วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2565

บอย ธัชพงศ์ แกดำ : อาลัย “วัฒน์ วรรลยางกูร”


งานไว้อาลัย #วัฒน์วรรลยางกูร


บอย ธัชพงศ์ แกดำ : อาลัย “วัฒน์ วรรลยางกูร”


พอพูดถึงพี่วัฒน์นะครับ สิ่งแรกที่คนหนุ่มสาวตั้งแต่ปี 63 จนถึงปัจจุบันที่เราจะได้ยินกันบ่อย แม้ว่าอาจจะไม่ได้มีการพูดชื่อ ก็จะมีแต่พวกเรา มีแต่พ่อแม่พี่น้องเสื้อแดง พ่อแม่พี่น้องที่นั่งกันอยู่ตรงนี้ เราจะรู้ผ่านบทเพลง ผ่านผลงาน ผ่านชีวประวัติขอพี่วัฒน์ ตั้งแต่การต่อสู้ในสมัย 14ตุลา 6ตุลา จนถึงปัจจุบัน แต่สิ่งหนึ่งที่เราได้สานต่อและเราได้รับพลังจากคนที่ชื่อว่า “วัฒน์ วรรลยางกูร” คือเพลงสหาย


ทุกครั้งที่เราชุมนุม แล้วเราจะต้องต่อสู้หรือต้องไปปฏิบัติการอะไรสักอย่าง เพลงสหายเป็นหนึ่งเพลงที่เสียงพี่วัฒน์จะทำให้เรารู้สึกถึงพลัง ทุกครั้งที่เราร้องเพลงนี้ เราปลุกความหวังและพลังของพวกเรา สิ่งที่พี่วัฒน์ทำมาจนถึงปัจจุบันผมคิดว่าไม่ได้สูญเปล่า และอย่างน้อยเขาคือคนเดียวที่บทเพลงของเขาไปร้องในสถานที่แบบนี้และเหมาะสมที่สุด และนี่คือบทเพลงของปฏิวัติประชาชนมากที่สุด จนวินาทีสุดท้ายเขาก็ยังรับใช้อุดมการณ์ปฏิวัติประชาชนครับ


แตกต่างกับเพื่อนสหายบางคนที่วันนี้ไม่ได้ร้องเพลงของประชาชนเพื่อปฏิวัติประชาชน แต่ร้องเพลงเพียงแค่รับใช้ชีวิตของตัวเอง หรือรับใช้อนุรักษ์นิยมเพราะเพียงแค่ตำแหน่งและผลประโยชน์ส่วนตัว แต่สิ่งหนึ่งที่จะต้องจดจำฝังใจและจะต้องไม่มีวันลืมเลือน คนที่ทำให้ “วัฒน์ วรรลยางกูร” ไม่ได้อยู่ในประเทศนี้ก็คืออำนาจมืดของศักดินานี่แหละครับ เราจะต้องไม่ลืมว่าอำนาจที่แท้จริงและอำนาจที่ทำให้คุณวัฒน์ วรรลยางกูร ต้องลี้ภัยไปต่างประเทศ อำนาจที่ทำให้ใครหลาย ๆ คนที่เรียกร้องความเป็นคนเท่ากันต้องลี้ภัยไปต่างประเทศ หรือถูกอุ้มฆ่าถูกอุ้มหาย มันเกิดจากอำนาจของศักดินานี่แหละครับ


ถึงกระนั้นก็ตาม ณ วันนี้การปฏิวัติประชาชน สิ่งที่คุณวัฒน์ วรรลยางกูร ใฝ่ฝันและปฏิบัติมาโดยตลอดไม่ได้สูญเปล่า วันนี้สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงแล้ว วันนี้ไม่มีใครยืนในโรงหนังแล้วครับ และสิ่งที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 63 จนถึงปัจจุบัน สิ่งที่คนหนุ่มสาวคนยุคปัจจุบันเข้าใจและยอมเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมทางการเมืองและความคิดเก่าก็คือการต่อสู้และการยืนหยัดด้วยรักแห่งอุดมการณ์ของคุณวัฒน์ วรรลยางกูร และพี่น้องเสื้อแดงทุกคน พี่น้องที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยทุกคน และทุก ๆ คนที่ถูกอุ้มฆ่า ถูกอุ้มหาย และลี้ภัยไปต่างประเทศ ทุกคนคือคนที่หว่านเมล็ดพันธุ์แห่งการปฏิวัติ และวันนี้มันงอกงามแล้วครับ


ไม่มีอำนาจใดที่จะมาขัดขวางการเปลี่ยนแปลงนี้ได้ สิ่งที่คุณวัฒน์ วรรลยางกูร ได้ทำมาจน ณ ปัจจุบันผมยังคิดว่าเขาไม่ได้ตาย เพราะความคิดและอุดมการณ์การต่อสู้ของเขายังอยู่ ผมและพี่น้องทุกคน พวกเราคือผลผลิตแห่งอุดมการณ์และการต่อสู้ของคนที่ยืนหยัดและต่อสู้ ของคนที่เหมาะจะร้องเพลงแสงดาวแห่งศรัทธาในสถานที่แบบนี้จริง ๆ ไม่ใช่ใครที่ไปร้องเพลงแสงดาวแห่งศรัทธาในเวทีของอำมาตย์หรือศักดินาครับ ไม่ใช้ใครที่ร้องเพลงประชาชนบนเวทีรับใช้อำมาตย์หรือศักดินาครับ


นี่คือบทพิสูจน์ที่แท้จริงว่า ไม่ว่าในสมัยเป็นนักเรียนนักศึกษาต่อสู้มาอย่างไร แม้วินาทีสุดท้ายที่เขาตาย เขาก็ยังเป็นเหมือนเดิม เขายังรับใช้ประชาชนเหมือนเดิม เขายังรับใช้อุดมการณ์แห่งการปฏิวัติเพื่อประชาชนเหมือนเดิม ศิลปินเพื่อชีวิตหลายคนที่เป็นศิลปินแห่งชาติรุ่น ๆ ของคุณวัฒน์ ไม่พูดคำว่าปฏิวัติประชาชนแล้วครับ แต่พูดคำว่า “ปฏิรูป” แต่ไม่ได้ปฏิรูปสถาบันนะ และก็ได้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีมา แล้วก็ยังไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองจะต้องพูดคำว่าปฏิวัติประชาชน คนเหล่านั้นขึ้นเวทีแล้วลืมคำว่าปฏิวัติประชาชนไปแล้ว ในหัวเขามีว่าปฏิวัติเพื่อตัวกู ๆ ๆ


แต่วันนี้ครับ วันนี้คือสิ่งที่ทำให้เห็นว่าคนทุกคนรู้และเข้าใจคนชื่อ “วัฒน์ วรรลยางกูร” มากขึ้น คนหนุ่มสาวหลายคนรู้จักมากขึ้น แล้ววันนี้เราเห็นแล้วว่าดอกผลผลิตแห่งเมล็ดพันธุ์แห่งการปฏิวัติประชาชนไม่สูญเปล่า เราไม่ได้สู้เพื่อให้ใครขึ้นมาใหญ่ แต่เราสู้เพื่อให้ประชาชนขึ้นมามีอำนาจเท่ากัน แล้วสถานที่แห่งนี้เหมาะสมสุดแล้วที่จะร้องเพลงแสงดาวแห่งศรัทธา พี่น้องทุกคนตรงนี้เหมาะสมสุดแล้วที่จะร้องเพลงสหาย เพลงปฏิวัติประชาชน และพวกเราเหมาะสมสุดแล้วที่จะเรียกตัวเองว่าพวกเราคือคนที่ทำงานปฏิวัติประชาชนครับ ไม่ว่าพวกเราจะต้องแลกด้วยต้นทุนอะไรก็ตาม ผมรู้ว่าพ่อแม่พี่น้องทุกคน ทุกคนมา ทุกคนมีต้นทุนที่ต้องจ่าย ทุกคนมา ไม่ว่าจะเป็นคนพูด หรือคนร่วม ทุกคนมีต้นทุนที่ต้องเสียและต้องจ่ายเพื่อแลกกับการปฏิวัติ เราจะไม่ยอมให้อุดมการณ์แห่งการปฏิวัติประชาชนสูญเปล่า


สิ่งที่เราจะตอบสิ่งที่คุณวัฒน์ วรรลยางกูรได้ทำเอาไว้ตอบแทนสิ่งที่พี่น้องเราหลายคน ไม่ว่าจะเป็นวันเฉลิมหรือใครหลาย ๆ คนที่ถูกอุ้มฆ่าถูกอุ้มหาย หรือใครหลาย ๆ คนที่ต้องลี้ภัยไปอยู่ต่างประเทศ สิ่งที่เราจะตอบแทนเขาได้คือการยืนหยัดและต่อสู้ไปเพราะวันนี้การต่อสู้ยังอยู่ มันยังไม่จบครับ จะไม่มีใครหน้าไหนมาหยุดยั้งการปฏิวัติและการเปลี่ยนแปลงของประชาชนได้ ไม่ว่าจะมีการเลือกตั้ง การต่อสู้ของประชาชนก็จะไม่จบ การเลือกตั้งไม่ใช่จุดจบ การเลือกตั้งไม่ใช่ทางออกสุดท้าย แต่ทางออกสุดท้ายที่จะเปลี่ยนเกมพลิกเกมให้ประเทศนี้เป็นของประชาชนจริง ๆ คือพ่อแม่พี่น้องทุกคนที่นั่งอยู่ตรงนี้เพราะเราเชื่อมั่น ด้วยรักแห่งอุดมการณ์ “วัฒน์ วรรลยางกูร” ครับ ปฏิวัติประชาชนครับ


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์




วุฒิพงษ์ เลาหไพโรจน์ ประธานเครือข่ายเดือนตุลา: อาลัย “วัฒน์ วรรลยางกูร”

 


งานไว้อาลัย #วัฒน์วรรลยางกูร


วุฒิพงษ์ เลาหไพโรจน์ ประธานเครือข่ายเดือนตุลา: อาลัย “วัฒน์ วรรลยางกูร”


ขอขอบคุณครอบครัว “วัฒน์ วรรลยางกูร” ขอขอบคุณคณะกรรมการจัดงานที่ให้เกียรติได้มีโอกาสมาพูดในครั้งนี้


เรื่องแรกการจัดงานครั้งนี้เราคงปลื้มปิติดีใจไปกับ“วัฒน์ วรรลยางกูร” ปลื้มปิติเพราะว่าบรรดาผู้ที่มาร่วมงานอันทรงเกียรตินี้ประกอบไปด้วยบุคคลและนักต่อสู้นับตั้งแต่ก่อนเหตุการณ์14ตุลา และผู้ร่วมเหตุการณ์14ตุลา, 6ตุลา, พฤษภาทมิฬ กระทั่งการคัดค้านการรัฐประหารเมื่อปี 49 และต่อต้านในปี 53


“วัฒน์ วรรลยางกูร” เคยพูดว่าเขาเป็นนักเขียนตลอดกาล “วัฒน์ วรรลยางกูร” เป็นหนึ่งในนักเขียนที่จะถูกจารึกในประวัติศาสตร์ของชาติเรา เราอาจจะมีนักการธนาคาร มีนักเศรษฐศาสตร์ มีนักวิชาการด้านสังคมศาสตร์ และมีกวีรวมถึงศิลปินและนักประพันธ์อีกนับร้อยนับพันคน แต่คนอย่าง “วัฒน์ วรรลยางกูร” ได้พิสูจน์ตัวเองบนหนทางของการต่อสู้เพื่อเสรีภาพ ประชาธิปไตย ความเป็นธรรม และมนุษยนิยม สิ่งเหล่านี้จะปรากฎเป็นหลักฐานและจารึกเอาไว้ว่า ในกาลครั้งหนึ่งนั้นคนชื่อ “วัฒน์ วรรลยางกูร” ได้ถือกำเนิดขึ้นบนแผ่นดินนี้และได้สร้างคุณูปการอันใหญ่หลวงให้แก่ขบวนการต่อสู้เพื่อเสรีภาพ ประชาธิปไตย และมนุษยนิยม


“วัฒน์ วรรลยางกูร” ได้เป็นตำนานหนึ่งที่คนรุ่นเราและรุ่นลูกรุ่นหลานจะเล่าขานไม่รู้จบว่า “วัฒน์ วรรลยางกูร” นักเขียนตลอดกาลและผู้ประพันธ์เพลง ผู้เป็นกวี ขอเราทั้งหลายได้ร่วมกันรำลึกและดำเนินการตามเจตนารมณ์ที่ “วัฒน์” เคยได้วางไว้ ขอบคุณครับ


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์

“ต๋ง ทะลุฟ้า” ปนัดดา สิริมาสกุล : อาลัย “วัฒน์ วรรลยางกูร”

 


งานไว้อาลัย #วัฒน์วรรลยางกูร


“ต๋ง ทะลุฟ้า” ปนัดดา สิริมาสกุล : อาลัย “วัฒน์ วรรลยางกูร”


จากทะลุฟ้า ถึงคุณวัฒน์ วรรลยางกูร


ดิฉัน ปนัดดา สิริมาสกุล ตัวแทนจากทะลุฟ้า วันนี้พวกเรากลุ่มทะลุฟ้าขอเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมแสดงความรำลึกถึง คุณวัฒน์ วรรลยางกูร นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยผู้ล่วงลับ


คุณวัฒน์ วรรลยางกูร เป็นนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ผู้ที่สมควรได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเยี่ยงวีรบุรุษที่สู้กับเผด็จการผู้ชั่วร้ายตราบจนสิ้นลมหายใจ โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา คุณวัฒน์ได้พยายามสู้กับระบอบทมิฬมาโดยตลอด โดยผ่านทั้งวรรณกรรมและบทกวีต่าง ๆ ที่สะท้อนให้เห็นถึงอุดมการณ์และเจตนารมณ์ที่ต้องการจะสื่อสารและส่งต่อไปยังผู้อื่น แต่ด้วยการมีอยู่ของกฎหมายอันไม่ชอบธรรมอย่างประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ทำให้ชีวิตของคุณวัฒน์ที่ควรจะได้ใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวช่วงบั้นปลายของชีวิตในประเทศบ้านเกิด กลับต้องพลักผัน ชีวิตของคุณวัฒน์ต้องเข้าสู่การหลบหนีจากมือมารอีกครั้ง โดยครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการหลบหนีเข้าป่าอย่างเช่นสมัยหนุ่ม แต่ต้องเป็นการลี้ภัยไปอยู่ต่างประเทศอันแสนไกล ซ้ำแล้วยังต้องลี้ภัยถึงสองครั้ง และแม้ว่าการลี้ภัยในครั้งนั้นจะทำให้คุณวัฒน์ต้องห่างจากครอบครัวและมิตรสหาย แต่เจตนารมณ์และอุดมการณ์ของคุณวัฒน์นั้นยังคงมีอยู่ ยังมีวรรณกรรมมากมายจากปลายปากกาที่สร้างแรงบันดาลใจอย่างมหาศาลแก่คนรุ่นใหม่อย่างพวกเรา ให้รู้สึกอยากจะต่อสู้เพื่อโลกใบใหม่ที่เสรีอย่างแท้จริง


พวกเราทะลุฟ้า ในฐานะนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยรุ่นใหม่ที่เพิ่งจะเติบโตได้ไม่นาน พวกเราได้เรียนรู้และรับทราบถึงสิ่งที่คุณวัฒน์ได้พยายามทำมาโดยตลอด ไม่ว่าจะตั้งแต่ยุคสมัย 6ตุลา จนถึงในช่วงสุดท้ายของชีวิต พวกเรารู้สึกขอบคุณคุณวัฒน์และวีรชนผู้ล่วงลับไปแล้วทุกท่าน ที่เริ่มปูทางให้แก่พวกเรามาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และพวกเราสัญญาว่าจะนำพาโลกใบใหม่มาสู่ประเทศนี้ให้ได้ดังที่คาดหวัง


และท้ายที่สุดนี้ พวกเราขอพูดแทนในส่วนของผู้ที่โดนคดีจากประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จนต้องลี้ภัยไปในต่างแดนทุกคน พวกเราเสียใจทุกครั้งที่ต้องเห็นผู้ลี้ภัยคนใดคนหนึ่งที่ต้องเสียชีวิตในต่างประเทศ และไม่มีโอกาสได้กลับมาประเทศไทย ไม่ควรมีใครต้องลี้ภัยจนตาย และไม่ควรที่จะมีกฎหมายมาตราใดที่จะมาทำลายชีวิตคน ๆ หนึ่งได้ เพียงเพราะมีความคิดที่ไม่ถูกใจผู้ปกครอง ด้วยเหตุนี้ การสืบสานเจตนารมณ์จะยังต้องมีต่อไป และพวกเราขอเป็นส่วนหนึ่งที่จะสานต่อเจตนารมณ์นั้น

 

และสุดท้ายขอฝากบทกลอน “แด่ดินสอโดมผู้จากไป” ของศ.ดร.เกษียร เตชะพีระ อดีตนักศึกษา 6ตุลา ที่ได้แต่กลอนไว้อาลัยให้แก่คุณวัฒน์


เหลาขึ้นทั้งกายใจจากไม้สัก

ได้จารึกจำหลักเป็นหลักฐาน

เสียงดนตรีเสียงกวีดังกังวาน

บันทึกเป็นพยานตลอดไป


เขียนเอาไว้กลางใจแห่งแผ่นดิน

เลือดที่รินร่างที่เรียงเสียงร่ำไห้

ป่าที่เข้าศึกที่สู้เพื่อกู้ไท

สู้พ่ายแพ้สู้ใหม่ไม่จำนน


แผ่นดินกว้างทางกลับช่างคับแคบ

ประคองแผลเจ็บแสบไม่ห่างหน

สู่โลกใหม่หายใจเสรีชน

ฝากฝันให้ทุกคนข้ามฟากฟ้า


ดินสอโดมขีดครบจบบรรทัด

ตำนานการยืนหยัดของคนกล้า

เรียกหนุ่มสาวพลิกฟื้นตื่นเต็มตา

เรียงสัมผัสพลิกหน้าต่อตำนาน


ขอบคุณค่ะ


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์

“หยก” กิตติวัฒน์ ลิ้มเจริญ ตัวแทนของ 1932 People Space Library : อาลัย “วัฒน์ วรรลยางกูร”


งานไว้อาลัย #วัฒน์วรรลยางกูร


“หยก” กิตติวัฒน์ ลิ้มเจริญ ตัวแทนของ 1932 People Space Library : อาลัย “วัฒน์ วรรลยางกูร”


“สหายร้อย” หรือ “วัฒน์ วรรลยางกูร” สำหรับพวกเรานั้นเขาเหมือนหมอคนหนึ่ง ที่คอยรักษาเยียวยาสังคมด้วยยาวิเศษ เป็นยาที่ต่างจากหมอทั่วไป นั่นคือสิ่งที่มีชื่อว่า กวี วรรณกรรม หรือบทเพลง แต่เป็นที่น่าเศร้าที่สังคมไทย คนอย่างวัฒน์ วรรลยางกูร นั้น เป็นหมอที่สังคมไทยไม่ต้องการ เขาต้องลี้ภัยไปจากมาตุภูมิที่เขาอยากรักษา มาตุภูมิที่เขารัก ยาของวัฒน์แต่ละอย่างนั้นเป็นยาที่หนักและเบา ถ้าจะให้พวกเรายกตัวอย่างก็คงไม่พ้นยาที่มีชื่อว่ามนต์รักทรานซิสเตอร์ ที่พาพวกเราล่องลอยไปกับความสุขสดใสดั่งเทพนิยาย เห็นจะเป็นไปตามใจของแผนไปเสียทุกสิ่ง


แต่พอผ่านช่วงแรกมาได้ ยาของวัฒน์ก็เริ่มรุนแรงแสดงฤทธิ์เข้าเสียแล้ว ประดุจวัฒน์กระชากพวกเราลงมาจากความสุขสุดใสในช่วงแรก พร้อมบอกกับพวกเราว่า นี่แหละชีวิตจริงสหายเอ๋ย ชีวิตที่ไม่เป็นธรรม ชีวิตที่คนจะใช่หาความสำเร็จได้ง่าย ชีวิตแห่งการดิ้นรน และวัฒน์ยังสอนความปวดร้าวมาในฉากที่แผนมากินอาหารในโรงแรมที่มีแต่พวกร่ำรวยเงินทอง แต่งกายเป็นคนจน และใช้ความจนเป็นแค่เรื่องสนุกของพวกเขาแต่เพียงเท่านั้น ช่างเป็นสิ่งที่แสนเจ็บปวด แต่พวกเราก็ไม่เคยเห็นหนังไทยเรื่องใดที่แสดงถึงอารมณ์และดึงอารมณ์พวกเราได้ถึงขนาดนี้


วัฒน์ จึงเป็นหมอที่คอยรักษา คอยผลิตยาเพื่อเตือนสติคนในสังคมตลอด แม้แต่วินาทีสุดท้ายของ “วัฒน์ วรรลยากูร” หรือ “สหายร้อย” ขอบคุณครับ


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์

 

"รินลดา” ตัวแทนพยาบาลอาสา FAV53 : อาลัย “วัฒน์ วรรลยางกูร”

 


งานไว้อาลัย #วัฒน์วรรลยางกูร


“รินลดา” ตัวแทนพยาบาลอาสา FAV53 : อาลัย “วัฒน์ วรรลยางกูร”


เด็กชายเกษกนกและเด็กหญิงบุญเย็น บทกลอนโดย วัฒน์ วรรลยางกูร เขียนเมื่อปี 2519


ฉันเกิดมาเป็นเด็กดี

โตขึ้นจะเป็นคนดี

พ่อแม่คอยดูแลฉัน

ทุกวันฉันสบายดี

แก้มยุ้ยท้องยุ้ยพุงปลิ้น

ฉันกินแต่ของดีดี

กินหมูเห็ดเป็ดไก่

กินไข่โปรตีนมากดี

เวลาจะนอนก็ดี

เวลาจะเล่นก็ดี

เวลาจะยืนก็ดี

เวลาจะขี้

ขี้ส้วมหินอ่อนสวยดี

ฉันเรียนโรงเรียนหลังใหญ่

แล้วต่อมหา'ลัยชั้นดี

ความหวังของเกตุกนก

คือเป็นนายกรัฐมนตรี


ฉันเกิดเป็นลูกชาวนา

พ่อแม่ทำนาเก่งดี

ปลูกข้าวตรากตำดำไถ

เหงื่อไหลตัวดำทั้งปี

ตัวฉันพุงโลก้นแป้ว

กินกลอยกินแห้วที่มี

กินหอยกินปูกินปลา

กินเลวกว่าหมาผู้ดี

เวลาหน้าหนาวขมขื่น

ผ้าห่มสักผืนไม่มี

ยามนอนต้องนอนขดจ๋อ

ตอนนั่งตัวงอเต็มที

เวลาจะยืนขาสั่น

ก็แรงมันไม่ค่อยมี

เรียนที่ศาลาวัดหลังคาโหว่

โกโรโกโสบัดสี

โตขึ้นจะเป็นชาวนา

ฉันคงหมดนามีหนี้

อนาคตของเด็กหญิงบุญเย็น

อาจจะต้องไปเป็นโสเภณี


ดิฉัน น.ส.รินลดา ดาทุมมา เป็นอาสาเยาวชนอายุ 20 ปี และเป็นตัวแทนของหน่วยปฐมพยาบาล FAV53 ขอฝากบทกลอนของคุณวัฒน์ ที่เขียนเมื่อตอนปี 2519 จนถึงปี 2565 มากกว่า 50 กว่าปีมาแล้ว ความเหลื่อมล้ำ การศึกษา ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปเลย ดิฉันหวังว่าทุกคนในที่นี้จะร่วมกันต่อสู้ ร่วมไว้อาลัยและสดุดีต่อ “วัฒน์ วรรลยางกูร” ขอบคุณค่ะ


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์

ศรัณย์ สัชชานนท์ สภานักศึกษา ม.ธรรมศาสตร์ : อาลัย “วัฒน์ วรรลยางกูร”

 


งานไว้อาลัย #วัฒน์วรรลยางกูร


ศรัณย์ สัชชานนท์ สภานักศึกษา ม.ธรรมศาสตร์ : อาลัย “วัฒน์ วรรลยางกูร”


สวัสดีแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน ผมศรัณย์ สัชชานนท์ ตัวแทนจากสภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์


วันนี้ เนื่องในโอกาสที่เรารำลึกถึงคุณวัฒน์ วรรลยางกูร กวีผู้จากไป นักเขียนผู้ต่อต้านเผด็จการทรราชย์จนวาระสุดท้ายของชีวิต ผมได้แต่งบทกลอนเพื่อเป็นที่ระลึกถึงสหายร้อย เชิญรับฟัง ณ ที่นี้ครับ


หนึ่งวิหคโผผินบินละล่อง

สู่ครรลองดั่งใจปรารถนา

เพื่อเติมเต็มปณิธานแห่งวิญญา

อันแกร่งกล้าดุจผาแห่งภูพาน


แล้วจึงได้บรรเลงเพลงกวี

แห่งเสรีแด่ผองชนได้ขับขาน

ประสานเสียงดังกึกก้องชัชวาน

เป็นสะพานสู่กลางจิตใจคน


สยายปีกทายท้าทรราช

แล้วประกาศให้ทั่วทุกแห่งหน

วิหคนี้ได้ยืนหยัดและอดทน

จนถึงคราประชาชนบรรลุชัย


คนคือคนเท่ากันทุกชนชั้น

คือความฝันที่วิหคยึดมั่นไว้

คนคือคนไร้สูงต่ำเหนือผู้ใด

เสมอภาคสถิตไซ้รกลางใจคน


ณ วันนี้วิหคนั้นบินลาแล้ว

แต่ไม่แคล้วทิ้งปณิธานไว้ทุกแห่งหน

อุดมการณ์ “วัฒน์ วรรลยางกูร” ดั่งสายชล

ไหลท่วมท้นตราบจนชีวาวาย


ในฐานะที่ผมเป็นนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ได้ร่วมรำลึกเหตุการณ์เดือนตุลามาตลอด 3 ปี ตั้งแต่เข้ารั้วมหาวิทยาลัยมานะครับ งานเขียนของคุณวัฒน์ วรรลยางกูร บทเพลงของคุณวัฒน์ วรรลยางกูร ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามีอิทธิพลต่อจิตใจ ต่อความอยากต่อสู้ ความกระหายต่อเสรีภาพ ความกระหายความเสมอภาคเพื่อประชาชนของนักศึกษาอย่างเรา ๆ “สหายร้อย” จึงนับว่าเป็นผู้ที่มีคุณูปการอันใหญ่หลวงต่อนักศึกษาธรรมศาสตร์ ต่อนักศึกษาที่ใฝ่หาความเป็นคนเท่ากัน ในประเทศที่เผด็จการทรราชเถลิงอำนาจอยู่ ณ ที่นี้


สำหรับผม “สหายร้อย” หรือคุณวัฒน์ ก็เหมือนกับนกพิราบ เหมือนกับวิหคตัวหนึ่งที่สยายปีกบินไปอย่างเสรีตามใจตน ไม่ยอมอยู่ใต้ผู้ใด บินล่องไปตามความฝัน บินล่องไปตามเสียงเพลงและบทกวีที่ตัวเองได้รังสรรค์ขึ้นมา บทกวีและบทเพลงเหล่านี้จะกลายเป็นแรงบันดาลใจ จะกลายเป็นสิ่งที่เติมเต็มความฝันให้อนุชนคนรุ่นหลัง ให้เยาวชนได้ติดตาม ได้ศึกษา และได้รับแรงบันดาลใจเพื่อการปฏิวัติสังคมต่อไป 


ขอไว้อาลัยคุณวัฒน์ วรรลยางกูร มา ณ ที่นี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์

เพียงคำ ประดับความ กวีเพื่อชีวิต : อาลัย “วัฒน์ วรรลยางกูร”

 


งานไว้อาลัย #วัฒน์วรรลยางกูร


เพียงคำ ประดับความ กวีเพื่อชีวิต : อาลัย “วัฒน์ วรรลยางกูร”


ก่อนจะอ่านบทกวี อยากจะกล่าวอะไรถึงพี่วัฒน์สักนิดหนึ่งนะคะ ในฐานะของคนที่อ่านหนังสือของพี่วัฒน์ตั้งแต่เรียนมัธยมปลาย แล้วก็มารู้สึกว่ามันมีผลต่อความคิดของเรามาก ๆ ก็ช่วงที่เรียนมหาวิทยาลัย พี่วัฒน์ถือเป็นนักเขียนที่อยู่ในใจเรามากที่สุด และมีอิทธิพลต่อความคิดของเรา พอมาปี 2552 เราก็ได้มีโอกาสเจอกัน เราก็เป็นมวลชนคนหนึ่งไปที่ชุมนุมในตอนนั้น วันหนึ่งนักเขียนที่เราศรัทธามาตลอดก็เดินขึ้นเวทีประกาศตัวว่ามีจุดยืนที่ชัดเจน ตอนนั้นเราก็รู้สึกว่าตัวหนังสือทุกตัวที่เราอ่านเขามานี้เราไม่เคยผิดหวังเลย


ได้มีโอกาสมาทำงานเคลื่อนไหวร่วมกับพี่วัฒน์จริง ๆ ในปี 2553 หลังการล้อมปราบเดือนเมษาพฤษภา53 ตัวดิฉันกับกลุ่มเพื่อน ๆ ได้รวมกลุ่มกันขึ้นมาและมีการจัดประกวดบทกวีในหมู่พี่น้องประชาชนเพื่อแสดงออกถึงความรู้สึกของเราในช่วงนั้นที่มีคนตายมากมาย ในบรรดาพวกเราทั้งหมดไม่มีใครมีชื่อเสียง เราก็คุยกันว่าเราจะหาใครมาช่วยทำให้เสียงของพวกเราดังขึ้น คนแรกที่เรานึกถึงก็คือพี่วัฒน์ เราติดต่อไป ตอนนั้นบทกวีที่จัดประกวดเราใช้ชื่อ ฟรีไรซ์อวอร์ด


พี่วัฒน์เป็นนักเขียนที่เข้ารอบการประกวดซีไรซ์เยอะมากแต่ว่าไม่เคยชนะรางวัล จนแกได้ฉายาว่าเป็นนักเขียนซีรอง ทีนี้เราก็บอกแกว่าเราอยากจัดประกวดบทกวีนี้เราจะใช้ชื่อรางวัลซีรอง แกบอกว่าไม่ต้อง ใช้ซีรองทำไม เท่ากับเราเป็นรองเขา เราก็เอาใช้ชื่อที่พี่วัฒน์ให้มาคือ บทกวีฟรีไรซ์อวอร์ด โดยพี่วัฒน์เป็นหัวหอกในการจัดวันนั้น

หลังจากนั้นเราก็ได้เคลื่อนไหวร่วมกันในนามกลุ่มนวไพร่ เดินทางไปร่วมเคลื่อนไหวตามต่างจังหวัด ขับเคลื่อนในแนวรบศิลปวัฒนธรรม


ตลอดเวลาที่ดิฉันคิดถึงพี่วัฒน์ ก็คือทุกครั้งที่โทรไป พี่วัฒน์ไม่เคยถามเลยว่ามีใครบ้างที่มาร่วมเคลื่อนไหวด้วย ในขณะที่ถ้าใครที่อยู่ในวงการเคลื่อนไหวจะทราบว่าเวลาที่ไปตรวจสอบคนมีชื่อเสียงต่าง ๆ เขามักจะถามว่ามีใครบ้าง ชื่อชั้นอยู่ไหน สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือพี่วัฒน์ไม่เคยถามเลย พี่วัฒน์เป็นนักเขียนที่ดิฉันไม่เคยต้องใช้กระไดปืนไปคุยกับเขา ทำให้เรารู้สึกว่าเราเท่ากัน


ในวันนี้คือดิฉันไม่ได้มางานเคลื่อนไหวนานมากแล้ว หลายปีแล้ว แต่วันนี้เป็นงานของพี่วัฒน์ อยากจะบอกว่าครั้งสุดท้ายที่เราเจอกันน่าจะเป็นที่โรงแรมแถว ๆ ประดิพัทธ์ เราจัดงานรำลึกให้กับกวีที่ถูกยิงเสียชีวิตในปีนั้น นั้นก็คือคุณไม้หนึ่ง ก.กุนที นั่นก็คือครั้งสุดท้ายที่ได้เจอกัน ก่อนหน้านั้นพี่วัฒน์ก็ได้เคยพูดเล่น ๆ ว่าถ้าเกิดรัฐประหารขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ตัวใครตัวมันนะเว้ย! แต่ตอนนั้นเราไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นจริง ๆ คิดว่ารัฐประหาร 19กันยา2549 เป็นครั้งสุดท้ายของประเทศไทยแล้ว แต่มันก็มี 22พฤษภา2557 จากนั้นเราก็ไม่ได้เจอกันเลย จนมาเมื่อเราได้ทราบข่าว วันนี้อยากอ่านบทกวีที่รำลึกถึง คือมันไม่มีคำพูดไหนที่จะพูดแทนความรู้สึกของดิฉันได้นะคะ


ชื่อบทกวี “จากตำบลช่อมะกอกถึงปารีส”


อีกตำนานปากกาประชาชน

คือหนึ่งคนเขียนหนังสือสร้างไฟฝัน

คือรักและหวังว่าจะพบกัน

ด้วยรักและอุดมการณ์จึงลาไกล


จากตำบลช่อมะกอกถึงปารีส

เสียงจิ้งหรีดกับดวงดาวได้ยินไหม

ฉากและชีวิตปิดลงตรงที่ใด

บนเส้นลวดขึ้นปีนป่ายหมายพลิกฟ้า

ฉากและชีวิตปิดลงตรงที่ใด

บนเส้นลวดขึ้นปีนป่ายหมายพลิกฟ้า


ฝันให้ไกลไปให้ถึงจึงพรากจาก

กี่ทุกข์ยากถาโถมใส่ไม่ห่วงหา

สิงห์สาโทยังยืนเด่นอหังกา

ทระนงทายท้าเผด็จการ

สิงห์สาโทยังยืนเด่นอหังกา

ทระนงทายท้าชะตากรรม


ขึ้นรถไฟสังกะสีสู่กระท่อมเสรีภาพ

พรุ่งนี้ฝูงพิราบจะกลับมาเมื่อฟ้าค่ำ

มนต์รักทรานซิสเตอร์ยังสดใสและร่ายรำ

ทุกถ้อยเพียงคำกระจ่ายชัด “วัฒน์ วรรลยางกูร”

มนต์รักทรานซิสเตอร์ยังสดใสและร่ายรำ

ทุกถ้อยเพียงคำกระจ่ายชัดถึง “วัฒน์ วรรลยางกูร”


ขอบคุณค่ะ


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์