วันพุธที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

#12ปีพฤษภา53 ตอนที่ 1

 


#12ปีพฤษภา53 ตอนที่ 1


จากบทบรรยาย "ยุทธการยิงนกในกรง"

(เหตุการณ์หลัง 10 เมษายน 2553 – 20 พฤษภาคม 2553)


หลังเหตุความรุนแรงในเหตุการณ์วันที่ 10 เมษายน 2553 ยุติลง และมีการเสียชีวิตเกิดขึ้นเป็นจำนวนมากจากเหตุการณ์ครั้งนั้น ความชอบธรรมในการบริหารประเทศของรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ดูเหมือนว่าจะหมดลง เพราะการใช้กำลังในการปราบปรามประชาชนผู้บริสุทธิ์ และการกระทำการอันรุนแรง จนทำให้เกิดความสูญเสียทั้งฝ่ายประชาชนและฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐ แทนที่รัฐบาลอภิสิทธิ์จะแสดงความรับผิดชอบในครั้งนั้น รัฐบาลอภิสิทธิ์ได้ใช้วาทกรรม “ชายชุดดำและกองกำลังติดอาวุธ” เป็นการแก้ปัญหา และเหมือนว่าความพยายามในการอยู่ในอำนาจของเผด็จการอำมาตย์อย่างได้ผล เพราะจากการที่ได้รับข้อมูลบางอย่างจากภาพถ่ายคลิปวีดีโอสั้น ๆ ที่ซื้อมาจากช่างภาพไม่ปรากฏนามจากสำนักข่าวอัลจาชีรา ที่นำเสนอภาพชายชุดดำได้ในเงาลาง ๆ ซึ่งน่าสังเกตว่า มีสำนักข่าวนี้สำนักเดียวนำมาแสดง และนั่นเป็นข้ออ้างที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ใช้เพื่ออยู่ในอำนาจต่อไป และรัฐบาลอภิสิทธิ์ก็มีนโยบายที่ชัดเจนในการใช้การทหารเป็นกลไกหลักของการแก้ปัญหาทางการเมืองครั้งนี้


และเมื่อรัฐบาลอภิสิทธิ์ได้มีนโยบายที่ชัดเจนมากขึ้นในการกระชับวงล้อมพื้นที่ชุมนุมราชประสงค์ โดยสั่งการมายังกองทัพของรัฐบาลอภิสิทธิ์และเป็นที่มาของความรุนแรงของการปฏิบัติการในยุทธการกระชับวงล้อมพื้นที่ชุมนุม อ้างอิงจากบทความเรื่อง “บทเรียนยุทธการกระชับวงล้อม พื้นที่ราชประสงค์ 14-19 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 จากวารสารเสนาธิปัตย์ ปีที่ 59 ฉบับที่ 3 กันยายน – ธันวาคม 2553” ซึ่งเขียนขึ้นโดยนายทหารในกองทัพ โดยเหตุผลของการเขียนบทความนี้ เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติการทางทหารกรณีศึกษาการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในเมือง ซึ่งเป็นดำริของเจ้ากรมยุทธศึกษาทหารบก พล.ท.สิงห์ศึก สิงห์ไพร ซึ่งบทความนี้อาจกล่าวได้ว่า เป็นข้อสรุปที่ภาคภูมิใจของกองทัพจากการปฏิบัติภารกิจที่เกิดขึ้นจริงของทหาร ในการใช้ความรุนแรงเพื่อฆ่าประชาชนในเดือนพฤษภาคม 2553




ถ้าหากว่าความสำเร็จที่ทหารได้มาในครั้งนี้เป็นความสำเร็จด้วยการรบระหว่างทหารกับทหารแล้ว อาจจะถือว่าเป็นชัยชนะ แต่เมื่อยุทธการนี้ใช้กับประชาชนผู้บริสุทธิ์ ที่เพียงแค่ต้องการให้รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ยุบสภาแล้วลาออก คืนอำนาจให้กับประชาชน พร้อมรับผิดชอบต่อการเสียชีวิตของคนเสื้อแดง จึงเป็นคำถามของคนทั่วโลกว่าน่าภูมิใจหรือไม่? และควรหรือไม่ที่ใช้ยุทธศาสตร์ทางการทหารแทนที่จะใช้ยุทธศาสตร์ทางการเมืองในการแก้ปัญหา


หลังเหตุการณ์วันที่ 10 เมษายนผ่านไป ทางด้านฟากฝั่งของทหารหลังจากเหตุการณ์นั้นก็ได้เก็บตัวอย่างเงียบเชียบ ไม่มีปฏิบัติการใด ๆ ออกมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง และได้อาศัยช่วงเวลานั้นทำการประชุมอย่างเร่งด่วนเพื่อสรุปผลของยุทธการขอคืนพื้นที่ในวันที่ 10 เมษา 53 และระดมความคิดเห็นเพื่อหายุทธวิธีในการซักซ้อมและปราบปรามประชาชนอย่างเคร่งเครียด ซึ่งก็พบจุดอ่อนหลายจุดจากความพ่ายแพ้ในครั้งนั้น รวมถึงพบยุทธวิธีที่ประสบความสำเร็จในเหตุการณ์ครั้งนั้น




การใช้พลซุ่มยิงและหน่วยสไนเปอร์เป็นยุทธวิธีที่ดีที่สุด และได้เริ่มทำการฝึกฝนควบคู่ไปกับการซ้อมยุทธวิธีต่าง ๆ อย่างหนักภายในค่ายทหาร ในขณะที่คนเสื้อแดงยังชุมนุมและร้องรำทำเพลงอย่างสนุกสนาน เพราะไม่คิดว่าทหารจะกล้าใช้มาตรการอันโหดเหี้ยมกับประชาชน และเมื่อแผนการและขั้นตอนต่าง ๆ ได้ถูกวางแผนเสร็จสิ้น การดำเนินการต่าง ๆ ก็เริ่มขึ้นโดยทหารใช้ชื่อแผนยุทธการนี้ว่า “ยุทธการกระชับวงล้อม – พื้นที่ราชประสงค์”


#ยุติธรรมไม่มี12ปีเราไม่ลืม #คนเสื้อแดง

#UDDnews #ยูดีดินิวส์

 

อ้างถึง : วารสารเสนาธิปัตย์ ปีที่ 59 ฉบับที่ 3 กันยายน - ธันวาคม 2553 ของกรมยุทธศึกษา กองทัพบก [ลิ้งค์ https://online.fliphtml5.com/hubo/wqrz/#p=76

วันอังคารที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

พี่น้องเสื้อแดงร่วมส่งวิญญาณ "ประสิทธิ์ ปิยะประสิทธิ์" นักต่อสู้ประชาชนแห่งกาฬสินธุ์

 



 

พี่น้องเสื้อแดงร่วมส่งวิญญาณ "ประสิทธิ์ ปิยะประสิทธิ์" นักต่อสู้ประชาชนแห่งกาฬสินธุ์


วันนี้ (3 พ.ค. 65) ณ เมรุวัดชัยสุนทร ต.กาฬสินธุ์ อ.เมืองกาฬสินธุ์ จ.กาฬสินธุ์ ได้มีพิธิฌาปนกิจ คุณประสิทธิ์ ปิยะประสิทธิ์ผู้วายชนม์โดยมีครอบครัว ญาติมิตร เพื่อนพ้องน้องพี่คนเสื้อแดง ร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก


โดยในช่วง 13.00 น. พระสงฆ์แสดงธรรมเทศนาเจริญพระพุทธมนต์สวดมาติกาบังสกุล จากนั้นเคลื่อนศพเวียนรอบเมรุและทำพิธีฌาปนกิจในเวลา 15.00 น. ท่ามกลางฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก


ซึ่งวันนี้ อ.ธิดา ถาวรเศรษฐ ไม่มีโอกาสได้ไปร่วมในพิธีนี้ คณะเจ้าภาพ จึงได้อ่านคำกล่าวไว้อาลัยที่ อ.ธิดา ได้เขียนถึง "คุณ ประสิทธิ์ ปิยะประสิทธิ์" นักต่อสู้ประชาชน เพื่อเป็นการไว้อาลัยและรำลึกถึงท่านผู้วายชนม์


ทั้งนี้ "ยูดีดีนิวส์" ขอร่วมส่งดวงวิญญาณท่านสถิตย์สู่สัมปรายภพด้วยเทอญ


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์






อ.ธิดา ถาวรเศรษฐ : คารวะ “ประสิทธิ์ ปิยะประสิทธิ์” นักต่อสู้ประชาชนผู้ล่วงลับ!

 


อ.ธิดา ถาวรเศรษฐ : คารวะ “ประสิทธิ์ ปิยะประสิทธิ์” นักต่อสู้ประชาชนผู้ล่วงลับ!

 

วันนี้เป็นวันทำพิธีฌาปนกิจร่างของคุณประสิทธิ์ ปิยะประสิทธิ์ ที่วัดชัยสุนทร ต.กาฬสินธุ์ อ.เมืองกาฬสินธุ์ จ.กาฬสินธุ์

 

ดิฉันไม่มีโอกาสได้ไปร่วมพิธีนี้ ไม่ได้ไปร่วมกล่าวคำไว้อาลัยในงานพิธี ก็ขอกล่าวคำไว้อาลัยไว้ ณ ที่นี้

 

คุณประสิทธิ์ ปิยะประสิทธิ์ เป็นแกนนำเสื้อแดงและติดตามนปช.มายาวนาน ร่วมขบวนการต่อสู้ การชุมนุม ทั้งในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์, ภาคอีสาน และงานที่กรุงเทพมหานคร อย่างกระตือรือร้นขยันขันแข็งมาโดยตลอด ไม่ว่ายามกระแสการต่อสู้จะสูงหรือต่ำ กระทั่งยามที่แกนนำถูกพิจารณาคดีและถูกคุมขังในเรือนจำ แม้อายุจะมากแล้วก็ตาม คุณประสิทธิ์เป็นนักต่อสู้ประชาชนที่ดิฉันถือว่าเป็นนักต่อสู้ตัวจริง แม้จะป่วยก็ยังส่งข่าวคราวพี่น้องเสื้อแดงมาตลอด แม้คราวแรมโบ้ เสกสกล ออกมาปรากฏเป็นผู้เชียร์นายกฯ ประยุทธ์ โจมตีคนเสื้อแดง, พรรคเพื่อไทย คุณประสิทธิ์ก็นำพี่น้องออกมาตอบโต้อย่างเอาการเอางาน ยามมีพี่น้องเสื้อแดงเจ็บป่วย ยากลำบาก ก็พยายามช่วยเหลือและส่งข่าวคราวขอการสนับสนุน

 

ชีวิตของคุณประสิทธิ์ที่ผ่านมา จึงอยู่เพื่อผลประโยชน์ประชาชนในการต่อต้านเผด็จการทหาร เรียกร้องอำนาจประชาชนให้เป็นจริงมาจนสิ้นลมหายใจ นับเป็นแบบอย่างของนักต่อสู้ประชาชนที่ควรแก่การสดุดีและยกย่องให้ปรากฏ

 

ดังที่ดิฉันได้กล่าวไว้เสมอว่า สวรรค์ชั้นใด หรือแดนสุขาวดีที่ใครตั้งปณิธาน ให้ดวงวิญญาณไปสถิตอยู่นั้น เราไม่รู้หรอกว่ามีจริงหรือไม่? แต่นักต่อสู้ของประชาชนนั้น ยามมีชีวิตอยู่ ได้สัมผัสความสุขใจ ความภาคภูมิใจ ที่เกิดมาแล้วได้เสียสละตนเองเพื่อให้ประชาชนมีความสุข มีอำนาจจริงนั้น มีอยู่ตลอดเวลา ดิฉันและผู้ได้ร่วมการต่อสู้ของประชาชนร่วมกับ คุณประสิทธิ์ ปิยะประสิทธิ์ โดยเฉพาะในภาคอีสานและ จ.กาฬสินธุ์ ขอคารวะดวงวิญญาณของท่าน และจะรำลึกถึงแบบอย่างอันดีของนักต่อสู้ของประชาชนตลอดไป.

 

3 พฤษภาคม 2565


ภาพประกอบ : เป็นภาพที่คุณประสิทธิ์ส่งให้ อ.ธิดา เมื่อ มี.ค. 65


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์

วันจันทร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

“เก็ท โสภณ” ฝากข้อความผ่านจดหมาย ยืนยันในจุดยืน “คนเท่ากัน” ขอคนข้างนอกอย่าลืมคนที่ถูกขัง กำลังใจสำคัญมากจริง ๆ ขอทุกคนสู้ต่อเพื่อศักดิ์ศรีความเป็นคน!

 


“เก็ท โสภณ” ฝากข้อความผ่านจดหมาย ยืนยันในจุดยืน “คนเท่ากัน” ขอคนข้างนอกอย่าลืมคนที่ถูกขัง กำลังใจสำคัญมากจริง ๆ ขอทุกคนสู้ต่อเพื่อศักดิ์ศรีความเป็นคน!


วันนี้ (2 พ.ค. 65) มีการเผยแพร่จดหมายจาก “เก็ท โสภณ” สมาชิกโมกหลวงริมน้ำ ผู้ถูกฝากขังจากคดีมาตรา 112 หลังศาลอาญามีคำสั่งไม่อนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวและถูกคุมตัวเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครทันที จดหมายดังกล่าวมีข้อความว่า


สวัสดีทุกคนนะครับ ผมเก็ทนะ วันนี้ผมต้องถูกฝากขังวันแรกจากคดี 112 ทุกครั้งที่ผมออกมาสู้ ผมจะยืนยันในจุดยืนของ “คนเท่ากัน” เสมอ ผมอยากเห็นสังคมที่ผมมีความสุขไปพร้อม ๆ กันทุกคน อยู่สังคมที่ความพยายามนำพาไปสู่ความสำเร็จอย่างแท้จริง ไม่ใช่ใครบางคนพยายามอย่างสุดความสามารถ สุดชีวิต แต่ไปไม่ถึงปลายทาง อยากให้สังคมมีความเหลื่อมล้ำน้อยลง ผมไม่ได้คิดว่าการต่อสู้นี้คือการเป็นฮีโร่ ไม่ได้คิดว่าต้องไปทำเท่ห์ แต่ผมสู้ในฐานะพลเมืองคนหนึ่ง ที่เมื่อถูกกดทับ ลิดรอนสิทธิ์ หรือเห็นใครถูกลิดรอนสิทธิ์ ก็ต้องออกมาเรียกร้อง และทวงคืนสิทธิ์ อันชอบธรรมที่ผมควรได้ ทุกคนควรได้


ถ้าจะขออะไรจากประชาชนข้างนอก ผมอยากขอให้มวลชนอย่าลืมผม อย่าลืมตะวัน พี่เอกชัย พี่สมบัติ ป้าอัญชันและอีกหลายคนที่สู้เพื่อสิทธิ เสรีภาพ จนต้องมาจบอยู่ในเรือนจำ กำลังใจมันสำคัญมากจริงๆ และขอให้ประชาชนทุกคนสู้ต่อ สู้เพื่อศักดิ์ศรีความเป็นคน สู้เพื่อสิทธิ เสรีภาพ พวกคุณทุกคนมีคุณค่า ขอให้สู้เพื่อ “คนเท่ากัน” ต่อด้วย ขอให้ใช้ชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีในทุก ๆ วัน พวกคุณมีอิสรภาพ อย่าถูกหลอกว่าเป็นทาส หรือฝุ่นใต้เท้าใคร ขอฝากพ่อ แม่ ครอบครัว เพื่อน ๆ และทุกคน เหนื่อยก็พัก หิวก็กินข้าว ง่วงก็นอน ดูแลตัวเองด้วยนะ ระหว่างที่อยู่ในเรือนจำ ผมก็จะพัฒนาตัวเอง เพื่อที่จะให้พร้อมออกไปสู้


ด้วยรักแห่งอุดมการณ์

เก็ท โสภณ            .


#มาตรา112

#UDDnews #ยูดีดีนิวส์

ศาลอาญาไม่ให้ประกัน “เก็ท โสภณ” สมาชิกโมกหลวงริมน้ำ เหตุเคยได้รับการปล่อยตัวในคดีดูหมิ่นศาลแล้ว ยังกระทำการให้ถูกจับกุมในคดี ม.112 นี้อีก

 


ศาลอาญาไม่ให้ประกัน “เก็ท โสภณ” สมาชิกโมกหลวงริมน้ำ เหตุเคยได้รับการปล่อยตัวในคดีดูหมิ่นศาลแล้ว ยังกระทำการให้ถูกจับกุมในคดี ม.112 นี้อีก


จากกรณีวานนี้ (1 พ.ค. 65) ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้รายงานผ่านทางทวิตเตอร์ ว่า เมื่อเวลา 21.20 น. มีรายงานว่าชุดตำรวจนอกเครื่องแบบได้เข้าแสดงหมายจับ ข้อหามาตรา 112 ของสน.สำราญราษฎร์ ซึ่งออกโดยศาลอาญา ลงวันที่ 29 เม.ย. 65 ต่อ “เก็ท โสภณ” สมาชิกกลุ่มโมกหลวงริมน้ำ นักศึกษาภาควิชารังสีเทคนิค วชิรพยาบาล ขณะกำลังจะเดินทางออกจากกิจกรรมวันแรงงานที่ลานหอศิลป์กทม.


ศูนย์ทนายฯ รายงานต่อว่า เวลา 22.05 น. หลังการล้อมรถและเจรจากับมวลชน “เก็ท โสภณ” ยอมลงจากรถแท็กซี่ไปขึ้นรถตำรวจ โดยมีผู้ไว้วางใจและมวลชนจำนวนหนึ่งขอติดตามขึ้นรถไปด้วย เบื้องต้นคาดว่าจะพาไปยัง สน.สำราญราษฎร์ และทนายความกำลังติดตามไป


และในเวลา 22.20 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัว “เก็ท โสภณ” เดินทางถึง สน.สำราญราษฎร์ โดยมีทนายความติดตามไป จนท.มีการตั้งรั้วเหล็กด้านหน้า สน. และมีมวลชนหลายสิบคนรอให้กำลังใจ ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ได้นำตัว “เก็ท โสภณ” ไปที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ถนนวิภาวดีรังสิต โดยจะฝากขังและไต่สวนฝากขังต่อศาลอาญาในวันรุ่งขึ้น


วันนี้ (2 พ.ค. 65) ศูนย์ทนายความฯ รายงานว่า เวลา 11.30 น. ที่ บช.ปส. พนักงานสอบสวน สน.สำราญราษฎร์ ฝากขังและทำการไต่สวนฝากขังออนไลน์ต่อศาลอาญา “เก็ท โสภณ” เสร็จแล้ว ขณะนี้ทนายความยื่นประกันตัวชั่วคราวและรอฟังคำสั่ง โดย “เก็ท โสภณ” ถูกกล่าวหาจากเหตุปราศรัยในกิจกรรม #ทัวร์มูล่าผัว เมื่อ 22 เม.ย. ที่ผ่านมา ในข้อหา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.เครื่องขยายเสียงฯ


ต่อมาเวลา 15.30 น. ศาลอาญามีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว “เก็ท โสภณ” ซึ่งมีผลให้ “เก็ท โสภณ” จะถูกควบคุมตัวไปจำขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครทันที


ทั้งนี้ ศาลให้เหตุผลว่า ผู้ต้องหาเคยได้รับการปล่อยตัวแล้วในคดีดูหมิ่นศาล จากเหตุชุมนุมมั่วสุมที่ศาลอาญา ปราศรัยเรียกร้องแสดงความไม่พอใจในการทำหน้าที่ของศาล ในคดีของเพนกวิน ข้อหามาตรา 112 ผู้ต้องหายังกระทำการอันเป็นเหตุให้ถูกจับกุมเป็นคดีนี้อีก จึงน่าเชื่อว่าหากให้ปล่อยตัวชั่วคราวไป ผู้ต้องหาอาจหลบหนี หรือไปกระทำการในทำนองเดียวกันนี้ หรือก่อภัยอันตรายประการอื่นอีก จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวแก่ผู้ต้องหา ยกคำร้อง


#มาตรา112 #วันแรงงานสากล

#UDDnews #ยูดีดีนิวส์

วันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

"สหภาพคนทำงาน" เดินขบวนวันแรงงานสากล ราชประสงค์-หอศิลป์ เพื่อชีวิตที่ดีกว่า สร้างสังคมใหม่ สังคมแห่งความเท่าเทียม

 


"สหภาพคนทำงาน" เดินขบวนวันแรงงานสากล ราชประสงค์-หอศิลป์ เพื่อชีวิตที่ดีกว่า สร้างสังคมใหม่ สังคมแห่งความเท่าเทียม 


วันนี้ (1 พ.ค. 65) สืบเนื่องจากเป็นวันแรงงานสากล สหภาพคนทำงาน นัดหมายรวมพลังคนทำงานที่แยกราชประสงค์ ในเวลา 16.00 น. 


สำหรับบรรยากาศตั้งแต่ 15.00 น. พบว่าพี่น้องเมียนมาร์ผู้ใช้แรงงานในประเทศไทย รวมตัวกันที่บริเวณหน้าเซนทรัลเวิล์ด โดยร่วมทำกิจกรรมในวันแรงงานกับสหภาพคนทำงาน


จากนั้น 16.00 น. สหภาพคนทำงาน รวมตัวตั้งขบวนบนถนนแยกราชประสงค์ โดยหัวขบวนเป็นราษดรัมป์ ตามด้วยพี่น้องแรงงานที่ชูป้ายข้อความ ตามด้วยรถเครื่องเสียง และปิดท้ายด้วยขบวนพี่น้องแรงงานเมียนมาร์


โดยตัวแทนแรงงานชาวพม่า กล่าวว่าต้องการเรียกร้องขอความเป็นธรรมด้านสิทธิมนุษยชนให้กับแรงงานข้ามชาติ รวมถึงขอให้มีการดูแลเรื่องความปลอดภัย และการใช้ความรุนแรงกับแรงงานข้ามชาติ ซึ่งถือเป็นประเด็นหลักที่แรงงานข้ามชาติได้ออกมาเรียกร้องในวันแรงงาน


โดย 16.10 น. ขบวนสหภาพคนทำงานได้ทำการแสดงการถูกกดขี่จากนายจ้าง และการรวมตัวของแรงงานที่ลุกขึ้นสู้ ต่อด้วยการร่วมร้องเพลงแนวร่วมคนทำงาน ก่อนเคลื่อนและเดินขบวนเพื่อเฉลิมฉลองวันแรงงาน โดยใช้เส้นทาง เลี้ยวขวาผ่านสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มุ่งหน้าลานหอศิลปวัฒนธรรม แยกปทุมวัน โดยระหว่างการเดินขบวนมีการปราศรัย ต่อต้านเผด็จการ เรียกร้องคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับแรงงาน ค่าแรงที่เหมาะสม 


อย่างไรก็ตาม เมื่อขบวนผ่านหน้าวัดปทุมวนาราม ขบวนได้หยุดเพื่อกล่าวสดุดีวีรชน พร้อมทั้งวางช่อดอกไม้ เพื่อไว้อาลัยให้คนเสื้อแดงที่เสียชีวิตเมื่อ 19 พฤษภาคม 2553 ที่วัดปทุมวนาราม ในเหตุการณ์สลายการชุมนุมเสื้อแดง พร้อมยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 53 วินาที


ต่อมา 18.20 น. ขบวนได้เคลื่อนถึงลานหอศิลป์ ได้มีการเล่นดนตรีแนวร่วมคนทำงาน ร้องเพลงสหภาพคนทำงานสลับการปราศรัย นอกจากนั้นกลุ่มเฟมินิสต์ฟูฟู ได้ร่วมทำการแสดง "คนทำงานลุยไฟ"


ด้าน ศรีไพร นนทรีย์ ตัวแทนแรงงานกลุ่มสหภาพแรงงานย่านรังสิตและใกล้เคียง ปราศรัยในประเด็นค่าจ้างขั้นต่ำ สิทธิแรงงาน กฎหมายแรงงาน และพัฒนาการทางประวัติศาสตร์การต่อสู้ของแรงงานไทย


ขณะที่ เลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ จากกลุ่ม People Go Network ปราศรัยในประเด็น “กฎหมายแรงงานสัมพันธ์” และสิทธิในการรวมตัวของแรงงาน การเจรจาต่อรอง และสมานฉันท์ข้ามกลุ่มองค์กร


้เลิศศักดิ์กล่าวว่า เมื่อปากท้องและอุดมการณ์ทางการเมืองเป็นเรื่องเดียวกัน ขบวนแรงงานยุคใหม่ในนามสหภาพคนทำงานควรเรียกร้อง เพื่อให้เกิดนโยบายและกฎหมายที่รับรองสภาพการจ้างงานและค่าจ้างที่เป็นธรรมต่อประชาชน 99%ที่ล้วนคือแรงงาน ไปพร้อม ๆ กับการเรียกร้องให้มีการปฏิรูปสถาบัน


ทั้งนี้ 19.15 น. แรงงานชาวเมียนมาร์ปราศรัย กล่าวว่านอกจากเดินรณรงค์สิทธิแรงงานแล้ว ยังเดินขบวนต่อต้านรัฐบาลทหารพม่า และขอสนับสนุนรัฐบาลพลเรือนอีกด้วย


จากนั้นเป็นการอ่านแถลงการณ์สหภาพคนทำงานเนื่องในวันแรงงานสากล ปี 2565 โดยมีการแสดงจาก "ภาคีการละครเพื่อคนทำงาน" แสดงประกอบการอ่านด้วย ก่อนยุติกิจกรรมในเวลาประมาณ 19.30 น.


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ 

#ม็อบ1พฤษภา65

#สหภาพคนทำงาน

#WorkersUnionTH

#MAYDAYรวมพลังคนทำงาน

#เราทุกคนคือคนทำงาน




อ.ธิดา ถาวรเศรษฐ : รังสีอำมหิตจากพฤษภา53 ถึง พฤษภา65 [เปลี่ยนจากการล้อมฆ่า ยิงนกในกรง มาเป็นรุกไล่ จับนกเข้ากรง] : แลไปข้างหน้าฯ EP.85