วันจันทร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2569

‘นฤมาศ’ สส.พรรคประชาชน ชี้ แหลมฉบังไม่ควรเป็น ‘ถังขยะโลก’ จี้รัฐเข้มงวดตรวจขยะพิษข้ามชาติ

 


นฤมาศ’ สส.พรรคประชาชน ชี้ แหลมฉบังไม่ควรเป็น ‘ถังขยะโลก’ จี้รัฐเข้มงวดตรวจขยะพิษข้ามชาติ


นฤมาศ เปี่ยมบัณฑิต สส.ชลบุรี พรรคประชาชน ชี้ปัญหาการลักลอบนำเข้าของเสียอันตรายและขยะ อิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ เป็นเรื่องที่ต้องเร่งจัดการ หลังพบตู้สินค้าต้องสงสัยที่ท่าเรือแหลมฉบัง และเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยกระดับการตรวจสอบตั้งแต่ด่านนำเข้า ขยายผลไปถึงต้นทาง ตลอดจนทำให้ผู้กระทำผิดเป็นผู้รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชนและสิ่งแวดล้อม


เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับกรมศุลกากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์ต้องสงสัยที่ท่าเรือแหลมฉบังและท่าเทียบเรือฮัทชิสัน จำนวน 9 ตู้ พบการกระทำผิด 6 ตู้ โดยเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ปะปนมากับสินค้าที่สำแดงเป็นเศษอะลูมิเนียม


นฤมาศกล่าวว่า แหลมฉบังเป็นหนึ่งในท่าเรือหลักของประเทศที่รับสินค้านำเข้าจากทั่วโลก การที่ของเสียอันตรายหรือขยะอิเล็กทรอนิกส์ถูกนำเข้ามาโดยแฝงอยู่ในสินค้าประเภทเศษวัสดุ ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาด้านกฎหมาย แต่ยังเป็นความเสี่ยงต่อสุขภาพของประชาชนและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ หากมีการนำไปกำจัดหรือฝังกลบอย่างไม่ถูกต้อง


ศรีราชาและแหลมฉบังไม่ควรเป็น ‘ถังขยะโลก’ ที่ต้องแบกรับของเสียจากประเทศอื่น”


ข้อมูลกรมศุลกากรระบุว่า ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 ถึงเดือนสิงหาคม 2569 มีการจับกุมคดีลักลอบนำเข้าของเสียอันตรายรวม 187 คดี แบ่งเป็นของเสียอันตราย 98 คดี ขยะอิเล็กทรอนิกส์ 56 คดี เศษพลาสติก 15 คดี และสัตว์หรือพืชตามอนุสัญญาอนุสัญญาว่าด้วยการค้าสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ระหว่างประเทศ (CITES) 18 คดี รวมมูลค่าของกลางกว่า 234 ล้านบาท


ขณะที่ DSI อยู่ระหว่างขยายผลข้อมูลตู้สินค้าต้องสงสัยที่นำเข้าจากต่างประเทศ เพื่อดำเนินการตรวจสอบเส้นทางการนำเข้าและผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงบริษัทผู้นำเข้าและผู้ส่งออก


นฤมาศ กล่าวว่า ปัญหาดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบ ณ ด่านนำเข้า และการบังคับใช้กฎหมายตลอดห่วงโซ่ โดยไม่ควรหยุดอยู่เพียงการตรวจยึดสินค้าหรือดำเนินคดีกับผู้นำเข้าเท่านั้น


นฤมาศเสนอให้ภาครัฐดำเนินการ 4 ด้าน ได้แก่


1. ยกระดับการตรวจสอบตู้สินค้า


เพิ่มความเข้มงวดและความโปร่งใสในการตรวจสอบตู้สินค้านำเข้าที่ท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อป้องกันไม่ให้ของเสียอันตรายหลุดรอดเข้าสู่ประเทศ


2. ขยายผลถึงต้นทาง


ติดตามไปถึงผู้นำเข้า ผู้ส่งออก และเส้นทางของขยะ เพื่อให้สามารถจัดการกับเครือข่ายที่เกี่ยวข้องและป้องกันการกระทำผิดซ้ำ


3. ผู้ก่อมลพิษต้องรับผิดชอบ


พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบต้องได้รับการเยียวยาและฟื้นฟู โดยค่าใช้จ่ายควรตกอยู่กับผู้กระทำผิด ไม่ใช่เป็นภาระของประชาชนผ่านงบประมาณแผ่นดิน


4. ใช้กฎหมายจัดการผลประโยชน์จากการกระทำผิด


ผลักดันให้การลักลอบนำเข้าและทิ้งของเสียอันตรายสามารถเชื่อมโยงกับกลไกการติดตามและยึดทรัพย์ เพื่อจัดการกับผลประโยชน์ที่เกิดจากการกระทำผิดอย่างจริงจัง


นฤมาศย้ำว่า ในฐานะ สส.ชลบุรี จะติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด และผลักดันให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้การป้องกันขยะพิษข้ามชาติครอบคลุมตั้งแต่ต้นทาง ด่านนำเข้า ไปจนถึงการกำจัดและฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ


ภาระจากของเสียที่เกิดจากการกระทำผิด ไม่ควรตกอยู่กับประชาชนในพื้นที่ที่ไม่ได้เป็นผู้ก่อปัญหา”


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #แหลมฉบัง

‘ครม.เงา’ จี้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหา กยศ. เติมงบด่วน ก่อนเด็กจะหลุดจากระบบมากกว่านี้

 


ครม.เงา’ จี้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหา กยศ. เติมงบด่วน ก่อนเด็กจะหลุดจากระบบมากกว่านี้


วันที่ 21 กันยายน 2569 ที่อาคารรัฐสภา พรรคประชาชนแถลงผลการประชุม ครม.เงา ครั้งที่ 13 โดยมี ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย รักชนก ศรีนอก และ ธีรศักดิ์ จิระตราชู สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ร่วมสะท้อนปัญหากองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) พร้อมเชิญตัวแทนนักศึกษา ผู้ปกครอง และองค์กรที่ทำงานด้านเด็กและเยาวชน เข้าร่วมสะท้อนปัญหา


ภราธิป พิมพ์สุวรรณ ตัวแทนนักศึกษาที่ได้รับผลกระทบ กล่าวว่า ตนเป็นผู้กู้ กยศ. มาตั้งแต่ระดับ ปวช. ปัจจุบันศึกษาระดับปริญญาตรี แต่กลับไม่ได้รับการจัดสรรโควตากู้ยืมในปีนี้ เช่นเดียวกับนักศึกษาอีกจำนวนมาก โดยจากแบบสำรวจผู้ได้รับผลกระทบที่ตนจัดทำขึ้น ซึ่งมีผู้ตอบกว่า 1,600 คน พบว่า 45% ระบุว่า หากไม่ได้รับการจัดสรรโควตาในปีนี้จะต้องลาออก ย้ายที่เรียน หรือพักการเรียนไปจนถึงปีหน้า


ปัญหาการติดตามหนี้จากผู้กู้เดิมและปัญหาสภาพคล่องของกองทุนเป็นเรื่องที่ต้องแก้ไข แต่ไม่ควรผลักภาระดังกล่าวให้นักศึกษาที่อยู่ในระบบการศึกษาแล้วต้องเป็นผู้รับผลกระทบ รัฐบาลควรเติมเงินเข้าสู่กองทุนเพื่อช่วยเหลือนักศึกษาในปีการศึกษา 2569 เป็นการเร่งด่วน ควบคู่กับการแก้ไขปัญหาหนี้และทบทวนหลักเกณฑ์การกู้ยืมในระยะยาว


ด้าน ภัทรมณี ปรัชญาสิทธิ์กุล ตัวแทนผู้ปกครอง กล่าวว่า บุตรทั้งสามคนของตนพึ่งพา กยศ. ในการศึกษา โดยสองคนแรกสามารถกู้ต่อเนื่องได้ แต่บุตรคนที่สามได้รับผลกระทบจากหลักเกณฑ์ใหม่ในปีนี้ จนถูกจัดสถานะเป็นผู้กู้รายใหม่และอยู่ในกลุ่มสำรอง ทั้งที่ครอบครัววางแผนค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาโดยคาดหวังว่าการกู้จะดำเนินต่อเนื่องเช่นที่ผ่านมา


สำหรับครอบครัวที่ส่งลูกไปเรียนต่างจังหวัด กยศ. ไม่ได้เกี่ยวข้องเพียงค่าเล่าเรียนเท่านั้น แต่รวมถึงค่าหอพัก ค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิต ซึ่งในระหว่างที่รัฐบาลมุ่งแก้ปัญหาการติดตามหนี้จากผู้กู้เดิม นักศึกษาที่ยังรอเงินและอาจต้องออกจากระบบการศึกษาจะได้รับความช่วยเหลืออย่างไร


ขณะที่ ดนัยนันท์ เครือศึก เลขาธิการสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สภาเด็กและเยาวชนได้ประสานหน่วยงานและภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกว่า 20 หน่วยงาน รวมถึงเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษา และได้รับเสียงสะท้อนว่าปัญหาสภาพคล่องของ กยศ. ส่งผลกระทบต่อทั้งนักศึกษาและมหาวิทยาลัย ซึ่งต้องพยายามหาแนวทางประคับประคองนักศึกษาที่ไม่มีเงินชำระค่าเล่าเรียน


ผลกระทบนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องเงินเท่านั้น แต่ขยายไปถึงสุขภาพจิตของนักศึกษา เมื่อความไม่แน่นอนด้านการศึกษาทำให้บางคนท้อแท้ ไม่ต้องการเรียนต่อ หรือไม่เห็นทางเลือกของชีวิต และยังสร้างภาระต่อหน่วยงานอื่นที่ต้องเข้ามาดูแลเด็กและเยาวชนด้วย


ด้าน ภัทรวุฒิ ยินดี โฆษกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (อมธ.) เรียกร้องให้มหาวิทยาลัยทั่วประเทศเข้ามามีบทบาทแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าร่วมกับนักศึกษา ไม่ว่าจะเป็นการจัดหาทุนการศึกษา งานพิเศษ หรือมาตรการช่วยเหลืออื่น โดยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เตรียมหารือกับนักศึกษาที่ได้รับผลกระทบในวันที่ 1 ตุลาคม เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือทั้งจากภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย


ขณะที่รักชนกกล่าวว่า ปัญหาสภาพคล่องของ กยศ. ส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับการชำระหนี้ของผู้กู้เดิม แต่รัฐบาลควรสามารถคาดการณ์สถานการณ์และจัดสรรงบประมาณเพื่อรองรับได้ โดยเฉพาะเมื่อ กยศ. ไม่ได้ถูกออกแบบให้ต้องพึ่งพารายรับของกองทุนเพียงอย่างเดียว ปัญหาเกิดขึ้นแล้วในปี 2569 แต่ประมาณการสำหรับปี 2570 ยังมีช่องว่างด้านงบประมาณอีกประมาณ 7,000 ล้านบาท ทั้งที่ในการพิจารณางบประมาณสามารถปรับลดงบประมาณส่วนอื่นได้กว่า 11,600 ล้านบาท แต่กลับไม่มีการจัดสรรเพิ่มเติมให้ กยศ.


รัฐบาลควรเติมเงินเข้าสู่กองทุน เพราะเงินดังกล่าวหมายถึงโอกาสที่นักศึกษาจะสามารถอยู่ในระบบการศึกษาต่อไปได้ ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 17 กันยายน ตนได้ตั้งกระทู้ถามสดต่อรัฐบาลเกี่ยวกับปัญหาความล่าช้าในการอนุมัติและโอนเงิน กยศ. ซึ่งรัฐบาลชี้แจงว่างบประมาณ กยศ. ปี 2570 เพิ่มจาก 5,000 ล้านบาทในปี 2569 เป็น 9,000 ล้านบาท และยืนยันว่าหลักเกณฑ์ใหม่จะไม่กระทบผู้กู้เดิมในระบบ


ด้าน ธีรศักดิ์ ระบุว่าแนวทางแก้ปัญหาเฉพาะหน้ามี 3 ข้อ ได้แก่


1. รัฐบาลต้องแสดงความชัดเจนภายในวันที่ 30 กันยายน ว่าจะจัดสรรงบกลางเพื่อเพิ่มโอกาสการกู้ยืมแก่นิสิตนักศึกษา เพื่อป้องกันไม่ให้มหาวิทยาลัย โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยเอกชน ต้องให้นักศึกษาพ้นสภาพเนื่องจากไม่สามารถชำระค่าเล่าเรียนได้


2. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการ กยศ. ต้องออกมายืนยันอย่างเป็นรูปธรรมว่าจะไม่มีนักศึกษาต้องหลุดจากระบบการศึกษาเพราะปัญหาดังกล่าว


3. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ต้องเร่งเปิดการเจรจากับมหาวิทยาลัยทั้งของรัฐและเอกชน ให้ชะลอการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการศึกษาจนกว่าสถานการณ์จะมีความชัดเจน พร้อมหาแนวทางช่วยเหลือเพิ่มเติม เช่น งานพิเศษ ทุนการศึกษา และแหล่งทุนสำหรับผู้ได้รับผลกระทบ


ธีรศักดิ์กล่าวทิ้งท้ายว่า นอกจากนี้ กยศ. ควรสื่อสารหลักเกณฑ์และสถานการณ์สำหรับปีการศึกษาหน้าไปยังโรงเรียนล่วงหน้า เพื่อให้นักเรียนชั้น ม.6 ที่กำลังเตรียมเข้ามหาวิทยาลัยสามารถวางแผนและเตรียมตัวได้ โดยไม่ต้องเผชิญปัญหาในลักษณะเดียวกันซ้ำอีกในปีหน้า


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #ครมเงา #กยศ










ปชน. รับผลเลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรี ‘เดชรัต’ ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ชี้ “ไม่น้อย แต่ไม่พอ” พร้อมเดินหน้าผลักดันนโยบายต่อผ่านทุกช่องทาง

 


ปชน. รับผลเลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรี ‘เดชรัต’ ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ชี้ “ไม่น้อย แต่ไม่พอ” พร้อมเดินหน้าผลักดันนโยบายต่อผ่านทุกช่องทาง


วันที่ 20 กันยายน 2569 ที่ศูนย์ประสานงานการเลือกตั้ง อบจ.นนทบุรี พรรคประชาชนแถลงภายหลังทราบผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ โดย พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรคประชาชน และ เดชรัต สุขกำเนิด ผู้สมัครนายก อบจ.นนทบุรี พรรคประชาชน ร่วมแถลงยอมรับผลการเลือกตั้งและแสดงความยินดีกับ นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ ผู้สมัครหมายเลข 1 จากกลุ่มผึ้งหลวง


พิจารณ์ระบุว่า พรรคประชาชนขอขอบคุณประชาชนชาวนนทบุรีทุกคนที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยเฉพาะทุกคะแนนเสียงที่มอบความไว้วางใจให้กับพรรคประชาชนและเดชรัต แต่ต้องยอมรับว่าคะแนนเสียงที่ได้รับยังไม่มากพอที่จะทำให้พรรคเข้าไปบริหาร อบจ.นนทบุรีในครั้งนี้


การเลือกตั้งท้องถิ่นเป็นหนึ่งในสนามที่พรรคประชาชนให้ความสำคัญ เพราะเป็นทั้งบทบาทและเวทีในการขับเคลื่อนให้สังคมเห็นถึงความสำคัญของการกระจายอำนาจ และการบริหารท้องถิ่นเพื่อพัฒนาเมืองและคุณภาพชีวิตของประชาชน ทุกแรงสนับสนุนที่ได้รับตลอด 31 วันของการรณรงค์หาเสียงมีความหมายกับการทำงานของพรรคประชาชนมาก ทั้งนี้ สส.ของพรรคทั้ง 8 เขตในจังหวัดนนทบุรี รวมถึงนักการเมืองท้องถิ่น และทีมงานของพรรค จะเดินหน้าทำงานรับใช้ประชาชนชาวนนทบุรีต่อไป


ด้านเดชรัตกล่าวขอบคุณประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยระบุว่า ทุกคะแนนเสียงไม่ว่าจะเลือกพรรคประชาชนหรือผู้สมัครคนใดล้วนมีความหมาย พรรคเคารพเสียงและการตัดสินใจของประชาชน พร้อมแสดงความยินดีกับนฤพนธ์ที่จะเข้ามาทำหน้าที่นายก อบจ.นนทบุรีต่อไป


ตลอด 31 วันที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาที่มีความหมายอย่างมาก การได้ลงพื้นที่พบปะ พูดคุย และรับฟังประชาชนทั่วทั้งจังหวัดนนทบุรี ไม่มีวันใดที่เราหยุดเดิน แม้ท้ายที่สุดจะไม่ชนะการเลือกตั้ง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตลอดการรณรงค์หาเสียงจะยังคงมีความหมาย และพรรคจะทำการเมืองเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงผ่านทุกบทบาทที่สามารถทำได้


สำหรับสาเหตุของผลการเลือกตั้ง เดชรัตระบุว่า ขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะวิเคราะห์ในรายละเอียด เนื่องจากคะแนนยังมาไม่ครบ แต่หนึ่งในประเด็นที่เห็นคือจำนวนประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิยังไม่มากเท่าที่คาดหวัง โดยก่อนวันเลือกตั้งพรรคพยายามรณรงค์ให้มีผู้มาใช้สิทธิมากกว่า 50-60%


อย่างไรก็ตาม การมีประชาชนออกมาใช้สิทธิมากขึ้นก็ไม่ได้หมายความว่าพรรคประชาชนจะเป็นฝ่ายชนะ เพราะประชาชนที่ออกมาเพิ่มอาจเลือกผู้สมัครหมายเลขใดก็ได้ แต่การมีประชาชนเข้าร่วมใช้สิทธิจำนวนมากเป็นสิ่งสำคัญในระบอบประชาธิปไตย และสะท้อนความต้องการมีส่วนร่วมกำหนดทิศทางความเปลี่ยนแปลงของจังหวัด


เดชรัตกล่าวต่อไปว่า ส่วนกรณีที่พรรคมี สส.ชนะการเลือกตั้งครบทั้ง 8 เขตของนนทบุรี แต่ไม่สามารถชนะการเลือกตั้งนายก อบจ.ได้ ลักษณะเช่นนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ประชาชนไม่จำเป็นต้องตัดสินใจในการเลือกตั้งระดับชาติและระดับท้องถิ่นบนฐานความคิดเดียวกัน พรรคทราบโจทย์ดังกล่าวมาตั้งแต่ต้น และหลังจากนี้จะต้องกลับไปวิเคราะห์รายละเอียดของคะแนนในแต่ละพื้นที่เพิ่มเติม


เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าการตัดสินใจลงสมัครครั้งนี้ให้อะไรกับตนเอง เดชรัตระบุว่า ถ้าไม่ลงต่างหากถึงจะเป็นเรื่องพลาดมาก เพราะการได้เข้ามาทำหน้าที่ในระบอบประชาธิปไตยในฐานะผู้สมัครรับเลือกตั้ง ทำให้ตนมีโอกาสพบปัญหาและความคาดหวังที่ประชาชนฝากไว้ แม้ความหวังเหล่านั้นส่วนหนึ่งจะถูกฝากไว้ในฐานะว่าตนอาจได้เป็นนายก อบจ. แต่เมื่อผลการเลือกตั้งไม่เป็นเช่นนั้น ก็ยังมีอีกหลายช่องทางที่จะเดินหน้าผลักดันต่อไปได้


เดชรัตกล่าวต่อไปว่า หลังจากนี้ตนจะยังคงทำงานในตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์นโยบายของพรรคเช่นเดิม ขณะเดียวกัน สิ่งที่ได้พบจากการลงพื้นที่ร่วมกับทีมพรรคประชาชนนนทบุรีทั้ง 8 เขต ทำให้เห็นว่าปัญหาและข้อเสนอหลายเรื่องสามารถเดินหน้าต่อได้ผ่านบทบาทของสมาชิกสภาท้องถิ่น เทศบาลที่พรรคมีนายกเทศมนตรี รวมถึงการทำงานในสภาผู้แทนราษฎร


การหาเสียงครั้งนี้ทำให้เห็นความท้าทายใหม่ๆ ที่ประชาชนชาวนนทบุรีกำลังเผชิญ และข้อเสนอเชิงนโยบายหลายเรื่องได้รับการตอบรับที่ดี พรรคจึงจะพยายามนำข้อเสนอเหล่านี้ไปผลักดันผ่านช่องทางอื่นให้เกิดขึ้นจริงต่อไป


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน












วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2569

#ทนไม่ไหวแล้วโว้ย ศิลปินรวมตัวหน้าหอศิลป์ เรียกร้อง “หยุดรัฐไทยเทา” วิจารณ์รัฐบาลผ่านกวี ดนตรี ภาพวาด และ Performance

 


#ทนไม่ไหวแล้วโว้ย ศิลปินรวมตัวหน้าหอศิลป์ เรียกร้อง “หยุดรัฐไทยเทา” วิจารณ์รัฐบาลผ่านกวี ดนตรี ภาพวาด และ Performance


วันที่ 20 กันยายน 2569 เวลา 15.00 น. ที่ลานหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) เครือข่ายศิลปินแห่งประเทศไทย นำโดย วสันต์ สิทธิเขตต์ , หนวด ริมทาง จัดกิจกรรม "ทนไม่ไหวแล้วโว้ย หยุดรัฐไทยเทา“ รวมตัวกวี ศิลปิน และนักดนตรี ภายใต้แนวคิด “ศิลปินจรยุทธ์” โดยมีการอ่านบทกวี เล่นดนตรี วาดภาพ แสดง Performance Art และปราศรัยเพื่อสื่อสารประเด็นทางสังคมและการเมือง


วสันต์ สิทธิเขตต์ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า สำหรับกิจกรรม “ทนไม่ไหวแล้วโว้ย” ในวันนี้ เกิดจากการปรึกษาหารือกับกลุ่มศิลปิน จิตรกร กวีที่อยู่ในกรุงเทพฯ อยากเริ่มต้นทำกิจกรรม และอยากให้ทุก ๆ พื้นที่จังหวัด อยู่ที่ไหนทำที่นั่นเป็นจรยุทธ์ วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลที่ทำระยำต่อบ้านเมืองเรา ผมเชื่อว่าหลายคนรู้สึกอึดอัดมาก กับรัฐบาลที่รวยไม่ไหวแล้วโว้ย ส่วนเราประชาชนทนไม่ไหวแล้วโว้ย โดยมีข้อเรียกร้องต่อต้านเรื่องการเข้ามาของ “จีนเทา” เป็นหลัก


กิจกรรมดังกล่าวเป็นกิจกรรมแรกของเครือข่ายศิลปินแห่งประเทศไทย หลังจากประชุมหารือร่วมกันเมื่อวันที่ 13 ก.ย. 2569 และเผยแพร่ “แถลงการณ์เครือข่ายศิลปินแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 1” ระบุว่า การรวมตัวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสิ่งที่เครือข่ายมองว่าเป็นวิกฤตทางการเมืองและปัญหาสังคมหลายด้าน พร้อมวิพากษ์การทำงานของรัฐบาล ประเด็นการเลือกตั้ง การผูกขาดทางเศรษฐกิจ ปัญหายาเสพติด และปัญหาสินค้าเกษตร หยิบยกประเด็นต่าง ๆ มาสื่อสารผ่านงานศิลปะและเคลื่อนไหวในพื้นที่สาธารณะ เพื่อร่วมกันสร้างสังคมไทยที่มีประชาธิปไตยและความเป็นธรรม


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์