วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2569

‘ธนเดช’ จี้ อผศ. เปิดข้อมูลโควตาสลากรอบใหม่ ชี้ส่อเบี้ยวคำรับปาก เปิดทาง ‘ไอ้โม่ง‘ กินส่วนต่างต่อ


‘ธนเดช’ จี้ อผศ. เปิดข้อมูลโควตาสลากรอบใหม่ ชี้ส่อเบี้ยวคำรับปาก เปิดทาง ‘ไอ้โม่ง‘ กินส่วนต่างต่อ


วันที่ 12 ตุลาคม 2569 ธนเดช เพ็งสุข สส.กรุงเทพฯ เขต 13 พรรคประชาชน กล่าวถึงความกังวลต่อสัญญาโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาลขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) รอบใหม่ที่จะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้ ซึ่งมีโควตารวมกว่า 26 ล้านใบต่อปี โดยระบุว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องของสลากกินแบ่งรัฐบาล แต่คือเงินสวัสดิการและปากท้องของผู้ที่เคยนำชีวิตและร่างกายไปเสี่ยงเพื่อปกป้องประเทศ ซึ่งจากการติดตามปัญหาดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง พบพิรุธว่า อผศ. อาจส่อแววผิดคำรับปาก และปล่อยให้กลุ่มผลประโยชน์หรือกลุ่มทุนคนกลางยังคงได้ประโยชน์จากส่วนต่างเช่นเดิม


ธนเดชเปิดเผยว่า ในการประชุมคณะอนุกรรมาธิการศึกษาการเสริมสร้างความมั่นคงของมนุษย์และการปฏิรูประบบสิทธิประโยชน์เพื่อการดำรงชีพของทหารผ่านศึก คนพิการ และกลุ่มเปราะบางครั้งแรก ผู้แทน อผศ. เคยชี้แจงต่อที่ประชุมว่าจะพยายามนำโควตาสลากเข้าสู่ระบบดิจิทัล ซึ่งเป็นระบบที่สามารถตรวจสอบเส้นทางการจำหน่ายได้ชัดเจนขึ้นและช่วยลดช่องว่างในการรวบสลากไปขายต่อเพื่อกินส่วนต่าง แต่ในการประชุมครั้งถัดมา ผู้แทนสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลกลับยืนยันว่า อผศ. ยังไม่มีมตินำโควตาเข้าสู่ระบบดิจิทัล และโควตารอบใหม่ยังคงเป็นสลากใบเช่นเดิม ทำให้เกิดคำถามว่าสิ่งที่เคยชี้แจงและรับปากกันไว้ได้หายไปไหน


สำหรับโควตาสลากส่วนนี้มีจำนวนถึง 10,988 เล่มต่องวด หรือ 1,098,800 ใบต่องวด รวมทั้งปีกว่า 26 ล้านใบ แต่ในสัญญารอบใหม่มีรายงานว่า อผศ. แจ้งความประสงค์ให้แยกโควตากว่า 4,000 เล่มไปอยู่ในส่วนของสมาคมทหารผ่านศึกพิการ ส่วนที่เหลือกว่า 6,000 เล่มยังอยู่กับ อผศ. ซึ่งธนเดชชี้ว่าการแบ่งโควตาบนกระดาษอาจดูเหมือนเป็นการกระจายสิทธิ แต่คำถามสำคัญคือสลากทั้งสองส่วนจะถึงมือทหารผ่านศึกเพื่อนำไปประกอบอาชีพจริงหรือไม่ หรือสุดท้ายยังถูกรวบไปบริหารและจำหน่ายผ่านเอกชนกลุ่มเดิม หากปลายทางยังเป็นเอกชนกลุ่มเดิม การแยกโควตาก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตทหารผ่านศึกดีขึ้น แต่อาจเป็นเพียงการแยกตัวเลขเพื่อให้ดูว่า อผศ. ถือโควตาน้อยลง ทั้งที่ผลประโยชน์จากสลากยังไหลไปสู่คนกลางเช่นเดิม


ก่อนการลงนามสัญญาในเดือนพฤศจิกายนนี้ ธนเดชจึงได้ยื่นข้อเรียกร้องและทวงถามคำตอบ 4 ข้อจากผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก คือ 

1. เหตุใด อผศ. จึงยังไม่มีมตินำโควตาเข้าสู่ระบบดิจิทัล ทั้งที่เคยชี้แจงต่อที่ประชุมว่าจะดำเนินการ

2. โควตากว่า 4,000 เล่มที่แยกออกไป จะจัดสรรให้ใคร ใช้หลักเกณฑ์อะไร และมีรายชื่อทหารผ่านศึกผู้ได้รับสิทธิจริงหรือไม่

3. สลากทั้งสองส่วนจะถูกส่งต่อให้เอกชนรายใด ในราคาเท่าไร และใครเป็นผู้ได้รับส่วนต่าง

4. ในจำนวนสลากกว่า 26 ล้านใบต่อปี มีเงินกลับถึงมือทหารผ่านศึกจริงใบละเท่าไร


ธนเดชกล่าวทิ้งท้ายว่า แม้รัฐบาลจะประกาศเสมอว่าจะรักษาผลประโยชน์ของชาติและยืนเคียงข้างทหาร แต่กลับนิ่งเฉยเมื่อผลประโยชน์ที่ควรเป็นของทหารผ่านศึกกำลังจะถูกผูกไว้กับระบบเดิม จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนและสื่อมวลชนช่วยกันจับตาดูว่าสัญญาในเดือนพฤศจิกายนนี้ จะเป็นการปฏิรูประบบให้โปร่งใสและตรวจสอบได้จริง หรือเป็นเพียงการเปลี่ยนชื่อผู้รับโควตาบนกระดาษ แล้วปล่อยให้กลุ่มผลประโยชน์เดิมกินส่วนต่างต่อไป 


"สิทธิของทหารผ่านศึกต้องกลับไปถึงทหารผ่านศึก ไม่ใช่กลายเป็นเหมืองทองของคนเพียงไม่กี่คน" ธนเดชกล่าว


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #โควตาสลาก #องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก

เลขาธิการ สปส.แถลงผลเลือกตั้งประกันสังคมไม่เป็นทางการ ผู้ใช้สิทธิ์เพิ่มขึ้น 632% สะท้อนความตื่นรู้ ปัดตอบกลุ่มไหนคะแนนนำโด่ง ขอให้ตรวจสอบเองผ่าน Dashboard คาดประกาศทางการใน 30 วัน ขณะที่ข้อมูลคะแนน “ทีมประกันสังคมก้าวหน้า” กวาดคะแนนยกทีม 14 คน ทั้งฝ่ายนายจ้างและผู้ประกันตน

 


เลขาธิการ สปส.แถลงผลเลือกตั้งประกันสังคมไม่เป็นทางการ ผู้ใช้สิทธิ์เพิ่มขึ้น 632% สะท้อนความตื่นรู้ ปัดตอบกลุ่มไหนคะแนนนำโด่ง ขอให้ตรวจสอบเองผ่าน Dashboard คาดประกาศทางการใน 30 วัน ขณะที่ข้อมูลคะแนน “ทีมประกันสังคมก้าวหน้า” กวาดคะแนนยกทีม 14 คน ทั้งฝ่ายนายจ้างและผู้ประกันตน


วันที่ 12 ตุลาคม 2569 ที่ศูนย์อำนวยการจัดการเลือกตั้งฯ (ศอ.ลต.) สำนักงานประกันสังคม(สปส.) น.ส.จีระภา บุญรัตน์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม แถลงข่าวผลการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนเป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม(อย่างไม่เป็นทาง) ว่า สำหรับยอดผู้มาใช้สิทธิ์อย่างไม่เป็นทางการ ณ เวลาประมาณ 09.00 น. ฝ่ายผู้ประกันตน มีผู้ใช้สิทธิจำนวน 819,482 คน แบ่งเป็น บัตรดี 796,494 ใบ บัตรเสีย 8,308 ใบ และไม่ประสงค์ลงคะแนน 14,680 ใบ คิดเป็นอัตราผู้ใช้สิทธิเพิ่มขึ้นจากปี 2566 ถึง 423%


ขณะที่ ฝ่ายนายจ้าง มีผู้ใช้สิทธิจำนวน 10,737 คน แบ่งเป็น บัตรดี 10,535 ใบ บัตรเสีย 81 ใบ และไม่ประสงค์ลงคะแนน 121 ใบ คิดเป็นอัตราผู้ใช้สิทธิ์เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ถึง 632%


เลขาธิการ สปส. กล่าวว่า อัตราการออกมาใช้สิทธิที่เติบโตอย่างมหาศาล สะท้อนถึงความตื่นรู้ของประชาชน ผู้ประกันตน และนายจ้าง ที่รับรู้ข่าวสารและต้องการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการกองทุนประกันสังคม โดยคาดว่าการนับคะแนนและคีย์ข้อมูลทั้งหมดจะเสร็จสิ้น 100% ภายในวันนี้


ไม่มีรายงานร้องไฟดับระหว่างนับคะแนน


เมื่อถามว่าได้รับรายงานประเด็นไฟดับระหว่างการนับคะแนนหรือไม่ น.ส.จีระภา กล่าวว่า ไม่มีรายงาน ไฟดับคาดว่าจะเป็นของการไฟฟ้าฯ เราก็พยายามนับให้สำเร็จ


เมื่อถามว่าขณะนี้ใครคะแนนนำโด่ง เลขาฯสปส.กล่าวว่า ขอให้ดูตามระบบแดชบอร์ด (Dashboard) ที่แจ้งให้ทราบดีกว่า เพราะตัวเลขยังไม่เป็นทางการ อย่าให้ต้องลำบากใจตอบว่าใคร เพราะยังไม่เป็นทางการ


คาดว่าจะรายงานอย่างเป็นทางการเสร็จเมื่อไหร่ น.ส.จีระภา กล่าวว่า จากขั้นตอนต่างๆ จะพยายามทำให้เสร็จภายใน 30 วัน คาดว่าจะประกาศทางการในเดือน พ.ย.นี้ เนื่องจากกระบวนการค่อนข้างมาก หน่วยเลือกตั้งเยอะ เราต้องรัดกุม เพราะไม่อยากให้เลือกตั้งครั้งนี้มีประเด็นร้องเรียน ต้องทำอย่างละเอียดและรอบคอบ


เมื่อถามถึงกรณี น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.พรรคประชาชน ได้มีการโพสต์ข้อความว่าขอให้มีการจับตาเนื่องจากหลังจากนี้จะมีการตรวจสอบคุณสมบัติโดยเฉพาะกรณีที่มีการเชื่อมโยงพรรคการเมืองหรือนักการเมืองข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องคุณสมบัติเป็นอย่างไร?


น.ส.มาลากาลัญ ห่อประทุม ผู้ตรวจราชการกรม ในฐานะรองโฆษกสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า การตรวจสอบจะเป็นไปตามข้อกำหนดในพ.ร.บ.ประกันสังคม ในเบื้องต้นก็จะมีหัวข้อ เกี่ยวกับความเกี่ยวพัน หรือเกี่ยวโยงกับกิจการการเมือง ดังนั้นในเบื้องต้นอาจจะต้องมีการตรวจสอบก่อน แต่ก็ต้องมีลำดับขั้นตอนเสนอขึ้นมา ซึ่งในทีมกกตประกันสังคมก็จะมีฝ่ายเลขา เพื่อทำหน้าที่ในการตรวจสอบคุณสมบัติซึ่งคาดว่าน่าจะในเร็วๆนี้ อย่างเคร่งครัดและตรงไปตรงมา


น.ส.จีระภา ยืนยันเพิ่มเติมว่า จะไม่มีการตรวจสอบสิ่งใดเป็นพิเศษนอกเหนือจากกฎหมายกำหนด จึงขอให้ทุกฝ่ายสบายใจได้ หากพบเบาะแสหรือมีข้อร้องเรียน สามารถแจ้งได้ผ่านสายด่วน 1506, เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม หรือช่องทางรับเรื่องร้องเรียนของรัฐบาล.


ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ณ เวลาประมาณ 10.31น. “ทีมประกันสังคมก้าวหน้า” นำโด่ง ทั้งทางฝั่งนายจ้าง และฝั่งลูกจ้าง(ผู้ประกันตน) โดยคะแนนรวมที่นับแล้ว อยู่ที่ 5,714,077 คะแนนที่ตรวจสอบแล้ว โดยคะแนนที่นับแล้วของฝ่ายผู้ประกันตนอยู่ที่ 93.31% ส่วนผู้แทนฝ่ายนายจ้างอยู่ที่ 89.58%


อย่างไรก็ตาม สามารถติดตามผลการนับคะแนนเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม อย่างไม่เป็นทางการได้ที่ https://www.sso.go.th/sbe2/


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #สปส #เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม #ประกันสังคมก้าวหน้า #กระทรวงแรงงาน

‘จั๊ก ษัษฐรัมย์’ นำทีมประกันสังคมก้าวหน้า แถลงชัยชนะ ผลคะแนนเลือกบอร์เประกันสังคม หลังนำโด่งหลายจังหวัด ‘ขอบคุณ’ ผู้ประกันตน-นายจ้างตื่นตัวออกมาใช้สิทธิ์ เผยพบความผิดปกตินับคะแนน จ.สมุทรปราการ คะแนนผู้สมัครทีมประก้าวหน้าหาย 2 คน อาสาพบ เจ้าหน้าที่ปิดไฟกลับบ้านแล้ว ย้ำจุดยืนชัด “มีปฏิรูป ไม่มีปฏิทิน”

 


‘จั๊ก ษัษฐรัมย์’ นำทีมประกันสังคมก้าวหน้า แถลงชัยชนะ ผลคะแนนเลือกบอร์เประกันสังคม หลังนำโด่งหลายจังหวัด ‘ขอบคุณ’ ผู้ประกันตน-นายจ้างตื่นตัวออกมาใช้สิทธิ์ เผยพบความผิดปกตินับคะแนน จ.สมุทรปราการ คะแนนผู้สมัครทีมประก้าวหน้าหาย 2 คน อาสาพบ เจ้าหน้าที่ปิดไฟกลับบ้านแล้ว ย้ำจุดยืนชัด “มีปฏิรูป ไม่มีปฏิทิน” 


วันที่ 11 ตุลาคม 2569 เวลา 21.20 น. ทีมประกันสังคมก้าวหน้า นำโดย รศ.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี นำทีมผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ทั้งฝั่งลูกจ้างและนายจ้าง แถลงข่าวหลังผลการนับคะแนนการเลือกตั้ง โดยกล่าวว่า


วันนี้ต้องขอบคุณ คนธรรมดา นายจ้าง และผู้ประกันตน ที่ช่วยกับมีส่วนร่วมสำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ หลายคนพยายามอย่างที่สุดที่จะมีส่วนร่วมการเลือกตั้ง หลายคนเปลี่ยนวันเดินทาง หลายคนสละวันหยุดยาว หลายคนฝ่ารถติดและน้ำท่วม เพื่อทำให้ประกันสังคมกลับมาเป็นของคนธรรมดา ซึ่งเชื่อว่าคนมาใช้สิทธิสูงกว่าปี 2566 หลายเท่า


ตอนนี้คะแนนนับแล้วประมาณ ร้อยละ 15 - 20 ยังติดตามอย่างใกล้ชิด ระบบลงคะแนนของประกันสังคมราคามหาศาล และงบประมาณการเลือกตั้งมากกว่า 200 ล้านบาท ตอนนี้ทีมอาสาของเราจากทั่วทั้งประเทศยังทำงานอย่างหนัก เพื่อช่วยกันยืนยันคะแนนจึงขอให้สำนักงานประกันสังคม ได้อัพเดทคะแนนที่ครบถ้วนตามระบบ เพื่อให้ผู้ประกันตนและนายจ้างได้เข้าถึงคลื่นกระแสของการเปลี่ยนแปลง ซึ่งยังพบความผิดปกติที่ อ.บางพลี และจังหวัดราชบุรี


“วันนี้พวกเรานายจ้างและผู้ประกันตนทีมประกันสังคมก้าวหน้า พวกเราที่ใกล้ชิดกับการเกิด แก่ ไม่มทียาใดที่สามารถแก้ไขสิ่งเหล่านี้ได้ แต่สวัสดิการที่ดีเราทำได้ เราปักธงการปฏิรูปประกันสังคม ความร่วมมือสำคัญสำหรับทั้งนายจ้างและผู้ประกันตน ในการทำให้องค์กรนี้โปร่งใส มีประสิทธิภาพ และมีสวัสดิการที่ดีสำหรับคนธรรมดา


สองปีที่ผ่านมา เราเพิ่มเงินเด็ก 1.2 ล้านคน คนว่างงานนับแสน สร้างความเป็นธรรมให้แก่คนรับบำนาญนับล้านตามนโยบายที่ประกาศไว้อย่างชัดเจน เราจะเปิดเผยโปร่งใสการบริหาร ลงทุนที่มีประสิทธิภาพ ตัดโครงการปรสิต เพื่อนำมาเป็นงบประมาณสวัสดิการ ปฏิรูปบำนาญสำหรับคนนับล้าน ขยายว่างงาน . จากการไม่ประนีประนอมกับควาสมไม่ถูกต้อง การปฏิรูปของเราเกิดขึ้นเมื่อเราปฏิเสธปฏิทินและของชำร่วยอันฉ้อฉลและผลประโยชน์ทับซ้อน เราคือของขวัญของประชาชนเป็นปีศาจของชนชั้นนำ ปราการสุดท้ายของการปฏิรูป ในปีนี้ และเป็นธงชัยการปฏิวัติ”


รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ กล่าวถึงการตั้งสังเกตุในการนับคะแนนในหลายจังหวัด ที่มีการร้องความผิดปกติ เช่น สมุทรปราการ ที่โรงเรียนนบางพลีราษฏร์บำรุง อาสาสมัครรายงานว่า หน่วยที่ 82 คะแนนผู้สมัครหมายเลข 38 นางสาวลักษมี สุวรรณภักดีเป็น 0 คะแนน ขณะที่คะแนนของผู้สมัครในทีมประกันสังคมก้าวหน้ารายอื่นนั้น


มีคะแนนไล่เลี่ยกัน ส่วนหน่วยที่ 95 คะแนนของผู้สมัครหลายรายไม่มีการลงรายละเอียด ซึ่งการกรอกคะแนนยังไม่ได้เรียบร้อย และหน่วย 94 ไม่ปรากฎการติดใบรายงานผลคะแนนที่บอร์ดแต่อย่างใด แต่เมื่ออาสาไปถึงพบว่าเจ้าหน้าที่ได้ปิดไฟกลับบ้านหมดแล้ว 


นอกจากนี้ ยังพบความผิดปกติของหน่วยเลือกตั้งในจังหวัดราชบุรี ซึ่งเดิมมีการนับคะแนนแล้วคะแนน ผู้สมัครของทีมประกันสังคมก้าวหน้า คะแนนหายไป ทีมอาสาสมัครจึงร้องขอให้มีการนับคะแนนใหม่ ปรากฏว่าคะแนนได้เพิ่มขึ้นมา เช่น คะแนนของ น.ส.พรทิพย์ โม่งใหญ่ จากเดิมครั้งแรกได้ 1 ดะแนน พอนับคะแนนใหม่เป็น 80 คะแนน 


นางสาวศราริน เรืองปัญญาวุฒิ ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ฝั่งนายจ้าง หมายเลข 66 กล่าวว่า “สิ่งแรกที่จะทำคือ ต้องการให้กองทุนเงินประกันสังคม มีความโปร่งใส ทั้งในเรื่องของการบริหาร และการบริหารเงิน ทำให้การลงทุนมีประสิทธิภาพ และเพื่อให้กองทุนมีความยั่งยืน และกลับไปเป็นสวัสดิการให้กับผู้ประกันตน 


สำหรับสิ่งแรกที่ทีมประกันสังคมก้าวหน้าจะปฏิบัติภารกิจการบริหารในฐานะกรรมการประกันสังคม เมื่อได้รับการรับรองคะแนนอย่างเป็นทางการ คณะกรรมการการเลือกตั้ง และสํานักงานประกันสังคม จากนั้น จะต้องเสนอชื่อไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานลงนามหนังสือแต่งตั้ง และประกาศราชกิจจานุเบกษา คือ นโยบาย 7 วันแรก ประกอบไปด้วย 6 ด้าน คือ 


ด้านงบประมาณ - ตั้งกรอบงบงบการบริหารสํานักงานปีละไม่เกิน 3% ของรายรับจากเงินสมทบจากเดิมตั้งไว้ 10% , วางเงื่อนไขติดตามหนี้รัฐบาลให้สำนักงบประมาณต้องรายงานความคืบหน้าการชำระหนี้เงินสมทบจากรัฐบาล , หากมีการตั้งงบประมาณประเภทอุดหนุน จะต้องเปิดทําการประชาพิจารณ์ เพื่อรับฟังความคิดเห็นและเปิดเผยรายงานสู่สาธารณะ เช่น งบจากการอบรม งบจัดงานวันสําคัญต่าง 


ด้านการตรวจสอบป้องกัน - จัดตั้งอนุกรรมการตรวจสอบโครงการที่มีความเสี่ยงในการทุจริต เช่น โครงการทางด้านการลงทุน โครงการทางด้านไอที และทําการถอดบทเรียนวางมาตรการป้องกันความเสี่ยง พร้อมส่งข้อมูลความผิดให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดําเนินการ นําตัวผู้กระทําความผิดมาลงโทษ 


ด้านบำนาญ - ผลักดันการใช้สูตร Care คืนสิทธิ์ความเป็นธรรมให้กับผู้ส่งเงินประกันสังคมมาตลอดทั้งชีวิต


ด้านการเปิดเผยข้อมูล และสร้างการมีส่วนร่วม - ถ่ายทอดสดการประชุมบอร์ด ประกันสังคมและอนุกรรมการ เปิดเผยการทํางาน และเปิดเผยมติรวมถึงบันทึกการประชุมของบอร์ดประกันสังคมและอนุกรรมการ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมให้กับประชาชนและความโปร่งใส 


ด้านสุขภาพ - ทําการประชาสัมพันธ์สิ่งที่การส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค P&P ( Promotion and Prevention ) เช่น การตรวจสุขภาพเชิงรุก การฉีดวัคซีนป้องกันโรคเป็นต้น


ด้านเทคโนโลยีบริการความสะดวกเข้าถึงง่าย - วางกรอบงบประมาณทางด้านไอที ลดงบประมาณจากเดิม 1,500 ล้านบาท เหลือไม่เกิน 300 ล้านบาท เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดการทุจริตและเพิ่มประสิทธิภาพ ไม่ลงทุนระบบเอง โดยจะใช้วิธีการสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ และใช้ระบบร่วมกับส่วนกลางของภาครัฐให้ได้มากที่สุดเพื่อประหยัดงบประมาณ


ทีมประกันสังคมก้าวหน้าส่งผู้สมัครคณะกรรมการประกันสังคมทั้งฝั่งลูกจ้างและฝั่งนายจ้าง รวม 14 คน เพื่อ “ปฏิรูปประกันสังคม เปลี่ยนประเทศไทยเป็นรัฐสวัสดิการ” 


รายชื่อผู้สมัครคณะกรรมการประกันสังคม ฝั่งผู้ประกันตนหรือลูกจ้าง มีดังต่อไปนี้ 

หมายเลข 41 เริงฤทธิ์ ละออกิจ 

หมายเลข42 ธนพงษ์ เชื้อเมืองพาน

หมายเลข43 นาริฐา โภไคยอนันต์

หมายเลข44 ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี

หมายเลข38 ลักษมี สุวรรณภักดี

หมายเลข46 ปรารถนา โพธิ์ดี 

หมายเลข47 พรทิพย์ โม่งใหญ่


รายชื่อผู้สมัครคณะกรรมการประกันสังคม ฝั่งนายจ้าง มีดังต่อไปนี้

หมายเลข 62 อดิศร เกิดมงคล

หมายเลข 63 กฤษฎา อาทิตย์จินตกานนท์

หมายเลข 64 ศราริน เรืองปัญญาวุฒิ

หมายเลข 65 รัตนสิทธิ์ สุภาภรณ์

หมายเลข 66 กฤตวิทย์ หริมเทพาธิป

หมายเลข 67 สุโขทัย หัตถะรัชต์

หมายเลข 68 ภัทรานิษฐ์ ศรีจันทร์ดร


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม #ประกันสังคมก้าวหน้า

วันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2569

เสวนา “ต่างช่วงเวลา 1 อุดมการณ์ ” ล้อมวงคุย พมช. (หน่วยพยาบาล เพื่อมวลชน) รำลึกรื่องราวจากวัตถุพยาน และละครเวที They said that โดยสภานักศึกษาฯ ในงานผู้คน #มหิดล และ 6 ตุลา #50ปี6ตุลา เรื่องราวที่ยังเดินทางต่อ

 


เสวนา “ต่างช่วงเวลา 1 อุดมการณ์ ” ล้อมวงคุย พมช. (หน่วยพยาบาล เพื่อมวลชน) รำลึกรื่องราวจากวัตถุพยาน และละครเวที They said that โดยสภานักศึกษาฯ ในงานผู้คน #มหิดล และ 6 ตุลา #50ปี6ตุลา เรื่องราวที่ยังเดินทางต่อ 


วันนี้ (11 ตุลาคม 2569) เวลา 15.00 น.ที่อาคารใบไม้สามใบ อุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ในวาระ 50 ปี 6 ตุลาคม 2519 


จัดวงเสวนา “ ต่างช่วงเวลา 1 อุดมการณ์ ” ล้อมวงพูดคุยกับ พมช หรือหน่วยพยาบาล เพื่อมวลชน ว่าคือใคร มีหน้าที่อะไร ส่งผลอะไรต่อเหตุการณ์ 6 ตุลา แล้วมาสืบทอดจนถึงปี 2562-2563 ได้อย่างไร ดำเนินรายการโดย ผศ.ดร. พัทธ์ธีรา นาคอุไรรัตน์ ร่วมเสวนาโดยคุณเจษฎา อังวิทยาธร, คุณวาทิต วัฒนศัพท์, คุณบุญทรง จารุกานนท์, คุณปรีชญา สานจิตรสัมพันธ์


จากนั้นเป็นวงพูดคุย รำลึกเรื่องราวจากการนำวัตถุพยาน เอกสาร ภาพถ่าย และร่องรอยหลักฐานจากเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 มาบอกเล่าเรื่องราว เพื่อสะท้อนความจริง บาดแผล และความทรงจำที่สังคมไทยเคยซุกไว้ใต้พรม


ต่อด้วย การฉายภาพยนตร์สั้นเรื่อง “The Empty Page” การแสดงละครเรื่อง “They said that…” โดย สภานักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล 


สำหรับงานนี้ ผู้คน #มหิดล และ 6 ตุลา #50ปี6ตุลา เรื่องราวที่ยังเดินทางต่อ จัดโดยสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ วิทยาลัยศาสนศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล กลุ่มปูมประวัติศาสตร์เพื่อประชาธิปไตย Young Active โครงการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ 6 ตุลา และสภานักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล 


ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลายรูปแบบที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ ทำความเข้าใจ และร่วมรำลึกถึงเหตุการณ์ 6 ตุลา ผ่านมุมมองทางประวัติศาสตร์ ศิลปะ และความทรงจำ


นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมสำรวจความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมและ Board Game เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และการมีส่วนร่วม เปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนมุมมองและเชื่อมโยงเรื่องราวในอดีตเข้ากับสังคมปัจจุบัน ผ่านรูปแบบการสื่อสารที่หลากหลายและร่วมสมัย


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #มหิดล #6ตุลา19


























ฉลองวันเกิด 30 ปี ‘โจชัว หว่อง’ นักเคลื่อนไหวฮ่องกง ผู้ยังถูกคุมขังเกือบ 6 ปี

 


ฉลองวันเกิด 30 ปี ‘โจชัว หว่อง’ นักเคลื่อนไหวฮ่องกง ผู้ยังถูกคุมขังเกือบ 6 ปี


วันที่ 11 ตุลาคม 2569 สำนักพิมพ์สำนักนิสิตสามย่านจัดงานฉลองวันเกิดครบ 30 ปี ของ โจชัว หว่อง (Joshua Wong) นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยของฮ่องกง ซึ่งเกิดเมื่อวันที่ 13 ต.ค. 1996 ที่ร้าน House of Commons (HOC) ตั้งแต่เวลา 13.00-17.00 น. เพื่อรำลึกถึงชีวิตและการต่อสู้ของเขา ถึงแม้เขาจะถูกคุมขังมาเกือบ 6 ปี แต่ยังมีผู้คนที่ไม่ลืม โดยมีเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล และผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรม ภายในงานมีพิธีทำบุญวันเกิด ฉายสารคดี วงเสวนา และร้องเพลงสุขสันต์วันเกิด


กิจกรรมเริ่มด้วยพิธีทำบุญวันเกิดให้โจชัว หว่องในเวลา 13.30 น. ต่อด้วยฉายสารคดี Joshua: Teenager vs. Superpower (2017) โดย Joe Piscatella และมีวงพูดคุยหลังสารคดีจบกับ สงวน คุ้มรุ่งโรจน์ และสิรภพ พุ่มพึ่งพุทธ จากนั้นมีการร้องเพลงและแจกเค้กวันเกิดโจชัว หว่อง และมอบของที่ระลึกให้ผู้ร่วมงาน 


สำหรับ “โจชัว หว่อง” นักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยฮ่องกง เคยเป็นผู้นำนักศึกษาในการประท้วง “ปฏิวัติร่ม” ปี 2014 และร่วมก่อตั้งพรรคเดโมซิสโต ก่อนพรรคยุบตัวในปี 2020 หลังการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคง ครั้งหนึ่งเขาเคยพยายามมาร่วมงานรำลึก 40 ปี 6 ตุลา ที่ประเทศไทย แต่ปรากฏว่าไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศและถูกควบคุมตัวอยู่ที่สนามบินสุวรรณภูมิ 12 ชั่วโมง ก่อนถูกส่งตัวกลับฮ่องกง 


ปัจจุบันโจชัว หว่อง ถูกคุมขังมาแล้ว 2,149 วัน หรือกว่า 5 ปี 10 เดือน หลังถูกทางการฮ่องกงควบคุมตัวต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2020


ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 ก.ย. 2026 เขาให้การรับสารภาพในข้อหาสมคบคิดเพื่อร่วมมือกับต่างชาติ นับเป็นครั้งที่สองภายใต้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติที่รัฐบาลจีนคอมมิวนิสต์บังคับใช้ในฮ่องกง ซึ่งอาจทำให้ต้องรับโทษจำคุกเพิ่มเติมจากกำหนดพ้นโทษเดิมในปี 2570


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #โจชัวหว่อง #HBD30thJoshuaWongTH