วันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2569

“ณัฐพงษ์” ถามกระทู้รัฐบาล “พิพัฒน์” เอี่ยว “เสี่ยตือ” ไอ้โม่งกักตุนน้ำมันหรือไม่ สุดเซ็งทั้งนายกฯ-พิพัฒน์ไม่มาตอบ จี้นายกฯ อย่าสองมาตรฐาน ย้อนความกดดันให้ “วรภัค” ลาออกได้แต่ทำไมไม่ทำแบบเดียวกันกับพิพัฒน์

 


ณัฐพงษ์” ถามกระทู้รัฐบาล “พิพัฒน์” เอี่ยว “เสี่ยตือ” ไอ้โม่งกักตุนน้ำมันหรือไม่ สุดเซ็งทั้งนายกฯ-พิพัฒน์ไม่มาตอบ จี้นายกฯ อย่าสองมาตรฐาน ย้อนความกดดันให้ “วรภัค” ลาออกได้แต่ทำไมไม่ทำแบบเดียวกันกับพิพัฒน์


วันที่ 30 เมษายน 2569 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ถามกระทู้สดด้วยวาจาต่อนายกรัฐมนตรี ต่อกรณีความเกี่ยวข้องของบุคคลในรัฐบาลต่อการกักตุนน้ำมัน ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นผู้ตอบกระทู้แทน ขณะที่พิพัฒน์ได้มอบหมายให้ สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม มาเป็นผู้ตอบกระทู้แทน


อย่างไรก็ตาม ณัฐพงษ์ระบุว่าความจริงแล้วตนได้มีความพยายามสื่อสารไปตั้งแต่เมื่อวาน ตลอดจนเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ไปถึงสำนักประธานสภาสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงหารือโดยตรงกับรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่าตนมีความประสงค์ในการตั้งกระทู้ถามสดต่อบุคคลสองคนเท่านั้นในรัฐบาลชุดนี้ คือนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีพิพัฒน์ ประเด็นที่ตนจะตั้งกระทู้ถามสดไม่ได้เกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบโดยตรงของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ดังนั้น ตนจึงขอใช้เวลาในการตั้งกระทู้ถามลอยในที่ประชุมแห่งนี้ ส่งเป็นคำถามล่วงหน้าให้นายกรัฐมนตรีหรือพิพัฒน์ได้มาตอบในที่ประชุมในคราวต่อไป


โดยสิ่งที่ตนจะถามกระทู้ในวันนี้ เป็นกรณีสืบเนื่องจากการตั้งกระทู้ถามของ รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา จนนำมาสู่การร่วมตรวจคลังน้ำมันใน จ.เพชรบุรี ซึ่งพบข้อพิรุธหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่คลังน้ำมันภายใต้ความรับผิดชอบของกรมศุลกากรและกรมสรรพสามิต ที่ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกันและมีท่อเชื่อมถึงกัน มีปัญหาการปิดผนึกหลายถัง


ณัฐพงษ์กล่าวต่อไปว่าแต่สิ่งที่ตนต้องถามโดยตรงถึงนายกรัฐมนตรีและพิพัฒน์ เพราะเรื่องใหญ่ที่เราพยายามเรียกร้องให้รัฐบาลตอบต่อสังคมจนถึงวันนี้ ทั้งสองคนยังไม่ได้ให้ความชัดเจน นั่นคือเหตุบังเอิญและข้อสงสัยว่ากรณีการกักตุนน้ำมันในครั้งนี้ กำลังมีส่วนพัวพันโยงกับเครือข่ายทุนเทา สแกมเมอร์ และมีส่วนพัวพันกับบุคคลระดับสูงในรัฐบาลชุดนี้นี้หรือไม่


โดย 5 เหตุบังเอิญหลัก ๆ ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลที่อยู่รายล้อมนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีอยู่ในขณะนี้ ประกอบไปด้วย


1) “เสี่ยตือ” บังเอิญเป็นเจ้าของคลังน้ำมันที่ จ.เพชรบุรี ที่มีการขายให้กับบริษัท BCPG บริษัทลูกของบางจากในปี 2566 ด้วยมูลค่าที่สูงเกินจริงถึง 9,000 ล้านบาท ทั้งที่มีการประเมินราคาไว้เพียง 5,000 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งน่าสงสัยว่าการซื้อแพงเกินจริงขนาดนี้ทำไปเพื่ออะไร


2) “เสี่ยตือ” บังเอิญเป็นเจ้าของคาสิโนหลายแห่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฝั่งกัมพูชา ที่อาจมีส่วนพัวพันกับเครือข่ายทุนเทาและสแกมเมอร์ ที่กำลังจะมาฮุบบริษัทบางจากผ่านการซื้อหุ้น


3) “เสี่ยตือ” บังเอิญเป็นพ่อของบุตรชาย บุคคลที่เคยถูกออกหมายจับในคดีการฟอกเงินและเว็บพนันออนไลน์ ซึ่งเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ไชยชนก ชิดชอบ เป็นคนออกมายืนยันต่อสื่อมวลชนเองว่าลูกชายของเสี่ยตือคนนี้ มีความพยายามในการติดสินบน 40 ล้านบาท เพื่อแลกกับการยุติการดำเนินคดีเครือข่ายทุนเทาและเว็บการพนัน


4) “เสี่ยตือ” บังเอิญเป็นพ่อของบุตรสาว ผู้ถือหุ้นในบริษัทน้ำมันใน จ.อ่างทอง ที่เมื่อสัปดาห์ที่แล้วรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ตอบกระทู้รังสิมันต์ว่าขณะนี้ดีเอสไอกำลังสอบสวนการลักลอบและกักตุนน้ำมันใน จ.อ่างทองอยู่


5) “เสี่ยตือ” บังเอิญเป็นเพื่อนของรองนายกรัฐมนตรีพิพัฒน์ ซึ่งพิพัฒน์เองก็ยอมรับต่อสื่อมวลชนเมื่อสองวันที่แล้ว เมื่อถูกถามว่าสัญญาปล่อยกู้เงินที่พิพัฒน์ให้บริษัทเครือข่ายของเสี่ยตือกู้เงินกว่า 100 ล้านบาทมีรายละเอียดเป็นอย่างไร พิพัฒน์ไม่ได้ตอบประเด็นเรื่องเงินกู้ แต่ตอบมาว่า “ตัวเองมีเพื่อนสักคนลำบากมากเลยหรือ”


ณัฐพงษ์กล่าวต่อไปว่าทั้ง 5 ข้อนี้ไม่ใช่เหตุบังเอิญทั้งหมด แต่เป็น “เหตุบังเอิญพลัส” ในรัฐบาลชุดนี้ ยังมีเหตุบังเอิญอีกหลายอย่างที่พวกตนได้ไปตรวจสอบมา ซึ่งบ่งชี้ให้เห็นว่าความบังเอิญในการกักตุ้นน้ำมันเกี่ยวข้องกับเครือข่ายไอ้โม่ง ที่อาจจะเกี่ยวข้องโยงใหญ่กับเครือข่ายทุนเทา อาชญากรข้ามชาติ และบังเอิญเกี่ยวข้องกับบุคคลที่ดำรงตำแหน่งระดับสูงในรัฐบาลนี้ ทั้งหมดไม่ใช่ข้อมูลใหม่ แต่เป็นคำถามที่สังคมไทยไม่ได้ไม่เคยได้รับคำตอบจากสองบุคคลในรัฐบาลนี้เลย คือจากนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีพิพัฒน์


และในเมื่อวันนี้พิพัฒน์ไม่ได้มาตอบโดยตรง ตนจึงขอฝากอีกหนึ่งคำถามไปยังนายกรัฐมนตรี ว่าตอนที่นายกเคยยกหูหา วรภัค ธันยาวงษ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ขอให้ลาออกจากตำแหน่ง จากกรณีที่มีข่าวว่าอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายทุนเทาและสแกมเมอร์ แต่กับกรณีนี้พิพัฒน์ ที่ได้ยอมรับต่อสื่อมวลชนโดยตรงแล้วว่าเป็นเพื่อนกับเสี่ยตือ ซึ่งเครือข่ายของเสี่ยตืออาจเกี่ยวข้องกับเครือข่ายทุนเทาและอาชญากรข้ามชาติ นายกรัฐมนตรีจะปฏิบัติต่อพิพัฒน์อย่างไร หรือจะปฏิบัติแบบสองมาตรฐาน เพียงเพราะพิพัฒน์เป็นหัวจ่ายเงินที่สำคัญให้กับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่


ทางด้านสิริพงศ์ ได้ตอบเพียงสั้น ๆ ว่าในทุกประเด็นที่ฝากมา ตามความเข้าใจของตนไม่ได้เกี่ยวกับหน้าที่ในการกำกับดูแลของกระทรวงคมนาคม แต่ก็เป็นปัญหาที่ต้องมีคำตอบให้สังคม ตนจะนำเรียนต่อนายกรัฐมนตรีต่อไป หลายเรื่องได้มีการดำเนินในชั้นดีเอสไอแล้ว ซึ่งผู้ที่เหมาะสมมาตอบน่าจะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่เป็นผู้กำกับดูแลดีเอสไอโดยตรง ตนส่วนตนก็ขอรับประเด็นเอาไว้และขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย

 

#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน