วันพฤหัสบดีที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

กลุ่มลูกจ้างแรงงานฯ ยื่นหนังสือถึงนายกฯ ร้องขอรัฐแก้ปัญหาพนักงานถูกเลิกจ้างโดยไม่ได้รับเงินชดเชย

 


กลุ่มลูกจ้างแรงงานฯ ยื่นหนังสือถึงนายกฯ ร้องขอรัฐแก้ปัญหาพนักงานถูกเลิกจ้างโดยไม่ได้รับเงินชดเชย


วันนี้ (3 ก.พ. 65) เวลา 09.30 น.ที่บริเวณด้านหน้าอาคารภายในสำนักงานก.พ.กลุ่มสภาองค์กรลูกจ้างแรงงานสัมพันธ์แห่งประเทศไทย นำโดย นาย บุญยืน  สุขใหม่ ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายสภาองค์กรลูกจ้างแรงงานสัมพันธ์แห่งประเทศไทย เดินทางมาเพื่อยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เรียกร้องขอความเป็นธรรมกรณีพนักงานถูกเลิกจ้าง


โดยมีประเด็นที่ร้องขอให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาของลูกจ้างทั้งหมด ดังนี้


1. ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินคดีบริษัท นิรันดร์ (ประเทศไทย) จำกัด จนกว่าคดีจะถึงที่สุด

2. ให้ดำเนินคดีกับผู้บริหารหรือผู้ที่เกี่ยวข้องในกรณีที่เจตนาฝ่าฝืนพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน 2541 จนกว่าคดีจะถึงที่สุด

3.ให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจัดหาที่เก็บทรัพย์สินที่ลูกจ้างยึดและอายัดทรัพย์นายจ้างที่อยู่ระหว่างการรอการขายทอดตลาด

4. ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดหาเงินมาชำระแก่ลูกจ้างตามคำพิพากษาของศาลแรงงานภาค 2 ระยอง ซึ่งเป็นที่สุดแล้วทุกคน รวมเป็นเงินพร้อมดอกเบี้ยจำนวนทั้งสิ้น 11,543,068.44 บาท (สิบเอ็ดล้านห้าแสนสี่หมื่นสามพันหกสิบแปดบาทแปดสิบสี่สตางค์)


ต่อมาเวลา 09.50 น. กลุ่มฯ ได้ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ผ่านนายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี รับเรื่องไว้เพื่อดำเนินการต่อไป


และในเวลา 10.06 น. กลุ่มฯ ยุติกิจกรรมยื่นหนังสือ  อยู่ระหว่างรับประทานอาหารภายในสำนักงานก.พ. จากนั้น กลุ่มเดินทางไปรัฐสภา เพื่อพบและให้ข้อมูลกับคณะกรรมาธิการด้านแรงงาน ในเวลา 13.30 น. ต่อไป


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์










วันพุธที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

"แซม สาแมท" ได้รับการปล่อยตัว เหตุอัยการไม่ส่งฟ้องตามกำหนด หลังถูกคุมขังมา 96 วัน

 


"แซม สาแมท" ได้รับการปล่อยตัว เหตุอัยการไม่ส่งฟ้องตามกำหนด หลังถูกคุมขังมา 96 วัน


วันนี้ (2 ก.พ. 65) เวลาประมาณ 20.15 น. นายแซม สาเมท ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพ จึงได้เดินทางมารับทราบนัดกับพนักงานสอบสวน ที่ สน.ทุ่งสองห้อง และพนักงานสอบสวนจะนำตัวส่งพนักงานอัยการ แขวง 9  ต่อไป  


ทั้งนี้ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาล ทุ่งสองห้อง ได้รับหนังสือด่วนที่สุดจากเรืแนจำพิเศษกรุงเทพฯ ความว่า


ด้วยเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร จะได้ปล่อยตัว นายแชม สาเมท ผู้ต้องหาต่างด้าว ในคดีหมายเลข ฝ ๑๔๑๕/๒๕๖๔ ของศาลอาญา ซึ่งต้องหาว่าทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ และเป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักร โดยไม่ได้รับอนุญาต ตามหมายปล่อยของศาสอาญา เนื่องจากพนักงานอัยการไม่ฟ้องภายในกำหนด และในคดีนี้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้องเป็นผู้สอบสวนดำเนินคดี


ต่อมาเวลา 19.47 น. "แซม สาแมท" ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร โดยไม่มีการอายัดตัวหรือหมายในคดีอื่นอีก


นับการถูกคุมขังในสองคดีที่เขาถูกจับและฝากขังต่อเนื่องกันมา ตั้งแต่วันที่ 30 ต.ค. 64 เขาถูกคุมขังมาทั้งหมด 96 วัน


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์





เเนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ยื่นหนังสือกมธ.พัฒนาการเมืองฯ ร้อง เร่งให้ตรวจสอบ หลังเจ้าหน้าที่รัฐติดตามนักกิจกรรมและประชาชนตามที่พักอาศัย ชี้! นี่หรือคือการกระทำในประเทศประชาธิปไตย

 


เเนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ยื่นหนังสือกมธ.พัฒนาการเมืองฯ ร้อง เร่งให้ตรวจสอบ หลังเจ้าหน้าที่รัฐติดตามนักกิจกรรมและประชาชนตามที่พักอาศัย ชี้ นี่หรือคือการกระทำในประเทศประชาธิปไตย

 

วันนี้ (2 ก.พ. 65) ที่อาคารรัฐสภา ณัฐชา บุญไชยอินทสวัสดิ์ ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชนเเละการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย กรุณพล เทียนสุวรรณ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการฯ รับเรื่องร้องเรียนจาก ตัวเเทนกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ที่ร้องขอให้คณะกรรมาธิการฯ ตรวจสอบกรณีเจ้าหน้าที่รัฐเฝ้าติดตามนักกิจกรรมและประชาชนยังบริเวณที่พักอาศัย

 

ณัฐชา กล่าวว่า วันนี้ตนได้รับเรื่องร้องเรียนจากเยาวชนที่ออกมาชุมนุมทางการเมือง เเละหลังจากจบการชุมนุมมีการคุกคามจากเจ้าหน้าที่รัฐเข้าติดตามผู้ชุมนุมถึงที่พักอาศัย ซึ่งกรณีเช่นนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นในประเทศที่ปกครองในระบอบประชาธิปไตย

 

เเละก่อนหน้านี้ทางกมธ.ได้ติดตามการการะทำจากเจ้าหน้าที่รัฐมาโดยตลอด เรามีความกังวลอย่างมากต่อการกระทำเกินอำนาจขอบเขตของเจ้าที่รัฐที่รับคำสั่งผู้บังคับบัญชามา แต่ไม่คำนึงถึงสิทธิเเละเสรีภาพประชาชน

 

“นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจากประเทศประชาธิปไตย นี่คือสิ่งที่เกิดจากการที่เยาวชนหนุ่มสาวออกมาเรียกร้องทางการเมือง กลับต้องถูกเผชิญการคุกคามจากเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งมันไม่ควรเกิดขึ้นในประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย ในปัจจุบันจากการกระทำที่เกิดขึ้น มันเป็นการลุแก่อำนาจมันเกินขอบเขตของเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน” ณัฐชา กล่าว

 

ขณะที่ นายเสกสิทธิ์ แย้มสงวนศักดิ์ กล่าวว่า ตนในฐานะประชาชนผู้ใช้สิทธิตามกฎหมาย โดยเป็นตัวแทนรวบรวมข้อมูลกรณีที่นักเคลื่อนไหวถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจคุกคาม และได้พา นาย ชลธิศ โชติสวัสดิ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในนักเคลื่อนไหวที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจคุกคาม มาร่วมยื่นหนังสือ

 

โดยตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่ของรัฐทั้งทหาร ตำรวจได้มาคุกคามยังบ้านพักอาศัยของนักกิจกรรมกว่าหลายสิบกรณีเกือบทุกจังหวัด จึงได้รวบรวมข้อมูลมายื่นต่อคณะกรรมาธิการฯ เพื่อช่วยตรวจสอบว่าเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบด้วยกฎหมายหรือไม่เพราะการกระทำทางปกครองของเจ้าหน้าที่รัฐจำเป็นจะต้องมีอำนาจตามกฎหมายซึ่งไม่พบว่ามีกรณีใดให้อำนาจเจ้าหน้าที่รัฐหรือฝ่ายความมั่นคงเข้าเยี่ยมบ้านของนักเคลื่อนไหวโดยที่ไม่มีความผิดมาก่อน จึงขอให้คณะกรรมาธิการได้เรียกผู้ที่เกี่ยวข้อง อาทิ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ผู้บังคับบัญชาควบคุมฝูงชน กอ.รมน. มาให้ข้อมูลรวมถึงแสดงเอกสารคำสั่งเพื่อตรวจสอบ นอกจากนี้ยังมีกรณีเจ้าหน้าที่ใช้รถกระบะติดตามก็เป็นการประพฤติด้วยมิชอบเช่นกัน จึงอยากขอให้ตรวจสอบกรณีต่าง ๆ เหล่านี้

 

ด้าน ณัฐชา กล่าวทิ้งท้ายว่าในฐานะประธานกมธ. ตนไม่นิ่งนอนใจเเน่นอน ทางคณะกรรมาธิการจะเชิญหน่วยงานของเจ้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง อาทิ ผู้บัญชาการตำรวจเเห่งชาติ, ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, ผู้บังคับบัญชาควบคุมฝูงชน, กอรมน. ชี้เเเจงต่อกมธ.ว่าเหตุผลที่กระทำลงไปเพราะอะไร เเละเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพหรือไม่ ขอให้พี่น้องประชาชนร่วมติดตามต่อกรณีดังกล่าว หากท่านพบเบาะเเส หรือครอบครัวของท่านถูกกระทำจากการคุกคามของเจ้าหน้าที่รัฐขอให้ส่งเรื่องมายังทางกมธ. โดยเราจะเร่งตรวจสอบกรณีที่เกิดขึ้น เเละขอให้หน่วยงานต่างๆให้คำตอบต่อพี่น้องประชาชนอย่างตรงไปตรงมาให้คุ้มค่ากับภาษีที่ประชาชนได้จ่าย

 

#UDDnews #ยูดีดีนิวส์




ธิดา ถาวรเศรษฐ : ผลการเลือกตั้ง “จตุจักร-หลักสี่” สะท้อนแนวคิดทางการเมืองของคนกทม.ปัจจุบัน [แต่ยังไม่อาจเป็นข้อสรุปเบ็ดเสร็จได้]

วันอังคารที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

อนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกฯ เปิดวงเจรจา #พีมูฟ กลางถนน ยืนยันไม่มีแต่งเสริมเติมแต่ง พร้อมแก้ปัญหาให้ทุกคน

 


อนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกฯ เปิดวงเจรจา #พีมูฟ กลางถนน ยืนยันไม่มีแต่งเสริมเติมแต่ง พร้อมแก้ปัญหาให้ทุกคน

จากกรณีม็อบ P-Move หรือ กลุ่มผู้ชุมนุมขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) หรือ #พีมูฟ ยกระดับการชุมนุม โดยเคลื่อนขบวนประชิดแนวรั้วลวดหนามของเจ้าหน้าที่ที่นำมาวางไว้เชิงสะพานชมัยมรุเชฐ ซึ่งผู้ชุมนุมเพื่อต้องการเข้าไปตามหา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี

ล่าสุดเวลา 17.00 น. นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางออกมาเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุม ที่บริเวณถนนพิษณุโลก

นายอนุชากล่าวว่า จะทำทุกอย่างเพื่อกลุ่มผู้ชุมนุมให้มากที่สุดเท่าที่ตัวเองจะทำได้ เพื่อหาทางออกร่วมกัน และให้ทุกคนพึงพอใจ ยืนยันด้วยเกียรติของคนไทยคนหนึ่งว่าจะช่วยกันแก้ปัญหา

ขณะที่ตัวแทนของกลุ่มผู้ชุมนุมกล่าวว่า การเจรจาวันนี้ถือว่าเป็นที่น่าพอใจ แต่อย่างไรก็ตามจะมีการติดตามการประชุมในวันอังคารนี้ อย่ากดดันให้ทุกคนกลับบ้าน

สำหรับการชุมนุมของกลุ่มพีมูฟ ปักหลักมาตั้งแต่วันที่ 19 มกราคมที่ผ่านมาแล้ว และได้เคลื่อนขบวนมาปักหลักแยกนางเลิ้ง ใกล้ทำเนียบรัฐบาลตั้งแต่ช่วงแรกของการเริ่มชุมนุม โดยเรียกร้อง 15 ข้อ ด้านที่เกี่ยวข้องกับนโยบายที่ดิน ทรัพยากร ที่อยู่อาศัย

#ม็อบ1กุมภา65
#UDDnews #ยูดีดีนิวส์





ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ : พปชร.แพ้ขาด ประยุทธ์บนเส้นทางอำนาจ ชะตาขาดหรือไม่? : หัวใจไม่หยุดเต้น EP.53


พปชร.แพ้ขาด ประยุทธ์บนเส้นทางอำนาจ ชะตาขาดหรือไม่? : หัวใจไม่หยุดเต้น EP.53

 

ผลการเลือกตั้งซ่อมเขตจตุจักร-หลักสี่ออกมาไม่เหนือความคาดหมายนะครับ เพราะ “สุรชาติ เทียนทอง” จากพรรคเพื่อไทยเป็นเต็งหนึ่งมาตลอด ถึงที่สุดก็ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง แต่ตัวเลขคะแนนที่ออกมาคิดว่ามีหลายแง่มุมจะสนทนากัน

 

คะแนนของผู้ชนะเป็นการบวกกันระหว่างกระแสความนิยมของพรรคเพื่อไทย และตัวตนของคุณสุรชาติเองซึ่งเกาะติดพื้นที่ตั้งแต่วันแรกที่พ่ายแพ้การเลือกตั้ง จนมาถึงวันที่ได้รับโอกาสใหม่อีกครั้ง เป็นปัจจัย ++ ที่ทำให้ทิ้งห่างคู่แข่งขันค่อนข้างจะขาดลอย

 

ส่วนคะแนนของฝ่ายแชมป์เก่า คุณสิระ เจนจาคะ คราวนี้ต้องพูดกันชัด ๆ ว่ากระแสความนิยมในตัวพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และกระแสความนิยมของพรรคพลังประชารัฐ รูดตกเหวลงไปพร้อม ๆ

 

ความเป็นพล.อ.ประยุทธ์ ไม่สามารถนำมาโฆษณาขายได้เหมือนกับการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ส่วน “พลังประชารัฐ” จากความล้มเหลวในการบริหารประเทศ ความแตกแยกภายใน ทำท่าว่าพรรคจะอยู่ด้วยกันไม่ได้ ก็ทำให้ประชาชนที่เคยให้ความเชื่อมั่น ถอนใจ ถอนตัวออกมา เหตุการณ์แบบนี้เกิดเป็นคำถามด้วยซ้ำไปว่า เลือกตั้งใหญ่คราวหน้าจะยังมีพลังประชารัฐเป็นพรรคหลักพรรคหนึ่งในสนามหรือไม่?

 

มองในเชิงเปรียบเทียบก็มีภาพที่น่าสนใจนะครับ ระหว่างวัตรปฏิบัติของ “สุรชาติ เทียนทอง” ในวันที่ไม่ได้เป็นส.ส. กับวัตรปฏิบัติของ “สิระ เจนจาคะ” วันที่ได้เป็นส.ส. ชัยชนะของ “สุรชาติ เทียนทอง” เป็นบทพิสูจน์อย่างหนึ่งว่าถ้านักการเมืองไม่ว่าจะมีหรือไม่มีตำแหน่ง หากยังเกาะติดพื้นที่ทำงานเพื่อประชาชน แม้ยังไม่ได้เข้าไปนั่งในสภา แต่จะได้เข้าไปนั่งในที่ที่อบอุ่นปลอดภัยยิ่งกว่า คือในหัวใจประชาชน ส่วนคนที่ได้เข้าไปนั่งในสภาแล้ว ถ้าหากบทบาทหรือแม้กระทั่งความประพฤติเป็นที่ขัดหูขัดตาประชาชน คะแนนแบบเขตหลักสี่ก็จะปรากฏออกมา

 

ผู้สมัครหน้าใหม่อย่าง “เพชร กรุณพล” จากพรรคก้าวไกล ก็ถือว่ามีก้าวย่างที่น่าสนใจทางการเมือง และอนาคตมีเส้นทางที่จะไปต่อได้ คะแนนที่ได้มาแม้ไม่มากพอจะเป็นผู้ชนะ แต่มากพอสำหรับการเริ่มต้น และพรรคก้าวไกลก็ได้ประกาศตัวว่าไม่ใช่พรรคที่ใครจะมองข้ามได้ง่าย ๆ ในการเลือกตั้งสนามใหญ่ครั้งต่อไป

 

ส่วนพรรคกล้า ถึงแม้ว่าคุณอรรถวิชช์ เลขาธิการพรรค ในฐานะผู้สมัครจะประกาศพึงพอใจกับผลคะแนนที่ได้รับ แต่ก็ยังมีคำถามข้อใหญ่ว่าหากประชาธิปัตย์ส่งผู้สมัครลงด้วยในเขตนี้ ผลคะแนนของพรรคกล้าจะเป็นอย่างไร? คงเป็นเรื่องที่คุณกรณ์ คุณอรรถวิชช์ และชาวคณะจะต้องทำงานและพิสูจน์ตัวเองกันต่อไป

 

โดยสรุปคือผลการเลือกตั้งคราวนี้เป็นความงดงามของระบอบประชาธิปไตย เมื่ออำนาจมาถึงมือประชาชน ก็พร้อมที่จะตัดสินใจใหม่ตลอดเวลา ผู้ชนะเมื่อวานไม่จำเป็นจะต้องเป็นผู้ชนะวันนี้ และผู้ชนะวันนี้อาจจะไม่ได้เป็นผู้ชนะในวันต่อไป สำคัญก็คือว่า ใครจะช่วงชิงความยอมรับ ใครจะเข้าไปนั่งในหัวใจประชาชนได้มากกว่ากันเท่านั้นเอง

 

การเลือกตั้งคราวนี้แม้จะไม่ส่งผลเปลี่ยนแปลงกับการเมืองในภาพใหญ่ แต่รหัสสัญญาณที่ปรากฏออกมา ก็พอจะหยิบยกมาวิเคราะห์ความเป็นไปทางการเมืองได้ พล.อ.ประยุทธ์ ถึงตรงนี้ฟันธงว่าอยู่ยาก ไม่ใช่ยากธรรมดานะครับ โคตรยาก!

 

อายุรัฐบาลเหลือปีกว่า ๆ มีคำถามแล้วครับว่ารัฐบาลชุดนี้จะจบลงอย่างไร?

 

คำตอบตามวิถีการเมืองแบบสังคมไทยก็มองได้ 3 ประการด้วยกันล่ะครับ 1) นายกรัฐมนตรีลาออก เลือกนายกฯ กันใหม่ 2) เกิดการรัฐประหาร หรือ 3) ยุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชน

 

ตัวเลือกที่ 1 คือการลาออก ผมไม่เชื่อว่าพล.อ.ประยุทธ์จะตัดสินใจแบบนี้ เนื่องจากว่าถ้ามีการลาออก เป้าหมายสำคัญก็หวังต้องการจะกลับมาสู่เก้าอี้นายกรัฐมนตรีอีกครั้ง แต่ลาออกคราวนี้ เผลอ ๆ จะกลับมาไม่ได้เอานะครับ เพราะขนาดอยู่ในเก้าอี้นายกรัฐมนตรีมีอำนาจเต็มยังคุมสภาพไม่อยู่ พรรคตัวเอง ลูกน้องตัวเอง แตกกันเละ ซัดกันนัว คะแนนเลือกตั้งออกมาไม่ทันข้ามคืน ร.อ.ธรรมนัส โพสต์ข้อความแสดงความยินดีกับผู้ชนะ ประกาศว่า “ศัตรูของศัตรูคือมิตรแห่งตน” ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ไม่น่าจะเลือกใช้วิธีการลาออกให้ขาลอยแล้วโดนสอยไม่ได้กลับมา

 

เรื่องรัฐประหาร ส่วนตัวผมไม่คิดว่าจะเป็นไปได้ แม้ว่าในสังคมไทย อะไรก็เกิดขึ้นได้ก็ตามนะครับ แต่การรัฐประหารคราวนี้ใช้ต้นทุนทางการเมืองของฝ่ายอำนาจนิยมสูงอย่างยิ่ง และคาดเดาผลลัพธ์ยากเหลือเกิน แม้ว่าจะทำสำเร็จ ก็ใช่ว่าจะคุมสถานการณ์หรือปกครองได้ง่าย ๆ ที่สำคัญก็คือ ผมคิดว่าถ้าจะเป็นการรัฐประหารเพื่อกระชับอำนาจให้พล.อ.ประยุทธ์อยู่ต่อ วันนี้สถานการณ์มันเลยจุดนั้นมาแล้วหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กำลังกลายเป็นสินค้าหมดสภาพ แล้วต้องสิ้นอายุขัยไปทางการเมืองแล้วหรือเปล่า?

 

วิธีคิดของฝ่ายอำนาจนิยมในประเทศนี้น่าสนใจอยู่อย่างหนึ่งนะครับ คือเขาจะเลือกใช้คนหรือองค์กรใดองค์กรหนึ่งจนคนกลุ่มนั้นหมดสภาพ เลิกใช้ แล้วก็เปลี่ยนไปใช้คนกลุ่มใหม่ รัฐประหารปี 49 มีบันได 4 ขั้น คมช. ชัดเจนว่าจะให้ประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล อภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี เลือกตั้งแพ้ก็ล้มนายกฯ สมัคร, นายกฯ สมชาย เอาอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ ในค่ายทหารจนได้ แต่เมื่อ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” บริหารประเทศล้มเหลว เลือกตั้งพ่ายแพ้ขาดลอยต่อ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” อภิสิทธิ์และประชาธิปัตย์ก็ไม่ใช่ตัวเลือกแรกอีกต่อไป

 

ยึดอำนาจคราวหลังสุด รัฐธรรมนูญจึงเขียนเปิดทางให้คนนอกเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีได้ และกำหนดเอาไว้เลยว่าต้องชื่อ “ประยุทธ์ จันทร์โอชา” แต่วันนี้วันที่พล.อ.ประยุทธ์หมดสภาพขนาดนี้ ผมไม่เชื่อว่าฝ่ายกุมอำนาจจะทุ่มทุนสร้างขว้างทุนเสี่ยงเพียงเพื่อจะเอาประยุทธ์อยู่ในอำนาจต่อโดยขัดกับความต้องการของประชาชน ดังผลคะแนนเขตหลักสี่ออกมาแล้วชัดขนาดนี้

 

ทางออกที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดในทัศนะของผมก็คือ การยุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชน

 

จริงอยู่ครับ ยุบสภาคราวนี้พล.อ.ประยุทธ์อาจจะไม่ได้รับคะแนนสูงสุดเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีก็เป็นได้ แม้ว่าจะมีส.ว. 250 คนค้ำอยู่ก็ตาม แต่เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ถ้าฝ่ายคุมอำนาจหาตัวแทนเข้ามาได้ เอาพล.อ.ประยุทธ์ไปเก็บไว้ในที่ใดที่หนึ่งที่รู้สึกว่าปลอดภัย เกมมันอาจจะเดินออกมาแบบนี้ จึงเป็นหน้าที่ของพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย จึงเป็นอำนาจของประชาชนคนไทยส่วนใหญ่นี่แหละครับที่จะตัดสินใจในสนามเลือกตั้งกันอย่างไร?

 

ถ้ายังรักยังห่วงพล.อ.ประยุทธ์ ก็หลับหูหลับตาตามเลือกกันเข้าไปนะครับ แต่ถ้าไม่แล้วต้องคว่ำกระดานเทกระจาด พรรคไหนประกาศสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี ต้องไม่มีคะแนนจากประชาชนผู้รักประชาธิปไตย หรือถ้าเขาจะเอาคนอื่นมาเป็นตัวแทน ก็ต้องจับให้ได้ไล่ให้ทัน แล้วก็เททิ้งไปด้วยกันนั่นแหละครับ

 

#ณัฐวุฒิใสยเกื้อ

#UDDnews #ยูดีดีนิวส์

สถานการณ์ตึงเครียด #พีมูฟ บุกทำเนียบ ตามหาประยุทธ์ #บางกลอย ส่งตัวแทนยื่นหนังสือถึงนายกฯ ให้ลงนามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาบางกลอย

 



เหตุการณ์ตึงเครียด #พีมูฟ บุกทำเนียบ ตามหาประยุทธ์ #บางกลอย ส่งตัวแทนยื่นหนังสือถึงนายกฯ ให้ลงนามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาบางกลอย


วันนี้ (01/02/65) ที่บริเวณแยกพาณิชยการ ชาวบ้านกลุ่มบางกลอยและเครือข่าย พีมูฟ จัดกิจกรรม "บุก! ตามหา ประยุทธ์" โดยมีการเริ่มตั้งขบวนจากหน้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ในเวลา 10.30 น. และเริ่มเดินเท้ามาแยกพาณิชยการเวลา 11.00 น. เพื่อมุ่งหน้าทำเนียบรัฐบาล ตามหาพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ภายหลังจากพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ มอบให้พลเอกประยุทธ์ เป็นผู้รับผิดชอบในการลงนามในหนังสือคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาบางกลอย และในเวลา 14.00 น. จะมีกิจกรรม "ปฏิบัติการตามหานายกฯ" เพื่อมาลงนามในคำสั่งดังกล่าว


ต่อมาเวลา 13.30 น. มีการทำกิจกรรมเรียกขวัญกำลังใจให้กับพี่น้องชาวบางกลอย ก่อนจะมีการส่งตัวแทนเดินเท้ามาประชิดแนวเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชน และได้มีการตัดลวดหนามรวมถึงเหล็กที่มีการนำมาปิดกั้นการจราจรไว้ โดยตัวแทน 2 คนของกลุ่มภาคี #saveบางกลอย สามารถเข้าไปหลังแนวเจ้าหน้าที่ได้ เพื่อยื่นหนังสือถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในการลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาบางกลอย ขณะที่ชาวบางกลอยที่เหลือก็ขยับเข้ามาประชิดแนวเจ่าหน้าที่ และนั่งลงหน้าแนวเพื่อรอคำตอบจากตัวแทนที่เข้าไปยื่นหนังสือ


เวลา 14.30 น.ดร.เสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรี มอบหมายให้นายพันศักดิ์ เจริญ รักษาการตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญด้านมวลชน หารือกับแกนนำกลุ่มฯ

 

เวลา 14.35 น.นายชาติชาย แกดำ ออกไปแจ้งผลการหารือให้กลุ่มผู้ชุมนุมทราบผลการหารือ

 

#UDDnews #ยูดีดีนิวส์