วันพุธที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2564

“ทนายกฤษฎางค์-แม่เพนกวิน” ยื่นศาลอาญา ขอมีคำสั่งส่งตัว “พริษฐ์” รักษารพ.ธรรมศาสตร์ฯ ปูด มีบิ๊กขรก.ประจำ ไม่เห็นด้วยให้ส่งตัว พร้อมยื่นประกันตัวไผ่ วันนี้หลังได้ข่าวอาจติดโควิด

 


“ทนายกฤษฎางค์-แม่เพนกวิน” ยื่นศาลอาญา ขอมีคำสั่งส่งตัว “พริษฐ์” รักษารพ.ธรรมศาสตร์ฯ ปูด มีบิ๊กขรก.ประจำ ไม่เห็นด้วยให้ส่งตัว พร้อมยื่นประกันตัวไผ่ วันนี้หลังได้ข่าวอาจติดโควิด

 

วันนี้ (25 ส.ค. 64) เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน พร้อมด้วยนางสุรีย์รัตน์ ชิวารักษ์ แม่ของนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน เดินทางเข้ายื่นเรื่องขอให้ศาลมีคำสั่งส่งตัวนายพริษฐ์ ไปรักษาที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ 

 

โดยนายกฤษฎางค์ กล่าวว่า เรามายื่นตามมารตา 89/1 ป.วิ.อาญา ขอให้ศาลมีคำสั่งให้ส่งตัวนายพริษฐ์ไปรักษาที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ เนื่องจากเรายื่นไปที่กรมราชทัณฑ์ โรงพยาบาลราชทัณฑ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และรัฐมนตรีว่ากากรกระทรวงยุติธรรมแล้ว ก็ยังไม่ได้รับคำตอบ ซึ่งหลังจากทนายไปเยี่ยมมาพบว่านายพริษฐ์ติดโควิดแน่นอน และอาการยังไม่ดีขึ้นถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที จะมีความเสี่ยงอันตรายถึงชีวิตหรือไม่ ซึ่งตามกฎหมายให้อำนาจศาล ถ้าเห็นสมควรจะส่งตัวผู้ที่ถูกจองจำ กักขังในคำสั่งศาล ไปยังสถานที่อื่นที่ปลอดภัย ซึ่งกรณีอย่างนี้มีอยู่ทั่วไป จะเห็นได้จากคดีเก่า ที่ผู้หลักผู้ใหญ่บางคนไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ หรืออดีตที่ล่วงลับไปแล้วที่เคยมีคดีความก็ไปนอนรักษาตัวเวลาอายุมาก ซึ่งอาจจะเป็นความเสี่ยงในโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ตนก็ไม่ได้ดูแคลน เพียงแต่มั่นใจตรงที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ เป็นโรงพยาบาลของรัฐ  เป็นโรงเรียนแพทย์ และมีความสามารถในการรักษาโรคโควิดโดยตรง นายพริษฐ์มีประวัติการรักษาที่นั่น เพราะเป็นโรคหอบหืดอยู่แล้ว เราหวังว่าศาลจะพิจารณา

 

เมื่อถามว่า ทางโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ มีการออกมาระบุว่าเตียงเต็ม นายกฤษฎางค์ กล่าวว่า เรามีหนังสือตอบรับ เนื่องจากโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ก็เหมือนกับโรงพยาบาลทั่วประเทศคือภาวะการรักษาคนป่วยด้วยโรคโควิดก็คงยังเต็มอยู่ แต่เนื่องจากนายพริษฐ์ รวมถึงนายสิริชัย นาถึง เป็นนักศึกษาธรรมศาสตร์ เราได้ประสานงานจนเป็นที่ยืนยันแล้วว่าพอจะรักษาได้มีความสามารถ เครื่องมือ และยารักษาโรค ดังนั้นมั่นใจว่าถ้าไปยื่นโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ ในบรรยากาศแบบนี้ นอกจากจะเป็นการเปิดโอกาสให้เรือนจำได้เปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังรายอื่น เราคิดว่าชีวิตผู้ต้องขังทุกคนสำคัญ อย่างไรก็ตาม โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ ระบุว่ากรณีของนายพริษฐ์ และนายสิริชัย ทางโรงพยาบาลยินดีรักษา

 

“ตอนนี้มีเหตุขัดข้องอยู่คือ มีผู้บริหารระดับสูงเพียงคนเดียวของกระทรวง ในฝ่ายราชการประจำที่ยังไม่เห็นด้วยในการส่งตัวนายพริษฐ์ และนายสิริชัยไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ ส่วนในระดับกรมราชทัณฑ์ และในระดับโรงพยาบาลที่เขารู้อาการ คุณหมอเขาก็ไม่ขัดข้อง มีเพียงแต่ผู้บริหารสูงสุดในฝั่งข้าราชการประจำที่ไม่เห็นด้วย คงต้องขออำนาจศาล เพราะถ้านายพริษฐ์เป็นอะไรความรับผิดชอบจะตกอยู่ที่กรมราชทัณฑ์ และเสียหายไปหมด” นายกฤษฎางค์ กล่าว

 

เมื่อถามว่ามีความกังวลอะไรเรื่องนี้บ้าง นางสุรีย์รัตน์ กล่าวว่า กังวลเรื่องอาการของนายพริษฐ์ กรณีอื่น ๆ ที่ผ่าน กว่าจะมีการอนุมัติให้ย้ายก็มีอาการหนัก อย่างกรณีนายศักดิ์ชัย ตั้งจิตสดุดี หรือเฮียซ้ง  ดังนั้น จากคนที่อาการดี ๆ รักษาได้ง่าย ๆ จะต้องรอให้ให้อาการหนัก แล้วค่อยจัดการ ก็อันตรายเกินไป นอกจากนี้ถ้าเพนกวินได้ไปรักษาที่อื่นก็ได้มีที่ในโรงพยาบาลราชทัณฑ์ให้คนอื่นอีก เพราะโรงพยาบาลราชทัณฑ์ต้องรับผู้ต้องหาจากต่างจังหวัดเข้ามารักษาด้วย นายพริษฐ์บอกว่าคนรอเตียงข้าง ๆ เขามีแต่อาการหนักทั้งนั้น ดังนั้นเจ้าหน้าที่ก็ต้องเอาทรัพยากรที่มีไปรักษาคนอื่น นอกจากนี้ หากได้ย้ายไปโรงพยาบาลธรรมศาตร์ฯ เขาก็จะสามารถช่วยแบ่งเบาภาระได้ ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะคัดค้าน

 

นายกฤษฎางค์ ยังกล่าวอีกว่า วันนี้ทีมทนายความได้ไปยื่นประกันตัวนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน เนื่องจากเราไปตรวจสอบที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ ที่ได้ข่าวว่านายจตุภัทร์ ติดโควิด ส่วนจะมีการทำเรื่องขอย้ายมารักษาที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ หรือไม่นั้น ขณะนี้ยังไม่มี เพราะนายจตุภัทร์ เป็นนักศึกษาปริญญาโท ของมหาวิทยาลัยมหิดล แล้วเพิ่งทราบข่าว ขณะนี้อยู่ระหว่างให้ทนายดำเนินการตรวจสอบ เพื่อยืนยันว่าติดจริงหรือไม่ เพราะเราทราบมาจากพ่อของนายจตุภัทร์ เป็นผู้โพสต์ว่าติด และมีอาการแล้ว  อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ไม่ได้เกินกว่าความคาดหมาย  เพราะบรรยากาศในเรือนจำของประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อทุกวัน มีโอกาสติดเชื้อสูง ตนยังห่วงเด็ก ๆ อีก 7-8 คนที่ติดอยู่ที่เรือนจำธัญบุรี ซึ่งสภาพค่อนข้างแย่ ต้องยอมรับถ้าเราไม่โกหกตัวเอง ขณะนี้ทนายกำลังจะไปยื่นขออุทธรณ์ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1

 

“เด็ก ๆ พวกนี้ยังไม่มีการตัดสินว่าเป็นคนผิด และยังเป็นเยาวชน  ผมคิดว่า ถ้าคุยกันได้ หาเงื่อนไขต่าง ๆ ถ้ากลัวหนีจริง ๆ ซึ่งความจริงคงไม่หนีอยู่แล้วนั้น ก็ตั้งเงื่อนไข ให้เขาได้ไปรักษาตัว อย่าปล่อยให้เยาวชนต้องติดคุก ไปเพิ่มจำนวน เพราะเท่าที่มีอยู่รัฐบาลก็แก้ไขไม่ได้อยู่แล้ว  วันนี้เราจะยื่นประกันนายอานนท์ นำภา  เพราะนายอานนท์ก็อยู่ที่สถานสถานบำบัดกลาง เรือนจำคลองเปรม ซึ่งค่อนข้างเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด ตอนนี้นายอานนท์ถูกฝากขังระหว่างสอบสวนซึ่งศาลอาญากรุงเทพใต้ไม่ให้ประกัน แต่วันนี้เราจะยื่น เพราะเราได้ความจากตำรวจแล้วว่า ระหว่างสอบสวนไม่จำเป็นต้องกักขังไว้ แต่ต้องดูว่าศาลจะว่าอย่างไร โดยวันนี้เราเตรียมหลักทรัพย์ไว้เท่าเดิม เนื่องจากอาจารย์มีภารกิจ คงใช้เงินสดจากกองทุนราษฎรประสงค์”

 

#COVID19 #โควิด19

#UDDnews #ยูดีดีนิวส์

ธิดา ถาวรเศรษฐ : "ทะลุแก๊ซ" เป็นผุ้ชุมนุม หรือ แก๊งก่อกวน!

ด่วน! “ไมค์ ภาณุพงศ์ – บอย ธัชพงศ์” ติดโควิดในเรือนจำ กำลังถูกย้ายไปรพ.ราชทัณฑ์

 


ด่วน! “ไมค์ ภาณุพงศ์ – บอย ธัชพงศ์” ติดโควิดในเรือนจำ กำลังถูกย้ายไปรพ.ราชทัณฑ์


วันนี้ (25 ส.ค. 64) เมื่อเวลา 11.20 น. ที่ทวิตเตอร์ของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้รายงานว่า


เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์แจ้งว่า นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ ไมค็ และนายธัชพงศ์ แกดำ ได้ติดโควิดขณะถูกคุมขังที่เรือนจำชั่วคราวรังสิต และศาลไม่อนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว อันเนื่องมาจากคดี #ม็อบ2สิงหา หน้ากองบัญชาการตำรวจตระเวณชายแดน ภาค 1


สำหรับ “ไมค์ ภาณุพงศ์” นั้น ติดโควิดในเรือนจำเป็นครั้งที่สองแล้ว ซึ่งก่อนหน้านั้นติดโควิดระหว่างถูกคุมขังในคดี ม.112 ชุมนุมเมื่อ #19กันยา


โดยขณะนี้ทางราชทัณฑ์แจ้งว่าทั้งสองคนกำลังถูกย้ายไปรักษาตัวที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์

 

#COVID19 #โควิด19

#UDDnews #ยูดีดีนิวส์

“ทนายอู๊ด” พ่อของ “ไผ่ จตุภัทร์” โพสต์เฟซบุ๊ก เผยลูกชายติดโควิด-19 แล้ว!

 


“ทนายอู๊ด” พ่อของ “ไผ่ จตุภัทร์” โพสต์เฟซบุ๊ก เผยลูกชายติดโควิด-19 แล้ว!

 

วานนี้ (24 ส.ค. 64) เวลาประมาณ 22.30 น. ที่เฟซบุ๊กของ วิบูลย์ บุญภัทรรักษา (ทนายอู๊ด) ซึ่งเป็นบิดาของนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน ซึ่งถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร อันเนื่องมาจากคดีสาดสีหน้า สน.ทุ่งสองห้อง เมื่อวันที่ 9 ส.ค. ที่ผ่านมาและศาลไม่อนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว

 

โดยในในเฟซบุ๊กดังกล่าวได้โพสต์ภาพของ “ไผ่ จตุภัร์” ในชุดผู้ต้องขัง พร้อมระบุข้อความว่า “ผมติดโควิดในเรือนจำแล้วนะคร๊าบ..”

 

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้มีผู้ชุมนุมทางการเมืองจำนวน 4 รายที่ติดโควิด-19 จากในเรือนจำเช่นเดียวกัน ได้แก่ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน, นายพรหมศร วีระธรรมจารี หรือฟ้า, นายสิริชัย นาถึง หรือนิว และนายแซม สาแมท

 

ซึ่งขณะนี้ทุกเย็นตั้งแต่เวลา 17.00 น. กลุ่มพลเมืองโต้กลับ นำโดย นายพันธุ์ศักดิ์ ศรีเทพ และประชาชนจำนวนหนึ่ง ได้ทำกิจกรรม “ยืนหยุดขัง” เป็นเวลา 1.12 ชม. เพื่อเรียกร้องสิทธิการประกันตัวให้กับผู้ต้องหาทางการเมืองเนื่องจากเขาเหล่านั้นยังไม่ได้ถูกพิพากษาให้มีความผิด คดียังไม่ถึงสิ้นสุด โดยเฉพาะบางคนที่ยังเป็นนักศึกษาอยู่ พร้อมกับเรียกร้องสิทธิในการรักษาพยาบาลนอกเรือนจำอีกด้วย

 

#COVID19 #โควิด19

#UDDnews #ยูดีดีนิวส์

"ณัฐวุฒิ" นายกฯ หน้าทน ประชาชนก็ต้องเดินหน้าไล่ 29 สิงหาคมนี้ พบกันบ่ายสองโมง ทั่วประเทศ “Car Mob – Call Out”

 


นายกฯ หน้าทน ประชาชนก็ต้องเดินหน้าไล่

29 สิงหาคมนี้ พบกันบ่ายสองโมง ทั่วประเทศ

“Car Mob – Call Out”

 

ต่างจังหวัดออกแบบเส้นทางกันได้เลยนะครับ


ส่วนในกรุงเทพฯ พบกันที่เดียว ทางลงอุโมงค์เกษตร แยกบางเขน-มุ่งหน้าวิภาวดี ตั้งขบวนใหญ่ ยาว อลังการ ให้มันรู้กันว่าไผเป็นไผ


เที่ยวนี้เดินทัพทางไกลข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ระยะทางร่วม 50 กิโลเมตร เชื่อมโยงกรุงเทพฯ และปริมณฑล พี่น้องสองข้างทางตั้งตารอเชียร์กันได้เลย รายละเอียดเส้นทางจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง


เนื้อหาสาระ สีสัน ยังคงเข้มข้น ประกวดการออกแบบรถยนต์, ประกวดคำขวัญในขบวน, ประกวดภาพนิ่ง, ประกวดคลิปวีดีโอการเคลื่อนขบวนของช่างภาพอิสระ


ถ้าคิดว่าผลงานท่านแน่ แชร์ลงโซเชียล


ประกวดกองเชียร์ของข้างทาง กลุ่มไหนรวมตัวกัน มีวิธีการแสดงพลัง มีวิธีการส่งเสียงเชียร์ประทับใจกรรมการ เอารางวัลไปเลย!


ช่วงเวลาเคลื่อนขบวนยังมีเวทีออนไลน์ พบกับแขกรับเชิญและศิลปินมากมายเช่นเดิม


ตลอดเส้นทาง ตลอดกิจกรรมยังคงหลีกเลี่ยงพื้นที่เปราะบาง หลีกเลี่ยงเงื่อนไขการเผชิญหน้า เรายืนยัน “สันติวิธี” ไม่บวก ไม่ลุย ไม่ปะทะ แต่จะไม่ลดละความมุ่งมั่นในการขับไล่ ขบวนใหญ่ถึงปลายทาง เปิดเวทีปราศรัยครั้งสำคัญ ไล่ประยุทธ์ จันทร์โอชา


เกือบ 8 ปี ไม่มีโอกาสไหน เหมาะจะไล่ พล.อ.ประยุทธ์ เท่ากับสถานการณ์นี้


ไร้ความสามารถ ไม่มีปัญญา ยังมีหน้าจะอยู่ต่อ กี่เจ็บป่วย กี่ล้มตาย กี่ความพินาศวอดวายของประชาชน ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องรับผิดชอบ!


คาร์ม็อบคราวนี้เป็นนัดสุดท้ายก่อนสภาจะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นี่คือความเคลื่อนไหวต่อเนื่อง


วันที่ 29 สิงหาคมนี้ เชิญพี่น้องทั้งประเทศร่วมกันแสดงพลังครั้งสำคัญ จากนั้นจะเดินหน้าต่อเนื่องไปจนถึงการประกาศมติไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ โดยประชาชน


“Car Mob – Call Out” เราสู้ด้วยกัน


29 สิงหาคมนี้ ต้องการพลังจากทุกท่านก่อนถึงการชุมนุมใหญ่!

วันอังคารที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2564

รพ.ราชวิถี อัพเดต! อาการเยาวชน 15 ปี มีอาการอัมพาตแขนขาทั้งสองข้าง ให้ยากระตุ้นความดันโลหิต ระวังการชัก!

 


รพ.ราชวิถี อัพเดต! อาการเยาวชน 15 ปี มีอาการอัมพาตแขนขาทั้งสองข้าง ให้ยากระตุ้นความดันโลหิต ระวังการชัก!


จากกรณีสลายการชุมนุมตั้งแต่ค่ำวันที่ 16 ส.ค. 64 มีผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บอาการสาหัสที่บริเวณใกล้ สน.ดินแดง จนต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลราชวิถี ซึ่งทางโรงพยาบาลได้มีประกาศรายงานความคืบหน้าอาการผู้บาดเจ็บมาเป็นลำดับ


ซึ่งวันนี้ (24 ส.ค. 64) เมื่อเวลา 15.00 น. ทางโรงพยาบาลราชวิถี ได้รายงานความคืบหน้าอาการผู้บาดเจ็บจากเหตุชุมนุมบริเวณสามเหลี่ยมดินแดง เป็นฉบับที่ 4 ความว่า


ประกาศโรงพยาบาลราชวิถี

เรื่อง รายงานความคืบหน้าอาการผู้บาดเจ็บจากเหตุชุมนุมบริเวณสามเหลี่ยมดินแดง เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2564 (ฉบับที่ 4)


ความคืบหน้าอาการ ผู้บาดเจ็บชายอายุ 15 ปี ที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลราชวิถีจากเหตุปะทะบริเวณสามเหลี่ยมดินแดง เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2564


อาการในขณะนี้ ผู้บาดเจ็บยังคงต้องใช้เครื่องช่วงหายใจ มีอาการอัมพาตแขนขาทั้งสองข้าง สามารถลืมตาได้เองบางครั้ง แต่ไม่ตอบสนองต่อคำสั่ง สัญญาณชีพทั่วไปคงที่ โดยยังคงต้องได้รับยากระตุ้นความดันโลหิต เฝ้าระวังการชัก และภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง


ทั้งนี้ ผู้บาดเจ็บยังคงต้องสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดในหอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) โดยหลังจากนี้หากมีอาการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญจะมีการแถลงให้ทราบอีกครั้ง


โรงพยาบาลราชวิถี

วันที่ 24 สิงหาคม 2564

เวลา 15.00 น.


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์

ลูกนัท โชว์ใบรับรองแพทย์ ยืนยันตาขวาบอดจริง ด้านหมอทศพรคอนเฟิร์ม พร้อมเตรียมเซ็นเช็คเดิมพัน 10 ล้าน วันจันทร์หน้า บ่ายโมง

 


ลูกนัท โชว์ใบรับรองแพทย์ ยืนยันตาขวาบอดจริง ด้านหมอทศพรคอนเฟิร์ม พร้อมเตรียมเซ็นเช็คเดิมพัน 10 ล้าน วันจันทร์หน้า บ่ายโมง


วันนี้ (24 ส.ค. 64) เวลา 11.30 น. ที่ รัฐสภา เกียกกาย ประตู 4  นายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือ ลูกนัท แกนนำกลุ่มสลิ่มกลับใจ เดินทางมาเปิดเผยเอกสารใบรับรองแพทย์ว่าตาบอดจริง จากการร่วมชุมนุมกลุ่มทะลุฟ้าเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา


นายธนัตถ์ กล่าวว่า ที่มีการเดิมพันกันนั้นตนเองมองว่าอย่างไรประชาชนก็ชนะเพราะคนไร้บ้านน่าสงสารมากไม่เงินจำนวน 1 ล้านบาทหรือ 10 ล้านบาท ถ้าเงินถึงมือประชาชน ก็ถือว่าประชาชนก็จะมีเงินเข้ากระเป๋าแล้วก็จะสบายขึ้นหรือดีกว่าไม่ได้อะไรเลย


ตนยืนยันว่าตนตาบอดจริง หากมีการมองเห็นได้ 15% ตนยืนยันจ่ายเพิ่มอีก 1,500,000 บาท เพราะตนอยากได้การมองเห็นกลับคืนมาอยู่แล้ว สำหรับครอบครัวนั้น ตนยังรักคุณแม่และน้องสาวเหมือนเดิม การเป็นมนุษย์คือการมีสิทธิ์และมีเกียรติ การลิดรอน โดยเฉพาะการเรียกร้องประชาธิปไตย การที่จะออกกลอุบายหมายลิดรอนสิทธิ ตรงนี้ตนรับไม่ได้ ใครมาขวางถือเป็นศัตรูกัน ตอนหาเสียงตนใช้สโลแกนคำขวัญว่า "เดิมพันด้วยชีวิต ภารกิจเปลี่ยนการเมือง" ยังเหมือนเดิม นี่คือจุดมุ่งหมายของตน ตนจะไม่มีทางหยุดเคลื่อนไหวแน่นอน


สำหรับการเปลี่ยนนามสกุลนั้น ตนยินดีเป็นอย่างยิ่งที่อาจารย์ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ได้มอบนามสกุลใหม่ให้ แต่เสียดายที่ดูจากตัวสะกดแล้วไม่น่าใช้ได้ สำหรับการแต่งกายใส่สูท สะพายกล้องในการเข้าร่วมกีฬาสีม็อบทะลุฟ้า นั้น นายธนัตถ์ กล่าวว่า การที่ทำอะไรกระทบกับจิตใจใคร ตนต้องขอโทษด้วย ตนไม่ได้มีเจตนาที่ลบหลู่ดูหมิ่นใคร และไม่ได้มีเจตนาที่จะให้ประชาชนโกรธเคืองเดือดร้อน สำหรับคุณทยาและคุณณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ตนไม่ได้อยากเป็นศัตรูกัน อย่างเช่นตอนจัดคาร์ม็อบทองหล่อ ตนก็ให้มีการบีบแตรแค่ที่หน้าปากซอยบ้านของทั้งสองเท่านั้น ไม่ได้เข้าไปในซอย


สำหรับใบรับรองแพทย์ดังกล่าวที่ นายธนัตถ์ นำมานั้น เป็นใบรับรองแพทย์ที่ออกโดยโรงพยาบาลพญาไท 1 ลงนามโดย พญ.ณฐมน ศรีสำราญ เป็นการตรวจเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2564 แพทย์ได้วินิจฉัยว่าเป็นโรคตาขวาบอด (Blindness Right Eye) 


นายธนัตถ์กล่าวต่อว่า จะเซ็นเช็คไว้ 10 ล้านบาทเพื่อวางเป็นประกันพร้อมกับนายสิระในครั้งนี้ รวมทั้งขอแจ้งไปยังประชาชนว่าไม่ต้องบริจาคดวงตาให้ เพราะตนไม่สามารถรับดวงตาของผู้อื่นได้ และแพทย์ก็ยืนยันว่าเปลี่ยนดวงตาก็ไม่ช่วยให้ดีขึ้น  ด้าน นพ.ทศพร เสรีรักษ์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย ได้เดินทางมาร่วมตรวจดวงตาของ นายธนัตถ์ พร้อมระบุว่า ดวงตาของนายธนัตถ์ได้รับการกระแทกจนกระจกตา จอประสาทตาเสียหาย และได้กล่าวให้กำลังใจหากเทคโนโลยีในอนาคตก็จะสามารถทำให้นายธนัตถ์กลับมามองเห็นได้อีกครั้ง


ต่อมาตัวแทน นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พลังประชารัฐ ได้ออกมารับหลักฐานจาก นายธนัตถ์ โดยตัวแทนของนายสิระกล่าวว่า ในวันจันทร์ที่ 30 ส.ค. 64 ขอให้นายธนัตถ์มาวางเงินประกันพร้อมนายสิระ ที่บ้านทรงไทยของนายสิระ ถนนแจ้งวัฒนะ และหลังจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจในสัปดาห์หน้า จะมีการนัดไปตรวจดวงตาของนายธนัตถ์ต่อไป


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์


ประมวลภาพ