วันพุธที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569

"สมชัย" ผนึก กมธ.พัฒนาการเมืองฯ สว. และทีมนักสืบไซเบอร์ จัดจำลองเลือกตั้ง ถอดรหัสบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด ใช้เวลาแค่ 5 นาทีรู้ครบ 10 คนใครเลือกก๋วยเตี๋ยวเมนูไหน "ปริญญา" จี้ กกต. ต้องคุ้มครองสิทธิประชาชน หวั่นเลือกตั้งไม่ลับจริง! “นรเศรษฐ์” ย้ำศึกษาเชิงวิชาการ ไม่ตีความกฎหมาย

 


"สมชัย" ผนึก กมธ.พัฒนาการเมืองฯ สว. และทีมนักสืบไซเบอร์ จัดจำลองเลือกตั้ง ถอดรหัสบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด ใช้เวลาแค่ 5 นาทีรู้ครบ 10 คนใครเลือกก๋วยเตี๋ยวเมนูไหน "ปริญญา" จี้ กกต. ต้องคุ้มครองสิทธิประชาชน หวั่นเลือกตั้งไม่ลับจริง! “นรเศรษฐ์” ย้ำศึกษาเชิงวิชาการ ไม่ตีความกฎหมาย


วันที่ 4 มีนาคม 2569 เวลา 14.00 น. ที่รัฐสภา มีการจัดจำลองการเลือกตั้งโดยภาคประชาชน ร่วมกับคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ที่มีนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธานคณะกรรมาธิการฯ ร่วมกับนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อศึกษาว่าการมีบาร์โค้ด และคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง จะสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยังผู้ลงคะแนนได้หรือไม่


ทั้งนี้กิจกรรมดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมจากหลายภาคส่วน อาทิ นายธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ หรือ ดร.เรือบิน ผู้อำนวยการดีโหวท มหาวิทยาลัยศรีปทุม, นายธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ CEO บริษัท Domecloud พร้อมทีมนักสืบที่ร่วมถอดรหัสบัตรเลือกตั้งจำลอง, นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สว., น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว., นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สว., นายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ, นายธนพร ศรียากูล นักวิชาการด้านการเมือง, นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, น.ส.นารากร ติยายน อดีตผู้สมัคร สส.พรรคประชาธิปัตย์ และ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด ร่วมสังเกตการณ์


นายเจษฎ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า ตนไม่เคยพูดว่าโมฆะหรือไม่ แต่พูดอยู่เสมอว่าระดับความลับของการเลือกตั้งมีอยู่ 3 ระดับ 1. เดินผ่านด้านหลังคูหาแล้วมีโอกาสเห็น 2. ระดับเจ้าหน้าที่ ที่ถูกตั้งคำถามว่าหัวกับหางมาเจอกันหรือไม่ และ 3. ความลับในระบบที่มีถึง 3 ชั้น ที่เป็นข้อถกเถียงกันว่าสแกนบาร์โค้ดแล้วไปเจอหัวในระบบไปตามเจอได้หรือไม่ แล้วจะไปตามเจอได้อย่างไร


ด้านนายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้เกิดจากความกังวลของหลายฝ่ายเกี่ยวกับการมีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง จึงเห็นว่าควรเปิดพื้นที่ศึกษาในเชิงวิชาการ โดยกมธ.จะใช้ผลการทดลองเป็นข้อมูลประกอบการทำรายงานเรื่องการเลือกตั้งที่โปร่งใสและเป็นธรรม ทั้งก่อนและหลังการเลือกตั้ง พร้อมย้ำว่า ข้อสรุปจากกิจกรรมครั้งนี้จะไม่ใช่การตีความข้อกฎหมายหรือวินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ แต่เป็นเพียงการพิสูจน์ความเสี่ยงของระบบเท่านั้น


นายสมชัย ได้อธิบายกติกาการทดลอง โดยให้ตัวแทนประชาชน 10 คน รับบัตรเลือกตั้งจำลอง เข้าไปลงคะแนนในคูหาและหย่อนบัตร ซึ่งใช้หัวข้อ “ก๋วยเตี๋ยวที่ชอบแบบบัญชีรายชื่อ” ประกอบด้วย ก๋วยเตี๋ยวเรือ เย็นตาโฟ ต้มยำ เนื้อตุ๋น ไก่มะระ และเป็ด โดยให้อาสาสมัครถ่ายภาพบัตรที่ลงคะแนนไว้เป็นความลับ โดยย้ำว่า ขั้นตอนดังกล่าวไม่มีในกระบวนการเลือกตั้งจริงของ กกต. เพราะการถ่ายภาพบัตรถือว่าผิดกฎหมาย


ระหว่างการจำลองสถานการณ์เกิดเหตุไฟดับภายในห้อง ทำให้นายสมชัยกล่าวแซวว่า “เป็นการจำลองที่เสมือนจริง”


ภายหลังการลงคะแนนได้เริ่มนับคะแนน โดยผลปรากฏว่า บัตรดี 7 ใบ บัตรเสีย 2 ใบ และไม่ประสงค์ลงคะแนน 1 ใบ จากนั้นได้ให้ทีมนักสืบ 5 ทีมถอดรหัสบัตรภายในเวลา 20 นาที


ผลการทดลองพบว่า ทีมนักสืบสามารถระบุได้ว่าผู้ลงคะแนนแต่ละคนเลือกเมนูใด โดยมีหลายทีมตอบถูกทั้งหมด ขณะที่บางกรณีตอบถูก 3-4 ทีม ซึ่งทีมที่ตอบถูกครบ 10 คน ระบุว่าใช้วิธีถ่ายภาพและสแกนคิวอาร์โค้ดด้วยแอปพลิเคชันทั่วไป เช่น LINE ทำให้สามารถทราบลำดับของผู้ลงคะแนน บัตรเสีย และเหตุผลของการไม่ประสงค์ลงคะแนนได้


อีกทีมหนึ่งใช้วิธีถ่ายภาพบัตรแล้วสแกนรหัสเพื่อนำไปเทียบกับรายชื่อผู้ลงคะแนน ขณะที่อีกทีมใช้วิธีจัดทำตารางลำดับการขานบัตรประกอบกับรหัสที่ปรากฏบนบัตร ทำให้สามารถระบุได้ว่าแต่ละลำดับเลือกอะไร ซึ่งระบุว่าวิธีนี้ใช้เวลาเพียงประมาณ 5 นาที


นายปริญญา กล่าวว่า การทดลองครั้งนี้พิสูจน์ว่า แม้ไม่มีต้นขั้วบัตรหรือรายชื่อผู้ใช้สิทธิ์ ก็ยังสามารถเชื่อมโยงได้ หากรู้ลำดับการลงคะแนน พร้อมตั้งคำถามว่า กกต.จะมั่นใจได้อย่างไรว่า จะไม่มีเจ้าหน้าที่บางหน่วยนำข้อมูลไปใช้ติดตามผู้ลงคะแนน


ขณะที่นายสมบัติ ระบุว่า หากระบบดังกล่าวมีช่องให้ติดตามผู้ลงคะแนนได้จริง ถือเป็นเรื่องใหญ่ และเสนอให้ กกต.เปิดหีบตรวจสอบคะแนนบางหน่วย เช่น 100-500 หน่วย เพื่อพิสูจน์ความโปร่งใสของกระบวนการเลือกตั้ง


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #กกต #เลือกตั้ง2569  #กมธพัฒนาการเมือง











อดีตผู้สมัคร สส.สุพรรณบุรี เขต 2 ปชน. แจ้งความเอาผิด กปน. หลังนับคะแนนใหม่แล้วคาดเคลื่อนหนัก ชี้ควรนับคะแนนทั้งเขตเลือกตั้งใหม่ ก่อนหน้านี้ก็ไปยื่นเรื่องให้ กกต. สุพรรณบุรีนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ทั้งเขตด้วย

 


อดีตผู้สมัคร สส.สุพรรณบุรี เขต 2 ปชน. แจ้งความเอาผิด กปน. หลังนับคะแนนใหม่แล้วคาดเคลื่อนหนัก ชี้ควรนับคะแนนทั้งเขตเลือกตั้งใหม่ ก่อนหน้านี้ก็ไปยื่นเรื่องให้ กกต. สุพรรณบุรีนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ทั้งเขตด้วย


วันที่ 4 มีนาคม 2569 ที่ สภ.บางตาเถร จ.สุพรรณบุรี นุศรา ศรีสังข์งาม อดีตผู้สมัคร สส.สุพรรณบุรี เขต 2 พรรคประชาชน ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ในเขตเลือกตั้งที่ 2 ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. มาตรา 23 และ 119 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง มาตรา 69 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 จากกรณีการนับคะแนนใหม่ในหลายหน่วยเลือกตั้งมีความคาดเคลื่อนจากการนับคะแนนในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569


หลังจากที่ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 ได้มีการยื่นเรื่องต่อ กกต.สุพรรณบุรี ขอให้มีการนับและรวมคะแนนเลือกตั้งใหม่ทั้งเขตเลือกตั้ง และดำเนินการสืบสวนหรือไต่สวนกรณีบุคคลที่กระทำการอันเป็นเหตุให้การเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม


นุศราระบุว่าจากการนับคะแนนใหม่ในหลายหน่วยเลือกตั้งที่ผ่านมา พบว่ามีความคาดเคลื่อนเกิดขึ้น ประกอบด้วย


1) หน่วยเลือกตั้งที่ 4 ต.องครักษ์ อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี มีความคลาดเคลื่อนจากการพิจารณาบัตรเสีย 2 คะแนน


2) หน่วยเลือกตั้งที่ 1 ต.บางตาเถร อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี มีความคาดเคลื่อนในคะแนนผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขต โดยผู้สมัครจากพรรคประชาชนจากเดิมได้ 104 คะแนน นับใหม่ได้ 228 คะแนน พรรคภูมิใจไทยจากเดิมได้ 427 คะแนน นับใหม่ได้ 263 คะแนน


3) หน่วยเลือกตั้งที่ 1 ต.บางตาเถร อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี มีความคาดเคลื่อนในคะแนนแบบบัญชีรายชื่อ โดยพรรคประชาชนจากเดิมได้ 198 คะแนน นับใหม่ได้ 226 คะแนน พรรคภูมิใจไทยจากเดิมได้ 279 คะแนน นับใหม่ได้ 233 คะแนน


4) หน่วยเลือกตั้งที่ 4 ต.บ้านช้าง อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี มีความคาดเคลื่อนในคะแนนผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขต โดยผู้สมัครจากพรรคประชาชนจากเดิมได้ 129 คะแนน นับใหม่ได้ 165 คะแนน พรรคภูมิใจไทยจากเดิมได้ 297 คะแนน นับใหม่ได้ 212 คะแนน


นุศรากล่าวต่อไปว่าการยื่นคำร้องในวันนี้ รวมทั้งก่อนหน้านี้ที่ได้มีการยื่นเรื่องไปกับ กกต.ประจำจังหวัดสุพรรณบุรี ให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่เพื่อขอให้มีการนับคะแนนและรวมคะแนนเลือกตั้งใหม่ เพราะที่จังหวัดสุพรรณบุรีในเขตที่ 2 ปรากฏหลักฐานอันเชื่อได้ว่าอาจมีการจูงใจนับและรวมคะแนนโดยไม่ถูกต้อง และมีการเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม


ซึ่งที่ผ่านมา กกต. ก็ได้มีการดำเนินการให้มีการนับคะแนนใหม่ในหน่วยที่ปรากฏเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ผลคะแนนออกมาคือพรรคประชาชนได้คะแนนกลับคืนมาตามที่แจ้งไปเบื้องต้น ซึ่งทาง กกต. ก็รับเรื่องและระบุว่าจะดำเนินการกับ กปน. ทั้งสองหน่วยของ อ.สองพี่น้อง ต่อไป


นุศรากล่าวต่อไปว่าสำหรับการมาแจ้งความในวันนี้ เมื่อปรากฏออกมาเป็นที่ชัดเจนแล้วว่าผลคะแนนมีความคาดเคลื่อนอย่างไม่ปกติ จึงต้องมีการร้องทุกข์กล่าวโทษให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตรวจสอบการกระทำผิดของเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้งในจังหวัดสุพรรณบุรีในเขตเลือกตั้งที่ 2 ดำเนินคดีกับบุคคลดังกล่าวและนำตัวผู้กระทำผิดมารับโทษตามกฎหมายต่อไป


ทั้งนี้ จากผลคะแนนที่นับใหม่ออกมาแล้วมีความผิดปกติขนาดนี้ ควรจะเป็นที่บ่งชี้ได้แล้วว่ามีการนับคะแนนที่ไม่โปร่งใสเกิดขึ้นในวงกว้าง และจากนี้หวังว่า กกต. จะพิจารณาตามเรื่องที่ตนได้ร้องไปเพื่อขอให้มีการนับคะแนนใหม่ทั้งเขตเลือกตั้งที่ 2 ของ จ.สุพรรณบุรีต่อไป

 

#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #เลือกตั้ง2569 #กกต #สุพรรณบุรี

ด่วน! กกต.ประกาศรับรองผล สส.บัญชีรายชื่อ 100 คนแล้ว และรับรอง 3 สส.แบ่งเขต เหลือแค่เขต 2 สุพรรณฯนัดแถลง 4 โมงเย็นวันนี้

 


ด่วน! กกต.ประกาศรับรองผล สส.บัญชีรายชื่อ 100 คนแล้ว และรับรอง 3 สส.แบ่งเขต เหลือแค่เขต 2 สุพรรณฯนัดแถลง 4 โมงเย็นวันนี้


วันที่ 4 มี.ค. 2569 มีรายงานข่าวแจ้งว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ประชุมตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา เกี่ยวกับการรับรองผลการเลือกตั้ง 69 ในกรณีของการรับรอง 100 สส.บัญชีรายชื่อ และ สส.แบบแบ่งเขต ที่ยังเหลืออีก 4 เขต ภายหลังประกาศผลการเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตไปแล้ว 396 เขตนั้น


ล่าสุด ที่ประชุม กกต. มีมติรับรอง สส.แบบบัญชีรายชื่อแล้ว จำนวน 100 คน และ สส.แบบแบ่งเขต เพิ่มเติมอีก 3 ยกเว้นในส่วนเขตเลือกตั้งที่ 2 จ.สุพรรณบุรี ที่ยังไม่ประกาศ เนื่องจากอยู่ระหว่างการตรวจสอบผลคะแนน และ กกต.มีมติดำเนินสอบสวนกับคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ไปเมื่อไม่นานมานี้


โดย 3 สส.เขตที่ กกต.ประกาศรับรองเพิ่มเติมวันนี้คือ สส.จันทบุรี เขต 1 นายสุรพล วิรัตน์โยสินทร์ จากพรรคภูมิใจไทย สส.จันทบุรี เขต 2 นายคัมภีร์ ชื่นบาน จากพรรคภูมิใจไทย และ จ.พะเยา เขต 1 นายอัครา พรหมเผ่า จากพรรคกล้าธรรม


ยังเหลือ สส.สุพรรณบุรี เขต 2 (นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จากพรรคภูมิใจไทย คะแนนนำ) ที่ยังไม่ประกาศผลรับรอง


ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงาน กกต. นัดหมาย เวลา 16.00 น. วันนี้ (4 มี.ค.) ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. ในฐานะโฆษกสำนักงาน กกต. พร้อมด้วยนายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต.และรองโฆษกสำนักงาน กกต. และน.ส.พิมพ์สุทธิชา โชติชินเกษม ผู้อำนวยการสำนักจัดการการเลือกตั้ง จะแถลงข่าว "การเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ" ณ ศูนย์การเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติ ชั้น 2 สำนักงาน กกต.


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์  #เลือกตั้ง2569 #กกต

ณัฐพงษ์–ทวิวงศ์ พร้อมรับใช้ประชาชน เดินหน้าแก้ปัญหาให้ชาวอยุธยาพ้นจากน้ำท่วม เร่งผลักดันศูนย์อพยพมาตรฐาน–คลองระบายน้ำสู่ทะเล หยุดน้ำท่วมซ้ำซาก

 


ณัฐพงษ์–ทวิวงศ์ พร้อมรับใช้ประชาชน เดินหน้าแก้ปัญหาให้ชาวอยุธยาพ้นจากน้ำท่วม เร่งผลักดันศูนย์อพยพมาตรฐาน–คลองระบายน้ำสู่ทะเล หยุดน้ำท่วมซ้ำซาก


วันที่ 3 มีนาคม 2569 ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้เดินทางมาที่จังหวัด พระนครศรีอยุธยา พร้อมกับอดีตผู้สมัคร สส. ของพรรคประชาชนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนความเห็นกับประชาชนหลังการเลือกตั้ง 2569 ของพรรคประชาชน อยุธยา


ณัฐพงษ์ได้กล่าวว่า วันนี้ตนเดินทางมาเพื่อมาเติมความหวัง และรับฟังความเห็นของทุกคน เพื่อถอดบทเรียนให้กับพรรคประชาชนหลังจากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา และนำเสนอผลการเปิดรับฟังความเห็นจากสมาชิกและประชาชน เพื่อถอดบทเรียนและกำหนดยุทธศาสตร์หลังการเลือกตั้งที่ผ่านมา ซึ่งทุกข้อคิดเห็นกรรมการบริหารพรรคได้รับทราบ และพรรคพร้อมที่จะทำงานเชิงพื้นที่ต่อไปในอนาคต


อย่างในพื้นที่บางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่เผชิญปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากมาโดยตลอด พรรคประชาชนก็มีตัวแทนในพื้นที่อย่าง ทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ อดีตผู้สมัคร สส. อยุธยา เขต 1 ที่คอยขับเคลื่อนประเด็นดังกล่าวในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตลอด 2 ปีที่ผ่านมา


ด้านทวิวงศ์ได้เสนอถึงนโยบายและแนวทางในการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในพื้นที่บางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่พรรคประชาชนจะขับเคลื่อนและผลักดันต่อไป สำหรับระยะสั้นนั้น จะต้องติดตามและเสนอแนวทางการรับมือปัญหาน้ำท่วมอยุธยาที่เกิดช่วงสิ้นปีเป็นประจำทุกปี จำเป็นต้องมีการเตรียมรับมือตั้งแต่ช่วงต้นปี จึงจะทันกับสถานการณ์และบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนได้


พรรคประชาชนมีข้อเสนอต่อรัฐบาล โดยแบ่งเป็นระยะเฉพาะหน้าและระยะยาว สำหรับระยะเฉพาะหน้า พรรคประชาชนเสนอให้เร่งจัดทำศูนย์อพยพมาตรฐานในรูปแบบอาคารเอนกประสงค์ประจำหมู่บ้าน มีห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ เตียงฉุกเฉิน พื้นที่เก็บอุปกรณ์ในการหาเลี้ยงชีพ ชุดปฐมพยาบาล และติดตั้งโซลาร์เซลล์ เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องอาศัยในเต็นท์ริมถนน พร้อมให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นขุดลอกคูคลองอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางน้ำสายรองและสนับสนุนเกษตรกร โดยรัฐบาลต้องสนับสนุนงบประมาณอย่างต่อเนื่อง


สำหรับด้านเงินเยียวยา เสนอให้จ่ายทุกสิ้นเดือนตั้งแต่เกิดเหตุ ไม่ต้องรอให้น้ำลด นำเทคโนโลยีดาวเทียมมาใช้ตรวจสอบความเสียหายจริง รวมถึงชดเชยพื้นที่นาและเกษตรกรรมที่ถูกใช้เป็นทุ่งรับน้ำ พร้อมจัดตั้งกองทุนดีดบ้านสำหรับประชาชนที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำหรือริมแม่น้ำ เพื่อยกระดับบ้านและพัฒนาสาธารณูปโภคที่จำเป็น


สำหรับระยะยาว พรรคประชาชนเสนอให้รัฐบาลทำการศึกษาและผลักดันโครงการคลองชัยนาท–ป่าสัก–อ่าวไทย โดยเริ่มจากช่วงปลายน้ำป่าสัก–อ่าวไทย เพื่อสร้างทางระบายน้ำออกสู่ทะเล พร้อมวางแผนเวนคืนและประเมินประสิทธิภาพโครงการคลองระบายน้ำ ควบคู่กับการเพิ่มระบบระบายน้ำเข้า–ออกทุ่งรับน้ำ เช่น ประตูน้ำควบคุมระยะไกลและท่อรอดส่งน้ำที่เปิด–ปิดได้ เพื่อบริหารจัดการน้ำอย่างยืดหยุ่น ทั้งช่วงน้ำหลากและช่วงเตรียมเพาะปลูก รวมถึงเสนอแก้ไข พ.ร.บ. ทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 เพื่อเพิ่มอำนาจ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ให้กำกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีเอกภาพ และจัดการวิกฤตได้ทันท่วงที


นอกจากนี้ ณัฐพงษ์ยังได้เดินทางไปที่ วัดใหญ่ชัยมงคลวรวิหาร เพื่อเข้าร่วมเวียนเทียนเนื่องในวันมาฆบูชา ซึ่งได้รับการตอบรับหนาแน่นจากประชาชนในพื้นที่อย่างอบอุ่น

 

#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #ประชาชนอยุธยา






















วันจันทร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2569

"นันทนา" ซัด กกต. ปิดฟ้าด้วยฝ่ามือ! ฟ้องปิดปาก ปชช. เรียกร้องยุติขัดขวางการตรวจสอบ"เลือกตั้ง" ด้านทนายอั๋น ลั่น จะเป็นทนายความให้ทุกคดีที่ กกต.ฟ้องประชาชนคดีเลือกตั้ง จ่อยื่นผู้ตรวจการแผ่นดิน 4 มี.ค. นี้

 


"นันทนา" ซัด กกต. ปิดฟ้าด้วยฝ่ามือ! ฟ้องปิดปาก ปชช. เรียกร้องยุติขัดขวางการตรวจสอบ"เลือกตั้ง" ด้านทนายอั๋น ลั่น จะเป็นทนายความให้ทุกคดีที่ กกต.ฟ้องประชาชนคดีเลือกตั้ง จ่อยื่นผู้ตรวจการแผ่นดิน 4 มี.ค. นี้


วันที่ 2 มีนาคม 2569 นางสาวนันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา แถลงจุดยืนไม่เห็นด้วยที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ใช้ SLAPP กับประชาชน ว่า จากปัญหาจากการเลือกตั้งที่มีข้อบกพร่องผิดพลาดมากมายของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สะท้อนความไร้ประสิทธิภาพในการทำหน้าที่จัดการเลือกตั้ง ทั้งที่ กกต. ได้จัดการเลือกตั้งมาหลายครั้งแล้ว แต่ในครั้งนี้นอกจากการนับคะแนนที่ไม่ชัดเจนการรายงานผลคะแนนที่ไม่สอดคล้องกับคะแนนหน้าหน่วย การประกาศผลคะแนนล่าช้าแต่กลับรับรอง สส. อย่างรวดเร็ว ยังมีปัญหาเรื่องคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งจะต้องพิสูจน์กันต่อไปว่าการใส่เครื่องหมายใด ๆ บนบัตรเลือกตั้ง จะส่งผลให้การเลือกตั้งเป็นความลับหรือไม่


นางสาวนันทนา ยังกล่าวว่า แทนที่กกต.จะออกมาชี้แจงให้ประชาชนหายสงสัยกลับเลือกวิธีดำเนินคดีกับประชาชนเริ่มต้นจากการฟ้องประชาชนชาวชลบุรี ในข้อหาบุกรุกขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ หลังจากนั้นยังแจ้งความดำเนินคดีกับอีก 6 คนในข้อหาร้ายแรง ถึง 5 ข้อหา เช่น ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. , ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 ยุยงปลุกปั่นประชาชน , มาตรา 209 ความผิดฐานอั้งยี่ , มาตรา 322 เปิดเผยเอกสารผู้อื่น และ มาตรา 14 การนำเข้าข้อความอันเป็นเท็จ โดยมีโทษทั้งจำและปรับ ตั้งแต่ 6 เดือนจนถึง 10 ปี นี่จะถือว่าเป็นการฟ้องปิดปากประชาชนหรือไม่ เพียงเพราะว่าประชาชนต้องการเข้าไปตรวจสอบการทำหน้าที่ของ กกต. ว่าชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่


โดยนี่คือการทำหน้าที่พลเมืองดีในการช่วยตรวจสอบการเลือกตั้งใช่หรือไม่ การกระทำของ กกต. จึงถือเป็นการลุแก่อำนาจไม่นำพาจารีตการตรวจสอบการใช้อำนาจขององค์กรรัฐซึ่งเป็นแก่นสารสาระสำคัญของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ในฐานะองค์กรรัฐที่ใช้เงินภาษีของประชาชนย่อมไม่อาจหลีกหนีการตรวจสอบได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเลือกตั้งทั่วไปซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการได้มาซึ่งรัฐบาลยิ่งต้องถูกตรวจสอบให้การเลือกตั้งนั้นโปร่งใสที่สุด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับรัฐบาลและสส.ใหม่ ว่าเป็นไปตามเจตจำนงของประชาชนอย่างแท้จริง


"การดำเนินคดีต่อบุคคลดังกล่าวของกกต.จึงเป็นความพยายามปิดฟ้าด้วยฝ่ามือ ไม่ยอมให้มีการตรวจสอบการเลือกตั้ง เป็นความพยายามที่จะปิดปากประชาชนไม่ให้ตรวจสอบการทำหน้าที่ของ กกต. ในฐานะสว. เห็นว่า กกต.นั้นควรยินยอมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบของประชาชนอย่างเข้มข้นในทุกมิติ เพื่อให้หายสงสัยว่าการเลือกตั้งทั่วไปครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งที่โปร่งใสสุจริตและเป็นความลับ กกต. ควรยุติการขัดขวางกระบวนการตรวจสอบของประชาชน และหันมาให้ความร่วมมือในการตรวจสอบทุกมิติ เพื่อให้การได้มาซึ่ง สส. และรัฐบาลเป็นที่ยอมรับของประชาชนอย่างสิ้นสงสัย" นางสาวนันทนา กล่าว


นางสาวนันทนา ยังกล่าวถึง การจำลองการเลือกตั้งที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง จะจัดให้เกิดขึ้นในวันพุธนี้เป็นเรื่องที่กกต.ควรสนับสนุน เพื่อพิสูจน์ว่าบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งนั้นเป็นความลับหรือไม่ แต่กกต. พยายามที่จะขัดขวางและปิดกั้น พร้อมบอกว่าการพยายามจัดการเลือกตั้งจำลองนั้น เป็นความผิดทางกฎหมาย


ตนเห็นว่าถ้าการจัดการเลือกตั้งจำลอง หรือการจัดการเลือกตั้งใดๆ ที่ กกต. ไม่ได้เป็นผู้จัดนั้นเป็นความผิดทางกฎหมาย ต่อไปการจัดเลือกตั้งหัวหน้าห้องของนักเรียนชั้นประถมก็จะผิดกฎหมายด้วยหรือไม่ ซึ่งตรงนี้ กกต. ควรยุติการปิดกั้นการตรวจสอบของภาคประชาชน โดยหันมาให้ความร่วมมือในการตรวจสอบเพื่อให้เกิดความโปร่งใส สร้างความชอบธรรมให้แก่การเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่เช่นนั้นแล้ว กกต. นั่นแหละจะตกเป็นจำเลยของประชาชนทั้งประเทศ


ด้านนายภัทรพงศ์ ศุภอักษร ทนายความ แถลงแสดงจุดยืนว่ากลุ่มบุคคลที่ออกมาเคลื่อนไหวตรวจสอบและตั้งคำถามเกี่ยวกับกระบวนการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ไม่ใช่อาชญากรรมหรือบุคคลที่ก เซาะกร่อนบ่อนทำลายความมั่นคงของรัฐตามข้อกล่าวหา แต่เห็นว่าการเลือกตั้งไม่สง่างามไม่สุจริตไม่เที่ยงธรรม โดยเห็นว่าการใช้อำนาจของ กกต. ในการฟ้องร้องเป็นการปิดปากประชาชน กดเสียงของประชาชนให้เงียบลง แต่เชื่อว่าเสียงของประชาชนจะดังขึ้นและขยายออกไปไกลกว่าเดิม และแสดงความพร้อมเป็นทนายความให้กับประชาชนที่ออกมาตรวจสอบการทำงานของ กกต. ในทุกคดี ชี้ว่าสังคมต้องเดินด้วยความกล้าหาญไม่ใช่ความหวาดกลัว


นายภัทรพงศ์ ยังให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าว่า ได้ไปยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้งไม่ชอบด้วยกฎหมาย พร้อมกันนี้จะร่างคำร้องชี้เห็นถึงกระบวนการการเลือกตั้ง ตั้งแต่การย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดการเลือกตั้ง เพื่อให้ผู้ตรวจการแผ่นดินแนบท้ายคำร้องที่จะส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมจะขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินดำเนินการให้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวและไต่สวนฉุกเฉินเพื่อให้ สส. ที่ได้มารายงานตัว ยังไม่สามารถปฎิบัติหน้าที่ได้ โดยจะยื่นผู้ตรวจการแผ่นดินในวันพุธที่ 4 มีนาคมนี้


“คือผมไม่ต้องการให้เปิดสภาผู้แทนราษฎรในการปฎิบัติหน้าที่ ในช่วงสถานการณ์แบบนี้ ในการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ สง่างาม มันสกปรกแต่ก็มีส่วนหนึ่งเชิดหน้าชูตาแถลงข่าวยิ้มแย้มแจ่มใส คุณก็รู้ที่มาองรวมไม่ สง่างาม แล้วที่บอกว่ารับรองไปก่อนสอยทีหลัง นั่นเป็นเรื่องของบุคคลแต่ละคนแต่วันนี้กระบวนการเนาะเฟะ หมายถึงกระบวนการที่ไม่ชอบทั้งกระบวนการ” นายภัทรพงศ์ กล่าว


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #เลือกตั้ง2569 #กกต

“พรรคเพื่อไทย” ออกแถลงการณ์ต่อความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง พร้อม 3 ข้อเรียกร้อง

 


“พรรคเพื่อไทย” ออกแถลงการณ์ต่อความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง พร้อม 3 ข้อเรียกร้อง


เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2569 พรรคเพื่อไทย ได้ออกแถลงการณ์ต่อความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางและการคุ้มครองสวัสดิภาพของประชาชนไทยที่พำนักอยู่ในภูมิภาค โดยมีความว่า


แถลงการณ์พรรคเพื่อไทย


เรื่อง สถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง และการคุ้มครองสวัสดิภาพของประชาชนไทยที่พำนักอยู่ในภูมิภาค


ตามที่ปรากฏสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้น พรรคเพื่อไทยมีความห่วงใยอย่างยิ่งต่อสวัสดิภาพของพี่น้องประชาชนและแรงงานไทยที่พำนักอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย


พรรคเพื่อไทยขอแถลงจุดยืนและข้อเรียกร้องดังนี้:


1. พรรคเพื่อไทยขอส่งความห่วงใยไปยังพี่น้องคนไทยและครอบครัว ขอให้ทุกท่านใช้ความระมัดระวังสูงสุด และติดตามข้อมูลข่าวสารจากสถานเอกอัครราชทูตและหน่วยงานของรัฐอย่างใกล้ชิดในทุกช่องทาง


2. พรรคเพื่อไทยขอให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินมาตรการเชิงรุกในการติดตามสถานการณ์ และจัดเตรียมแผนเผชิญเหตุเพื่อดูแลความปลอดภัย รวมถึงแผนการอพยพหากมีความจำเป็น เพื่อให้มั่นใจว่าคนไทยทุกคนจะได้รับการคุ้มครองอย่างทันท่วงที


3. พรรคเพื่อไทยสนับสนุนการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งด้วยการเจรจาและสันติวิธี เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อพลเรือนและเศรษฐกิจโลก และขอให้รัฐบาลไทยรักษาบทบาทที่สมดุลในการประสานความช่วยเหลือภายใต้กรอบมนุษยธรรม


พรรคเพื่อไทยยืนยันว่า ความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนไทยคือภารกิจสูงสุด และเราจะร่วมติดตามสถานการณ์นี้อย่างต่อเนื่องเพื่อสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลในการดูแลคนไทยให้ดีที่สุด


พรรคเพื่อไทย

1 มีนาคม 2569


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคเพื่อไทย #สงคราม #สหรัฐ #อิหร่าน

แถลงการณ์พรรคประชาชนต่อสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง : รัฐบาลต้องเดินหน้า 3 ภารกิจเพื่อคุ้มครองและปกป้องประโยชน์สูงสุดของประเทศไทยและประชาชน

 


แถลงการณ์พรรคประชาชนต่อสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง : รัฐบาลต้องเดินหน้า 3 ภารกิจเพื่อคุ้มครองและปกป้องประโยชน์สูงสุดของประเทศไทยและประชาชน


วันนี้ (2 มีนาคม 2569) พรรคประชาชนออกแถลงการณ์ต่อสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเรียกร้องให้รัฐบาลต้องเดินหน้า 3 ภารกิจเพื่อคุ้มครองและปกป้องประโยชน์สูงสุดของประเทศไทยและประชาชน เนื้อหาแถลงการณ์ระบุว่า


ตลอดช่วง 2 วันที่ผ่านมา พรรคประชาชนได้ติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลางด้วยความกังวลอย่างยิ่ง สถานการณ์ดังกล่าวมิได้ส่งผลกระทบเฉพาะต่อคู่ขัดแย้งเท่านั้น หากยังส่งผลต่อความปลอดภัยของประชาชนในหลายประเทศรวมถึงพี่น้องคนไทย ต่อเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจโลก และต่อสันติภาพระยะยาวของประชาคมโลกโดยรวม


พรรคประชาชนเห็นว่าหลักการพื้นฐานของการอยู่ร่วมกันในประชาคมโลกคือ การเคารพกฎกติกาสากล โดยเราหวังว่าทุกฝ่ายจะยุติการกระทำที่นำไปสู่การยกระดับความรุนแรง คำนึงถึงความปลอดภัยของพลเรือนเป็นสำคัญ และสนับสนุนการแก้ไขข้อพิพาทด้วยสันติวิธีบนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ


เพื่อคุ้มครองและปกป้องประโยชน์สูงสุดของประเทศไทยและคนไทย ทั้งในสถานการณ์ปัจจุบันและอนาคต พรรคประชาชนขอสนับสนุนรัฐบาลไทยให้ดำเนินการใน 3 เรื่องสำคัญ


1. คุ้มครองชีวิตและสวัสดิภาพของคนไทยเป็นลำดับแรก


ในสถานการณ์วิกฤต ภารกิจเร่งด่วนที่สุดคือการปกป้องชีวิตและความปลอดภัยของประชาชนไทย


พรรคประชาชนสนับสนุนให้รัฐบาล :


ใช้ทุกกลไกทางการทูตในการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ดูแล ให้ความคุ้มครอง และเตรียมแผนอพยพคนไทยในพื้นที่เสี่ยงอย่างเป็นระบบ


ประสานความร่วมมือกับประเทศคู่เจรจาและสายการบินพาณิชย์ เพื่อเตรียมความพร้อมด้านเส้นทางเดินทางฉุกเฉิน รวมถึงเตรียมการจัดเที่ยวบินเหมาลำจากสายการบินในประเทศและกองทัพ เพื่อเตรียมความพร้อมในภาวะวิกฤตฉุกเฉิน


สื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง โปร่งใส และเป็นปัจจุบัน เกี่ยวกับสถานะเส้นทางการบิน การเดินเรือ และพื้นที่เสี่ยง พร้อมแจ้งเตือนประชาชนที่มีแผนเดินทางไปยังภูมิภาคดังกล่าวให้พิจารณาชะลอการเดินทางจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย


2. เตรียมมาตรการรองรับผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อประเทศไทย


ความตึงเครียดในตะวันออกกลางย่อมกระทบต่อเสถียรภาพของเศรษฐกิจโลกและราคาพลังงาน ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อความเป็นอยู่ของประชาชนในประเทศไทย จากค่าครองชีพ ต้นทุนขนส่ง และต้นทุนการผลิตในประเทศ ที่สูงขึ้น


พรรคประชาชนสนับสนุนให้รัฐบาลเตรียมแผนรองรับอย่างรอบด้านโดยการ :


เตรียมมาตรการรับมือความผันผวนของราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ โดยเฉพาะมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางล่วงหน้า


บริหารจัดการสำรองพลังงานเชิงยุทธศาสตร์ และสื่อสารเชิงรุกเพื่อลดความตื่นตระหนกในตลาด


ติดตามผลกระทบต่อการส่งออก-นำเข้า และห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมต่างๆที่เกี่ยวข้อง


จัดสรรงบประมาณเพื่อช่วยเหลือภาคธุรกิจและประชาชน ในการรับมือกับสถานการณ์เฉพาะหน้า และในการเพิ่มภูมิคุ้มกันต่อปัจจัยภายนอกในระยะยาว


3. ร่วมฟื้นฟูระเบียบโลกเพื่อสร้างหลักประกันความมั่นคงให้ประเทศไทยและความปลอดภัยของคนไทยในอนาคต


ท่ามกลางภูมิรัฐศาสตร์ที่ตึงเครียดและไม่แน่นอนสูง การตั้งมั่นในระเบียบโลกที่ตั้งอยู่บนกติกาสากลตามกฎบัตรสหประชาชาติ (UN Charter) รวมถึงเคารพในอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของทุกรัฐอย่างเสมอภาค จะยิ่งเป็นเกราะป้องกันที่สำคัญในการปกป้องความมั่นคงของประเทศไทยและความปลอดภัยของคนไทยในอนาคต


พรรคประชาชนเห็นว่าประเทศไทยจำเป็นต้องแสดงบทบาทเชิงรุกในเวทีภูมิภาคและระหว่างประเทศ โดยการประสานความร่วมมือกับประเทศสมาชิกอาเซียน และประเทศมหาอำนาจระดับกลางอื่น ๆ เพื่อ:


ร่วมเรียกร้องการลดระดับความรุนแรงและผลักดันให้เกิดการหยุดยิง รวมถึงร่วมสนับสนุนกลไกการเจรจาทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี ภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศ


ร่วมฟื้นฟูระเบียบโลกที่ตั้งอยู่บนกติกา (rules-based international order) เพื่อเป็นเกราะป้องกันความไม่แน่นอนและความรุนแรงที่เสี่ยงจะย้อนกลับมาส่งผลกระทบต่อประชาชนคนไทยในภายภาคหน้า


พรรคประชาชนหวังว่ารัฐบาลจะใช้ทั้งมาตรการภายในและระหว่างประเทศอย่างเต็มที่ เพื่อช่วยเหลือคนไทยและบรรเทาผลกระทบเฉพาะหน้า รวมถึงเตรียมความพร้อมเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและภาคเอกชนในระยะยาว ท่ามกลางสภาวะความผันผวนและความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

 

#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน