วันที่ 8 ตุลาคม 2569 เวลา 14.00 น. ที่อาคาร All Rise (iLaw) “เป๋า” ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการ iLaw จัดแถลงข่าวถึงแนวทางสู้คดีที่ “อนุทิน” ฟ้องหมิ่นประมาทตามมาตรา 326 และ 328 จากกรณียื่นหนังสือถึงประธานวิปฝ่ายค้านของสภาผู้แทนราษฎร ขอให้ตรวจสอบบุคคลที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการโกงเลือก สว.
ในวันนี้มีผู้ร่วมแถลงข่าว ได้แก่ “เป๋า” ยิ่งชีพ อัชฌานนท์, อนุสราวดี มฤคศิรมาส และกัลยกร สุนทรพฤกษ์ ยิ่งชีพระบุว่าตนได้รับหมายนัดและคำฟ้องเรียบร้อยแล้ว และเป็นหมายแรกที่ได้รับจากกรณีโกงเลือก สว. ส่วนกรณีอื่น ๆ ยังไม่ได้รับหมาย ยิ่งชีพระบุว่ารู้สึกเป็นเกียรติในชีวิตที่ครั้งหนึ่งบุคคลระดับนายกรัฐมนตรีมีเวลามายื่นฟ้องตน
สำหรับคำฟ้องดังกล่าว ลงวันที่ 15 ก.ย. 2569 อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มอบอำนาจให้นายศุภชัย ใจสมุทร เป็นโจทก์ยื่นฟ้องยิ่งชีพต่อศาลอาญา ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.2672/2569 และศาลมีกำหนดนัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 14 ธ.ค. 2569 เวลา 9.00 น.
อนุสราวดี ทนายความของยิ่งชีพ กล่าวถึงเนื้อหาตามคำฟ้องได้กล่าวถึงกรณีที่ยิ่งชีพได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 21 ก.ค. 2569 ในการยื่นหนังสือถึงประธานคณะกรรมการประสานงานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้าน ที่อาคารรัฐสภา ขอให้ตรวจสอบบุคคลในรัฐบาลที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการโกงเลือก สว.ในปี 2567
อนุสราวดีกล่าวว่า ต้องขอขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีที่ตอบรับข้อเรียกร้องก่อนหน้านี้ คือ การแต่งตั้งทนายความด้วยตัวเองและยื่นฟ้องคดีในนามของตัวเองโดยไม่ใช้กลไกของรัฐ เช่น ตำรวจ อัยการ และการยื่นฟ้องที่ศาลอันเป็นพื้นที่เกิดเหตุคือศาลอาญา
ในฐานะผู้ถูกฟ้องคดี จึงข้อแจ้งให้ทราบถึงข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และกระบวนการที่จะดำเนินการต่อไป ดังนี้
1. เนื้อหาในส่วนการแถลงข่าวที่เกี่ยวข้องกับอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นไปตามข้อเท็จจริงที่มีหลักฐานยืนยันได้ ไม่ใช่การใส่ร้ายหรือใส่ความให้ถูกดูหมิ่นหรือเกลียดชัง และพร้อมที่จะต่อสู้คดี เราในฐานะประชาชนและภาคประชาชนย่อมมีสิทธิตรวจสอบโดยสุจริต อีกทั้งประธานศาลฎีกามีคำแนะนำเกี่ยวกับการดำเนินคดีโดยไม่สุจริตในคดีอาญา พ.ศ. 2569 และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 161/1 ศาลอาญาควรยกฟ้องคดีได้ทันทีและห้ามไม่ให้โจทก์ยื่นฟ้องในเรื่องเดียวกันอีก
2. หากศาลมีการนัดไต่สวนมูลฟ้องก็ขอเรียกร้องให้ “อนุทิน” เดินทางมาเบิกความต่อศาลด้วยตัวเองในวันที่ 14 ธ.ค.2569 เพื่อพิสูจน์สิ่งที่โจทก์อ้างว่าเป็นความจริง หรือเป็นความเท็จ และพิสูจน์สิ่งที่ผู้ถูกฟ้องคดีก็ยืนยันว่าเป็นความจริงเช่นเดียวกัน หรือหากโจทก์ไม่สามารถเดินทางมาศาลได้เพราะติดภารกิจอื่นหรือไม่สามารถอธิบายข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นได้ด้วยตัวเอง ก็ควรจะถอนฟ้องไปเสียด้วยตัวเอง ไม่ต้องให้เป็นภาระต่อคนอื่น
3. หากภายหลังศาลมีคำสั่งรับฟ้องคดี ฝ่ายโจทก์และจำเลย ต้องนำสืบพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่ามีพยานที่กล่าวถึงเหตุการณ์ทั้งสองจริงหรือไม่ จำเลยจะใช้สิทธิขอให้ศาลออกหมายเรียกเอกสารการสอบสวนในคดีการโกงเลือก สว. หลายรายการ ได้แก่ เอกสารสรุปความเห็นของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนคณะที่ 26 ของคณะกรรมการการเลือกตั้งซึ่งเห็นควรให้ยื่นฟ้องอนุทินในคดีโกงเลือก สว., เอกสารความเห็นของกรรมการการเลือกตั้ง 2 ท่าน ที่เป็นเสียงข้างน้อย ซึ่งออกความเห็นควรให้ยื่นฟ้องอนุทินในคดีโกงเลือก สว., เอกสารที่แสดงภาพจากกล้องวงจรปิด ที่โรงแรมพูลแมน ซอยรางน้ำเมื่อวันที่ 21 ก.ค. 2567, เอกสารที่แสดงภาพจากกล้องวงจรปิด ของสำนักงานพรรคภูมิใจไทย โดยเฉพาะที่ชั้นสี่ ห้องเกี่ยวกับธุรการการเงิน ในช่วงเวลาการเลือกสว. ปี 256
และขอเอกสารข้อมูลการใช้งานโทรศัพท์ ซึ่งแสดงสถานที่อยู่ของโทรศัพท์ของอนุทิน เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 2567 และแสดงข้อมูลการโทรศัพท์ระหว่างอนุทินกับผู้สมัคร สว. ในช่วงเวลาการเลือก สว. รวมทั้งบุคคลต่าง ๆ ที่เคยถูกดำเนินคดีฐานโกงเลือก สว., บันทึกคำให้การของพยานในคดีโกงเลือก สว. ปากกุสุมาวตี ศิริโกมุท และพยานหมายเลข 25/26 รวมทั้งพยานปากอื่น ที่พบเห็นและทราบถึงบทบาทของโจทก์ในคดีนี้ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกสว. นอกจากนั้นก็จะขอให้ศาลออกหมายเรียกพยานบุคคลให้มาเบิกความต่อศาลอย่างน้อยอีก 11 คน
ยิ่งชีพระบุว่า ถ้าหากนายกไม่ถอนฟ้อง ก็จะใช้โอกาสในการเป็นจำเลยขอหมายเรียกเอกสารและพยาน เพื่อแสวงหาข้อเท็จจริงในคดีโกงเลือก สว. เพิ่ม ตนถือว่าการสู้คดีนี้ “ง่ายมาก” แค่เพื่อจะสู้ให้ตนเองไม่ติดคุก ตนอ่านคดีหมิ่นประมาทมาเยอะ คดีนี้ง่ายที่สุดเท่าที่เห็นมา ถ้าท่านจะไม่ถอนฟ้องจริง ๆ ก็ไปที่ศาลและตนจะใช้สิทธิจำเลย ส่วนตัวแล้วตนไม่มีความกังวล ตนคิดว่าคดีนี้ไม่ควรจะเป็นคดีตั้งแต่แรก เพราะโดยหลักการแล้วประชาชนทุกคนเมื่อเห็นข้อสงสัยใด ๆ เกี่ยวกับการโกงควรออกมาพูดต่อสาธารณะได้เต็มที่ ถ้าจริงไม่จริงอย่างไรก็ชี้แจงมา ไม่ใช่การฟ้องหมิ่นประมาท
นอกจากนั้น อีกกรณีหนึ่งที่มีสมาชิกวุฒิสภา (สว.) รายหนึ่ง ไปร้องทุกข์กล่าวโทษ ต่อผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางให้ดำเนินคดีกับคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ DSI และยิ่งชีพ กรณีนำเอกสารสำนวนคดีโกงเลือก สว. จำนวน 90,000 หน้า มาเปิดเผยต่อสาธารณะ ยิ่งชีพอ่านเอกสารดังกล่าวแล้วรู้สึกว่า “ตลกขบขัน” พอสมควร คือไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ร้องทุกข์ และผู้นั้นได้รับความเสียหายหรือไม่ อย่างไร และข้อกล่าวหาที่เกี่ยวกับตนไม่ได้ระบุความผิดเป็นเลขมาตรา ว่ากระทำผิดในฐานใด นอกจากมาตรา 86 ฐานผู้สนับสนุน ตนจึงเข้าใจว่าหาความผิดอะไรให้ตนไม่ได้เลย



















































