วันอังคารที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2569

“ปิยบุตร” ลุยปทุมธานี ปลุกเลือก “เชตวัน - ธนภัทร” ตั้งรัฐบาล “ประชาชน”

 


ปิยบุตร” ลุยปทุมธานี ปลุกเลือก “เชตวัน - ธนภัทร” ตั้งรัฐบาล “ประชาชน”


วันที่ 26 มกราคม 2569 ปิยบุตร แสงกนกกุล ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน พร้อมด้วย เชตวัน เตือประโคน ผู้สมัคร สส.ปทุมธานี เขต 5 พื้นที่คูคต ลำสามแก้ว หลักหก บ้านใหม่ พรรคประชาชน เบอร์ 3 และ ธนภัทร ตระกูลภูชัย ผู้สมัคร สส.ปทุมธานี เขต 6 พื้นที่ลาดสวาย บึงยี่โถ และ อบต.บึงคำพร้อย พรรคประชาชน เบอร์ 8 ร่วมลงพื้นที่หาเสียงโดยปราศรัยที่ตลาดนานาเจริญ ตลาดสายสัมพันธ์ และปิดท้ายที่ตลาดกลางลาดสวาย โดยมีประชาชนให้การต้อนรับเป็นจำนวนมาก


ปิยบุตร กล่าวว่า ประเทศเราวนเวียนอยู่กับปัญหาเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า มีนักการเมืองหน้าเดิม ๆ หมุนเวียนสลับเปลี่ยนกันมาบริหาร ซึ่งทำให้ปัญหาหนักกว่าเดิมอีก เราคิดว่าถึงเวลาแล้ว เราไม่สามารถปล่อยให้ประเทศไทยเป็นอย่างนี้ต่อไปได้อีก ต้องเปลี่ยนรัฐบาล เอาคนมีเจตจำนงมุ่งมั่น ให้โอกาสคนและพรรคการเมืองที่ไม่เคยบริหารได้ไปทำดู ทุกพรรคเคยเป็นรัฐบาลมาหมดแล้ว คนหน้าเดิม ๆ แค่สลับสับเปลี่ยนกระทรวงไปเรื่อย ๆ ป้ายหาเสียงที่ติดว่าจะปราบคอร์รัปชัน ปราบทุนเทา สร้างเศรษฐกิจให้ดีขึ้น คำถามคือว่า แล้วตอนที่เขาเป็นรัฐบาล ที่ผ่านมาทำอะไรกันอยู่ ดังนั้น ขอโอกาสพวกเรา ถ้าได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน รัฐบาลประชาชนจะเริ่มเปลี่ยนแปลงให้ดู


เรามั่นใจว่าเปลี่ยนได้ คุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิดเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาชนและแกนนำอีกหลายคน ได้เตรียม 200 นโยบาย ครอบคลุมทุกด้าน ผ่านการพูดคุยกับกลุ่มต่างๆ วิเคราะห์ และคำนวณมาอย่างดีว่าต้องใช้งบประมาณเท่าไหร่ ถึงขนาดที่ อ.วีระ ธีรภัทร สื่อมวลชนอาวุโสด้านเศรษฐกิจ เอ่ยปากชม และนอกจากนโยบาย พรรคประชาชนยังเตรียมบุคลากรไว้ด้วย อย่างที่มีการเปิดตัวทีมบริหารซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญแต่ละด้าน และพวกเขาเหล่านี้จะมาร่วมรัฐบาลประชาชน นี่คือมิติใหม่ในทางการเมืองของประเทศไทย เพราะในอดีตที่ผ่านมา การตั้งรัฐบาลผสม จะเอาพรรคใหญ่ที่สุดคุยกับพรรคอื่น แล้วนับตัวเลข ใครมีมากก็ได้เลือกกระทรวงก่อน เขาตั้งรัฐบาลแบบนี้ เอาวาระแต่ละพรรคและประโยชน์ของแต่ละพรรคเป็นตัวตั้ง ไม่ได้เอาประโยชน์ประชาชนเป็นตัวตั้ง การตั้งรัฐบาลแบบแบ่งเค้กอย่างนี้ ไม่สามารถส่งมอบนโยบายที่จะแก้ไขปัญหาประชาชนได้” ปิยบุตร กล่าว


ปิยบุตร กล่าวด้วยว่า การเลือกตั้งในอดีต ที่ผ่านมาพรรคการเมืองไหนชนะเป็นอันดับหนึ่งก็จะได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล แต่เพิ่งจะมีเลือกตั้ง 2 ครั้งหลัง คือปี 2562 และ ปี 2566 ที่พรรคซี่งชนะอันดับหนึ่งไม่ได้เป็นรัฐบาล มันผิดเพี้ยนอย่างยิ่ง ตอนปี 2539 พรรคที่ชนะอันดับหนี่งห่างจากอันดับสองเพียงแค่ 2ที่นั่ง เขายังให้พรรคอันดับหนึ่งได้ตั้งรัฐบาล แต่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมียางอายกันแล้ว ชอบแอบไปชิงตั้งรัฐบาลกัน ดังนั้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องสนับสนุนพรรคประชาชนทั้งแบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อให้มากที่สุด เราต้องทิ้งห่างอันดับสองให้มากที่สุดเพื่อจะทำให้เขาเกิดยางอาย และถ้าทิ้งห่างมากๆ ก็จะทำให้พวกเขา นั่งเฉย ๆ ไม่ต้องขยับ เดี๋ยวพรรคประชาชนจะเป็นฝ่ายไปเลือกเอง ว่าจะเอาใครร่วมรัฐบาลด้วย แต่ถ้าเราชนะไม่ขาด พวกเขาจะถูมือรอเตรียมแย่งแน่นอน


นักการเมืองเหล่านี้ เติบโตมาจากเบ้าหลอมทางการเมืองแบบเดียวกันหมด เป็นเผ่าพันธุ์เดียวกัน ไม่เหมือนพวกเราที่มีคนบอกว่าเป็นตัวประหลาดของการเมืองไทย ถ้าเลือกตั้งครั้งนี้เราชนะเขาไม่แบบทิ้งขาด พวกเขาก็จะรวมกันและถีบตัวประหลาดอย่างเราไปให้ไปเป็นฝ่ายค้านอีกเหมือนคราวที่แล้ว ดังนั้น ครั้งนี้ต้องชนะให้ทิ้งห่าง เขาจะได้มียางอายกันบ้าง และต้องอาศัยเสียงของประชาชนอย่างมหาศาล สร้างให้เป็นฉันทามติสังคมร่วมกันว่าอยากเห็นรัฐบาลประชาชน เลือกตั้งปี 2562 เราได้มา 6.3 ล้านเสียง เลือกตั้ง 2566 ได้มา 14.4 ล้านเสียง และเลือกตั้งคราวนี้ ต้องขอโอกาส 14.4 ล้านเสียงอีกครั้ง แต่เท่านี้ อาจยังไม่พอ ต้องขอให้แต่ละคนไปชวนเพื่อนๆ มาเลือกเราอีกคนละ 1 เสียง หากทำได้ คราวนี้เกิน 20 ล้านเสียง กลายเป็นใบอนุญาตจากประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศ ตั้งรัฐบาลประชาชนได้แน่นอน” ปิยบุตร กล่าว


ปิยบุตร กล่าวว่า สำหรับชาวปทุมธานี ขอโอกาสสนับสนุนเชตวัน เตือประโคน เขาเคยเป็นนักข่าว ตอนที่ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ ตนก็ไปชวนเชตวันออกมาทำงานด้วยกัน และคิดว่า 12 ปี เราจะได้เป็นรัฐบาล แต่ตอนนี้ผ่านไป 8 ปี โอกาสการได้เป็นรัฐบาลใกล้เข้ามาแล้ว สมัยที่แล้วเชตวันเป็นผู้แทนหน้าใหม่ แต่คนปทุมธานีก็ไม่ต้องอายใคร เพราะที่ผ่านมา สส.ปทุมธานี กี่ยุคกี่สมัย ไม่ค่อยเห็นใครพูดในสภาเลย แต่พอเลือกเชตวันเข้าไป นี่คือคนที่อภิปรายเยอะมาก มีประเด็นตรวจสอบการใช้งบของหน่วยงานต่างๆ มาก หรือแม้แต่เรื่องการเปลี่ยนสนามกอล์ฟธูปะเตมีย์เอามาทำสวนสาธารณะให้กับพี่น้องประชาชน เขาก็ต่อสู้เพื่อคนปทุมธานี ดังนั้น ฝากเลือกเชตวันกลับไปอีกหน และไม่ใช่แค่ทำหน้าที่ผู้แทนเท่านั้น แต่จะไปเลือกรัฐมนตรีและตั้งรัฐบาลประชาชนด้วย


อีกคนหนึ่ง คือ เต๋อ ธนภัทร ตระกูลภูชัย นี่คือคนรุ่นใหม่ เรียนจบจากคณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ตัดสินใจเข้าสนามการเมืองเพื่อมาร่วมสร้างความเปลี่ยนแปลง จากที่ได้ฟังการปราศรัยเมื่อสักครู่ นี่คือคนรุ่นใหม่ที่คิดว่าถ้าเขาได้เป็น สส. สามารถทำงานได้ทันที อภิปรายในสภาได้สบาย

 

#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #เลือกตั้ง2569 #รัฐบาลประชาชน






“ลิซ่า” จัดหนักอำนาจสกปรกเล่นงาน “หมอสุภัทร” รุมสกัดพรรคประชาชนช่วงโค้งสุดท้าย ปลุกคนหาดใหญ่ไม่ทนกับความไม่เป็นธรรม กาหมอสุภัทรให้ถล่มทลาย เลือกรัฐบาลประชาชนที่ประชาชนฝากชีวิตและอนาคตไว้ได้ พร้อมใช้ระบบ-เทคโนโลยีจัดการภัยพิบัติ ไม่มีภาพนายกฯเท้งยืนผัดข้าวแน่นอน

 


ลิซ่า” จัดหนักอำนาจสกปรกเล่นงาน “หมอสุภัทร” รุมสกัดพรรคประชาชนช่วงโค้งสุดท้าย ปลุกคนหาดใหญ่ไม่ทนกับความไม่เป็นธรรม กาหมอสุภัทรให้ถล่มทลาย เลือกรัฐบาลประชาชนที่ประชาชนฝากชีวิตและอนาคตไว้ได้ พร้อมใช้ระบบ-เทคโนโลยีจัดการภัยพิบัติ ไม่มีภาพนายกฯเท้งยืนผัดข้าวแน่นอน


วันที่ 26 มกราคม 2569 อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ภคมน หนุนอนันต์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวปราศรัยหาเสียงช่วย นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 2 พรรคประชาชน เบอร์ 5 ที่ โดยระบุว่า คนไทยทั้งประเทศกำลังจับตาการตัดสินใจเลือกตั้งที่หาดใหญ่ เพราะที่นี่คือภาพจำลองของความล้มเหลวของรัฐบาลทุกมิติ


ภคมน กล่าวว่า ทุกคนเห็นความสกปรกในการพยายามจัดการหมอสุภัทรแล้วหรือยัง ดีเหมือนกันขอให้งัดออกมาทุกกลวิธี ประชาชนจะได้เห็นว่า “พวกคุณขี้ขลาดขนาดไหน” สุดท้ายคนที่จะปกป้องพวกเราจากอำนาจที่ไม่ชอบธรรมคือพี่น้องประชาชนทุกคน ไม่ได้เป็นการปกป้องพรรคประชาชนแต่เป็นการปกป้องศักดิ์ศรีของตัวท่านเอง ขอให้หมอสุภัทรเป็นตัวแทนของคนที่จะลุกขึ้นสู้กับรัฐที่ขี้ขลาดและใช้อำนาจสกปรกรังแกประชาชน เป็นตัวแทนของความหวัง เป็นตัวแทนของผู้ถูกกระทำจากกระบวนการอยุติธรรมทั้งปวง


ความไม่เป็นธรรมเช่นว่านี้ไม่ได้เกิดกับหมอสุภัทรเท่านั้น แต่เกิดกับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ดังนั้นวันนี้ต้องช่วยกันกระจายข่าวว่าหมอสุภัทรยังเป็นผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 2 ของพรรคประชาชนเหมือนเดิม พี่น้องอย่าโหวตโนในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ หากท่านไม่ยอมรับความไม่เป็นธรรม ท่านยิ่งต้องเลือกหมอสุภัทรเบอร์ 5 เลือกพรรคประชาชนเบอร์ 46 ให้ถล่มทลาย ให้เราไปสู้กับผู้มีอำนาจ ให้เราได้จัดตั้งรัฐบาลประชาชน


ภคมน กล่าวต่อว่า พื้นที่เลือกตั้งเขต 2, 3 และ 9 จ.สงขลา เป็นพื้นที่เลือกตั้งที่ตนเชื่อว่าตัดสินใจง่ายที่สุด ตั้งแต่เหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ เป็นวิกฤตจากรัฐล้มเหลว ชัดเจนที่สุดว่าเราฝากชีวิตไว้กับคนเหล่านี้ต่อไปไม่ได้ ในวันนั้นตนและพรรคประชาชนเรียกร้องให้รัฐมีฐานข้อมูลกลางเพื่อให้รัฐสามารถช่วยเหลือประชาชนได้ตรงจุด รักษาชีวิตของประชาชนได้มากที่สุด


สิ่งที่พรรคประชาชนทำคือใช้ฐานข้อมูล JITASA.CARE จิตอาสาดอทแคร์ ซึ่งเป็นของภาคประชาชน ทำให้เรารู้ว่าพื้นที่ไหนต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน ไม่ต้องงมเข็มในมหาสมุทร เราทำงานร่วมกับกู้ภัยนครศรีธรรมราช ช่วยเหลือประชาชนได้วันละกว่าร้อยชีวิต คำถามคือถ้าพวกเราที่มีกำลังเพียงน้อยนิดยังทำได้ แล้วรัฐที่มีอำนาจ งบประมาณ และทรัพยากรมากกว่าหลายเท่า ทำไมจึงไม่ทำ หรือกรณีที่รัฐบาลขอระดมไม้กวาดทางมะพร้าว แต่ตนอยู่ในพื้นที่ สามารถระดมได้ถึง 4,000 ด้ามภายในคืนเดียว ทั้งหมดนี้สะท้อนความล้มเหลวของรัฐที่นั่งบริหารบนหอคอย ไม่มีความสามารถในการบริหารจัดการ ไม่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาหรือช่วยเหลือพี่น้องที่ลอยคอต่อสู้เพื่อให้มีชีวิตรอดในนาทีนั้นได้เลย


ตนไม่ได้ต้องการตอกย้ำ แต่พี่น้องประชาชนยังจำความเสียหายวันนั้นได้หรือไม่ จำอารมณ์ความรู้สึกที่เรารอคอยการรอดชีวิตได้ไหม เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ภัยธรรมชาติ หากรัฐบาลมีฝีมือในการบริหารจะสามารถผ่อนหนักเป็นเบาได้


ภคมนยังกล่าวถึงกรณี ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียง พรรคประชาชน ติดตามทวงถามรัฐบาลเรื่องเงินค่าซ่อมบ้านของพี่น้องชาวหาดใหญ่ ซึ่งไม่ต้องห่วงว่าพรรคประชาชนจะเอาเรื่องนี้มาตีกินทางการเมือง เพราะเราเห็นความเดือดร้อนของประชาชนสำคัญที่สุด แต่สิ่งที่นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ตอบกลับคือบอกว่า “ไม่ใช่หน้าที่นักการเมือง”


ต้องถามสักคำว่านักการเมืองที่อาสามาเป็นตัวแทนประชาชน ทำไมถึงเรียกร้องแทนประชาชนไม่ได้ แล้วจะมาเป็นผู้แทนทำไม เห็นได้เลยว่าคุณล้มเหลวตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ พี่น้องตัดสินใจได้เลยว่าจะฝากชีวิตไว้กับรัฐบาลแบบไหน”


ภคมน กล่าวว่า หากครั้งนี้พรรคประชาชนได้เป็นรัฐบาล เรามีแผนในการฟื้นฟูพื้นที่หาดใหญ่ภายใน 100 วันแรก เงินเยียวยาจาก 49,000 บาท ขยายไปที่ 100,000 บาท พักหนี้จาก 1 ล้าน เป็น 5 ล้านบาท เราจะมีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีเพื่อทำให้การแจ้งเตือนภัยพิบัติแม่นยำมากขึ้น และในวันที่ประชาชนเดือดร้อนที่สุดจะไม่มีภาพ ‘นายกฯ เท้ง’ ยืนผัดข้าวแน่นอน

 

#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #เลือกตั้ง2569 #รัฐบาลประชาชน






วันจันทร์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569

โคราชแดงนับหมื่นทะลักตลาดเซฟวัน! "อ.เชน" ปิดทริปอีสานยิ่งใหญ่ ลั่นพร้อมเป็นนายกฯ คนที่ 33 เปิดโรดแมป "เพื่อไทยทำได้" พลิกฟื้นประเทศทันที “ณัฐวุฒิ” ปราศรัยแรง สวนดุ “ส้ม-น้ำเงิน” โต้เรียงตัวหลังถูกพาดพิงโค้งสุดท้าย

 


โคราชแดงนับหมื่นทะลักตลาดเซฟวัน! "อ.เชน" ปิดทริปอีสานยิ่งใหญ่ ลั่นพร้อมเป็นนายกฯ คนที่ 33 เปิดโรดแมป "เพื่อไทยทำได้" พลิกฟื้นประเทศทันที “ณัฐวุฒิ” ปราศรัยแรง สวนดุ “ส้ม-น้ำเงิน” โต้เรียงตัวหลังถูกพาดพิงโค้งสุดท้าย 


วันที่ 26 มกราคม 2569 เมื่อเวลา 18.00 น. ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย พร้อมคณะ ได้เดินทางมาสักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง จ.นครราชสีมา เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนเดินทางต่อไปยังตลาดเซฟวัน อ.เมือง จ.นครราชสีมา เพื่อปิดทริปการปราศรัยหาเสียงพื้นที่ภาคอีสานกลาง-ใต้ ซึ่งตลอด 3 วันที่ผ่านมาได้ลงพื้นที่ไปแล้ว 9 จังหวัด กว่า 20 จุด


บรรยากาศที่ตลาดเซฟวันเนืองแน่นไปด้วยพี่น้องประชาชนนับหมื่นคนที่มารอให้กำลังใจจนเต็มพื้นที่ โดย ศ.ดร.ยศชนัน และผู้สมัคร สส. นครราชสีมา ทั้ง 16 เขต ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น มีการมอบพวงมาลัยและของดีเมืองโคราช ทั้งหมี่โคราช, พวงมาลัยแคบหมู, น้ำพริกปลาร้า, กุนเชียง, ข้าวตัง และหมูแท่ง เพื่อเป็นการรับขวัญ นอกจากนี้ พรรคเพื่อไทยยังได้เปิดตัวเพลงหาเสียงใหม่ชื่อ "อาจารย์เชน" เป็นครั้งแรก ซึ่งมีจังหวะสนุกสนาน (โจ๊ะ) หวังเจาะฐานเสียงและใช้รณรงค์ในช่วงโค้งสุดท้าย โดยช่วงก่อนขึ้นเวที ประชาชนต่างพากันอุ้ม ศ.ดร.ยศชนัน ขึ้นสู่เวทีท่ามกลางเสียงเชียร์ดังกึกก้อง


ศ.ดร.ยศชนัน ขึ้นปราศรัยโดยระบุว่า มาในฐานะลูกหลานคนโคราช และพร้อมแล้วที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ของชาวโคราช หลายคนฝากความหวังไว้กับพวกเรา และเรามั่นใจว่าในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ จะสานฝันของประชาชนให้เป็นจริง โดยขอประกาศสัญญาใจว่า จะขอกวาดที่นั่ง สส. โคราช ยกจังหวัดทั้ง 16 เขต เพื่อให้พรรคเพื่อไทยกลับมาสานต่อนโยบายตั้งแต่สมัยไทยรักไทย ด้วยขุมกำลังที่สมบูรณ์ที่สุด พร้อมทำงานทันทีเพื่อชาวโคราช


"โคราชจะต้องเป็นมหานครแห่งเกษตร อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว และกีฬา ต้องเป็นเมืองสร้างสรรค์และเมืองแห่งการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของทุกคน พรรคเพื่อไทยทำได้และพร้อมสานต่อวิสัยทัศน์นี้"


ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวต่อถึงปัญหาปากท้องว่า เกษตรกรคือกระดูกสันหลังของชาติ แต่กลับต้องแบกรับภาระหนี้สินเรื้อรัง ตนจึงขอประกาศทำสงครามกับความยากจน และจะล้างหนี้ทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นหนี้เกษตรกร หนี้ กยศ. หรือหนี้ครู พร้อมฟื้นฟูการท่องเที่ยวให้โคราชกลับมาเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก ดึงเม็ดเงินกลับเข้าสู่พื้นที่ ด้านการคมนาคมขนส่ง มีแผนพัฒนารถรางไฟฟ้าวิ่งในเมืองโคราช ในราคา 10 บาทตลอดสาย ซึ่งได้ศึกษาความเป็นไปได้ไว้แล้ว รวมถึงแผนแก้ปัญหาน้ำท่วมและการจราจรติดขัดอย่างเป็นระบบ


จากนั้น ศ.ดร.ยศชนัน ยังได้เปิดโรดแมป "ไทม์ไลน์นโยบายเพื่อไทยทำได้" ซึ่งจะเริ่มนับหนึ่งทันทีตั้งแต่วันแถลงนโยบายต่อรัฐสภา โดยแบ่งระยะการดำเนินงานดังนี้


- ทำทันที : ปราบปรามยาเสพติด ยึดทรัพย์ผู้ค้าให้เสร็จใน 6 เดือน และกวาดล้างแหล่งผลิตใน 1 ปี, ปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์/สแกมเมอร์ พร้อมเยียวยาเหยื่อ, และนโยบายรัฐเป็นลูกค้า SME เพื่อกระจายรายได้สู่รายย่อย


- ภายใน 3 เดือน : โครงการ "คนไทยไร้จน" เติมรายได้ 3,000 บาท/เดือน (ลงทะเบียนใน 3 เดือน จ่ายใน 6 เดือน), สร้างเศรษฐีเงินล้านวันละ 9 คน, หวยเกษียณ, สานต่อโครงการ SML/กองทุนหมู่บ้าน, รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย, และมาตรการล้างหนี้-พักหนี้เกษตรกร-แก้หนี้นอกระบบ


- ภายใน 6 เดือน : ประกันกำไรสินค้าเกษตร 30%, ลดค่าไฟเหลือ 3.70 บาท/หน่วย, สร้าง e-Commerce สัญชาติไทย, โครงการ "เรียนได้งบ จบได้งาน", ทุน ODOS, 30 บาทรักษาทุกที่ด้วย AI, ยกระดับเกษตรกรและ SME ด้วย AI, และ Smart City เมืองปลอดอาชญากรรม


- ภายใน 1 ปี : โครงการ "บ้านเพื่อคนไทย" ขยายโอกาสการมีที่อยู่อาศัยราคาย่อมเยา


ศ.ดร.ยศชนัน ย้ำว่านโยบายทั้งหมดออกแบบมาให้ทำได้จริงและเห็นผลจริง โดยมีหัวใจสำคัญคือการใช้ "รัฐบาลดิจิทัล" เป็นกลไกขับเคลื่อน


ทางด้าน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ได้ขึ้นปราศรัยพาดพิงถึงกรณีที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รักษาการนายกรัฐมนตรี กล่าวหาว่าตนปราศรัยไม่พูดเรื่องนโยบาย โดยนายณัฐวุฒิชี้แจงว่าพรรคเพื่อไทยมีการแบ่งงานกันทำอย่างชัดเจน และยืนยันว่าเพื่อไทยคือพรรคที่สื่อสารนโยบายชัดเจนที่สุด ส่วนกรณีที่นายอนุทินกล่าวว่า "หากเป็นนายกฯ ครบ 4 ปี ประชาชนจะไม่มีที่เก็บเงิน" นั้น ตนฟังแล้วตกใจและตั้งคำถามกลับว่า ประชาชนที่ว่าจะไม่มีที่เก็บเงินนั้นนามสกุลอะไร อยู่จังหวัดไหน ใช่แถวอีสานใต้หรือไม่ พร้อมฝากวาทะเด็ดว่า "ใครจะได้เข้ามาทำงาน ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน แต่อย่าทำให้ทำเนียบรัฐบาล กลายเป็นทำเนียบรับประทาน"


นายณัฐวุฒิ ยังตั้งข้อสังเกตถึงการทำงานของรัฐบาลชุดปัจจุบันว่า ในช่วง 2 เดือนที่คนของ "พรรคหวยสีส้ม" เป็นนายกฯ กลับมีการเร่งงบประมาณโมโตจีพีสูงถึง 4,000 ล้านบาท ในขณะที่คดีฮั้ว สว. และคดีเขากระโดง กลับเงียบหายไป ตนนึกว่าพรรคสีส้มจะออกมาตรวจสอบเรื่องฮั้ว สว. ด้วยกัน แต่กลับเงียบกริบ นอกจากนี้ยังชี้ให้เห็นถึงปรากฏการณ์ใน จ.นครราชสีมา ที่มีลูกหลานตระกูลรัตนเศรษฐ ลงสมัคร สส. กระจายไปทั้งพรรคสีน้ำเงิน พรรคสีส้ม และพรรคผู้กอง ซึ่งน่าสงสัยว่าจะเป็นหลักประกันทางคดีให้กับนายวิรัช รัตนเศรษฐ หรือไม่


ในช่วงท้าย นายณัฐวุฒิกล่าวถึงกรณีพรรคประชาชนพาดพิงพรรคเพื่อไทยเรื่อง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม (ไม่รวม ม.112) ว่า เหตุใดตอนที่พรรคประชาชนทำ MOU ร่วมรัฐบาลกับนายอนุทิน จึงไม่ใช้เรื่องนี้เป็นเงื่อนไขในการเจรจาต่อรอง และกรณีที่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล วิจารณ์ตนว่า "พูดเหมือนใส่เสื้อเหลืองไม่ใช่เสื้อแดง" นั้น ขอยืนยันว่าตนไม่มีวันเดินไปในแนวทางนั้น แต่ขอย้อนถามกลับว่า ตอนที่พรรคประชาชนไปจับมือทำ MOU เพื่อจัดตั้งรัฐบาล เขาเรียกว่าใส่เสื้อสีอะไร


"หลังการเลือกตั้งปี 66 นายปิยบุตรเคยโทรมาขอโทษที่พาดพิงผมในการหาเสียง ซึ่งผมก็ไม่ได้ติดใจ เพราะถือว่าจบไปแล้ว แต่สำหรับการหาเสียงรอบนี้ หากมีการพาดพิงมาอีก ผมก็พร้อมจะอธิบายให้ชัดเจน" นายณัฐวุฒิ กล่าวทิ้งท้าย


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคเพื่อไทย #เลือกตั้ง2569 #นครราชสีมา













ระยองแตกแล้ว! ‘พิธา’ ขอชาวระยองกาเพื่ออนาคตของลูกหลาน กาให้พรรคประชาชนทั้งสองใบ ให้พรรคประชาชนได้เป็น สส. ยกจังหวัดอีกครั้ง เพื่อส่ง ‘เท้ง ณัฐพงษ์’ เป็นนายกรัฐมนตรี

 


ระยองแตกแล้ว! ‘พิธา’ ขอชาวระยองกาเพื่ออนาคตของลูกหลาน กาให้พรรคประชาชนทั้งสองใบ ให้พรรคประชาชนได้เป็น สส. ยกจังหวัดอีกครั้ง เพื่อส่ง ‘เท้ง ณัฐพงษ์’ เป็นนายกรัฐมนตรี


วันที่ 26 มกราคม 2569 พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ลงพื้นที่จังหวัดระยอง ช่วยหาเสียงให้ผู้สมัคร สส. พรรคประชาชน โดยได้เริ่มพบปะประชาชนและปราศรัยที่ลานน้ำพุ สตาร์พลาซ่า ในช่วงบ่าย ตามด้วยตลาดมาบยางพร 23 ในช่วงเย็น 


พิธากล่าวว่า ครั้งที่แล้วพี่น้องประชาชนให้คะแนนกับอดีตพรรคก้าวไกล ในจังหวัดระยอง มากกว่า 230,000 คะแนน เป็นอันดับที่ 2 ของประเทศไทยแล้ว ขอบคุณพ่อแม่พี่น้องที่ส่ง สส. 5 คน 5 เขต ยกจังหวัดเข้าไปดูแลพี่น้องประชาชน โดย ครั้งนี้วันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ เรามีนัดกันอีกครั้งหนึ่ง ขอให้กาทั้งเบอร์ สส. บัญชีรายชื่อ และ สส. แบบแบ่งเขต จากพรรคประชาชนทั้งสองใบ เพื่อส่งณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เข้าทำเนียบรัฐบาล


พิธากล่าวว่า มีเรื่องสำคัญที่เราจะต้องผลักดันต่อร่วมกัน นั่นก็คือการทำงานอย่างไร้รอยต่อ ของ สส. เขต ของ สส. บัญชีรายชื่อ การทำงานของกระทรวง 3 แห่งที่ส่งผลต่อระยองอย่างมีนัยสำคัญแบ่งได้เป็น 3 กระทรวง หนึ่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พี่น้องชาวระยองสร้างเศรษฐกิจให้ประเทศไทยมาเป็นเวลานานแล้ว แลกด้วยสุขภาพของท่าน แลกด้วยสิ่งแวดล้อมของท่าน ควรมีการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม


สอง กระทรวงอุตสาหกรรม พี่น้องประชาชนที่นี่ถูกจัดว่าเป็นจังหวัดที่รวยที่สุดในประเทศไทย แต่สิ่งที่เกิดกับเด็กแรกเกิดในระยองนั้น แย่ที่สุดในประเทศไทย ทารกแรกเกิดใหม่ น้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์ แย่ที่สุดในประเทศไทย 3 อันดับแรกอยู่ที่จังหวัดนี้ ลูกหลานของเราที่อายุ 0-5 ขวบ มีพัฒนาการต่ำที่สุดในประเทศไทย อุบัติเหตุที่มาจากการเดินทางออกจากโรงงาน เข้าโรงงาน อันดับที่แย่ที่สุดในประเทศไทย อยู่ที่ระยอง 


สาม กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ทั้งสามกระทรวงนี้มีผลต่อการแก้ปัญหาให้เกิดความสมดุลระหว่างโครงสร้างเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตชาวระยอง 


พิธากล่าวต่อไปว่า ครั้งที่แล้วตนเชื่อว่าชาวระยองเลือกก้าวไกลเพื่ออนาคตของตนเอง แต่คราวนี้ คือการเลือกเพื่ออนาคตของลูกหลานท่าน อย่าให้เงินไม่กี่พันมาซื้อศักดิ์ศรีของพี่น้องชาวระยองไป เพราะเรากำลังซื้ออนาคตให้กับลูกหลานของเรา 


วันนี้ วันที่ 26 มกราคม เมื่อวานวันที่ 25 มกราคม ครบรอบ 4 ปี น้ำมันรั่วที่หาดแม่รำพึง ถ้าย้อนหลังกันไป 10 กว่าปี น้ำมันรั่วที่อ่าวพร้าว พวกเราไม่เคยลืมนั่นคือสาเหตุที่ทำให้ สส. เขตของท่านทั้ง 5 คน บางคนก็ดูเรื่องเกี่ยวกับ พ.ร.บ. สิ่งแวดล้อม บางคนก็ดูเรื่องเกี่ยวกับ พ.ร.บ. โรงงาน บางคนก็ดูเรื่องเกี่ยวกับ พ.ร.บ. PRTR เพื่อที่จะดูแลสวัสดิการและสิ่งแวดล้อมของท่าน ดูแลลูกหลานของท่านให้สามารถที่จะลืมตาอ้าปากได้ 


​ทุกคนคือแรงงาน ไม่ว่าท่านจะเป็นมาตรา 33 มาตรา 39 มาตรา 40 ประกันสังคมในประเทศไทยต้องโปร่งใส และมีความเป็นมืออาชีพ และแยกออกจากการเมือง แรงงานทั่วประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ระยอง จะสามารถลืมตาอ้าปากได้ มีประกันสังคมที่จ่ายอย่างเป็นธรรม ขยายการดูแลทุกด้าน มีบำนาญตอนแก่ ทำให้สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างสมศักดิ์ศรี สามารถให้ลูกหลานของเราโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีสิ่งแวดล้อม มีสุขภาพ มีสวัสดิการดี


จังหวัดระยอง มีทั้งหมด 5 เขต พรรคประชาชนส่งผู้สมัคร สส. ครบทุกเขต ดังนี้ 


กมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล เขต 1 (เบอร์ 1)

กฤช ศิลปชัย เขต 2 (เบอร์ 1)

พงศธร ศรเพชรนรินทร์ เขต 3 (เบอร์ 6)

ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ เขต 4 (เบอร์ 1)

วัชรพงษ์​ ศิริรักษ์ เขต 5 (เบอร์ 2)


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #เลือกตั้ง2569 #รัฐบาลประชาชน















“ธนาธร” ลุยนครปฐม ขอประชาชนเปลี่ยนความผิดหวังในปี 66 เป็นพลัง กาส้มทั้งสองใบ ส่งพรรคประชาชนเป็นรัฐบาล

 


“ธนาธร” ลุยนครปฐม ขอประชาชนเปลี่ยนความผิดหวังในปี 66 เป็นพลัง กาส้มทั้งสองใบ ส่งพรรคประชาชนเป็นรัฐบาล


วันที่ 26 มกราคม 2569 ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ได้เดินทางมาที่จังหวัดนครปฐม เพื่อช่วยหาเสียงให้กับผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคประชาชน โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนให้กำลังใจตลอดเส้นทาง


ธนาธรได้กล่าวขอบคุณกำลังใจที่ประชาชนมอบให้ตั้งแต่สมัยพรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล จนมาถึงพรรคประชาชน และขอให้ชาวนครปฐมที่มีความโกรธ ความเสียใจ จากการเลือกตั้งในปี 2566 ที่พรรคก้าวไกลชนะการเลือกตั้งเป็นพรรคอันดับหนึ่ง แต่ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ขอให้นำความเสียใจและความโกรธเหล่านั้นมาเป็นพลัง ส่งให้พรรคประชาชนเป็นรัฐบาล


ธนาธรกล่าวต่อไปว่า วันนี้ไม่อาจปล่อยให้สังคมเป็นเช่นนี้ต่อไปได้แล้ว เรามีอดีต ส.ส. พรรคก้าวไกล และพรรคประชาชน ได้ร่วมกันทำหน้าที่ตรวจสอบและเปิดโปงปัญหาสำคัญในสังคม ไม่ว่าจะเป็นขบวนการไอโอ ระบบเส้นสายและตั๋วช้างในวงการทหารและตำรวจ เครือข่ายสแกมเมอร์ในประเทศไทย การผูกขาดของทุนขนาดใหญ่ การควบรวมกิจการที่กระทบผู้บริโภค รวมถึงปัญหาความไม่โปร่งใสของกองทุนประกันสังคม ตลอดจนการเรียกร้องสิทธิด้านสาธารณสุขและการปกป้องระบบนิเวศ ซึ่งการต่อสู้กับโครงสร้างอำนาจและผลประโยชน์เหล่านี้ทำให้หลายคนต้องเผชิญกับการถูกฟ้องร้องกว่าร้อยล้าน แต่พรรคประชาชนยังคงยืนหยัดทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างต่อเนื่อง


ธนาธรกล่าวว่า การที่พรรคประชาชนกล้าที่จะต่อสู้กับเรื่องเหล่านี้ ก็เพราะพรรคประชาชนเป็นการเมืองแบบใหม่ ไม่ซื้อสิทธิ์ขายเสียง ไม่ยึดโยงกับเครือข่ายผู้มีอิทธิพล สิ่งที่พรรคประชาชนมีคือการสนับสนุนจากประชาชนเท่านั้น ที่เป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุดของพรรค ในช่วงสองสัปดาห์สุดท้าย ตนและพรรคประชาชนจะทำงานอย่างเต็มที่ แต่ก็ต้องขอแรงประชาชนทุกท่านช่วยกันสนับสนุน เพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมไทยไปด้วยกัน


นอกจากนี้ ธนาธรยังให้สัมภาษณ์ต่อผู้สื่อข่าวว่า ในการเลือกตั้งครั้งนี้ตนมั่นใจว่าจะได้ ส.ส. นครปฐมเพิ่มขึ้นจากสมัยพรรคก้าวไกลอย่างแน่นอน เพราะครั้งที่แล้ว คะแนนบัญชีรายชื่อของพรรคก็มาเป็นอันดับหนึ่ง ครั้งนี้หวังว่าประชาชนจะเลือกพรรคประชาชนทั้ง 2 ใบ โดยหลังการยุบสภาในช่วงแรก ประชาชนยังไม่ได้ตื่นตัวกับการเลือกตั้งมากนัก แต่ขณะนี้ประชาชนมีความตื่นตัวมากขึ้น ตอบรับนโยบายดีขึ้นทุกสัปดาห์ และหลังจากเมื่อวานมีการนำเสนอวิสัยทัศน์ บรรยากาศก็มีความคึกคักมากขึ้น


ส่วนที่นักวิเคราะห์และนักวิชาการประเมินว่าพรรคประชาชนอาจจะได้ ส.ส. น้อยลง หรือไม่สามารถชนะการเลือกตั้งได้นั้น ธนาธรระบุว่าอาจเป็นเพราะนักวิชาการไม่ได้ลงพื้นที่เหมือนตนเอง ซึ่งตนรู้สึกว่าได้รับการตอบรับจากประชาชนดีขึ้นเป็นลำดับในทุกวันที่เดินหน้าหาเสียง


ส่วนกรณีที่พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กลับมาช่วยหาเสียงให้กับพรรคประชาชน เนื่องจากกำลังกระแสกำลังลดลงหรือไม่ธนาธรกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ประมาณสองสัปดาห์ พิธาได้ใช้เวลารณรงค์หาเสียงกับคนไทยในต่างประเทศ ทำให้คนไทยที่ทำงานและศึกษาอยู่ต่างประเทศเกิดความตื่นตัว เมื่อเสร็จภารกิจแล้วจึงกลับมาช่วยหาเสียงในประเทศไทยตั้งแต่เมื่อวานนี้ 


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #เลือกตั้ง2569 #รัฐบาลประชาชน