วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2569

'ณัฐพงษ์' พร้อม 2 สส. ปชน. ลงพื้นที่ อ.ปัว จ.น่าน ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ผู้ประสบอุทกภัย หลังฝนน้ำท่วมหนัก

 


'ณัฐพงษ์' พร้อม 2 สส. ปชน. ลงพื้นที่ อ.ปัว จ.น่าน ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ผู้ประสบอุทกภัย หลังฝนน้ำท่วมหนัก


เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569 ที่บ้านเฮี้ยและบ้านเกร็ด อ.ปัว จ.น่าน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) พร้อมด้วย นายเชาว์วิชญ์ อินน้อย สส.น่าน เขต 1 และนายเจริญ อภิภัทรโกศล สส.น่าน เขต 3 พร้อมด้วยกำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ลงพื้นที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่


นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตอนนี้สิ่งที่ที่สำคัญเร่งด่วนคือการเข้ามาช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ซึ่งต้องขอบคุณทุกหน่วยงาน และส่วนราชการที่มามาจากพื้นที่อื่นๆ เข้ามาช่วยกันด้วย โดยในส่วนของพรรคประชาชนในพื้นที่อำเภอปัว เราก็มีนายเจริญ สส.เขต 3 ที่อยู่ในพื้นที่มาตั้งแต่ต้น และในขณะนี้มวลน้ำได้ผ่านไปในตอนล่าง เราก็มีนายเชาว์วิชญ์ ที่ดูแลตั้งแต่ต้นเช่นกัน 


จากที่ตนได้พูดคุยกับมูลนิธิกระจกเงา ที่เริ่มมาตั้งศูนย์ในอำเภอปัวแล้ว สิ่งที่ยังขาดอยู่ก็จะเป็นเรื่องอุปกรณ์ รองเท้าบู๊ท ไม้รีดน้ำ และอุปกรณ์ทำความสะอาด ที่เป็นส่วนสำคัญหากคนนอกพื้นที่อยากจะระดมสิ่งของเข้ามาช่วยเหลือก็จะเป็นอุปกรณ์ต่างๆเหล่านี้ รวมถึงยังต้องการเครื่องจักรหนัก หากดูในสภาพจะเห็นว่า ถ้าถนนหนทางยังไม่สามารถจะเคลียร์ออกได้อย่างรวดเร็วก็จะไม่สามารถเอาดินโคลนจากภายในบ้านออกมาได้ ซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วนในตอนนี้ 


นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า สำหรับลักษณะการท่วมในปีนี้อาจจะแตกต่างจากปีก่อน ๆ ซึ่งเป็นลักษณะของ Rain Bomb เฉพาะจุดที่เป็นบริเวณพื้นที่สูง ซึ่งจุดที่เรายืนก็เป็นน้ำหลักจากแม่น้ำคูณ จึงมีลักษณะที่แตกต่างจากการท่วมในปีก่อน ๆ ซึ่งจากการพูดคุยกับชาวบ้านทุกคนอยากได้เรื่องการเยียวยา และหลายคนก็พูดว่าอยากเห็นการแก้แก้ไขปัญหาระยะยาวต้องทำอย่างไร ซึ่งก่อนหน้านี้ตนก็ได้มีโอกาสมาลงพื้นที่ฝายธงน้อย ก็พบว่าหน่วยงานมีแผนในการจัดการน้ำที่เป็นระบบอยู่แล้ว ซึ่งหากมีการสร้างอ่างเก็บน้ำที่มีมีส่วนในการช่วยชะลอและดักยอดน้ำแต่ต้นทาง ตามลำน้ำสายต่าง ๆ ก็อาจจะช่วยแก้ปัญหาได้ จึงอยากฝากให้รัฐบาลลองพิจารณาดูเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณที่ต่อเนื่อง และตอบโจทย์ควรจะต้องจัดสรรอย่างไร


นายณัฐพงษ์ กล่าวด้วยว่า สำนักงานทรัพยากรน้ำ (สทนช.) ก็เป็นเจ้าภาพในการจัดการอยู่แล้ว เราได้หารือร่วมกันมาตลอด ซึ่งหน่วยงานที่บริหารจัดการน้ำทั้งระบบ มีแผนแล้ว มีโครงการแล้ว เหลือเพียงการจัดสรรงบประมาณที่ตรงจุด ที่อยากให้รัฐบาลไปออกพิจารณาดู


ส่วนการที่มีรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี ลงพื้นที่มานอนค้าง เป็นการติดตามแก้ไขปัญหาที่ดีขึ้นหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ต้นคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีที่มีผู้บริหารมาลงพื้นที่เห็นปัญหาด้วยตัวเอง ก็จะเข้าใจสภาพปัญหาในพื้นที่ได้ดี แต่ประชาชนหลายคนก็รู้ว่าพื้นที่ของพวกเขาก็ต้องปรับตัวไปตามสภาพแวดล้อม สภาพอากาศ สภาพพื้นที่ สิ่งที่พวกเขาอยากได้ยินคือการแก้ไขปัญหาในระยะยาว 


ทั้งนี้ นายณัฐพงษ์ และคณะ ได้เดินเท้าไปตามจุดต่าง ๆ และสำรวจความเสียหายในพื้นที่ บริเวณติดกับแม่น้ำคูณ พร้อมระบุถึงการทำผังในการป้องกันน้ำใหม่ ว่า เราต้องดูทั้งระบบใหม่จริง ๆ ซึ่งเรื่องฝายเราไม่ได้ค้าน แต่เราต้องดูให้ถูกวัตถุประสงค์ในการใช้ เพราะฝ่ายมีไว้เพื่อยกระดับน้ำให้สูงขึ้นเพื่อใช้ในการเกษตร แต่จุดนี้เมื่อน้ำไหลมาเจอสายก็ถูกตีขึ้นทำให้ซัดเข้ามาที่บริเวณฝั่งทำให้แนวดินทลายไปหมด


ส่วนที่หลายคนตั้งคำถามว่า รู้ว่าฝนจะมาทำไมไม่เตรียมการรับมือ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า คนในพื้นที่บอกว่าพื้นที่เปลี่ยน สภาพเปลี่ยนหมดเลย จากจุดที่ไม่เคยท่วมก็มาท่วม เนื่องจากเกิดจาก Rain Bomb ที่ตกตกลงมาจนกลายเป็นน้ำป่าไหลหลาก ซึ่งการที่เรารู้ว่าภูมิอากาศจะเปลี่ยน และการมีแบบจำลองคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าว่าพื้นที่ตรงไหนที่เป็นจุดเสี่ยงบ้าง เราก็จะสามารถวางแผนที่จะป้องกันได้ล้วงหน้า


ส่วนปัญหาดังกล่าวควรจะถูกยกเว้นวาระแห่งชาติ และมีโมเดลในการแก้ปัญหาหรือไม่ นายณัฐพงษ์ ระบุว่า ปัญหาตอนนี้คือการขาดทิศทางและความต่อเนื่องในการดำเนินการของรัฐบาล ซึ่งก็เป็นแบบนี้มาโดยตลอด ในทางกฎหมายเรามี พ.ร.บ.น้ำ มีการก่อตั้ง สทนช. โดยแต่ละจังหวัดจะต้องมีการจัดทำผังน้ำคู่กับผังเมือง แต่เมื่อเรามีหน่วยงานกลางขึ้นมาแล้ว กลับกลายเป็นว่าตอนจะไปจัดตั้งงบประมาณ สนทช.ไม่มีอำนาจไปพิจารณางบประมาณแทนหน่วยงานอื่น ๆ ทั้งหมด ซึ่งตอนนี้สิ่งที่สำคัญคือ การได้ทิศทางที่ชัดเจนจากฝ่ายบริหาร ให้ดูเป็นจังหวัดหรือพื้นที่ลุ่มน้ำ หากได้แผนที่ชัดเจนก็ให้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง


เมื่อถามว่า มีอะไรอยากจะเสนอให้รัฐบาลแก้ไขเพิ่มเติมหรือไม่ โดยเฉพาะ Cell Broadcast ที่มีหลายพื้นที่ไม่ได้รับการแจ้งเตือนหรือได้รับช้า นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ที่อำเภอปัวตอนลงพื้นที่ชาวบ้านก็สะท้อนจริง ๆ ว่า ในช่วงตอนกลางคืนก่อนเกิดเหตุก็ไม่ได้มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า กลายเป็นผู้ใหญ่บ้านหรือผู้นำชุมชนต้องมาตีระฆังบอกว่าน้ำกำลังมา ซึ่งตนคิดว่า เรื่องนี้เข้าใจได้เพราะสภาพปัญหาที่อำเภอปัวเกิด Rain Bomb ในพื้นที่หุบเขา และหลากมาที่ลำน้ำคูณ ดังนั้นหน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการแจ้งเตือน ก็ไม่มีข้อมูลในการคาดการณ์ ฉะนั้นสิ่งที่ที่จะทำให้ป้องกันได้ คือการทำแบบจำลองหรือติดตั้งอุปกรณ์ที่ตรวจสอบให้ครอบคลุมทุกพื้นที่


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #น้ำท่วมน่าน #น้ำท่วม69















‘เดชรัต’ ควง สส.พรรคประชาชน ลุยตลาดประชานิเวศน์ 3 เปิด 20 นโยบายปั้น ‘NEW นนท์’ – ชูธงลดเหลื่อมล้ำ ยกระดับการศึกษาเด็กทั้งระบบ

 


‘เดชรัต’ ควง สส.พรรคประชาชน ลุยตลาดประชานิเวศน์ 3 เปิด 20 นโยบายปั้น ‘NEW นนท์’ – ชูธงลดเหลื่อมล้ำ ยกระดับการศึกษาเด็กทั้งระบบ 


เมื่อช่วงเช้าวันที่ 22 สิงหาคม เดชรัต สุขกำเนิด ผู้สมัครรับเลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรี ในนามพรรคประชาชน พร้อมด้วย วุฒากร นุตยกุล สส.นนทบุรี เขต 1, ปัญญารัตน์ นันทภูษิตานนท์ สส.นนทบุรี เขต 2 และทีมงานพรรคประชาชน จ.นนทบุรี ร่วมลงพื้นที่พบปะทักทายพี่น้องประชาชนและพ่อค้าแม่ค้า ณ ตลาดประชานิเวศน์ 3 เพื่อแนะนำตัวและนำเสนอชุดนโยบายพัฒนาจังหวัดรวม 20 นโยบาย มุ่งเป้าขับเคลื่อน "NEW นนท์" สู่การเป็นเมืองที่น่าอยู่ นำหน้า สำหรับทุกคน


จากนั้น เดชรัตและคณะได้เดินทางไปยังศาลาชุมชนประชานิเวศน์ 3 เพื่อร่วมประชุมหารือกับประธานชุมชน ตัวแทนชาวบ้าน และกลุ่มสภาเด็กและเยาวชน ถึงแนวทางการผลักดันนโยบาย “เด็กนนท์เท่าเทียม” มุ่งแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาตั้งแต่ฐานราก ผ่านการจัดตั้งทีมสนับสนุนโรงเรียนขนาดเล็ก การดูแลกลุ่มเด็กที่มีความท้าทายในการเรียนรู้เฉพาะด้าน ตลอดจนการพัฒนาระบบการศึกษาแบบไร้รอยต่อที่เชื่อมโยงทั้งในและนอกระบบโรงเรียน เพื่อเพิ่มทางเลือกในการเรียนรู้และสกัดกั้นไม่ให้เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา


เดชรัต ได้กล่าวย้ำเตือนให้ประชาชนชาวนนทบุรีร่วมกันตรวจสอบสิทธิการเลือกตั้ง และเชิญชวนให้ออกมาใช้สิทธิในการเลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรี ในวันที่ 20 กันยายนนี้ เพื่อร่วมกันส่งเสียงกำหนดอนาคตและเปลี่ยนผ่านนนทบุรีสู่เมืองที่พร้อมโอบรับคนทุกกลุ่มไปด้วยกัน


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #NEWนนท์ #เลือกตั้งอบจ #อบจนนทบุรี #นนทบุรี














สส.ปชน.ลุยช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมน่านต่อเนื่อง สนับสนุนกู้ภัย-แพ็กเสบียง พร้อมนำรถไถช่วยดันโคลน ฟื้นฟูเมืองหลังน้ำลด

 


สส.ปชน.ลุยช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมน่านต่อเนื่อง สนับสนุนกู้ภัย-แพ็กเสบียง พร้อมนำรถไถช่วยดันโคลน ฟื้นฟูเมืองหลังน้ำลด


เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ทีมพรรคประชาชน จังหวัดน่าน นำโดย เชาว์วิชญ์ อินน้อย สส.น่าน เขต 1 และ เจริญ อภิภัทรโกศล สส.น่าน เขต 3 ยังคงอยู่ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์ให้กับพี่น้องประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน ครอบคลุมตั้งแต่การให้ความช่วยเหลือในช่วงวิกฤตไปจนถึงขั้นตอนการฟื้นฟูหลังน้ำลด


สำหรับภารกิจในพื้นที่อำเภอเมืองน่าน สส.เชาว์วิชญ์ได้เดินทางไปยังสนามกีฬา อบจ.น่าน เพื่อมอบน้ำดื่มและถังบรรจุน้ำให้แก่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สำหรับสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่กู้ภัยและอาสาสมัครในพื้นที่ พร้อมกันนี้ยังได้ร่วมลงมือจัดเตรียมและแพ็กข้าวกล่อง ตลอดจนสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เพื่อเร่งกระจายส่งมอบให้ถึงมือประชาชนผู้ประสบภัยในจุดต่างๆ ที่ยังคงได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก


ส่วนในพื้นที่อำเภอท่าวังผา ซึ่งเริ่มเข้าสู่ระยะฟื้นฟู สส.เชาว์วิชญ์พร้อมทีมงานได้นำรถไถลงพื้นที่เร่งช่วยดันโคลนและเปิดทางสัญจรบริเวณบ้านหนองบัว ตำบลป่าคา และบ้านท่าค้ำ ตำบลริม เพื่อให้พี่น้องประชาชนสามารถกลับมาใช้เส้นทางและเริ่มทำความสะอาดบ้านเรือนได้โดยเร็ว


ขณะที่สถานการณ์ในพื้นที่อำเภอปัว ซึ่งระดับน้ำลดลงและทิ้งร่องรอยความเสียหายในวงกว้าง สส.เจริญได้ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายในตำบลศิลาเพชร โดยเฉพาะหมู่ที่ 8 ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนัก เพื่อเร่งประเมินสถานการณ์และวางแผนฟื้นฟู ขณะเดียวกันก็ได้ระดมกำลังอาสาสมัครสานต่อภารกิจล้างทำความสะอาดบ้านเรือนของกลุ่มเปราะบาง รวมถึงพื้นที่วัดในชุมชนบ้านร้อง ตำบลศิลาแลง และตำบลแงง ซึ่งแต่ละจุดมีสภาพความเสียหายหนักหน่วง ทั้งดินโคลนหนา เศษวัสดุ และสิ่งสกปรกที่มากับน้ำ ทีมงานจึงได้ร่วมกันตักโคลน ฉีดล้างพื้น และเก็บกวาดเคลียร์พื้นที่ เพื่อคืนสภาพแวดล้อมให้พี่น้องประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว


พรรคประชาชนขอส่งแรงใจให้แก่พี่น้องผู้ประสบภัย เจ้าหน้าที่กู้ภัย และอาสาสมัครทุกคนที่ร่วมปฏิบัติงานอย่างหนักในครั้งนี้ พร้อมยืนยันว่าจะเคียงข้างและไม่ทอดทิ้งประชาชน โดยจะร่วมปักหลักทำงานในพื้นที่จนกว่าภารกิจการฟื้นฟูหลังน้ำลดจะเสร็จสิ้นเรียบร้อย


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #น้ำท่วมน่าน #น้ำท่วม69


















วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2569

“ยศชนัน” ลุยช่วยน้ำท่วมน่านวันที่ 3 มอบถุงยังชีพชาวปัว ยืนยันปักหลักเร่งฟื้นฟู-ดันแก้ท่วมซ้ำซาก พร้อมเดินสายให้กำลังใจผู้ประสบภัย ณ ศูนย์พักพิง จุฬาฯ ผาสิงห์ ก่อนรุดตรวจความพร้อมระบบกำแพงและรั้วอลูมิเนียมกันน้ำท่วมที่ รพ.น่าน เพื่อปกป้องพื้นที่สาธารณสุข


“ยศชนัน” ลุยช่วยน้ำท่วมน่านวันที่ 3 มอบถุงยังชีพชาวปัว ยืนยันปักหลักเร่งฟื้นฟู-ดันแก้ท่วมซ้ำซาก พร้อมเดินสายให้กำลังใจผู้ประสบภัย ณ ศูนย์พักพิง จุฬาฯ ผาสิงห์ ก่อนรุดตรวจความพร้อมระบบกำแพงและรั้วอลูมิเนียมกันน้ำท่วมที่ รพ.น่าน เพื่อปกป้องพื้นที่สาธารณสุข


วันที่ 21 สิงหาคม 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูงของจังหวัดน่าน ลงพื้นที่ติดตามภาพรวมสถานการณ์อุทกภัยและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่จังหวัดน่านอย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อฟื้นฟูและเยียวยาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเร่งด่วน


เวลาประมาณ 13.30 น. รองนายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปยังหอประชุมบ้านสถาน ต.สถาน อ.ปัว เพื่อแจกถุงยังชีพซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสมาคมชาวเหนือ ให้แก่ประชาชนผู้ประสบภัย ร่วมกับอดีต สส.น่าน อาทิ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว และ นายณัฐพงษ์ สุปริยศิลป์


ศ.ดร.ยศชนัน ได้กล่าวให้กำลังใจผู้ประสบภัยอย่างเป็นภาษาเหนือ โดยระบุว่า ในฐานะคนเหนือด้วยกัน เมื่อมีความเดือดร้อนก็ต้องระดมสรรพกำลังจากทุกสารทิศมาช่วยเหลือกันแบบคนละไม้คนละมือ ความเสียหายครั้งนี้เกิดจากฝนที่ตกหนักสะสมบนภูเขาจนเกิดน้ำป่าไหลหลากอย่างรวดเร็ว ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง แต่ขอให้มั่นใจว่าทุกภาคส่วน ทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) รวมถึงกรมชลประทาน ได้เตรียมความพร้อมและพยายามอย่างเต็มที่เพื่อลดทอนความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนให้ได้มากที่สุด


ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้มวลน้ำเริ่มลดลงและสถานการณ์กำลังคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น จึงเป็นการก้าวเข้าสู่ "ช่วงการฟื้นฟู" โดยหน่วยงานท้องถิ่นจะเร่งเข้ามาดูแลจัดการ หากจำเป็นอาจมีการจ้างเหมาเอกชนเข้ามาช่วยเพื่อให้รวดเร็วขึ้น ในส่วนของโรงเรียน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กระทรวงแรงงาน กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงกระทรวงสาธารณสุข ได้บูรณาการความร่วมมือกันเพื่อจัดเตรียมยารักษาโรคและมาตรการเยียวยาต่าง ๆ ไว้รองรับแล้ว


"ขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่น การลงพื้นที่ในวันนี้มีเป้าหมายหลัก 2 ประการ คือ 1. ดูแลให้ทุกอย่างกลับสู่สภาวะปกติเรียบร้อย และ 2. สร้างความเชื่อมั่นเพื่อให้นักท่องเที่ยวกลับมาท่องเที่ยวได้ตามปกติ สำหรับระบบสาธารณูปโภค ทั้งไฟฟ้าและประปา จะเร่งจัดการให้เสร็จสิ้นภายใน 1-2 วันนี้ เพื่อให้พี่น้องประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ ผมจะยังคงปักหลักอยู่ในพื้นที่ไปเรื่อย ๆ จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น และจะเร่งผลักดันโครงการของกรมชลประทานเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากตลอด 3 ปีที่ผ่านมาให้สำเร็จให้ได้" ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวทิ้งท้าย พร้อมเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังเหตุดินถล่มที่อาจเกิดขึ้นตามมาหากมีฝนตกลงมาซ้ำ


ต่อมาในเวลา 15.00 น. คณะได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมศูนย์พักพิง จุฬาฯ ผาสิงห์ อำเภอเมืองน่าน เพื่อเยี่ยมเยียนและพูดคุยกับผู้ประสบภัย บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น โดยจุดแรกได้เข้าเยี่ยมครอบครัวหนึ่ง ซึ่งคุณยายได้กล่าวให้พรแก่รองนายกฯ ขอให้ประสบความสำเร็จและ "มีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมือง" ทำเอารองนายกฯ ตอบกลับอย่างอารมณ์ดีเรียกเสียงหัวเราะว่า "พอแล้วครับ เดี๋ยวภรรยาด่า" ถือเป็นการสร้างรอยยิ้มและผ่อนคลายความเครียดให้แก่ผู้ประสบภัยในศูนย์ฯ


จากนั้นเวลา 16.00 น. ศ.ดร.ยศชนัน ได้ลงพื้นที่โรงพยาบาลน่าน เพื่อให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ รวมถึงผู้ป่วยและผู้บาดเจ็บ พร้อมรับฟังบรรยายสรุปมาตรการป้องกันน้ำท่วมของทางโรงพยาบาล ซึ่งมีการเตรียมพร้อมอย่างรัดกุม โดยได้ก่อสร้างกำแพงคอนกรีตเสริมเหล็กรอบนอก และติดตั้งกำแพงรั้วอลูมิเนียมป้องกันน้ำท่วมแบบถอดประกอบได้ความสูงประมาณ 1 เมตร และสามารถเสริมความสูงเพิ่มได้ในเขตชั้นใน (รวมถึงบริเวณห้องเอ็กซเรย์) เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลทะลักเข้าสู่พื้นที่วิกฤต ซึ่งอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อการรักษาผู้ป่วย นับเป็นมาตรการป้องกันเชิงรุกที่มีประสิทธิภาพ


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #น้ำท่วมน่าน #น้ำท่วม69