วันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

“จุลพันธ์” แจงร่วมรัฐบาลกับ “ภูมิใจไทย” เพื่อพาไปสู่อำนาจรัฐและทำงานเพื่อประชาชน

 


“จุลพันธ์” แจงร่วมรัฐบาลกับ “ภูมิใจไทย” เพื่อพาไปสู่อำนาจรัฐและทำงานเพื่อประชาชน


เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย  ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวโดยระบุว่า พรรคเพื่อไทยได้ทำงานอย่างเต็มกำลัง เพื่อนำเสนอนโยบายให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ประชาชนมีโอกาส มีความมั่นคง และมีชีวิตที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง เราเดินหน้าหาเสียง นำเสนอนโยบายของเรา ด้วยความหวังว่าคนไทยจะให้ความไว้วางใจอย่างชัดเจนกับเรา เพื่อพาเราไปสู่อำนาจรัฐและเปิดโอกาสให้เราได้นำนโยบายเหล่านั้นไปปฏิบัติจริง เราหวังว่าเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนจะพาเราไปทำงานและมอบโอกาสให้เราได้ทำหน้าที่นั้นอย่างเต็มที่


แต่เมื่อผลการเลือกตั้งออกมา เราได้เสียงไม่มากพอ ซึ่งสิ่งนี้ไม่ใช่ความผิดของประชาชน การที่ประชาชนยังไม่เลือกเรามากพอคือสิ่งที่เราเคารพและต้องนำกลับมาเป็นการบ้าน เพื่อทบทวนว่านโยบายของเราตรงไหนที่ยังไม่ตอบโจทย์ และเราจะทำอย่างไรให้ดีขึ้น เพื่อให้สมกับความไว้วางใจของประชาชนในอนาคต


ในขณะเดียวกัน การที่ประชาชนเลือกพรรคภูมิใจไทยมาเป็นอันดับ 1 และมีเสียงทิ้งห่างอันดับ 2 อย่างมีนัยสำคัญ คือการตัดสินใจที่เราต้องเคารพด้วย เพราะนี่คือเสียงของประชาชนในระบอบประชาธิปไตย


ในฐานะพรรคอันดับ 3 เราต้องพิจารณาอย่างรอบคอบว่าเราจะร่วมรัฐบาลหรือเป็นฝ่ายค้าน โดยตั้งคำถามกับตนเองว่าทางใดจะทำให้เราสามารถทำหน้าที่เพื่อประชาชนได้อย่างแท้จริง ซึ่งเมื่อพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว การร่วมรัฐบาลทำให้เรามีโอกาสทำงานเพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชนได้มากกว่าการเป็นฝ่ายค้าน


เสียงประชาชนไม่เทา การทำงานร่วมกับพรรคภูมิใจไทยก็คือการทำงานร่วมกับพรรคการเมืองที่เป็นตัวแทนของประชาชนอีกส่วนหนึ่ง และการร่วมรัฐบาลไม่ได้หมายความว่าเรากลายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่ได้หมายความว่าเรากลายเป็นส่วนหนึ่งของพรรคภูมิใจไทย เรายังคงมีความเป็น ’อิสระ’ ในจุดยืน อุดมการณ์ และมีขอบเขตของการ ’ร่วม’ อย่างชัดเจน


ในประเด็นเรื่อง ฮั้ว สว. และเขากระโดง เรายังคงเดินหน้าทำต่อภายใต้ความตระหนักว่าเราไม่ได้เป็นเสียงข้างมากของสภาและไม่ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล หากประชาชนต้องการให้เรามีอำนาจเต็มในการดำเนินการเรื่องนี้ พวกเขาคงมอบเสียงให้เราอย่างถล่มทลาย แต่เมื่อผลออกมาเช่นนี้ ก็สะท้อนว่า เรื่องนี้อาจไม่ใช่สิ่งที่ประชาชนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก หลักการของประชาธิปไตยในระบบรัฐสภาเป็นเช่นนี้ และเราต้องเคารพความจริงนั้น


หลักการสำคัญของพรรคเพื่อไทยคือการเคารพการตัดสินใจของประชาชน และภายใต้ข้อจำกัดของเสียงที่เราได้รับ เราจะใช้ทุกเสียงนั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนที่เลือกเราให้ได้มากที่สุด


ท้ายที่สุด หากเราตัดสินใจผิดหรือทำหน้าที่ได้ไม่ดีพอ ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินเราอีกครั้งในการเลือกตั้งครั้งต่อไป และเราตระหนักดีว่าทุกการตัดสินใจของเรามีความรับผิดชอบต่อประชาชนเสมอ


เพราะทุกการตัดสินใจของพรรคเพื่อไทยทำบนความรับผิดชอบที่เรามีต่อทุกเสียงของประชาชนที่เลือกเรามา


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคเพื่อไทย #เลือกตั้ง2569

ภาคประชาชน ออกแถลงการณ์เรียกร้อง "กกต. ต้องชดใช้" ผลเลือกตั้ง69 ซัด!ไม่สุจริต โปร่งใส และเที่ยงธรรม อย่างที่ควรจะเป็น ชี้ บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ส่อขัดหลักลงคะแนนลับ ขัดต่อรัฐธรรมนูญ

 


ภาคประชาชน ออกแถลงการณ์เรียกร้อง "กกต. ต้องชดใช้" ผลเลือกตั้ง69 ซัด!ไม่สุจริต โปร่งใส และเที่ยงธรรม อย่างที่ควรจะเป็น ชี้ บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ส่อขัดหลักลงคะแนนลับ ขัดต่อรัฐธรรมนูญ


เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สกายวอล์ก แยกปทุมวัน กรุงเทพฯ ภาคประชาชนจัดกิจกรรม “นับใหม่อาจไม่พอ กกต.ต้องชดใช้” โดยมีการเชิญชวนให้ประชาชนร่วมลงประชามติ (จำลอง) โดยเปิดหีบเมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. และมีกำหนดปิดหีบเวลา 19.00 น.


บรรยากาศทั่วไป มีผู้ทยอยเดินทางเข้าร่วมอย่างต่อเนื่อง โดยมีการจัดคูหาจำลองให้ผู้ร่วมกิจกรรมเข้าลงมติ บางรายมีการนำกระดาษ A4 ที่มีข้อความว่า “เลือกตั้งโมฆะ” ติดบนเสื้อเพื่อแสดงออก ขณะที่บางรายชูภาพที่ปริ๊นต์จากคลิปวิดีโอซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติในการนับคะแนนเลือกตั้ง


โดยมีการผลัดกันปราศรัยโดยบุคคลต่างๆ อาทิ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด, นายณัฐชนน ไพโรจน์ นักกิจกรรมจากเครือข่ายประชาชนเพื่อสิทธิทางการเมือง (Thumb Rights) อดีตสมาชิกแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม 


ในช่วงท้ายมีการอ่านแถลงการณ์ในนามภาคประชาชน ต่อการจัดเลือกตั้งของ กกต.เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ประกอบด้วย ผู้แทนภาคประชาชน ผู้แทนองค์กรภาคประชาสังคม ผู้แทนนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้แทนนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้แทนนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้แทนนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น ผู้แทนนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง ผู้แทนนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้แทนนักศึกษามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ผู้แทนนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง ผู้แทนนิสิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ


สำหรับแถลงการณ์ระบุว่า


สืบเนื่องจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและออกเสียงประชามติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ปรากฏหลักฐานเป็นที่ประจักษ์จำนวนมากที่ชี้ให้เห็นว่าการเลือกตั้งในครั้งนี้มิได้เป็นไปโดยโปร่งใส สุจริต และเที่ยงธรรม ส่งผลให้ความเชื่อมั่นที่ประชาชนมีต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตกต่ำลงถึงขีดสุด และเมื่อประชาชนได้ออกมาเรียกร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อปกป้องคะแนนเสียงที่ได้ลงคะแนนไป แต่คณะกรรมการการเลือกตั้่ง (กกต.) กลับไม่ตอบสนองต่อการเรียกร้องของประชาชน


โดยเฉพาะประชาชนที่ได้ออกมารวมตัวกันที่สนามแบตมินตันเทศบาลเมืองแสนสุข เพื่อเรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ในส่วนของเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดชลบุรี ซึ่งปรากฏหลักฐานความผิดปกติที่เป็นเหตุอันควรสงสัยหลายประการ ทั้งการนับคะแนนที่มีความผิดพลาด การเก็บรักษาหีบบัตรที่ไม่รัดกุม และการพบแบบขีดคะแนน สส.5/11 และ สส.5/11 (บช) ในกองขยะ แต่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กลับปัดตกข้อเสนอของพวกเขา โดยกล่าวอ้างว่าไม่มีหลักฐานที่มากเพียงพอ


ประชาชนทั้งหลายพึงรู้เถิดว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มิได้ปฏิบัติต่อคะแนนเสียงของประชาชนในการเลือกตั้งอย่างเคารพและให้เกียรติ ทั้งกระบวนการในการนับคะแนน การจัดการกับหีบบัตรเลือกตั้ง แบบขีดคะแนน และแบบรวมคะแนน ไปจนถึงการพิมพ์รหัสแท่ง (Barcode) และรหัสคิวอาร์ (QR code) ลงบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งอาจทำให้การเลือกตั้งในครั้งนี้ไม่ใช่สิ่งที่ปิดลับอีกต่อไป และส่อขัดต่อรัฐธรรมนูญอย่างร้ายแรง


ปรากฏการณ์อันเป็นหายนะเหล่านี้ ทำให้ตระหนักได้ว่าต่อให้มีการนับคะแนนใหม่ทั้งประเทศก็อาจไม่เพียงพอ เนื่องจากการนับคะแนนใหม่นี้ก็อาจไม่เป็นไปโดยโปร่งใส สุจริต และเที่ยงธรรมอย่างที่ควรจะเป็น พวกเราจึงต้องการเรียกร้อง ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกมาแสดงความรับผิดชอบและชดใช้ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ที่ส่งผลกระทบ ต่อประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยโดยตรง


แน่นอนว่า การเรียกร้องความรับผิดชอบและการชดใช้จากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ทำได้ด้วยความลำบาก เนื่องจากในรัฐธรรมนูญฉบับนี้มิได้ให้สิทธิประชาชนเข้าชื่อร้องขอให้ถอนถอนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พวกเราจึงขอเชิญชวนประชาชนทุกคน นิสิตนักศึกษาทุกมหาวิทยาลัย องค์กรภาคประชาสังคมทุกองค์กร และพรรคการเมืองทุกพรรค ออกมาพูดส่งเสียง ออกมาเรียกร้อง ถึงความไม่ปกติของการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรในครั้งนี้


ใครใคร่จะปราศรัยก็ปราศรัย ใครใคร่จะชุมนุมก็ชุมนุม ใครใคร่จะจัดกิจกรรมใดก็จัดกิจกรรมนั้น ขอให้ทุกคนจงพร้อมเพรียงพร้อมใจกันทั้งประเทศ เพื่อร่วมกันยืนยันว่า “คณะกรรมการการเลือกตั้งต้องชดใช้” ต่อความเลวร้ายทั้งปวงที่ปรากฏในครั้งนี้


ด้วยความศรัทธาในเจตจำนง

ประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์  #เลือกตั้ง2569 #กกตหค #กกต




ประชาชนส่งเสียง "นับใหม่ไม่พอ กกต.ต้องชดใช้" ภาคประชาชนจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ ลงประชามติจำลอง “เห็นชอบสมควรถอดถอน กกต. หรือไม่” ที่สกายวอล์กแยกปทุมวัน บรรยากาศคึกคัก แน่นพื้นที่ คนใช้สิทธิ์ 470

 


ประชาชนส่งเสียง "นับใหม่ไม่พอ กกต.ต้องชดใช้" ภาคประชาชนจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ ลงประชามติจำลอง “เห็นชอบสมควรถอดถอน กกต. หรือไม่” ที่สกายวอล์กแยกปทุมวัน บรรยากาศคึกคัก แน่นพื้นที่ คนใช้สิทธิ์ 470 


วันที่ 15 ก.พ. 2569 เวลา 17.00 น. บริเวณสกายวอร์คแยกปทุมวัน มีการจัดกิจกรรมออกเสียงประชามติจำลองในประเด็น “ท่านเห็นชอบว่าสมควรถอดถอนคณะกรรมการการเลือกตั้งออกจากตำแหน่งหรือไม่” นำโดยแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ร่วมกับภาคประชาชน สืบเนื่องจากกรณีปัญหาการเลือกตั้งปี 2569 จากการดำเนินงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเริ่มกิจกรรมมีประชาชนทยอยเดินทางมาร่วมงานอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ดูแลความปลอดภัย เวลา 17.00 น. คูหาออกเสียงประชามติจำลองเปิดให้ประชาชนเข้าร่วมแสดงความคิดเห็น โดยมีตัวเลือกให้กากบาท “เห็นชอบ” “ไม่เห็นชอบ” หรือ “ไม่แสดงความคิดเห็น” มีประชาชนต่อแถวเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก


ตลอดการลงคะแนน มีเวทีปราศรัยจากภาคประชาชน อาทิ สมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด, ธัชพงศ์ แกดำ และ ณัฐชนน ไพโรจน์ เรียกร้องให้ กกต. แสดงความรับผิดชอบ โดยมีข้อเสนอว่านับคะแนนใหม่อาจไม่เพียงพอ นอกจากนี้ ยังพบผู้ร่วมกิจกรรมบางส่วนแต่งกายย้อนยุคสมัยจอมพล ป. และนำป้ายผ้า รวมถึงป้ายข้อความมาร่วมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์


ต่อมาได้มีการปิดคูหาและเริ่มนับคะแนน โดยแจ้งว่ามีผู้มาใช้สิทธิรวม 470 คน ผลปรากฏว่าเสียงส่วนใหญ่มีมติ “เห็นชอบ” ให้ถอดถอนคณะกรรมการการเลือกตั้งออกจากตำแหน่ง ก่อนยุติกิจกรรมในเวลา 20.50 น.


ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ เรียกร้องให้การจัดการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติเป็นไปอย่างโปร่งใสและสุจริต ภายหลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของ กกต. ในการเลือกตั้งปี 2569


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #เลือกตั้ง69 #กกตหค #นับใหม่ทั้งประเทศ





























วันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ธิดา ถาวรเศรษฐ : เราอาจจะได้รัฐธรรมนูญใหม่ที่ไม่ได้อย่างใจเรา 100% แต่อย่างน้อยที่สุดก็คือประชาชนปฏิเสธรัฐธรรมนูญมรดกของคณะรัฐประหาร

 


ธิดา ถาวรเศรษฐ : เราอาจจะได้รัฐธรรมนูญใหม่ที่ไม่ได้อย่างใจเรา 100% แต่อย่างน้อยที่สุดก็คือประชาชนปฏิเสธรัฐธรรมนูญมรดกของคณะรัฐประหาร


บางส่วนจากการสัมภาษณ์ในรายการ MATItalk โดย มติชนสุดสัปดาห์ – MatichonWeekly เผยแพร่เมื่อ 11 ก.พ. 2569


MATItalk : ชัยชนะของการ “เห็นชอบ” ประชามติ จะมีความหมายอะไรในเมืองเขาคุมทุกอย่างได้หมดแล้ว องค์กรอิสระ แล้วเราก็เชื่อว่าวุฒิสภาสั่งได้ เสียงในสภาล่างเขาก็มีครบแล้ว ครบวงจร เขาคุมหมดแล้ว


อ.ธิดา ถาวรเศรษฐ : ไม่เป็นไร อย่างน้อยที่สุดมันเป็นเจตจำนงของประชาชนว่าไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญฉบับเก่า อันนี้สำคัญนะ ถึงแม้ว่ามันจะเป็น step แรก แต่จำนวนคนที่ออกเสียง “เห็นชอบ” ก็มากกว่าครั้งที่แล้ว อย่างน้อยที่สุดเราก็เอาตัวนี้มาเป็นความชอบธรรมว่า ประชาชนไม่ต้องการรัฐธรรมนูญฉบับที่แล้ว แปลว่าลึก ๆ แล้วประชาชนไม่ต้องการเห็นมรดกของการทำรัฐประหารและการสืบทอดอำนาจ อันนี้เป็นลึก ๆ จริง ๆ แม้ว่าพวกจารีตจะได้รับชัยชนะท่วมท้นนะ นี่เป็นข้อดีของการเลือกตั้งครั้งนี้ เขาเลือกพรรค อาจจะเลือกพรรคอนุรักษ์นิยม จารีตนิยม แต่เขาเห็นชอบประชามติ บางคนก็อาจจะบอกว่าหรือว่าตามพรรคภูมิใจไทย พรรคภูมิใจไทยเขาก็บอกว่าแก้ไขได้ แต่เขาไม่ยอมให้แก้หมวด 1 หมวด 2 แล้วลามไปถึงมาตรา 112 ซึ่งจะเรียกว่า “โหน” หรือเปล่าก็ไม่รู้แหละ แสดงสัญลักษณ์ของการโหนชัดเจนทั้งโหนชาติ โหนสถาบัน พูดชัดเจนเลย


แต่อย่างไรก็ตาม ประชาชนเขาก็เห็นชอบที่ให้มีรัฐธรรมนูญใหม่ เราอาจจะได้รัฐธรรมนูญใหม่ที่ไม่ได้อย่างใจเรา 100% แต่อย่างน้อยที่สุดก็คือประชาชนปฏิเสธรัฐธรรมนูญมรดกของคณะรัฐประหาร


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #เลือกตั้ง2569 #ประชามติ2569 #เห็นชอบ #รัฐธรรมนูญใหม่

วันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

สว.เทวฤทธิ์ เผย กมธ.พัฒนาการเมืองฯ จ่อเรียก ผอ.กกต.ชลบุรี แจงปมเลือกตั้งเขต 1 ชลบุรี 17 ก.พ.นี้

 


สว.เทวฤทธิ์ เผย กมธ.พัฒนาการเมืองฯ จ่อเรียก ผอ.กกต.ชลบุรี แจงปมเลือกตั้งเขต 1 ชลบุรี 17 ก.พ.นี้


วันนี้ 14 ก.พ. 2569 เวลา 17.00 น. ที่ลานหน้าหอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพฯ (BACC) แยกปทุมวัน พลเมืองอิสระจัดชุมนุม #นับใหม่ทั้งประเทศ เรียกร้องให้กกต.นับคะแนนใหม่ทั้งประเทศและทวงถามความยุติธรรม สืบเนื่องจากปัญหาการนับคะแนนผลการเลือกตั้งและกรณีแถบบาร์โค้ดที่ปรากฏบนบัตรเลือกตั้ง เพื่อความโปร่งใสและกู้วิกฤตศรัทธาในระบอบประชาธิปไตยให้กับประชาชน 


นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา เปิดเผยว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีข้อพิรุธ ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนควรจะเรียกร้องได้ท่ามกลางกระแสของความไม่ไว้วางใจ โดยในวันที่ 17 ก.พ. นี้ เวลา 10.00 น. คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา จะเชิญ ผอ.กกต.เขตเลือกตั้งที่ 1 จ.ชลบุรี, ผอ.กกต.จังหวัดชลบุรี ประชาชนที่ถูกแจ้งความดำเนินคดี และทนายความ มาให้ข้อมูลเพราะประชาชนกังวลว่าจะถูกฟ้องปิดปากทำให้เกิดความหวาดกลัว ดูเหมือนจะกลับหัวกลับหาง เพราะเป้าหมายหลักของ กกต. คือต้องบริสุทธิ์ยุติธรรม ไม่ได้เรียกร้องขอให้กลับมาชนะ ประชาชนเขาอยากรู้ว่าคะแนนที่ลงไปคือคะแนนเสียงที่ถูกขาน คือคะแนนของเขาจริง ๆ แต่ กกต. กลับไปฟ้องร้องดำเนินคดีประชาชน หวังว่าในการประชุม กมธ. จะได้หาทางออกส่งเสริมพันธกิจ กกต. ในการมีส่วนร่วมของประชาชน ไม่ใช่สร้างบรรยากาศความกลัว


นอกจากนี้ นายเทวฤทธิ์ ยังกล่าวเรียกร้องให้ประชาชนและสื่อมวลชนจับตาการประชุมวุฒิสภาจะมีการประชุมสมัยวิสามัญ เพื่อเห็นชอบ กกต. 2 คนในวันที่ 26 ก.พ. 69 นี้ โดยระบุว่า ที่ผ่านมา สว. ชุดนี้ ได้ให้ความเห็นชอบ กกต. ไปแล้ว 3 คน ซึ่งหากให้ความเห็นชอบอีกหมายความว่า สว. ชุดนี้ให้ความเห็นชอบ กกต. 5 คน จาก 7 คน ท่ามกลางวิกฤตศรัทธา ซึ่งตนเองจะมีการยื่นเรื่องขอให้ชะลอการให้ลงมติความเห็นชอบไปก่อน เพราะไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ลุยไฟขนาดนั้น เพราะจะยิ่งสร้างความไม่ไว้วางใจ


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #กกต #เลือกตั้ง2569

พลเมืองอิสระรวมตัวหอศิลป์ฯ จัดกิจกรรม #กกตหค 'กินก๋วยเตี๋ยวหกคน' จี้ กกต.รับผิดชอบปัญหาเลือกตั้ง 69 รวมถึงกรณี ’บัตรบาร์โค้ด‘

 


พลเมืองอิสระรวมตัวหอศิลป์ฯ จัดกิจกรรม #กกตหค 'กินก๋วยเตี๋ยวหกคน' จี้ กกต.รับผิดชอบปัญหาเลือกตั้ง 69 รวมถึงกรณี ’บัตรบาร์โค้ด‘


วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 17.00 น. ที่ลานหน้าหอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพฯ (BACC) แยกปทุมวัน พลเมืองอิสระจัดชุมนุม #นับใหม่ทั้งประเทศ เรียกร้องให้กกต.นับคะแนนใหม่ทั้งประเทศและทวงถามความยุติธรรม สืบเนื่องจากปัญหาการนับคะแนนผลการเลือกตั้งและกรณีแถบบาร์โค้ดที่ปรากฏบนบัตรเลือกตั้ง เพื่อความโปร่งใสและกู้วิกฤตศรัทธาในระบอบประชาธิปไตยให้กับประชาชน 


บรรยากาศภายในงาน ประกอบด้วยนิทรรศโกงว่าด้วยข่าวปัญหาจากการเลือกตั้ง มีป้ายผ้าข้อความให้ประชาชนมาเขียนถึง ‘กกตหค’ โดยมีประชาชนพกหม้อและตะหลิวมาใช้เคาะประท้วง รวมถึงมีโพลสำรวจความคิดเห็น ‘กกต.ควรอยู่ที่...‘ ให้ประชาชนเลือกตอบระหว่าง ’ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ’ หรือ ‘คุก’ ในลักษณะเหมือนกับขีดคะแนนผลการเลือกตั้ง อีกทัังยังมีป้ายนับคะแนนเลือกตั้ง ‘รุ่นมุดถ้ำนับคะแนน’ ให้ประชาชนได้ร่วมกิจกรรมด้วย


นายกันตพัฒน์ ตัวแทนกลุ่ม ระบุว่าการรวมตัวครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายโจมตีพรรคการเมืองใด แต่เป็นการตั้งคำถามต่อความรับผิดชอบของ กกต. โดยตรง หลังพบความผิดปกติในหลายพื้นที่ อาทิ การเคลื่อนย้ายหีบบัตรเลือกตั้ง ที่ดูไม่โปร่งใส ปัญหาบัตรเขย่ง และจำนวนผู้ใช้สิทธิ์ที่ไม่ตรงกับยอดคะแนน การใช้อิทธิพลในพื้นที่ เช่น กรณีผู้ใหญ่บ้านมาควบคุมการลงคะแนน ระบบบาร์โค้ด/คิวอาร์โค้ด บนใบลงคะแนนที่อาจระบุตัวตนได้ ซึ่งถือเป็นการละเมิดสิทธิและทำลายความลับในการลงคะแนน การชี้แจงที่คลุมเครือ มองว่าการแถลงข่าวของ กกต.


โดยยืนยันว่า "เสียงของประชาชนต้องได้รับการปกป้อง" โดยหลังจากนี้จะเดินทางไปยื่นหนังสือต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และจะยกระดับกิจกรรมเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง จนกว่า กกต. จะแสดงความรับผิดชอบที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการนับคะแนนใหม่หรือการจัดการเลือกตั้งใหม่หากจำเป็น


นอกจากนั้นแล้วในงานยังมีการเล่นดนตรีจากอาเล็ก โชคร่มพฤกษ์ และหนวด ริมทาง จากนั้นมีการผลัดกันขึ้นมาปราศรัยตั้งแต่ช่วงเย็น ในขณะที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาดูแลรอบพื้นที่ ก่อนในช่วงท้ายจะมีการอ่านแถลงการณ์ข้อเรียกร้องต่อ กกต. และยุติกิจกรรมลงในเวลา 19.50 น.


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #กกต #เลือกตั้ง69