วันพุธที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2569

‘เชตวัน’ สำรวจพื้นที่ปากคลองรังสิต เผยฟองขาวลอยผิวน้ำเกิดจากการสูบน้ำเสียท่วมขังมารวมจุดเดียว ชี้เกิดขึ้นประจำทุกปี เร่งประสานระบายน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา

 


‘เชตวัน’ สำรวจพื้นที่ปากคลองรังสิต เผยฟองขาวลอยผิวน้ำเกิดจากการสูบน้ำเสียท่วมขังมารวมจุดเดียว ชี้เกิดขึ้นประจำทุกปี เร่งประสานระบายน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา


วันที่ 14 ตุลาคม 2569 เชตวัน เตือประโคน สส.ปทุมธานี เขต 5 พรรคประชาชน ลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์บริเวณประตูระบายน้ำกึ่งถาวรปากคลองรังสิต เทศบาลตำบลบ้านใหม่ อำเภอเมืองฯ จังหวัดปทุมธานี หลังได้รับแจ้งกรณีปรากฏฟองสีขาวและคราบน้ำสีดำลอยอยู่บนผิวน้ำ พร้อมส่งกลิ่นเหม็นจนเป็นที่กังวลของประชาชนในพื้นที่


เชตวันเปิดเผยว่า บริเวณประตูระบายน้ำปากคลองรังสิตจุดนี้ ถือเป็นปลายทางรับน้ำจากหลายสาย เพื่อเตรียมระบายลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา โดยฟองสีขาวที่เกิดขึ้นนั้น ตรงกับที่นักวิชาการและเจ้าหน้าที่กองสาธารณสุข เทศบาลตำบลบ้านใหม่ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าไม่ใช่สารเคมีอันตรายที่รั่วไหลอย่างฉับพลัน แต่เกิดจากน้ำเสียและน้ำท่วมขังจากครัวเรือนในหลายพื้นที่ที่มีค่าออกซิเจนต่ำ เมื่อน้ำเสียเหล่านี้ถูกสูบมารวมกัน และผ่านกระบวนการตีกระแทกของประตูระบายน้ำ จึงกลายเป็นฟองฟอดลอยขึ้นมา


เชตวันกล่าวต่อไปว่า เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลบ้านใหม่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาคุ้นเคยกับสถานการณ์ดี แต่ในปีนี้ปริมาณฟองสีขาวหนาแน่นมากเป็นพิเศษ เนื่องจากมีภาวะน้ำท่วมใหญ่ในหลายพื้นที่ ทำให้มีการสูบระบายน้ำเสียปริมาณมากมารวมกัน ณ จุดนี้ก่อนลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา


เชตวันกล่าวทิ้งท้ายว่า สำหรับแนวทางการแก้ไข ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งเร่งเครื่องสูบน้ำเพื่อระบายน้ำออกให้สอดคล้องกัน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากยังคงมีน้ำจากคลองเปรมประชากรและคลองหลักถูกสูบเข้ามาเติมอยู่เรื่อย ๆ จึงต้องร่วมกันบริหารจัดการการสูบน้ำเพื่อให้การระบายน้ำของประตูระบายน้ำจุฬาลงกรณ์และประตูน้ำปากคลองรังสิตทำงานได้อย่างสมดุล ทั้งนี้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และเร่งดันน้ำเสียออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #น้ำท่วม2569 #คลองรังสิต




























ฟูอาดี้ พิศสุวรรณ ปาฐกถา วาระ #53ปี14ตุลา หัวข้อ ปทัสถานของการ “เคลียร์ได้” กับการเมืองร่วมสมัย ชวนดู 6 กลไกที่ทำให้วัฒนธรรม"เคลียร์ได้" ค่อยๆ กัดกร่อนความหมายของกติกาในชีวิตจริง

 


ฟูอาดี้ พิศสุวรรณ ปาฐกถา วาระ #53ปี14ตุลา หัวข้อ ปทัสถานของการ “เคลียร์ได้” กับการเมืองร่วมสมัย ชวนดู 6 กลไกที่ทำให้วัฒนธรรม"เคลียร์ได้" ค่อยๆ กัดกร่อนความหมายของกติกาในชีวิตจริง 


วันที่ 14 ตุลาคม 2569 เวลา เวลา 10.30 น. ที่ห้องประชุม อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา แยกคอกวัว ถนนราชดำเนิน มูลนิธิ 14 ตุลา จัดงานรำลึก “53 ปี 14 ตุลา 2516” โดยเวลา 07.45 - 10.30 น. ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา มีพิธีตักบาตรพระสงฆ์ 14 รูป ต่อด้วยพิธีกรรมศาสนาพุทธ คริสต์ อิสลาม วางพวงมาลาและกล่าวรำลึก


จากนั้นที่ห้องประชุมด้านใน ดร.ฟูอาดี้ พิศสุวรรณ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวปาฐกถาในหัวข้อ ปทัสถานของการ “เคลียร์ได้” กับการเมืองร่วมสมัย


บางส่วนของปาฐกถา ฟูอาดี้ ได้เริ่มต้นด้วยระบุว่าส่วนตัวเขาเอง ในปี 2516 ยังไม่เกิดเลย วันนี้จึงไม่ได้มาในฐานะผู้มาเล่าประวัติศาสตร์หรือบอกเล่าประสบการณ์ แต่มาในฐานะคนรุ่นหลังที่ได้รับอานิสงส์จากพื้นที่ซึ่งการต่อสู้ของคนรุ่นก่อนได้ปูทางไว้ให้


และก่อนที่จะพูดถึงเรื่องอื่น ๆ ฟูอาดี้ ระบุว่า "สิ่งแรกที่คนรุ่นหลังอย่างผมควรทำที่สุด คือการกล่าวคำว่า ขอบคุณ ครับ"


วันนี้ผมเลยจะขอร่วมระลึกถึงผู้เสียชีวิต และขอแสดงความเคารพอย่างยิ่งต่อทุกท่านที่ต้องบาดเจ็บ ถูกจับกุม คุกคาม สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก หรือร่วมออกมายืนหยัดบนท้องถนนในวันนั้น ทั้งประชาชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา ตลอดจนผู้ใช้แรงงานและคนธรรมดาอีกจำนวนมาก มีอย่างน้อยกว่า 70 ชีวิตที่ไม่ได้กลับบ้าน และอีกเกือบ 900 คนต้องบาดเจ็บจากความรุนแรง แต่สำหรับครอบครัวที่อยู่เบื้องหลัง ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่แค่สถิติ แต่มันคือลูก พี่ น้อง เพื่อน คนรัก และคือชีวิตทั้งชีวิตที่ต้องสูญหายไป


คนรุ่นหลังอย่างผมต้องยอมรับว่าเราไม่ได้เริ่มจากศูนย์ เสรีภาพ สิทธิ และพื้นที่ที่จะตั้งคำถามกับผู้มีอำนาจ หลายอย่างไม่ได้เกิดขึ้นเพราะคนรุ่นเราสร้างเองทั้งหมด


บางคนก่อนหน้าเราจ่ายด้วยเวลา บางคนจ่ายด้วยอิสรภาพ บางคนจ่ายด้วยเลือด และบางคน จ่ายด้วยชีวิต


ฟูอาดี้ ได้ระบุด้วยว่า วันนี้ผมอยากชวนดู 6 กลไกที่ทำให้วัฒนธรรม"เคลียร์ได้" ค่อย ๆ กัดกร่อนความหมายของกติกาในชีวิตจริง ซึ่งทั้ง 6 ข้อนี้จะนำเรากลับมาสู่คำถามเดียวกันว่า เมื่อกติกาต้องปะทะกับเงิน สายสัมพันธ์ สถานะ หรืออำนาจ สิ่งใดจะเป็นฝ่ายต้องถอย?


ประเด็นแรก เมื่อกติกาเดียวกันไม่ใด้ใช้กันทุกคน


ประเด็นที่สอง เมื่อเสียงประชาชนต้องผ่านด่านที่ประชาชนไม่ได้เป็นคนกำหนด


ประเด็นที่สาม เมื่อคนพูดความจริงต้องจ่ายแพงกว่าคนทำผิด


ประเด็นที่สี่ เมื่อเงินไม่ได้ซื้อแค่ของ แต่ซื้อทางลัดสู่รัฐ


ประเด็นที่ห้า เมื่อความเสียหายเกิดขึ้นวันนี้ แต่ความรับผิดชอบกลับตามมาทีหลัง

 

ประเด็นที่หก เมื่อ "เคลียร์ได้" กลายเป็นปัญหาของโลก


ก่อนจบปาฐกถา ฟูอาดี้ ได้กล่าวถึงประเทศไทยที่อยากเห็น 


ส่วนหนึ่งของปาฐกถา ระบุว่าจากปัญหาทั้งหมดที่กล่าวมา ทำให้เราต้องมาตั้ง คำถามกันต่อว่า แล้วประเทศไทยที่เราปรารถนาจะเห็นควรมีลักษณะอย่างไร?


สำหรับผม ผมอยากเห็นประเทศที่กติกาสามารถทำงานได้ด้วยตัวระบบเองโดยไม่ต้องพึ่งพาการ"เคลียร์" และเป็นประเทศที่ประชาชนคนธรรมดาสามารถมั่นใจได้ว่าจะได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม


53 ปีก่อน คนธรรมดาจำนวนมากยืนขึ้นพร้อมกัน จนกลายเป็นยักษ์ทางประวัติศาสตร์ คนรุ่น 14 ตุลา สร้างบ่าให้คนรุ่นผมได้ยืน ความกตัญญูทางการเมืองต่อคนรุ่นก่อนจึงไม่ใช่เพียงการจำชื่อ จำวัน หรือวางพวงมาลา แต่คือการรักษาพื้นที่ ที่พวกเขาเคยต่อสู้เปิดไว้ ไม่ปล่อยให้สิทธิที่ได้มาแล้วกลายเป็นสิ่งที่ต้องกลับไปขออนุญาตใหม่ทุกครั้ง


ประวัติศาสตร์ไม่ได้รับประกันว่าสังคมจะดีขึ้นเองตามเวลา สิทธิถอยหลังได้ สถาบันอ่อนแรงได้ และโลกเองก็เดินถอยหลังได้ เพราะฉะนั้น สิ่งที่ปกป้องเราไม่ใช่ความดีถาวรของใครคนหนึ่ง และไม่ใช่ความหวังว่ามหาอำนาจฝ่ายใดจะยืนข้างเราเสมอ แต่คือกติกาที่เรายืนยันร่วมกันว่าไม่ว่าใครจะมีอำนาจ แม้แต่คนของเราเองก็ต้องอยู่ใต้กติกานั้น


หน้าที่ของคนรุ่นเราไม่ใช่เพียงยืนบนบ่านั้น แล้วบอกว่าคนรุ่นก่อนยิ่งใหญ่แค่ไหน หน้าที่ของเราคือสร้าง บ่าให้คนรุ่นต่อไปยืนได้ไกลกว่าเรา ด้วยกติกาที่เขาเชื่อถือได้ สิทธิที่เขาใช้ได้จริง และสังคมที่เขาไม่ต้องเก่งเรื่อง "เคลียร์" เพื่อจะได้รับสิ่งที่ควรเป็นของเขาตั้งแต่แรก ถ้าเราทำได้ ผมคิดว่านั้นคือการร่วมกันสร้าง "ปทัสถาน" ใหม่ของสังคมไทย และเป็นการขอบคุณคนรุ่น 14 ตุลาที่มีความหมายที่สุด ฟูอาดี้กล่าวก่อนจบปาฐกถา 


โดยภายในงานได้มีการจัดทำคำปาฐกถา เป็นหนังสือที่ระลึกภายในงานรำลึก 53 ปี 14 ตุลา ด้วย


รับฟังปาฐกถาทั้งหมดได้ที่ https://www.facebook.com/share/v/18hEA4gA1w/


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #14ตุลา16 #14ตุลา2516





53 ปี “14 ตุลา 2516”ตัวแทนรัฐบาล-ฝ่ายค้าน นักการเมือง-ภาคประชาชน-ญาติวีรชน ร่วมวางพวงมาลารำลึก

 


53 ปี “14 ตุลา 2516”ตัวแทนรัฐบาล-ฝ่ายค้าน นักการเมือง-ภาคประชาชน-ญาติวีรชน ร่วมวางพวงมาลารำลึก


วันที่ 14 ตุลาคม​ 2569 เวลา 07.45 - 11.30 น. ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา แยกคอกวัว ถนนราชดำเนิน มูลนิธิ 14 ตุลา จัดงานรำลึก “53 ปี 14 ตุลา 2516” โดยมีพิธีตักบาตรพระสงฆ์ 14 รูป ต่อด้วยพิธีกรรมศาสนาพุทธ คริสต์ อิสลาม วางพวงมาลาและกล่าวรำลึก และปาฐกถา


สำหรับการวางพวงมาลาและกล่าวรำลึกมีตัวแทนนักการเมืองเดินทางมาร่วมพิธี เช่น อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มอบหมายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมงาน, ธงธรรม เวชยชัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย, ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน, สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส. บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงภาคประชาชน องค์กรภาคประชาสังคม และญาติวีรชน


จากนั้น ดร.ฟูอาดี้ พิศสุวรรณ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวปาฐกถาในหัวข้อ ปทัสถานของการ “เคลียร์ได้” กับการเมืองร่วมสมัย


เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในประวัติศาสตร์การเมืองไทย เมื่อนักศึกษาและประชาชนรวมตัวกันชุมนุมเพื่อต่อต้านระบอบเผด็จการของจอมพลถนอม กิตติขจร ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเดินประท้วงในถนนราชดำเนิน นำไปสู่การที่รัฐบาลใช้กำลังทหารปราบปรามผู้ชุมนุมประท้วง ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก 


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #53ปี14ตุลา #14ตุลา #14ตุลา2516