วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2569

สิ้นสุดการคุมขังกว่าสามปี! ศาลอาญาสั่งปล่อยตัว “คเชนทร์” จากเรือนจำกลางบางขวาง “ประวิตร - ขจรศักดิ์” จากเรือนจำกลางพระนครศรีอยุธยา คดีชุมนุมทะลุแก๊ซปี 2564 เหตุได้รับนิรโทษกรรม คงเหลือผู้ต้องขังการเมือง 49 คน

 


สิ้นสุดการคุมขังกว่าสามปี! ศาลอาญาสั่งปล่อยตัว “คเชนทร์” จากเรือนจำกลางบางขวาง “ประวิตร - ขจรศักดิ์” จากเรือนจำกลางพระนครศรีอยุธยา คดีชุมนุมทะลุแก๊ซปี 2564 เหตุได้รับนิรโทษกรรม คงเหลือผู้ต้องขังการเมือง 49 คน

#ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า วันที่ 30 กันยายน 2569 เวลา 13.30 น. ศาลอาญานัดไต่สวนข้อเท็จจริงในคดีของ “บาส” ประวิตร (สงวนนามสกุล) และนัดพร้อมเพื่อสอบถามในคดีของคเชนทร์และขจรศักดิ์ (สงวนนามสกุล) สามผู้ต้องขังคดีทางการเมืองจากการชุมนุมของมวลชนอิสระหรือทะลุแก๊ซบริเวณแยกดินแดงเมื่อปี 2564 กรณีหลังจากที่ทนายความยื่นคำร้องขอให้ยุติคดีตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 เนื่องจากคดีเข้าเกณฑ์ได้รับนิรโทษกรรมทุกข้อกล่าวหา


กรณีของ "ประวิตร" ถูกคุมขังในคดีที่ถูกกล่าวหาว่าวางเพลิงป้อมตำรวจจราจร บริเวณใต้ทางด่วนดินแดง ภายหลังการชุมนุม #ม็อบ10สิงหา เมื่อปี 2564   


และกรณีของ "คเชนทร์" และ "ขจรศักดิ์" สองผู้ชุมนุมทะลุแก๊สถูกคุมขัง ในคดีที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุม #ม็อบ30กันยา64 ถูกกล่าวหาว่าปาระเบิดปิงปอง และระเบิดขวดเข้าใส่อาคาร สน.พญาไท และวางเพลิงป้อมจราจรที่แยกพญาไท ในช่วงหลังเที่ยงคืน ล่วงเข้าสู่วันที่ 1 ต.ค. 2564  


ผลคำสั่งดังกล่าวของศาลอาญาวันนี้ ทำให้ประวิตร ซึ่งถูกคุมขังมายาวนาน ตั้งแต่วันที่ 11 ก.ค. 2566 หลังศาลอาญามีคำพิพากษาจำคุก 6 ปี 4 เดือน สิ้นสุดการถูกคุมขัง 1,177 วัน หรือกว่า 3 ปี 2 เดือน  


และทำให้ "คเชนทร์ - ขจรศักดิ์" ที่ถูกคุมขังมาตั้งแต่วันที่ 15 ส.ค. 2566 หลังศาลอาญาพิพากษาจำคุก "คเชนทร์" 10 ปี 6 เดือน และ "ขจรศักดิ์" 11 ปี 6 เดือน พร้อมปรับคนละ 1,000 บาท 


ต่อมา ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ทั้งสองจึงถูกคุมขังเรื่อยมา โดยไม่เคยได้รับการประกันตัว จากผลคำสั่งดังกล่าวจึงเป็นการสิ้นสุดการคุมขัง 1,142 วัน หรือกว่า 3 ปี 1 เดือน  


ทั้งนี้ ประวิตรและขจรศักดิ์ จะถูกนำกลับไปปล่อยตัวที่เรือนจำกลางพระนครศรีอยุธยา ส่วนคเชนทร์จะถูกปล่อยตัวที่เรือนจำกลางบางขวาง ภายในเย็นวันนี้ (30 ก.ย.) 


ผลจากการปล่อยตัวดังกล่าว ทำให้จำนวนผู้ต้องขังคดีทางการเมืองที่ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนติดตามข้อมูลอยู่ คงเหลือผู้ต้องขังทางการเมืองอย่างน้อย 49 คน


ในส่วนของคเชนทร์ ที่ถูกปล่อยตัวที่เรือนจำกลางบางขวาง นนทบุรี เนื่องจากหมู่มิตรเดินทางได้ใกล้กว่า นอกจากครอบครัว ยังมีอาเล็ก โชคร่มพฤกษ์ และมณฑา แสงปลั่ง หรือแม่มนหน้าศาล เดินทางมามาแสดงความยินดีและต้อนรับในอิสระภาพด้วยความอบอุ่น 


อย่างไรก็ตาม แม้จะมีบางคนได้รับการปล่อยตัวจากพ.ร.บ. สร้างเสริมสังคมสันติสุข แต่ยังมีอีกหลายคนในเรือนจำและนอกเรือนจำที่ไม่ได้รับการนิรโทษกรรมจากกฏหมายดังกล่าว เนื่องจากมาตรา 112 และ 110 รวมถึงอีกบางกรณีไม่ถูกนับรวมในการนิรโทษกรรมครั้งนี้


เราสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการยืนหยัดและส่งพลังว่าเราไม่บืมและจะไม่ทิ้งพวกเขาได้ด้วยการลงชื่อร่วมเสนอกฏหมายในแคมเปญ “ลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลา” เพื่อลดโทษของมาตรา 112 ด้วยกันได้


ลงชื่อได้ที่ : https://decoup6octsins.com/


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #ปล่อยนักโทษการเมือง #ปล่อยเพื่อนเรา #นิรโทษกรรมประชาชน #ลบมรดกรัฐประหาร6ตุลา #50ปี6ตุลา




วันพุธที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2569

ร่วมส่งน้ำใจ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากน้ำท่วม มูลนิธิดวงประทีปร่วมกับอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัย ช่วยน้ำท่วมที่ลาดกระบัง

 


ร่วมส่งน้ำใจ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากน้ำท่วม มูลนิธิดวงประทีปร่วมกับอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัย ช่วยน้ำท่วมที่ลาดกระบัง 


เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 มูลนิธิดวงประทีปร่วมกับอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัย นำสิ่งของเครื่องใช้ไปมอบให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยเริ่มจุดที่เข้ายากอย่างลาดกระบัง วัชพล เท่าที่จะเข้าได้ก่อน


ทั้งนี้มูลนิธิฯ ระบุว่าขอขอบคุณสมาคมเผยแผ่คุณธรรม"เต็กก่า" จีจินเกาะที่มอบกล่องยังชีพและขอขอบคุณ บริษัทมากุโระ กรุ๊ป จำกัด มหาชน ล่วงหน้าที่มอบเนื้อหมูเพิ่มจากวันก่อนที่มอบให้กับมูลนิธิฯ เพื่อนำมาประกอบอาหารพร้อมทานให้กับผู้ประสบภัยได้ทาน


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #น้ำท่วม2569 #มูลนิธิดวงประทีป



















ครม.เงาเตือนวิกฤตน้ำท่วมยังไม่จบ จี้รัฐบาลตั้ง War Room บัญชาการภาพรวม-กระจายศูนย์หน้างาน เตรียมรับฝนระลอกใหม่หลัง 5 ต.ค.

 


ครม.เงาเตือนวิกฤตน้ำท่วมยังไม่จบ จี้รัฐบาลตั้ง War Room บัญชาการภาพรวม-กระจายศูนย์หน้างาน เตรียมรับฝนระลอกใหม่หลัง 5 ต.ค.


วันที่ 30 กันยายน 2569 ที่อาคารรัฐสภา พรรคประชาชนแถลงผลการประชุม ครม.เงา ครั้งที่ 14 นำโดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรคประชาชน, ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน, วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน และ เดชรัต สุขกำเนิด ผู้อำนวยการศูนย์นโยบายเพื่ออนาคต พรรคประชาชน โดยมีวาระเกี่ยวกับการติดตามสถานการณ์อุทกภัยในหลายจังหวัด พร้อมข้อเสนอต่อรัฐบาล


ในส่วนของณัฐพงษ์ระบุว่า จากการติดตามสถานการณ์ในพื้นที่โดยทีม ครม.เงา พบปัญหาสำคัญร่วมกันคือการขาดศูนย์บัญชาการหน้างานที่เหมาะสมกับปัญหาเฉพาะของแต่ละพื้นที่ แม้หลายภาคส่วนทั้งหน่วยงานรัฐ ทหาร มูลนิธิ ภาคประชาสังคม และภาคการเมืองจะลงไปช่วยเหลือประชาชน แต่ยังขาดการจัดสรรทรัพยากรและแบ่งงานอย่างเป็นระบบ


การจัดการภัยพิบัติจึงจำเป็นต้องทำทั้งรวมศูนย์และกระจายศูนย์ไปพร้อมกัน โดยรวมศูนย์การบัญชาการ การตัดสินใจ และการจัดสรรทรัพยากรในระดับประเทศ ขณะเดียวกันต้องกระจายการปฏิบัติไปยังท้องถิ่นและศูนย์บัญชาการหน้างาน เพื่อให้สามารถแก้ปัญหาตามบริบทที่แตกต่างกันของแต่ละพื้นที่ได้


ขณะที่พิจารณ์ได้กล่าวถึงสถานการณ์ในกรุงเทพมหานครและจังหวัดใกล้เคียง โดยระบุว่า จากการลงพื้นที่พบว่าการประสานงานระหว่างกรุงเทพมหานคร รัฐบาลกลาง และหน่วยงานที่มีทรัพยากรยังเกิดขึ้นน้อยและล่าช้า หลายกรณีกลายเป็นนักการเมืองในพื้นที่ที่ต้องประสานขอรถจากทหารหรือหน่วยงานอื่นเข้าช่วยประชาชน ขณะที่ภาคประชาชนที่พร้อมเข้าช่วยเหลือก็ไม่ทราบว่าจะต้องประสานกับใคร


นอกจากนี้ ยังพบปัญหาการกระจายความช่วยเหลือ เช่น ข้าวกล่องจำนวนมากถูกนำไปกองรวมในจุดเดียวจนไม่ถึงมือประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่ไม่สามารถออกมารับความช่วยเหลือด้วยตัวเอง ขณะที่หลายพื้นที่ยังต้องการถุงทรายและเครื่องสูบน้ำเพื่อสูบน้ำเน่าที่ขังอยู่ในบ้านออก


พิจารณ์กล่าวต่อไปว่า คำถามที่ตนได้ยินจากประชาชนมากที่สุดคือน้ำจะลดเมื่อใด เพราะข้อมูลดังกล่าวจำเป็นต่อการตัดสินใจว่าจะตุนอาหารอย่างไร เดินทางอย่างไร หรือควรอพยพออกจากบ้านหรือไม่ รัฐบาลจึงต้องสื่อสารสถานการณ์อย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้ประชาชนสามารถวางแผนชีวิตของตนเองได้


ด้านศิริกัญญาระบุว่า จากการลงพื้นที่ปทุมธานีและนนทบุรี พบว่าหลายพื้นที่เผชิญน้ำขังรอการระบายเข้าสู่วันที่ 5 แม้ระดับน้ำบางแห่งจะสูงเพียงประมาณเข่าและประชาชนยังพอลุยออกมารับอาหาร น้ำดื่ม หรือยาได้ แต่ปัญหาที่กำลังรุนแรงขึ้นคือน้ำเริ่มเน่า ระบบสุขาภิบาลและห้องน้ำไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ ขณะที่ระบบจัดเก็บขยะก็ได้รับผลกระทบ


สิ่งที่ประชาชนต้องการคือข้อมูลว่าต้องอยู่กับสถานการณ์เช่นนี้อีกนานเพียงใด เพื่อให้ตัดสินใจได้ว่าจะอยู่ต่อหรือย้ายออกไปยังศูนย์พักพิง ขณะที่พื้นที่ปริมณฑลยังต้องเผชิญทั้งน้ำเหนือ น้ำทะเลหนุน และความเสี่ยงจากฝนที่จะตกเพิ่มเติม จึงต้องเร่งระบายน้ำในพื้นที่ที่ยังมีช่องทางระบาย พร้อมเตรียมเครื่องสูบน้ำและระบบรับมือไว้ล่วงหน้า


ขณะที่วีระยุทธกล่าวถึงสถานการณ์ภาคตะวันออกโดยเฉพาะปราจีนบุรี โดยระบุว่า ขณะนี้ปราจีนบุรีกำลังเผชิญวิกฤตซ้อนวิกฤตจากปัญหากากอุตสาหกรรมเดิมที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข เมื่อเกิดน้ำท่วมหนัก เศษพลาสติก เศษสายไฟ และสิ่งปนเปื้อนจึงถูกน้ำพัดเข้าสู่พื้นที่เกษตร


จากการลงพื้นที่พบคราบสีรุ้งคล้ายน้ำมันและกลิ่นสารเคมีในพื้นที่น้ำท่วม ซึ่งนอกจากผลกระทบเฉพาะหน้าต่อผลผลิตและรายได้เกษตรกรแล้ว ยังต้องเฝ้าระวังผลระยะยาวต่อคุณภาพดิน คุณภาพผลผลิต และความสามารถในการทำการเกษตรในอนาคต พื้นที่ปราจีนบุรีจึงควรมีการจัดการเฉพาะกรณี ทั้งการตรวจสอบคุณภาพดินและสิ่งปนเปื้อน การจัดการกากอุตสาหกรรมเดิม และการติดตามผลกระทบต่อพื้นที่เกษตรอย่างต่อเนื่อง


ในส่วนของเดชรัตระบุว่า ในด้านภาพรวมสถานการณ์น้ำ หลายเขื่อนมีระดับกักเก็บประมาณ 90% หรือบางแห่งถึง 100% ทำให้ต้องเร่งระบายน้ำ และเพิ่มความเสี่ยงต่อพื้นที่ริมน้ำที่ท่วมอยู่แล้ว พื้นที่ที่ต้องจับตาเป็นพิเศษคือแม่น้ำแม่กลอง ซึ่งการระบายน้ำที่ท่าม่วงเพิ่มขึ้นเป็น 2,142 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และมีการประกาศว่าจะเพิ่มเป็น 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีในช่วงเที่ยงวันที่ 30 กันยายน ขณะที่เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2539 มีอัตราการไหลประมาณ 3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จึงถือว่าสถานการณ์ปัจจุบันเข้าใกล้ระดับที่ต้องเตรียมพร้อมอย่างสูง โดยเฉพาะพื้นที่กาญจนบุรี ราชบุรี และสมุทรสงคราม


ปัจจุบันน้ำจากแม่กลอง ท่าจีน เจ้าพระยา ป่าสัก และบางปะกง เริ่มส่งผลกระทบต่อกันจนไม่สามารถบริหารแยกเป็นรายลุ่มน้ำได้อีกต่อไป จึงเรียกร้องให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ให้แสดงภาพรวมและแนวทางบริหารจัดการน้ำทั้งระบบโดยเร่งด่วน


จากนั้น ณัฐพงษ์ได้กล่าวสรุปอีกครั้งว่า จากข้อมูลการคาดการณ์สภาพภูมิอากาศ ยังมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดฝนตกหนักอีกช่วงหนึ่งตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคม โดยอาจส่งผลต่อพื้นที่ภาคตะวันตก กรุงเทพมหานคร และภาคกลาง พร้อมย้ำว่านี่เป็นการประเมินฉากทัศน์เลวร้ายที่สุด เพื่อใช้ในการเตรียมพร้อม ไม่ใช่การยืนยันว่าจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน


ดังนั้น แม้หลายพื้นที่จะเริ่มเห็นท้องฟ้าเปิดและระดับน้ำลดลง แต่รัฐบาลก็ยังไม่ควรถือว่าวิกฤตผ่านพ้นไปแล้ว และควรแบ่งการจัดการออกเป็นตามสถานการณ์ของพื้นที่ ได้แก่ 1. พื้นที่ที่น้ำแห้งแล้ว ซึ่งต้องเร่งการจัดการด้านสุขอนามัย ฟื้นฟู และเยียวยา 2. กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ต้องเร่งระบายน้ำจากชุมชนและตรอกซอกซอย 3. พื้นที่ริมน้ำที่ท่วมอยู่แล้วและเสี่ยงมีระดับน้ำสูงขึ้น และ 4. พื้นที่ที่ยังไม่ท่วมแต่มีความเสี่ยง เช่น ลุ่มน้ำแม่กลอง


ณัฐพงษ์กล่าวต่อไปว่า ยกตัวอย่างการเยียวยาของเทศบาลนครปากเกร็ด ที่ตั้งจุดรับเรื่องใกล้ชุมชนและเปิดให้ประชาชนยื่นเอกสารหรือกรอกแบบฟอร์มออนไลน์เพื่อรับเงินช่วยเหลือได้ ชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลสามารถนำแนวทางที่มีประสิทธิภาพของท้องถิ่นไปขยายผลในพื้นที่อื่นได้


สำหรับโครงสร้างการบัญชาการ ตนเสนอให้มี War Room ระดับประเทศ ทำหน้าที่ประเมินและสื่อสารภาพรวมสถานการณ์ รวมถึงฉากทัศน์ความเสี่ยงต่อประชาชนอย่างสม่ำเสมอ ควบคู่กับศูนย์บัญชาการระดับพื้นที่ตามความจำเป็น เพื่อให้หน่วยปฏิบัติสามารถเข้าถึงประชาชนได้รวดเร็ว โดยเฉพาะชุมชนที่มีประชากรหนาแน่นและกลุ่มเปราะบาง


ณัฐพงษ์ยังกล่าวด้วยว่า นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีควรเข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อชี้แจงและตอบคำถามต่อสมาชิกโดยตรง หลังวิปทั้งสองฝ่ายเห็นชอบให้มีการเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาเกี่ยวกับการจัดการอุทกภัย เพราะการเข้ามาตอบคำถามและรับฟังปัญหาที่สมาชิกนำมาจากแต่ละพื้นที่จะเป็นประโยชน์ต่อการแก้ปัญหาให้กับประชาชน

 

#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #ครมเงา #น้ำท่วม69 #น้ำท่วม2569











‘วีระยุทธ’ สำรวจสถานการณ์น้ำท่วมปราจีนบุรี ชาวบ้านสะท้อนรัฐเตือนภัยล่าช้า-ช่วยเหลือไร้ระบบ กังวลสารพิษอุตสาหกรรมลอยมากับน้ำ ซ้ำเติมวิกฤต

 


‘วีระยุทธ’ สำรวจสถานการณ์น้ำท่วมปราจีนบุรี ชาวบ้านสะท้อนรัฐเตือนภัยล่าช้า-ช่วยเหลือไร้ระบบ กังวลสารพิษอุตสาหกรรมลอยมากับน้ำ ซ้ำเติมวิกฤต


วันที่ 29 กันยายน 2569 วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ร่วมติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี พร้อมรับฟังปัญหาจากประชาชน โดยเฉพาะที่ อ.ศรีมหาโพธิ ซึ่งสถานการณ์น้ำเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องจนประชิดเส้นทางสัญจร หลายพื้นที่ไม่สามารถเดินทางเข้าถึงได้แม้ใช้รถขนาดใหญ่


โดยระหว่างการติดตามสถานการณ์ วีระยุทธระบุว่าจากการได้พูดคุยกับประชาชนในพื้นที่ พบว่าหนึ่งในปัญหาสำคัญคือการแจ้งเตือนภัยที่ล่าช้ากว่าสถานการณ์จริง โดยประชาชนบางส่วนสะท้อนว่า ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นแล้วจึงได้รับการแจ้งเตือนให้อพยพ ขณะที่สถานการณ์เริ่มรุนแรงมาตั้งแต่ช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา


ก่อนหน้านี้มีผู้ติดอยู่ภายในบ้าน ไม่สามารถอพยพออกมาได้เนื่องจากระดับน้ำสูงและกระแสน้ำเชี่ยว โดยมีอาสาสมัครกู้ภัยเข้าช่วยเหลือ แต่การทำงานส่วนใหญ่เป็นการเข้าพื้นที่โดยอิสระและยังขาดระบบบริหารจัดการร่วมกัน ส่งผลให้อาสาสมัครบางส่วนต้องรับภาระอย่างหนัก ขณะที่อาสาสมัครซึ่งเดินทางมาจากต่างจังหวัดไม่ทราบพื้นที่หรือทิศทางในการเข้าปฏิบัติหน้าที่อย่างชัดเจน


วีระยุทธกล่าวต่อไปว่า ขณะนี้ที่ทำการ อบต.ศรีมหาโพธิ ถูกปรับเป็นครัวกลางสำหรับประกอบอาหารแจกจ่ายให้ประชาชน โดยคณะทำงานจังหวัดปราจีนบุรี พรรคประชาชน ได้นำวัตถุดิบเข้าสมทบการทำอาหาร ขณะที่เจ้าหน้าที่ อบต. แสดงความกังวลว่าสถานการณ์ครั้งนี้อาจรุนแรงและยืดเยื้อ เนื่องจากน้ำมีแนวโน้มระบายออกได้ช้า และอาจต้องใช้เวลานานกว่าระดับน้ำจะกลับสู่ภาวะปกติ


ขณะเดียวกัน การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ยังเผชิญข้อจำกัดด้านอุปกรณ์ โดยเฉพาะเรือเครื่องยนต์และผู้ขับเรือ ซึ่งมีไม่เพียงพอต่อการลำเลียงอาหาร สิ่งของ และความช่วยเหลือเข้าไปยังชุมชนที่ถูกน้ำท่วมสูงและไม่สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ได้


วีระยุทธกล่าวอีกว่า อีกหนึ่งข้อกังวลสำคัญที่ประชาชนสะท้อนมา คือความเสี่ยงจากสารปนเปื้อนที่อาจมากับน้ำท่วม เนื่องจากปราจีนบุรีเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมและมีปัญหาเรื่องมลพิษและกากอุตสาหกรรมสะสมอยู่เดิม เมื่อน้ำท่วมจึงทำให้ประชาชนกังวลว่าจะต้องสัมผัสกับสารปนเปื้อนโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้


ทั้งนี้ ระหว่างสำรวจในบริเวณทุ่งนา ตนและคณะยังพบคราบลักษณะเป็นผิววาวบนผิวน้ำ ซึ่งประชาชนในพื้นที่ตั้งข้อสังเกตว่าอาจเกี่ยวข้องกับสารเคมีหรือของเสียจากภาคอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตามยังจำเป็นต้องมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบและเก็บตัวอย่างเพื่อยืนยันชนิดและแหล่งที่มาของสารดังกล่าวอย่างเป็นทางการ ขณะที่ประชาชนระบุว่ายังไม่เห็นการเข้ามาจัดการปัญหานี้อย่างจริงจัง


วีระยุทธยังระบุว่า จากการได้รับฟังข้อกังวลของประชาชน ส่วนใหญ่มองว่าการดำเนินการของภาครัฐล่าช้ากว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ และการประกาศพื้นที่ภัยพิบัติยังไม่ครอบคลุมพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด


สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ภารกิจเร่งด่วนในขณะนี้ไม่ใช่เพียงการลำเลียงความช่วยเหลือเข้าไปให้ถึงประชาชนที่ยังติดอยู่ในพื้นที่ แต่รวมถึงการจัดระบบอาสาสมัครและทรัพยากรให้ทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ การแจ้งเตือนที่ต้องทันต่อสถานการณ์ ตลอดจนการเร่งตรวจสอบคุณภาพน้ำและสารปนเปื้อน เพื่อไม่ให้ประชาชนที่กำลังเผชิญน้ำท่วมต้องรับความเสี่ยงด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้นอีกชั้นหนึ่งด้วย


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #น้ำท่วม2569 #ปราจีนบุรี #สารพิษปนเปื้อน