วันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ธิดา ถาวรเศรษฐ : เราอาจจะได้รัฐธรรมนูญใหม่ที่ไม่ได้อย่างใจเรา 100% แต่อย่างน้อยที่สุดก็คือประชาชนปฏิเสธรัฐธรรมนูญมรดกของคณะรัฐประหาร

 


ธิดา ถาวรเศรษฐ : เราอาจจะได้รัฐธรรมนูญใหม่ที่ไม่ได้อย่างใจเรา 100% แต่อย่างน้อยที่สุดก็คือประชาชนปฏิเสธรัฐธรรมนูญมรดกของคณะรัฐประหาร


บางส่วนจากการสัมภาษณ์ในรายการ MATItalk โดย มติชนสุดสัปดาห์ – MatichonWeekly เผยแพร่เมื่อ 11 ก.พ. 2569


MATItalk : ชัยชนะของการ “เห็นชอบ” ประชามติ จะมีความหมายอะไรในเมืองเขาคุมทุกอย่างได้หมดแล้ว องค์กรอิสระ แล้วเราก็เชื่อว่าวุฒิสภาสั่งได้ เสียงในสภาล่างเขาก็มีครบแล้ว ครบวงจร เขาคุมหมดแล้ว


อ.ธิดา ถาวรเศรษฐ : ไม่เป็นไร อย่างน้อยที่สุดมันเป็นเจตจำนงของประชาชนว่าไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญฉบับเก่า อันนี้สำคัญนะ ถึงแม้ว่ามันจะเป็น step แรก แต่จำนวนคนที่ออกเสียง “เห็นชอบ” ก็มากกว่าครั้งที่แล้ว อย่างน้อยที่สุดเราก็เอาตัวนี้มาเป็นความชอบธรรมว่า ประชาชนไม่ต้องการรัฐธรรมนูญฉบับที่แล้ว แปลว่าลึก ๆ แล้วประชาชนไม่ต้องการเห็นมรดกของการทำรัฐประหารและการสืบทอดอำนาจ อันนี้เป็นลึก ๆ จริง ๆ แม้ว่าพวกจารีตจะได้รับชัยชนะท่วมท้นนะ นี่เป็นข้อดีของการเลือกตั้งครั้งนี้ เขาเลือกพรรค อาจจะเลือกพรรคอนุรักษ์นิยม จารีตนิยม แต่เขาเห็นชอบประชามติ บางคนก็อาจจะบอกว่าหรือว่าตามพรรคภูมิใจไทย พรรคภูมิใจไทยเขาก็บอกว่าแก้ไขได้ แต่เขาไม่ยอมให้แก้หมวด 1 หมวด 2 แล้วลามไปถึงมาตรา 112 ซึ่งจะเรียกว่า “โหน” หรือเปล่าก็ไม่รู้แหละ แสดงสัญลักษณ์ของการโหนชัดเจนทั้งโหนชาติ โหนสถาบัน พูดชัดเจนเลย


แต่อย่างไรก็ตาม ประชาชนเขาก็เห็นชอบที่ให้มีรัฐธรรมนูญใหม่ เราอาจจะได้รัฐธรรมนูญใหม่ที่ไม่ได้อย่างใจเรา 100% แต่อย่างน้อยที่สุดก็คือประชาชนปฏิเสธรัฐธรรมนูญมรดกของคณะรัฐประหาร


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #เลือกตั้ง2569 #ประชามติ2569 #เห็นชอบ #รัฐธรรมนูญใหม่

วันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

สว.เทวฤทธิ์ เผย กมธ.พัฒนาการเมืองฯ จ่อเรียก ผอ.กกต.ชลบุรี แจงปมเลือกตั้งเขต 1 ชลบุรี 17 ก.พ.นี้

 


สว.เทวฤทธิ์ เผย กมธ.พัฒนาการเมืองฯ จ่อเรียก ผอ.กกต.ชลบุรี แจงปมเลือกตั้งเขต 1 ชลบุรี 17 ก.พ.นี้


วันนี้ 14 ก.พ. 2569 เวลา 17.00 น. ที่ลานหน้าหอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพฯ (BACC) แยกปทุมวัน พลเมืองอิสระจัดชุมนุม #นับใหม่ทั้งประเทศ เรียกร้องให้กกต.นับคะแนนใหม่ทั้งประเทศและทวงถามความยุติธรรม สืบเนื่องจากปัญหาการนับคะแนนผลการเลือกตั้งและกรณีแถบบาร์โค้ดที่ปรากฏบนบัตรเลือกตั้ง เพื่อความโปร่งใสและกู้วิกฤตศรัทธาในระบอบประชาธิปไตยให้กับประชาชน 


นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา เปิดเผยว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีข้อพิรุธ ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนควรจะเรียกร้องได้ท่ามกลางกระแสของความไม่ไว้วางใจ โดยในวันที่ 17 ก.พ. นี้ เวลา 10.00 น. คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา จะเชิญ ผอ.กกต.เขตเลือกตั้งที่ 1 จ.ชลบุรี, ผอ.กกต.จังหวัดชลบุรี ประชาชนที่ถูกแจ้งความดำเนินคดี และทนายความ มาให้ข้อมูลเพราะประชาชนกังวลว่าจะถูกฟ้องปิดปากทำให้เกิดความหวาดกลัว ดูเหมือนจะกลับหัวกลับหาง เพราะเป้าหมายหลักของ กกต. คือต้องบริสุทธิ์ยุติธรรม ไม่ได้เรียกร้องขอให้กลับมาชนะ ประชาชนเขาอยากรู้ว่าคะแนนที่ลงไปคือคะแนนเสียงที่ถูกขาน คือคะแนนของเขาจริง ๆ แต่ กกต. กลับไปฟ้องร้องดำเนินคดีประชาชน หวังว่าในการประชุม กมธ. จะได้หาทางออกส่งเสริมพันธกิจ กกต. ในการมีส่วนร่วมของประชาชน ไม่ใช่สร้างบรรยากาศความกลัว


นอกจากนี้ นายเทวฤทธิ์ ยังกล่าวเรียกร้องให้ประชาชนและสื่อมวลชนจับตาการประชุมวุฒิสภาจะมีการประชุมสมัยวิสามัญ เพื่อเห็นชอบ กกต. 2 คนในวันที่ 26 ก.พ. 69 นี้ โดยระบุว่า ที่ผ่านมา สว. ชุดนี้ ได้ให้ความเห็นชอบ กกต. ไปแล้ว 3 คน ซึ่งหากให้ความเห็นชอบอีกหมายความว่า สว. ชุดนี้ให้ความเห็นชอบ กกต. 5 คน จาก 7 คน ท่ามกลางวิกฤตศรัทธา ซึ่งตนเองจะมีการยื่นเรื่องขอให้ชะลอการให้ลงมติความเห็นชอบไปก่อน เพราะไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ลุยไฟขนาดนั้น เพราะจะยิ่งสร้างความไม่ไว้วางใจ


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #กกต #เลือกตั้ง2569

พลเมืองอิสระรวมตัวหอศิลป์ฯ จัดกิจกรรม #กกตหค 'กินก๋วยเตี๋ยวหกคน' จี้ กกต.รับผิดชอบปัญหาเลือกตั้ง 69 รวมถึงกรณี ’บัตรบาร์โค้ด‘

 


พลเมืองอิสระรวมตัวหอศิลป์ฯ จัดกิจกรรม #กกตหค 'กินก๋วยเตี๋ยวหกคน' จี้ กกต.รับผิดชอบปัญหาเลือกตั้ง 69 รวมถึงกรณี ’บัตรบาร์โค้ด‘


วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 17.00 น. ที่ลานหน้าหอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพฯ (BACC) แยกปทุมวัน พลเมืองอิสระจัดชุมนุม #นับใหม่ทั้งประเทศ เรียกร้องให้กกต.นับคะแนนใหม่ทั้งประเทศและทวงถามความยุติธรรม สืบเนื่องจากปัญหาการนับคะแนนผลการเลือกตั้งและกรณีแถบบาร์โค้ดที่ปรากฏบนบัตรเลือกตั้ง เพื่อความโปร่งใสและกู้วิกฤตศรัทธาในระบอบประชาธิปไตยให้กับประชาชน 


บรรยากาศภายในงาน ประกอบด้วยนิทรรศโกงว่าด้วยข่าวปัญหาจากการเลือกตั้ง มีป้ายผ้าข้อความให้ประชาชนมาเขียนถึง ‘กกตหค’ โดยมีประชาชนพกหม้อและตะหลิวมาใช้เคาะประท้วง รวมถึงมีโพลสำรวจความคิดเห็น ‘กกต.ควรอยู่ที่...‘ ให้ประชาชนเลือกตอบระหว่าง ’ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ’ หรือ ‘คุก’ ในลักษณะเหมือนกับขีดคะแนนผลการเลือกตั้ง อีกทัังยังมีป้ายนับคะแนนเลือกตั้ง ‘รุ่นมุดถ้ำนับคะแนน’ ให้ประชาชนได้ร่วมกิจกรรมด้วย


นายกันตพัฒน์ ตัวแทนกลุ่ม ระบุว่าการรวมตัวครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายโจมตีพรรคการเมืองใด แต่เป็นการตั้งคำถามต่อความรับผิดชอบของ กกต. โดยตรง หลังพบความผิดปกติในหลายพื้นที่ อาทิ การเคลื่อนย้ายหีบบัตรเลือกตั้ง ที่ดูไม่โปร่งใส ปัญหาบัตรเขย่ง และจำนวนผู้ใช้สิทธิ์ที่ไม่ตรงกับยอดคะแนน การใช้อิทธิพลในพื้นที่ เช่น กรณีผู้ใหญ่บ้านมาควบคุมการลงคะแนน ระบบบาร์โค้ด/คิวอาร์โค้ด บนใบลงคะแนนที่อาจระบุตัวตนได้ ซึ่งถือเป็นการละเมิดสิทธิและทำลายความลับในการลงคะแนน การชี้แจงที่คลุมเครือ มองว่าการแถลงข่าวของ กกต.


โดยยืนยันว่า "เสียงของประชาชนต้องได้รับการปกป้อง" โดยหลังจากนี้จะเดินทางไปยื่นหนังสือต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และจะยกระดับกิจกรรมเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง จนกว่า กกต. จะแสดงความรับผิดชอบที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการนับคะแนนใหม่หรือการจัดการเลือกตั้งใหม่หากจำเป็น


นอกจากนั้นแล้วในงานยังมีการเล่นดนตรีจากอาเล็ก โชคร่มพฤกษ์ และหนวด ริมทาง จากนั้นมีการผลัดกันขึ้นมาปราศรัยตั้งแต่ช่วงเย็น ในขณะที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาดูแลรอบพื้นที่ ก่อนในช่วงท้ายจะมีการอ่านแถลงการณ์ข้อเรียกร้องต่อ กกต. และยุติกิจกรรมลงในเวลา 19.50 น.


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #กกต #เลือกตั้ง69



























พรรคประชาชนชี้การมีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ทำลายหลักลงคะแนนโดยลับ-เปิดช่องทุจริต จี้ กกต. เร่งเปิดรายงานผลการนับคะแนนทุกหน่วย มอบ “วาโย” ฟ้อง กกต.-เลขาฯ กกต. ผิด 157


พรรคประชาชนชี้การมีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ทำลายหลักลงคะแนนโดยลับ-เปิดช่องทุจริต จี้ กกต. เร่งเปิดรายงานผลการนับคะแนนทุกหน่วย มอบ “วาโย” ฟ้อง กกต.-เลขาฯ กกต. ผิด 157 


วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 ที่อาคารอนาคตใหม่ กิตติชัย เตชะกุลวณิชย์ รองหัวหน้าพรรคประชาชน และ พริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน แถลงความคืบหน้าการติดตามตรวจสอบความโปร่งใสของการจัดการเลือกตั้ง 2569 ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)


พริษฐ์เริ่มต้นโดยย้ำว่า เจตนาของพรรคประชาชนในการตรวจสอบความโปร่งใสของการจัดการเลือกตั้ง ตลอด 4-5 วันที่ผ่านมา ไม่ได้มีเจตนาเพื่อมุ่งเปลี่ยนผลการเลือกตั้ง ไม่ใช่การไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้ง แต่เราจำเป็นต้องตรวจสอบความโปร่งใสของการเลือกตั้งเพื่อปกป้องเสียงของประชาชนทุกคนว่าเสียงของเขาถูกบันทึกอย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะกาให้กับพรรคการเมืองไหนก็ตาม รวมถึงเราต้องการให้ผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างบกพร่องหรือจงใจทุจริต ต้องรับผิดชอบต่อกฎหมายเพื่อเป็นการสร้างบรรทัดฐานที่ทำให้เรามีการเลือกตั้งในอนาคตที่ประชาชนเชื่อมั่นเชื่อถือได้


การแถลงในวันนี้มี 4 หัวข้อ หัวข้อแรกคือกรณีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ในการแถลงข่าวของ กกต. เมื่อวานนี้ (13 ก.พ.) มีข้อสรุปว่าบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดดังกล่าว ในทางทฤษฎีสามารถระบุตัวตนของผู้ใช้สิทธิ์ลงคะแนนได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่และเราเห็นว่ามีปัญหา 3 เรื่องหลัก


ปัญหาแรก ทำให้การลงคะแนนเสียงไม่เป็นไปโดยลับ ตามหลักการที่สังคมเข้าใจโดยทั่วไปมาโดยตลอด


การลงคะแนนที่ "ลับ" หมายถึงเมื่อลงคะแนนไปแล้วจะต้องไม่สามารถระบุตัวตนผู้ลงคะแนนได้เลย แต่ การแถลงของ กกต. เมื่อวานเป็นการยืนยันว่าสามารถทำได้ในเชิงทฤษฎีหากมีการเข้าถึงข้อมูล 3 ส่วน คือ ข้อมูลบนบัตร, รหัสตรงต้นขั้ว และชื่อผู้ลงคะแนนของรหัสนั้นๆ ดังนั้นเราเห็นว่าประเด็นสำคัญไม่ใช่ความยากหรือง่ายในการเข้าถึงข้อมูล แต่ประเด็นอยู่ที่หากเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้ จะสามารถระบุตัวตนได้ ซึ่งต่างจากการเลือกตั้งในอดีตที่ไม่ว่าใครจะเข้าถึงข้อมูลส่วนใด ก็ไม่มีทางรู้ได้ว่าใครเลือกใคร


ปัญหาที่สอง เป็นการเปิดช่องโหว่ขนาดใหญ่ให้พรรคการเมืองหรือผู้สมัครคนใดคนหนึ่ง สามารถใช้ประโยชน์จากบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดดังกล่าวเพื่อตรวจสอบได้ว่าใครลงคะแนนให้ใคร 


แม้ กกต. จะชี้แจงว่ามีการเก็บรักษาบัตรและต้นขั้วไว้ในที่ปลอดภัย แต่หากมีพรรคการเมืองหรือผู้สมัครคนใดรู้เรื่องบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดมาก่อน อาจเปิดช่องให้สามารถออกแบบกระบวนการในการตรวจสอบได้ว่าใครโหวตอย่างไรโดยไม่จำเป็นต้องเข้าถึงบัตรหรือต้นขั้วที่ กกต. เก็บไว้หลังปิดหีบ เช่น ตัวแทนพรรคอาจใช้อิทธิพลข่มขู่ให้ประชาชนแจ้งรหัสต้นขั้วก่อนลงคะแนน และจากนั้นมีการถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งทุกใบขณะนับคะแนน เพื่อนำมาสแกนตรวจสอบภายหลังว่าลงคะแนนตามที่ตกลงหรือไม่ หรือหากกรรมการประจำหน่วย (กปน.) ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ก็อาจแอบถ่ายภาพต้นขั้วบัตรเพื่อส่งให้ตัวแทนพรรคที่กระทำการดังกล่าวได้


ดังนั้น แม้ กกต. ชี้แจงว่าทั้งหมดที่ทำเป็นไปเพื่อ “รักษาความปลอดภัย” และแม้เรายอมเชื่อไว้ก่อนว่า กกต. มีเจตนาดีเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าวจริง การดำเนินการของ กกต. ได้เปิดช่องโหว่ขนาดใหญ่ ที่ทำให้การเลือกตั้งอาจจะไม่สุจริตเที่ยงธรรม และกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ใช้สิทธิ


ปัญหาที่สาม ความเสียหายระยะยาวต่อการเลือกตั้งในอนาคต


เมื่อมีการเก็บบัตรและต้นขั้วไว้ หากข้อมูลดังกล่าวรั่วไหลหรือมีบุคคลใดเข้าถึงข้อมูลดังกล่าว จะเกิดปัญหาสำหรับอนาคต เพราะข้อมูลการเลือกพรรคการเมืองของประชาชน ถือเป็นข้อมูลที่อ่อนไหว และจะกลายเป็นข้อมูลที่ผู้มีอำนาจสามารถนำไปใช้จัดเก็บสถิติแยกตามเพศ อายุ และพื้นที่ เพื่อสร้างความได้เปรียบในการเตรียมการเลือกตั้งครั้งถัดไปได้


ล่าสุด พรรคได้มอบหมายให้ วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรค เป็นผู้รวบรวมข้อเท็จจริงและทำคำร้องเพื่อยื่นฟ้องต่อศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เพื่อดำเนินคดีกับ กกต. และเลขาธิการ กกต. ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต


พริษฐ์กล่าวต่อว่า หัวข้อต่อมาเป็นข้อสังเกตต่อประเด็นบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ คือแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ ที่มีจำนวนไม่เท่ากันในเขตเลือกตั้งเดียวกัน โดยพบปัญหานี้ในหลายเขตเลือกตั้ง เมื่อวานนี้ กกต. ระบุว่าความคลาดเคลื่อนเกิดจากระบบรายงานผลบนเว็บไซต์ของ กกต. แต่เราต้องยืนยันว่าข้อสังเกตของพรรคประชาชน ไม่ได้อ้างอิงข้อมูลเว็บไซต์ของ กกต. แต่อ้างอิงจากข้อมูลที่อยู่ในบอร์ดรายงานผลในแต่ละเขตเลือกตั้ง 


ดังนั้นไม่ว่ากระบวนการในการรายงานตัวเลขผ่านเว็บไซต์ของ กกต. จะมีปัญหาแค่ไหน แต่เป็นคนละเรื่องกับหลักฐานที่เราเอามากางก่อนหน้านี้และในวันนี้ ยกตัวอย่างความผิดปกติที่ชัดเจนในพื้นที่สงขลา เขต 3 และ ศรีสะเกษ เขต 2 ที่ได้มีการเปิดข้อมูลไปก่อนหน้านี้ รวมถึงอีกหลายเขตที่มีการเปิดเผยข้อมูลในวันนี้ ซึ่งในเขตเลือกตั้งดังกล่าว มีทั้งเขตที่พรรคประชาชนแพ้เลือกตั้งเป็นอันดับ 3 และเขตที่พรรคประชาชนชนะการเลือกตั้ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเราไม่ได้ตรวจสอบเรื่องนี้เพื่อหวังจะทำให้พรรคประชาชนมี สส. มากขึ้น แต่เราต้องการตรวจสอบประเด็นนี้เพื่อปกป้องเสียงของประชาชนทุกคนแลทำให้เรื่องนี้สิ้นข้อสงสัย


ท้ายสุดนี้มีข้อเรียกร้องต่อ กกต. คือ (1) ขอให้ชี้แจงว่าทำไมจำนวนบัตรเลือกตั้ง 2 ใบในเขตเลือกตั้งเดียวกัน ที่ปรากฏในบอร์ดรายงานผลการลงคะแนนสำหรับบางเขตเลือกตั้ง จึงคลาดเคลื่อนและต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ (2) เรียกร้องให้มีการเปิดเผยข้อมูลรายหน่วยเพื่อให้ประชาชนตรวจสอบโดยสะดวกมากขึ้น ซึ่งประกอบด้วยเอกสารสองอย่าง คือ กกต. ต้องเร่งเผยแพร่รายงานผลการนับคะแนน (ส.ส. 5/18) รายหน่วย ให้ครบทุกหน่วยเลือกตั้งตามที่กฎหมายกำหนด และควรเปิดเผยใบขีดคะแนน (ส.ส. 5/11) รายหน่วย แม้กฎหมายจะไม่ได้กำหนดให้เปิดเผย แต่ควรเปิดเผยเพื่อความโปร่งใส โดยเฉพาะในเขตเลือกตั้งที่ประชาชนมีข้อสงสัย 


ด้าน กิตติชัย กล่าวถึงภาพรวมของเรื่องร้องเรียนที่ผู้สมัคร สส. ของพรรค และประชาชนแจ้งเบาะแสเข้ามาเกี่ยวกับการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยในส่วนผู้สมัคร สส. ของพรรค รับเรื่องร้องเรียนมาทั้งหมด 57 เรื่อง ฝ่ายกฎหมายได้ทำเรื่องไปยัง กกต. ขอให้มีการตรวจสอบแล้ว 37 เรื่อง ส่วนการร้องเรียนของประชาชนผ่านเว็บไซต์ report69 ยอดทั้งหมดกว่า 4,000 เรื่อง ตรวจสอบแล้วพบว่ามีข้อมูลและข้อเท็จจริงที่จะไปสู่การร้องเรียนได้ 1,260 เรื่อง ฝ่ายกฎหมายได้ดำเนินการตรวจสอบและส่งให้ผู้สมัคร สส. ของพรรคร้องคัดค้านการประกาศผลต่อไป


และหัวข้อสุดท้าย เป็นเรื่องร้องเรียนใหม่ที่สมุทรปราการ เขต 6 มีประชาชนส่งคลิปวิดีโอที่แสดงให้เห็นว่ามีการทิ้งอุปกรณ์ที่ใช้ในการจัดการเลือกตั้ง รวมถึงใบขีดคะแนน (ส.ส. 5/11) ที่บ่อขยะแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการ โดยเอกสารดังกล่าวระบุวันที่ 8 กุมภาพันธ์และระบุหน่วยเลือกตั้งด้วย จุดดังกล่าวไม่ใช่จุดรวมหีบหรือจุดยุบหีบเหมือนกรณีชลบุรีเขต 1 อย่างแน่นอน เพราะเห็นชัดเจนว่าเป็นบ่อขยะ และจุดรวมหีบของสมุทรปราการเขต 6 เองอยู่ห่างจากจุดของบ่อขยะนี้ถึง 8 กิโลเมตร ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้น ต้องมีใครคนใดคนหนึ่งนำมาทิ้งไว้ ซึ่งเรื่องนี้เราต้องขอให้ กกต. และ กกต. สมุทรปราการ เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและชี้แจงต่อพี่น้องประชาชนโดยเร็วว่าเกิดเรื่องเช่นนี้ได้อย่างไร โดยประชาชนที่ส่งหลักฐานเข้ามาได้ลงบันทึกประจำวันกับสถานีตำรวจไว้แล้ว


ในวันจันทร์นี้ (16 ก.พ.) ผู้สมัคร สส.สมุทรปราการ เขต 6 ของพรรคคือ วีรภัทร คันธะ จะนำหลักฐานนี้ไปร้องต่อ กกต. ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ พรรคประชาชนขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่แจ้งเบาะแสเข้ามา เราจะรวบรวมและดำเนินการในการร้องต่อ กกต. ต่อไป


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน








🚨ไฮไลท์ !!! สถานการณ์ความพ่ายแพ้ของพรรคการเมืองที่ก้าวหน้า ในการเลือกตั้ง 2569

วันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

“เลือกตั้งแล้ว แต่คดีทางการเมืองยังไปต่อ” ThumbRights ชวน “บังเอิญ-ป้านิด-สมยศ” เปิดใจก่อนฟังคำพิพากษาเดือน ก.พ.69 นี้ ทนายแจม ชวนคุย ทิศทางแก้ไขคดีความและการนิรโทษกรรม

 


“เลือกตั้งแล้ว แต่คดีทางการเมืองยังไปต่อ” ThumbRights ชวน “บังเอิญ-ป้านิด-สมยศ” เปิดใจก่อนฟังคำพิพากษาเดือน ก.พ.69 นี้ ทนายแจม ชวนคุย ทิศทางแก้ไขคดีความและการนิรโทษกรรม


วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 17.30 – 20.00 น. ที่อาคาร All Rise (iLaw) มีงาน Stand Together EP.16 ‘หลังเลือกตั้ง คดียังไม่หยุดเดิน’ โดยเครือข่ายประชาชนเพื่อสิทธิทางการเมือง หรือ ThumbRights แม้การเลือกตั้งจะผ่านไป แต่คดีการเมืองยังคงดำเนินต่อ ผู้ถูกดำเนินคดียังต้องขึ้นศาล บางคนกำลังรอฟังคำพิพากษา พร้อมชวนพูดคุยถึงสถานการณ์ทางการเมืองในช่วงนี้ ก่อนพูดคุยกับ “ป้านิด” จิราภรณ์ บุษปะเกศ, สมยศ พฤกษาเกษมสุข และ “บังเอิญ” ศุทธวีร์ สร้อยคำ ที่จะมีคำพิพากษาในเดือน ก.พ. 2569 นี้


โดยกิจกรรมเริ่มจาก “ทนายแจม” ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ว่าที่ สส.พรรคประชาชน ร่วมพูดคุยถึงแนวโน้มและทิศทางการแก้ไขคดีทางการเมือง ต่อด้วยการวิเคราะห์ทิศทางคดีความ และการ “นิรโทษกรรม” หลังการเลือกตั้ง โดย พูนสุข พูนสุขเจริญ จากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน และบุศรินทร์ แปแนะ จาก iLaw


พูนสุขกล่าวโดยสรุปว่า คดีกระบวนการยุติธรรมก็ยังคงดำเนินต่อไป แนวโน้มที่ศาลสูงไม่ให้ประกันตัวก็ยังอยู่ในระดับที่สูง หลังการเลือกตั้งก็คาดว่ามีการใช้กฎหมายมาฟ้องปิดปากประชาชนเหมือนเดิม และไม่ได้มีปัจจัยททางการเมืองมาแก้ไขสถานการณ์ใด ๆ การไปต่อของนิรโทษกรรมและรัฐธรรมนูญนั้นก็เป็นไปด้วยความยากลำบาก


ด้านบุษรินทร์กล่าวโดยสรุปว่า หากสถานการณ์การเมืองยังเป็นเช่นนี้อาจมีผู้ต้องขังคดี ม.112 เพิ่มขึ้นอีก อาจยังไม่ค่อยดีนักกับเรื่องสิทธิเสรีภาพสักเท่าใด และเกี่ยวกับโครงการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติต่าง ๆ ที่ชาวบ้านไม่เห็นด้วยและออกมาเรียกร้อง ก็อาจไปในทิศทางที่ไม่ดีเช่นกัน


จากนั้นจึงเริ่มวงพูดคุย Stand Together EP.16 กับ “ป้านิด” จิราภรณ์ บุษปะเกศ, สมยศ พฤกษาเกษมสุข, “บังเอิญ” ศุทธวีร์ สร้อยคำ สามจำเลยคดีทางการเมืองที่ศาลมีนัดคำพิพากษาในเดือนนี้ มาฟังเรื่องราวในคดีความ รวมไปถึงชีวิตและผลกระทบจากการถูกดำเนินคดี


โดยคดีของ “ป้านิด” ถูกกล่าวหา ม.112 ซึ่งมีเหตุมาจากการปราศรัยในการชุมนุม THE RETURN OF THAMMASAT #ธรรมศาสตร์จะไม่ทน เมื่อวันที่ 26 ก.ค. 2566 โดยศาลจังหวัดธัญบุรีมีนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 18 ก.พ. 2569


คดีของสมยศ ถูกกล่าวหา ม.112 จากการปราศรัย “ปลดอาวุธศักดินาไทย” หน้าราบ 11 ในการชุมนุม #ม็อบ29พฤศจิกา63 ซึ่งสมยศเป็นหนึ่งในจำเลยของคดีนี้ที่มีจำเลยทั้งสิ้น 7 คน โดยศาลอาญานัดฟังคำพิพากษา 20 ก.พ. 2569


และคดีของ “บังเอิญ” ถูกกล่าวหา พ.ร.บ.โบราณสถานฯ และพ.ร.บ.ความสะอาดฯ จากการพ่นสีสเปรย์ข้อความยกเลิก 112 และเครื่องหมายอนาคิสต์ บนกำแพงพระบรมมหาราชวัง โดยศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์วันที่ 25 ก.พ. 2569


และในช่วงท้ายของงาน มีการติดสติกเกอร์รูปหัวใจ ชอคโกแลต และดอกกุหลาบ เพื่อส่งพลังและกำลังใจให้ผู้ที่กำลังจะไปฟังคำพิพากษาทั้งสามคน 


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์