‘ณัฐพงษ์’ ปลุกชาวฝั่งธน เลือกผู้นำเพื่อการเปลี่ยนแปลง 28 มิ.ย. กา ‘ชัยวัฒน์ - ส.ก.ประชาชน’ ยกทีม ด้าน ‘ชัยวัฒน์’ ขอโอกาสพิสูจน์สร้างเมืองที่ดูแลคน กทม. - แก้ปัญหาให้จบ
วันที่ 19 มิถุนายน 2569 ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ปราศรัยบนเวทีปราศรัยฝั่งธน ที่ตลาดดอกไม้ปากคลองตลาดใหม่ ถนนพรานนก–พุทธมณฑลสายสี่ เพื่อช่วยหาเสียงให้กับ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่า กทม. เบอร์ 1 พรรคประชาชน
ณัฐพงษ์กล่าวว่า วันนี้เป็นโอกาสดีที่จะมาประกาศดังๆ ว่าพรรคประชาชนจะมาสร้างการเปลี่ยนแปลงด้วยกันอีกครั้ง ฝั่งธนเป็นบ้านที่อบอุ่นของชาวสีส้ม การเลือกตั้งในปี2562 ได้ สส. มา 6 คนจาก 9 เขต การเลือกตั้งในปี 2566 กับปี 2569 ได้ครบทุกเขตในฝั่งธน และการเลือกตั้ง ส.ก. เราเคยได้ 3 จาก 15 เขต ครั้งนี้ตนหวังว่าจะได้ ส.ก. ในทุกเขต
จากที่ชัยวัฒน์กล่าวว่าตนจะเป็นพ่อเมืองดูแลให้กับพ่อแม่พี่น้อง ตนขอเพิ่มเติมว่า ชัยวัฒน์เป็นพ่อเมืองที่แตกต่าง วันนี้ปัญหาของชาวกรุงเทพฯ มีมากมาย แค่น้ำระบายได้ ถนนเรียบ ทางเท้าไม่เป็นหลุมเป็นบ่อ เท่านี้ไม่พอ เพราะปัญหาพวกนี้ใครเป็นพ่อเมืองก็ต้องทำทุกคน ทุกวันนี้ที่เราใช้ชีวิตยากเพราะอะไร ทั้งค่าเช่าที่แพง ค่าเทอมลูกแพง ทำร้านอาหารเจอวิกฤตพลังงาน ต้นทุนแพง ขณะที่ฮ่องกง สิงคโปร์ มีค่าที่ดินมากกว่ากรุงเทพฯ เป็นเกาะเล็ก ๆ แต่ต้นทุนค่าดำรงชีวิตต่อวันเมื่อเทียบกับรายได้ สัดส่วนของประเทศเหล่านี้น้อยกว่ากรุงเทพฯ คนกรุงเทพฯ มีรายได้โดยเฉลี่ย แบบไม่ใช้อะไรเลย แล้วนำรายได้มาผ่อนบ้านอย่างเดียว จะต้องใช้เวลากว่า 32 ปี
ณัฐพงษ์กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา คนที่ทำอย่างถูกต้อง คนที่อยากขายของ ก็ประสบปัญหาต่าง ๆ แม้แต่ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ก็ยอมรับว่าส่วยเทศกิจนั้นมีอยู่ คนที่ทำอย่างถูกต้องก็ต้องอดทนต่อการใช้ชีวิตแบบนี้ ในขณะที่หันซ้ายหันขวาก็เจอแต่คนต่างชาติเป็นคนขายของ ซึ่งเป็นเรื่องผิดกฎหมายนอกจากส่วยเทศกิจ ผู้ประกอบการก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน การออกใบอนุญาตต่าง ๆ บางทีก็ออกช้า หากมีการจ่ายส่วย บางทีใบอนุญาตก็สามารถออกได้เร็วขึ้น ซึ่งเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงในกรุงเทพมหานคร
หากลำพังแค่ผู้ว่าฯ อย่างเดียว ไม่มีตัวแทนของประชาชนเข้าไปดูแลระบบราชการ ไปดูแลการทำงานของเทศกิจ ไปดูแลการทำงานของเจ้าหน้าที่เขต ไปตรวจสอบทุกอย่างให้โปร่งใส ตนเชื่อว่าเป็นสิ่งที่แก้ยาก วันนี้คนกรุงเทพฯ ไม่ได้ต้องการแค่พ่อเมืองมาแก้ปัญหาหน้าบ้านที่เป็นเรื่องพื้นฐาน แต่ต้องการพ่อเมืองที่แตกต่าง ต้องการพ่อเมืองที่เป็นผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง หากถามว่าผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติมีอะไรบ้าง ประการแรก ต้องมีเจตจำนงทางการเมืองที่เข้ามาทำงานเพื่อพ่อแม่พี่น้องประชาชน ประการที่สอง ทีมบริหารต้องมีประสบการณ์ ไม่ได้มองกรุงเทพมหานครเป็นสนามทดลอง สามารถเข้าไปทำงานได้ทันทีตั้งแต่วันแรก ประการที่สาม พ่อเมืองที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงต้องมี ส.ก. ในมือ เพื่อทำให้งบประมาณโปร่งใส และเจ้าหน้าที่เขตทำงานเพื่อประชาชน และหากมี สส. ในสภากว่า 119 คน สามารถเปลี่ยนประเทศนี้ได้แน่นอน
หาก ส.ก. ของพรรคประชาชนเข้าไปทำงานอยู่ในสภากรุงเทพมหานคร ก็จะทำงานเหมือนที่เราเห็น สส. ในสภาใหญ่แน่นอน ต้นทุนทุกอย่างที่ตนได้กล่าวมานั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการทำมาค้าขาย ก็มีต้นทุนทางสังคมที่ต้องจ่ายให้กับระบบราชการ เงินภาษีกว่าแสนล้านที่คนกรุงเทพฯ จ่ายให้กับกรุงเทพมหานคร หากตกถึงมือของพวกเรา ก็จะไม่มีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเครื่องออกกำลังกายหรือเรื่องอื่น ๆ ที่ซื้อแพงเกินจริง
ตนขอย้ำอีกครั้งว่า การพูดในเวทีวันนี้ไม่ได้มาโจมตี แต่มาพูดบนข้อเท็จจริง เพราะเป็นสิ่งที่สมควรที่คนกรุงเทพฯ จะมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่านี้ ซึ่งคือหัวใจสำคัญของการเลือกตั้งในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ ที่กาเพื่อเปลี่ยน ตนไม่อยากให้พี่น้องชาวกรุงเทพฯ ลังเลในการเลือก ไม่ใช่เลือกแค่คนที่รู้สึกว่าทำงานดี เพราะการเลือกตั้งในอีก 9 วันข้างหน้ามีความหมายมากกว่านั้น
สำหรับตน หากกรุงเทพมหานครจะดีขึ้น ต้องอย่าลืมว่าพี่น้องชาวกรุงเทพฯ เคยกาเพื่อการเปลี่ยนแปลงมาแล้ว ในการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่กา สส. จากพรรคประชาชนครบทั้ง 33 เขต เพราะระหว่างที่สร้างการเปลี่ยนแปลง ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ปัญหาข้าราชการไม่โปร่งใส ปัญหาสินบนใต้โต๊ะ คุณภาพชีวิตที่ไม่ดีพอ การศึกษาที่ไม่ดี ระดับประเทศเจอปัญหาเหล่านี้ ระดับ กทม. ก็พบปัญหาดังกล่าวเช่นเดียวกัน
ถ้าการเลือกตั้งใหญ่ข้างหน้าเราอยากให้ประเทศเปลี่ยน คำถามที่ตนอยากจะส่งไปถึงคนกรุงเทพฯ คือ ทำไมเราถึงไม่เริ่มเปลี่ยนตั้งแต่สนามเลือกตั้งนี้ ถ้าเราเปลี่ยนได้ที่สนามนี้ การเลือกตั้งใหญ่ครั้งหน้าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอย่างแน่นอน
ณัฐพงษ์กล่าวทิ้งท้ายว่า วันที่ 28 มิถุนายนนี้ ตนอยากให้พี่น้องประชาชนคนกรุงเทพฯ ทุกคน ใช้อำนาจในปลายปากกาของทุกคน ให้ตัดสินใจดี ๆ ว่าการกาครั้งนี้เป็นไปเพื่ออะไร เพื่ออนาคตของเรา เราต้องการพ่อเมืองอย่างเดียวอาจจะไม่พอ แต่เราต้องกาเพื่อเปลี่ยน กาพ่อเมืองที่เป็นผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง
ตนขอให้กาให้กับชัยวัฒน์ กาให้กับ ส.ก. ของพรรคประชาชน ที่มีเจตจำนงทางการเมืองชัดเจน ที่พร้อมเข้ามาบริหารงานด้านโยธาธิการ สาธารณสุข การศึกษา คุณภาพชีวิต และการปฏิรูประบบราชการ ในสภาใหญ่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงในระดับประเทศได้แบบที่ผ่านมา ครั้งนี้ในสนามกรุงเทพมหานคร ขอคะแนนให้กับ ส.ก. ของพรรคประชาชน
ด้านชัยวัฒน์ กล่าวว่า ที่ผ่านมามีการเลือกตั้งผู้ว่า กทม. มาแล้ว 51 ปี ปัญหาในกรุงเทพฯ เช่น น้ำท่วม รถติด ขยะล้นเมือง หาหมอต้องรอนาน ก็ยังเหมือนเดิม ที่ปัญหาเหล่านี้วนอยู่ที่เดิมเพราะที่ผ่านมาเรามีผู้ว่าที่เป็น ‘พ่อบ้าน’ แก้ปัญหาน้ำท่วมด้วยการลอกท่อแล้วจบ ไม่ติดตามปัญหา แต่หลังจากนี้เราต้องมีผู้ว่าที่เป็น ‘พ่อเมือง’ เข้ามาดูแลคนกรุงเทพฯ ให้ปัญหานั้นจบ
เช่นปัญหาน้ำท่วม ลอกท่อแล้วแต่ทำไมน้ำท่วมซ้ำซาก เพราะลอกท่อแค่ครึ่งเดียว ถ้าตนเป็นผู้ว่า ระยะสั้นเราต้องลอกท่อร้อยเปอร์เซ็นต์ทุกปี ระยะยาวต้องแยกท่อน้ำฝนกับน้ำเสียออกจากกัน ไม่ใช่เอามาเทรวมกัน หรือเรื่องสิทธิ์บัตรทอง มีแต่คนกรุงเทพฯ ที่ต้องไปรอใบส่งตัวเป็นวันๆ เสียเวลา เสียรายได้ นี่คือตัวอย่างของความยากที่คนกรุงเทพฯ เผชิญอยู่ ถ้าตนเป็นผู้ว่า จะไม่มีคำว่า กทม. ไม่มีอำนาจ หรือบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของหน่วยงานอื่น ตนจะเป็นเจ้าภาพดำเนินการเรื่องนี้กับ สปสช. ให้ กทม. บริหารงบประมาณเหล่านี้เพื่อดูแลคนกรุงเทพฯ แก้ปัญหาใบส่งตัวให้จบ
ชัยวัฒน์กล่าวว่า 51 ปีที่ผ่านมาเรามีแต่พ่อบ้าน หลังจากนี้เราต้องการพ่อเมือง ตนจะใช้อำนาจของผู้ว่าอย่างเต็มที่เพื่อแก้ปัญหาของคนกรุงเทพฯ ให้จบ อะไรที่เกินอำนาจ เราจะไม่หยุดเพียงเพราะไม่ใช่อำนาจของผู้ว่าหรือของ กทม. แต่เราจะต้องเป็นเดือดเป็นร้อนแทนคนกรุงเทพฯ ต้องเข้ามาเป็นเจ้าภาพประสานกับหน่วยงานต่างๆ ผลักดันจนปัญหาได้รับการแก้ไขคลี่คลาย
ตนสัญญาว่าจะพิสูจน์ให้คนกรุงเทพฯ ทุกคนได้เห็นว่าผู้ว่าที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน จะต้องแก้ไขปัญหาของประชาชนให้สำเร็จ ไม่ใช่แค่อยู่ให้ครบเทอม จะเปลี่ยนกรุงเทพมหานครให้เป็นเมืองที่ดูแลคนกรุงเทพฯ ทุกคน ให้คนกรุงเทพฯ สามารถดูแลครอบครัวได้ดีขึ้น
28 มิถุนายนนี้กาชัยวัฒน์เบอร์ 10 และผู้สมัคร ส.ก. จากพรรคประชาชน
#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #เลือกตั้งสก69 #ผู้ว่าประชาชน