วันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ภาพบรรยากาศหลังปราศรัยจบ เท้ง ณัฐพงษ์ นำทัพพรรคประชาชน เดินไปพบปะ สวัสดี ขอบคุณ พี่น้องประชาชน ที่สนามฟุตบอลข้างอาคารกีฬาเวสน์ 1 ในศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานครไทยญี่ปุ่น (ดินแดง) กรุงเทพมหานคร

 


ภาพบรรยากาศหลังปราศรัยจบ เท้ง ณัฐพงษ์ นำทัพพรรคประชาชน เดินไปพบปะ สวัสดี ขอบคุณ พี่น้องประชาชน ที่สนามฟุตบอลข้างอาคารกีฬาเวสน์ 1 ในศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานครไทยญี่ปุ่น (ดินแดง) กรุงเทพมหานคร 


ที่เตรียมไว้รองรับประชาชนเพิ่มเติมสำหรับด้านในอาคารเต็ม โดยมีการติดตั้งจอขนาดใหญ่ เพื่อถ่ายทอดสัญญาณภาพและเสียง ซึ่งมีพี่น้องประชาชนเต็มสนาม 


6 ก.พ. 69 


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #เลือกตั้ง2569 รัฐบาลประชาชน












มวลชนอิสระทำโพล “นิรโทษกรรม” หรือ “ไม่นิรโทษกรรม” ในงานปราศรัยใหญ่พรรคประชาชน เสียงส่วนใหญ่หนุนนิรโทษกรรม

 


มวลชนอิสระทำโพล “นิรโทษกรรม” หรือ “ไม่นิรโทษกรรม” ในงานปราศรัยใหญ่พรรคประชาชน เสียงส่วนใหญ่หนุนนิรโทษกรรม


6 กพ. 2569 บริเวณอาคารกีฬาเวสน์ 1 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย–ญี่ปุ่น) เขตดินแดง กลุ่มมวลชนอิสระจัดกิจกรรมทำโพลสำรวจความคิดเห็นในหัวข้อ “นิรโทษกรรม” หรือ “ไม่นิรโทษกรรม” ภายในงานปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้าย “ประชาชนเปลี่ยนประเทศ” ของพรรคประชาชน ก่อนถึงวันเลือกตั้งและลงประชามติในวันที่ 8 ก.พ. 2569


บรรยากาศตลอดช่วงเวลาตั้งแต่ประมาณ 15.00 น. จนถึงราว 20.00 น. บริเวณอาคารกีฬาเวสน์ 1 กลุ่มมวลชนอิสระเปิดพื้นที่ให้ประชาชนที่มาร่วมฟังการปราศรัยร่วมแสดงความเห็นด้วยการแปะสติกเกอร์ในช่อง “นิรโทษกรรม” หรือ “ไม่นิรโทษกรรม” ตามความสมัครใจ พร้อมทั้งถือป้ายรณรงค์เรียกร้องสิทธิให้ผู้ต้องขังทางการเมืองจำนวน 59 คน ซึ่งปัจจุบันยังคงถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ โดยมีประชาชนจำนวนมากเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว


ผู้ร่วมกิจกรรมรายหนึ่งให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า นอกจากวันนี้จะมาร่วมให้กำลังใจพรรคการเมืองที่ตนเองสนับสนุนแล้ว ยังต้องการสื่อสารไปยังสังคมว่ายังมีผู้ต้องขังทางการเมืองอีก 59 คนที่ยังคงถูกคุมขัง โดยระบุว่า พรรคประชาชนเป็นพรรคที่ทำให้ตนมีความหวังแล้ว ตนยังเป็นผู้ที่ใช้เสรีภาพในการเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับผู้ที่ยังอยู่หลังกำแพงเรือนจำ


ผู้ร่วมกิจกรรมยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ต้องการผลักดันให้ “เท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็นนายกรัฐมนตรี และสนับสนุนให้พรรคประชาชนชนะการเลือกตั้ง เพื่อเดินหน้าการนิรโทษกรรม อันจะนำไปสู่การปล่อยตัวผู้ต้องขังทางการเมืองสู่เสรีภาพและกลับคืนสู่ครอบครัว


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์

















เท้ง ณัฐพงษ์ : จุดไฟหวังให้ลุกโชน ชวนประชาชนที่ยังลังเลใจ กาส้ม 2 ใบเดินหน้าสู่ 20 ล้านเสียง

 


เท้ง ณัฐพงษ์ : จุดไฟหวังให้ลุกโชน ชวนประชาชนที่ยังลังเลใจ กาส้ม 2 ใบเดินหน้าสู่ 20 ล้านเสียง


วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 พรรคประชาชนจัดการปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายก่อนเข้าคูหา ‘ประชาชนเปลี่ยนประเทศ’ ที่อาคารกีฬาเวสน์ 1 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพฯ (ไทย-ญี่ปุ่น) ดินแดง โดยมีการจัดเตรียมที่นั่งทั้งด้านในอาคาร รองรับประมาณ 10,000 คน และภายนอกอาคาร บริเวณสนามฟุตบอลข้างสระว่ายน้ำ 


ณัฐพงษ์ระบุว่าการเมืองของประชาชนเป็นสิ่งที่เรียบง่าย มีความหมายถึงการเมืองที่เสียงของประชาชนทุกคนมีความหมายอย่างแท้จริง การเมืองที่ผ่านมาเสียงของประชาชนถูกทำให้ไม่มีความหมายเพราะนักการเมืองมองเสียงของประชาชนเป็นเพียงเสียงในคูหา แปรเป็นจำนวน สส. เอาจำนวน สส. ไปต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรี เพื่อหาเงินเทาเงินทอนไปใช้ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป แต่การเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นหน้าใหม่ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ที่พวกเราจะสร้างการเปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน


ตนเป็นหนึ่งคนที่ได้ร่วมเดินทางมากับทุกคนตั้งแต่สมัยอนาคตใหม่ ตนทั้งรู้สึกเป็นเกียรติ ขอบคุณ และมีความภาคภูมิใจที่เราร่วมเดินทางกันมาจนถึงวันนี้ วันนี้การเมืองของประชาชนเป็นจริงมากขึ้นทุกวัน แม้เราจะเป็นพรรคฝ่ายค้านแต่เราก็มีกฎหมายที่ผลักดันได้สำเร็จ ในการเลือกตั้งครั้งนี้เรายังผลักดันประเด็นที่ก้าวหน้าได้สำเร็จ ทั้งการทำให้ประกันสังคมโปร่งใส และการเปิดเสรีพลังงาน นอกจากทุกคนจะช่วยกันสถาปนาการเมืองของประชาชนให้เป็นจริงมากขึ้นทุกวันแล้ว อีกด้านหนึ่งทุกคนยังช่วยกันทำลายการเมืองที่ผูกขาดให้ผุพังลงทุกวันเช่นเดียวกัน 


ณัฐพงษ์กล่าวต่อไปว่าที่ผ่านมาเรามีคนธรรมดามาทำงานการเมืองหลายคน ไม่ได้มีนามสกุลใหญ่โต ห่างไกลจากคำนิยามของนักการเมืองมุ้งใหญ่ ห่างไกลจากคำว่าคนที่เป็นเจ้าของเงินทุนยึดครองพรรคการเมืองได้ มีทั้งอดีตนักกิจกรรมที่เคยติดคุก ที่วันนี้ได้เติบโตเป็นกรรมาธิการ พูดเรื่องสแกมเมอร์จนเป็นประเด็นระดับโลก และเป็นประเด็นสำคัญที่เราต้องผลักดันร่วมกัน เรามีนายช่างที่เคยเป็นถึงอดีตแคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. แต่วันนี้ยอมถอดหมวกออกทุกใบเพื่อเปิดทางให้คนอื่นมาทำหน้าที่ในสภาแทน คนหนึ่งทุกวันนี้ต่อสู้เป็นปากเสียงเรียกร้องเรื่องประกันสังคม มีอีกคนที่อยู่ในพื้นที่ภาคใต้ ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับคนภาคใต้ ทั้งสงขลาและอีกหลายจังหวัดในช่วงที่มีความเดือดร้อนมากที่สุดจากวิกฤตอุทกภัยเมื่อปลายปีที่ผ่านมา


คนธรรมดาเหล่านี้ถึงแม้ตนไม่เอ่ยชื่อแต่ทุกคนก็รู้ได้ว่าคือใคร ที่ทุกคนจดจำเขาได้เพราะเราชื่นชมในการทำงาน การครองตน และการประพฤติตนเป็นผู้แทนราษฎร การเดินทางของเราที่ผ่านมามีพนักงานกว่าร้อยคน ทีมจังหวัด เครือข่ายอีกหลักพันคน ตัวแทนผู้สมัครของพรรคทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศกว่า 2,000 คน และสมาชิกพรรคและหัวคะแนนธรรมชาติหลักแสนหลักล้านคน การเดินทางของเราที่ผ่านมาตลอด 8 ปีนี้เป็นการเดินทางที่สวยงาม มีอุปสรรคขวากหนาม หลายคนโดนเล่นงาน หลายคนโดนข่าวปลอมโจมตี หลายคนถูกดำเนินคดีฟ้องร้องปิดปาก แต่ไม่ว่าพวกเราจะมีบาดแผลสักแค่ไหน เกิดเป็นส้มต้องอดทน ความอดทนและมั่นคงในหลักการ ความเชื่อในการเมืองของประชาชน คือสิ่งที่ทำให้เรารักและศรัทธากันและกันมาจนถึงทุกวันนี้


ณัฐพงษ์กล่าวต่อไปว่าก่อนที่เราทุกคนจะเดินทางไปถึงสถานีปลายทางที่เราเรียกว่าการเมืองของประชาชน ที่อำนาจสูงสุดของประชาชน เรายังต้องเดินทางผ่านอีกหลายสถานี ไม่ว่าจะเป็นการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ การทลายปัญหาการทุจริต การทลายทุนผูกขาด การยุติรัฐรวมศูนย์ ยกระดับ 15 หัวเมืองรอง การแก้ปัญหารัฐพันลึก เอาทหารออกจากการเมือง เอาตั๋วออกจากตำรวจ ทุกสถานีไม่ง่าย แต่ตนเชื่อว่าพวกเราทำได้ด้วยเสียงของประชาชนทุกคน 


ก่อนที่เราจะมีโอกาสมุ่งหน้าสู่สถานีถัดไป สถานีแรกที่เรามีนัดหมายกันคือวันที่ 8 กุมภาพันธ์ สถานีต่อไปคือการกาเพื่อเปลี่ยน จาก 14 ล้านเสียงเป็น 20 ล้านเสียง ให้พวกเขาปฏิเสธอำนาจของประชาชนไม่ได้อีก การเดินหน้าสู่ 20 ล้านเสียงต้องสื่อสารถึงคนทุกกลุ่มในประเทศนี้ ไม่ว่าจะเป็นคนรุ่นพ่อแม่ รุ่นปู่ย่าตายาย หรือคนที่อยู่ในวัยเกษียณ ตนอยากให้ทุกคนกล้า เพื่อจุดไฟที่อยู่ในตัวลูกหลานอีกครั้ง จุดไฟแห่งความหวังของพวกเขาให้กลับมาลุกโชนอีกครั้ง เหมือนที่ไฟของพวกเขาเคยลุกโชนด้วยความหวังเมื่อประเทศไทยอยู่ในสถานะเสือตัวที่ห้าของเอเชีย


ตนอยากเชิญชวนทุกคนที่อยู่ในวัยทำงาน ให้กาเพื่อลูกหลาน กาเพื่อเปลี่ยนให้สังคมไทยดีกว่านี้ ให้ทุกคนที่เกิดและเติบโตมาในประเทศนี้มีโอกาสประสบความสำเร็จเท่ากัน ไม่ต้องจ่ายส่วนสินบนเงินใต้โต๊ะ หรือไม่ต้องเกิดมาในครอบครัวที่รวยกว่า ถึงจะมีโอกาสประสบความสำเร็จในชีวิตได้ ตนอยากขอคะแนนเสียงจากกลุ่มวัยรุ่นเยาวชนทุกคน ที่หลายคนมีสิทธิเลือกตั้งเป็นครั้งแรกในชีวิต กาเพื่ออนาคตของตัวเองแล้วช่วยกันบอกต่อไปถึงพ่อแม่ปู่ย่าตายายของเรา ให้ช่วยกันสร้างการเปลี่ยนแปลงด้วย


ณัฐพงษ์กล่าวต่อไปว่าหมดเวลาแล้วกับการเมืองแบบอดีตที่เคยแบ่งประชาชนออกเป็นกลุ่มก้อน 8 กุมภาพันธ์นี้ ถึงเวลารวมพลังของประชาชนให้เป็นหนึ่ง สถาปนาการเมืองของประชาชนขึ้นมา ประเทศไทยมีตัวเลือกเพียงแค่สองแบบ แบบแรก ถ้าภารกิจของเราไม่สำเร็จ ประชาชนบางส่วนยังรู้สึกลังเล หวาดระแวงการเมืองแบบที่พวกเราอยากทำ ตัดสินใจกาให้พวกเราให้แค่ครึ่งใจ กาบัญชีรายชื่อให้เราแต่กาแบบแบ่งเขตให้คนเดิมๆ ถ้าเป็นแบบนี้บอกได้เลยว่าหลังวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เราคงได้รัฐบาลหน้าตาแบบเดิม ไม่ต่างจาก 2 ปี 8 เดือนที่ผ่านมา กับตัวเลือกอีกหนึ่งแบบ คือการเทคะแนนให้พวกเราหมดทั้งใจ กาส้มสองใบ กาให้เกิน 20 ล้านเสียง ให้เราได้ สส. เกินครึ่งสภา ให้พวกเขาปฏิเสธการตั้งรัฐบาลประชาชนไม่ได้อีก


พรรคประชาชนมีความพร้อมอย่างยิ่งในการตั้งรัฐบาลประชาชน ไม่ว่าจะในเรื่องจุดยืนและหลักการ ผู้สมัคร ทีมบริหาร และนโยบายที่เปรียบเสมือนเป็นพิมพ์เขียวของประเทศไทย เราจะไม่เอารัฐมนตรีทุจริต เราจะไม่เอาการเมืองแบบเดิมที่ไปแบ่งโควตาแบ่งงบประมาณกันกิน เราจะไม่เอาวิธีการบริหารราชการแผ่นดินที่ต่างคนต่างทำ แต่เราจะเอาภารกิจนำหน้า แก้ไขปัญหาให้กับประชาชน ผู้สมัคร สส. ของเราก็มีความพร้อมทั้ง 498 คน เรามีความพร้อมด้านนโยบายที่เปรียบเป็นพิมพ์เขียวของประเทศกว่า 200 นโยบาย ภายใน 1 ปีแรกต้องเห็นผลลัพธ์ เราจะเริ่มทำตั้งแต่ 3 เดือนแรก และภายในหนึ่งสมัย เราจะมุ่งปราบปรามการทุจริต กู้คืนเงินของประชาชนกว่า 100,000 ล้านบาท เพื่อทำสวัสดิการที่คืนคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับทุกคน นอกจากกาส้มทั้งสองใบ อย่าลืมบัตรอีกหนึ่งใบกาเห็นชอบในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อป้องกันไม่ให้ศาลรัฐธรรมนูญ กกต. องค์กรอิสระ ปล้นอำนาจของประชาชนไปอีก


“8 กุมภาพันธ์นี้ อำนาจในปลายปากกาของทุกคนจะเป็นตัวกำหนดว่าเราจะอยู่ในประเทศไทยที่มีอนาคตแบบไหน อนาคตที่การเมืองถูกผูกขาด เศรษฐกิจถูกผูกขาด และโอกาสของลูกหลานถูกผูกขาด หรือการเมืองที่เป็นของประชาชน เศรษฐกิจเพื่อคนตัวเล็กตัวน้อย และโอกาสที่เท่าเทียมกันของทุกคน อนาคตที่ดีเหล่านี้ไม่ใช่แค่ตัวผมเป็นคนกำหนด มันอยู่ที่ตัวคุณทุกคนจะเป็นคนกำหนด 8 กุมภาพันธ์นี้ กาพรรคประชาชนสองใบ กาเห็นชอบการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อเปลี่ยนอนาคตในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ให้เป็นอนาคตใหม่ที่ดีของลูกหลาน สร้างประเทศไทยที่ก้าวหน้าก้าวไกลไปกว่าเดิมด้วยกัน” ณัฐพงษ์กล่าว


 #UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #เลือกตั้ง2569 #รัฐบาลประชาชน










วีรยุทธ : การเปลี่ยนแปลงไม่น่ากลัวเท่ากับการอยู่แบบเดิม - ศิริกัญญา เปลี่ยนระบบราชการให้ทันโลก

 


วีรยุทธ : การเปลี่ยนแปลงไม่น่ากลัวเท่ากับการอยู่แบบเดิม - ศิริกัญญา เปลี่ยนระบบราชการให้ทันโลก


วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 พรรคประชาชนจัดการปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายก่อนเข้าคูหา ‘ประชาชนเปลี่ยนประเทศ’ ที่อาคารกีฬาเวสน์ 1 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพฯ (ไทย-ญี่ปุ่น) ดินแดง โดยมีการจัดเตรียมที่นั่งทั้งด้านในอาคาร รองรับประมาณ 10,000 คน และภายนอกอาคาร บริเวณสนามฟุตบอลข้างสระว่ายน้ำ 


ด้าน วีระยุทธ กล่าวว่าภารกิจแห่งชีวิตของตนคือการฟื้นชีวิตเสือตัวที่ 5 ตนเห็นว่าต่อให้ไม่มีวิกฤตต้มยํากุ้งในปี 2540 ประเทศไทยก็ยากที่จะก้าวขึ้นไปเป็นประเทศร่ํารวยต่อจากสี่เสือแห่งเอเชียตะวันออก เพราะเราไม่เคยวิ่งด้วยขาของตัวเอง เราพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างชาติมาโดยตลอด ข่าวร้ายก็คือผ่านไปสามสิบปีหลังวิกฤตต้มยํากุ้ง จากที่เราเคยเกือบเป็นเสือตัวที่ห้า วันนี้สำนักข่าวชื่อดังของต่างประเทศเพิ่งเรียกเศรษฐกิจไทยว่าเป็น “คนป่วยแห่งเอเชีย”


ข่าวดีก็คือ 30 ปีที่ผ่านมาเราเห็นรัฐบาลมาแล้วทุกเฉดสี ผลลัพธ์แทบไม่ต่างกัน เหลือพรรคหลักอยู่เพียงสีเดียวที่รอสังคมไทยให้โอกาส การจัดการเศรษฐกิจในโลกยุคใหม่ต้องมีอย่างน้อยองค์ประกอบ 2 ข้อ ข้อแรกคือต้องมีทีมบริหารที่มีทั้งเจตจํานงทางการเมืองแน่วแน่ มุ่งมั่นและมีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ข้อที่สอง จะต้องรู้ว่าจะเชื่อมโยงสัมพันธ์กับโลกอย่างมียุทธศาสตร์ได้อย่างไร น่าเสียดายว่าการเมืองเก่า การเมืองอุปถัมภ์ให้เราสองข้อนี้ไม่ได้เลย


การเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคประชาชนขยับมาตรฐานของการเมืองไทยออกไปอีกขั้นหนึ่ง เราเปิดหน้าเปิดชื่อให้ทุกท่านเห็น ว่าหากท่านไว้วางใจ เราจะมีใครเข้ามาเป็นทีมบริหารด้านเศรษฐกิจ ด้านดิจิทัล ด้านการต่างประเทศ ด้านโลจิสติกส์ จนถึงด้านยุติธรรม ด้านสิ่งแวดล้อมให้เห็นกันชัดเจน ครม. ที่ผ่านมา หลายท่านอาจจะบอกว่ารัฐบาลไม่มีเสถียรภาพเปลี่ยนบ่อย แต่ถ้าคุณดูหน้าตารัฐมนตรี สามสิบปีที่ผ่านมาแทบจะเหมือนเดิม แค่เขาเปลี่ยนเก้าอี้เปลี่ยนกระทรวง วนไปวนมา เหมือนกับเล่นเก้าอี้ดนตรีและรัฐมนตรีหน้าเดิมๆ เหมือนทําประกันกลุ่มด้วยกันเอาไว้ ถ้าจะผิดก็ผิดด้วยกัน เพราะนั่งสลับกันไปมาเรื่อยๆ ถ้าจะถูกถ้าจะรอด ถ้าจะอิ่มก็อิ่มไปด้วยกันทั้งยวง


ดังนั้น การเสนอทีมบริหารจึงต้องแสดงความมุ่งมั่นของเราว่ามันจําเป็นต้องทํางานเป็นเนื้อเดียวกันทั้งทีม รัฐมนตรีนี้มี 36 คน ถ้าไม่ทํางานเป็นเนื้อเดียวกัน ไม่มีวันเปลี่ยนรัฐราชการไทยได้เลย ถ้ารัฐมนตรีของเรา ทีมบริหารของเราเริ่มต้นจากการเป็นมืออาชีพ จากการมีเจตจํานงแน่วแน่ เราจะสามารถเปลี่ยนรัฐราชการเปลี่ยน KPI ให้มันตอบสนองต่อชีวิตประชาชนอย่างแท้จริง ตอบสนองต่อเศรษฐกิจไทยอย่างแท้จริง โครงการพันล้านต้องได้พันล้านจริง ไม่ใช่มีแต่เงินทอนแบบที่ผ่านมา


แล้วถ้าเริ่มต้นทีมบริหารด้วยการไม่รับสินบน ไม่ทนคอร์รัปชัน จะทําให้เรากล้าทําเรื่องยาก ๆ อย่างการอุดรูรั่วทางเศรษฐกิจ ยืนยันเรื่องการแข่งขันที่เป็นธรรม ไม่ยอมให้ทุนใหญ่เอาเปรียบทุนเล็ก และไม่ยอมให้ทุนต่างชาติมาเอาเปรียบทุนไทย เราต้องใช้ทั้งเจตจำนงและความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางที่สั่งสมมา ถ้าจะทําให้เศรษฐกิจไทยผงกหัวขึ้นมาได้ ผงกหัวได้ คุณต้องเปลี่ยนหัวก่อน หัวก็คือทีมบริหารทีมคณะรัฐนตรี ที่ต้องเปลี่ยนทั้งชุด ย้ําว่าต้องเปลี่ยนทั้งชุดไปพร้อมกัน มันถึงจะเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ได้


มีทีมบริหารอย่างเดียวไม่พอ ต้องเชื่อมต่อกับโลกแบบมียุทธศาสตร์ ที่ผ่านมาไม่ว่าจะรัฐบาลสีไหนเฉดไหน ทำนโยบายเศรษฐกิจไทยเชื่อมกับโลกด้วยความหวาดกลัว กลัวตกขบวน จึงลดแลกแจกแถม ยอมทุกอย่างขอให้บริษัทต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศเรา ขอให้ขบวนผ่านหน้าบ้านเราและเราก็ถ่ายเซลฟี่กับเขา แต่เขาขนคน ขนของ ขนเทคโนโลยีของเขามาหมดเลย ไม่ยอมให้เราเข้าไปมีส่วนร่วม ขึ้นไปในขบวนไม่ได้ ตั้งแต่ยุคฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ มาถึงยุค EV กำลังจะเกิดกับยุค Data Center และกำลังเป็นต่อไปในยุค AI อีก ถ้ายังไม่เปลี่ยน 


การเปลี่ยนหมายความว่ายุทธศาสตร์การทำเศรษฐกิจในโลกยุคนี้ คุณต้องมองหาซัพพลายเชนให้เจอ หาจุดที่เราเก่ง มีศักยภาพ และพัฒนาให้เก่งขึ้นในจุดนั้นจนโลกขาดเราไม่ได้ อย่างในเซมิคอนดักเตอร์ เราเสนอสามชิ้นส่วนยุทธศาสตร์อย่างเซ็นเซอร์ พาวเวอร์ชิป โฟโตนิกส์ เพื่อจะติดชิปให้อุตสาหกรรมเก่าของไทยมีทางไป อุตสาหกรรมใหม่ได้เฉิดฉาย 


ถ้าคิดแบบเดิมเช่นเรื่องการท่องเที่ยว จะชวนดิสนีย์แลนด์มาลดแลกแจกแถม ขอให้ดิสนีย์แลนด์มาตั้ง


เกาหลีใต้ที่รวยกว่าเรา มีกําลังซื้อมากกว่าเรา เขายังไม่มีดิสนีย์ธีมพาร์ค แต่เขาสร้างมูลค่าบริษัทเกาหลี จากดิสนีย์ปีละหลายหมื่นล้านบาท ด้วยการเข้าไปมีส่วนร่วมในการทําสตรีมมิง ในการทําหนัง ทําคอนเทนต์ กราฟิกดีไซเนอร์ จนถึงรายการกีฬา ถ้าเราจะส่งเสริมไทยเข้าไปมีส่วนร่วมกับดิสนีย์ คุณต้องมองให้ออกก่อนว่าดิสนีย์ทั้งซัพพลายเชนมีอะไรบ้างและเราส่งเสริมคลัสเตอร์แต่ละประเทศกระจายตามหัวเมืองให้เข้าไปมีส่วนร่วมกับตรงนั้น ทําอย่างนี้เศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทย คนที่อยู่ในธุรกิจนี้อุตสาหกรรมนี้จะเติบโตได้อย่างยั่งยืนและกระจายตัว


นี่คือโมเดลเศรษฐกิจแบบใหม่ที่ต้องเริ่มจากการเข้าใจซัพพลายเชนโลกที่มันเปลี่ยนไปแล้ว


แน่นอนว่า ต่อให้เรามีทีมบริหารแล้ว เราเตรียมยุทธศาสตร์ไปแล้ว ไม่ได้แปลว่าเข้าไปเป็นรัฐบาลแล้ว ทุกอย่างจะราบรื่น ภูมิรัฐศาสตร์โลกก็ปั่นป่วน สงครามการค้าอาจจะกลับมาอีกเมื่อไหร่ก็ได้ ต่อให้หลายท่านยังไม่เห็นด้วยกับนโยบายของเรา ยังไม่เห็นด้วยกับทีมบริหารของเรา ขอให้ท่านเชื่อมั่นในหลักการ และในกระบวนการทํางานของพรรคประชาชน เพราะจุดเริ่มต้นของพรรคประชาชนไม่ใช่การเมืองอุปถัมภ์ เราเลยไม่ติดหนี้ใคร เราเข้าไปเป็นรัฐบาลแล้ว เราไม่จําเป็นต้องชดใช้บุญคุณให้ใคร


ถ้ามีสงครามการค้าอีกครั้งเราจะไม่ใช่แค่รับฟังจากบริษัทใหญ่ๆ แบบที่ผ่านมา แต่เราจะเดินหน้าเข้าไปคุยกับบริษัทขนาดกลางในทุกภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบ คุยกับ SMEs คุยกับเกษตรกร มองไปข้างหน้าร่วมกันว่าจะปรับตัวอย่างไร และถ้าจําเป็นต้องมีการปรับปรุง ต้องตัดสินใจเชิงนโยบายและมีผลกระทบ ต้องติดตามเยียวยาปรับโครงสร้างด้วยกัน ไม่ปล่อยไปตามยถากรรมเหมือนที่ผ่านมา ต่อให้ท่านไม่เห็นด้วยกับนโยบายและทีมบริหารของเรา ขอให้เชื่อมั่นในหลักการและกระบวนการทํางานของรัฐบาลประชาชน


ความน่ากลัวของการเป็นประเทศเศรษฐกิจที่เหมือนกบที่กําลังโดนต้ม คือน้ําค่อยๆ ร้อนขึ้นเรื่อยๆ แล้วเราไม่รู้ตัว จนมันเดือด เมื่อก่อนเราเคยโต 10% ต่อปี ทุกวันนี้แค่โต 2-3% ก็แทบจะฉลองทั้งประเทศแล้ว ถ้าปล่อยไปอย่างนี้ต่อไปเรื่อย ๆ เศรษฐกิจไทยจะยิ่งดิ่งลงเหว ไปสู่สถานการณ์ที่ย่ำแย่ที่สุด ก็คือเศรษฐกิจจะโตต่ําหรือไม่โตเลย แต่จะเหลื่อมล้ําสูงขึ้นเรื่อย ๆ บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ก็จะเหลือแต่บริษัทผูกขาด บริษัทที่ได้สัมปทาน แต่ไม่มีบริษัทใหม่ ๆ คนเก่งทุกคนก็จะใฝ่ฝันถึงการหนีออกไปจากประเทศนี้ นั่นคือสถานการณ์ที่ย่ำแย่ที่สุดที่กําลังจะเกิด ตนถึงบอกว่าการเปลี่ยนแปลงมันไม่น่ากลัวเท่ากับการอยู่แบบเดิม


วีระยุทธกล่าวต่อไปว่า การอยู่แบบเดิมต่อไปอย่างนี้เรื่อยๆ เป็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุดเพราะเรากําลังจะดิ่งลงไปก้นเหวและอาจจะกลับมาไม่ได้อีกเลย รัฐบาลทุกเฉดสีที่ผ่านมาสามสิบปีไม่สามารถตอบโจทย์แก้ปัญหาเศรษฐกิจยุคใหม่ได้อีกแล้ว ที่สําคัญที่สุดก็คือในรอบ 30 ปีที่ผ่านมา ในวันอาทิตย์นี้จะเป็นโอกาสครั้งเดียวที่ประตูแห่งความหวังประตูแห่งโอกาสเปิดออก


“ขอเชิญชวนทุกท่าน อย่าละทิ้งโอกาสนี้ มาร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งของการออกแรงเปิดประตูแห่งความเป็นไปได้ เปิดประตูแห่งโอกาสให้กับเศรษฐกิจไทยให้กับลูกหลานคนไทยให้กับตัวท่านเอง พรรคประชาชน ผม และทีมบริหารทุกคนพร้อมทํางานอย่างเต็มที่ด้วยเจตจํานงทางการเมืองที่แน่วแน่ ด้วยความรู้ความสามารถที่สั่งสมประสบการณ์มา ขอโอกาสให้พวกเรามีโอกาสพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทยให้สู้กับโลกใบใหม่ ๆ ขอโอกาสให้เราเสริมความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจไทย ทําเศรษฐกิจไทยให้เท่าเทียมกันและให้เท่าทันโลก”


[ เปลี่ยนระบบราชการให้ทันโลก ]


ศิริกัญญา กล่าวว่า วันนี้ตนดีใจมากๆ ที่ได้กลับมาปราศรัย ก่อนหน้านี้ไปแต่เวทีดีเบต ได้ฟังนโยบายของพรรคอื่น มีแต่เสียงในหัวขึ้นมาตลอดเวลาว่า แต่ละปัญหาเกิดขึ้นมานานมากแล้ว อยู่มาตั้งนานทำไมไม่ทำ พอเลือกตั้งทีก็มาขอโอกาส แต่ไม่มีใครกล้าทำสักที พรรคประชาชนจะทำให้ดู


หลายปัญหามักจบลงที่ว่าเป็นเพราะระบบราชการที่ปรับเปลี่ยนไม่ทันโลก ตนไม่ได้โทษข้าราชการเลย เข้าใจดีว่าไม่ใช่ความผิดของพวกเขา แต่เป็นความผิดของระบบราชการ ที่ผ่านมามีข้าราชการบุคลากรภาครัฐเข้ามาฝากความหวังกับตนเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เพราะวันนี้ข้าราชการที่ดีก็ท้อแท้กับระบบที่ลงโทษคนเก่งคนกล้า แล้วเชิดชูเด็กนาย เส้นสาย พวกพ้อง ทุกวันนี้ต้องแข่งกันวิ่งเต้นเพื่อซื้อขายตำแหน่ง แต่ไม่แข่งกันรับใช้ประชาชน


วันนี้จำเป็นต้องเปลี่ยน แต่ที่ผ่านมาที่เปลี่ยนไม่ได้หรือไม่จริงจังที่จะเปลี่ยน เพราะว่าการเมืองแบบเดิม กับระบบราชการแบบเก่า มันเป็นเนื้อเดียวกัน ค้ำจุนอุปถัมภ์กันมานาน รัฐมนตรีก็ไม่เข้าไปเปลี่ยนระบบในกระทรวงของตัวเอง เพราะรู้ลู่ทางทำกินหมดแล้ว เขาจะเปลี่ยนหรือไม่ในเมื่อสามารถใช้ระบบเส้นสาย ให้คุณให้โทษ โยกย้ายตำแหน่งให้ข้าราชการที่เอาอกเอาใจตัวเองได้ วันนี้เราจึงต้องเปลี่ยนตั้งแต่หัวขบวน คือวิธีการบริหารให้เป็นแบบพรรคประชาชน ทีมบริหารที่คัดเลือกจากความรู้ความสามารถความเชี่ยวชาญ เพื่อเป็นตัวอย่างว่าข้าราชการที่จะได้เติบโตต่อไป ต้องเป็นเพราะความรู้ความเชี่ยวชาญ ไม่ใช่ระบบเส้นสาย


ก่อนหน้านี้ที่เราเปิดทีมบริหาร หลายคนก็ค่อนแคะว่า ตอนสมัยเผด็จการก็มีเทคโนแครตมากมาย แต่ก็เปลี่ยนอะไรไม่ได้ แต่ทีมบริหารของพรรคประชาชนแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะคนเหล่านี้มาพร้อมกับเจตจำนงทางการเมือง ไม่ได้ลอยมาจากฟ้า แต่เปิดหน้าและประวัติให้ทุกคนได้เห็น เพื่อนำความหวังความฝันของประชาชนไปเปลี่ยนเป็นวาระที่จะขับเคลื่อนประเทศ บุคคลเหล่านี้จะมีประชาชนคอยสนับสนุน เพื่อทำความฝันความหวังให้เป็นจริง นี่คือความแตกต่างของพรรคประชาชน คณะรัฐมนตรีมี 36 คน ถ้าจะบริหารประเทศต้องมีคนจำนวนระดับนี้ ไม่ใช่มาแค่สามคน มาบริหารประเทศ ไม่ใช่มาเตะตะกร้อ


ในวันนี้มาถึงจุดนี้ เหลืออีกแค่นิดเดียวจะถึงเส้นชัย ที่จะคว้าชัยชนะให้กับทุกคน มาตั้งรัฐบาลประชาชนไปพร้อมกับพรรคประชาชน เหลือเวลาแค่สองวัน ตนเชื่อว่าวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ไม่เกินสองทุ่ม จะได้ประกาศว่านายกรัฐมนตรีคนต่อไปชื่อว่า ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #เลือกตั้ง2569 #รัฐบาลประชาชน







ธนาธร : สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลง กลายเป็นพายุแห่งการเปลี่ยนแปลง - พิธา : ส่งนายกฯ เท้งเข้าไปสร้างการเมืองดี ปากท้องดี

 


ธนาธร : สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลง กลายเป็นพายุแห่งการเปลี่ยนแปลง - พิธา : ส่งนายกฯ เท้งเข้าไปสร้างการเมืองดี ปากท้องดี 


วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 พรรคประชาชนจัดการปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายก่อนเข้าคูหา ‘ประชาชนเปลี่ยนประเทศ’ ที่อาคารกีฬาเวสน์ 1 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพฯ (ไทย-ญี่ปุ่น) ดินแดง โดยมีการจัดเตรียมที่นั่งทั้งด้านในอาคาร รองรับประมาณ 10,000 คน และภายนอกอาคาร บริเวณสนามฟุตบอลข้างสระว่ายน้ำ 


[ สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลง กลายเป็นพายุแห่งการเปลี่ยนแปลง ] 


ด้าน ธนาธร ระบุว่าตั้งแต่วันที่เราประกาศตั้งพรรคอนาคตใหม่เมื่อเดือนมีนาคม 2561 จนถึงวันนี้นับเป็นเวลา 8 ปีเต็ม ตอนตั้งพรรคอนาคตใหม่ สังคมไทยอยู่ในความมืดมิด สิทธิเสรีภาพของประชาชนถูกลิดรอน ผู้คนรังเกียจนักการเมือง ไม่เชื่อมั่นในรัฐสภา ตั้งคำถามกับประชาธิปไตย ในวันนั้นเราเรียกร้องให้ทุกคนหันกลับมาสนใจการเมือง เราบอกว่าการเมืองเป็นเรื่องของทุกคน ตั้งแต่คุณภาพของถนนหน้าบ้านจนถึงคุณภาพของโรงเรียนของลูก ตั้งแต่การจัดการดิน น้ำ ลม ฟ้า ป่า ว่าใครจะได้ใช้อะไร เท่าไหร่ อย่างไร จนถึงการจัดสรรงบประมาณของประเทศ ว่าจังหวัดไหนได้เท่าไหร่บ้าง ทุกอย่างล้วนเป็นเรื่องการเมือง พวกเราควรจะใส่ใจสนใจ ไม่ใช่ปฏิเสธมัน


ในวันนั้นเราเรียกร้องให้ยุติการสืบทอดอำนาจของกลุ่มบุคคลที่ทำรัฐประหาร 2557 เราเรียกร้องให้สร้างประชาธิปไตยให้มั่นคงแข็งแรง เราเรียกร้องให้อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน อีก 6 ปีจะครบ 100 ปีของการอภิวัฒน์สยาม 2475 เรามาทำภารกิจ 100 ปีให้จบในรุ่นเรา เพื่อให้ลูกหลานของเราเกิดและเติบโตโดยไม่เจอกับการทำรัฐประหารอีก วันนั้นเราบอกว่าจะสร้างสังคมใหม่ต้องใช้พรรคการเมืองที่มีวิถีการทำงานการเมืองแบบใหม่ พรรคการเมืองที่ร้อยรัดด้วยอุดมการณ์ ไม่ใช่ด้วยผลประโยชน์ ไม่ใช่ด้วยลาภยศ ไม่ใช่ด้วยชื่อเสียง พรรคการเมืองที่ตำแหน่งสำคัญต่างๆ ต้องมาจากความรู้ความสามารถและความเหมาะสม ไม่ใช่มาจากตัวแทนบ้านมุ้ง


ธนาธรกล่าวต่อไป ว่าวันนั้นเราบอกว่าพรรคการเมืองใหม่นี้ต้องไม่ซื้อเสียง ไม่ทุจริต แต่ต้องทำงานอย่างแข็งขันบนหลักยึดของอุดมการณ์ เพื่อสร้างศรัทธาให้กับประชาชน วันนั้นเราบอกประชาชนว่าการปักธงทางความคิดสำคัญกว่าคะแนนเสียง นี่คือสงครามของการช่วงชิงคุณค่าและความหมาย มากกว่าจะเป็นการชิงคะแนนเสียงเฉพาะหน้า เราบอกว่าถ้าเราชิงชัยทางความคิดได้ เราจะได้คะแนนเสียงขึ้นมาเอง


วันนั้นเราเชิญชวนทุกคนออกมาสร้างการเปลี่ยนแปลงร่วมกับพวกเรา เราบอกทุกคนว่าภารกิจเบื้องหน้าของเราใหญ่และสำคัญเกินกว่าที่พวกเราจะทำสำเร็จได้ด้วยตัวเราเอง ถ้าอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงไม่มีทางเลือกอื่น ทุกคนต้องลงแรง วันนั้นเราบอกว่าเวลาอยู่ข้างเรา การเปลี่ยนแปลงความคิดของสังคมต้องใช้เวลา ไม่สามารถทำได้ภายในชั่วข้ามวันข้ามคืน ไม่สามารถรีบร้อนได้ เราต้องทำผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ เราบอกว่าให้เวลาพวกเรา แล้วเราจะพิสูจน์การทำงานของเรากับประชาชน และเราบอกว่าภายใน 3 การเลือกตั้งเราจะตั้งรัฐบาลให้ได้


ธนาธรกล่าวต่อไปว่าผ่านมาแล้ว 8 ปี วันนี้เราทำให้คนกลับมาสนใจการเมืองได้ ทำให้คนกลับมาเชื่อมั่นในรัฐสภาได้ ทำให้คนโหยหาประชาธิปไตยได้ เราสร้างพรรคการเมืองใหม่สำเร็จแล้ว ปักธงความคิดก้าวหน้าในสังคมได้ เราเชิญประชาชนมาร่วมทางกับเราสำเร็จ และเหลืออีกเพียงสองวันจะถึงการเลือกตั้งครั้งที่ 3 ของพวกเรา เราทำให้เห็นแล้วว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้จริง ทำให้เห็นแล้วว่าตลอด 8 ปีที่ผ่านมามีการเปลี่ยนแปลงทั้งในเชิงคุณภาพและในเชิงปริมาณ ในเชิงปริมาณเราเติบโตขึ้นเรื่อยๆ พรรคอนาคตใหม่มีสมาชิกพรรค 60,000 คน พรรคก้าวไกลมีสมาชิกพรรค 100,000 คน วันนี้พรรคประชาชนมีสมาชิกพรรค 112,000 คน ในเชิงคุณภาพเราทำให้ประชาชนเชื่อใจและจ้างพวกเราทำงานได้มากขึ้นเรื่อยๆ เงินอุดหนุนจากกองทุนพัฒนาพรรคการเมือง อนาคตใหม่ได้รับสูงสุด 12 ล้านบาท ก้าวไกลได้รับสูงสุด 60 ล้านบาท พรรคประชาชนในปีที่ผ่านมาได้รับ 96 ล้านบาท


การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถูกสร้างจากการยืนหยัดเคียงข้างกันในช่วงเวลาที่ยากลำบาก ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา เวลาที่ค่าไฟของคุณแพง เราต่อสู้กับทุนผูกขาดให้กับคุณ เวลาที่พวกเราถูกฟ้องปิดปาก พวกคุณเซฟเรา เวลาที่สิทธิเสรีภาพของประชาชนถูกคุกคาม เรายืนเคียงข้างคุณ วันที่เราถูกยุบพรรค คุณยืนเคียงข้างเรา เวลาที่ลูกหลานของคุณถูกซ้อมในค่ายทหาร เราเรียกร้องความเป็นธรรมให้คุณ ตอนที่พวกเราถูกใส่ร้ายป้ายสี คุณเป็นปากเป็นเสียงให้เรา วันที่ภาษีของพวกคุณถูกคดโกง เราปกป้องเงินภาษีให้พวกคุณ วันที่พวกเราโดนตัดสิทธิคุณเสียน้ำตาให้กับพวกเรา นี่คือหน้าตาของการเปลี่ยนแปลง


 พรรคการเมืองและประชาชนต่อสู้เพื่อสร้างสังคมใหม่ร่วมกัน นี่คือการเรียนรู้เติบโตร่วมกันระหว่างคุณกับพวกเรา มันสร้างขึ้นจากการผ่านความเจ็บปวดร่วมกัน จากการต่อสู้เคียงข้างกัน ใช้เวลาพิสูจน์กันและกัน และ 8 ปีที่ผ่านมามันพิสูจน์แล้วว่าความสัมพันธ์แบบนี้มันผลักดันการเปลี่ยนแปลง มันผลักดันวาระที่ก้าวหน้าของสังคมไทยได้จริงๆ


ธนาธรกล่าวต่อไปว่าการยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กันแบบนี้มันทำให้ผู้คนเข้าร่วมกับพวกเรามากขึ้น เมล็ดพันธุ์กำลังงอกงามเติบโต จากสายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงกลายเป็นพายุแห่งการเปลี่ยนแปลงที่จะพาประเทศไทยไปข้างหน้า พวกเราคอยระวังหลังให้กันและกัน ไม่ใช่ความรู้สึกชั่วครั้งชั่วคราว มันพัฒนาขึ้นมาหนักแน่นมากขึ้น ลึกซึ้งมากขึ้น อบอุ่นมากขึ้น เชื่อใจกันและกันมากขึ้น


เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาที่ตนได้ร่วมกับขบวนคาราวานพรรคประชาชน มีประชาชนเดินเข้ามากอดตนแล้วน้ำตาคลอทุกวัน บอกพวกเราว่าฝากอนาคตของลูกหลานและของประเทศไทยไว้กับพวกเราด้วย มันทำให้ตนตระหนักว่าการเดินทางของเรามันสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นแล้วในประเทศไทย ตนเห็นความศรัทธาที่ทุกท่านมอบให้กับพวกเรา และเราจะขอตอบแทนด้วยการสร้างประเทศไทยที่เป็นธรรม ด้วยการสร้างประเทศไทยที่เป็นประชาธิปไตย ด้วยการสร้างประเทศไทยที่ก้าวหน้า เราจะตอบแทนทุกคนด้วยการสร้างประเทศไทยให้ดีกว่าเดิม


ธนาธรกล่าวต่อไปว่าอีก 2 วันจะถึงวันที่ปลายปากกาของทุกคนกำหนดอนาคตของประเทศไทย สัญลักษณ์ของพวกเราตั้งแต่อนาคตใหม่ ก้าวไกล จนถึงประชาชน ไม่ว่าถูกยุบกี่ครั้งสัญลักษณ์ก็ไม่เปลี่ยน สัญลักษณ์ของพวกเราคือสามเหลี่ยมหัวกลับ ที่เป็นด้านตรงข้ามของสามเหลี่ยมธรรมดา ที่เป็นเสมือนโครงสร้างสังคมที่คนรวยและคนมีอำนาจอยู่ข้างบน ประชาชนที่เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศอยู่ข้างล่าง สามเหลี่ยมหัวกลับคือการบอกว่าผู้มีอำนาจต้องอยู่ข้างล่าง ประชาชนต้องเป็นใหญ่ เจ้านายคือประชาชน


“การเลือกตั้งครั้งนี้คือการเลือกอนาคตสองแบบ เลือกอยู่กับความกลัวหรือเลือกอยู่กับความหวัง เลือกอยู่กับอดีตหรือเลือกอยู่กับอนาคต เมล็ดพันธุ์ทางความคิดเติบโตและเบ่งบานขึ้นแล้ว เวลาที่พวกเรารอคอยใกล้มาถึงแล้ว ขอเชิญชวนทุกคน 8 กุมภาพันธ์ กาส้ม-ส้ม-เห็นชอบไปด้วยกัน” ธนาธรกล่าว


[ ส่งนายกฯ เท้งเข้าไปสร้างการเมืองดี ปากท้องดี มีอนาคต ]


ต่อมา พิธา กล่าวว่า วันนี้เวลาของความเปลี่ยนแปลงมาถึงแล้ว หลังจากโดนตัดสิทธิ์ทางการเมือง ตนได้เดินทางมาทั่วโลก และสามารถสรุปได้ว่าวันนี้โลกปรับไทยต้องเปลี่ยน และยังไม่สายเกินไปถ้าเราตั้งรัฐบาลของประชาชาชน ไม่ว่าไปที่ไหน ทุกคนพูดถึงปัญหามากกว่าศักยภาพของประเทศไทย หลายประเทศอยากจะลงทุนในประเทศไทย แต่ก็บอกว่าประเทศไทยซับซ้อนเกินไป


ประเทศไทยกำลังประสบสภาวะเงินไทยไหลออก เงินนอกไม่ไหลเข้า และเงินเทาเต็มประเทศ ต่างประเทศบอกว่าเราเป็น “คนป่วย” ของเอเชีย ในขณะที่เวียดนามโต 40% ไทยโตแค่ 5 จากเศรษฐกิจอันดับ 2 ของอาเซียน ตอนนี้โตรั้งท้าย เราจะกลายเป็นประเทศแก่ก่อนรวย และปีนี้เป็นปีแรกในรอบ 75 ปีที่อัตราการเกิดของไทยน้อยลงที่สุด


แต่วันนี้ยังไม่สายเกินไป ถ้าวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ประชาชนเข้าคูหากาเพื่อเปลี่ยน กาเบอร์ 46 ส่งนายกเท้งเข้าทำเนียบรัฐบาล และวันนี้ยังไม่สายเกินไปที่ประเทศไทยจะตั้งรัฐบาลที่คนไทยภูมิใจและโดดเด่นในเวทีโลก ในวันที่โลกไร้ระเบียบ แต่ก่อนความชอบธรรมคืออำนาจ แต่วันนี้อำนาจคือความชอบธรรม เราจึงต้องการรัฐบาลที่มีทั้งความชัดและความพร้อม เพื่อเข้าไปเปลี่ยนประเทศไทยให้ไม่เหมือนเดิม ให้นายกฯ เท้งเข้าไปเพื่อทำให้การเมืองดี ปากท้องดี มีอนาคต


ตนขอขอบคุณเพื่อนๆ ชาวอนาคตใหม่ที่ยอมจุดไฟในสายลม และวันนี้ไฟที่ติดแล้ว ประชาชนจะไม่ยอมให้ดับ ขอบคุณพรรคก้าวไกล ทีมงาน อาสาสมัคร สมาชิก และพี่น้องประชาชน ที่สนับสนุนเราตลอดมา


พิธากล่าวปิดท้ายว่าขอสื่อสารไปยังพิพิม ลูกสาวของตน ขอบคุณที่เป็นกำลังใจให้ตนตลอดมา ตนจะสู้เพื่อลูกและเพื่อคนรุ่นลูกทุกคนต่อไป วันนี้คือการปราศรัยครั้งสุดท้าย ตนมั่นใจว่าในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ เราจะได้ชัยชนะ และจะไม่เคยชนะเยอะขนาดนี้มาก่อน ขอให้พี่น้องประชาชนฉลองให้เต็มที่ จนกว่าเราจะพบกันใหม่


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #เลือกตั้ง2569 #รัฐบาลประชาชน