นพ.เหวง
โตจิราการ :
เล่าเรื่องเมื่อยังเยาว์ (4)
สถานการณ์ภายนอกมหาวิทยาลัยมหิดล
ในปี 2516
ในช่วงหลังยุติการชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยแล้ว เพื่อน ๆ ต่างสถาบัน
เรียกร้องเป็นอย่างมากให้ผม
พยายามก่อรูปหรือจัดตั้งกลุ่มนักศึกษาในสถาบันมหิดลให้ได้ ผมเองทำได้ระดับหนึ่ง
มีเพื่อน ๆ พี่ ๆ ร่วมคณะและต่างคณะจำนวนหนึ่งซึ่งยังอยู่ในแวดวงจำกัดแคบมาก
แต่สถานการณ์มาเขม็งเกลียวอย่างรุนแรง
ก็เมื่อรัฐบาลจอมพลถนอม จับ
นักศึกษาประชาชนที่ไปแจกใบปลิวเรียกร้องรัฐธรรมนูญจำนวนทั้งสิ้น 12 คน ในวันที่
6 ตุลาคม 2516 และคุณไขแสง สุกใส หอบแคนเข้ามอบตัวในวันที่
7 ตุลาคม 2516 รวมเป็น 13 กบฏ
.
ในบ่ายต่อค่ำคืน
6 ตุลาคม 2516 เสกสรร ประเสริฐกุล และกลุ่มสภาหน้าโดม
ได้ จัดให้มีการชุมนุมที่ลานโพธิ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ในตอนดึกของคืนแรกเหลือคนไม่ถึงร้อย เสกสรร ประเสริฐกุล ได้มอบหมายให้ผมไปจัดรวบรวม
นักศึกษาในมหาวิทยาลัยมหิดล มาช่วยดูแลสุขภาพของผู้มาร่วมชุมนุม
ผมจึงเริ่มไปขอความกรุณาจากเพื่อน
ๆ พี่ ๆ ในโรงพยาบาลรามาธิบดี
และการเริ่มขยายไปขอความกรุณาจากอาจารย์ที่โรงพยาบาลรามาธิบดีด้วย จากนั้นผมก็
ขยายการติดต่อไปยังคณะต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยมหิดล เช่น คณะเภสัชศาสตร์
คณะทันตแพทย์ศาสตร์ คณะสาธารณสุขศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์รามาธิบดี และศิริราชพยาบาล
รวมไปถึงเพื่อน ๆ และพี่ ๆ ที่คณะแพทยศาสตร์โรงพยาลศิริราชและพยาบาล
แล้วยังขยายแดนไปติดต่อกับเพื่อน ๆ ในคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
คณะทันตแพทย์ศาสตร์จุฬาลงกรณ์
ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากเพื่อนพี่น้อง
ครูอาจารย์ทั้งจากในมหิดล (ทั้งรามาธิบดีและศิริราช) และจุฬาลงกรณ์
จนในที่สุดก็ก่อตั้ง หน่วยพยาบาลเพื่อมวลชนขึ้นได้
ตั้งหน่วยที่ปีกซ้ายมือของสนามฟุตบอลเวลาหันหน้าเข้าหาตึกโดม
ที่ใต้ถุนตึกสื่อสารมวลชน (ตรงข้ามตึกนิติศาสตร์)
เราเริ่มมีการจัดเวรยามกันเป็นผลัด ๆ แบ่งเป็นอย่างน้อยสามผลัด กลางวัน (8.00 -17.00 น.) ค่ำ (17.00 - 02.00
น.)ดึกถึงเช้า (02.00
-8.00 น.) ซึ่งก็ไม่ได้เคร่งครัดนัก
ในเวลาทำงานจริง
เพื่อนพี่น้องที่พอปลีกเวลาได้
ก็ได้เข้ามาร่วมทำงานอย่างเอาใจใส่รับผิดชอบกันอย่างจริงจังโดยตลอด
พวกเราทุก
ๆ คน ได้ทำหน้าที่อย่างเข้มแข็ง ได้ลาดตระเวนดูแลสุขภาพ แจกยาดมบ้าง แจกยาแก้ปวดศีรษะ
แก้ครั่นเนื้อครั่นตัว แก้ปัญหาเรื่องท้องเสียท้องเดินบ้างตลอด ตั้งแต่ 7-12 ตุลาคม
2516
จนเมื่อแกนนำการชุมนุมตัดสินใจที่จะเดินขบวนออกไปอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยในกลางวัน
วันที่ 13
ตุลาคม 2516 เสกสรร ประเสริฐกุล ก็ได้บอกให้ผมมาตระเตรียมการจัดตั้งฝ่ายแพทย์พยาบาลที่จะดูแลการเดินขบวนขนาดใหญ่ดังกล่าวให้ทั่วถึง
พวกเราได้ประชุมกันแล้วจัดรูปการดูแล
โดยให้มีบุคคลากรของพวกเราเดินประกบสองข้างของขบวนใหญ่เป็นสองแถว
โดยห่างกันประมาณหนึ่งช่วงแขน ทั้งสองข้างของขบวนใหญ่
ในขณะเดียวกันก็จะมีหน่วยเดินปะปนอยู่ภายในขบวนด้วย แบ่งเป็น ช่วง ๆ ช่วงละประมาณ 50
เมตร แต่ละช่วงจะมีหน่วยงานของเรา ประมาณ 3-4 คน
พวกเรา
ชาวมหิดล หน่วยพยาบาลเพื่อมวลชนได้ทำหน้าที่เป็นอย่างดี จนกระทั่งเช้าวันที่ 14 ตุลาคม
2516 ภายหลังจากที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจตรงด่านหน้าพระราชวังสวนจิตรลดารโหฐาน
ด้านหลังรพ.รามาธิบดี ภายใต้การดูแล ของพลตำรวจเอก ชุมพล โลหะชาละ
ขัดขวางการเดินทางกลับบ้านของนักศึกษาประชาชน
มีการขว้างปากันเกิดขึ้นแล้วลุกลามเป็นการใช้เฮลิคอปเตอร์ยิงกระสุนสังหาร
และทหารใช้อาวุธสงครามสังหารประชาชนบนถนนราชดำเนินใน
ระดับของปัญหาและขอบเขตของการดูแล
เกินกว่าขีดความสามารถของหน่วยพยาบาลเพื่อมวลชนจะดำเนินการได้อีกต่อไป
จึงเป็นภารกิจของหน่วยงานของรัฐโดยตรงในการเข้ามาดูแลแทน เช่น
ของโรงพยาบาลทุกแห่งในกทม. รามาธิบดี พระมงกุฎ ราชวิถี รพ.เด็ก
รพ.สาธารณสุขเขตร้อน รพ.ศิริราช รพ.กลาง รพ.บางคอแหลม ฯลฯ
ผมเองไม่ได้นอนมาหลายวัน
กลับมารพ.รามาธิบดีในราว 02.00
น. 14 ตุลาคม 2516 ด้วยความสบายใจว่าทุกอย่างเรียบร้อย
เพราะรัฐบาลปล่อย 13 กบฏแล้ว
และรัฐบาลให้คำมั่นสัญญาแล้วว่าจะเร่งรีบในการร่างรัฐธรรมนูญให้เสร็จโดยเร็ว
แต่พอรู้ตัวตื่นมาในราว
06.00 น. ก็ทราบว่าสถานการณ์เลวร้ายลง
แต่ก็เกินขีดที่บทบาทของนักศึกษาจะรับมือได้แล้ว
ได้แต่อาสาติดรถฉุกเฉินเข้าไปรับผู้บาดเจ็บภายในถนนราชดำเนินในเท่านั้น
เหตุการณ์สงบลงด้วยพระบารมีเป็นล้นพ้น
ปวงชนชาวไทยได้รับพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อม ได้รัฐบาลพระราชทาน
อ.สัญญาธรรมศักดิ์เป็นนายกรัฐมนตรี
พวกเราพสกนิกรทั้งประเทศก็รู้สึกโล่งอกสบายใจไปตาม ๆ กัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ตัวผมเอง เพราะผมได้พบ อาจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ ที่สวนโมกขพลารามหลายหน
ตั้งแต่เป็นนักเรียนมัธยมปลาย จนไปบวชตอนปีสี่ดังกล่าว
ภายหลังจากนั้นหากพอเจียดเวลาได้ก็จะมุ่งไปสวนโมกข์เสมอ
ก็มักจะมีโอกาสได้พบ อ.สัญญา อยู่บ่อยครั้ง
สำหรับผมแล้ว สวนโมกข์ไม่ต่างอะไรจากเมกกะ
หรือสถานที่แสวงบุญเลย และทุกครั้งที่ไปก็รู้สึกได้ไปชาร์ตแบตเตอรี่
และได้ไปกวาดล้างสิ่งโสโครกที่เกรอะกรังเกาะแน่นกับจิตวิญญาณของตนออกไปทุกครั้ง
กลับจากสวนโมกข์รู้สึกปลอดโปร่งเบาโล่งทั้งกายและใจจริง ๆ
ขอบคุณเจ้าของภาพประกอบ
นพ.เหวง
โตจิราการ
5 ก.ย. 56














