ครม.เงา
พรรคประชาชนจี้รัฐช่วยขนส่ง-ประมง แบกต้นทุนพลังงานสูงสุดแต่โดนทิ้ง
วันที่
6 พฤษภาคม 2569 ในการประชุม ครม.เงาครั้งที่ 1 พรรคประชาชนเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งออกมาตรการเยียวยา
ช่วยเหลือผู้ประกอบการขนส่งและประมง
ซึ่งเป็นภาคการผลิตต้นน้ำแบกรับต้นทุนพลังงานสูงที่สุดในประเทศ
แต่กลับเป็นกลุ่มที่มาตรการรัฐเอื้อมไปไม่ถึงและถูกทอดทิ้งมากที่สุด
[
ภาคขนส่งจี้รัฐหนุนพลังงานสะอาด-ช่วยไรเดอร์ให้เท่าเทียม ]
ศิริชัย
ศรีเจริญศิลป์ ตัวแทนจากสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทยกล่าวว่า
รัฐบาลเยียวยามา 6,000
บาท เมื่อเฉลี่ยจากวันที่ 22 เมษายนถึง 31
พฤษภาคม 2569 จะตกอยู่ที่วันละ 140 บาท
ซึ่งความเสียหายของพวกตนมีมากกว่านั้นและพวกตนอยากได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ
ในเรื่องของพลังงานสะอาดไฟฟ้ากับภาคขนส่ง โดยฝากทางฝ่ายค้านในการผลักดันต่อไป
พรเทพ
ชัชวาลอมรกุล นายกสมาคมไรเดอร์ไทย กล่าวว่ารัฐบาลกำลังใช้แนวทางการช่วยเหลือแบบ 2 มาตรฐาน
โดยไรเดอร์ขนส่งได้รับการช่วยเหลือ ได้รับเงินเยียวยา 870 บาท
แต่ไรเดอร์ส่งอาหารไม่ได้รับการช่วยเหลือ ซึ่งอยากให้มีการช่วยเหลือในส่วนนี้ด้วย
ณัฐพงษ์
กล่าวว่ามาตรการที่รัฐบาลได้ออกมาเยียวยานั้น อาจมีความล่าช้าและยุ่งยากเกินไป
เมื่อเทียบกับสถานการณ์ที่ผู้ประกอบการงานหายเงินหาย
กว่าจะทำได้ครบตามเงื่อนไขของภาครัฐ ก็อาจสายเกินแก้ไปแล้ว
จึงขอเสนอให้มีการปรับปรุงมาตรการเยียวยาให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น
[
ประมงพาณิชย์เผชิญวิกฤตซ้อนวิกฤต ]
วิชาญ
ศิริชัยเอกวัฒน์ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมประมงแห่งประเทศไทย
กล่าวถึงผลกระทบที่ชาวประมงได้รับ 3 ประเด็นหลัก ประเด็นแรก
คือเรื่องของต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากวิกฤตน้ำมัน
โดยรวมแล้วส่งผลกระทบต่อต้นทุนที่เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 30
ประเด็นที่สอง
คือต้นทุนราคาสัตว์น้ำ เมื่อต้นทุนสูงขึ้น ก็ควรที่จะขายสัตว์น้ำในราคาที่ดีขึ้น
แต่กลายเป็นว่า สินค้าประมงเป็นสินค้าเกษตร
จึงไม่สามารถตั้งราคาขายเองและไม่สามารถต่อรองได้
โดยที่ผ่านมาไม่ได้มีการประกาศให้สินค้าในกลุ่มดังกล่าวมีราคาสูงขึ้นเพื่อชดเชยเลย
ซึ่งสินค้าประมงบางส่วนก็ราคาลดลงไปอีก เนื่องจากมีการนำเข้าจากต่างประเทศ
ทั้งที่จริงแล้วต้นทุนของสัตว์น้ำในต่างประเทศก็สูงเช่นเดียวกัน
แต่ในประเทศดังกล่าวไม่ได้มีกติกากำหนด
และประเทศไทยเองก็มีการนำเข้าสัตว์น้ำจากประเทศที่ได้ใบแดงจาก IUU ด้วย
และประเด็นที่
3 คือ เมื่อน้ำมันราคาเพิ่มขึ้น ก็ต้องใช้เงินมากขึ้น
ทำให้เกิดปัญหาสภาพคล่อง
ณัฐพงษ์
กล่าวว่า ปัญหาเฉพาะหน้าของกลุ่มประมงคือราคาน้ำมัน หนี้ และราคาสัตว์น้ำ
ในส่วนของราคาน้ำมัน จากการประชุมก็พบว่าทั้งน้ำมันเขียว B20 เองราคาถูก
แต่หาเติมยากมาก
โดยเฉพาะประมงพื้นบ้านที่ไม่สามารถจะไปรวมกลุ่มกันเพื่อซื้อน้ำมันดังกล่าวได้
เนื่องจากจะติดข้อกฎหมาย ในส่วนของภาระหนี้สิน
รัฐบาลควรมีมาตรการในการช่วยเหลือผู้ประกอบการประมงที่มีภาระหนี้สินเยอะ
เนื่องจากไม่ได้มีการออกเรือ และในส่วนของราคาสัตว์น้ำที่มีปัญหาการนำเข้าจากต่างประเทศทั้งที่บางประเทศเหล่านั้นได้ใบแดงด้วยซ้ำ
เรื่องนี้ไม่เป็นธรรมกับทางฝั่งผู้ประกอบการไทย
จึงเป็นข้อเรียกร้องเฉพาะหน้าที่ขอให้รัฐบาลเร่งแก้ไข
สำหรับระยะยาว
กลุ่มชาวประมงเองก็พร้อมที่จะเปลี่ยนผ่านไปใช้พลังงานสะอาด
อย่างประมงพื้นบ้านได้ให้ข้อเสนอที่จะเปลี่ยนจากเรือประมงสันดาปไปเป็นเรือประมงพลังงานไฟฟ้า
ดังนั้นวันนี้ทุกคนพร้อมที่จะเปิดรับและปรับตัว
