วันเสาร์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569

“พริษฐ์” เดินตลาดเลียบด่วน ชู 3 นโยบายเพื่อคน กทม. ผลักดันกฎหมายอากาศสะอาด-หวยใบเสร็จ-เพิ่มอำนาจ กทม. แก้ปัญหาประชาชน

 


“พริษฐ์” เดินตลาดเลียบด่วน ชู 3 นโยบายเพื่อคน กทม. ผลักดันกฎหมายอากาศสะอาด-หวยใบเสร็จ-เพิ่มอำนาจ กทม. แก้ปัญหาประชาชน


วันที่ 16 มกราคม 2569 พริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน เข้าพื้นที่ช่วยหาเสียงให้กับ ภูริวรรธก์ ใจสำราญ ผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพฯ เขต 12 เบอร์ 15 พรรคประชาชน ที่ตลาดนัดเลียบด่วนรามอินทรา โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนเข้ามาพูดคุยสอบถามนโยบายของพรรคประชาชน


พริษฐ์กล่าวว่า ตลาดนัดเลียบด่วนรามอินทรามีประชาชนจากหลากหลายเขตของกรุงเทพฯ จึงขอสื่อสารนโยบายของพรรคเกี่ยวกับภาพรวมของกรุงเทพมหานครใน 3 ประเด็นหลัก�.�ประเด็นแรก การแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่พรรคประชาชนตั้งใจทวงคืนสิทธิในการมีอากาศสะอาดให้กับคนไทยทุกคนทั่วประเทศ ผ่านการแก้ปัญหาที่ต้นตอ ทั้งในด้านการขนส่ง โดยการเพิ่มอำนาจให้ท้องถิ่นรวมถึงกรุงเทพมหานครในการตรวจจับควันดำและการลงโทษผู้ที่กระทำผิด


ในภาคอุตสาหกรรม พรรคประชาชนจะผลักดันกฎหมาย PRTR เพื่อให้โรงงานเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสารพิษมากขึ้น และในภาคเกษตรกรรม พรรคมีแนวทางจูงใจให้เกษตรกรลดการเผาเศษวัสดุ พร้อมเพิ่มงบประมาณสนับสนุนอุปกรณ์และสวัสดิการให้ทีมดับไฟป่า ซึ่งนโยบายเหล่านี้จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น หากกฎหมายอากาศสะอาดถูกนำมาบังคับใช้ ซึ่งขณะนี้ร่างกฎหมายค้างอยู่ในสภา หากได้เป็นรัฐบาล พรรคประชาชนจะผลักดันเรื่องนี้ต่อโดยเร็ว


ประเด็นต่อมา คือการลดค่าครองชีพ เช่น ค่าโดยสารร่วมตลอดทาง 8–45 บาท ครอบคลุมรถเมล์และรถไฟฟ้า รวมถึงค่าไฟฟ้าที่จะลดลง 25–75 สตางค์ต่อหน่วย โดยไม่ใช้ภาษีของประชาชน แต่จะเจรจากับโรงไฟฟ้าเอกชนเพื่อแก้ไขสัญญา และเพิ่มการแข่งขันในธุรกิจไฟฟ้า


ประเด็นสุดท้าย คือ การผลักดันการแก้ไข พ.ร.บ.กรุงเทพมหานคร เพื่อเพิ่มอำนาจและงบประมาณให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่มาจากการเลือกตั้ง สามารถแก้ไขปัญหาให้กับคนกรุงเทพฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น


ส่วนนโยบายช่วยเหลือผู้ประกอบธุรกิจ พริษฐ์กล่าวว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการไทยรายย่อยขายสินค้าได้ยาก เนื่องจากสินค้าผิดกฎหมายจากต่างประเทศทะลักเข้ามาตัดราคาสินค้า ซึ่งนโยบาย 100 วันแรกของพรรคประชาชน จะดำเนินการกวาดล้างสินค้าเถื่อนและนอมินีที่เกี่ยวข้อง ผ่านการเชื่อมโยงข้อมูลทั้งระบบ นำเทคโนโลยีมาช่วยตรวจสอบเชิงรุก เปิดข้อมูลให้ประชาชนตรวจสอบ และสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนแจ้งเบาะแส พร้อมกำกับให้แพลตฟอร์ม e-commerce ร่วมรับผิดชอบ หากมีการจำหน่ายสินค้าเถื่อนในแพลตฟอร์ม


นอกจากนี้ ยังมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น “หวยใบเสร็จ” เพื่อเพิ่มแต้มต่อให้ธุรกิจรายย่อย ผู้ประกอบการได้สิทธิประโยชน์ทางภาษี ลดภาระธุรการด้วยการจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มแบบเหมาจ่ายที่อัตรา 2.1%


ด้าน ภูริวรรธก์ กล่าวว่า กทม. เขตเลือกตั้งที่ 12 ครอบคลุมตั้งแต่เขตลาดพร้าว เขตบางเขน เขตสายไหม แต่ละพื้นที่มีปัญหาเฉพาะด้าน เช่น ตลาดนัดเลียบด่วนนี้ ในเรื่องเศรษฐกิจ พ่อค้าแม่ค้าหลายคนบอกว่ายอดขายลดลงอย่างมาก พรรคประชาชนมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย รวมถึงนโยบายสวัสดิการ เช่นช่วยอุดหนุนค่าเช่าที่อยู่อาศัยไม่เกิน 1,000 บาทต่อเดือน เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชน 


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #เลือกตั้ง2569 #รัฐบาลประชาชน












วันศุกร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569

“ธนาธร” เยือนโคราช ขึ้นเวทีช่วย “อธิรัฐ” หาเสียง ชี้ทั้งที่อยู่ขั้วอำนาจเดิมสบายกว่า แต่เลือกที่จะมาลำบากกับพรรคประชาชน เพราะทนการเมืองเก่าไม่ไหว-อยากเปลี่ยนประเทศให้ดีกว่านี้ ย้ำไม่อยากทนสภาพบ้านเมืองแบบนี้ต้องเลือกพรรคประชาชนทั้งสองใบ ร่วมเปลี่ยนประเทศด้วยกัน

 


“ธนาธร” เยือนโคราช ขึ้นเวทีช่วย “อธิรัฐ” หาเสียง ชี้ทั้งที่อยู่ขั้วอำนาจเดิมสบายกว่า แต่เลือกที่จะมาลำบากกับพรรคประชาชน เพราะทนการเมืองเก่าไม่ไหว-อยากเปลี่ยนประเทศให้ดีกว่านี้ ย้ำไม่อยากทนสภาพบ้านเมืองแบบนี้ต้องเลือกพรรคประชาชนทั้งสองใบ ร่วมเปลี่ยนประเทศด้วยกัน


วันที่ 16 มกราคม 2569 ที่ อ.โนนแดง และ อ.ประทาย จ.นครราชสีมา ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ร่วมกิจกรรมหาเสียงกับ อธิรัฐ รัตนเศรษฐ ผู้สมัคร สส.นครราขสีมา เขต 7 พรรคประชาขน เบอร์ 6 โดยมีการเปิดเวทีปราศรัยที่โรงเรียนภู่วิทยา อ.โนนแดง และ หอประชุมเทศบาลประทาย อ.ประทาย โดยเวทีทั้งสองจุดได้รับความสนใจจากประชาชน เข้าร่วมรับฟังการปราศรัยเป็นจำนวนมาก


โดยช่วงหนึ่งของการปราศรัย ธนาธรได้ถามขึ้นมาว่าทุกคนพอใจกับสภาพเศรษฐกิจ สังคม การเมืองของประเทศไทยในปัจจุบันหรือไม่ วันนี้ประเทศไทยช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนห่างกันขึ้นทุกวัน ความเหลื่อมล้ำของประเทศไทยสูงเป็นอันดับ 1 ใน 5 ของโลก การศึกษาที่ควรเป็นเครื่องมือในการลดความเหลื่อมล้ำ ทำให้ลูกหลานลืมตาอ้าปากได้ในอนาคต วันนี้ล้มเหลวเข้าขั้นวิกฤต ทุกตัวชี้วัดทางด้านการศึกษาบ่งบอกเหมือนกันหมดว่าประเทศไทยไม่ทันเพื่อนบ้านในอาเซียน ลูกหลานจบออกมาหางานทำดีๆ ก็ยาก ด้านสาธารณสุขของประเทศไทยคนรวยไปหาหมอด้วยเงิน คนชั้นกลางหาหมอด้วยเส้นสาย คนจนหาหมอด้วยเวลา บุคลากรทางการแพทย์ปัจจุบันงานล้นมือ ระบบสาธารณสุขของไทยวันนี้ตึงเครียดใกล้จะพัง ทั้งยังมีปัญหากระบวนการยุติธรรม ตั้งแต่ตำรวจ อัยการ ศาล ราชทัณฑ์ รวมถึงองค์กรอิสระต่างๆ ต่างล้มเหลวหมด


ในด้านการเมือง ถ้าไม่รวม ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่อยู่ 8 ปีมีนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้ง 9 คนในรอบ 12 ปี อยู่ในตำแหน่งเฉลี่ยคนละปีกว่า 20 ปีที่ผ่านมามีรัฐธรรมนูญไปแล้ว 4 ฉบับ โมฆะการเลือกตั้ง 2 ครั้ง ชุมนุมใหญ่ 4 ระลอก ประเทศติดหล่มอยู่อย่างนี้ 20 ปีที่ผ่านมาเป็นการเสียโอกาสในการพัฒนาประเทศ ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องเปลี่ยนแปลง ถ้าไม่เปลี่ยนรอบนี้ไม่รู้จะเปลี่ยนรอบไหนแล้ว


ธนาธรกล่าวต่อไปว่าตัวอย่างที่ดีที่สุดคืออธิรัฐ หลายคนรู้ว่าเคยดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีช่วยมาก่อน แต่ย้ายมาอยู่กับพรรคประชาชน ทั้งที่อยู่พรรคอื่นสะดวกสบายกว่าเยอะ มีคนคอยอำนวยความสะดวกดูแล มาอยู่พรรคนี้ต้องเริ่มต้นกระบวนการสอบสัมภาษณ์ ผ่านกระบวนการเยอะแยะกว่าจะได้เป็นผู้สมัคร อธิรัฐทิ้งความสะดวกสบายแล้วมายากลำบากกับพรรคประชาชนเพราะเหตุผลง่ายๆ คืออยากเห็นการเปลี่ยนแปลง ไม่เชื่อว่าการเมืองแบบเดิมจะพาประเทศไทยไปข้างหน้าได้


ในการเมืองแบบเดิมผู้สมัคร สส. รวบรวมเครือข่ายอิทธิพลในพื้นที่ จ่ายเงินเลี้ยงดู เมื่อจะลงสมัคร สส. ก็ใช้เงินซื้อเสียงเข้าไป เอาเครือข่าย สส. ตัวเองไปสร้างมุ้งสร้างบ้าน ต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรี เมื่อได้รัฐมนตรีแล้วก็ทุจริต ที่ผ่านมารัฐมนตรีของประเทศไทยจึงไม่ได้มีคนที่เหมาะสมกับความรู้ความสามารถและตำแหน่ง ประเทศก็ไม่เจริญก้าวหน้ามีแต่การทุจริตเต็มบ้านเต็มเมือง อธิรัฐเบื่อทนไม่ไหวก็เลยออกมาร่วมสร้างการเมืองใหม่กับพรรคประชาชนด้วยกัน 


ธนาธรกล่าวต่อไปว่านี่คือเหตุผลว่าทำไมพรรคประชาชนจึงเปิดตัวทีมบริหารประเทศให้ประชาชนได้เห็น เป็นบุคลากรที่คัดสรรมาแล้วว่าตรงกับงาน มีความรู้ความสามารถตรงกับสายงานนั้นๆ และที่สำคัญมีความกล้าหาญที่จะปฏิรูปเรื่องยากๆ แต่จำเป็นในประเทศไทย ถ้าทุกคนพอใจกับคุณภาพชีวิตแบบปัจจุบัน กับน้ำประปาที่ขุ่น น้ำไหลไม่ตลอด หนี้ ธกส. ที่ทำนาทั้งชีวิตก็ใช้ไม่หมดส่งต่อถึงรุ่นลูกหลาน เจ้าหน้าที่รัฐก็คอยเอาเปรียบ รัฐก็ไม่มาดูแล ถ้าทุกคนเชื่อเหมือนกับพรรคประชาชนว่าประเทศไทยดีกว่านี้ได้ และเป็นหน้าที่ของคนรุ่นเราที่จะต้องส่งต่อสังคมที่ดีกว่านี้ให้กับคนรุ่นต่อไป ถ้าไม่พอใจกับคุณภาพชีวิตแบบนี้ ตนขอเชิญชวนให้ทุกคนกลับมามีความหวังกับการเมืองอีกครั้ง


หลายคนหมดหวังไปแล้ว ไม่เชื่อว่าบัตรเลือกตั้งจะทำให้มีคุณภาพที่ดีได้ ก็เลยเลือกพรรคเดิมๆ คิดว่าในเมื่อเลือกไปแล้วชีวิตก็ไม่ดีขึ้น รับเงินวันนี้ดีกว่า แต่ตนขอว่าอย่าเพิ่งหมดหวังและหมดกำลังใจ เลือกตั้งปี 2566 มี สว. ขัดขวาง แต่เลือกตั้งรอบนี้ไม่มี สว. ร่วมโหวตนายกรัฐมนตรีแล้ว ขอทั้งสองใบเลือกพรรคประชาชนให้ขาด ส่งพรรคประชาชนเป็นรัฐบาล ส่งหัวหน้าพรรค ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่มีใครมาขัดขวางแล้วรอบนี้ 8 กุมภาพันธ์ เชิญชวนทุกคนไปเลือกตั้งอย่างมีความหวัง พรรคประชาชนจะตั้งใจทำให้ดีที่สุดให้สมกับที่ทุกคนไว้วางใจมา ร่วมกันสร้างประเทศไทยที่ดีกว่านี้ส่งต่อให้กับลูกหลานของเราด้วยกัน


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #เลือกตั้ง2569 #รัฐบาลประชาชน





“อ.เชน” ปล่อยพลัง! นำทัพเพื่อไทยปราศรัยใหญ่สมุทรปราการ ชู “30 บาท AI” ปราบคอร์รัปชัน-ทุนเทา ด้าน “ณัฐวุฒิ” มั่นใจกวาดเรียบยกจังหวัด 8 เขต

 


“อ.เชน” ปล่อยพลัง! นำทัพเพื่อไทยปราศรัยใหญ่สมุทรปราการ ชู “30 บาท AI” ปราบคอร์รัปชัน-ทุนเทา ด้าน “ณัฐวุฒิ” มั่นใจกวาดเรียบยกจังหวัด 8 เขต


วันที่ 16 มกราคม 2569 เวลา 18.00 น. ณ ตลาดสดบางปูใหม่ จังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทยเปิดเวทีปราศรัยใหญ่เพื่อช่วยผู้สมัคร สส. ทั้ง 8 เขตหาเสียง โดยมี ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ขึ้นปราศรัยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและทรงพลัง ท่ามกลางมวลชนที่มารอรับฟังอย่างเนืองแน่น 


โดย ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่ารู้สึกชุ่มชื่นหัวใจอย่างยิ่งที่เห็นพี่น้องชาวสมุทรปราการมารวมตัวกัน และยืนยันว่าวันนี้เพื่อไทยไม่ได้มาคนเดียว แต่เป็นการกลับมารวมตัวกันของคนสมัยพรรคไทยรักไทยอย่างครบถ้วน สยบกระแสข่าวลือเรื่องเพื่อไทยเลือดไหล พร้อมประกาศเป้าหมายขอคะแนนเสียงจากชาวปากน้ำให้เลือกพรรคเพื่อไทยแบบยกจังหวัดทั้ง 8 เขต เพื่อทำให้สมุทรปราการกลายเป็นพื้นที่สีแดงทั้งแผ่นดินอีกครั้ง โดยย้ำว่าอุดมการณ์ของพรรคยังคงเดิมคือ “พรรคเพื่อไทยหัวใจเพื่อประชาชน”


ศ.ดร.ยศชนัน ระบุต่อไปว่า การเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ เป็นมากกว่าการเลือกตั้งทั่วไป แต่คือวันแห่งความหวังของชาวสมุทรปราการทุกคน ซึ่งตนเองพร้อมแล้วที่จะเป็นผู้เปลี่ยนความหวังให้กลายเป็นความจริง หากประชาชนให้โอกาส สิ่งสำคัญที่เป็นความหวังแรกคือการแก้ไขปัญหาหนี้สินอย่างเป็นระบบ เนื่องจากปัจจุบันหนี้สาธารณะและหนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูงมากจากสถานการณ์โควิด-19 และวิกฤตเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทยจึงมีนโยบายแก้หนี้ทั้งระบบเพื่อให้ทุกคนมีกำลังในการชำระหนี้และลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง พร้อมย้ำนโยบาย “ไทยไร้จน” ที่มุ่งเน้นการหารายได้เข้าประเทศให้มากที่สุด เพื่อนำงบประมาณส่วนหนึ่งมาดูแลกลุ่มเปราะบางและผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่าวันละ 100 บาท รวมถึงผู้ป่วยติดเตียง โดยไม่สนใจเสียงวิจารณ์ว่าเป็นนโยบายประชานิยม เพราะหลักการของเพื่อไทยคือการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และขยายโอกาส เช่น นโยบายลดค่าไฟฟ้าให้เหลือ 3.70 บาทต่อหน่วย


นอกจากนี้ ศ.ดร.ยศชนัน ยังได้เน้นย้ำถึงนโยบายล้ำสมัยอย่าง “30 บาท AI” ซึ่งจะทำให้ประชาชนเจ็บป่วยที่ไหนก็รักษาได้ด้วยระบบฐานข้อมูลอัจฉริยะ ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างรัฐบาลดิจิทัล เพื่อนำไปสู่การต่อต้านการคอร์รัปชันอย่างยั่งยืน พร้อมประกาศสงครามกับยาเสพติดและแก๊งสแกมเมอร์อย่างไม่หยุดยั้งจนกว่าจะหมดไป และย้ำจุดยืนชัดเจนว่า “ทุนเทาเพื่อไทยก็ไม่เอา” ก่อนจะทำการแนะนำผู้สมัคร สส. สมุทรปราการ ทั้ง 8 คน ท่ามกลางเสียงปรบมือและเสียงโห่ร้องยินดีอย่างกึกก้องจากมวลชน


ในวันเดียวกันที่เวทีตลาดบางปูแลนด์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย ในฐานะผู้ช่วยหาเสียง พร้อมด้วย นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายอดีตนายกฯ ดร.ทักษิณ ชินวัตร ได้ขึ้นเวทีปราศรัยเรียกเสียงเฮจากมวลชนนับหมื่น โดยนายณัฐวุฒิได้ขอให้ชาวสมุทรปราการเลือกพรรคเพื่อไทยให้ชนะอย่างเด็ดขาดทั้งคนทั้งพรรคยกจังหวัดทั้ง 8 เขต พร้อมกล่าวเปรียบเทียบว่าการเลือกตั้งครั้งก่อนอาจมีบางคนกาคะแนนตามกระแสจนได้ สส. ที่ไม่เคยปรากฏตัวในพื้นที่ตลอดสองปีที่ผ่านมา แต่สำหรับ สส. พรรคเพื่อไทยนั้น เมื่อได้รับโอกาสจากประชาชนแล้วจะไม่เคยทิ้งพื้นที่ และมักจะนำความเดือดร้อนของชาวบ้านเข้าไปหารือเพื่อหาทางออกในสภาอย่างสม่ำเสมอ


สำหรับนโยบายภาพรวม นายณัฐวุฒิย้ำว่าหากพรรคเพื่อไทยได้เป็นแกนนำรัฐบาล จะนำนโยบายของพรรคเป็นนโยบายหลักในการบริหารประเทศ ไม่ว่าจะเป็นนโยบายคนไทยไร้จน, หวยเกษียณ, รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย, บ้านเพื่อคนไทย และการลดค่าไฟครั้งใหญ่ เพื่อคืนความหวังให้กับประชาชนอีกครั้ง ส่วนประเด็นเรื่องความโปร่งใสนั้น นายณัฐวุฒิย้ำว่าอย่ามาอ้างว่าพรรคไหนมั่นคงหรือบริสุทธิ์กว่าใคร เพราะสิ่งที่บริสุทธิ์และทรงพลังที่สุดคือเสียงของประชาชนเท่านั้น หากประชาชนเชื่อมั่นและให้โอกาสเพื่อไทยเข้าไปทำงาน พรรคก็พร้อมจะพิสูจน์ผลงานเหมือนที่เคยทำสำเร็จมาแล้วในอดีตที่เคยได้ สส. ยกจังหวัดสมุทรปราการ


ขณะที่ นายจักรภพ เพ็ญแข ผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ และผู้ช่วยหาเสียง ได้กล่าวเสริมถึงความสำคัญของนโยบายลดค่าครองชีพ เช่น รถเมล์แอร์ไฟฟ้า 10 บาท และรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย รวมถึงการยกระดับนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรคที่ประสบความสำเร็จมาตั้งแต่ยุคไทยรักไทย ให้กลายเป็น “30 บาทรักษาทุกที่” ในรัฐบาลปัจจุบัน และกำลังมุ่งหน้าสู่ระบบ AI ในอนาคต นายจักรภพยอมรับว่าพรรคเพื่อไทยอาจไม่ใช่ผู้วิเศษที่ไม่เคยทำผิดพลาด แต่เป็นพรรคที่พร้อมจะเรียนรู้และแก้ไขข้อผิดพลาดทันที โดยยึดเอาความทุกข์ของประชาชนเป็นตัวตั้งในการผลิตนโยบาย เพื่อให้พรรคเพื่อไทยเป็นที่พึ่งที่ระลึกถึงของประชาชนในทุกวิกฤตตลอดไป


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคเพื่อไทย #สมุทรปราการ #เลือกตั้ง2569





















“พิธา - กุลธิดา” ลุย 3 เมืองใหญ่ยุโรป ลอนดอน - เบอร์ลิน - ปารีส ปลุกพลังคนไทยไกลบ้านใช้สิทธิเลือกตั้ง หลังจบทัวร์สหรัฐฯ

 


“พิธา - กุลธิดา” ลุย 3 เมืองใหญ่ยุโรป ลอนดอน - เบอร์ลิน - ปารีส ปลุกพลังคนไทยไกลบ้านใช้สิทธิเลือกตั้ง หลังจบทัวร์สหรัฐฯ


วันที่ 16 มกราคม 2569 พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล เปิดเผยว่า ภายหลังพบปะพี่น้องชาวไทยในสหรัฐอเมริกา ทั้งที่ลอสแอนเจลิส ชิคาโก และนิวยอร์กอย่างต่อเนื่องแล้ว ตน และ กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ อดีตรองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จะเดินทางต่อสู่ทวีปยุโรป เพื่อพบปะและแลกเปลี่ยนกับพี่น้องคนไทยใน 3 เมืองหลัก ได้แก่ ลอนดอน, เบอร์ลิน และ ปารีส


พิธากล่าวว่า ในการเลือกตั้งปี 2566 ชาวไทยในยุโรปมีผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิ์เกือบ 30,000 คนจาก 33 หัวเมืองใหญ่ทั่วยุโรป ตั้งแต่ลอนดอนจนถึงบูคาเรสต์ สะท้อนพลังและความตื่นตัวของคนไทยในต่างแดนที่ต้องการมีส่วนร่วมกำหนดอนาคตประเทศ�.�สำหรับกรุงลอนดอน ซึ่งเคยเป็นอันดับ 2 ในการลงทะเบียนเลือกตั้งเมื่อปี 2566 ด้วยจำนวน 7,764 คน มีความตื่นตัวและมีผู้มาลงทะเบียนเพิ่มเป็น 8,630 คน โดยตนและกุลธิดาจะจัดกิจกรรมพบปะที่ Birkbeck, University of London ในวันที่ 17 มกราคม 2569 เวลา 16:00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น)


พิธายังย้ำถึงความสำคัญของนโยบายรัฐที่ “ดูแลคนไทยในต่างแดนอย่างเป็นระบบ” ไม่ว่าจะเป็น การพัฒนา National ID เพื่ออำนวยความสะดวกด้านบริการรัฐ การจัดตั้งศูนย์ดูแลแรงงานไทยทั่วโลกเพื่อคุ้มครองสิทธิและสวัสดิการ การพัฒนาระบบช่วยเหลือฉุกเฉินที่เข้าถึงได้จริงและการช่วยเหลือทางกฎหมาย รวมถึงการสร้างแพลตฟอร์มพลังสมองคนไทยทั่วโลก เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและการเข้าถึงบริการของคนไทยไกลบ้านอย่างทั่วถึง เปลี่ยนจากรัฐที่ให้บริการคนไทยในต่างแดนเป็นครั้งคราว สู่รัฐที่เชื่อมโยง ดูแล และร่วมสร้างอนาคตกับคนไทยทั่วโลก


สำหรับการเดินสายครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อรับฟังเสียงสะท้อนจากคนไทยในต่างแดน เชื่อมโยงเครือข่าย และผลักดันนโยบายที่ตอบโจทย์ชีวิตจริงของคนไทยทุกที่ทั่วโลก รวมถึงตอบข้อซักถามเกี่ยวกับขั้นตอน ฉากทัศน์ของผลประชามติหลังวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 อีกด้วย


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #เลือกตั้ง2569 #รัฐบาลประชาชน

‘ยศชนัน’ ลุยเมืองปากน้ำ! ลุยตรวจน้ำหนุนพระสมุทรเจดีย์ ก่อนเช็กอินตลาดเอี่ยมเจริญ ชาวบ้านแห่ขอเซลฟี่ตลาดแตก-สะท้อนสภาพเศรษฐกิจในพื้นที่

 


‘ยศชนัน’ ลุยเมืองปากน้ำ! ลุยตรวจน้ำหนุนพระสมุทรเจดีย์ ก่อนเช็กอินตลาดเอี่ยมเจริญ ชาวบ้านแห่ขอเซลฟี่ตลาดแตก-สะท้อนสภาพเศรษฐกิจในพื้นที่ 


วันนี้ (16 มกราคม 2569) ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่บริเวณองค์พระสมุทรเจดีย์ อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นพื้นที่รณรงค์หาเสียงของ นางนฤมล ธารดำรงค์ ผู้สมัคร สส. จังหวัดสมุทรปราการ เขต 6 และนายประชา ประสพดี ผู้สมัคร สส. จังหวัดสมุทรปราการ เขต 7 เพื่อร่วมพูดคุยหารือถึงประเด็นปัญหาและแนวทางการแก้ไขวิกฤตน้ำทะเลหนุนที่ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ จากนั้นได้นำคณะเดินทางต่อไปยังตลาดเอี่ยมเจริญ 


บรรยากาศ ณ ตลาดเอี่ยมเจริญ ซึ่งเป็นเขตพื้นที่ของ นายภิญโญ กิจเลิศไพโรจน์ ผู้สมัคร สส. จังหวัดสมุทรปราการ เขต 3 เป็นไปอย่างคึกคักและเปี่ยมไปด้วยความเป็นกันเอง ทันทีที่ ศ.ดร.ยศชนัน เดินทางมาถึงพร้อมคณะ บรรดาพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่กำลังจับจ่ายใช้สอยต่างจำได้และเข้ามาทักทายอย่างอบอุ่น โดยในช่วงที่เดินสำรวจตลาด ศ.ดร.ยศชนัน ได้หยุดแวะพูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้าหลายแผงค้า ทั้งแผงขายผักสด แผงเนื้อสัตว์ และร้านอาหารตามสั่ง เพื่อสอบถามถึงสถานการณ์เศรษฐกิจและการค้าขายของคนในพื้นที่


ช่วงหนึ่งของการลงพื้นที่ ศ.ดร.ยศชนัน ได้เอ่ยถามแม่ค้าขายผักถึงสถานการณ์การค้าขาย ซึ่งได้รับเสียงสะท้อนว่าช่วงนี้บรรยากาศเงียบ สินค้ามีราคาสูงขึ้น ทำให้ประชาชนต้องประหยัดและซื้อของน้อยลงกว่าเดิมมาก โดย ศ.ดร.ยศชนัน ได้กล่าวให้กำลังใจพร้อมยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยมีนโยบายที่เน้นการเพิ่มรายได้และลดรายจ่าย เพื่อดึงเงินกลับเข้าสู่กระเป๋าประชาชนให้เร็วที่สุด และตั้งใจจะเข้ามาปลุกเศรษฐกิจให้ตลาดกลับมาคึกคักอีกครั้ง 


ทั้งนี้ยังมีกลุ่มแม่ค้า วินมอเตอร์ไซค์ และผู้จับจ่ายใช้สอย นำดอกไม้มามอบให้เพื่อต้อนรับแคนดิเดตนายกฯ โดย ศ.ดร.ยศชนัน ได้ร่วมถ่ายภาพเซลฟี่กับประชาชนอย่างใกล้ชิด พร้อมระบุว่าการมาครั้งนี้เป็นการเก็บข้อมูลความเดือดร้อนจริงของคนสมุทรปราการ เพื่อนำไปปรับนโยบายแก้ปัญหาปากท้องให้ตรงจุดที่สุด


ก่อนที่คณะจะเดินทางต่อไปยังตลาดนัดบางปูแลนด์ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อพบปะประชาชนและเปิดเวทีปราศรัยต่อไป


สำหรับคณะที่ร่วมเดินทางในครั้งนี้ประกอบด้วย ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อร่วมกับ นางสาวณัฐธิดา เทพสุทิน, นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์, นายต่อศักดิ์ อัศวเหม, นายจาตุรนต์ นกขมิ้น, นายธนประเสริฐ จันทรักษารังสี, นายรวีภัทร์ จิรศักดิ์วัฒนา และนายประเมศฐ์ พิชญ์พันธ์เดชา ซึ่งล้วนเป็นผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อที่ร่วมลงพื้นที่รับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชน


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคเพื่อไทย #สมุทรปราการ #เลือกตั้ง2569