วันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2563

ปล่อยแล้ว วิภูแถลง - พายัพ หลังได้รับพระราชอภัยโทษ ธิดา- จตุพร-นพ.เหวง-เจ๋ง ดอกเจ๋ง พร้อมมวลชนรอรับอบอุ่น


ปล่อยแล้ว วิภูแถลง - พายัพ หลังได้รับพระราชอภัยโทษ ธิดา- จตุพร-นพ.เหวง-เจ๋ง ดอกเจ๋ง พร้อมมวลชนรอรับอบอุ่น 

13.30 น. วันนี้ (3 ต.ค. 63) ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ โดย อาจารย์ธิดา ถาวรเศรษฐ นายจตุพร พรหมพันธุ์, นพ.เหวง โตจิราการ ,นายยศวริศ ชูกล่อม รอต้อนรับนายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท ซึ่งถูกตัดสินจำคุกในคดีหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์เมื่อปี 2550 และนายพายัพ ปั้นเกตุ ซึ่งถูกตัดสินจำคุกในคดีสมัยการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนเมื่อปี 2552 พัทยา ภายหลังได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัว เช่นเดียวกับผู้ต้องราชทัณฑ์อื่น ๆ ที่เข้าเกณฑ์ได้รับการปล่อยตัวในวันนี้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ จำนวน 401 ราย ทั้งนี้มีมวลชนได้มารอต้อนรับพร้อมให้กำลังใจท่ามกลายสายฝนโปรยปราย

ทั้งนี้นายวิภูแถลงกล่าวตอนหนึ่งว่าซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณในหลวงรัชกาลที่ 10 และในส่วนทัศนคติทางการเมืองยังคงชัดเจนเหมือนเดิม อำนาจอธิปไตยเป็นของชาวไทย และรัฐบาลจะต้องมาจากการเลือกตั้งของประชาชนเพื่อเดินหน้าทางการเมือง ซึ่งการเมืองทุกวันนี้ เดินทางมาไกลกว่าคำว่าเสื้อเหลือง-เสื้อแดงแล้ว โดยตนและนายพายัพ ได้เข้ารับการอบรมเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยตัวในโครงการ โคก-หนอง-นา เป็นเวลา 15 วัน โดยเมื่อวันที่ 15 ก.ย. ที่ผ่านมา ได้ปล่อยตัวนายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ นายแพทย์เหวง โตจิราการ และนายวรชัย เหมะ

ด้านนายพายัพ ปั้นเกตุ กล่าวว่า ส่วนตัวเข้าคุกมาหลายรอบแล้ว แต่อุดมการณ์ยังคงมั่นและชัดเจนเช่นเดิม ยอมรับปัจจุบันหน้าที่เป็นของรุ่นลูกรุ่นหลานที่จะกำหนดอนาคตประเทศแล้ว ขอคนรุ่นใหม่เดินหน้าประชาธิปไตยในทางที่ถูกต้อง

ประมวลภาพ









กลุ่มนักเรียนเลว จัดขบวนแห่เดินสาย 5 โรงเรียน ทวงถามความคืบหน้าการแก้ปัญหาความรุนแรง ปิดท้ายไล่ รมว.ศึกษา กลางสายฝน โปรยใบลาออกว่อนกระทรวง


กลุ่มนักเรียนเลว จัดขบวนแห่เดินกลางสายฝน โปรยใบลาออกว่อนกระทรวง

วันนี้ (2 ต.ค.63) กลุ่มที่ใช้ชื่อว่า "นักเรียนเลว" จัดกิจกรรมขับรถแห่ไล่รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ โดยเริ่มจากโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย-เตรียมอุดมศึกษา-เซนต์โยเซฟคอนแวนต์-เทพศิรินทร์-วัดราชบพิธ และปิดท้ายที่กระทรวงศึกษาธิการ 

โดยเมื่อมาถึงแต่ละโรงเรียนจะหยุดปราศรัยหน้าโรงเรียน ผูกผ้าที่มีข้อความว่า "โรงเรียนนี้ยังใช้ไม้เรียวฟาดนักเรียนอยู่ " แล้วยื่นหนังสือ 

โดยในส่วนของ UDD news ได้ไปเกาะติดสถานการณ์ที่โรงเรียนวัดราชบพิธ ซึ่งกำหนดการคือ 15.00 น. ระหว่างที่รถแห่จากโรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนแวนต์ มาถึงและทำกิจกรรมที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ ณ ช่วงเวลานั้นกลุ่มราชบพิธพิชิตเผด็จการ จะจัดกิจกรรมปราศรัยและแสดงละครจากหลายตัวแทน อาทิ หอวง-เกียม-เหยื่อ (จุฬา) ระหว่างรอรถแห่ขบวนจากกลุ่มนักเรียนเลว ที่หน้าโรงเรียนวัดราชบพิธ แต่เนื่องจากฝนตกหนัก ทำให้กิจกรรมหน้าโรงเรียนยกเลิก และย้ายมาหลบฝนด้านในอาคารโรงเรียน ซึ่งมีอาจารย์ยืนสังเกตุการณ์บริเวณรอบ ๆ ซึ่งตัวแทนนักเรียนได้ได้ผลัดกันขึ้นปราศรัยใต้อาคาร โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับลงโทษนักเรียนที่เป็นการลิดรอนสิทธิเด็ก และปัญหาของระบบการศึกษาไทย ที่ซุกไว้ใต้พรมเพื่อรอเวลาขบวนกลุ่มนักเรียนเลวมาถึง

จากนั้น 17.10 น. ขบวนแห่จากกลุ่มนักเรียนเลวเดินทางมาถึงหน้าโรงเรียนวัดราชบพิธด้วยเพลง ผู้ใหญ่เอ๋ยผู้ใหญ่ดี 

ตัวแทนนักเรียนกลุ่มราชบพิธพิชิตเผด็จการ ขึ้นรถแห่เพื่อทำการปราศรัยถึงเหตุการณ์ที่ครูลงโทษนักเรียนด้วยการตีที่เผยแพร่ในโลกออนไลน์ ฝากถึงบุคลากรท่านอื่นอย่าให้มีแบบนี้อีก ฝากถึงนักเรียนถ้าอยากให้ดีขึ้น ขอให้นักเรียนกล้าออกมาเรียกร้อง ถ้าไม่อยากให้มีความรุนแรงจากครู ฝากถึงนักเรียนคนอื่นในโรงเรียนว่าให้สนใจการเมืองบ้าง อย่าบอกว่าไม่สนใจการเมืองเลย เพราะการเมืองอยู่รอบตัวเรา

และอีกเรื่องที่อยากฝาก วานนี้ไปสถานีตำรวจ ครูดำเนินการให้ ฝากถึงโรงเรียนอื่น ถามทนายแล้วไม่มีกฏเรื่องห้ามคนนอกเข้าโรงเรียน นักเรียนเข้าได้ ศิษย์เก่าเข้าได้ ควรเปิดโอกาสให้โรงเรียนเป็นเซฟโซน เป็นพื้นที่จัดการชุมนุมได้ โรงเรียนวัดราชบพิธเปิดโอกาสให้ชุมนุม ให้หลบฝน แต่สน.พระราชวังไม่อยากให้เราปราศรัย นักเรียนแค่เรียกร้องสิทธิแต่ตำรวจบอกม๊อบทำให้รถติด ให้รถจอดสองเลนไม่ติดกว่าหรือ ตำรวจไม่อยากให้มีม็อบเพราะอยู่ในระยะห้ามชุมนุม 150 เมตร แต่ความเป็นจริงไม่ได้อยู่ใกล้ นี่คือการเรัยกร้องสิทธิของนักเรียน เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น

ขณะที่ ดร.ศรายุทธ รัตนปัญญา ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดราชบพิธและคณะอาจารย์เดิมทีจะรอรับหนังสืออยู่ในโรงเรียน แต่เปลี่ยนใจ เดินเป็นขบวนออกมาต้อนรับกลุ่มนักเรียนเลวที่หน้าโรงเรียน โดย ดร.ศรายุทธ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนด้วยว่า จากที่มีการร้องเรียนเรื่องทรงผม ทางโรงเรียนได้มีการพูดคุยกับทางนักเรียนหากจะตัดผมในทรงต่าง ๆ ต้องกำหนดว่ายาวเท่าไหร่ และด้วยความเป็นโรงเรียนวัด ซึ่งเป็นโรงเรียนชายล้วน นักเรียนพูดคุยด้วยง่าย ซึ่งทางโรงเรียนไม่มีการปิดกั้นเรื่องเพศกับเด็ก 

และทั้งนี้ผู้อำนวยการโรงเรียนยืนยันด้วยว่าไม่มีการลงโทษด้วยการเฆี่ยนตีนักเรียนตามที่กฏกระทรวงออกมาแล้ว แต่หากมีนักเรียนที่ทำผิดกฏก็จะลงโทษด้วยการหักคะแนน และหากมีการร้องเรียนจากเด็ก ตนก็จะเรียกครูมาสอบข้อเท็จจริง และให้ทำบันทึกรายงานว่าเกิดอะไรขึ้น ซึ่งทางโรงเรียนมีครูอยู่สองประเภท คือครูที่เป็นข้าราชการกับครูอัตราจ้าง

ต่อมา 17.20 น. ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดราชบพิธรับหนังสือจากตัวแทนนักเรียนและจับมือ ขณะที่นายลภนพัฒน์ หวังไพสิฐ กล่าวว่าท่านจะทำให้โรงเรียนแห่งนี้ปลอดภัย ปราศจากการทารุณกรรมนักเรียนตั้งแต่วันจันทร์ถัดไปหรือไม่ ถ้าเห็นท่านจะรับผิดชอบอย่างไร โดยผู้อำนวยการโรงเรียนรับปากจะแก้ไขปัญหา และพยักหน้า

จากนั้นกลุ่มนักเรียนเลวได้ผูกผ้า "โรงเรียนนี้ยังใช้ไม้เรียวฟาดนักเรียนอยู่ " ที่รั้วโรงเรียนวัดราชบพิธ และนายลภนพัฒน์ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า ขอบคุณผอ.มากที่มีสปิริต ออกมารับหนังสือโดยที่ไม่ประวิงเวลา และตบปากรับคำ ถือว่าน่าชื่นชม

17.30 น. กลุ่มรถแห่ได้เคลื่อนขบวนออกจากโรงเรียนวัดราชบพิธไปยังกระทรวงศึกษาธิการต่อไป 

17.50 น. ขบวนรถแห่ได้มาถึงหน้ากระทรวงศึกษาฯ โดยมีนายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นายเจตน์ โศภิษฐ์พงศธร เลขานุการรมว.ศึกษา และคณะออกมารับเรื่องแทน

ตัวแทนกลุ่มนักเรียนเลวกล่าวว่า นายณัฎฐพล ทีปสุวรรณ ไม่ทำตามข้อเรียกร้อง โดยพูดในสภาฯ ว่าเด็กมีเบื้องหลังมีท่อน้ำเลี้ยง จากนั้นกลุ่มนักเรียนเลวได้ขอนำรถแห่เข้าไปในกระทรวงได้หรือเปล่า แต่ทางกระทรวงแจ้งว่าไม่ได้ จึงต้องปราศรัยท่ามกลางสายฝนที่ตกหนักมาก

จากนั้นนายสุภัทร รับหนังสือจากทางกลุ่ม โดยมีเนื้อหาให้ยุติความรุนแรงในโรงเรียน ซึ่งทางผู้ชุมนุมได้เคยยื่นหนังสือไปแล้ว แต่ก็ยังมีเหตุการณ์นี้อยู่ 

ทางกลุ่มนักเรียนยังกล่าวอีกว่าหากกระทรวงศึกษาฯ ไม่สามารถทำให้โรงเรียนปลอดภัย ไม่สามารถคุ้มครองนักเรียนได้ กระทรวงศึกษาฯ ก็เป็นได้แค่เค้ก จากนั้นนายลภนพัฒน์ ได้ทำการโยนเค้กหน้านายณัฎฐพลจากรถแห่ลงบนพื้น ต่อมานายลภนพัฒน์ ได้อ่านจดหมายลาออก ที่ทางกลุ่มเขียนมาเพื่อนายณัฎฐพลจะได้เซ็นลาออก

จากนั้นทางกลุ่มนักเรียนขอนำรถแห่และประชาชนเข้าไปในกระทรวง เพราะฝนตกหนักมาก

โดยรถปราศรัยได้เคลื่อนขบวนมาบริเวณหน้าอาคารราชวัลลภ ทางกลุ่มนักเรียนเลวได้โปรยจดหมายลาออก จำนวน 10,000 แผ่นจากรถแห่ลงพื้น

18.30 น. แกนนำกลุ่มนักเรียนประกาศยุติชุมนุม พร้อมตะโกน "เผด็จการจงพินาศประชาธิปไตยจงเจริญ" และขอให้ "นายณัฎฐพลจงพินาศไปด้วย" เพราะนายณัฎฐพลเป็นฟันเฟืองหนึ่งที่เรียกร้องให้ พลเอกประยุทธ์ ออกมาทำรัฐประหาร และหวังว่าใบลานี้จะส่งถึงนายณัฎฐพล

#นักเรียนเลว #UDDnews

ประมวลภาพ

























วันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2563

ธิดา ถาวรเศรษฐ : บทเรียน 6 ตุลา 19 (เขียนเมื่อ 1 ต.ค. 59)





ธิดา ถาวรเศรษฐ : บทเรียน 6 ตุลา  19 (เขียนเมื่อ 1 ต.ค. 59)


บทเรียน 6 ตุลาคม 2519

 

ก. ปัจจัยผลักดันของฝ่ายอนุรักษ์นิยมเพื่อปราบปรามนักศึกษาประชาชน

      1.   ปัจจัยภายนอกประเทศ

สถานการณ์โลกและภาวะสงครามของประเทศอินโดจีนที่ฝ่ายคอมมิวนิสต์รุกคืบจนใกล้ได้รับชัยชนะเหนือรัฐบาลฝ่ายขวาที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของสหรัฐอเมริกา

2.   ปัจจัยภายในประเทศ

2.1  สถานการณ์ในประเทศที่มีการต่อสู้ด้วยอาวุธของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยกำลังเติบใหญ่ โดยอาศัยสถานการณ์สากลและสถานการณ์ตื่นตัวทางการเมืองของฝ่ายก้าวหน้าและฝ่ายซ้ายในประเทศ

2.2  สถานการณ์ของการตื่นตัวของประชาชนในประเทศและปัญญาชนในมหาวิทยาลัยที่เติบใหญ่หลัง 14 ตุลา 16  ทั้งนักศึกษา, กรรมกร, ชาวนา, พนักงานรัฐวิสาหกิจ  มีการประท้วงเรียกร้องทางเศรษฐกิจและค่าแรง  ตลอดจนการเผยแพร่หนังสือของฝ่ายซ้ายในเมือง

 

ข. ความขัดแย้งในสังคม

ฝ่ายชนชั้นนำอนุรักษ์นิยม อำนาจนิยม ขวาจัดสุดขั้ว ขัดแย้งกับนักศึกษา, ประชาชน, ผู้ใช้แรงงานพลังก้าวหน้าที่เติบใหญ่หลัง 14 ตุลา 16 ผนึกกำลังทั้งภาครัฐ, ข้าราชการ และนอกภาครัฐ  ทั้งมีการจัดตั้งมวลชนฝ่ายขวาเพื่อดำเนินการปราบปรามฝ่ายก้าวหน้าอย่างรุนแรงโดยใช้การวางแผนตั้งแต่ 2516 เป็นต้นมา

 

ค. การปราบปรามของฝ่ายขวาโดยชูคำขวัญ “ขวาพิฆาตซ้าย”

ฝ่ายพรรคการเมือง - มีฝ่ายขวาประชาธิปัตย์, พรรคชาติไทย

สื่อมวลชน           - สถานีวิทยุยานเกราะ, บางกอกโพสต์, ดาวสยาม 

ฝ่ายมวลชน         - นวพล, กระทิงแดง, ลูกเสือขาวบ้าน

ฝ่ายรัฐ               - หน่วยงานความมั่นคง, ตำรวจ, ทหาร, ข้าราชการ

                          โดยที่กองทัพไม่แสดงตัวในการปราบปรามแต่

                          ทำการรัฐประหารทันทีเพื่อเปลี่ยนประเทศเป็น

                          เผด็จการเต็มใบละครึ่งใบในเวลาต่อมา

 

ง. กระบวนการปราบปราม

1. ใช้สื่อและกลุ่มองค์กรมวลชนจัดตั้งของหน่วยงานความมั่นคงทางทหาร, ตำรวจ เป็นหัวหอกกองหน้า

2. ใช้กระบวนการใส่ร้ายป้ายสีว่านักศึกษาเป็นพวกดูหมิ่นสถาบัน โดยแสดงละครแต่งหน้าคล้ายและมีการแขวนคอ ซึ่งเป็นเรื่องเท็จ เพราะนักศึกษาแสดงเรื่องพนักงานไฟฟ้าถูกฆ่าแขวนคอ

3. ใช้การใส่ร้ายป้ายสีว่านักศึกษาที่ชุมนุมในธรรมศาสตร์เป็นคอมมิวนิสต์ เป็นคนญวน ฯลฯ มีอาวุธ มีอุโมงค์ลับใต้ดิน

4. ใช้มวลชนนำตำรวจตระเวนชายแดนล้อมปราบนักศึกษาในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทำการทารุณ ป่าเถื่อน และจับกุมคุมขัง 

 

จ. ปัจจัยความสำเร็จของผู้ปราบปราม

เนื่องจากฝ่ายขวาจัดใช้อำนาจรัฐและกลไกความมั่นคง  รวมทั้งผนึกกำลังทุกส่วนเพื่อขจัดฝ่ายซ้าย  และมีลักษณะกว้างขวาง  มีการจัดตั้งตลอดเวลาหลัง 14 ตุลา 16  สามารถทำลายและแยกสลายองค์กรฝ่ายก้าวหน้าได้

 

ฉ. จุดอ่อนของผู้ถูกปราบปราม

-  รัฐบาลประชาธิปัตย์ไม่ร่วมมือกับประชาชนในการยับยั้งความรุนแรงจริงจัง

-   มีภาวะแย่งการนำในหมู่นักศึกษา ประชาชน และโจมตีกันเองภายใน

ทำให้การจัดตั้งของฝ่ายก้าวหน้าแตกแยก ไม่มีพลัง

-  ไม่มีการนำที่เข้มแข็งและสอดคล้องความเป็นจริงของสังคม

-   องค์กรนักศึกษาและประชาชนที่ก้าวหน้าถูกโดดเดี่ยวจากประชาชนส่วนใหญ่ ฝ่ายก้าวหน้าบางส่วนดำเนินการสุ่มเสี่ยง  ทำให้เสียแนวร่วม


ภาพเหตุการณ์บางส่วนเมื่อ 6 ตุลาคม 2519