนที่จะเป็นประชาชน แต่กลายเป็นเครือข่ายของระบอบสีน้ำเงิน และนี่ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ระบอบสีน้ำเงินเข้มแข็งมาจนถึงปัจจุบัน เพราะ สว. แต่งตั้งหรือจัดตั้ง ปัจจุบันนี้ก็มีการจัดตั้งขึ้นมา หมายความว่า นอกจากกลุ่มที่เป็นขุนนางเก่า ทุนนิยมแบบเก่า สื่อทุกอย่าง ถ้าคุณดูในหนังสือโรงเรียนการเมือง นปช. นี่ 10 กว่าปีมาแล้วนะ เรามีหน้าของเครือข่ายอำมาตยาธิปไตย ในนี้เต็มไปหมด อันนี้ถือเป็นโรงเรียนการเมืองเลยนะ เพราะว่าเราแจกหนังสือให้ดู (อ.ธิดาชี้ให้ดูผังเครือข่ายระบอบอำมาตยาธิปไตย) อันนี้เครือข่ายระบอบอำมาตยาธิปไตย เราจะเห็นว่ามีอยู่ทุกส่วนตั้งแค่ปี 2549


เพราะฉะนั้น การทำรัฐประหารปี 2549 เป็น 2 ทศวรรษแห่งความขัดแย้งรอบใหม่เป็นการเกิดสงครามยุคใหม่ แทนที่จะเป็นสงครามฝ่ายซ้าย พคท. กลายเป็นสงครามกับนายทุนรุ่นใหม่ ดังนั้นมันจึงต้องมีเครือข่าย ออกแรงมาก ต้องมีผู้นำม็อบที่เก่งกาจ สัญลักษณ์เป็นสีเหลือง แต่ความเป็นจารีตบอกได้คืออะไร ขอพระราชทานนายกฯ แล้วนายกฯ หลังทำรัฐประหารก็มาจากประธานองคมนตรี อันนี้เป็นลักษณะแสดงความเป็นจารีต


ความเข้มแข็งของระบอบสีน้ำเงินซึ่งเพิ่มตุลาการภิวัตน์และองค์กรอิสระ จึงทำให้ระบอบสีน้ำเงินเข้มแข็งและสามารถใช้เป็นเครื่องมือจัดการกับฝ่ายเสรีนิยมและฝ่ายที่ต้องการให้อำนาจเป็นของประชาชน ดังนั้น ระบอบสีน้ำเงิน ก็คือความหมายของกลุ่มจารีตอำนาจนิยม ชนชั้นนำเดิม ที่ไม่ต้องการคืนอำนาจให้กับประชาชน ยังมีอยู่จนกระทั่งทุกวันนี้ นี่คือสงครามยืดเยื้อที่ยังไม่จบค่ะ


ผู้ดำเนินรายการ : ในช่วงปี 2549 ช่วงนั้นตัวละครไหนที่ชัดเจนที่สุด เป็นกลุ่มคนที่ไม่อยากให้ประชาชนใช้อำนาจอธิปไตย


อ.ธิดา ถาวรเศรษฐ : จริง ๆ เป็นเครือข่าย แต่ว่าสารตั้งต้นที่ก่อความรุนแรงก็คือผู้นำม็อบซึ่งใช้สัญลักษณ์เสื้อเหลือง ก็เปิดตัวชัดเจนว่ามีสัมพันธภาพอย่างไร และมีอุดมการณ์อย่างไร และขอพระราชทานนายกฯ รวมกระทั่งต้องการทำรัฐประหาร หมายความว่า เราผ่าน 14ตุลา16, 6ตุลา19, พฤษภา35 มา การที่มีผู้นำมวลชนสำคัญ เพราะเหตุว่าพรรคการเมืองของทุนใหม่ซึ่งมีมวลชนสนับสนุนเป็นจำนวนมาก คนเสื้อแดงส่วนมากเป็นมวลชนพื้นฐาน เป็นแรงงานนอกระบบ เป็นคนจนชนบท เป็นคนจนเมือง แล้วก็ในระบบเศรษฐกิจเป็นคนชั้นกลางล่าง มันมีจำนวนมาก


ดังนั้นการก่อม็อบของฝ่ายอนุรักษ์นิยมจึงต้องการผู้นำม็อบที่คุณภาพสูงเช่น สนธิ ลิ้มทองกุล อันนี้เป็นตัวเติมเข้ามาว่าสำคัญ แต่พูดถึงกองทัพ ปรากฎว่าเป็นเพียงเครื่องมือของฝั่งจารีต เพราะว่าทำรัฐประหารเสร็จแล้ว บอกว่าบอกใครไม่ได้ จนตายก็บอกใครไม่ได้ แล้วตัวเองก็ไม่ได้เป็นนายกฯ กลายเป็นว่าฝั่งจารีตขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี อันนี้จึงเป็นเรื่องที่เห็นว่าพลังจารีตขึ้นมารุนแรงมากในปี 2549 มันแสดงความพยายามชัดเจนว่าไม่ต้องการระบอบประชาธิปไตยแบบจริง ต้องการประชาธิปไตยแบบไทย ๆ พูดง่าย ๆ ว่าไม่ต้องการ constitutional monarchy แต่อาจจะเป็นในระบอบที่มีรัฐธรรมนูญ คือมีราชาธิปไตยที่มีรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่อยู่ใต้รัฐธรรมนูญ (ผู้ดำเนินรายการเสริม : เป็นแบบไทย ๆ) อันนั้นเป็นคำพูดของ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช แต่ต้น เขาใช้นามปากกา “แมลงหวี่” บอกเลยว่าประเทศไทยไม่สมควรที่จะมีระบอบประชาธิปไตยแบบสากล ต้องมีแบบไทย ๆ แล้วตอนนี้มันเลยแบบไทย ๆ ไปแล้วนะ ไม่รู้ว่าไทยยุคไหน? น่าจะเป็นไทยเถื่อนแล้วนะตอนนี้ มันเป็นประชาธิปไตยแบบไทยเถื่อน ๆ แล้วแบบหน้าไม่อายด้วย


อันนี้ก็ตั้งข้อสังเกตว่า ในความน่าเป็นห่วงที่เขาได้อำนาจหมด สส., สว. มีอำนาจบริหาร, อำนาจตุลาการ, อำนาจองค์กรอิสระ, กองทัพ ได้ไปหมด แต่ว่าความชอบธรรมที่ฝั่งอนุรักษ์นิยมเคยพูดใช้คำว่า “ต้องการให้คนดีปกครอง” คำถามว่าตอนนี้คนดีปกครองหรือเปล่า? เพราะฉะนั้น มันจึงมีผลต่อฝั่งอนุรักษ์นิยมเหมือนกัน ท่ามกลางความเข้มแข็งของระบอบน้ำเงิน ในทัศนะของดิฉันก็คิดว่าในนี้มันมีความแตกร้าวและมีความพังทลายเสื่อมทรุดอยู่ด้วยความไม่ชอบธรรมของวาทกรรมคนดีในอดีต แล้วความชอบธรรมในการที่จะมาปกครองประเทศชาติ มันก็เลยเป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้น ในสิ่งที่ดูเหมือนว่าเป็นกำแพงที่เข้มแข็ง แต่ในทัศนะดิฉันก็คิดว่ามันแตกและมันร้าว มันกร่อนจาะภายใน


ผู้ดำเนินรายการ : เราจะล้มหรือว่าจะสู้อย่างไรกับระบอบนี้


อ.ธิดา ถาวรเศรษฐ : หมายถึงว่าจะชนกำแพงอย่างนั้นเหรอ? คืออย่างนี้ ดิฉันขอพูดอีกครั้งในเชิงทฤษฎีว่า ระบอบสีน้ำเงิน ไม่เท่ากับ พรรคสีน้ำเงิน ย้ำอีกครั้งหนึ่ง ระบอบสีน้ำเงินนั้นมีมายาวนานและยังมีอยู่ต่อไป ก็คือระบอบที่ไม่ต้องการคืนอำนาจให้ประชาชน ไม่ต้องการให้มีประชาธิปไตยที่อำนาจเป็นของประชาชน ในยุคของเราที่เราเรียกว่าระบอบอำมาตยาธิปไตย เพราะอาจารย์ปรีดีเคยพูด นี่ไม่ใช่คำว่าระบอบอำมาตยาธิปไตยที่คุณไปเปิด Google แล้วจะเห็นว่านาย เฟรด ดับเบิลยู. ริกส์ บอกว่าเป็น Bureaucratic Polity คือมันมีความหมาย อาจารย์ปรีดีบอกว่าตราบใดถ้า สว. ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง นั่นแปลว่าเรากำลังอยู่ในการเมืองการปกครองในระบอบอำมาตยาธิปไตย


ย้ำอีกครั้งว่า “ระบอบสีน้ำเงิน” ไม่ใช่ “พรรคสีน้ำเงิน” แต่ที่คนมาพูดกันตอนนี้ก็เพราะว่า พรรคสีน้ำเงินเข้ามาเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบอบสีน้ำเงิน ก็เลยมีคำว่าระบอบสีน้ำเงินมา แต่ในยุคอาจารย์มันเป็นเสื้อเหลือง แต่อย่าลืมว่าคำว่า “ระบอบสีน้ำเงิน” พวกท่านเป็นคนพูดเองนะ ชัดเจนว่าเขาพูดเอง


ในตอนนี้ดังที่พูดว่า ถ้าเรามองว่าเป้าหมายของเราไม่มีอะไรมากไปกว่าว่าให้ประชาชนมีอำนาจ ในส่วนของทนายด่าง (ทนายกฤษฎางค์ นุตจรัส) ก็คือให้ประชาชนเขียนกฎหมาย แต่ประชาชนไม่มีโอกาสได้เขียนกฎหมายหรอก มันไม่มีทางให้เขียนกฎหมาย เพราะว่ารัฐธรรมนูญ 2540 มันก็ฉีก เราพยายามจะแก้รัฐธรรมนูญ 2550 ทะเลาะกันแทบตาย มันก็มาฉีกเอง ได้รัฐธรรมนูญ 2560 ยิ่งเลวที่สุดตั้งแต่ประเทศไทยมา เป็นรัฐธรรมนูญที่เลวที่สุดและแก้ไม่ได้ และบัดนี้พรรคสีน้ำเงินก็พยายามทำให้ระบอบนี้เดินหน้า คือตัวเองนั้นทำหน้าที่แทนพรรคสีฟ้าเดิม ซึ่งเป็นพรรคอนุรักษ์นิยมตั้งแต่ต้น แต่ใช้ไม่ได้ แต่มาใช้วิธีแบบบ้านป่าเมืองเถื่อน คำว่า “คนดี” มีความชอบธรรมที่จะเป็นผู้ปกครอง มันก็หมดไปแล้ว


ดังนั้นเราจึงมีแนวร่วมเป็นจำนวนมากที่เป็นพวกอนุรักษ์นิยม ซึ่งได้ข่าวว่าจะไปประท้วง กกต. มันก็เป็นเรื่องที่มันพัฒนาการเปลี่ยนแปลงแบบตลกมาก แต่ในความคิดของดิฉัน ขณะนี้ถ้าเรามีกำแพง คุณไม่สามารถทลายกำแพงราบทั้งหมด แต่คุณต้องเลือกจุดที่อ่อนที่สุดที่ทำให้กำแพงทรุดได้ ในขณะนี้ดิฉันมองว่าจุดอ่อนที่สุดก็คือพรรคสีน้ำเงินและเรื่องของ สว. เพราะฉะนั้นถ้าใช้จุดอ่อนอันนี้ นี่พูดอย่างปฏิบัติเลยนะ ไม่ได้พูดเป็นนามธรรม จุดอ่อนอันนี้ซึ่งเป็นจุดอ่อนที่ประชาชนเห็นด้วย ขนาดพวกอนุรักษ์นิยมก็เห็นด้วย ต้องทำให้สามารถทำให้กำแพงสีน้ำเงินทรุดได้ คือต้องรวมศูนย์ แล้วก็ต้องมีการจัดลำดับความสำคัญให้มีเอกภาพ อย่าให้เป็นเบี้ยหัวแหลกหัวแตก ต้องจัดลำดับความสำคัญ แล้วเรียงมิตรเรียงศัตรู เรียงมิตรชิดใกล้ กับมิตรที่ห่าง ศัตรูที่ร้ายกับศัตรูตัวที่ร้ายน้อยกว่า ก็ฝากเอาไว้ด้วย


ผู้ดำเนินรายการ : สุดท้ายแล้วมีอะไรอยากจะฝากกับทุก ๆ คนเลยไม่ว่าจะถึงผู้มีอำนาจ, ประชาชน หรือพวกเราเอง


อ.ธิดา ถาวรเศรษฐ : ดิฉันเป็นคนที่ขึ้นสะพานพระราม 8 แล้ว (อายุ 80 กว่าแล้ว) อายุมากก็เลยต้องฝากถึงคนรุ่นใหม่ บทเรียนที่อยากจะฝากเอาไว้ วันนี้ก็ขอบคุณที่ได้เชิญมา อยากจะฝากเอาไว้ก็คือว่า ขบวนการประชาชนต้องเข้มแข็ง เพราะเป้าหมายของเรามันเป็นสงครามยืดเยื้อและยาว ต้องอาศัยความอดทน และที่ผ่านมามันมีซากศพของคนที่เสียชีวิต รวมกระทั่งถึง 6ตุลา19 แล้วมาเมษา-พฤษภา53 ซึ่งคนที่ทำลอยนวลพ้นผิดแล้วจงใจทำอย่างโจ่งแจ้ง ดิฉันไม่ใช้คำว่า Deep State หรอก เพราะมันเห็นหมดเลยว่าใคร? ทำอะไร? เราก็เลยใช้ว่าเป็นเครือข่ายของระบอบที่ไม่ต้องการคืนอำนาจให้ประชาชน


ที่อยากจะฝากก็คือ ขบวนการประชาชน ข้อที่ 1 ก็คือต้องทำตาม “ภววิสัย” ที่เป็นจริง ไม่ใช่ “อัตวิสัย” ไม่ใช่ว่าอยากทำ แต่มันต้องทำอยู่บน “ภววิสัย” ของความเป็นจริง ถ้าสิ่งที่คุณคิดไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง คุณล้มเหลว! ประการที่ 2 นอกจากมันเป็นสงครามที่ยืดเยื้อและยาวนาน ดังนั้นคนในขบวนการประชาชนต้องแยกพรรคการเมือง อย่าให้พรรคการเมืองมาครอบงำ นี่คือบทเรียนของคนเสื้อแดง มันจะทำให้ขบวนการประชาชนนั้นถูกแบ่งแยกและเสื่อมถอย เพราะว่ามันไม่ใช่อุดมการณ์ เพราะว่าพรรคการเมืองมันสั่นกว่าการต่อสู้ของประชาชน.

 

แต่ทั้งหมดนี้ ไม่ว่าคุณจะเขียนกฎหมาย หรือคุณอยากทำอะไรก็ตาม ถ้ามันไม่ใช่อำนาจที่จะทำได้ ถ้าคุณยังทลายกำแพงไม่ได้ ถ้าอำนาจยังไม่ได้เป็นของประชาชน คุณเขียนกฎหมายของประชาชนไม่ได้ และคุณจะไม่มีความยุติธรรมสำหรับประชาชนเลย


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #ธิดาถาวรเศรษฐ #20ปีรัฐประหาร49 #ระบอบสีน้ำเงิน #พรรคสีน้ำเงิน #รัฐประหาร19กันยา

ศูนย์ป้องกันน้ำท่วม กรุงเทพมหานคร แจ้งเตือนพื้นที่น้ำท่วมสูง


ศูนย์ป้องกันน้ำท่วม กรุงเทพมหานคร แจ้งเตือนพื้นที่น้ำท่วมสูง


วันนี้ (28 กันยายน 2569) เพจ ศูนย์ป้องกันน้ำท่วม กรุงเทพมหานคร แจ้งเตือนพื้นที่น้ำท่วมขังสูงมาก รถเล็กห้ามผ่าน มีรายละเอียดดังนี้


⚠️⚠️แจ้งเตือน พื้นที่ น้ำท่วมขังสูงมาก รถเล็กห้ามผ่าน

ข้อมูล ณ วันที่ 26 กันยายน 2569


1.ถ.สุขุมวิท 63 (ซอยเอกมัย) เขตวัฒนา (สามารถสัญจรได้แล้ว)

2.ถนนเพชรบุรีทั้งตลอดทั้งสาย

3.แยกพงษ์เพชร (ถนนงามวงศ์วาน)

4.ถนนวิภาวดี (หน้าเขตจตุจักร-การบินไทย) (สามารถสัญจรได้แล้ว)

5.ถนนรามคำแหง ช่วงหน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง (สามารถสัญจรได้แล้ว)

6.ถนนลาดกระบัง ช่วงแยกกิ่งแก้ว

7.ถนนเสนานิคม

8.ถนนแจ้งวัฒนะ (ช่วงแยกหลักสี่- ทางด่วน)

9.ถนนศรีนครินทร์

10.ถนนดินแดง ช่วงแยกดินแดง - แยกอโศก (สามารถสัญจรได้แล้ว)


11. ถนนพหลโยธิน ช่วงสะพานควาย - ซอยอารีย์ (สามารถสัญจรได้แล้ว)

12.ถนนสุวินทวงศ์ ช่วงมีนบุรี - วัดแสนสุข

13.ถนนรัชดาภิเษก

14.ถนนลาดพร้าว แยกรัชดาลาดพร้าว

15.ถนนศรีนครินทร์ ตัดถนนกรุงเทพกรีฑา แยกกรุงเทพกรีฑา

16.ถนนลาดพร้าว ตัดถนนประดิษฐ์มนูธรรม

17.ถนนนวมินทร์ ช่วงซอยนวมินทร์ 26

18.ถนนลาดพร้าว แยกแฮปปี้แลนด์

19.ถนนลาดพร้าว แยกบางกะปิ

20.ซอยสุขุมวิท 77


21.ถนนพหลโยธิน ช่วงสถานี BTS สนามเป้า (สามารถสัญจรได้แล้ว)

22.ถนนสุวินทวงศ์ ตัดเสรีไทย ตลอดทั้งสาย

23.ถนนดินแดง (สามารถสัญจรได้แล้ว)

24.ถนนสุขุมวิท101 ช่วงปากซอยปุณณวิถี21 - ปุณณวิถี9 (สามารถสัญจรได้แล้ว)


📌ข้อมูลถนนที่มีน้ำท่วมขัง ขอให้หลีกเลี่ยงการจราจร ได้แก่

ถนนลาดพร้าว

ถนนเพชรบุรี

ถนนรามคำแหง

ถนนนวมินทร์

ถนนพัฒนาการ

ถนนพหลโยธิน

ถนนรัชดา-ลาดพร้าว

ถนนดินแดง

ถนนรามคำแหง

ถนนรัชดาภิเษก


ถนนศรีอยุธยา

ถนนเฉลิมพระเกียรติร 9 ถนนเทศบาลสงเคราะห์

ถนนรามอินทรา

ถนนบางขุนเทียน

ถนนเทพรักษ์

ถนนประเสริฐมนูกิจ

ถนนหัวหมาก

ถนนศรีนครินทร์

ถนนประชาสุข

ถนนช่างอากาศอุทิศ


ถนนประชาอุทิศ

ถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญ ถนนเสรีไทย

ถนนลาดกระบัง

ถนนหลวงแพ่ง

ถนนเจ้าคุณทหาร

ถนนสุคนธสวัสดิ์

ถนนนาคนิวาส

ถนนโชคชัย 4

ถนนลาดพร้าววังหิน

ถนนสุวินทวงศ์


ถนนสีหบุรานุกิจ

ถนนวชริธรรมสาธิต

ถนนเพชรเกษม

ถนนเฉลิมพระเกียรติ

ถนนอ่อนนุช

ถนนบางนา- ตราด

ถนนศาลาแดง

ถนนสุขาภิบาล


เนื่องด้วย ขณะนี้ กรุงเทพมาหานคร มี น้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ ขอความร่วมมือ ประชาชน งดเดินทาง เพื่อป้องกัน เหตุและภัยอันตรายที่อาจเกิดจาก น้ำท่วมได้ ระหว่างการสัญจร


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #กรุงเทพมหานคร #น้ำท่วม69 #น้ำท่วมขัง #รถเล็กห้ามผ่าน