วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

“ชัยวัฒน์” หาเสียงตลิ่งชัน-ทวีวัฒนา รับฟังปัญหาโครงการระบายน้ำไม่ได้มาตรฐาน-เศรษฐกิจซบ ชูยกเครื่องมาตรฐานงานก่อสร้าง กทม. สกัดผู้รับเหมาหละหลวม-ลดอุบัติเหตุเมือง ย้ำบทบาท กทม. ช่วยพัฒนาพื้นที่กระตุ้นการค้า ก่อนร่วม Bangkok Pride ย้ำนโยบายลดอาชญากรรมทั่วกรุง ชูเมืองปลอดภัย-เท่าเทียม

 


“ชัยวัฒน์” หาเสียงตลิ่งชัน-ทวีวัฒนา รับฟังปัญหาโครงการระบายน้ำไม่ได้มาตรฐาน-เศรษฐกิจซบ ชูยกเครื่องมาตรฐานงานก่อสร้าง กทม. สกัดผู้รับเหมาหละหลวม-ลดอุบัติเหตุเมือง ย้ำบทบาท กทม. ช่วยพัฒนาพื้นที่กระตุ้นการค้า ก่อนร่วม Bangkok Pride ย้ำนโยบายลดอาชญากรรมทั่วกรุง ชูเมืองปลอดภัย-เท่าเทียม 


วันที่ 31 พฤษภาคม 2569 ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่า กทม. พรรคประชาชน พร้อมด้วยผู้สมัคร สก. พรรคประชาชน ร่วมหาเสียงและพบปะประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครฯ พร้อมพูดคุยถึงแนวนโยบายในการแก้ไขปัญหาของชาวกรุงเทพมหานครฯ ในแต่ละเขต


โดยในช่วงเช้า ชัยวัฒน์ ได้ร่วมหาเสียงกับ กันตพงศ์ ดีชัยยะ ผู้สมัคร สก.เขตตลิ่งชัน พรรคประชาชน ที่บริเวณตลาดสวนผัก เขตตลิ่งชัน ดูสภาพปัญหาการจราจรบน ถ.สวนผัก และปัญหาระบบบำบัดน้ำเสียลงคลองศาลเจ้า ซ.สวนผัก 17/1 ที่เกิดจากผู้รับเหมาที่ดำเนินการไว้ไม่เรียบร้อย จนเกิดปัญหาการระบายน้ำที่ไม่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนเมื่อเวลาที่มีฝนตกมาโดยเสมอ


หลังจากที่ได้พบปะประชาชนและดูปัญหาหน้างานแล้ว ชัยวัฒน์ได้แสดงความเห็นต่อกรณีดังกล่าวว่าปัญหานี้เป็นปัญหาพื้นฐานที่เกิดขึ้นโดยทั่วไปในหลายเขตของกรุงเทพมหานครฯ อันเนื่องมาจากการก่อสร้างที่ไม่มีมาตรฐานควบคุมอย่างเพียงพอ ซึ่งนอกจากการดำเนินงานที่ไม่เรียบร้อยแล้ว ยังก่อให้เกิดปัญหาด้านความปลอดภัยทั้งระหว่างและหลังการก่อสร้างด้วย


ด้วยเหตุนี้ นโยบายหนึ่งที่สำคัญของทีมผู้ว่าฯ พรรคประชาชน ก็คือการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในโครงการก่อสร้าง โดยเฉพาะของหน่วยงานภาครัฐในกรุงเทพมหานครฯ ซึ่ง กทม. มีอำนาจหน้าที่ที่จะสามารถออกข้อบัญญัติต่างๆ ให้เกิดการบังคับต่อผู้รับเหมาได้ ไม่ว่าจะเป็นการบังคับติดตั้งและเปิดเผยข้อมูลกล้องวงจรปิด CCTV ในทุกพื้นที่เขตก่อสร้าง, การกั้นเส้นทางเดินเท้าพร้อมไฟส่องทางเดินให้ชัดเจนทุกพื้นที่เขตก่อสร้าง 


ชัยวัฒน์กล่าวต่อไปว่าที่สำคัญคือในกระบวนการคัดเลือกผู้รับเหมาในอนาคต ต้องมีการนำข้อมูลสถิติการเกิดอุบัติเหตุ ความล่าช้า และการกระทำผิด มาใช้ในการคัดเลือก, การเปิดเผย Checklist ความปลอดในใบอนุญาตก่อสร้างให้ตรวจสอบได้ง่าย, การจัดทำระบบรีวิวทั้งจากการประเมินผลจากผู้ร่วมงานและการร้องเรียนปัญหาจากประชาชน


รวมถึงบังคับเปิดเผยข้อมูลสัญญาประกันภัยบุคคลที่ 3 กรณีเกิดความเสียหายต่อประชาชน โดยที่ผู้เสียหายไม่ต้องฟ้องร้องเป็นคดีความ และการบังคับให้ผู้รับเหมาต้องใส่รายการงานชั่วคราว (Temporary Works) และงานป้องกันพื้นที่หน้างาน (Site Protection) ลงไปใน BOQ ให้ชัดเจน หากตรวจพบว่าไม่มีจะถูกระงับการทำงาน ลงโทษผู้รับเหมาและผู้ควบคุมงานของ กทม.ทันที


ชัยวัฒน์กล่าวต่อไปว่าปัญหามาตรฐานในการก่อสร้างคือเรื่องหนึ่งของความยากที่ชาวกรุงเทพมหานครฯ ทุกคนต้องเจออยู่ในทุกวัน ระหว่างก่อสร้างก็มีปัญหาความปลอดภัยและความไม่สะดวก หลังก่อสร้างเสร็จก็มีปัญหางานที่ไม่ได้มาตรฐาน ทั้งหมดส่วนหนึ่งเกิดขึ้นจากโครงสร้างการกำกับงานก่อสร้างในกรุงเทพมหานครฯ ที่ไม่ได้บังคับให้ผู้รับเหมาต้องคำนึงถึงปัญหาที่อาจะก่อให้เกิดขึ้นกับชาวกรุงเทพมหานครฯ ได้


และนี่คือสิ่งที่ กทม. สามารถออกข้อบัญญัติเพื่อบังคับทุกมาตรการข้างต้นที่ตนพูดถึงไปให้เกิดขึ้นได้ ที่ผ่านมาเราปล่อยให้ผู้รับเหมาดำเนินงานได้แบบหละหลวมมานานเกินไปแล้ว จนกลายเป็นปัญหาสะสมในหลายพื้นที่ และนี่คือสิ่งที่ทีมผู้ว่าฯ ประชาชนจะต้องทำในทันทีที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน เพื่อไม่ให้ กทม. ต้องมาแก้ปัญหาแบบลูบหน้าปะจมูกทุกครั้งไป แต่เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาเกิดขึ้นกับชาวกรุงเทพมหานครฯ แบบที่เป็นมาอีก


หลังจากนั้นในช่วงสาย ชัยวัฒน์ได้ร่วมหาเสียงกับ ณัฐนนท์ นาคหล่อ ผู้สมัคร สก.เขตทวีวัฒนา พรรคประชาชน ที่ตลาดธนบุรี เขตทวีวัฒนา ชัยวัฒน์กล่าวว่ายังขาดขนส่งสาธารณะและพื้นที่สาธารณะ เช่น สวนสำหรับออกกำลังกาย นี่เป็นวาระที่เราจะเข้ามาร่วมผลักดัน โดยผู้สมัคร สก. เขตทวีวัฒนาจะผลักดันวาระทำเมืองให้เย็นลง โดยใช้ประโยชน์จากนโยบายเมกะโปรเจกต์คลองกรุงเทพฯ พร้อมปรับปรุงทางเดินและทางจักรยานริมคลอง


ร่วมดูแลและรับฟังปัญหาด้านเศรษฐกิจและการค้าขายจากผู้ค้ารายย่อยในตลาดและประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอย ซึ่งหลายส่วนได้สะท้อนปัญหาออกมาเป็นเสียงเดียวกันว่าสภาวะการค้าขายในปัจจุบันมีความฝืดเคืองและเงียบเหงากว่าที่เคยเป็นมา และอยากให้ชัยวัฒน์หากได้รับเลือกเป็นผู้ว่า กทม. ช่วยดูแลปัญหาเกี่ยวกับการค้าขายและเศรษฐกิจด้วย


ชัยวัฒน์ระบุว่าสิ่งที่ตนได้พบเจอมาในหลายพื้นที่เวลาหาเสียงและพบปะประชาชน โดยเฉพาะในย่านการค้าที่ควรจะมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่คึกคัก ควรมีการกระตุ้นเศรษฐกิจการค้าและชุมชนเพิ่ม คือเสียงบ่นจากบรรดาผู้ค้าว่าช่วงนี้ตลาดเงียบ ไม่คึกคักเหมือนแต่ก่อน ซึ่ง กทม. แม้จะไม่ได้มีอำนาจบริหารเศรษฐกิจโดยตรง แต่ก็สามารถมีนโยบายเพื่อพัฒนาพื้นที่ให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจมากขึ้นและกระตุ้นการท่องเที่ยวในพื้นที่


โดยเฉพาะการพัฒนาให้พื้นที่ต่างๆ ที่มีศักยภาพอยู่แล้วแต่ยังไม่เป็นที่รับรู้ของคนทั่วไปหรือเข้าถึงยาก สามารถตอบโจทย์ทั้งด้านการท่องเที่ยวและกิจกรรมทางเศรษฐกิจในรูปแบบอื่น ซึ่ง กทม. สามารถเข้ามาสนับสนุนได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปรับปรุงหรือจัดให้มีระบบขนส่งสาธารณะเพื่อเพิ่มการเข้าถึง การประชาสัมพันธ์ การเป็นผู้อำนวยการสนับสนุนให้ภาคเอกชนและประชาชนในพื้นที่มาร่วมออกแบบทิศทางในการพัฒนาพื้นที่ร่วมกัน รวมถึงการพัฒนาสร้างแลนด์มาร์กหรือภูมิทัศน์ใหม่ ๆ ได้ 


ชัยวัฒน์กล่าวต่อไปว่า เราได้เสนอนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจการค้าระดับรากหญ้า เช่น นโยบายหวยใบเสร็จ SME เวอร์ชัน กทม. ให้ประชาชนมาซื้อร้านค้ารายย่อย ก็สามารถสะสมยอดทุก 20 บาทได้คะแนน 1 พอยท์ และเอาพอยท์ไปแลกรางวัล ที่ กทม. จะจัดสรรงบประมาณเป็นเงินรางวัลเดือนละประมาณ 10 ล้านบาท สามารถลุ้นรางวัลได้ทั้งคนซื้อและคนขาย เรายังมีนโยบายพัฒนาย่านเศรษฐกิจที่เป็นย่านการค้าของชุมชนด้วย โดยให้เอกชนและประชาชนในชุมชั้นนั้น ๆ ดึงศักยภาพที่เป็นสเน่ห์ของย่านนั้นออกมา โดย กทม. เป็นผู้สนับสนุนเรื่องงบประมาณและสนับสุนนให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่ต่าง ๆ ให้กลับมาคึกคักได้


จากนั้นในช่วงบ่าย ชัยวัฒน์และผู้สมัคร สก. พรรคประชาชน จะเข้าร่วมกิจกรรมกับคณะทำงานด้านความหลากหลายทางเพศของพรรคประชาชน ในการเดินขบวน Bangkok Pride Festival 2026 โดยร่วมรณรงค์การยกระดับความเสมอภาคทางเพศด้วย


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #ผู้ว่าฯกทม #เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม69












ภาพบรรยากาศวางดอกไม้ จุดเทียน รำลึก 2 ปี การจากไปของ "บุ้ง เนติพร" ก่อนปิดท้ายด้วยดนตรี คีตาญชลี อาเล็ก หนวดริมทาง พร้อมคำมั่น เราไม่ลืม 2 ปณิธานสุดท้ายของบุ้ง ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม - ปล่อยผู้ต้องขังการเมือง

 


ภาพบรรยากาศวางดอกไม้ จุดเทียน รำลึก 2 ปี การจากไปของ "บุ้ง เนติพร" ก่อนปิดท้ายด้วยดนตรี คีตาญชลี อาเล็ก หนวดริมทาง พร้อมคำมั่น เราไม่ลืม 2 ปณิธานสุดท้ายของบุ้ง ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม - ปล่อยผู้ต้องขังการเมือง


วันที่ 30 พฤษภาคม 2569 เวลา 14.00 น. มีการจัดงานเสวนา “Her Movement, We Move(ing)” เนื่องในวาระครบรอบ 2 ปีการเสียชีวิตของ “บุ้ง” เนติพร เสน่ห์สังคมกิจ เพื่อร่วมรำลึกถึงชีวิต การต่อสู้ และยืนหยัดสานต่อเจตนารมณ์สุดท้ายของเธอ โดยกิจกรรมจัดขึ้น ณ ห้อง 102 คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์


โดยภายหลังจากวงเสวนา และการปาฐกถา “รำลึกถึง..บุ้ง ทะลุวัง กระบวนการยุติธรรมภายใต้ระบบอำนาจนิยม ความเคลื่อนไหวที่ยังไม่มีป้ายหยุดเดินทาง” โดย ทิชา ณ นคร แล้วเสร็จ ทั้งหมดได้ย้ายออกมาด้านนอก หน้าห้อง 


เวลาประมาณ 17.00 น. ร่วมวางดอกไม้ พร้อมรับฟังดนตรีจาก ”น้ำ“ คีตาญชลี จากนั้นร่วมกันจุดเทียนรำลึก พร้อมกับอ่านจดหมายจากคนในเรือนจำ โดย อันนา อันนานนท์ ปิดท้ายด้วยดนตรีจาก อาเล็ก โชคร่มพฤกษ์ และหนวด ริมทาง


โดยบรรยากาศภายในงานยังมีบูธจากเครือข่ายภาคประชาสังคม อาทิ Amnesty Thailand, Thumb Rights และพิพิธภัณฑ์สามัญชน ให้ร่วมกิจกรรมและพูดคุยแลกเปลี่ยนตลอดทั้งงาน


ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ชวนจับตา 15 ก.ค. 69 ศาลจังหวัดธัญบุรีนัดฟังคำสั่งแสดงรายละเอียดสาเหตุการเสียชีวิตของบุ้ง เนติพร โดยศาลจะมีคำสั่งแสดงว่า “ผู้ตายคือใคร ตายที่ไหน เมื่อใด เหตุและพฤติการณ์ที่ตาย ถ้าตายโดยคนทำร้าย ให้กล่าวว่าใครเป็นผู้กระทำร้ายเท่าที่จะทราบได้”


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #บุ้งเนติพร
























รำลึก “บุ้ง“ เนติพร เสียชีวิตครบ 2 ปี วงเสวนาทบทวนสิทธิผู้ต้องขังการเมือง และบทบาทผู้หญิงในขบวนการเคลื่อนไหว ชวนจับตา 15 ก.ค. 69 ศาลจังหวัดธัญบุรีนัดฟังคำสั่งแสดงรายละเอียดสาเหตุการเสียชีวิตของบุ้ง เนติพร

 


รำลึก “บุ้ง“ เนติพร เสียชีวิตครบ 2 ปี วงเสวนาทบทวนสิทธิผู้ต้องขังการเมือง และบทบาทผู้หญิงในขบวนการเคลื่อนไหว ชวนจับตา 15 ก.ค. 69 ศาลจังหวัดธัญบุรีนัดฟังคำสั่งแสดงรายละเอียดสาเหตุการเสียชีวิตของบุ้ง เนติพร


วันที่ 30 พฤษภาคม 2569 เวลา 14.00 น. มีการจัดงานเสวนา “Her Movement, We Move(ing)” เนื่องในวาระครบรอบ 2 ปีการเสียชีวิตของ “บุ้ง” เนติพร เสน่ห์สังคมกิจ เพื่อร่วมรำลึกถึงชีวิต การต่อสู้ และยืนหยัดสานต่อเจตนารมณ์สุดท้ายของเธอ โดยกิจกรรมจัดขึ้น ณ ห้อง 102 คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์


กิจกรรมในวันนี้เริ่มต้นขึ้นในเวลา 14.00 น. ด้วยการรับชมวิดีโอสั้นรำลึกการต่อสู้ของบุ้ง โดยวันนี้มีผู้เดินทางมาร่วมงาน อาทิ ธงชัย วินิจจะกูล, กฤษฎางค์ นุตจรัส, กุณฑิกา นุตจรัส, พูนสุข พูนสุขเจริญ


ในเวลา 14.15 น. เริ่มวงเสวนาวงแรกในหัวข้อ “การรักษาสุขภาพของผู้ต้องขังทางการเมือง” จากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ร่วมพูดคุยโดย ปฐมพร แก้วหนู, สิรภพ พุ่มพึ่งพุทธ และคุ้มเกล้า ส่งสมบูรณ์ ดำเนินรายการโดย จุฑารัตน์ กุลตัณกิจจา ซึ่งเป็นการพูดคุยในประเด็นการรักษาพยาบาลผู้ต้องขังทางการเมืองที่ถูกคุมขังในเรือนจำ รวมไปถึงกรณีของบุ้งที่ถูกคุมขัง และอัปเดตคดีไต่สวนการตายของเนติพร ซึ่งศาลจังหวัดธัญบุรีมีนัดฟังคำสั่งในวันที่ 15 ก.ค. 2569 นี้


วงเสวนาที่สองเริ่มต้นขึ้นในเวลาประมาณ 15.00 น. ในหัวข้อ “Her Movement, We Move(ing)” โดย “แจม“ ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์, ”นุ่น“ ธารารัตน์ ปัญญา, “มายด์” ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล ดำเนินรายการโดย ”ใบปอ“ ณัฐนิช ดวงมุสิทธิ์ ชวนพูดคุยในประเด็นผู้หญิงที่เผชิญอคติทางเพศจากการออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง ทั้งในโลกออนไลน์และชีวิตจริง รวมถึงสัดส่วนของผู้หญิงในเวทีทางการเมือง


จากนั้นมีการปาฐกถา “รำลึกถึง..บุ้ง ทะลุวัง กระบวนการยุติธรรมภายใต้ระบบอำนาจนิยม ความเคลื่อนไหวที่ยังไม่มีป้ายหยุดเดินทาง” โดย ทิชา ณ นคร


เวลาประมาณ 17.00 น. ร่วมวางดอกไม้ พร้อมรับฟังดนตรีจาก ”น้ำ“ คีตาญชลี จากนั้นร่วมกันจุดเทียนรำลึก พร้อมกับอ่านจดหมายจากคนในเรือนจำ โดย อันนา อันนานนท์ ปิดท้ายด้วยดนตรีจาก อาเล็ก โชคร่มพฤกษ์ และหนวด ริมทาง


ขณะเดียวกันที่งานยังมีบูธจากเครือข่ายภาคประชาสังคม อาทิ Amnesty Thailand, Thumb Rights และพิพิธภัณฑ์สามัญชน ให้ร่วมกิจกรรมและพูดคุยแลกเปลี่ยนตลอดทั้งงาน


”บุ้ง“ เนติพร ในฐานะนักกิจกรรมและผู้ต้องขังคดีการเมือง ต้องเผชิญทั้งการคุกคามสิทธิเสรีภาพจากรัฐ และอคติต่อวิธีการต่อสู้ที่เธอเลือกใช้ ขณะเดียวกันยังมีผู้หญิงและผู้คนอีกจำนวนมากที่เผชิญอคติทางเพศจากการออกมาเคลื่อนไหว และยังมีผู้ถูกพรากสิทธิขั้นพื้นฐานภายในเรือนจำ งานเสวนาเนื่องในวาระครบรอบ 2 ปีการเสียชีวิตของ “บุ้ง” เนติพร จึงเป็นอีกพื้นที่หนึ่งในการสำรวจสิทธิผู้หญิงในฐานะนักเคลื่อนไหว ผ่านชีวิตและการต่อสู้ของเธอ


ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ชวนจับตา วันที่ 5 กรกฎาคม 2569 ศาลจังหวัดธัญบุรีนัดฟังคำสั่งไต่สวนการตาย “บุ้ง” เนติพร นักกิจกรรมทางการเมืองกลุ่มทะลุวัง กรณีเสียชีวิตระหว่างอยู่ในความควบคุมของกรมราชทัณฑ์ โดยศาลไต่สวนเสร็จสิ้นแล้ว โดยศาลจะมีคำสั่งแสดงว่า “ผู้ตายคือใคร ตายที่ไหน เมื่อใด เหตุและพฤติการณ์ที่ตาย ถ้าตายโดยคนทำร้าย ให้กล่าวว่าใครเป็นผู้กระทำร้ายเท่าที่จะทราบได้”


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #บุ้งเนติพร