วันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2569

เครือข่ายแรงงานชุมนุมหน้ากระทรวงพลังงานยื่น 7 ข้อเสนอ จี้รัฐแก้น้ำมันแพง-ค่าครองชีพพุ่ง

 


เครือข่ายแรงงานชุมนุมหน้ากระทรวงพลังงานยื่น 7 ข้อเสนอ จี้รัฐแก้น้ำมันแพง-ค่าครองชีพพุ่ง


วันที่ 2 เมษายน 2569 เวลา 09.00 น. ที่กระทรวงพลังงาน ถนนวิภาวดีรังสิต มีการชุมนุมของกลุ่มเครือข่ายแรงงาน นำโดย สมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย (สสรท.), สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) และพรรคสังคมประชาธิปไตยไทย (สปท.) เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันแพง


บรรยากาศการชุมนุมในวันนี้ บริเวณหน้ากระทรวงพลังงาน กลุ่มเครือข่ายแรงงานฯ และประชาชนมาชุมนุมเรียกร้องและปราศรัยถึงความเดือดร้อนและผลกระทบจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น


สาวิทย์ แก้วหวาน ประธานกลุ่มสมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย ระบุว่า สถานการณ์น้ำมันแพงสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนทั้งประเทศ ขณะที่สงครามเกิดขึ้นไม่นาน ก่อนหน้านี้รัฐบาลเคยออกมาแถลงว่ามีน้ำมันสำรองหนึ่งร้อยกว่าวัน แต่ปรากฏว่าผ่านไปไม่ถึงหนึ่งเดือน น้ำมันขาดแคลน ประชาชนต้องเข้าแถวเติมน้ำมัน สิ่งที่ประชาชนเรียกร้องคือให้รัฐบาลควบคุมราคาน้ำมัน แต่รัฐบาลก็ไม่สามารถทำได้ หรือที่สังคมตั้งข้อสังเกตว่ามีการเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนหรือไม่ ก็ยังไม่มีคำตอบจากรัฐบาล และวันนี้น้ำมันก็ขึ้นราคาเพิ่มอีก


การออกมาในวันนี้ เพื่อส่งเสียงถึงรัฐบาลให้เข้าใจปัญหาและเร่งแก้ไขปัญหาน้ำมันแพงและราคาสินค้าแพง ซึ่งใกล้ถึงช่วงสงกรานต์แล้ว ขอให้คำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชน ไม่ใช่คำนึงถึงเพียงผลประโยชน์ของกลุ่มนายทุนเพียงอย่างเดียว สิ่งที่รัฐบาลต้องตอบประชาชนคือ สิ่งที่พูดและทำนั้นเป็นไปตามเจตจำนงทางการเมืองที่ให้ไว้ก่อนการเลือกตั้งหรือไม่


ทางเครือข่ายฯ ได้มีการยื่นหนังสือข้อเสนอให้รัฐบาลเร่งแก้ไขวิกฤตปัญหาน้ำมันขาดแคลน ราคาแพง ค่าไฟฟ้า และราคาสินค้าที่แพง ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน โดยมี เพทาย หมุดธรรม หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน เป็นตัวแทนรับหนังสือ


สำหรับเนื้อหาข้อเสนอโดยสรุประบุว่า สถานการณ์วิกฤติทางพลังงานที่ราคาน้ำมันราคาสูงขึ้น ส่งผลให้ประชาชนต้องแบกรับภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้น ราคาสินค้าเพิ่มขึ้นทั่วกระดาน ขณะที่รายได้และค่าจ้างไม่สอดคล้องกับค่าใช้จ่าย ส่งผลให้กำลังซื้อของประชาชนลดลง และสะท้อนปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจที่รุนแรงขึ้น ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าฝ่ายการเมืองยังคงมุ่งเน้นการแข่งขันทางอำนาจ มากกว่าการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน


จึงขอให้รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี หลังจากมีการถวายสัตย์ปฏิญาณและเข้าปฏิบัติหน้าที่อย่างสมบูรณ์แล้ว ได้ตระหนักและคำนึงถึงการบริหารประเทศเพื่อความผาสุกของประชาชนทุกคน ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างเป็นธรรมและเท่าเทียมในสังคมอย่างแท้จริง โดยมีข้อเสนอ ดังนี้


1. ขอให้รัฐบาลควบคุมราคาพลังงาน ลดค่าการกลั่นให้เหลือลิตรละ 2 บาท ยกเลิกการเก็บภาษีที่ซ้ำซ้อน ในสถานการณ์เฉพาะหน้าต้องกำหนดราคาน้ำมันโดยเฉพาะดีเซลไม่เกินลิตรละ 30 บาท ต้องบริหารจัดการไม่ให้น้ำมันขาดแคลน ต้องหยุดการส่งออกน้ำมันไปต่างประเทศ เพื่อให้น้ำมันเพียงพอต่อการใช้ในประเทศ และต้องเรียกเงินชดเชยจากกลุ่มทุนที่กักตุนน้ำมันที่ประชาชนเรียกกันว่า ลาภกักตุน-ลาภลอย คืนแก่ประชาชน


2. หยุดการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ดำเนินการเพื่อนำ ปตท. และกิจการโรงกลั่นน้ำมันกลับคืนมาเป็นของรัฐ เพื่อการบริหารจัดการน้ำมันและก๊าซอย่างเป็นธรรมเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน


3. รัฐต้องเปิดเผยข้อมูลการผลิตและการกลั่นน้ำมันในประเทศและการนำเข้าจากต่างประเทศให้แก่ประชาชนได้รับทราบว่ามีจำนวนและสัดส่วนเท่าใด


4. รัฐต้องตรวจสอบเอาผิดกับโรงกลั่น บุคคล นิติบุคคล ที่มีการกักตุนน้ำมัน รวมทั้งการปรับขึ้นราคาทั้ง ๆ ที่เป็นน้ำมันสต๊อกเก่าอย่างเร่งด่วน


5. ขอให้นายกรัฐมนตรีใช้อำนาจพิเศษในการบริหารกิจการพลังงานในสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อให้มีการควบคุมราคาน้ำมันอย่างจริงจังและการบริหารจัดการกิจการสาธารณะด้านพลังงาน (น้ำมัน) ของประเทศให้ประชาชนได้เข้าถึง อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม


6. รัฐต้องมีมาตรการควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภค เพื่อควบคุมไม่ให้ค่าครองชีพสูงขึ้นและป้องกันการซ้ำเติมประชาชนในช่วงวิกฤต


7. ในกิจการไฟฟ้ารัฐต้องยกเลิกสัญญาทาสการซื้อไฟฟ้าที่แพงจากกลุ่มทุนเอกชน เพราะเป็นภาระให้ประชาชนจ่ายค่าไฟฟ้าในราคาที่แพง และให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยกลับมาเป็นองค์กรหลักในการผลิตไฟฟ้าให้แก่ประเทศชาติและประชาชน


แถลงการณ์ระบุว่า หวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ และประชาชนในทุกสาขาอาชีพที่เดือดร้อนอย่างแสนสาหัสในเวลานี้ ทั้งจากท้องไร่ท้องนา ท้องที่ห่างไกล จนถึงเมืองเล็กเมืองใหญ่ จะได้รับการตอบสนองและแก้ไขปัญหาอย่างจริงใจจากรัฐบาลและนายกรัฐมนตรี และขอให้ประชาชนและสื่อมวลชนที่รักความเป็นธรรมจงร่วมกันแสดงพลัง จุดยืนเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตนเอง ของครอบครัว ชุมชน สังคมและประเทศชาติ อย่าปล่อยให้ นายทุนชั่ว นักการเมืองเลว กดขี่ขูดรีดประชาชนอีกต่อไป


ทั้งนี้ วันนี้ (2 เม.ย. 2569) ในเวลา 11.00 น. เครือข่ายฯ จะมีการไปชุมนุมเรียกร้องต่อที่ทำเนียบรัฐบาล ประตู 5 ถนนราชดำเนิน

 

#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #สหภาพแรงงาน #วิกฤตพลังงาน #กระทรวงพลังงาน