ศาลอุบลราชธานีมีคำสั่งให้ “วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์” เป็นบุคคลสาบสูญ หลังถูกบังคับสูญหายที่กัมพูชา เมื่อปี 2563
วันที่ 22 ตุลาคม 2569 cross cultural foundation (crcf) หรือมูลนิธิผสานวัฒนธรรม เปิดเผยว่า ศาลอุบลราชธานีมีคำสั่งให้ “วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์” เป็นบุคคลสาบสูญ หลังถูกบังคับสูญหายที่กัมพูชา เมื่อปี 2563
เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ศาลจังหวัดอุบลราชธานีมีคำสั่งให้นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ เป็นบุคคลสาบสูญ หลังจากที่วันเฉลิมถูกบังคับสูญหายที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อปี 2563 โดยในระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา ครอบครัวของวันเฉลิมได้เดินทางติดตาม ร้องเรียน และเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐไทยและกัมพูชา รวมถึงองค์กรระหว่างประเทศ ติดตามตัววันเฉลิม แต่ไม่เป็นผล มารดาและพี่สาวของวันเฉลิมจึงตัดสินใจยื่นคำร้องขอให้ศาลจังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 และศาลได้นัดไต่สวนพยานและมีคำสั่งให้วันเฉลิมเป็นบุคคลสาบสูญ เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569
คำสั่งของศาลจังหวัดอุบลราชธานีระบุว่า “นายวันเฉลิมออกจากบ้านไปอาศัยอยู่ที่ประเทศกัมพูชาแล้วไม่กลับบ้านที่จังหวัดอุบลราชธานีอีก หลังจากนั้นไม่มีผู้ใดพบและสามารถติดต่อนายวันเฉลิมได้ ผู้ร้องหรือมารดาจึงแจ้งความไว้เป็นหลักฐานว่านายวันเฉลิมหายตัวไป มารดาและญาติออกตามหานายวันเฉลิมแต่ไม่มีผู้ใดพบเห็น ปัจจุบันนายวันเฉลิมออกจากบ้านที่เป็นภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่เป็นเวลามากกว่าห้าปี ไม่มีบุคคลใดทราบว่า นายวันเฉลิมยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ เห็นว่า ผู้ร้องเป็นมารดาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ผู้ร้องจึงเป็นผู้มีส่วนมีส่วนได้เสียยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นายวันเฉลิมเป็นคนสาบสูญได้”
“นายวันเฉลิมไปจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่และไม่มีใครรู้แน่ว่านายวันเฉลิมยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ตลอดระยะเวลาเกินกว่าห้าปีแล้ว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 61 วรรคหนึ่ง จึงมีคำสั่งให้นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ เป็นคนสาบสูญตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 61 วรรคหนึ่ง”
วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ เป็นนักกิจกรรมทางการเมืองชาวไทย ที่ลี้ภัยไปยังกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา หลังจากการรัฐประหารโดย คสช. ซึ่งนำโดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อปี 2557 หลังจากนั้น ในวันที่ 4 มิถุนายน 2563 วันเฉลิมถูกลักพาตัวขึ้นรถตู้สีดำที่บริเวณแม่โขง การ์เดน คอนโดมิเนียม ในกรุงพนมเปญ ขณะที่กำลังคุยโทรศัพท์อยู่กับพี่สาว โดยคำพูดสุดท้ายของเขาคือ “หายใจไม่ออก”
หลังจากวันเฉลิมหายตัวไป สิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ พี่สาวของวันเฉลิม ได้เดินทางตามหาน้องชายที่ประเทศกัมพูชาด้วยตนเอง ทั้งยังเรียกร้องและยื่นหนังสือต่อหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องและมีหน้าที่และอำนาจในการสืบสวนสอบสวนเกี่ยวกับเหตุการณ์การบังคับให้สูญหาย อาทิ กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสูด ศูนย์ป้องกันการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย กระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ทว่านอกจากจะไม่มีความคืบหน้าแล้ว สิตานันยังต้องเผชิญกับการคุกคามโดยเจ้าหน้าที่รัฐเพียงเพราะออกมาเคลื่อนไหวเพื่อตามหาน้องชาย อย่างไรก็ตาม ทุกวันนี้ยังไม่มีผู้ใดทราบข่าวคราวหรือชะตากรรมของวันเฉลิม
มารดาของวันเฉลิมกล่าวว่า การออกมาเรียกร้องขอให้รัฐไทยตามหาตัววันเฉลิมตลอด 6 ปีที่ผ่านมา ตนและครอบครัวต้องต่อสู้มาอย่างอยากลำบาก ไร้ความเห็นใจจากรัฐ แต่หลังจากที่ได้เบิกความต่อหน้าศาลในคดีนี้ ศาลได้กล่าวว่า ศาลขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับบุตรชาย ทำให้ตนรู้สึกโล่งใจที่มีคนเชื่อในสิ่งที่ครอบครัวพยายามต่อสู้อยู่ มีคนเชื่อว่า วันเฉลิมหายไปอย่างไม่ทราบชะตากรรมจริงๆ แม้กระบวนการสืบสวนสอบสวนในคดีอาญายังไม่มีความคืบหน้า แต่หลังจากที่ศาลจังหวัดอุบลราชธานีมีคำสั่งให้วันเฉลิมเป็นคนสาบสูญ ทำให้วันเฉลิมได้สถานะเสมือนว่าเป็นคนที่เสียชีวิตแล้ว ซึ่งปัจุบัน ตนมีอายุมากแล้ว จึงอยากจะจัดการเรื่องของวันเฉลิมให้แล้วเสร็จ ตนมีความตั้งใจว่าจะนำคำสั่งดังกล่าวไปยื่นคำร้องขอจัดการมรดกและทรัพย์สินของวันเฉลิมเพื่อแบ่งให้กับทายาทคนอื่นๆ ที่ยังมีชีวิตอยู่ต่อไป
#วันเฉลิมสัตย์ศักดิ์สิทธิ์ #วันเฉลิม #ศาลอุบลราชธานี #กัมพูชา #Cambodia #ผู้ลี้ภัย
























































