วันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

‘ณัฐพงษ์’ พร้อมขบวนคาราวานประชาชนลุยโคราช ขอให้พี่น้องประชาชนช่วยกันสื่อสารความปรารถนาดีถึงทุกคน ‘8 กุมภา กาเพื่อเปลี่ยน’ ขอเปลี่ยนโคราชให้เป็นสีส้มทุกเขต ขอเปลี่ยนจาก 3 เขต ให้เป็น 16 เขตทั้งจังหวัด ขอเปลี่ยนประเทศให้ประชาชนมีโอกาสเข้าถึงคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

 


‘ณัฐพงษ์’ พร้อมขบวนคาราวานประชาชนลุยโคราช ขอให้พี่น้องประชาชนช่วยกันสื่อสารความปรารถนาดีถึงทุกคน ‘8 กุมภา กาเพื่อเปลี่ยน’ ขอเปลี่ยนโคราชให้เป็นสีส้มทุกเขต ขอเปลี่ยนจาก 3 เขต ให้เป็น 16 เขตทั้งจังหวัด ขอเปลี่ยนประเทศให้ประชาชนมีโอกาสเข้าถึงคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น


วันที่ 31 มกราคม 2569 ที่บริเวณตลาดเซฟวัน จังหวัดนครราชสีมา คาราวานหาเสียงพรรคประชาชน สายอีสานใต้ “คมแฝก” นำโดยณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคประชาชน, คำพอง เทพาคำ, ทวีศักดิ์ ทักษิณ, ฉัตร สุภัทรวณิชย์, ปิยชาติ รุจิพรวศิน, ศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์, ภาคภูมิ ประชญาภูมิวงศ์, กฤศวัฒน์ เลิศวิริยาภรณ์, ธัญญาภรณ์ กุลนอก, อธิรัฐ รัตนเศรษฐ, ณฐพงศ์ สอบกิ่ง, ชรินทร์ ทำดี, นาลันทา บุญชิต, หนึ่ง ขัติยะนนท์, บรรดูลย์ พูนรัตนบัณฑิตย์, มาร์ค อุสมาน ปาทาน, ศาสตรา นากระโทก, เศวตโชติ ตันติกุล, ดวงทิพย์ ปานรักษา, วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน, ปิยรัฐ จงเทพ ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน, อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน, และ อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ผู้ช่วยหาเสียง พรรคประชาชน 


ณัฐพงษ์ ขึ้นกล่าวปราศรัยว่าก่อนที่ตนจะขึ้นเวทีปราศรัยแห่งนี้ ได้มีโอกาสไปที่อำเภอประทายมา เจอพ่อแม่พี่น้องหลายคนเข้ามาให้กำลังใจ พร้อมจับมือและส่งความหวัง ส่งกำลังใจมากมายให้ หลายคนน้ำตาคลอและบอกว่ารักพรรคนี้มาก ตนเชื่อว่าหลายคนในตลาดเซฟวันแห่งนี้ก็มีความรู้สึกแบบเดียวกัน ทำไมเราถึงมีความรู้สึกรักในพรรคนี้ร่วมกัน ก็​เพราะที่ผ่านมา พวกเราทุกคนรักในประเทศชาติของเรา รักในประชาชนของพวกเรา ความหมายของเรา รักชาติคือรักประชาชน


​ตลอด 8 ปี ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ตนเชื่อมั่นว่าทุกคนมีความภาคภูมิใจ เช่นเดียวกับตนและเพื่อนร่วมพรรคของพวกเราทุกคน เราร่วมเดินทางกันมาไกล ​เราได้เปลี่ยนระบบการเมืองในประเทศนี้ จากการเมืองระบบอุปถัมภ์ ที่ใครสักคนจะเดินเข้าสู่เส้นทางการเมืองไปนั่งในสภาผู้แทนราษฎรได้ ต้องเป็นคนที่มีนามสกุลใหญ่โต ต้องเป็นคนที่มีเงินถุงเงินถังมาบริจาคให้กับพรรค


​เราได้เปลี่ยนให้เป็นพรรคการเมืองเป็นของประชาชน ไม่ว่าคุณจะเป็นนามสกุลเล็ก นามสกุลใหญ่ เราเปิดกว้างรับหมด ทุกคนต้องเข้าสู่กระบวนการเดียวกัน ก่อนที่จะมาเป็นผู้แทนของพรรคประชาชน


​ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา ถึงแม้เราเป็นพรรคฝ่ายค้าน แต่เราได้เปลี่ยนกฎหมายที่มีความล้าหลังในอดีตให้เป็นกฎหมายที่ก้าวหน้า ​เราได้เปลี่ยนสิ่งต่างๆ ที่เคยอยู่ในมุมมืดในประเทศนี้ ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณในกองทุนประกันสังคมมาเป็นสิ่งที่ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ รู้ทันได้ ​นี่คือสิ่งที่พวกเราสร้างการเปลี่ยนแปลงมาด้วยกัน ในตลอด 8 ปี ที่ผ่านมา


​ณัฐพงษ์กล่าวต่อไปว่าอยากจะให้ทุกท่านออกไปเลือกตั้ง เข้าคูหาในวันที่ 8 กุมภานี้ ด้วยความรู้สึกเดียวกัน จงกาเพื่อเปลี่ยน อยากย้ำชัดๆ ว่า “8 กุมภา กาเพื่อเปลี่ยน!” คำว่า กาเพื่อเปลี่ยน ของพวกเราในที่นี้ ขอเปลี่ยนโคราชจาก 3 เขต เป็น 16 เขต


สิ่งที่เราจะทำแบบนั้นได้ร่วมกัน ไม่ใช่การทำการเมืองแบบสาดโคลน เราจะทำการเมืองแบบใหม่คือการชักชวนผู้คนที่ไม่ว่าจะอยู่ในรุ่นไหน เคยสวมเสื้อสีอะไร สีเหลือง สีแดง สีเขียว สีอะไรก็ตาม ให้เขามาเห็นด้วยกับเรามากขึ้น ชวนให้พวกเขามาเห็นด้วยกับพวกเรามากขึ้น สิ่งที่พวกเราต้องสื่อสาร ต้องนำเสนอ คือการเมืองแห่งความหวัง การเมืองแห่งการเปลี่ยนแปลง การเมือง เพื่อ ประโยชน์ของคนส่วนใหญ่


สิ่งที่ตนอยากเห็นร่วมกันก็คือหลังวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ รัฐบาลประชาชนเราจะเข้ามาช่วยกันสร้างประเทศที่ไม่ว่าคน ในอดีตจะเคยนิยามตัวเองว่าอยู่สีไหนก็ตาม เขาตกลงปลงใจ ที่จะกา เพื่อการเปลี่ยนแปลง กาให้กับพรรคส้ม ทั้งสองใบเช่นเดียวกัน


​เราอยู่ในประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำสูง สิ่งที่เป็นพื้นฐานง่ายๆ ที่พวกเราชวนมาทำร่วมกันตั้งแต่สมัยอนาคตใหม่ ก้าวไกล จนถึงพรรคประชาชน คือทำให้ประชาชนทุกคนในประเทศนี้ ไม่ว่าคุณจะเกิดมารวยหรือจน เราควรจะต้องมีโอกาสที่เข้าถึงคุณภาพชีวิตที่ดีเท่ากัน ประเทศไทยแบบนี้ใช่ไหมที่พวกเราอยากเห็น

สิ่งที่ตนอยากให้หัวคะแนนธรรมชาติ ด้อมส้มช่วยกันสื่อสาร คือสื่อสารความหวังดี ความปรารถนาดี ที่เรามีต่อประเทศนี้ ที่เรานิยามคำว่าชาติ หมายถึงประชาชน และเราทุกคนรักชาติไม่ต่างกัน ช่วยกัน​ส่งต่อความปรารถนาดีนี้ออกไป เชิญชวน คนทุกสี คนทุกกลุ่ม คนทุกอาชีพ คนทุกรุ่น คนทุกวัย คนทุกจังหวัด ไม่ว่าจะอยู่พื้นที่ไหนก็ตาม ขอให้เขาได้เห็นถึงความปรารถนาดีของพวกเรา ว่าสิ่งที่พวกเราต้องการ มันเป็นสิ่งเรียบง่ายแค่นี้ สิ่งที่เราอยากให้ทุกคนมีโอกาสในการเข้าถึงคุณภาพชีวิตที่ดีเท่ากัน


ณัฐพงษ์กล่าวต่อไปว่าในฐานะหัวหน้าพรรค ขอให้คำมั่นสัญญาต่อ พ่อแม่พี่น้องประชาชนทุกคน ว่าเราเข้าไปทำงาน เราจะก้มหัวทำงานรับใช้ประชาชนทุกคน ​การตัดสินใจ การดำเนินนโยบายต่างๆ จะทำเพื่อผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ ​ใครที่ เข้ามา แล้วหวังที่จะดึงให้ประเทศไทย ถอยหลังลงคลอง จะฉุดรั้งประเทศไทย เอาอำนาจ นอกระบบ เอาอำนาจเผด็จการ เข้ามายึดครองประเทศอีก พวกเราจะยืนหยัดต่อสู้ เพื่อการเปลี่ยนแปลงให้คุณภาพชีวิตพี่น้องประชาชนดีขึ้น


8 กุมภา กาเพื่อเปลี่ยน เปลี่ยนให้ชีวิตของพ่อแม่พี่น้องประชาชนทุกคนมีโอกาสเข้าถึงคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #เลือกตั้ง2569 #รัฐบาลประชาชน













“ภคมน” ซัดคนจนตรอกเอาความรักชาติมาหาเสียง เหมือนเอาประเทศเป็นตัวประกัน ถามกลับรักชาติแบบไหนมีแต่การทุจริต ด้าน “วีระยุทธ” ชี้การเมืองแบบเก่าพาประเทศไทยไปไกลกว่านี้ไม่ได้ ย้ำกาส้มทั้งสองใบเพื่อเปลี่ยน ร่วมสานฝันพาไทยสู่โลกที่หนึ่งให้ได้ในช่วงชีวิตนี้

 


“ภคมน” ซัดคนจนตรอกเอาความรักชาติมาหาเสียง เหมือนเอาประเทศเป็นตัวประกัน ถามกลับรักชาติแบบไหนมีแต่การทุจริต ด้าน “วีระยุทธ” ชี้การเมืองแบบเก่าพาประเทศไทยไปไกลกว่านี้ไม่ได้ ย้ำกาส้มทั้งสองใบเพื่อเปลี่ยน ร่วมสานฝันพาไทยสู่โลกที่หนึ่งให้ได้ในช่วงชีวิตนี้


วันที่ 31 มกราคม 2569 ที่ลานจอดรถสวนสาธารณะธารา กระบี่มารีนา อ.เมืองกระบี่ คาราวานหาเสียงพรรคประชาชน สายภาคใต้ 2 “บินหลาดง” นำโดย ชุติมา คชพันธ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน, รอมฎอน ปันจอร์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และ สุนทร บุญยอด ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ร่วมเวทีปราศรัยใหญ่ของพรรคประชาชนกระบี่ พร้อมกับ ธนวัช ภูเก้าล้วน ผู้สมัคร สส.กระบี่ เขต 1 เบอร์ 3 พรรคประชาชน, รัตนภรณ์ ณ นคร ผู้สมัคร สส.กระบี่ เขต 2 เบอร์ 5 พรรคประชาชน และ ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ผู้สมัคร สส.กระบี่ เขต 3 เบอร์ 2 พรรคประชาชน 


โดยเวทีในวันนี้ นอกจากการปราศรัยโดยผู้สมัคร สส. และผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชนแล้ว ยังมีการร่วมปราศรัยของแกนนำอีกสองคนที่มาร่วมสมทบกับเวทีปราศรัยครั้งนี้โดยเฉพาะ คือ วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาชน ลำดับที่ 3 และ ภคมน หนุนอนันต์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน


โดยในส่วนของภคมน ระบุว่าวันนี้การเลือกตั้งเหลือเวลาไม่นานแล้ว เดิมพันของพรรคประชาชนคืออนาคตของประเทศไทย ขอให้ช่วยกันยืนยันว่าเราจำเป็นต้องการการเมืองของคนธรรมดา การเมืองที่อาสาและกล้าหาญ เข้าไปขีดเขียนอนาคตประเทศไทย เรายืนยืนยันว่าต้องมีการเมืองแบบพรรคประชาชน วันนี้เราถูกชี้หน้าและท้าทายมากมาย ภาคใต้เป็นพื้นที่ที่ใครใครก็บอกว่าเป็นไปไม่ได้ ไม่มีทางมี สส. พรรคส้มอย่างแน่นอน วันนี้ทุกคนต้องช่วยกันยืนยันว่าการเมืองแบบเราคืออนาคตของประเทศนี้ ยืนยันว่าเราจำเป็นต้องมี สส. ในพื้นที่ภาคใต้ แล้วต่อให้เขาสบประมาทและชี้หน้าเรา คนที่ชี้หน้าก็ขาสั่นอยู่เหมือนกัน เพราะเขารับรู้ได้ว่าคนภาคใต้พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงและพร้อมจะยืนยันเจตนารมณ์ว่าอนาคตเป็นของคนทุกคน


ทุกวันของการหาเสียง เราได้เห็นแววตาและน้ำเสียงแห่งความหวังที่ประชาชนมอบให้กับเรา เอาความหวังมาฝากให้กับเรา เพื่อให้เราไปทำหน้าที่เปลี่ยนแปลงอนาคตของประเทศนี้ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่มีแค่เราที่สัมผัสได้คนเดียว ฝ่ายตรงข้ามก็สัมผัสได้ คนที่อยู่ๆ มาพูดให้รักชาติเหมือนนอนไปนาน ไม่รู้ว่าสังคมเดี๋ยวนี้พูดเรื่องอะไร ไม่รู้ว่าสังคมเดินไปข้างหน้าแล้ว ไม่รู้ว่าประชาชนพูดกันเรื่องอะไรในสังคมนี้ อยู่ๆ ก็มาพูดเรื่องรักชาติกับไม่รักชาติ คนแบบนี้น่าเวทนาที่สุด หมายความว่าจนตรอกกันหมดแล้ว นึกไม่ออกแล้วว่าจะเอาคะแนนมาจากไหน นึกไม่ออกแล้วว่าตัวเองมีความดีความชอบและค่านิยมอะไรที่จะทำให้ประชาชนยอมรับ


ภคมนกล่าวต่อไปว่าการที่มีคนหลุดมาพูดแบบนี้เป็นการเอาชาติ ประเทศไทย และประชาชนเป็นตัวประกัน สถานการณ์การเมืองของประเทศไทยหลายครั้งที่ลุกเป็นไฟก็เกิดจากคนพวกนี้ที่ยกเอาชาติมาอ้าง ต้องถามกลับไปว่ารักชาติแบบไหน ถึงเอาเขากระโดงมาเป็นสมบัติบ้านตัวเอง รักชาติแบบไหนถึงเสนอทำแลนด์บริดจ์ถมทะเลทำลายวิถีชีวิตของชาวใต้ รักชาติแบบไหนถึงเอาเงินผู้ประกันตนตั้งงบทำปฏิทิน รักชาติแบบไหนถึงเอาคนมีคดียาเสพติดคนมีคดีสีเทามาเป็นรัฐมนตรีบริหารชาติบ้านเมือง


คนรักชาติจริงต้องกล้าหาญที่จะเสนอการปฏิรูประบบราชการเพื่อเปิดเผยงบประมาณ ใครโกงกินบอกให้ประชาชนรู้ให้หมด คนรักชาติจริงต้องกล้าเสนอสวัสดิการให้ประชาชนตั้งแต่เกิดจนตาย คนที่รักชาติจริงต้องกล้าเสนอแก้กติกาประเทศนี้เพื่อปิดช่องว่างไม่ให้องค์กรอิสระบงการทุกอย่างในประเทศนี้ คนรักชาติจริงๆ ยืนอยู่ตรงนี้ อย่าให้ใครเอาเราไปเป็นตัวประกัน ชาติคือประชาชน ประชาชนคือชาติ พรรคประชาชนยืนยันว่าเรารักชาติและเราต้องการทำให้ประชาชนทุกคนภูมิใจในชาติ ภูมิใจในความเป็นไทย และมีชีวิตที่ดีในชาตินี้


ภคมนกล่าวต่อไปว่าทุกคนรู้เช่นเห็นชาติแล้วว่าใครทำอะไรไว้บ้าง ขอให้ทุกคนเลือกอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ แบบที่หวังผลลัพธ์ได้ ไม่มีทางที่จะคาดหวังอนาคตที่ดี ระบบการศึกษาที่ดี สวัสดิการที่ดี ด้วยการเลือกคนเดิมๆ คนที่ผ่านมาเล่นเก้าอี้ดนตรีสลับที่นั่งกัน ทุกคนจะยินยอมให้ผู้มีอำนาจเดิมในประเทศนี้เล่นเก้าอี้ดนตรีในทำเนียบรัฐบาลอีกหรือ วันนี้ประเทศไทยเดินทางมาถึงจุดที่ยอมไม่ได้แล้ว เราต้องเลือกอนาคตของเราเอง ประเทศไทยมีบทเรียนมากมายเกิดขึ้นซ้ำๆ 


การเลือกตั้งครั้งนี้มีแค่สองทางเท่านั้น มีแค่รัฐบาลสีน้ำเงินและรัฐบาลสีส้มเท่านั้น ถ้ายังลังเลเลือกสีอื่นก็จะมีนายกรัฐมนตรีเป็นอนุทิน มีเพียงพวกเราที่ยืนยันว่านายกฯ ต้องชื่อ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เท่านั้น และเราจะไม่โหวตใครคนอื่นเด็ดขาด อยู่ที่ว่าประชาชนจะเลือกทางไหน ถ้าเล่นเซฟๆ ไม่อยากลุ้น ไม่อยากตื่นเต้น ก็เลือกแบบเดิมและอยู่กันแบบเดิม ขายของไม่ดี เบี้ยคนแก่ 600 มานานแล้ว ก็เลือกแบบเดิมอีก


ในส่วนของวีระยุทธ ระบุว่าที่ผ่านมาเวลาเราได้ไปเยือนโลกที่หนึ่ง ได้เห็นอากาศที่ดี น้ำไม่ท่วม ขนส่งสาธารณะที่ดี ลูกได้เรียนโรงเรียนใกล้บ้าน ย่อมมีคำถามว่าแล้วทำไมประเทศไทยจะมีแบบนี้ไม่ได้ ไม่ใช่ว่าประเทศไทยไม่มีเงินและไม่มีทรัพยากร ประเทศไทยมีงบประมาณปีละ 3.7-3.8 ล้านล้านบาท มีทั้งทรัพยากรและข้าราชการ แต่ที่ผ่านมาที่ประเทศไทยเป็นแบบนั้นไม่ได้ก็เพราะการเมืองบ้านใหญ่และการเมืองเก่า


ที่ผ่านมาการเมืองบ้านใหญ่วนเวียนอยู่กับธุรกิจทุนผูกขาด และวันนี้ก็อยู่กับธุรกิจทุนสีเทา การซื้อเสียงแพงขึ้นเรื่อยๆ ถ้าเป็นรัฐบาลก็จะโกงกินมากขึ้น เรียกว่าโกงกินพลัส ในเมื่อซื้อเสียงให้เราพลัสจากรอบที่แล้ว ถ้าเขาได้เป็นรัฐบาลคิดว่าเขาจะไม่โกงกินหรือ เครนที่ถล่มง่าย การก่อสร้างที่อันตรายก็จะกลายเป็นพลัสเหมือนกัน


วีระยุทธกล่าวต่อไปว่านอกจากบ้านใหญ่ สิ่งที่มาคู่กันในการขัดขวางการพัฒนาของประเทศไทยคือการเมืองเก่า 30 ปีที่ผ่านมาทุกคนเห็นหน้ารัฐมนตรีก็รู้แล้วว่าคนนี้เป็นอีกแล้ว บางคนนั่งกระทรวงพาณิชย์ ต่อมาก็นั่งคมนาคม นั่งศึกษาธิการ นั่งแรงงาน นั่งได้ทุกกระทรวง ถ้าไม่เก่งแบบบูรณาการก็เก่งบูรณากิน รู้ทริคในการกินทุกกระทรวงถึงอยู่ได้ทุกกระทรวง การเมืองเก่าก็คือเครือข่ายรัฐมนตรีเก่าวนไปวนมา การเมืองเก่าไม่มีทางเอาคนผิดได้ แปลกใจหรือไม่ที่ตึก สตง. ถล่ม ทุกคนรู้ดีว่าทุจริตขนาดนี้แต่ทำไมถึงเอาผิดไม่ได้ เพราะสืบไปสืบมาก็คนบ้านเดียวกันทั้งนั้น มีชนักติดหลังกันทุกคน แลกเปลี่ยนผลประโยชน์กันทุกคน นั่งได้ทุกกระทรวง


การเมืองเก่ากับการเมืองบ้านใหญ่มันพาประเทศไทยมาได้เท่านี้จริงๆ พาประเทศไทยมาถึงจุดที่จีดีพีปีนี้จะโตแค่ 1% กว่าเท่านั้น ต่ำที่สุดในรอบ 30 ปีหากไม่นับช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ จนความเหลื่อมล้ำสูงขึ้น โอกาสในชีวิตของประชาชนน้อยลง อย่าให้การเมืองเก่าและการเมืองบ้านใหญ่พาประเทศไทยไปต่อ พรรคประชาชนทำงานอย่างหนัก พวกเราคิดว่าประเทศไทยดีกว่านี้ได้ เชื่อว่าคนไทยสมควรได้รับสิ่งที่ดีกว่านี้ ดังนั้น ภารกิจที่เราตั้งธงไว้คือจะต้องส่งมอบรัฐบาลที่ดีที่สุดให้กับประเทศไทย นี่คือสิ่งที่หลอมรวมทุกคนที่มาเดินทางในเส้นทางสายสีส้ม มาพร้อมพลังที่อยากเปลี่ยนแปลง ตั้งใจทำนโยบายอย่างจริงจัง คิดมาอย่างรอบด้าน มีทีมบริหารที่มีทั้งเจตจำนงและความเชี่ยวชาญ พร้อมพิสูจน์ตัวเองตั้งแต่เป็นฝ่ายค้านเชิงรุก 


วีระยุทธกล่าวต่อไปว่าแต่สุดท้ายรัฐบาลประชาชนจะไม่มีวันเกิดขึ้นได้หากคนไทยที่กระบี่และภาคใต้ไม่กล้าฝันร่วมกัน ถ้าทุกคนคิดว่าประเทศไทยมาได้แค่นี้ ประเทศไทยก็จะได้เท่านี้จริงๆ แต่ถ้าทุกคนยังกล้าฝันใหญ่ ถึงประเทศไทยที่ไร้การทุจริต ที่ธุรกิจแข่งกันด้วยกติกาที่เป็นธรรม คนเติบโตได้ตามความสามารถ ถึงระบบราชการที่ทหาร ตำรวจ และข้าราชการทุกคนทำงานเพื่อประชาชน และข้าราชการก็ภาคภูมิใจในการทำงานเพื่อประชาชนมากกว่าผลประโยชน์ส่วนตน ถึงเศรษฐกิจเก่าที่ไปต่อได้และเศรษฐกิจใหม่ที่เฉิดฉายบนเวทีโลก ถึงสังคมไทยที่ยังเป็นสังคมแห่งโอกาส เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ทดลอง เฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขกันได้ หากยังกล้าฝันใหญ่แบบนี้ ยังมีความฝันเดียวกัน ตนขอแรงและหัวใจของทุกคนทั้งใจได้หรือไม่


การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งระหว่างอดีตหรืออนาคต รัฐบาลสีฟ้า สีเขียว สีน้ำเงิน สีแดงมีมาหมดแล้ว ยังไม่มีรัฐบาลสีส้ม เราเริ่มต้นโดยการเมืองที่ไม่ใช้เงินอย่างไรก็ไม่แย่ไปกว่าเดิม นี่คือคำยืนยันของเรา ขอความหนักแน่นจากทุกคนที่เดินทางร่วมกับเรามา เวลาอยู่ข้างพวกเขา เงินอยู่ข้างพวกเขา แต่สิ่งที่เรามีคือสิทธิของพวกเรา ปากกาหนึ่งด้ามที่จะเดินเข้าคูหาในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ขอแรงทุกคนกาสีส้มให้ถล่มทลาย เป็นรุ่งอรุณของวันใหม่ เป็นรุ่งอรุณแห่งอนาคตที่เราจะมีรัฐบาลประชาชนร่วมกัน เป็นรัฐบาลที่ทุกคนมีโอกาสร่วมสร้างไปด้วยกัน ทุกการตัดสินใจจะมีส่วนร่วมของประชาชน นี่คือคำสัญญาที่เรามีให้ มาร่วมกันส่งมอบอนาคตที่ดีกว่าให้กับตัวเองและลูกหลาน พาประเทศไทยไปโลกที่หนึ่งให้ได้ในช่วงชีวิตของเรา สร้างประเทศไทยที่มีอนาคตและมีประชาชนอยู่ในสมการไปด้วยกัน


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #เลือกตั้ง2569 #รัฐบาลประชาชน











‘ธนาธร’ พร้อมคาราวานประชาชนลุยสระแก้ว ปลุกพ่อแม่พี่น้องอย่าหมดหวังกับการเลือกตั้ง ขอให้กาพรรคประชาชนทั้งสองใบ เพื่อตั้งรัฐบาลประชาชน ส่งณัฐพงษ์เป็นนายกรัฐมนตรี

 


‘ธนาธร’ พร้อมคาราวานประชาชนลุยสระแก้ว ปลุกพ่อแม่พี่น้องอย่าหมดหวังกับการเลือกตั้ง ขอให้กาพรรคประชาชนทั้งสองใบ เพื่อตั้งรัฐบาลประชาชน ส่งณัฐพงษ์เป็นนายกรัฐมนตรี


วันที่ 31 มกราคม 2569 ที่บริเวณ บขส. ตลาดนัดเมืองแก้ว จังหวัดสระแก้ว คาราวานหาเสียงพรรคประชาชน สายภาคตะวันออก “ลูกน้ำเค็ม” นำโดย ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน พร้อมด้วยเซีย จำปาทอง ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน, ธนพร วิจันทร์ ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน, เอกอนันต์ หูแก้ว เขต 1 (เบอร์ 6), ยุทธชัย รำไพวรรณ์ เขต 2 (เบอร์ 5), ศตพัฒน์ พิมพ์คำ ผู้สมัคร สส. พรรคประชาชน เขต 3 (เบอร์ 2) และเบญจา แสงจันทร์ คณะก้าวหน้า


ธนาธรกล่าวว่า การทำงานของพรรคประชาชนไม่ได้เริ่มต้นจากการซื้อเสียง ไม่ใช่การเลี้ยงดูเครือข่ายหัวคะแนน ไม่ได้เลี้ยงดูเครือข่ายผู้มีอิทธิพล เป็นการคัดเลือกคนที่มีความรู้ ความสามารถมาเป็นทีมบริหารรัฐบาลประชาชนได้


จากนั้น จึงยกตัวอย่างถึงคนที่จะมาดูแลปัญหาชายแดน จำเป็นต้องอาศัยบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถเพื่อมารับมือสงครามการค้าในดุลอำนาจใหม่ของโลก เช่น พิศาล มาณวพัฒน์ อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงวอชิงตัน ดีซี เมืองหลวงมหาอำนาจอันดับ 1 ของโลก สหรัฐอเมริกา 


คนที่มาจะเข้ามาช่วยปฏิรูประบบราชการที่ใหญ่โต เทอะทะ ไม่ตอบสนองความต้องการประชาชน ให้มีประสิทธิภาพและตอบสนองความต้องการประชาชนมากขึ้น คือเพียงพนอ บุญกล่ำ หนึ่งในนักกฎหมายที่เก่งที่สุดในไทย


ธนาธรกล่าวต่อไปว่า พวกเราไม่มีใคร ไม่มีเงินถุงเงินถังจะทำป้ายติดทุกสี่แยก ไม่ได้มีเครือข่ายหัวคะแนน ไม่มีเครือข่ายผู้มีอิทธิพล เรามีแต่พ่อแม่พี่น้องประชาชนที่จะสนับสนุนกัน เดินไปด้วยกัน ส่งพวกเขาเข้าสภา ส่งพรรคประชาชนเป็นรัฐบาล 


เลือกตั้งรอบนี้ ไม่ได้มีสมาชิกวุฒิสภามาร่วมโหวตนายกรัฐมนตรีด้วยแล้ว ครั้งสุดท้ายที่เสียงของประชาชนกำหนดอนาคตประเทศได้เอง ผ่านมา 15 ปีแล้วที่ผลการเลือกตั้งกับการตั้งรัฐบาลสอดคล้องกันเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2554 การเลือกตั้งครั้งนั้นพรรคเพื่อไทยชนะ คุณยิ่งลักษณ์ได้เป็นนายกรัฐมนตรี หลังจากนั้นมีการเลือกตั้งปี 57 แต่ก็ถูกโมฆะไป จนกระทั่งมีการทำรัฐประหาร ก็ไม่มีเลือกตั้งอีกเลย เลือกตั้งครั้งต่อมาคือปี 62 ในปี 62 พรรคเพื่อไทยชนะอันดับหนึ่ง แต่ตั้งรัฐบาลไม่ได้ เพราะมี สว. ร่วมโหวตนายกฯ แม้เข้าสู่​ปี 66 พรรคก้าวไกลในสมัยนั้น ชนะเป็นอันดับหนึ่ง แต่ก็ตั้งรัฐบาลไม่ได้ เพราะ สว. ไม่โหวตให้พิธาเป็นนายกฯ 


​การดำรงอยู่ของอำนาจ สว. ในการร่วมโหวตนายกฯ ทำให้ผลการเลือกตั้ง กับผลการจัดตั้งรัฐบาล ไม่เหมือนกัน ไม่สอดคล้องกัน ครั้งสุดท้ายที่ผลการเลือกตั้ง กับผลการตั้งรัฐบาลสอดคล้องกัน คือปี พ.ศ. 2554 หรือ 15 ปีที่แล้ว นี่คือเรื่องสำคัญ ว่าเสียงของประชาชนจะกำหนดอนาคตของประเทศได้อีกครั้ง


​เขาบอกว่า ต่อให้เราชนะเป็นอันดับหนึ่ง ก็ตั้งรัฐบาลไม่ได้หรอก ประโยคนี้เขาต้องการทำลายเรา แต่สิ่งที่สำคัญไปมากกว่านั้น เขาต้องการทำให้ทุกท่าน หมดจิต หมดใจจะใฝ่ฝัน เขาต้องการทุบความฝัน ความหวังของท่านให้แตกสลาย เขาต้องการให้ท่านเชื่อว่า สังคมใหม่เป็นไปไม่ได้ สังคมที่เท่าเทียมเป็นธรรมเป็นไปไม่ได้หรอก สังคมที่ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตย เป็นไปไม่ได้ สังคมที่ไม่มีการทุจริตคอร์รัปชัน เป็นไปไม่ได้ เขาต้องการให้ทุกท่านหมดหวังกับการเมือง เพื่อที่ถ้าท่านหมดหวังกับการเมืองแล้ว ท่านจะไปเลือกพรรคเดิม ๆ ท่านจะไม่มีความหวัง ท่านจะไม่สนใจการเมือง


​เมื่อทุกคนไม่มีความหวัง ระบบระเบียบก็จะ ไม่ถูกท้าทาย พวกเขาก็จะสามารถ เสวยสุขอยู่บนความทุกข์ของประชาชนได้ต่อไป ถ้าพรรคประชาชนชนะเป็นอันดับหนึ่งแล้วจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ มันเป็นไปได้แค่วิธีเดียว ก็คือพรรคอันดับสอง อันดับสามร่วมมือกันตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรคอันดับหนึ่ง นี่เป็นวิธีเดียว ที่จะทำให้ถึงแม้ว่าเราชนะแล้ว เเป็นรัฐบาลไม่ได้

ธนาธรกล่าวต่อไปว่า ที่พูดกันว่าต่อให้พรรคประชาชนชนะอันดับหนึ่งก็ตั้งรัฐบาลไม่ได้ มันไม่ได้หมายความว่าพรรคอันดับสอง พรรคอันดับสามจะจับมือกันตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรคอันดับหนึ่งไม่ได้ แต่มันไม่ควรจะเกิดขึ้น ถ้าทุกคนเคารพในคุณค่าของประชาธิปไตย ถึงแม้ว่าพรรคอันดับสอง อันดับสาม จับมือกันจะไม่ผิดกฎหมายก็ตาม แต่มันผิดหลักการประชาธิปไตย


มีวิธีเดียวเท่านั้น ขอให้พ่อแม่พี่น้องสระแก้ว กาพรรคประชาชนทั้งสองใบ จะเป็นส่วนหนึ่งของการหยุดยั้งไม่ให้มีใครตั้งรัฐบาลแข่ง ขอสระแก้วกาให้พรรคประชาชนทั้งสองใบ ส่งผู้สมัคร สส. เขตทั้ง 3 คนไปเป็นปากเสียง ให้กับทุกท่านในสภาผู้แทนราษฎร ส่งพรรคประชาชนเป็นรัฐบาล และส่งหัวหน้าพรรค ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็นนายกรัฐมนตรี 


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #เลือกตั้ง2569 #รัฐบาลประชาชน