“เท้ง” ยืนยันสู้สนาม กทม. เพื่อผลักดันวาระเมือง ส่งฟูลทีมสร้างกรุงเทพที่ง่ายขึ้น ครบทั้งผู้ว่า ส.ก. ทีมบริหาร ผนึกกำลัง สส.กทม. รับใช้คนกรุงเทพฯ
วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ที่สามย่านมิตรทาวน์ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวปิดท้ายเวทีถึงเหตุผลที่พรรคตัดสินใจสู้ในสนาม กทม. โดยระบุว่าการตัดสินใจส่งตัวแทนพรรคลงสมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครของพรรคประชาชน ไม่ใช่การช่วงชิงพื้นที่ทางการเมือง ไม่ใช่แค่การรักษาฐานเสียง แต่คือโอกาสในการนำเสนอวาระเมืองของกรุงเทพ ว่าอีก 4 ปี หรือ 10 ปีข้างหน้า กรุงเทพควรมีหน้าตาแบบไหน
“เราต้องการสร้างกรุงเทพที่เป็นหลังพิงให้กับคนที่ล้ม และเป็นลมใต้ปีกให้กับทุกคน มีสวัสดิการโอบอุ้มคนทุกคนอย่างเท่าเทียม และสร้างโอกาสในการเติบโต ตั้งตัว ขยายธุรกิจ ค้าขายง่ายขึ้น เลี้ยงครอบครัวง่ายขึ้น เดินทางง่ายขึ้นสำหรับทุกคน
แต่ทั้งหมดนี้ ไม่สามารถทำได้โดยผู้ว่าเพียงคนเดียว การที่เราจะดูแลคุณภาพชีวิตคนกรุงเทพให้ครบถ้วน เราต้องทำงานร่วมกันในหลายระดับ
เราต้องการ สส. แก้กฎหมาย เพิ่มอำนาจให้ กทม. จัดการคุณภาพชีวิตคนกรุงเทพให้ได้มากขึ้น
เราต้องการ ผู้ว่า กำหนดทิศทางนโยบาย บริหารเมือง ขับเคลื่อนกลไกการทำงาน
เราต้องการทีมบริหารมืออาชีพ เพื่อดูแลงานแต่ละด้านด้วยประสบการณ์ ข้อมูล และองค์ความรู้
เราต้องการ สก. ดูแลพื้นที่ ใกล้ชิดประชาชนอย่างทั่วถึงในทุกเขต ตรวจสอบงบประมาณที่ควรใช้พัฒนาคุณภาพชีวิตคนกรุงเทพ รวมถึงผลักดันวาระเขต ตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างตรงจุด
และที่สำคัญที่สุดที่ขาดไม่ได้คือ “ประชาชน” คนกรุงเทพ ที่จะต้องได้รับการดูแลจากเมือง ๆ นี้ พวกคุณเองก็เป็นส่วนสำคัญในการสร้างเมือง ผ่านการมีส่วนร่วม คิด ออกแบบนโยบาย ติดตามตรวจสอบการทำงานของเมือง / โดยเมืองที่ดี ต้องเอื้อให้ประชาชนมีส่วนร่วมได้ง่าย โปร่งใส มีความหมาย ไม่เป็นภาระกับประชาชน
วันนี้ ผมยืนยันว่าพรรคประชาชนเดินเข้าสู่การเลือกตั้งผู้ว่าด้วยความพร้อม ครบทุกด้าน หลายท่านอาจจะมองว่าสนามนี้สู้ยาก ผมยอมรับว่ายาก เพราะผู้ว่าราชการคนปัจจุบัน ท่านทำงานได้ดี เป็นที่พอใจของพี่น้องประชาชน แต่เราพร้อมสู้ เรามั่นใจว่าเรามีวาระกรุงเทพที่จะนำเสนอต่อประชาชน และเรามีฟูลทีม”
ณัฐพงษ์ได้เปิดรายชื่อทีมบริหาร กทม. ได้แก่
1. วรภพ วิริยะโรจน์ ดูแลด้านเศรษฐกิจและการคลัง
2. วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ดูแลด้านปราบปรามคอร์รัปชัน
3. วัลลภ ตรีฤกษ์งาม ดูแลด้านสวัสดิการ
4. ศ.อมร พิมานมาศ ดูแลด้านโยธา
5. นพ.ไพโรจน์ บุญศิริคำชัย ดูแลด้านสาธารณสุข
นอกจากนี้ยังมีทีมที่ปรึกษาอีก 2 คน ทำหน้าที่ให้คำปรึกษาทางนโยบายและการบริหารราชการ กทม. ได้แก่
1. เดชรัต สุขกำเนิด ดูแลด้านคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม
2. เพียงพนอ บุญกล่ำ ดูแลด้านปฏิรูประบบราชการ
“นี่คือฟูลทีม ที่มีครบทั้งเจตจำนงทางการเมือง ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และความสามารถในการผลักดันกฎหมาย พร้อมเปลี่ยนเรื่องยาก ๆ ให้เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น เช่นการใช้สิทธิ 30 บาท และการส่งตัวผู้ป่วย การจัดการจราจร และการกำหนดเส้นทางขนส่งสาธารณะ การจัดการมลพิษ และฝุ่น PM2.5 ทั้งหมดที่ผมกล่าวมานี้ ล้วนเป็นปัญหาใกล้ตัวที่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ซึ่งต้องใช้การผลักดันไปพร้อมกันทุกระดับ ตั้งแต่การถ่ายโอนภารกิจจากรัฐส่วนกลางไปยังท้องถิ่น การแก้ไขกฎหมายในระดับประเทศ เช่น พ.ร.บ.ขนส่งทางบก พ.ร.บ.อากาศสะอาด ควบคู่กับการผ่านข้อบัญญัติ ซึ่งเป็นกฎหมายในระดับท้องถิ่น ซึ่งกฎหมายบางฉบับ เราสามารถผลักดันจนเป็นผลสำเร็จ ถึงแม้ยังเป็นเสียงส่วนน้อยในสภา ทั้งสภาผู้แทนราษฎร และสภากรุงเทพมหานคร”
ณัฐพงษ์ปิดท้ายด้วยการกล่าวขอบคุณคนกรุงเทพ ที่มอบความไว้วางใจให้กับพรรคประชาชนผ่านการเลือกตั้ง สส. 2 สมัยที่ผ่านมา และเชิญชวนทุกคน เปลี่ยนความไว้วางใจเหล่านั้น เป็นคะแนนเสียงเพื่อทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่พร้อมซัพพอร์ตคุณในทุกแง่มุมของชีวิต
#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #ผู้ว่าประชาชน











