กมธ.ปภ. จี้ รบ. แจงตัวเลขระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาขัดแย้งกัน ทำประชาชนสับสน เตรียมรับน้ำไม่ถูก
วันที่ 1 ตุลาคม 2569 คณะกรรมาธิการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย (กมธ.ปภ.) นำโดย ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส. เชียงใหม่ เขต 8 พรรคประชาชน ในฐานะประธาน กมธ.ปภ. , ณฐชนน ชนะบูรณาศักดิ์ สส.พิษณุโลก เขต 1 พรรคประชาชน และ นฤมาศ เปี่ยมบัณฑิต สส.ชลบุรี เขต 6 และโฆษกประจำคณะกรรมาธิการ แถลงผลการประชุมติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติ โดยเน้นย้ำถึงวิกฤตการบริหารจัดการน้ำและความล้มเหลวในการบูรณาการข้อมูลของรัฐบาล
ณฐชนน กล่าวถึงปัญหาการเตือนภัยของรัฐว่า ระบบเตือนภัยอย่าง Cell Broadcast มักจะส่งล่าช้ากว่าเหตุการณ์จริงมาก เช่น กรณีน้ำท่วมหมู่บ้าน Modern City ที่ระยอง ซึ่งประชาชนต้องอพยพไปโรงเรียนก่อนแล้ว 1-2 ชั่วโมง ข้อความถึงจะส่งมา นอกจากนี้ หน่วยงานอย่าง ปภ. และ สทนช. มักปฏิเสธความรับผิดชอบและอ้างว่าเป็นหน่วยงานปลายทาง ทั้งที่ควรเป็นร่มใหญ่และทำงานเชิงรุก พร้อมยกตัวอย่างกรณีฝายกากตะกอนแร่ที่ทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรีพังทลาย แต่ไม่มีการแจ้งเตือนประชาชนว่าน้ำปลอดภัยต่อการใช้สอยหรือไม่
ณฐชนนยังได้ตั้งคำถามถึงกระบวนการถอดบทเรียนของหน่วยงานที่ยังขาดมาตรฐานขั้นต่ำ และเสนอให้เปลี่ยน KPI ของหน่วยงานใหม่ โดยเลิกวัดจากการส่งหนังสือหรือรายงาน แต่ให้วัดผลลัพธ์ที่แท้จริงว่าประชาชนได้รับข้อความเตือนภัยทั่วถึงเพียงใด
ด้าน นฤมาศ ได้แถลงถึงสถานการณ์ในภาคตะวันออกว่า พื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรายังคงประสบภัยน้ำท่วมสูงและรอคอยความช่วยเหลือ ส่วนอำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำแห่งสุดท้าย เริ่มมีมวลน้ำไหลเข้าพื้นที่แล้วแม้ฝนจะไม่ตก พร้อมกันนี้ได้เตือนภัยวิกฤตซ้อนวิกฤตจากกรณีการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมทั่วภาคตะวันออก โดยพบน้ำชะกากตะกอนเคมีมีคราบสายรุ้งมันวาวใกล้บ่อฝังกลบของเสียอันตรายในอำเภอศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งกำลังไหลสู่ชุมชนและพื้นที่เกษตรกรรม ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารและสุขภาพของประชาชน แต่วิกฤตนี้ยังไม่มีการประสานข้อมูลไปยังกรม ปภ. เพื่อส่ง Cell Broadcast เตือนภัยแต่อย่างใด พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลผลักดันกฎหมาย PRTR เพื่อเปิดเผยข้อมูลการปล่อยสารมลพิษให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้
จากนั้น ภัทรพงษ์ เปิดเผยว่า ผลการประชุมสะท้อนปัญหาชัดเจนเรื่องการทำงานที่ไม่ประสานกันระหว่างหน่วยงานจัดการน้ำและภัยพิบัติ โดยยกตัวอย่างกรณีตัวเลขการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเมื่อวานนี้ ซึ่งมีความสับสนอย่างมาก โดยเริ่มจาก รองโฆษกรัฐบาลระบุตัวเลขการระบายน้ำที่ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่กรมชลประทาน ได้ออกมาแย้งทันทีว่าเป็น 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่วนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่าเป็น 2,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แล้วทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรีออกมาย้ำตัวเลขที่ 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
อย่างไรก็ตาม ทางกรมชลประทานและสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้เข้ามายืนยันในที่ประชุม กมธ. วันนี้ว่า มติที่ประชุมเมื่อวานนี้ที่รองนายกรัฐมนตรีพูดคือ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
"สิ่งที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีได้สื่อสารกับประชาชนและสังคมเมื่อวานนั้นคือการโกหกประชาชนชัด ๆ ผลกระทบไม่ตกกับใคร แต่ตกกับประชาชนที่ต้องรับน้ำโดยไม่รู้ตัวว่าน้ำจะขึ้นขนาดไหน" ภัทรพงษ์กล่าว
จากข้อมูลของกรมชลประทานและ สทนช. ในที่ประชุม กมธ. วันนี้ สถานการณ์การระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาถูกปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเวลา 06:00 น. วันนี้ ได้ปรับเพิ่มการระบายน้ำเป็น 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ต่อมาในเวลา 09:00 น. ได้ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 2,320 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และกำลังจะปรับเพิ่มขึ้นเป็น 2,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และมีความจำเป็นต้องปรับขึ้นเป็น 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ในวันพรุ่งนี้
ภัทรพงษ์ จึงเห็นว่า กมธ.ปภ. จะต้องเร่งสื่อสารข้อมูลนี้ให้ประชาชนเตรียมรับมือทันที เนื่องจากภาครัฐไม่มีการแจ้งเตือนที่ชัดเจนเพียงพอ
ส่วนการเยียวยาประชาชนนั้น ภัทรพงษ์ระบุว่ารัฐบาลต้องมีความชัดเจนในหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นเงินทดรองราชการ งบกลาง หรือระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ (กรณีเกิดเหตุหลัง 1 ตุลาคม) รวมถึงงบช่วยเหลือจากท้องถิ่น
ภัทรพงษ์ ยังเน้นย้ำว่า กฎเกณฑ์ หนังสือ และเอกสารรับรองต่างๆ ควรถูกตัดออกให้หมด ประชาชนเผชิญความยากลำบากมามากพอแล้ว จึงไม่ควรต้องมาเจออุปสรรคในขั้นตอนการรับเงินเยียวยาอีก พร้อมทั้งทวงสัญญาที่รองนายกรัฐมนตรีเคยระบุไว้ว่าสามารถจ่ายเงินเยียวยาได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้เอกสาร ซึ่งจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่เป็นจริง
ช่วงท้าย ภัทรพงษ์ ได้กล่าวสรุปนัดหมายการประชุมครั้งต่อไปใน วันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคมนี้ เวลา 09:30 น. ที่สภาผู้แทนราษฎร โดยจะเชิญรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (ผู้กำกับดูแล ปภ.), ผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพมหานคร, กรมอุตุนิยมวิทยา และกรม ปภ. มาร่วมหารือถึงปัญหาและแนวทางการจัดการสาธารณภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อพิจารณาว่าฝ่ายนิติบัญญัติและรัฐบาลจะสามารถสนับสนุนเพิ่มเติมในจุดใดได้บ้าง
#UDDnews #UDDnews #พรรคประชาชน #น้ำท่วม2569




















































