วันศุกร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

บอย ธัชพงศ์พร้อมนักกิจกรรมเข้ารับทราบข้อกล่าวหา สน.ประชาชื่น กรณีจัดฉลองคริสต์มาส และงานวันเกิดไมค์ หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

 


บอย ธัชพงศ์พร้อมนักกิจกรรมเข้ารับทราบข้อกล่าวหา สน.ประชาชื่น กรณีจัดฉลองคริสต์มาส และงานวันเกิดไมค์ หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ 


วันนี้ (4 ก.พ. 65) เวลา 10.00 น. ตามที่สน.ประชาชื่น ออกหมายเรียกให้กลุ่มผู้ชุมนุม คดีความมั่นคงตามคดีอาญา ที่ 974/2564 และ 26/2565 กว่า 25 ราย มารายงานตัวที่ สน.ประชาชื่น เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในความผิดฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 และข้อหาอื่น ๆ จากกรณีจัดกิจกรรมชุมนุม เคาว์ดาวน์ ที่บริเวณหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เมื่อ 26 และ 31 ธ.ค. 64 


บรรยากาศในช่วงเช้า กลุ่มผู้ถูกออกหมายเรียกเดินทยอยเดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหากับพนักงานสอบสวน ซึ่งทางตำรวจได้วางมาตรการเข้าสน.อย่างเข้มงวด


โดยทนายจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนมาเดินทางมาเป็นทนายความให้ 


อย่างไรก็ตามวันนี้ ผู้ถูกหมายเรียกที่เดินทางมารายงานตัว จำนวน 6 ราย จาก 25 ราย ได้แก่ 

1. นายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือลูกนัท 2. นายธัชพงศ์ แกดำ หรือบอย

3. นายณัฐชนน ไพโรจน์  หรือณัฐ

4. นายธนพัฒน์ กาเพ็ง หรือปูน

5. น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ 

6. นายพรหมศร วีระธรรมจารี หรือฟ้า


ขณะที่เบญจา อะปัญ เดินทางมาให้กำลังใจเพ่่อนักกิจกรรมด้วย


ด้านธัชพงศ์ หรือบอย ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่า วันนี้ตนมารายงานตัวรับทราบข้อกล่าวหาหลังถูกดำเนินคดี ออกหมายเรียก ในกิจกรรมชุมนุมวันที่ 26 ธ.ค.และวันที่ 31 ธ.ค.64 ที่หน้าเรือนจำฯ ซึ่งเจตนารมณ์ของเราในการจัดกิจกรรมทุกครั้งก็แค่หวังที่จะให้บ้านเมืองดีขึ้น ซึ่งออกมาสะท้อนทำของรัฐบาลเป็นการบริหารที่ผิดพลาด ในอนาคตคงเลี่ยงไม่ได้ที่เราจะต้องออกรวมทั้งมาส่งเสียงเรียกร้องความยุติธรรม ความเป็นธรรมที่ไม่เท่าเทียม 


เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามประเด็นการเลือกตั้ง บอยกล่าวว่า ตนคิดว่ามันสำคัญมาก ขอรณรงค์ให้ฝ่ายประชาธิปไตยออกมาเลือกตั้งกันมากๆ ไม่ว่าจะเป็นพรรคใดก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อไทย หรือก้าวไกล ตน อยากให้ฝ่ายประชาธิปไตยเป็นฝ่ายชนะ


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์







ศาลอาญามีคำสั่งคดี #ละเมิดอำนาจศาล ของ 6 ทะลุฟ้า กรณีเขียนผนังที่หัองเวชชี้ 3 คนรับสารภาพ ลงโทษกักขัง 15 วัน อีก 3 คน ศาลยกคำกล่าวหา เหตุหลักฐานระบุไม่มีส่วนรู้เห็น

 


ศาลอาญามีคำสั่งคดี #ละเมิดอำนาจศาล ของ 6 ทะลุฟ้า กรณีเขียนผนังที่หัองเวชชี้ 3 คนรับสารภาพ ลงโทษกักขัง 15 วัน อีก 3 คน ศาลยกคำกล่าวหา  เหตุหลักฐานระบุไม่มีส่วนรู้เห็น


วันนี้ (4 ก.พ. 65) ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานผ่านทวิตเตอร์ ระบุว่า


เช้านี้ศาลอาญามีคำสั่งคดี #ละเมิดอำนาจศาล ของ 6 ทะลุฟ้า กรณีเขียนผนังห้องเวรชี้


ลงโทษ วชิรวิชญ์-ปวริศ-พีรพงศ์ จำคุก 1 เดือน รับสารภาพ ลดโทษเหลือ 15 วัน พิจารณาจากอายุ-ความสำนึกผิด จึงลดเหลือโทษกักขัง 15 วัน


ส่วนอีก 3 คน ศาลยกคำกล่าวหา เนื่องจากหลักฐานไม่สามารถระบุได้ว่ามีส่วนรู้เห็น 


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์

วันพฤหัสบดีที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

"พีมูฟ" เดินทางกลับบ้าน ยุติชุมนุมปักหลักค้างคืน ภายหลังที่รัฐบาลประยุทธ์ ลงนามคำสั่งตั้งคณะกรรมการอิสระ แก้ปัญหา พร้อมออกแถลงการณ์ติดตามมติครม. หากไม่เป็นผลจะเดินทางกลับมาอีกครั้ง

 


"พีมูฟ" เดินทางกลับบ้าน ยุติชุมนุมปักหลักค้างคืน ภายหลังที่รัฐบาลประยุทธ์ ลงนามคำสั่งตั้งคณะกรรมการอิสระ แก้ปัญหา พร้อมออกแถลงการณ์ติดตามมติครม. หากไม่เป็นผลจะเดินทางกลับมาอีกครั้ง


วันนี้ (3 ก.พ. 65) เวลา 14.40 น. บริเวณถนนพิษณุโลก ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือ P-Move ออกแถลงการณ์เร่งติดตามสิทธิ์ตามมติครม. และยื่นหนังสือขอเรียกร้องปัญหาในเชิงนโยบายแต่ละพื้นที่หมู่บ้านกับตัวแทนสำนักนายกฯ รับทราบ พร้อมประกาศเดินทางกลับ ยุติกิจกรรมการชุมนุมในพื้นที่ โดยจะยังคงรอผลและติดตามมติครม. ต่อไป หากยังไม่มีความคืบหน้าหรือข้อเรียกร้องยังไม่มีผลก็จะกลับมายังบริเวณที่เดิมอีก


สำหรับแถลงการณ์ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ระบุว่า


"ตามที่ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรมได้ปักหลักชุมนุมเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลพลเอกประยุทธ์จันทร์โอชาแก้ไขปัญหาเชิงนโยบาย 15 ข้อตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม 2565 จนนำมาซึ่งการ ประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรมครั้งที่ 1/2565 เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2565 ณ มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดทำเนียบรัฐบาลและห้องประชุมอาคารสำนักงาน ก.พ. (เดิม) โดยมีพลเอก ประวิตรวงษ์สุวรรณรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานได้มีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของพีมูฟทั้ง 15 ข้อและได้นำผลเข้าสู่การพิจารณารับทราบและเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 นั้น

.

เราเห็นว่ามติครม. ดังกล่าวจะมานำซึ่งหลักการและแนวทางการแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชนเชิงนโยบายและโครงสร้างและสร้างกลไกกำกับติดตามระดับพื้นที่อันจะมาซึ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตดังนี้ 

.

1. หลักการสร้างความมั่นคงและยั่งยืนในการเข้าถึงสิทธิในการจัดการที่ดิน และทรัพยากรธรรมชาติของประชาชนและเพื่อให้คนจนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและดำรงวิถีชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีเช่นแนวทางว่าด้วยการยกระดับการจัดการที่ดินในรูปแบบโฉนดชุมชน, หลักการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยชุมชนผู้มีรายได้ น้อยในที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศทั่วประเทศ, การปฏิรูปที่ดินตามกลไกสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (บจ ธ .) นโยบายด้านการพัฒนาสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานและปรับปรุงที่อยู่อาศัยการเร่งรัดแก้ไขปัญหาด้านสิทธิและสถานะบุคคลของช ปส. แล้วเสร็จภายในปี 2566, การผลักดันให้ระบบสวัสดิการถ้วนหน้าเช่นระบบบำนาญประชาชนและเงินอุดหนุนเด็ก, การสนับสนุนและรับรองกฎหมายคุ้มครองสิทธิและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์, การแก้ไขและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการพัฒนารัฐ และการออกกฎหมายนิรโทษกรรมแก่ราษฎรซึ่งได้รับความเสียหายหรือผลกระทบจากการดำเนินการตามนโยบายของรัฐด้านที่ดินและป่าไม้เป็นต้น 

.

2. หลักว่าด้วยการทบทวนและปรับปรุงกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงสิทธิในการจัดการที่ดิน และทรัพยากรธรรมชาติและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดำรงอยู่อย่างมีศักดิ์ศรีเช่นการทบทวนและปรับปรุงกฎหมายป่าไม้ 3 ฉบับประกอบด้วยพ. ร. บ. อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 พ. ร. บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ และพ. ร. ป่าชุมชน พ.ศ. 2562 และร่างกฎหมายลำดับรองที่ออกตามพระราชาบัญญัติดัง กล่าว 

.

3. หลักการแต่งตั้งกลไกติดตามการแก้ปัญหาทั้งระดับนโยบายและรายกรณีเช่นแต่งตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขปัญหาชุมชนกะเหรี่ยงบางกลอย, คณะกรรมการแก้ไขปัญหาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษ, คณะ กรรมการกำกับขับเคลื่อนการฟื้นฟูวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเลและกะเหรี่ยง, การปรับปรุงคณะอนุกรรรมการประสานงานเร่งรัดติดตามการแก้ไขปัญหาและขับเคลื่อนนโยบาย 9 ด้านเป็นต้นอันจะมาซึ่งความร่วมมือในการแก้ปัญหาของขปส. ให้เกิดรูปธรรมความสำเร็จโดยเร็ว

.

เราขอยืนยันว่าจะติดตามการดำเนินการตามมติครม. ดังกล่าวถึงที่สุดหากไม่เป็นตามผลข้างต้นเราจะกลับมาอีกครั้งพร้อมประชาชนทั่วประเทศเพราะการดำรงอยู่ของรัฐบาลก็เพื่อแก้ปัญหาประชาชนเป็นสำคัญเชื่อมั่นและศรัทธาในพลังประชาชนขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ชปส.) / 3 กุมภาพันธ์ 2555"

.

ในเวลาต่อมา 15.00 น. กลุ่มพีมูฟ พร้อมชาวบ้านที่ได้ร่วมปักหลักชุมนุมค้างคืน บริเวณถนนพิษณุโลก ได้เก็บผ้าใบข้าวของเครื่องใช้ จัดกระเป๋าเดินทาง และทำความสะอาดในพื้นที่ที่ใช้ในการปักหลัก เพื่อเดินทางกลับบ้านในแต่ละชุมชนของเครือข่ายขปส. โดยมีการเล่นดนตรีสดพร้อมแจกดอกกุหลาบสีแดงเพื่อเป็นกำลังใจให้ชาวบ้านที่มาร่วมทำกิจกรรมครั้งนี้อีกด้วย


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พีมูฟ













ทะลุฟ้าพร้อมนักกิจกรรม ทยอยรายงานตัว สน.พหลโยธิน จากกรณีชุมนุมหน้าศาลอาญารัชดา 24 ธ.ค. 64 "เดินหยุดขัง" เรียกร้องปล่อยนักโทษทางการเมือง

 


ทะลุฟ้าพร้อมนักกิจกรรม ทยอยรายงานตัว สน.พหลโยธิน จากกรณีชุมนุมหน้าศาลอาญารัชดา 24 ธ.ค. 64 "เดินหยุดขัง" เรียกร้องปล่อยนักโทษทางการเมือง


วันนี้ (3 ก.พ. 65 ) บรรยากาศช่วงเช้ากลุ่มทะลุฟ้าพร้อมด้วยนักกิจกรรมทยอยเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา กับพนักงานสอบสวน กรณีจัดกิจกรรมชุมนุมที่บริเวณหน้าศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เมื่อ 24 ธ.ค. 64  โดยมี เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งโต๊ะ ด้านหน้าทางเข้า สน. 


ทั้งนี้ผู้ถูกออกมาเรียกจำนวน 28 คน ประกอบด้วย 1. นางสาววรรณวลี ธรรมสัตยา หรือตี้ พะเยา 2. นายธนพัฒน์ กาเพ็ง หรือปูน 3. นางสาวทานตะวัน ตัวตุลานนท์ 4. นายณวรรษ เลี้ยงวัฒนา 5. นายคุณานนต์ คุณานุวัฒน์ 6. นายวชิรวิชญ์ ลิมป์ธนวงศ์ 7. นายทรงพล สนธิรักษ์ 8. นางสาวรัชนก มหาวรรณ 9. นางสาวปนัดดา ศิริมาศกุล หรือต๋ง ทะลุฟ้า 10. นายจิตริน พลาก้านตง 11. นายชาติชาย ไพรลิน 12. นายเอกชัย หงส์กังวาน 13. นายโชคดี ร่มพฤกษ์ 14. นางวรวรรณ หรือป้าเป้า แซ่อิ้ง 15. นายเจษฎาภรณ์ โพธิ์เพชร 16. นายมงคล ผลโรจน์ปัญญา 17. นายอัครวินท์ สมบูรณ์  18. นายชาติชาย แกดำ 19. นายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย 20. นางสาวธนพร วิจันทร์ 21. นางสาวพิมชนก ใจหงษ์  22. นายยุกติ มุกดาวิจิตร 23. นายณัฐชนน ไพโรจน์ 24. นายณัชปกร นามเมือง 25. นางสาวจีรนุช เปรมชัยพร 26. นายพรหมศร วีระธรรมจารี 27. นายเกียรติชัย ตั้งภรณ์พรรณ 28. นายกฤษพล ศิริกิตติกุล 


ภายหลังเสร็จสิ้น ขั้นตอนการรายงานตัว รับทราบข้อกล่าวหา และเสียค่าปรับ โดยผู้ถูกกล่าวหาที่เดินทางมาทั้ง 6 รายในวันนี้ โดย 4 ราย ยอมรับทราบข้อกล่าวหาพร้อมเสียค่าปรับ ตามจำนวนข้อหาของแต่คน จำนวน 500 - 800 บาท (ไม่ต้องพิมพ์ลายนิ้วมือ)


และมี 2 คน คือ นายธนพัฒน์ กาเพ็ง และน.ส.ปนัดดา ศิริมาศกุล  สมาชิกกลุ่มทะลุฟ้า ที่ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยเจ้าตัวยอม ต่อสู้ในชั้นศาลจนถึงที่สุด 


อย่างไรก็ตามผู้ถูกหมายเรียกที่เหลือ จะเดินทางมารายงานตัวรับทราบข้อกล่าวหา ในวันที่ 7 ก.พ.นี้ ต่อไป 


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์





เครือข่ายแรงงานฯ บุกกระทรวงทวงถามวันเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ชูประเด็น “หยุดสืบทอดอำนาจคสช. บอร์ดประกันสังคมต้องมาจากการเลือกตั้ง”

 


เครือข่ายแรงงานฯ บุกกระทรวงทวงถามวันเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ชูประเด็น “หยุดสืบทอดอำนาจคสช. บอร์ดประกันสังคมต้องมาจากการเลือกตั้ง”

 

วันนี้ (3 ก.พ. 65) เมื่อเวลา 10.00 น. กลุ่มเครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชนได้รวมตัวกันบริเวณหน้ากระทรวงแรงงาน เพื่อทวงถามเรื่องกำหนดวันเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ที่เคยเรียกร้องให้มาจากการเลือกตั้ง ไม่ใช่มาจากการสรรหา และอยากให้มีการเลือกตั้งบอร์ดผู้ประกันตนโดยเร็ว ควรสื่อสารให้ผู้ที่ประกันตนทราบอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการบริหารเงินของบอร์ดประกันตนด้วย


ส่วนผู้ประกันตนที่มีในแต่ละจังหวัด เพื่ออำนวยความสะดวกและลดอุปสรรคในการใช้สิทธิเลือกตั้งบอร์ผู้ประกันตนควรจัดให้มีการเลือกตั้งแบบอิเล็กทรอนิกส์ (ออนไลน์) ที่มีประสิทธิภาพ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเลือกตั้งดังกล่าว


ด้านนางสาวธนพร วิจันทร์ ตัวแทนเครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน กล่าวว่า เป็นเวลากว่า 7 ปีแล้วที่ไม่ได้มีการเลือกตั้งบอร์ดสปส.ให้เป็นไปตามกฎหมาย แม้กระทั่งมีการออกระเบียบว่าด้วยหลักเกณฑ์การเลือกตั้ง แล้วเมื่อวันที่ 8 ก.ค.2556 ตอนนี้ก็ยังไม่มีการประกาศวันเลือกตั้งออกมา ขณะที่บอร์ดชุดปัจจุบันเหลือสัดส่วนภาคประชาชนเพียง 2 คนเท่านั้น


อย่างไรก็ตามทราบมาว่ามีแนวโน้มที่รมว.แรงงานจะใช้หลักการสรรหาและแต่งตั้ง ซึ่งกลับไปอยู่ในระบบที่ล้าหลัง เครือข่ายแรงงานฯ ไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการสืบทอดอำนาจคสช.เช่นนี้ จึงขอเรียกร้องให้รมว.แรงงาน ประกาศวันเลือกตั้ง ให้สิทธิผู้ประกันตน 1 สิทธิ 1 เสียงในการเลือกผู้แทนของตัวเองเข้าไป รวมถึงควรปรับแก้กฎหมายให้สิทธิ์ผู้ประกันตนที่เป็นแรงงานข้ามชาติมีสิทธิในการเลือกตั้งด้วย เพราะผู้ประกันตนที่เป็นแรงงานข้ามชาติก็จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมเช่นเดียวกัน ควรมีสิทธิในการเลือกผู้แทนของตัวเอง


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์








พรรคเพื่อไทยแถลงข่าว ต้อนรับ “ทูตรัศมิ? ชาลีจันทร์” และกลุ่ม soft power นำโดย “นิธินันท์ ยอแสงรัตน์” ผู้สมัครสมาชิกตลอดชีพพรรคเพื่อไทย

 


พรรคเพื่อไทยแถลงข่าว ต้อนรับ “ทูตรัศมิ์ ชาลีจันทร์” และกลุ่ม soft power นำโดย “นิธินันท์ ยอแสงรัตน์” ผู้สมัครสมาชิกตลอดชีพพรรคเพื่อไทย

 

วันนี้ (3 ก.พ. 65) ที่ทำการพรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค รศ.ชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรค และน.ส.ธีรรัตน์สำเร็จวาณิชย์ โฆษกพรรค แถลงให้การต้อนรับสมาชิกใหม่ของพรรคเพื่อไทยตลอดชีพ 6 ท่าน

 

โดยนายประเสริฐ ได้แนะนำสมาชิกใหม่เป็นรายบุคคล ได้แก่

 

1. ทูตรัศมิ์ ชาลีจันทร์ เจ้าของเพจทูตนอกแถว เป็นนักการทูตประชาธิปไตย เป็นนักต่อสู้ในการแสดงออกถึงความเท่าเทียมกันในสังคม

2. นิธินันท์ ยอแสงรัตน์ อดีตนักข่าว บก.อาวุโส มติชน-เนชั่น มีคำพูดที่เคยกล่าวไว้ว่า “สื่อมวลชนที่ยืนเคียงข้างเผด็จการไม่ใช่สื่อ เพราะพื้นฐานของการทำสื่อคือเสรีภาพ เมื่อมีเสรีภาพจึงได้เสียงจากมวลชนทั้งหมด”

3. สมชาย แซ่จิว นักประวัติศาสตร์ศึกษา เป็นนักค้นคว้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งประวัติศาสตร์ประเทศจีน เป็นบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรมเกี่ยวกับประเทศจีน

4. อรุณวตี ฉัตรเท (กงลี่) เป็นนักเขียน ผลงาน “แล้วเราจะรักกันได้อย่างไร” เป็นนวนิยายที่สะท้อนให้เห็นถึงเบื้องหลังละครโทรทัศน์ ที่สำคัญได้สอดแทรกประวัติศาสตร์การเมืองไทยในช่วงที่มีการประท้วงมีการชุมนุมได้อย่างกลมกลืน

5. ภัทรพล ฉัตรชลาวิไล นักธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ หรือศิลปินสื่อสิ่งพิมพ์

6. ชวิศ อุนยโกวิท นักธุรกิจ IT เป็นบุคคลที่มีความสำเร็จด้านธุรกิจ

 

นอกจากนี้ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า “ทั้ง 6 ท่านได้มาสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยเรียบร้อยแล้ว และที่สำคัญพรรคฯ ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ท่านแสดงเจตจำนงเป็นสมาชิกตลอดชีพของพรรคเพื่อไทย พรรคฯ ของแสดงความยินดีและขอบคุณที่ท่านเล็งเห็นถึงอุดมการณ์ที่สำคัญของพรรคเพื่อไทยและได้มาร่วมแนวทางของพรรคเพื่อไทยในอนาคต ทุกท่านเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถที่จะมาร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยในการทำงานด้านต่าง ๆ เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนคนไทยต่อไป”

 

ท่านทูตรัศมิ์ ชาลีจันทร์ กล่าวว่า “ขอบคุณในการต้อนรับจากพรรคเพื่อไทย พวกเรามาจากหลากหลายอาชีพ คิดว่าถึงเวลาที่พวกเราจะได้เข้ามามีส่วนร่วมที่จะช่วยผลักดันสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้กับประเทศชาติ เราได้พิจารณาเห็นแล้วว่าควรที่เราจะได้มาเป็นส่วนหนึ่งของพรรคเพื่อไทย ที่ผมได้ติดตามการทำงานและเชื่อมั่นทั้งความสามารถในการบริหารประเทศ มีผลงานต่าง ๆ ที่พิสูจน์ให้เห็นแล้วมากมาย ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศให้เจริญรุดหน้าและมีประชาธิปไตยอย่างแท้จริงต่อไปในอนาคต”

 

ด้าน “นิธินันท์ ยอแสงรัตน์” กล่าวว่า “การที่กลุ่มเพื่อนทั้ง 6 คน มาสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยวันนี้เป็นการแสดงออกเพื่อสร้างบรรทัดฐานอย่างหนึ่งให้กับสังคมไทยซึ่งต้องการประชาธิปไตยอย่างยิ่งในห้วงเวลาที่เป็นเผด็จการอย่างยิ่งนี้ว่า เมื่อเราสนับสนุนพรรคการเมืองที่เป็นประชาธิปไตยในทัศนะของเรา และเราซึ่งรักประชาธิปไตย เราสามารถมีส่วนร่วมได้ด้วยการมาสมัครเป็นสมาชิกพรรค และช่วยการพัฒนาและสร้างสรรค์พรรคการเมืองที่เราเชื่อมั่นให้ทำประโยชน์เพื่อประชาชนซึ่งคือหัวใจของประเทศชาติได้ดียิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามดิฉันมั่นใจและเชื่อมั่นในแนวทางของพรรคเพื่อไทย เชื่อมั่นว่าพรรคเพื่อไทยไม่ได้เปลี่ยนแปลงอุดมการณ์ ไม่ได้เปลี่ยนแปลงหัวใจเพื่อประชาชน แต่ถ้าวันหนึ่งพรรคเพื่อไทยเปลี่ยนแปลง เราก็มีสิทธิ์ที่จะไม่เป็นสมาชิก แต่ดิฉันเชื่อมั่นว่าพรรคเพื่อไทยจะไม่เปลี่ยนแปลงอุดมคติที่เขาสืบทอดดีเอ็นเอกันมานานแล้ว”

ต่อมา น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ โฆษกพรรค กล่าวว่าเป็นความภาคภูมิใจที่พรรคฯ ได้มีโอกาสต้อนรับบุคคลากรที่มีคุณภาพในหลาย ๆ สาขาวิชาชีพ มาร่วมตัวกันทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน ถือเป็นการมีส่วนร่วมทางการเมืองที่สำคัญที่เราจะไม่สามารถที่จะสิ้นหวังและหมดความท้อแท้ได้ เพราะในวิกฤตที่ชาติประสบขณะนี้เราต้องการทุก ๆ กำลัง ทุก ๆ แรงสนับสนุนเพื่อที่จะร่วมกันฟันฝ่าอุปสรรคที่เกิดขึ้นในขณะนี้ไปให้ได้ นี่คือสิ่งหนึ่งที่พรรคฯ ได้ทำมาตลอดจนได้รับการยอมรับ เรารู้ว่าออุปสรรคที่เราเจออยู่ข้างหน้านั้นไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะฝ่าฟันไป แต่เรามั่นใจว่าด้วยหัวใจคือประชาชนที่พรรคฯ ยึดถือเสมอมา เราจะมีกองกำลังหนุนเป็นประชาชน และเราจะเป็นด่านหน้าที่จะฟันฝ่าอุปสรรคนี้ไปให้ได้


จากนั้นนายประเสริฐ จันทรรวงทอง, นายภูมิธรรม เวชยชัย และ รศ.ชูศักดิ์ ศิรินิล ได้ร่วมกันสวมเสื้อพรรคเพื่อไทยให้กับสมาชิกใหม่ทุกท่าน

 

#เพื่อไทย #UDDnews #ยูดีดีนิวส์











กลุ่มลูกจ้างแรงงานฯ ยื่นหนังสือถึงนายกฯ ร้องขอรัฐแก้ปัญหาพนักงานถูกเลิกจ้างโดยไม่ได้รับเงินชดเชย

 


กลุ่มลูกจ้างแรงงานฯ ยื่นหนังสือถึงนายกฯ ร้องขอรัฐแก้ปัญหาพนักงานถูกเลิกจ้างโดยไม่ได้รับเงินชดเชย


วันนี้ (3 ก.พ. 65) เวลา 09.30 น.ที่บริเวณด้านหน้าอาคารภายในสำนักงานก.พ.กลุ่มสภาองค์กรลูกจ้างแรงงานสัมพันธ์แห่งประเทศไทย นำโดย นาย บุญยืน  สุขใหม่ ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายสภาองค์กรลูกจ้างแรงงานสัมพันธ์แห่งประเทศไทย เดินทางมาเพื่อยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เรียกร้องขอความเป็นธรรมกรณีพนักงานถูกเลิกจ้าง


โดยมีประเด็นที่ร้องขอให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาของลูกจ้างทั้งหมด ดังนี้


1. ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินคดีบริษัท นิรันดร์ (ประเทศไทย) จำกัด จนกว่าคดีจะถึงที่สุด

2. ให้ดำเนินคดีกับผู้บริหารหรือผู้ที่เกี่ยวข้องในกรณีที่เจตนาฝ่าฝืนพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน 2541 จนกว่าคดีจะถึงที่สุด

3.ให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจัดหาที่เก็บทรัพย์สินที่ลูกจ้างยึดและอายัดทรัพย์นายจ้างที่อยู่ระหว่างการรอการขายทอดตลาด

4. ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดหาเงินมาชำระแก่ลูกจ้างตามคำพิพากษาของศาลแรงงานภาค 2 ระยอง ซึ่งเป็นที่สุดแล้วทุกคน รวมเป็นเงินพร้อมดอกเบี้ยจำนวนทั้งสิ้น 11,543,068.44 บาท (สิบเอ็ดล้านห้าแสนสี่หมื่นสามพันหกสิบแปดบาทแปดสิบสี่สตางค์)


ต่อมาเวลา 09.50 น. กลุ่มฯ ได้ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ผ่านนายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี รับเรื่องไว้เพื่อดำเนินการต่อไป


และในเวลา 10.06 น. กลุ่มฯ ยุติกิจกรรมยื่นหนังสือ  อยู่ระหว่างรับประทานอาหารภายในสำนักงานก.พ. จากนั้น กลุ่มเดินทางไปรัฐสภา เพื่อพบและให้ข้อมูลกับคณะกรรมาธิการด้านแรงงาน ในเวลา 13.30 น. ต่อไป


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์