พรรคประชาชนจัดเวทีใหญ่เปิดตัวผู้สมัครนายกเมืองพัทยา “อิทธิวัฒน์ วัฒนศาสตร์สาธร” พร้อมฟูลทีมผู้สมัคร ส.ม. ชูนโยบาย “พัทยาเพื่อทุกคน” ศูนย์เด็กเล็ก 7 วันเปิดทั้งกลางวันกลางคืน - เปิดเผยงบประมาณโปร่งใส - น้ำประปาทั่วถึงเท่าเทียม
วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 พรรคประชาชน นำโดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียง ร่วมเวทีปราศรัยเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครนายกเมืองพัทยา อิทธิวัฒน์ วัฒนศาสตร์สาธร และว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาเมืองพัทยา (ส.ม.) ของพรรคประชาชน ที่ลานด้านหลังโซโหทาวน์ พัทยาสาย 2 ซอย 1 จังหวัดชลบุรี
[ 28 มิ.ย. ขอโอกาสพรรคประชาชน สร้างพัทยาเพื่อทุกคน ]
ณัฐพงษ์กล่าวว่า ตนอยากชวนทุกคนมาคิดว่าในวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ซึ่งจะเป็นวันเลือกตั้งของเมืองพัทยานั้น เราจะตัดสินใจให้เมืองพัทยาแห่งนี้เป็นเมืองแห่งโอกาสของใคร เป็นเมืองแห่งโอกาสของทุกคนหรือเป็นโอกาสของคนบางกลุ่ม ในวันนี้หนึ่งสิ่งที่เปลี่ยนไปในตัวเมืองพัทยาคือมีเศรษฐกิจสีเทา ธุรกิจสีเทาผู้ประกอบการต่างถิ่นมาแย่งงานคนในพื้นที่ รวมถึงผู้มีอิทธิพลเกี่ยวข้องกับอาวุธปืนเข้ามาพัวพันด้วย
ตลอด 8 ปี 3 การเลือกตั้งระดับชาติ พัทยาเป็นเมืองที่ให้โอกาสพรรคสีส้มมาตลอด ทุก สส.เขตจากชลบุรีของพรรคสีส้มมีอยู่บนพื้นที่ของพัทยา โอกาสที่ทุกคนมอบให้นั้น พวกตนได้ใช้โอกาสในการผลักดันกฎหมายต่างๆ เพื่อคนพัทยา เช่น พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน รวมถึงการตรวจสอบเงินในกองทุนประกันสังคมให้ถูกใช้อย่างตอบโจทย์และโปร่งใสมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม สนามการเมืองหนึ่งแห่งที่พวกเรายังไม่ได้รับโอกาสจากคนพัทยา คือโอกาสในการบริหารเมืองพัทยา ตนเชื่อมั่นว่าทุกประสบการณ์ทุกนโยบายที่พวกเราเคยผลักดันสำเร็จมาแล้ว ประกอบกับว่าที่ผู้สมัครนายกเมืองพัทยาและว่าที่ผู้สมัคร ส.ม. ของพรรคประชาชนทั้ง 24 คน ซึ่งรู้จักพัทยาเป็นอย่างดี กับงบประมาณปีละกว่า 2,400 ล้านบาท จะสามารถทำพัทยาให้ดีกว่านี้ได้แน่นอน
ณัฐพงษ์กล่าวต่อว่า วิสัยทัศน์ของพรรคประชาชนต้องการทำให้พัทยาเป็นเมืองที่ตอบโจทย์ทุกคนอย่างแท้จริง คุณอิทธิวัฒน์เกิดและเติบโตที่นี่ เคยทำงานในฐานะ ส.ม. มาแล้ว มีความเข้าใจระบบกลไกงบประมาณของพัทยาที่จะจัดสรรให้งบประมาณตกถึงมือของคนพัทยาได้ ดังนั้นเชื่อว่า วัฒน์ อิทธิวัฒน์ วัฒนศาสตร์สาธร จะสามารถเป็นนายกเมืองที่พร้อมทำงานให้คนพัทยาทุกคนอย่างแน่นอน
[ ชูนโยบายพัทยาโปร่งใส-น้ำประปาทั่วถึงเท่าเทียม ]
ด้าน อิทธิวัฒน์ วัฒนศาสตร์สาธร ว่าที่ผู้สมัครนายกเมืองพัทยา พรรคประชาชน กล่าวว่า วันนี้ตนตัดสินใจมาลงสมัครนายกเมืองพัทยา เกิดจากเคยนั่งอยู่ในสภาเมืองพัทยา เห็นงบประมาณที่ได้รับอนุมัติเพื่อมาแก้ไขปัญหาของเมือง แต่ปัจจุบันปัญหาเหล่านี้ไม่ได้รับการแก้ไข จึงทำให้ตัดสินใจมาลงสมัครรับเลือกตั้งในวันนี้ เพื่อรับใช้ให้เมืองพัทยาเปลี่ยนแปลงไป
พัทยาในโฆษณานั้นสวยงาม แต่ชีวิตจริงที่ทุกคนใช้ชีวิตในเมืองพัทยานั้นแตกต่างกันมาก น้ำก็ยังท่วมอยู่ ฟุตบาทหน้าบ้านพังก็ยังไม่มีคนมาซ่อม สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ความบังเอิญ แต่เป็นผลจากการบริหารงานที่ทำนโยบายเพื่อคนบางกลุ่ม แต่ไม่ได้ทำเพื่อทุกคน ทุกวันนี้พัทยามีงบประมาณกว่า 2,400 ล้านบาท แต่ปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข เพราะการบริหารของผู้นำเมืองพัทยาไม่กล้าตัดสินใจ ตนเชื่อว่าหากทุกคนร่วมมือกัน เมืองพัทยาจะสามารถไปได้ไกลกว่านี้
ความฝันของตนคือเมืองพัทยาจะต้องสามารถรับฟังปัญหาจริงๆ ของพี่น้องประชาชนได้ แล้วนำมาร่วมมือกันเพื่อพัฒนาให้ไปไกลกว่านี้ เพราะฉะนั้น หากวันนี้ชาวพัทยาไว้วางใจพวกตน สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ
(1) งบประมาณที่โปร่งใส เงินทุกบาททุกสตางค์ของทุกคน จะต้องรู้ได้ทันทีว่าถูกนำไปใช้อย่างถูกวัตถุประสงค์หรือไม่
(2) การเพิ่มพื้นที่ค้าขายให้กับพ่อค้าแม่ค้า โดยไร้ส่วย
(3) น้ำประปาที่เท่าเทียมและทั่วถึง คนในเกาะล้านซึ่งอยู่ห่างไปไม่กี่กิโลเมตรจากพัทยา กลับต้องใช้น้ำประปาที่ซื้อจากรถน้ำเอกชนในราคา 70 บาทต่อยูนิต ขณะที่คนในฝั่งใช้เพียง 20 บาทต่อยูนิตเท่านั้น
(4) นโยบายเปิดศูนย์เลี้ยงเด็กตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อดูแลลูกๆ ของพ่อแม่ที่ทำงานกะดึก
สิ่งเหล่านี้คือตัวอย่างของนโยบายจาก 37 นโยบาย ที่เกิดจากการรับฟังปัญหาจากพี่น้องประชาชน วันนี้ตนลงสมัครในนามพรรคประชาชน เพราะตนมีความเชื่อเช่นเดียวกับพรรคว่าเมืองพัทยาจะต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ ทุกคนต้องได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง เราจะยกระดับการทำงานของเมืองพัทยาให้ดีกว่านี้ แก้ไขปัญหาด้วยองค์ความรู้ พัทยาจะดีกว่านี้แน่นอน อยากเชิญชวนทุกคนร่วมกันลุกขึ้นสู้อีกครั้งเพื่อพัทยาของทุกคน
[ ยกโมเดล อบจ.ลำพูน เปลี่ยนพัทยาทำได้จริง ]
ต่อมา ธนาธร กล่าวว่า เมื่อเราพูดว่าอยากสร้าง “พัทยาเพื่อทุกคน” เรากำลังตั้งเป้าหมายที่ทะเยอทะยานว่าเมืองของเราต้องดูแล “คนใน” ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี และดูแล “คนนอก” ที่มาบ้านเราให้เกิดความประทับใจแล้วอยากกลับมาอีก
หนึ่งนโยบายที่เราภูมิใจนำเสนอคือศูนย์เด็กเล็กที่เปิดทั้งกลางวันและกลางคืน เพราะพัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยว สถานประกอบการหลายแห่งปิดตีสองตีสาม จะทำอย่างไรให้คนพัทยา ที่เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเมืองได้รับการดูแล สามารถฝากลูกไว้ที่ศูนย์เด็กเล็กของเมืองได้ในเวลากลางคืน และมั่นใจว่าจะได้รับการดูแลที่มีมาตรฐาน ซึ่งเรื่องนี้คณะก้าวหน้าเคยทำมาแล้วร่วมกับนายก อบต.เชิงทะเล จังหวัดภูเก็ต
ตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ เราให้ความสำคัญกับนโยบายขนส่งสาธารณะ เพราะเราเชื่อว่าบ้านเมืองที่ดีนั้น รัฐต้องเป็นผู้สนับสนุนการเดินทางของประชาชน ไม่ใช่ให้เอกชนหรือประชาชนต้องขวนขวายเอาเองจนเป็นภาระค่าใช้จ่าย แต่ทุกวันนี้คนในพัทยารู้ดีว่าสองแถวไม่ได้เดินตามเส้นทางที่กำหนดไว้ สิ่งที่เราจะทำคือทำงานประสานกับผู้ประกอบการเพื่อให้เกิดเส้นทางใหม่ร่วมกัน ทำให้รถสองแถววิ่งได้ครอบคลุมทั่วทั้งพัทยา เพื่อให้ทุกคนเดินทางอย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้เราจะทำให้มีป้ายรถประจำทางที่มีมาตรฐานด้วย
เรื่องเหล่านี้พรรคประชาชนทำมาแล้วที่ อบจ.ลำพูน ทำให้สายรถเชื่อมโยงระหว่างเมืองเก่า พื้นที่พาณิชย์ใหม่ และโรงงานอุตสาหกรรม เดินทางผ่านจุดสำคัญต่างๆ สิ่งนี้เรียกว่าความเจริญ โดยออกแบบป้ายรถเมล์ให้สอดคล้องกับอัตลักษณ์ของท้องถิ่น ปัจจุบันกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว ภายในไตรมาสสามของปีนี้ จะได้เห็นสายรถนี้วิ่งที่ลำพูน และตนหวังว่าอีกหนึ่งปีข้างหน้า จะได้ไปพูดกับที่อื่นโดยเอาเส้นทางเดินรถของพัทยาไปอวดบ้าง
ธนาธรยังยกตัวอย่างอีกหลายนโยบาย ไม่ว่าจะเป็น การปรับภูมิทัศน์เมืองพัทยาให้เป็นเมืองเดินได้เพื่อให้เกิดเศรษฐกิจสองข้างทาง, การทำให้น้ำประปาสามารถเข้าถึงได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม โดยเฉพาะคนในพื้นที่เกาะล้าน, การพัฒนาศูนย์เยาวชนของเมืองพัทยา พื้นที่กว่า 50 ไร่ ซึ่งปัจจุบันถูกทิ้งร้าง ให้เป็นพื้นที่ใช้สอยร่วมกันของคนทุกช่วงวัย, นโยบายสาธารณสุขอย่างการใช้ TeleHealth ให้ อสม. ทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจสัญญาณชีพสำคัญของคนไข้และส่งต่อข้อมูลผ่านระบบอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับคลาวด์ คุณหมอจะดูข้อมูลได้จากโรงพยาบาล คนไข้ไม่ต้องเดินทางไปพบหมอ นี่คืออนาคตของบริการสาธารณสุขขั้นพื้นฐาน
นอกจากนี้ เมืองพัทยาภายใต้พรรคประชาชนจะลงทุนสนามกีฬาเมืองพัทยาให้มีพื้นที่เพียงพอสำหรับกีฬาชนิดต่างๆ ให้คนในพื้นที่ได้ใช้ฟรี ยกตัวอย่างที่ลำพูนปลายปีนี้จะมีของขวัญปีใหม่คือสนามกีฬาอำเภอลี้ ซึ่งเป็นอำเภอที่ปัจจุบันไม่มีสนามกีฬา นอกจากนี้ยังมีนโยบายพัฒนาย่านต่างๆ โดยดึงเอกลักษณ์เฉพาะตัวออกมาใช้ประโยชน์สูงสุด เช่นที่ลำพูนซึ่งมีชื่อเสียงเรื่องผ้าฝ้ายดอนหลวง ที่ผ่านมาจัดงานทุกปี ทำยอดขายได้ปีละ 40 ล้านบาท นายก อบจ. ของพรรคประชาชนเข้ามา ดึงการมีส่วนร่วมของชุมชนมากขึ้น ประชาสัมพันธ์มากขึ้น ยอดการค้าขายปีนี้เพิ่มเป็น 80 ล้านบาท
อีกตัวอย่างของลำพูน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีนิคมอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่ก้าวหน้ามาก แต่ที่ผ่านมาขาดการเชื่อมโยงกับสถานศึกษาและชุมชน เราจึงจัดงานลำพูนเทควีค ที่รวมเอาเทคโนโลยีทันสมัยมาอยู่ที่เดียว รวมถึงลำพูนฟิล์มวีค ที่เปิดพื้นที่ให้คนทำหนังและคนทำงานสร้างสรรค์ได้ปล่อยของ นี่คือการจัดอีเวนต์ที่ดึงศักยภาพของพื้นที่ออกมาใช้ รวมถึงโครงการ “เปย์ลำพูน” ที่มีมาสคอต “น้องขันโต๊ก” ซึ่งเป็นการรวมกันระหว่างขันโต๊กกับโทเค็น ถ้าใครไปใช้จ่ายที่ลำพูนสามารถแลกเป็นดิจิทัลโทเค็นนี้ได้ หลังเปิดโครงการ 3-4 เดือน ดึงรายได้ให้กับร้านค้าขนาดเล็กกว่า 400 ร้านในลำพูนเป็นเงินกว่า 5 ล้านบาท
สุดท้ายคือนโยบายเรื่องความโปร่งใส งบประมาณของพัทยากว่า 2,400 ล้านบาทต่อปี บริหาร 4 ปีเป็นเงินเกือบ 10,000 ล้านบาท ถ้ามีนายกเมืองพัทยาจากพรรคประชาชน ชาวพัทยาจะได้รับความโปร่งใสในการใช้งบประมาณ ข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้าง ผู้รับเหมา จะอยู่บนเว็บไซต์ทั้งหมด ประชาชนสืบค้นง่าย เมื่อมีความผิดปกติก็มีสายตาของทุกคนช่วยกันมอง นี่เป็นนโยบายที่ทำให้ อบจ.ลำพูน เป็น อบจ. ที่ซื้อของต่ำกว่าราคากลางมากที่สุดในประเทศไทย คือ 26.7% เมื่อเทียบกับบุรีรัมย์ 0.9% กรุงเทพ 2.6% นี่คือหน้าตาของความโปร่งใสที่จับต้องได้ และนโยบายเหล่านี้อยู่ในเว็บไซต์ https://pattayaall.net/
ธนาธรทิ้งท้ายว่า หากพรรคประชาชนได้รับชัยชนะ นายกเมืองพัทยาและ ส.ม. จะไม่ทำงานโดยลำพัง พรรคประชาชนจะเข้ามาช่วยผลักดันความเจริญก้าวหน้าให้กับพัทยา อนาคตของพัทยาขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของทุกคน เดินทางร่วมกับเราเพื่อสร้างพัทยาที่ดีกว่านี้ไปด้วยกัน
#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #นายกเมืองพัทยา


































