ฟูอาดี้ พิศสุวรรณ ปาฐกถา วาระ #53ปี14ตุลา หัวข้อ ปทัสถานของการ “เคลียร์ได้” กับการเมืองร่วมสมัย ชวนดู 6 กลไกที่ทำให้วัฒนธรรม"เคลียร์ได้" ค่อยๆ กัดกร่อนความหมายของกติกาในชีวิตจริง
วันที่ 14 ตุลาคม 2569 เวลา เวลา 10.30 น. ที่ห้องประชุม อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา แยกคอกวัว ถนนราชดำเนิน มูลนิธิ 14 ตุลา จัดงานรำลึก “53 ปี 14 ตุลา 2516” โดยเวลา 07.45 - 10.30 น. ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา มีพิธีตักบาตรพระสงฆ์ 14 รูป ต่อด้วยพิธีกรรมศาสนาพุทธ คริสต์ อิสลาม วางพวงมาลาและกล่าวรำลึก
จากนั้นที่ห้องประชุมด้านใน ดร.ฟูอาดี้ พิศสุวรรณ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวปาฐกถาในหัวข้อ ปทัสถานของการ “เคลียร์ได้” กับการเมืองร่วมสมัย
บางส่วนของปาฐกถา ฟูอาดี้ ได้เริ่มต้นด้วยระบุว่าส่วนตัวเขาเอง ในปี 2516 ยังไม่เกิดเลย วันนี้จึงไม่ได้มาในฐานะผู้มาเล่าประวัติศาสตร์หรือบอกเล่าประสบการณ์ แต่มาในฐานะคนรุ่นหลังที่ได้รับอานิสงส์จากพื้นที่ซึ่งการต่อสู้ของคนรุ่นก่อนได้ปูทางไว้ให้
และก่อนที่จะพูดถึงเรื่องอื่น ๆ ฟูอาดี้ ระบุว่า "สิ่งแรกที่คนรุ่นหลังอย่างผมควรทำที่สุด คือการกล่าวคำว่า ขอบคุณ ครับ"
วันนี้ผมเลยจะขอร่วมระลึกถึงผู้เสียชีวิต และขอแสดงความเคารพอย่างยิ่งต่อทุกท่านที่ต้องบาดเจ็บ ถูกจับกุม คุกคาม สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก หรือร่วมออกมายืนหยัดบนท้องถนนในวันนั้น ทั้งประชาชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา ตลอดจนผู้ใช้แรงงานและคนธรรมดาอีกจำนวนมาก มีอย่างน้อยกว่า 70 ชีวิตที่ไม่ได้กลับบ้าน และอีกเกือบ 900 คนต้องบาดเจ็บจากความรุนแรง แต่สำหรับครอบครัวที่อยู่เบื้องหลัง ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่แค่สถิติ แต่มันคือลูก พี่ น้อง เพื่อน คนรัก และคือชีวิตทั้งชีวิตที่ต้องสูญหายไป
คนรุ่นหลังอย่างผมต้องยอมรับว่าเราไม่ได้เริ่มจากศูนย์ เสรีภาพ สิทธิ และพื้นที่ที่จะตั้งคำถามกับผู้มีอำนาจ หลายอย่างไม่ได้เกิดขึ้นเพราะคนรุ่นเราสร้างเองทั้งหมด
บางคนก่อนหน้าเราจ่ายด้วยเวลา บางคนจ่ายด้วยอิสรภาพ บางคนจ่ายด้วยเลือด และบางคน จ่ายด้วยชีวิต
ฟูอาดี้ ได้ระบุด้วยว่า วันนี้ผมอยากชวนดู 6 กลไกที่ทำให้วัฒนธรรม"เคลียร์ได้" ค่อย ๆ กัดกร่อนความหมายของกติกาในชีวิตจริง ซึ่งทั้ง 6 ข้อนี้จะนำเรากลับมาสู่คำถามเดียวกันว่า เมื่อกติกาต้องปะทะกับเงิน สายสัมพันธ์ สถานะ หรืออำนาจ สิ่งใดจะเป็นฝ่ายต้องถอย?
ประเด็นแรก เมื่อกติกาเดียวกันไม่ใด้ใช้กันทุกคน
ประเด็นที่สอง เมื่อเสียงประชาชนต้องผ่านด่านที่ประชาชนไม่ได้เป็นคนกำหนด
ประเด็นที่สาม เมื่อคนพูดความจริงต้องจ่ายแพงกว่าคนทำผิด
ประเด็นที่สี่ เมื่อเงินไม่ได้ซื้อแค่ของ แต่ซื้อทางลัดสู่รัฐ
ประเด็นที่ห้า เมื่อความเสียหายเกิดขึ้นวันนี้ แต่ความรับผิดชอบกลับตามมาทีหลัง
ประเด็นที่หก เมื่อ "เคลียร์ได้" กลายเป็นปัญหาของโลก
ก่อนจบปาฐกถา ฟูอาดี้ ได้กล่าวถึงประเทศไทยที่อยากเห็น
ส่วนหนึ่งของปาฐกถา ระบุว่าจากปัญหาทั้งหมดที่กล่าวมา ทำให้เราต้องมาตั้ง คำถามกันต่อว่า แล้วประเทศไทยที่เราปรารถนาจะเห็นควรมีลักษณะอย่างไร?
สำหรับผม ผมอยากเห็นประเทศที่กติกาสามารถทำงานได้ด้วยตัวระบบเองโดยไม่ต้องพึ่งพาการ"เคลียร์" และเป็นประเทศที่ประชาชนคนธรรมดาสามารถมั่นใจได้ว่าจะได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม
53 ปีก่อน คนธรรมดาจำนวนมากยืนขึ้นพร้อมกัน จนกลายเป็นยักษ์ทางประวัติศาสตร์ คนรุ่น 14 ตุลา สร้างบ่าให้คนรุ่นผมได้ยืน ความกตัญญูทางการเมืองต่อคนรุ่นก่อนจึงไม่ใช่เพียงการจำชื่อ จำวัน หรือวางพวงมาลา แต่คือการรักษาพื้นที่ ที่พวกเขาเคยต่อสู้เปิดไว้ ไม่ปล่อยให้สิทธิที่ได้มาแล้วกลายเป็นสิ่งที่ต้องกลับไปขออนุญาตใหม่ทุกครั้ง
ประวัติศาสตร์ไม่ได้รับประกันว่าสังคมจะดีขึ้นเองตามเวลา สิทธิถอยหลังได้ สถาบันอ่อนแรงได้ และโลกเองก็เดินถอยหลังได้ เพราะฉะนั้น สิ่งที่ปกป้องเราไม่ใช่ความดีถาวรของใครคนหนึ่ง และไม่ใช่ความหวังว่ามหาอำนาจฝ่ายใดจะยืนข้างเราเสมอ แต่คือกติกาที่เรายืนยันร่วมกันว่าไม่ว่าใครจะมีอำนาจ แม้แต่คนของเราเองก็ต้องอยู่ใต้กติกานั้น
หน้าที่ของคนรุ่นเราไม่ใช่เพียงยืนบนบ่านั้น แล้วบอกว่าคนรุ่นก่อนยิ่งใหญ่แค่ไหน หน้าที่ของเราคือสร้าง บ่าให้คนรุ่นต่อไปยืนได้ไกลกว่าเรา ด้วยกติกาที่เขาเชื่อถือได้ สิทธิที่เขาใช้ได้จริง และสังคมที่เขาไม่ต้องเก่งเรื่อง "เคลียร์" เพื่อจะได้รับสิ่งที่ควรเป็นของเขาตั้งแต่แรก ถ้าเราทำได้ ผมคิดว่านั้นคือการร่วมกันสร้าง "ปทัสถาน" ใหม่ของสังคมไทย และเป็นการขอบคุณคนรุ่น 14 ตุลาที่มีความหมายที่สุด ฟูอาดี้กล่าวก่อนจบปาฐกถา
โดยภายในงานได้มีการจัดทำคำปาฐกถา เป็นหนังสือที่ระลึกภายในงานรำลึก 53 ปี 14 ตุลา ด้วย
รับฟังปาฐกถาทั้งหมดได้ที่ https://www.facebook.com/share/v/18hEA4gA1w/
#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #14ตุลา16 #14ตุลา2516