วันศุกร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569

"วีระยุทธ" เผย ฟันงูเห่าโทษหนักสุด รอพรรคตัดสินใจ คาด "ดองงู" ปิดประตูย้ายขั้ว ปัดตอบ รับตำแหน่งหัวหน้าพรรค ขอรอมติที่ประชุมใหญ่ตัดสินใจ เคาะชื่อหัวหน้าพรรค ปลาย เม.ย.นี้

 


"วีระยุทธ" เผย ฟันงูเห่าโทษหนักสุด รอพรรคตัดสินใจ คาด "ดองงู" ปิดประตูย้ายขั้ว ปัดตอบ รับตำแหน่งหัวหน้าพรรค ขอรอมติที่ประชุมใหญ่ตัดสินใจ เคาะชื่อหัวหน้าพรรค ปลาย เม.ย.นี้


วันที่ 20 มีนาคม 2569 นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีการดำเนินการกับนายสุริยา วงศ์อารีย์ สส.อุดรธานี เขต 7 พรรคประชาชน สส.งูเห่าที่โหวตเลือกนายกรัฐมนตรีสวนมติพรรคว่า อะไรที่เป็นโทษกับเขามากที่สุด เราก็จะดำเนินการสิ่งนั้น ซึ่งในอดีตก็เคยมีบทเรียนด้านนั้นมาแล้ว


พร้อมให้ความเห็นว่า การขับออกไม่ได้เป็นประโยชน์เสมอไป เพราะอย่าลืมว่า การขับออกเขาก็จะวิ่งหนีไปเข้าที่อื่นได้ทันที มันจะยิ่งสนับสนุนปรากฏการณ์ "งูดูดงู" เข้าไปอีก เพราะฉะนั้นควรจะต้องเป็นมาตรการที่ลงโทษแล้วได้ผลมากที่สุด ซึ่งขอรอให้เป็นข้อสรุปจากที่ประชุม สส. อีกครั้งหนึ่ง แต่โดยหลักการคือ ต้องเป็นสิ่งที่เป็นการลงโทษจริง ๆ ไม่ใช่การให้ประโยชน์


และขณะนี้นายสุริยา ยังไม่ได้ติดต่อเข้ามาชี้แจง ซึ่งทางพรรคมีคนที่พยายามติดต่ออยู่ และจากนั้นจะนำข้อมูลมา เข้าสู่ที่ประชุม สส. และจะสรุปเป็นมาตรการต่อไป


ส่วนกระแสข่าวที่พรรคจะรีโนเวทพรรคใหม่ โดยจะให้นายวีระยุทธ ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค และให้นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค เป็นเลขาธิการพรรคนั้น นายวีระยุทธ กล่าวว่า การตัดสินใจเรื่องตำแหน่งบริหารจะต้องดำเนินการในที่ประชุมใหญ่ของพรรค ซึ่งจะจัดขึ้นช่วงปลายเดือนเมษายน เพราะว่าครบรอบ และเป็นการประชุมประจำปี ซึ่งทุกปีก็จะมีการให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคอยู่แล้ว ดังนั้นขอให้รอจังหวะเวลานั้น ซึ่งต้องรอมติจากที่ประชุม ไม่สามารถพูดล่วงหน้าได้


เมื่อถามย้ำว่า หากที่ประชุมมีมติให้นายวีระยุทธ ดำรงตำแหน่งหัวหน้าหัวหน้าพรรค ก็มีความพร้อมที่จะทำหน้าที่นำพาพรรค และทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรใช่หรือไม่ นายวีระยุทธ ได้ยิ้ม ก่อนระบุว่า “เดี๋ยวรอเวลานั้นก่อนครับ”


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน

ปชน. เสนอรัฐยิงตรงมาตรการช่วยเหลือ คูปองน้ำมัน-ปุ๋ย ให้เกษตรกร “วีระยุทธ” ผิดหวัง ศบก. ไม่ใส่ใจหาตัวไอ้โม่งขโมยน้ำมันออกจากระบบ จี้เร่งเปิดข้อมูลแดชบอร์ดน้ำมันรายวันให้ประชาชนคลายกังวล

 


ปชน. เสนอรัฐยิงตรงมาตรการช่วยเหลือ คูปองน้ำมัน-ปุ๋ย ให้เกษตรกร “วีระยุทธ” ผิดหวัง ศบก. ไม่ใส่ใจหาตัวไอ้โม่งขโมยน้ำมันออกจากระบบ จี้เร่งเปิดข้อมูลแดชบอร์ดน้ำมันรายวันให้ประชาชนคลายกังวล


วันที่ 20 มีนาคม 2569 ที่อาคารอนาคตใหม่ วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย เดชรัต สุขกำเนิด ผู้อำนวยการนโยบาย พรรคประชาชน ร่วมแถลงข้อห่วงใยต่อสถานการณ์ภาคเกษตร สืบเนื่องจากสถานการณ์น้ำมันในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง


โดยวีระยุทธระบุว่าจากการประชุมของ ศบก. เมื่อวานนี้ พรรคประชาชนรู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมาก เพราะก่อนหน้านั้นผู้อำนวยการ ศบก. บอกเองว่าจะจับคนผิดที่นำน้ำมันออกจากระบบ แต่เมื่อนายกรัฐมนตรีนั่นหัวโต๊ะประชุมเมื่อวานนี้ กลับไม่มีการจับคนผิดเกิดขึ้น พรรคประชาชนขอเรียกร้องให้มีการนำเอาผู้ที่หากินบนความเดือดร้อนของประชาชนมารับผิดให้ได้ 


แม้การบุกจับที่ จ.อ่างทองเมื่อเช้าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่มูลค่าที่มีการจับกุมที่จังหวัดอ่างทองอยู่ที่ราว 10 ล้านบาทเท่านั้น แต่ปริมาณน้ำมันที่หายไปจากระบบทำกำไรได้สูงกว่านั้นแน่ หากไม่มีการเอาผิดอย่างจริงจัง วิกฤตก็จะลากยาวไปอีก และจะมีผู้หากินบนความเดือดร้อนของประชาชนเช่นนี้ไปอีกเรื่อย ๆ


วีระยุทธกล่าวต่อไปว่านอกจากนี้ พรรคประชาชนขอเรียกร้องให้รัฐบาลและ ศบก. เปิดเผยข้อมูลน้ำมัน ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ยากลำบาก วันนี้สถานการณ์ยังไม่ได้บรรเทาลง การเปิดข้อมูลจึงมีความสำคัญมากและไม่ใช่เรื่องยากเย็น ก่อนหน้านี้ภาคเอกชนทำเว็บไซต์เองแล้วให้ประชาชนแต่ละพื้นที่ส่งข้อมูลเข้าไป 


ขณะเดียวกันสำนักงานพลังงานแต่ละจังหวัดก็มีผู้ดูแลข้อมูลในระดับจังหวัดอยู่แล้ว ที่ อบจ. ลำพูน ด้วยความร่วมมือกับสำนักพลังงานจังหวัด ยังสามารถเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนได้เห็นว่าแต่ละปั๊มมีปริมาณน้ำมันเหลือเท่าไหร่ จึงขอเรียกร้องไปยังผู้กำหนดนโยบาย ว่าถ้าต้องการลดความตื่นตระหนกของประชาชน ขอให้มีการเปิดเผยข้อมูลแดชบอร์ดอย่างจริงจัง


วีระยุทธกล่าวต่อไปว่าสิ่งที่น่ากังวลในเวลานี้คือเสียงของเกษตรกรที่ยังไปไม่ถึง ศบก. และรัฐบาล ทั้งในเรื่องน้ำมันและปุ๋ย เวลานี้เป็นฤดูเก็บเกี่ยวแต่น้ำมันที่ชาวนาต้องใช้ ตั้งแต่เครื่องสูบน้ำจนถึงรถไถและรถเก็บเกี่ยวกำลังขาดแคลน ถ้าไม่มีส่วนนี้โอกาสที่ข้าวจะร่วงหล่นลงโดยไม่ได้เก็บเกี่ยวมีสูงมาก และจะส่งผลต่อรายได้ของเกษตรกร รวมถึงปริมาณข้าวที่ประเทศไทยจะผลิตและซื้อขายได้ในตลาดด้วย 


ถ้ายังไม่มีมาตรการสนับสนุนน้ำมันช่วยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรในเวลานี้ ก็จะเกิดความลำบาก พรรคประชาชนจึงเสนอว่ารัฐบาลควรออกมาตรการคูปองน้ำมัน ประเทศไทยมีฐานข้อมูลที่ดีอยู่แล้ว รู้จำนวนเกษตรกรรายพื้นที่ รู้ว่าใครเพาะปลูกอะไรด้วยซ้ำ การใช้คูปองน้ำมันจะเป็นการช่วยเหลือได้อย่างตรงจุดมากที่สุด


วีระยุทธยังกล่าวต่อไปว่านอกจากนี้ยังมีเรื่องของปุ๋ยก็กำลังจะเป็นปัญหาตามมา ข้อมูลจากรัฐที่ได้มาในเวลานี้มีความไม่สอดคล้องกันอยู่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าวว่าจะมีสต๊อกของปุ๋ยเหลืออยู่ถึงเดือนพฤษภาคม แต่กรมการค้าภายในบอกว่าจะใช้ได้ได้ถึงเดือนสิงหาคม พรรคประชาชนจึงขอเรียกร้องให้มีการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง 


นอกจากนี้ การใช้กระบวนการเดิมที่เรียกว่าธงฟ้าหรือธงเขียวไม่เพียงพอ ในปีงบประมาณที่ผ่านมามีการใช้โครงการปุ๋ยราคาพิเศษที่กรมการค้าภายในเข้ามาช่วยในโครงการธงเขียว ช่วยเหลือเกษตรกรได้ประมาณ 90,000 ถึง 100,000 กระสอบ รวมแล้วมีปริมาณปุ๋ยราคาพิเศษที่ช่วยเหลือเกษตรกรราว 5 ล้านกิโลกรัม แต่ความต้องการปุ๋ยที่ใช้ในประเทศไทยทั้งหมดมีถึง 5 ล้านตัน เท่ากับว่าโครงการธงเขียวที่ผ่านมาสามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้ทั้งหมดคิดเป็น 0.1% หรือหนึ่งในพันเท่านั้น จึงขอเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนกระบวนการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรใหม่ให้ตรงจุดมากขึ้น โดยการทำคูปองปุ๋ย ซึ่งเป็นการช่วยเหลือที่ตรงจุดที่สุด ผ่านการยิงตรงให้คูปองปุ๋ยและคูปองน้ำมันไปถึงเกษตรกรในเวลาที่ตรงกับการเก็บเกี่ยว โดยสามารถควบคุมงบประมาณได้ด้วย


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน








“หมอเหวง” ฟันธง คนฆ่า “ร่มเกล้า”

 


“หมอเหวง” ฟันธง คนฆ่า “ร่มเกล้า”


จากกรณีเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 ศาลฎีกา พิพากษายืน ยกฟ้อง แนวร่วมนปช. ปาระเบิด พล.อ.ร่มเกล้า เสียชีวิต จากเหตุฟ้องซ้อนกับคดีก่อการร้าย พยานหลักฐานไม่พอ ให้ลงโทษฐานเป็นผู้สนับสนุนกระทำความผิด นั้น


วันนี้ (20 มีนาคม 2569) นายแพทย์เหวง โตจิราการ อดีตแกนนำนปช. ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก Weng Tojirakarn กรณีการเสียชีวิตของ พ.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม (ยศขณะนั้น) ที่เสียชีวิตเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553 ความว่า


ใครกันแน่ที่ฆ่าร่มเกล้า????


ร่มเกล้าเป็นหนึ่งในกองบัญชาการรบส่วนหน้า (กองทัพจะจัดให้มีกองบัญชาการรบส่วนหน้าเฉพาะเวลาทำสงครามกับข้าศึกต่างชาติขนาดรบกับเขมรตามชายแดนในช่วงที่ผ่านมายังไม่มีการตั้งกองบัญชาการรบส่วนหน้าเลยครับ)


ผู้ที่รู้ว่ามีกองบัญชาการรบส่วนหน้าได้นั้น มีแต่ผู้บังคับบัญชาระดับสูงเท่านั้น และที่รู้ว่าใครเป็นองค์ประกอบกองบัญชาการรบส่วนหน้ายิ่งมีจำกัด


ผู้ที่จะรู้ว่ากองบัญชาการรบส่วนหน้าจัดประชุมที่ไหน เวลาไหน ก็จะมีแต่พวกทหารที่รับผิดชอบระดับสูงด้วยกันเองนั่นแหละครับ

 

ฟันธงเลยว่า คนฆ่าร่มเกล้า


ต้องรู้ว่ามีกองบัญชารบส่วนหน้า

ต้องรู้ว่าร่มเกล้าอยู่ในกองบัญชาการรบส่วนหน้านั้น

ต้องรู้ว่ากองบัญชาการรบส่วนหน้าประชุมกันตรงไหนเวลาอะไร

ต้องอยู่ห่างจากร่มเกล้าไม่เกิน 30-40 เมตร

ต้องเป็นทหารที่ขว้างระเบิดเก่งเพราะพลเรือนขว้างระเบิดไม่เป็น

และต้องเป็นคนที่ขว้างได้แม่นยำเป็นปกติวิสัย


ถนนดินสอทั้งเส้นมีทหารที่มีอาวุธสงครามครบมือ และจำนวนไม่น้อยมี M67 ห้อยที่เอวด้วย

 

คนเสื้อแดงเข้าไปไม่ได้ครับแม้แต่คนเดียว

ขืนบ้าเลือดเข้าไปในในถนนดินสอ

ต้องโดนยิงสมองทันที


ดังนั้นคนฆ่าร่มเกล้าคือทหารครับ


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #นปช #ร่มเกล้าธุวธรรม


อัยการสั่งฟ้อง “ล่ามภาษาจีน” ข้อหา พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ร้ายแรง จากกรณีชุมนุม #16ตุลาไปแยกปทุมวัน เมื่อปี 2563


อัยการสั่งฟ้อง “ล่ามภาษาจีน” ข้อหา พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ร้ายแรง จากกรณีชุมนุม #16ตุลาไปแยกปทุมวัน เมื่อปี 2563


เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า ที่ศาลแขวงปทุมวัน พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องคดีของ “ชลธิชา คุ้มจันอัด” ล่ามภาษาจีนวัย 27 ปี ในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ร้ายแรง จากกรณีเข้าร่วมการชุมนุม #16ตุลาไปแยกปทุมวัน เมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2563


คดีนี้นับเป็นคดีที่สองที่ชลธิชาถูกสั่งฟ้องในข้อหา พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ร้ายแรง โดยก่อนหน้านี้อัยการได้สั่งฟ้องคดีแรกไปเมื่อวันที่ 6 ก.พ. 2569 จากกรณีเข้าร่วมการชุมนุม #ม็อบ20ตุลา63 ซึ่งศาลแขวงบางบอนได้มีคำพิพากษาปรับ 20,000 บาท ภายหลังชลธิชาเปลี่ยนไปให้การรับสารภาพ เนื่องจากภาระทางคดี


นอกจากนี้ชลธิชายังเคยถูกแจ้งข้อกล่าวหาในคดีการชุมนุมอีก 1 คดี คือ การชุมนุม #21ตุลาไปอนุสาวรีย์ชัย ซึ่งคดีดังกล่าวอัยการสั่งไม่ฟ้องคดีไปแล้ว


ข้อมูล : ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน


ย้อนอ่านรายละเอียดได้ที่ https://tlhr2014.com/archives/82473


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์

พระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง “อนุทิน ชาญวีรกูล” เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 รอบสอง

 


พระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง “อนุทิน ชาญวีรกูล” เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 รอบสอง


วันนี้ (20 มีนาคม 2569) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระบรมราชโองการ ประกาศ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี  โดยมีรายละเอียดระบุว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า


โดยที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงมติเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 เห็นชอบด้วยในการแต่งตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 158 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงแต่งตั้งให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป


ประกาศ ณ วันที่ 19 มีนาคม พุทธศักราช 2569 เป็นปีที่ 11 ในรัชกาลปัจจุบัน


ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ


โสภณ ซารัมย์

ประธานสภาผู้แทนราษฎร


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์

พรรคประชาชน ยื่น 9 ญัตติ 9 กฎหมายชุดแรก ผลักดันการเปลี่ยนแปลงประเทศ “พริษฐ์” เรียกร้องประธานสภาเพิ่มวันประชุม เร่งพิจารณาวิกฤตพลังงาน-ความเดือดร้อนประชาชน

 


พรรคประชาชน ยื่น 9 ญัตติ 9 กฎหมายชุดแรก ผลักดันการเปลี่ยนแปลงประเทศ “พริษฐ์” เรียกร้องประธานสภาเพิ่มวันประชุม เร่งพิจารณาวิกฤตพลังงาน-ความเดือดร้อนประชาชน


วันที่ 20 มีนาคม 2569 ที่รัฐสภา พริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน และ สส.บัญชีรายชื่อ พร้อมด้วย สส.พรรคประชาชน ร่วมแถลงข่าวการยื่นร่างกฎหมายและญัตติชุดแรกของพรรคประชาชน โดยพริษฐ์กล่าวว่า วันนี้พรรคประชาชนได้ยื่นญัตติ 9 ญัตติและชุดกฎหมาย 9 ชุดแรก เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรเรียบร้อยแล้ว และหวังว่าสภาจะมีการพิจารณาโดยเร็ว


ในส่วนของ 9 ญัตติแรก ประกอบด้วย 4 ญัตติที่พรรคประชาชนมองว่าเป็นเรื่องด่วน ที่กระทบต่อชีวิตของพี่น้องประชาชนคนไทย ณ ปัจจุบัน


ญัตติที่ 1 ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาและตั้งกรรมาธิการวิสามัญในการจัดทำข้อเสนอแนะและติดตามผลกระทบเกี่ยวกับวิกฤตพลังงานและสงครามสหรัฐ-อิหร่าน


ญัตติที่ 2 ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาและตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อแก้ไขปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตร


ญัตติที่ 3 ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาและตั้งกรรมาธิการวิสามัญเกี่ยวกับการติดตามความคืบหน้าในการชดเชย เยียวยา ฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ เช่นพื้นที่หาดใหญ่และภาคใต้


ญัตติที่ 4 ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาและตั้งกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบโครงการก่อสร้างที่มีขนาดใหญ่ที่มีปัญหา และสร้างอุปสรรคต่อประชาชน ซึ่งความจริง ณ เวลานี้ ก็ใกล้เวลาครบรอบ 1 ปี หลังจากเกิดเหตุการณ์ตึก สตง. ถล่มจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว


ส่วนอีก 5 ญัตติ เป็นญัตติทั่วไปที่เกี่ยวข้องกับปัญหาสำคัญในเชิงโครงสร้าง ที่อาจจะคาบเกี่ยวหลายกระทรวง และคาบเกี่ยวกับกรรมาธิการวิสามัญหลายคณะ จึงเสนอญัตติเพื่อให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ประกอบด้วย


1. กรรมาธิการวิสามัญฯ ติดตามการปฏิรูปกฎหมายและการยกเลิกกฎระเบียบล้าสมัย


2. กรรมาธิการวิสามัญฯ ปฏิรูประบบราชการ และพันธกิจของส่วนราชการ


3. กรรมาธิการวิสามัญฯ ติดตามการเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero (ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์) ภายในปี 2050


4. กรรมาธิการวิสามัญฯ จัดทำและติดตามข้อเสนอในการยกระดับทักษะคนไทย


5. กรรมาธิการวิสามัญฯ ปฏิรูประบบภาษี


ในส่วนของชุดกฎหมาย 9 ชุดแรก ประกอบด้วย 20 วาระ และ 34 ร่างกฎหมายดังนี้


ชุดที่ 1 เศรษฐกิจเพื่อทุกคน มี 3 วาระด้วยกัน วาระที่ 1 คือการปฏิรูปประกันสังคม ให้มีความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ ผ่านการยื่นร่าง พ.ร.บ. ประกันสังคม วาระที่ 2 คือการปรับสูตรค่าจ้างขั้นต่ำให้มีความเป็นธรรม ผ่านการยื่นร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน วาระที่ 3 การให้ความเป็นธรรมกับผู้ประกอบการที่พักทุกขนาด หรือที่เราเรียกว่า “ที่พักเท่าเทียม” ผ่านการยื่นร่าง พ.ร.บ. โรงแรม


ชุดที่ 2 ปราบโกง มี 2 วาระ วาระที่ 1 เปิดเผยข้อมูลรัฐให้มีความโปร่งใส ผ่านการยื่นร่าง พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารสาธารณะ วาระที่ 2 คือการปฏิรูปงบประมาณ ผ่านการยื่นร่าง พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณ และร่าง พ.ร.บ. สถาบันวิเคราะห์งบประมาณ


ชุดที่ 3 การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น มี 2 วาระ วาระที่ 1 คือการอัปเกรด กทม. โดยการยื่นร่าง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร และวาระที่ 2 คือการปลดล็อกท้องถิ่น ทั้งในเรื่องอำนาจในการจัดทำบริการสาธารณะ และอำนาจในการหารายได้ จะมีร่าง พ.ร.บ. กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจ และร่าง พ.ร.บ. จัดตั้ง อปท. คือทั้ง อบจ. อบต. เทศบาล เมืองพัทยา ประเภทละ 2 ร่าง รวมทั้งหมดในชุดนี้มี 9 ร่าง


ชุดที่ 4 คือการลดค่าไฟให้กับพี่น้องประชาชนอย่างยั่งยืน มีวาระเดินหน้าสร้างตลาดพลังงานเสรี ผ่านร่าง พ.ร.บ. ประกอบกิจการพลังงาน


ชุดที่ 5 ยกระดับมาตรฐานบริการสาธารณะให้ได้มาตรฐานสากล มี 2 วาระ วาระที่ 1 คือการยกระดับมาตรฐานในเรื่องของน้ำประปา ผ่านร่าง พ.ร.บ. ประปาแห่งชาติ วาระที่ 2 การปลดล็อกขนส่งสาธารณะ ผ่านการยื่นร่าง พ.ร.บ. ขนส่งทางบก


ชุดที่ 6 ปกป้องสิ่งแวดล้อม มี 2 วาระ วาระที่ 1 การรับมือปัญหาโลกรวน ผ่านการยื่นร่าง พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และวาระที่ 2 คือการจัดการขยะอย่างเป็นระบบ ผ่านการยื่นร่าง พ.ร.บ. การบริหารจัดการขยะและหมุนเวียนทรัพยากร


ชุดที่ 7 ปฏิรูปการศึกษา โดยมี 2 วาระ วาระที่ 1 คือการปฏิรูปการศึกษาให้มีความหมายและมีความสุข ผ่านการยื่นร่าง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ วาระที่ 2 คือการมุ่งเป้าในการลดงานครู และสร้างโรงเรียนที่ปลอดภัย ผ่านร่าง พ.ร.บ. ระเบียบราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา


ชุดที่ 8 คุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน วาระที่ 1 คือการป้องกันการฟ้องปิดปาก หรือ Anti-SLAPP โดยแบ่งออกเป็น 4 ร่างกฎหมายด้วยกัน คือ ร่าง พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ร่างแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ร่างแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และร่างแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง วาระที่ 2 คือการคุ้มครองการชุมนุมโดยสันติ ผ่านการยื่นร่าง พ.ร.บ. ชุมนุมสาธารณะ วาระที่ 3 คือการคุ้มครองสิทธิในการประกันตัว ผ่านการยื่นร่าง พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และวาระที่ 4 คือการยุติวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิด โดยมี 3 ร่าง คือ ร่าง พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ร่าง พ.ร.ป. วิธีพิจารณาความอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และร่าง พ.ร.บ. ธรรมนูญศาลทหาร


ชุดที่ 9 ปฏิรูปการเมือง มี 2 วาระ วาระที่ 1 คือการเพิ่มกลไกในการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งรวมถึงทั้ง สส. สว. รัฐมนตรี ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ เป็นต้น เป็นการยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา และวาระที่ 2 คือการป้องกันการฮั้วกันระหว่างรัฐบาลกับ ป.ป.ช. ซึ่งจะเป็นการยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราเช่นกัน


พริษฐ์กล่าวต่อว่า นอกจาก 9 ญัตติ และ 9 ชุดกฎหมายแรกที่ได้ยื่นต่อสภา ยังมีกฎหมายอีกหลายฉบับที่สอดคล้องกับนโยบายที่พรรคประชาชนได้หาเสียงไว้ ซึ่งพวกตนตั้งใจที่จะผลักดันผ่านสภาชุดนี้เช่นกัน วันนี้เราพร้อมทำหน้าที่เต็มที่ในฐานะแกนนำฝ่ายค้าน ในฐานะพรรคการเมืองที่มี สส. หลายคนในสภา เพื่อผลักดันการเปลี่ยนแปลงผ่านกลไกนิติบัญญัติ โดยวันนี้มี 3 ข้อเรียกร้องเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรทำงานกันอย่างแข็งขันเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน


ประการแรก ตนหวังว่าญัตติเรื่องวิกฤตพลังงาน ที่พรรคประชาชนตั้งใจที่จะเสนอตั้งแต่เมื่อวานแล้วมีการปิดประชุมสภาโดยประธานสภาตั้งแต่ไม่ถึง 14:00 น. ตนหวังว่าญัตตินี้จะถูกบรรจุเป็นญัตติที่ให้ สส. ได้อภิปราย และเสนอแนะกันอย่างเต็มที่ในการประชุมครั้งถัดไปคือวันพุธที่ 25 มีนาคม ซึ่งคาดหวังให้นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีรักษาการณ์ เข้ามาร่วมรับฟังคำอภิปรายและข้อเสนอแนะ และชี้แจงข้อสงสัยของ สส. ด้วยตนเองในที่ประชุมสภา


ประการที่ 2 พวกตนเห็นว่าสัปดาห์หน้ามีการนัดประชุมสภาแค่ 1 วัน ซึ่งค่อนข้างจะผิดวิสัย ที่ปกติจะมีการนัดประชุมสภาอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง คือวันพุธและวันพฤหัสบดี จึงเรียกร้องไปยังประธานสภาว่าเหตุใดจึงมีการนัดเพียงวันเดียว ขั้นต่ำอย่างน้อยควรเพิ่มวันประชุมวันพฤหัสบดี เพื่อให้สามารถพิจารณาญัตติด่วนเรื่องอื่น ๆ ได้


ประการที่ 3 หากใครได้ฟังการแสดงวิสัยทัศน์ของประธานสภาคนใหม่ โสภณ ซารัมย์ ก็ได้พูดชัดว่าต้องการให้สภามีเวลามากขึ้นในการพิจารณาร่างกฎหมายที่ถูกเสนอโดย สส. หรือภาคประชาชน ไม่ใช่เพียงร่างกฎหมายของคณะรัฐมนตรีเพียงอย่างเดียว ซึ่งพวกตนก็หวังว่าประธานสภาจะดำเนินการตามที่พูดไว้ และหารือกับทุกฝ่ายเพื่อเพิ่มวันประชุม ให้มีเวลาในการพิจารณาร่างกฎหมายของ สส. และของภาคประชาชนมากขึ้น ยกตัวอย่างอย่างเป็นรูปธรรมคือ ที่ผ่านมาจะมีการประชุมสภา 2 วันต่อสัปดาห์ ซึ่งพวกตนเห็นว่ามีความเหมาะสม และหากมีกฎหมายที่ สส. และภาคประชาชนเข้ามาแล้วค้างอยู่ในวาระจำนวนมาก บางสัปดาห์อาจเพิ่มวันประชุมอีก 1 วัน เพื่อใช้สำหรับพิจารณาร่างกฎหมายของ สส. และภาคประชาชนเป็นการเฉพาะ

 

#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน






ศาลอุบลฯ พิพากษายกฟ้องคดี ม.112 ”โตโต้“ ปิยรัฐ เหตุปราศรัยชุมนุม #เด็กพูดผู้ใหญ่ฟัง ปี 63 ระบุ เป็นการแสดงความเห็นเกี่ยวกับบ่อเกิด รธน. โครงสร้างสถาบัน และความขัดแย้งในอดีต จำเลยไม่ได้ยืนยันข้อเท็จจริง พิพากษายกฟ้องทุกข้อกล่าวหา

 


ศาลอุบลฯ พิพากษายกฟ้องคดี ม.112 ”โตโต้“ ปิยรัฐ เหตุปราศรัยชุมนุม #เด็กพูดผู้ใหญ่ฟัง ปี 63 ระบุ เป็นการแสดงความเห็นเกี่ยวกับบ่อเกิด รธน. โครงสร้างสถาบัน และความขัดแย้งในอดีต จำเลยไม่ได้ยืนยันข้อเท็จจริง พิพากษายกฟ้องทุกข้อกล่าวหา


วันที่ 20 มีนาคม 2569 จากกรณีศาลจังหวัดอุบลราชธานี นัดฟังคำพิพากษาคดี ม.112 ของ นายปิยรัฐ จงเทพ หรือ โตโต้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะอดีตแกนนำกลุ่ม We Volunteer หรือวีโว่ ในวันที่ 19 มีนาคม กรณีปราศรัยในการชุมนุม #เด็กพูดผู้ใหญ่ฟัง ที่บริเวณลานศาลหลักเมืองอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 22 ส.ค.2563 แต่เนื่องจากวันดังกล่าวมีการประชุมรัฐสภาเพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ทำให้นายปิยรัฐติดภารกิจร่วมประชุมสภา จึงขอเลื่อนฟังคำพิพากษาเป็นวันที่ 20 มีนาคมแทนนั้น


ล่าสุด ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 20 มีนาคม ศาลจังหวัดอุบลราชธานีนัดฟังคำพิพากษาคดีของนายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ ถูกฟ้องตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, มาตรา 116 (2) (3) และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (3) จากการปราศรัยในการชุมนุม #เด็กพูดผู้ใหญ่ฟัง ที่บริเวณลานศาลหลักเมืองอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 22 ส.ค.2563


ศาลจังหวัดอุบลราชธานี พิพากษายกฟ้อง คดี ม.112 ของ "โตโต้" ปิยรัฐ จงเทพ จากเหตุชุมนุม #เด็กพูดผู้ใหญ่ฟัง ที่บริเวณลานศาลหลักเมืองอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 22 ส.ค. 2563 ปราศรัยพระราชอำนาจกับบทบาทกองทัพ


ศาลระบุ เป็นการแสดงความเห็นเกี่ยวกับบ่อเกิดรัฐธรรมนูญ โครงสร้างสถาบันและความสัมพันธ์ขององค์กรต่าง ๆ และความขัดแย้งในอดีต โดยจำเลยไม่ได้ยืนยันข้อเท็จจริง ย่อมไม่เข้าองค์ประกอบความผิดมาตรา 112 ส่วนข้อหาอื่น ๆ ทั้ง ม.116 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ยกฟ้องทั้งหมด

 

#UDDnews #ยูดีดีนิวส์