วันศุกร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2568

“เท้ง ณัฐพงษ์” ร่วมงานตรุษจีนเยาวราช สำรวจถนนทรงวาด แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมแห่งใหม่ พร้อมทักทายและสวัสดีปีใหม่ชาวไทยเชื้อสายจีน

 


“เท้ง ณัฐพงษ์” ร่วมงานตรุษจีนเยาวราช สำรวจถนนทรงวาด แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมแห่งใหม่ พร้อมทักทายและสวัสดีปีใหม่ชาวไทยเชื้อสายจีน


วันที่ 30 มกราคม 2568 ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย ปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ สส.กรุงเทพฯ เขต 1 พรรคประชาชน ร่วมกิจกรรมเทศกาลตรุษจีนที่ย่านเยาวราช โดยเข้าสักการะศาลเจ้าเล่าปุนเถ้ากง เพื่อเป็นสิริมงคลตามธรรมเนียมชาวไทยเชื้อสายจีน พร้อมเดินชมโมเดลธุรกิจและความร่วมมือของภาคเอกชนบนถนนทรงวาด ซึ่งกลายเป็นถนนที่เต็มไปด้วยจุดขายดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ก่อนปิดท้ายด้วยการเดินสวัสดีปีใหม่ชาวไทยเชื้อสายจีนบนถนนเยาวราช พร้อมชิมอาหารประจำเทศกาลหลากหลายชนิดบริเวณหัวถนนวงเวียนโอเดียน จนสิ้นสุดกิจกรรมที่ถนนแปลงนาม


ณัฐพงษ์กล่าวว่า วันนี้ตนขอเดินทางมาร่วมเฉลิมฉลองและสวัสดีปีใหม่กับชาวไทยเชื้อสายจีนทุกคน รวมถึงยังได้มีโอกาสมาเยี่ยมชมร้านค้าและแกลลอรีชื่อดังบนถนนทรงวาด ซึ่งพัฒนามาจากแนวคิด “Heritage Meets Creativity” หรือจุดบรรจบระหว่างมรดกทางวัฒนธรรมและความสร้างสรรค์ อันเป็นจุดเด่นที่ทำให้ถนนทรงวาดนอกจากจะเป็นถนนสายวัฒนธรรมที่มีประวัติอย่างยาวนานแล้ว ยังเป็นถนนที่สามารถยกระดับทางเศรษฐกิจให้กับประชาชนในพื้นที่ได้ด้วย จึงเป็นโมเดลทางธุรกิจที่น่าสนใจและควรนำไปศึกษาต่อยอดในพื้นที่อื่น ๆ


โดยระหว่างกิจกรรมมีประชาชนจำนวนมากเดินเข้ามาพูดคุยทักทายและสวัสดีปีใหม่แก่ณัฐพงษ์และปารเมศ พร้อมทั้งอวยพรขอให้พรรคประชาชนเฮง ๆ ชนะศึกเลือกตั้ง อบจ.ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันเสาร์นี้


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #เท้งณัฐพงษ์ #ตรุษจีน2025











วันพฤหัสบดีที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2568

“ทนายแจม” รับยื่นหนังสือเพื่อขอความช่วยเหลือและหาแนวทางแก้ไขปัญหาการขอสอบของ"ก้อง" อุกฤษฏ์ นศ.นิติศาสตร์ ม.รามฯ ที่อยู่ระหว่างการคุมขังในเรือนจำ โดยไม่ได้รับอนุญาตให้สอบนอกมหาวิทยาลัย

 


“ทนายแจม” รับยื่นหนังสือเพื่อขอความช่วยเหลือและหาแนวทางแก้ไขปัญหาการขอสอบของ"ก้อง" อุกฤษฏ์ นศ.นิติศาสตร์ ม.รามฯ ที่อยู่ระหว่างการคุมขังในเรือนจำ โดยไม่ได้รับอนุญาตให้สอบนอกมหาวิทยาลัย


เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2568 เวลา 13.30 นาฬิกา ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารรัฐสภา น.ส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ รองประธานคณะ กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน และคณะ รับยื่นหนังสือจาก นายศุกลวัฒน์ ธนาสิริกุลพงศ์ รักษาการประธานสภานักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง และคณะ เรื่องขอความช่วยเหลือและหาแนวทางการแก้ไขปัญหาการขอสอบของนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง


ด้วยสภานักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง มีความกังวลอย่างยิ่งต่อกรณีของนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ซึ่งถูกดำเนินคดีและอยู่ในระหว่างการคุมขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร โดยไม่ได้รับสิทธิประกันตัวและไม่ได้รับอนุญาตให้สอบนอกมหาวิทยาลัย ซึ่งส่งผลกระทบต่อโอกาสทางการศึกษาของนักศึกษา เนื่องจากไม่สามารถสอบไล่ที่ยังคงเหลือ 3 กระบวนวิชา จำนวน 9 หน่วยกิต และไม่สามารถสำเร็จการศึกษาอย่างที่ตั้งใจไว้ แม้ว่าทางสภานักศึกษาฯ ได้ดำเนินการยื่นคำร้องเพื่อขออนุญาตในการสอบนอกมหาวิทยาลัย แต่ไม่ได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมกรรมการบริหารมหาวิทยาลัย ดังนั้น สภานักศึกษาฯ จึงขอความอนุเคราะห์คณะ กมธ.การกฎหมายฯ พิจารณาหาแนวทางช่วยเหลือสิทธิขั้นพื้นฐานของนักศึกษาต่อไป


น.ส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า คณะ กมธ. จะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาในวันพุธที่ 5 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 09.30 นาฬิกา เพื่อพิจารณาสอบข้อเท็จจริงกรณีที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง มีมติไม่อนุมัติให้นักศึกษาเข้าสอบนอกห้องเรียน ทั้งที่กรมราชทัณฑ์มีความประสงค์ หรือมีแนวนโยบายที่จะให้ผู้ถูกคุมขังทุกคนได้รับการศึกษาเพื่อจะได้ออกไปแล้วสามารถประกอบอาชีพได้ ทั้งนี้ คณะ กมธ. ขอเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยออกมาชี้แจงเหตุผลในกรณีดังกล่าวต่อไป


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #มาตรา112 #ก้องต้องได้สอบ




‘พิธา’ ย้ำ ‘ผู้ช่วยหาเสียง’ ไม่จำเป็นต้องมีสิทธิเลือกตั้งในเขตนั้น ๆ กกต.ตอบชัดแล้วตั้งแต่สมัย ‘ก้าวไกล’ ขอประชาชนมาใช้สิทธิ์อย่างมั่นใจ เป็นกำลังใจให้ผู้สมัครพรรคประชาชนทุกคน อย่าหยุด เดินหน้าต่อในช่วงโค้งสุดท้าย

 


พิธา’ ย้ำ ‘ผู้ช่วยหาเสียง’ ไม่จำเป็นต้องมีสิทธิเลือกตั้งในเขตนั้น ๆ กกต.ตอบชัดแล้วตั้งแต่สมัย ‘ก้าวไกล’ ขอประชาชนมาใช้สิทธิ์อย่างมั่นใจ เป็นกำลังใจให้ผู้สมัครพรรคประชาชนทุกคน อย่าหยุด เดินหน้าต่อในช่วงโค้งสุดท้าย


วันนี้ (30 มกราคม 2568) นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงระบุว่า เคลียร์ชัด! ผู้ช่วยหาเสียงไม่จำเป็นต้องมีสิทธิเลือกตั้งในเขตนั้นก็ได้ เรื่องนี้ กกต. ตอบชัดแล้วตั้งแต่สมัยก้าวไกล


เรื่องที่มีนักร้องไปร้องว่า ผู้สมัครพรรคประชาชนและเพื่อไทย กระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง จากกรณีการตั้ง ‘ผู้ช่วยหาเสียง’ ที่ไม่ได้เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตนั้น ๆ ไปช่วยหาเสียง


เรื่องนี้พวกเราได้ปิดช่องการตีความไปตั้งแต่สมัยพรรคก้าวไกลเรียบร้อยแล้ว ตอนนั้นพรรคทำหนังสือสอบถามไปยัง กกต. ว่า ผู้ช่วยหาเสียง ต้องเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง หมายถึงผู้มีสิทธิในเขตนั้นๆ ที่มีการเลือกตั้ง หรือเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ใดก็ได้ ซึ่ง กกต.ตอบกลับมาแบบข้อหลังนะครับ


ไม่อย่างนั้นก็คงต้องเช็คทะเบียนผู้ช่วยหาเสียงของแคนดิเดตทุกคนทั้ง 47 จังหวัดแล้วครับ ว่ามีใครไม่ได้เป็นคนในจังหวัดนั้นบ้าง


ดังนั้น เรื่องนี้ไม่เป็นน่าหนักใจอะไร มั่นใจได้! ผู้สมัคร ผู้ช่วยหาเสียง โหวตเตอร์ เดินหน้าสู่วันเลือกตั้งเต็มที่


ขอให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์กันอย่างมั่นใจ เดินเข้าคูหาด้วยความแน่วแน่ และขอเป็นกำลังใจให้ผู้สมัครจากพรรคประชาชนทุกคน! อย่าหยุด เดินหน้าต่อในช่วงโค้งสุดท้าย!

 

#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #เลือกตั้งอบจ2568 #กกต

“ณัฐพงษ์” ตั้งกระทู้จี้รัฐบาลขอความชัดเจนกระจายอำนาจแก้ปัญหาฝุ่น ชี้เพื่อไทยชูกระจายอำนาจหาเสียงแต่นโยบายกลับสวนทาง-ล่าช้า

 


ณัฐพงษ์” ตั้งกระทู้จี้รัฐบาลขอความชัดเจนกระจายอำนาจแก้ปัญหาฝุ่น ชี้เพื่อไทยชูกระจายอำนาจหาเสียงแต่นโยบายกลับสวนทาง-ล่าช้า


วันที่ 30 มกราคม 2568 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้ตั้งกระทู้ถามต่อนายกรัฐมนตรี กรณีการแก้ไขปัญหาฝุ่น pm 2.5 และการกระจายอำนาจ โดยนายกฯ มอบหมายให้ ประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นผู้ตอบกระทู้แทน


ณัฐพงษ์เริ่มต้นการถามกระทู้โดยชี้ให้เห็นว่าจากการปฏิบัติที่ผ่านมาของรัฐบาลเพื่อไทยที่เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาฝุ่น pm 2.5 ตั้งแต่สมัยรัฐบาลเศรษฐามาจนถึงรัฐบาลแพทองธาร มีการผ่านมติ ครม. ไปทั้งหมด 24 ครั้ง มีข้อสั่งการ 43 ครั้ง และมีการให้ข่าวสารเกี่ยวกับการจัดการถึง 71 ครั้ง แต่จากตัวชี้วัดที่รัฐบาลเพื่อไทยตั้งขึ้นเองในปี 2567 ผลปรากฏว่าตกเป้าทุกตัวชี้วัด โดยเฉพาะที่ระบุว่าจะลดพื้นที่การเผาไหม้ให้ได้ 50%


รัฐบาลทราบดีอยู่แล้วว่าสถานการณ์ฝุ่นพิษ pm 2.5 หนักหน่วงมากขึ้นและมีที่มาจากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นข้ามพรมแดน ฝุ่นจากไร่นา ฝุ่นจากไฟป่า และฝุ่นในเมือง ซึ่งวันนี้ตนจะขออภิปรายถึงเฉพาะฝุ่นจากในป่าและในเมือง ซึ่งเกี่ยวกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และการกระจายอำนาจโดยตรง


ณัฐพงษ์กล่าวต่อไปว่ากรณีของไฟป่า นายกรัฐมนตรีได้ให้ข่าวไว้เมื่อไม่นานมานี้ว่ามีการจัดสรรงบกลางไปแล้วกว่า 620 ล้านบาท มีการตั้งพื้นที่ 14 กลุ่มป่าเป้าหมาย แต่วันนี้ก็ยังไม่ชัดเจนว่าจะจัดการไฟป่าอย่างไรในพื้นที่นอก 14 กลุ่มป่า เช่น นครราชสีมา ลพบุรี ชัยนาท และชลบุรี ที่มีปัญหาไฟป่าเช่นกัน


ส่วนกรณีฝุ่นในเมือง กรุงเทพมหานครเพิ่งให้ข่าวว่าวันนี้ยังไม่สามารถตรวจและปรับรถบรรทุกและขนส่งโดยสารสาธารณะ 6 ล้อขึ้นไปได้ เพราะ กทม. ยังไม่ใช่พนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ขนส่งทางบก และทำได้เพียงขอความร่วมมือ ส่วนแหล่งกำเนิดฝุ่นที่เป็นโรงงานอุตสาหกรรม มีการศึกษาล่าสุดพบว่าในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ฝุ่นจากโรงงานอุตสาหกรรมเป็นแหล่งกำเนิดที่สำคัญเช่นกัน คำถามของตนคือ


1) แม้ปีนี้จะมีการจัดสรรงบกลาง 620 ล้านบาทไปแล้ว แต่ก็เป็นเพียงการจัดสรรงบประมาณแบบปีต่อปีที่ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของนายกรัฐมนตรี เช่น งบประมาณปี 2568 มี อปท. ของบประมาณจัดการไฟป่ามา 1,800 แห่ง แต่ได้รับการจัดสรรงบประมาณไปเพียง 90 แห่งเท่านั้น จึงอยากถามล่วงหน้าถึงงบประมาณปี 2569 และปีต่อๆ ไป รัฐบาลมีแนวโน้มออกข้อสั่งการอย่างไรให้การจัดสรรงบประมาณปีต่อปีเป็นงบประมาณประจำให้ อปท. เพียงพอต่อการจัดการไฟป่า


2) ปัญหาฝุ่นในเมือง รัฐบาลมีแนวนโยบายที่จะให้รัฐมนตรีที่รักษาการ พ.ร.บ. แต่ละฉบับออกคำสั่งแต่งตั้งให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจกำกับดูแลตาม พ.ร.บ. แต่ละฉบับ เช่น พ.ร.บ.ขนส่งทางบก และ พ.ร.บ.โรงงาน หรือไม่อย่างไร


3) ในการแปลผลภาพจากดาวเทียมที่ดูรอยเผาไหม้เพื่อติดตามการเผาไหม้ในพื้นที่การเกษตร ทราบมาว่าตอนนี้ยังมีปัญหาในการแปลผลทางเทคนิค ที่ยังไม่สามารถเอาภาพถ่ายทางดาวเทียมที่เป็นรอยเผาไหม้มาใช้ในการวิเคราะห์ได้ เรื่องนี้มีความคืบหน้าอย่างไร


ทางด้านประเสริฐ ได้ตอบกระทู้คำถามแรกโดยระบุว่าที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับเรื่องฝุ่น pm 2.5 มาก หลายข้อสั่งการได้บรรลุเป้าหมาย ส่วนเรื่องงบประมาณ เมื่อวันอังคาร 28 ม.ค. ที่ผ่านมาได้มีการอนุมัติงบกลาง 620 ล้านบาท ส่วนการจัดสรรในอนาคตนั้น การป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่ามี 2 กรณี คือกรณีป่าสงวนแห่งชาติ จะเป็นการถ่ายโอนภารกิจจากกรมป่าไม้ โดยจะมีแนวทางจัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุนสำหรับภารกิจป้องกันและควบคุมไฟป่าและจัดชุดเฝ้าระวัง


ส่วนกรณีป่าสงวน ได้มีการจัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุนทั่วไปสำหรับภารกิจป้องกันและควบคุมไฟป่าให้แก่ อปท. ในพื้นที่เสี่ยง 90 แห่ง งบประมาณ 122 ล้านบาท และยังมีการจัดโครงการอบรมเสริมสร้างการแก้ไขปัญหาด้านไฟป่า หมอกควัน pm 2.5 ถึง 4 รุ่นให้ผู้นำ อปท. ในพื้นที่ 17 จังหวัดในเขตภาคเหนือ 1,700 กว่าราย ส่วนการดำเนินการในระยะต่อไป กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นได้ร่วมกับกรมป่าไม้ กรมควบคุมมลพิษ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช อยู่ระหว่างการดำเนินการจัดทำแนวทางให้ อปท. จัดทำแผนป้องกันและควบคุมไฟป่าให้มีประสิทธิภาพ

 

#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #ประชุมสภา #กระทู้สด

นายกฯ ย้ำแก้ปัญหายาเสพติดวาระแห่งชาติ สั่งผนึกกำลัง 51 อำเภอชายแดน เปิดปฏิบัติการ “Seal Stop Safe” แก้ไขปัญหายาเสพติดต้องเห็นผล สร้างโอกาสคืนคนดีคนคุณภาพสู่สังคมไทย

 


นายกฯ ย้ำแก้ปัญหายาเสพติดวาระแห่งชาติ สั่งผนึกกำลัง 51 อำเภอชายแดน เปิดปฏิบัติการ “Seal Stop Safe” แก้ไขปัญหายาเสพติดต้องเห็นผล สร้างโอกาสคืนคนดีคนคุณภาพสู่สังคมไทย


วันนี้ (30 มกราคม 2568) เวลา 10.00 น. ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล  นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเปิดปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด “Seal Stop Safe” ผนึกกำลัง 51 อำเภอชายแดน เพื่อมอบนโยบายในการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดตามแนวชายแดน ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความเข้าใจในการปฏิบัติงาน และสามารถเร่งรัดการดำเนินงานสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดนให้เห็นผลเป็นรูปธรรม


โดยมี นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พลเอก ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบกและรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พลเรือเอก จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ พลตำรวจเอก กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจโท ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส  พร้อมด้วยคณะกรรมการ ป.ป.ส. ผู้ว่าราชการจังหวัด 14 จังหวัด ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เข้าร่วมพิธีฯ 



นายกฯ กล่าวแสดงความรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เป็นส่วนสำคัญของการเปิดปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด “Seal Stop Safe” ผนึกกำลัง 51 อำเภอชายแดน ซึ่งเป็นนโยบายที่รัฐบาลให้ความสำคัญ พร้อมขอบคุณทุก ๆ ฝ่าย ที่ร่วมมือกันปฏิบัติงานจนเห็นผลเป็นรูปธรรม เกิดประโยชน์แก่ประชาชนและประเทศชาติ สามารถนำพาลูกหลานกลับคืนสู่ครอบครัวได้อีกครั้ง รวมทั้งขอบคุณเจ้าหน้าที่ส่วนหน้า ที่ได้นำนโยบายไปปฏิบัติจนได้ผลจริง ถือเป็นการสร้างโอกาสให้คนไทย กลับมาพัฒนาศักยภาพของตนเองอีกครั้ง สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลเรื่องการสร้างโอกาส เพราะหากประเทศยังมีปัญหายาเสพติด ก็จะเป็นการตัดศักยภาพของคนไทย 



นายกฯ กล่าวต่อว่า นโยบายภายใต้ธีม “Seal Stop Safe” เพื่อป้องกันยาเสพติดเข้าสู่ประเทศ จำเป็นต้องเพิ่มกำลัง ผนึกกำลังทหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ทั้ง 51 อำเภอชายแดน ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความมั่นคงขึ้น ในส่วนของรัฐบาลพร้อมดูแลสนับสนุนทหารและอาสาสมัครอย่างครอบคลุมทุกมิติ ซึ่งช่วงที่ผ่านมาได้ติดตามการแก้ไขปัญหายาเสพติด ในชุมชนผ่านโครงการท่าวังผาโมเดล จ.น่าน และ ธวัชบุรีโมเดล จ.ร้อยเอ็ด พบว่าผู้ที่ผ่านการบำบัดยาเสพติด นอกจากหายกลับมาใช้ชีวิตปกติแล้ว ยังมีความภาคภูมิใจที่สามารถหลุดพ้นจากยาเสพติดได้ สิ่งที่ทุกคนร่วมกันขับเคลื่อนปฏิบัติการในวันนี้  คือการให้โอกาสทำให้ผู้ที่เคยติดยาเสพติดได้กลับมาทำประโยชน์ให้สังคมอีกครั้ง นอกจากนี้ การเตรียมความพร้อมให้ผู้ที่ผ่านการบำบัดถือเป็นสิ่งสำคัญ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือของเจ้าหน้าที่ทุกคน เพื่อให้ผู้ผ่านการบำบัดมีระเบียบ มีความพร้อมในการทำงานต่อไป



สิ่งที่จะต้องทำต่อคือการสร้างอาชีพ เพื่อให้เกิดการพัฒนาทั้งระบบ จำเป็นต้องบูรณาการร่วมกันทุกหน่วยงาน เพื่อให้ผู้ที่ผ่านการบำบัด สามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัว ขอเป็นกำลังใจให้ทุกหน่วยที่ทำงานอย่างหนัก เพื่อประเทศชาติ และขอให้ทุกคนมั่นใจว่า หากงานนี้สำเร็จไปด้วยดี จะสร้างคนที่มีคุณภาพกลับคืนสู่สังคม” นายกฯ กล่าวในที่สุด



จากนั้น นายกฯ พร้อมผู้ร่วมพิธีร่วมกันปักธงทำพิธีเปิดปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด “Seal Stop Safe” ผนึกกำลัง 51 อำเภอชายแดน


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #นายกฯแพทองธาร #วาระแห่งชาติ #ยาเสพติด




"อ.ธิดา" ให้กำลังใจ "อ.ชาญวิทย์" ว่าด้วยเรื่องแดง (แดก) ส้ม!!!

 


ว่าด้วยเรื่องกิน (แดก) ส้ม!!!


คุณทักษิณเพิ่งโฆษณาช่วยหาเสียง นายก อบจ. บอกให้แดงกินส้ม น่าจะมีความหมายถึงการเอาชนะคล้ายการพนัน, เล่นไพ่ ที่แดงเอาชนะส้ม แต่ในกรณีกลุ่มกองเชียร์พรรคเพื่อไทยที่โกรธคนเสื้อแดงที่หันไปสนับสนุนพรรคอนาคตใหม่, ก้าวไกล ถึงพรรคประชาชน ที่ใช้สีส้ม ก็จะด่าว่า พวก “แดงแดกส้ม” ซึ่งถ้าเป็นกรณีปากตลาดพอกันเขาก็จะถามว่า “เอ็ง (มรึง) แดกอะไร? แดกเลือดประชาชนใช่หรือเปล่า” แต่ถ้าเป็นปัญญาชนหน่อยก็จะไม่ใช้คำว่า “แดก” แต่ใช้ “กิน” หรือ “เปลี่ยน” จากแดงเป็นส้ม


ดิฉันเขียนเพื่อให้กำลังใจ อ.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ที่เป็นปัญญาชนที่ได้รับการนับถือในสังคม ว่าในวงการกองเชียร์พรรคการเมืองก็จะมีคนหลายแบบ หลายระดับ ส่วนหนึ่งใช้อารมณ์เป็นใหญ่เหนือเหตุผล ตัวดิฉันถูกประณามหยามเหยียดจากคนส่วนที่เชียร์พรรคเพื่อไทย (เพื่ออะไร?) ก็ไม่ถือสาอะไรกับมวลชนกลุ่มนี้ อาจารย์อย่าไปถือสาเอามากระทบกระเทือนจิตใจเลย การเดินทางของคนที่ก้าวหน้ากว่าสังคมอนุรักษ์นิยมล้วนผ่านการรบกวน เยาะเย้ย ถากถางอยู่เสมอค่ะ


ธิดา ถาวรเศรษฐ

30 มกราคม 2568


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #แดงแดกส้ม

“ภูมิธรรม” แจงตัดไฟฟ้าพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้านที่มีปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไปแล้ว หากลักลอบส่งไฟต้องตรวจสอบ

 


ภูมิธรรม” แจงตัดไฟฟ้าพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้านที่มีปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไปแล้ว หากลักลอบส่งไฟต้องตรวจสอบ


วันนี้ (30 มกราคม 2568) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชี้แจงจากกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า การตัดไฟฟ้าไม่ให้ความช่วยเหลือพื้นที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ฝั่งจังหวัดเมียวดี ให้ไปถามหน่วยงานความมั่นคงโดยตรง ว่า ขณะนี้ไทยจ่ายไฟให้กับเมียนมา 2 จุด บริเวณสะพานมิตรภาพไทย- ลาวเข้าสู่เมวดี และชายแดนแม่ฮ่องสอน แต่จุดที่มีปัญหา คือ อำเภอแม่ระมาด กับอำเภอแม่สอด ได้ตัดไปแล้วเมื่อเดือนมิถุนายนปี 66 รวมถึงเรื่องระบบอินเทอร์เน็ต และยังได้สั่งการเพิ่มเติมว่า ผู้ใดให้ไฟฟ้าเขาใช้ก็ถือว่าสมรู้ร่วมคิด ฝ่ายความมั่นคงก็จะดำเนินการ หากพื้นที่มีปัญหาจะใช้เครื่องปั่นไฟก็เป็นเรื่องภายใน แต่ยืนยันว่า เราจัดการสั่งตัดไฟฟ้าไปแล้ว หากมีการลักลอบใช้ก็ต้องตรวจสอบกันต่อไป


นายภูมิธรรมกล่าวว่า วันนี้เป็นการประชุมร่วมกันของทุกหน่วยงาน ทั้งกองทัพบก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กอ.รมน. และฝ่ายข่าวที่เกี่ยวข้อง ซึ่งครั้งนี้จะเพิ่มมาตรการซีลชายแดน นอกจากชายแดนปกติ เนื่องจากเส้นทางธรรมชาติมีระยะทางยาวหลายกิโลเมตร การใช้ 51 อำเภอ 76 สถานีตำรวจ เป็นการซิลอีกชั้นหนึ่ง พยายามจัดการกับจุดพักยาต่างๆ ทางเข้าและออก ซึ่งจะมีการประเมินในรอบ 6 เดือน หากทำได้ดี จะส่งผลต่ออาชญากรรมอื่น ๆ ด้วย


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #แก๊งคอลเซ็นเตอร์ #ตัดไฟฟ้า