ปชน.เปิดหลักฐาน “จักรวาลโกง สว.” ชี้เส้นสัมพันธ์-เส้นเงิน-โพย-พิกัดโทรศัพท์โยงหลายเครือข่าย จี้ กกต. สอบให้ถึงคนสั่งการ
วันที่ 29 สิงหาคม 2569 พรรคประชาชน พร้อมพรรคร่วมฝ่ายค้านได้จัดเวทีผู้นำฝ่ายค้าน ในหัวข้อ “การเมืองไทยในวิกฤตความเชื่อมั่น : วิกฤต สว. และกลไกตรวจสอบถ่วงดุล”เพื่อพูดคุยถึงวิกฤตศรัทธาต่อการเมืองไทย ปัญหาการได้มาซึ่ง สว. การทำงานของ กกต. และองค์กรอิสระ ตลอดจนผลกระทบต่อประชาธิปไตยไทย โดย พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ, พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.สมุทรปราการ เขต 1, ภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. เขต 4 และ ชยพล สท้อนดี สส.กทม.เขต 8 พรรคประชาชน ได้ร่วมกันเปิดหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับขบวนการโกง สว. ที่เกิดขึ้น โดยมีข้อมูลความเชื่อมโยงกับนักการเมือง ผู้สมัคร สว. ผู้ช่วย ผู้เชี่ยวชาญ และบุคคลในเครือข่ายหลายราย
พริษฐ์ เปิดข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงข่ายการโกง สว. โดยระบุถึงนักการเมือง 3 คนที่อาจมีส่วนเชื่อมโยง ได้แก่ นภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีสำนักนายกรัฐมนตรี, เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี เขต1 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และพิชัย ชมภูพล เขต 6 สุราษฎร์ธานี จากพรรคภูมิใจไทย พร้อมย้ำว่า หลักฐานที่นำมาเปิดเผยไม่ได้หมายความว่าการพบกันหรือการติดต่อกันจะเป็นความผิด แต่ต้องนำข้อมูลหลายส่วนมาประกอบกัน
เริ่มจากกรณีที่พบประวัติการติดต่อกันระหว่างสว. อย่างน้อย 19 คน กับ รัตนา บ่อถ้ำ หนึ่งใน 229 ผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้เชี่ยวชาญประจำตัวของ ชลัฐ รัศมีกิจประการ สส.บัญชีรายชื่อและกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย โดยมีการติดต่อกันรวมไม่น้อยกว่า 62 ครั้ง ในช่วงประมาณ 80 วันที่คาบเกี่ยวกับการเลือก สว. และช่วงเริ่มปฏิบัติหน้าที่ของ สว. จึงน่าตั้งคำถามว่าเหตุใดผู้เชี่ยวชาญประจำตัว สส. จึงต้องติดต่อกับ สว. จำนวนมากในช่วงเวลาดังกล่าว และเรียกร้องให้ ชลัฐ ชี้แจงบทบาทของรัตนา
นอกจากนี้ พริษฐ์เปิดข้อมูลว่า ในวันที่ 21 กรกฎาคม 2567 ปรากฏข้อมูลพิกัดสัญญาณโทรศัพท์ของ สว. อย่างน้อย 40 คน อยู่บริเวณโรงแรมพูลแมน ซึ่งเป็นสถานที่ที่พยานเคยให้ข้อมูลว่ามีการรวมตัวของ สว. เพื่อปฐมนิเทศ เตรียมความพร้อมในการทำงาน ให้ความรู้เรื่องการยื่นบัญชีทรัพย์สิน และพูดคุยเรื่องการเลือกประธานและรองประธานวุฒิสภา โดย สว. ทั้ง 40 คนอยู่ในรายชื่อ 229 คนที่คณะไต่สวนชุดที่ 16 เสนอให้สั่งฟ้อง
อย่างไรก็ตาม พริษฐ์ย้ำว่าไม่สามารถสรุปได้ว่าทุกคนที่อยู่ในโรงแรมกระทำผิด และจำนวน 40 คนไม่ใช่จำนวนทั้งหมด เนื่องจากผู้ที่ไม่ได้ใช้โทรศัพท์ในช่วงเวลานั้นอาจไม่ปรากฏในข้อมูล จึงเรียกร้องให้ กกต. นำข้อมูลพิกัดสัญญาณโทรศัพท์ไปตรวจสอบประกอบกับหลักฐานอื่น ๆ เพื่อพิสูจน์ว่ามีการประสานงานหรือขบวนการจัดตั้ง สว. จริงหรือไม่
ด้านพนิดา ได้เปิดเผยถึง “จักรวาลอุทัยธานี” โดยนำเสนอประวัติการโทรศัพท์และเส้นความสัมพันธ์ของ สว. อุทัยธานีทั้ง 5 คน ได้แก่ อลงกต วรกี, สุทน กล้าการขาย, สายฝน กองแก้ว, วันชัย แสงการเขต และจรูญ กลิ่นตลบ กับนักการเมือง ผู้ช่วย ผู้เชี่ยวชาญ เครือข่ายญาติ
จากข้อมูล พบว่า อลงกต ได้ติดต่อกับ เจเศรษฐ์ 31 ครั้ง และชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี เขต2 พรรคภูมิใจไทย 3 ครั้ง ขณะที่อดีตผู้ช่วยของอลงกตมีความใกล้ชิดกับ ทินกร บุญมี และอภิวัฒน์ ธานีตระกูล ซึ่งเคยเป็นคณะทำงานของเจเศรษฐ์ และปัจจุบันอภิวัฒน์เป็นนายกเทศมนตรีทับทัน ส่วนสุทน โทรคุยกับ เจเศรษฐ์ 7 ครั้ง และชาดา 1 ครั้ง รวมถึงเป็นเพื่อนร่วมรุ่น หลักสูตรนักบริหารยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามการทุจริตระดับสูง (นยปส.) รุ่น 13 กับชาดา
ส่วนสายฝนก็มีความเชื่อมโยงผ่าน ธัญญรัตน์ ผู้ชำนาญการ ซึ่งสนิทสนมกับ พิชญุตม์ พอจิต สส.อุตรดิตถ์ เขต1 พรรคภูมืใจไทย และอดีตคณะทำงานของเจเศรษฐ์ อีกทั้งสายฝนมีประวัติการโทรหาเจเศรษฐ์ 1 ครั้ง และมีข้อมูลกล่าวหาว่าโอนเงินประมาณ 12,000 บาทให้ พนม คำสอง ผู้สมัคร สว. อุทัยธานี กลุ่ม 17 ซึ่งทั้งคู่เคยอยู่ในสถานที่ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นจุดทำโพยเดียวกัน
แม้ไม่พบประวัติการโทรของวันชัย แต่พบความเชื่อมโยงผ่านอดีตผู้เชี่ยวชาญ อภิวัฒน์ ธานีตระกูล ซึ่งเคยเป็นผู้ช่วยเจเศรษฐ์ รวมถึง สายสิทธิ์ เจตสิกทัต ซึ่งเป็นพี่เขยของพิชญุตม์ และ วิภาพร ธานีตระกูล อดีตผู้สมัคร สว. อุทัยธานี กลุ่ม 14 ขณะเดียวกัน พบความเชื่อมโยงระหว่างจรูญ กับผู้ช่วยและผู้เชี่ยวชาญหลายราย ทั้ง ปรัชญา, วรุต แก้วสิงห์, ธเนศ และกนกกร โดยธเนศเคยเป็นผู้เชี่ยวชาญของเจเศรษฐ์ และกนกกรปัจจุบันเป็นผู้ชำนาญการของเจเศรษฐ์
นอกจากนี้ พนิดายังเปิดเผยว่า มีเอกสารปรากฏว่า สว. อุทัยธานีและบุคคลที่เกี่ยวข้องบางส่วนเคยอยู่ที่ คลองสวนพลู รีสอร์ท จ.พระนครศรีอยุธยา วันที่ 24 มิถุนายน ซึ่งถูกกล่าวถึงว่าเป็นสถานที่จัดทำโพย และมีพยานให้ข้อมูลถึงการรวมตัว การแจกเงินสดคนละ 20,000 บาท และการให้เงินเพิ่มเติมหากผลการเลือกเป็นไปตามโพย ซึ่ง พนิดา ย้ำว่าข้อมูลเหล่านี้ยังต้องได้รับการตรวจสอบจาก กกต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ขณะที่ ภัณฑิล ได้เปิดโครงสร้างขบวนการตามเอกสารที่ได้รับอย่างเป็นทางการในช่วงดำรงตำแหน่งกรรมาธิการกิจการองค์กรอิสระ โดยระบุว่า เอกสารกรณีอัยการตีกลับสำนวนให้ DSI มีผู้ถูกดำเนินคดี 8 คน แต่ไม่ได้สะท้อนภาพทั้งหมด เพราะเอกสารระบุโครงสร้างลักษณะพีระมิด 7 กลุ่ม ได้แก่
1. ผู้มีอำนาจตัดสินใจหรือ “Last Boss”
2. ผู้วางแผนและจัดระบบปฏิบัติการ ซึ่งพยานบางรายเรียกว่า “Young Turks” และเชื่อมโยงถึง ปริศนานันทกุล
3. กรรมการบริหารของคณะบุคคล ซึ่งภัณฑิลเชื่อมโยงกับระบอบสีน้ำเงินหรือพรรคภูมิใจไทย 4. ผู้จัดหาผู้สมัครหรือ “เอเย่นต์/โมเดลลิ่ง” เช่น วรพจน์ หรือ “เม้ง”
5. ผู้ได้รับเลือกเป็น สว. ซึ่งเปรียบเทียบกับ “นอมินี” หรือ “ซอมบี้”
6. กลุ่มผู้สมัคร “โหวตเตอร์” หรือกลุ่มพลีชีพที่ถูกจัดจ้าง
7. กลุ่มติวเตอร์หรือผู้จัดทำโพย โดยมีข้อมูลจาก โกเกียรติ ถึงการเตรียมการและการสั่งการจากผู้มีอำนาจด้านบน
ภัณฑิลยังตั้งคำถามต่อกรณี กกต. ระบุว่าจะดำเนินคดีอาญากับผู้เกี่ยวข้อง 1,767 คน ว่ามีผู้ถูกกล่าวหามากกว่า 229 คนหรือไม่ พร้อมยกกรณี พิชัย ชมภูพล สส.สุราษฎร์ธานี เขต 6 พรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีข้อมูลเกี่ยวกับ สุบิน ศักดา ผู้ช่วยของพิชัยที่ถูกกล่าวหาว่าติดต่อพยานและเสนอช่วยค่าใช้จ่าย ขณะที่ตรวจพบธุรกรรมของ นิสิตตา มั่นชัย ซึ่งดูแลธุรกรรมสำนักงานพิชัย โอนเงินมาจากวรพจน์ “เม้ง” และมีเส้นทางเชื่อมโยงไปยัง มาเรีย เผ่าประทาน อดีตผู้สมัครภูมิใจไทยและปัจจุบันเป็น สว.ประจวบคีรีขันธ์ รวมถึงข้อมูลการโอนเงินไปยัง วงศกร ผู้สมัครภูมิใจไทย จ.ภูเก็ต ซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อมูลการเกณฑ์คนไปเที่ยวและล่องเรือก่อนเลือก สว. พร้อมตั้งคำถามถึง เกรียงไกร รองประธานวุฒิสภา ซึ่งเป็นผู้ได้คะแนนสูงสุดของจังหวัดสุราษฎร์ธานีในกลุ่มดังกล่าว และเสนอว่าหากมีหลักฐานเกี่ยวข้องก็ควรได้รับการตรวจสอบเช่นกัน
ทางด้าน ชยพล ได้เปิดเผยถึง “ดีลลับแตงโมเงินหมื่น” ในจังหวัดสิงห์บุรี โดยนำเสนอหลักฐานที่อ้างว่าเชื่อมโยง สว. ชีวะภาพ ชีวะธรรม และ สว. ภาณุพงษ์ เต็งวงษ์วัฒนะ กับกระบวนการจัดหาผู้สมัคร จัดทำโพย และจัดผลประโยชน์ก่อนการเลือก สว. ระดับประเทศ ทั้งการนัดผู้สมัครรับประทานอาหาร การพาไป วังยาว ริเวอร์ไซด์ จ.นครนายก ซึ่งมีข้อมูลว่ามีการมอบเงิน 20,000 บาท จัดที่พัก และเตรียมการเลือก ก่อนมีการจ่ายเงินส่วนที่เหลือ 30,000 บาท รวมถึงพบเส้นทางเงินบางส่วนผ่านบริษัท Forest & Land Creation โดยมี รุ่งรัติกาญจน์ โพธิ์ไกร หรือ “แตงโม” ซึ่งถูกระบุว่าเป็นทีมงานของชีวะภาพ เกี่ยวข้องกับบริษัทดังกล่าว
นอกจากนี้ยังพบข้อมูลความเชื่อมโยงของสถานที่และบุคคลในเครือข่าย กิตติธเนศวร และ สว.โชคชัย กิตติธเนศวร ชยพลจึงตั้งคำถามว่าหลักฐานเหล่านี้สะท้อนการจัดตั้งเครือข่ายเพื่อชักจูงหรือแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ในการเลือก สว. หรือไม่ และเรียกร้องให้ กกต. ตรวจสอบเส้นทางเงิน บุคคล และสถานที่ที่เกี่ยวข้องให้ถึงต้นทางของขบวนการ ไม่ใช่ดำเนินการเพียงบางส่วนของคดี
พริษฐ์ ย้ำว่า การตรวจสอบคดีโกง สว. ต้องพิจารณาหลักฐานเป็นภาพรวม ไม่ใช่แยกดูเพียงการโทรศัพท์ การโอนเงิน การพบกัน หรือการอยู่ในสถานที่เดียวกัน เพราะหลักฐานแต่ละชิ้นอาจยังไม่เพียงพอที่จะชี้ความผิด แต่เมื่อนำมาประกอบกันอาจสะท้อนโครงสร้างของขบวนการได้ โดยพริษฐ์เรียกร้องให้ กกต. ตรวจสอบหลักฐานทั้งหมดที่มีอยู่ ทั้งข้อมูลพิกัดโทรศัพท์ เส้นทางการเงิน โพย คำให้การพยาน และความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล เพื่อให้การดำเนินคดีไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างแท้จริง ไม่ใช่หยุดอยู่เพียงผู้ปฏิบัติหรือผู้สมัครบางส่วน และต้องตอบให้ได้ว่า “ใครอยู่เบื้องหลัง ใครเป็นผู้วางแผน และใครเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจ” ในขบวนการดังกล่าว
.
ในช่วงท้าย พริษฐ์ เปรียบเปรยว่า หากเราทุบกำแพง 100 ครั้งแล้วยังไม่พัง แล้วมีคนหนึ่งเดินเข้ามาทุบในครั้งที่ 101 แล้วพัง คำถามคือกำแพงพังเพราะอะไร กำแพงไม่ได้พังจากการทุบครั้งสุดท้ายครั้งเดียว แต่กำแพงนั้นพังลงจากการทุบสะสมมา 100 ครั้ง สิ่งที่พรรคประชาชนทำในวันนี้ คือ การต่อยอดการทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อยจากที่หลายภาคส่วนได้ทำลงไป พรรคประชาชนเพียงแต่เป็นผู้ที่รับไม้ต่อ ในการทำหน้าที่ในการตรวจสอบเรื่องดังกล่าว สิ่งที่พี่น้องประชาชนจะสามารถร่วมกันผลักดันได้ คือ การส่งต่อข้อมูลข่าวสาร ช่วยกันส่งเสียงถึงสิ่งที่ไม่ปกติ ช่วยกันส่งข้อมูลเข้ามา เพียงเท่านี้ ก็จะทำให้เรื่องดังกล่าวเป็นที่สนใจของสังคมมากขึ้น
“ถึงแม้เราจะมีการตั้งข้อสังเกตว่าองค์กรอิสระอย่าง กกต. ชุดนี้กำลังเป็นอิสระจากประชาชน พริษฐ์ ก็ยังมีความเชื่อเสมอว่า ถ้าเสียงของประชาชนดังเกินกว่าที่จะปฏิเสธได้ ยังไงเสียงของประชาชนก็ยังมีความหมายอยู่” พริษฐ์ กล่าว
#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #ฮั้วสว #โกงเลือกสว

















































