กลุ่มเอ็มเพาเวอร์
เดินขบวนจากสี่แยกคอกวัวไปกระทรวง พม. บุกทวงความคืบหน้า
กฎหมายคุ้มครองผู้ให้บริการทางเพศ
วันที่
24 กันยายน 2569 เวลา 09.00 น.
กลุ่มพนักงานบริการจากมูลนิธิ Empower จัดกิจกรรม
"โสภา..ลุย บุกทวงความคืบหน้า กฎหมายคุ้มครองผู้ให้บริการทางเพศ"
เดินขบวนจากสี่แยกคอกวัวไปยังกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (กระทรวง
พม.) เพื่อติดตามความคืบหน้าและเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. ผลักดันร่าง
พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ให้บริการทางเพศ ฉบับประชาชน ซึ่งมีประชาชนร่วมลงชื่อ 10,293
รายชื่อ
หลังร่างกฎหมายถูกวินิจฉัยว่าเกี่ยวด้วยการเงินและต้องรอการรับรองจากนายกรัฐมนตรี
โดยกลุ่มผู้ให้บริการทางเพศเรียกร้องให้เร่งดำเนินการตามมติ ครม.
เกี่ยวกับข้อสังเกตของ CEDAW และเปิดทางให้ร่างกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา
พร้อมย้ำว่าผู้ให้บริการทางเพศควรได้รับการคุ้มครองสิทธิแรงงาน สุขภาพ ความปลอดภัย
สวัสดิการ และศักดิ์ศรีเช่นเดียวกับแรงงานอื่น
กิจกรรมในวันนี้
มีกลุ่มพนักงานบริการและเครือข่ายเดินทางมาจากหลากหลายพื้นที่ เช่น อุดรธานี
เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ เพื่อร่วมเดินขบวนรณรงค์
พร้อมทั้งมีการปราศรัยและถือป้ายข้อความ “SEX WORK IS WORK” เมื่อขบวนเดินทางมาถึงกระทรวง
พม. มีการยื่นหนังสือแถลงการณ์ โดยมี เอนกชัย เรืองรัตนากร
ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. เป็นผู้รับหนังสือและร่วมพูดคุย
จากนั้นกลุ่มพนักงานบริการมีการทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์และถ่ายทอดประวัติศาสตร์การบังคับใช้กฎหมายกับผู้ให้บริการทางเพศตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
เพื่อสะท้อนว่าผู้ให้บริการทางเพศเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทยมาโดยตลอด
และพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ปัญหาของผู้ให้บริการทางเพศกฎหมาย
สำหรับแถลงการณ์จากมูลนิธิเอ็มพาวเวอร์
"โสภา..ลย บุกทวงความคืบหน้า กฎหมายคุ้มครองผู้ให้บริการทางเพศ"
เนื้อหาระบุโดยสรุปว่า
พนักงานบริการจากเอ็มพาวเวอร์และเครือข่ายจากอุดรธานี
เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ ร่วมเดินขบวนไปยังกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
(พม.) เพื่อติดตามความคืบหน้าและเรียกร้องให้กระทรวง พม. เร่งผลักดันร่าง
พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ให้บริการทางเพศ ฉบับประชาชน ตามข้อสังเกตของคณะกรรมการ CEDAW ที่เรียกร้องให้ประเทศไทยเร่งยกเลิกความผิดทางอาญาต่อผู้หญิงที่ค้าประเวณีและคุ้มครองสิทธิแรงงาน
เอ็มพาวเวอร์ระบุว่า
ร่างกฎหมายดังกล่าวถูกพิจารณาเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 ว่าเป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน
และต้องรอการรับรองจากนายกรัฐมนตรีก่อนเดินหน้าต่อ แต่จนถึงปัจจุบันผ่านมา 70
วันแล้วยังไม่มีความคืบหน้า โดยร่างฉบับประชาชนจัดทำขึ้นในปี 2567
และมีประชาชนร่วมลงชื่อ 10,293 รายชื่อ
มีหลักการสำคัญคือยกเลิกความผิดทางอาญาต่อผู้ให้บริการทางเพศโดยสมัครใจ
และเปลี่ยนไปสู่ระบบคุ้มครองสิทธิ สุขภาพ ความปลอดภัย สวัสดิการ
และศักดิ์ศรีของคนทำงาน
ที่ผ่านมาได้ติดตามการผลักดันกฎหมายกับรัฐบาลและกระทรวง
พม. มาเป็นเวลาหลายปี หลังร่างกฎหมายฉบับกระทรวง พม. แล้วเสร็จตั้งแต่ปี 2566 แต่ไม่มีความคืบหน้า
อีกทั้งยังแสดงความไม่เห็นด้วยต่อการแก้ไขร่างกฎหมายของกระทรวงที่เพิ่มความผิดและบทลงโทษต่อผู้ให้บริการทางเพศ
พร้อมตั้งคำถามถึงการพิจารณาว่าการให้สิทธิประกันสังคมแก่ผู้ให้บริการทางเพศเป็นภาระทางการเงินของรัฐ
โดยยืนยันว่าผู้ให้บริการทางเพศต้องการเข้าถึงสิทธิในระบบเดียวกับคนทำงานอื่น
เอ็มพาวเวอร์ยังระบุว่า
ข้อเสนอของร่างกฎหมายเกี่ยวกับศูนย์คุ้มครองผู้ให้บริการทางเพศสามารถดำเนินการผ่านหน่วยงานของกระทรวง
พม. ที่มีอยู่แล้ว จึงไม่ได้หมายถึงการสร้างระบบราชการใหม่ทั้งหมด
พร้อมย้ำว่าการเรียกร้องให้ยกเลิกความผิดทางอาญาต่อผู้ให้บริการทางเพศดำเนินมาเป็นเวลากว่า
40 ปี
และผู้ให้บริการทางเพศควรมีส่วนร่วมในการกำหนดกฎหมายที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตนเอง
ท้ายที่สุด
เอ็มพาวเวอร์เรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. ผลักดันร่าง
พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ให้บริการทางเพศ ฉบับประชาชน
ให้ได้รับการลงนามรับรองจากนายกรัฐมนตรีโดยเร็ว
เพื่อให้กลับเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของรัฐสภา
โดยย้ำว่าการรับรองไม่ได้หมายถึงการเห็นชอบเนื้อหาทุกมาตรา
แต่เป็นการเปิดทางให้มีการพิจารณา แก้ไข และรับฟังความคิดเห็นอย่างเปิดเผย
พร้อมเรียกร้องให้ผู้ให้บริการทางเพศมีส่วนร่วมอย่างมีความหมายในทุกขั้นตอนของกระบวนการออกกฎหมาย
#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #SexWorkisWork #ยกเลิกกฎหมายค้าประเวณี #พรบคุ้มครองผู้ให้บริการทางเพศ #Empower

















































