วิโรจน์
แกนนำพรรคประชาชนลงพื้นที่ช่วยผู้สมัคร สส. หาเสียงที่เขตประเวศ หวังรักษาเขตได้
ขอพี่น้องเข้าคูหา กาเบอร์ สส. เขต และกาพรรคประชาชน เลือกพรรคประชาชนทั้ง 2 ใบ ส่งให้พรรคประชาชนเป็นรัฐบาลประชาชน
วันที่
9 มกราคม 2569 วิโรจน์ ลักขณาอดิศร แกนนำพรรคประชาชน
ผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ พร้อมด้วยผู้สมัคร สส. ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์
เขตประเวศ สะพานสูง กรุงเทพฯ ลงพื้นที่บริเวณพัฒนาการ 74
บรรยากาศสองข้างทางเต็มไปด้วยรถสัญจรไปมาตลอดทาง
มีประชาชนเข้ามาทักทายให้กำลังใจพร้อมขอถ่ายรูปบ้าง เข้ามามอบขนม
อาหารและเครื่องดื่มให้ด้วย
ขณะขึ้นรถแห่เพื่อพบปะพี่น้องชาวประเวศ
วิโรจน์กล่าวว่า พรรคประชาชนมีนโนบายกว่า 200 ข้อ
โดยนโยบายเพิ่มสวัสดิการให้ผู้สูงอายุ จะปรับเบี้ยผู้สูงอายุจาก 600 บาท เป็น 1,000 บาท ปรับทันทีในเดือนตุลาคม
จากนั้นก็จะปรับเป็น 1,500 บาทภายใน 4 ปี
วันนี้
ตนอยู่กับณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ ผู้สมัคร สส. เบอร์ 8 จากพรรคประชาชน
อดีต สส. เขตประเวศ สะพานสูง (ประเวศ ดอกไม้ ทับช้าง) ขอให้พี่น้องประชาชนเลือก
สส. คนเดิม เพื่อไปสานงานต่อ ก่องานใหม่ ขอให้พี่น้องในพื้นที่ประเวศเข้าคูหา
กาเบอร์ 8 เลือก สส. เขตคนเดิม กาเบอร์ 46 เลือกพรรคประชาชนไปเป็นรัฐบาล ส่งณัฐพงษ์
เรืองปัญญาวุฒิไปเป็นนายกรัฐมนตรี
วิโรจน์กล่าวว่า
ถึงเวลาจัดการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แก๊งสแกมเมอร์ และทุนเทา หมดเวลาทนฟังอุบายเก่าๆ
ที่จะเข้ามาหลอกเงินพ่อแม่พี่น้อง ใช้ชีวิตแบบไม่ต้องระแวงอีกต่อไป
ได้เวลาจัดการข้อมูลเชื่อมโยงโครงข่ายหน่วยงานและสถาบันต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
เพื่อตั้งศูนย์บัญชาการในการปรับสแกมเมอร์
และร่วมมือกับหลายประเทศในโลกเพื่อจัดการกับแก๊งสแกมเมอร์ ปราบทุนเทา ได้แล้ว
ด้านณัฐพงศ์
เปรมพูลสวัสดิ์กล่าวทักทายพี่น้องชาวประเวศ ให้พ่อแม่พี่น้องออกมาใช้สิทธิ
ใช้เสียงเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ เข้าคูหา กาเบอร์ 8 การเลือกตั้งครั้งนี้ ชี้ชะตาอนาคต ไม่มีเสียง สว.
มาเลือกนายกรัฐมนตรีอีกต่อไป ขอพ่อแม่พี่น้องเลือกพรรคประชาชน กาเบอร์ 46 เลือก สส. เขตประเวศ กาเบอร์ 8 พรรคประชาชนมีกว่า 200
นโยบายดูแลพ่อแม่พี่น้องตั้งแต่ครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน
ดูแลประชาชนทั่วถึงไม่ต้องพิสูจน์ความจนอีกต่อไป
จากนั้น
วิโรจน์ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน โดยกล่าวถึงบรรยากาศการช่วยหาเสียงในช่วงเช้า
รถสัญจรไปมาตามวิถีชีวิตของคนกรุงเทพมหานคร โดยช่วงประมาณ 7 โมเช้า
รถหนาแน่นเพราะประชาชนชาวประเวศต้องขับรถส่งลูกไปโรงเรียน
เป็นช่วงเวลาที่ได้ออกมาพบปะประชาชน ระหว่างที่รถติดไฟแดงก็มีการทักทายกัน
สำหรับคำถามเรื่องกระแสตอบรับหลังมีผลโพลวัดคะแนนความนิยมพรรคการเมืองต่างๆ
นั้น วิโรจน์กล่าวว่าไม่ได้มีเวลาติดตามโพลดังกล่าวมากนัก
และเห็นว่าพรรคประชาชนยังมีเวลาทำงานอีกมาก โดยตนเอง พรรคประชาชนและผู้สมัคร สส.
ก็พยายามพบปะประชาชนให้มากที่สุดและพยายามเสนอนโยบายสวัสดิการการปรับเบี้ยผู้สูงอายุ
ปรับจาก 600
บาท เป็น 1,000 บาทและทำให้ค่าไฟเป็นค่าใช้จ่ายที่มีความเป็นธรรมต่อทุกคนมากขึ้น
นอกจากนี้
การจัดการแก๊ง Call
Center แก๊งสแกมเมอร์ก็เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องดูแลจริงจัง
เพื่อไม่ให้พ่อแม่พี่น้องต้องยกเป็นเหยื่อแก๊งทุนเทาเหล่านี้อีกต่อไป
ส่วนเรื่องบัตรทองซึ่งประชาชนชาวกรุงเทพไ
ด้รับผลกระทบพอสมควร
ทั้งตอนบาดเจ็บซึ่งประชาชนต้องรอดูต้องรอเรื่องการส่งตัวคนไข้ที่ต้องมีการยื่นเอกสารจำนวนมาก
กระบวนการเหล่านี้ต้องลดลง
พ่อแม่พี่น้องต้องไม่เสียเวลารอคอยยื่นเอกสารจำวนมากอีกต่อไป เรื่องการเบิกจ่ายยา
เช่น การรักษาตัวของผู้ป่วยมะเร็ง ยังมียาที่ไม่อยู่ในบัญชีหลักแห่งชาติ
ก็ต้องพยายามเอางบประมาณมาปรับปรุงตรงนี้เพื่อทำให้ประชาชนชาวไทยทุกคนเข้าถึงการรักษาพยาบาลและคนเจ็บป่วยรักษาได้เร็ว
เพราะคนเจ็บป่วย 1
คน ก็กระทบกันทั้งบ้าน
วิโรจน์ยืนยัน
พรรคประชาชนทำงานอย่างหนักเพื่อดูแลพี่น้องประชาชนพร้อมรักษาคะแนนเสียงเขตเดิม
เพิ่มเติมเขตใหม่ด้วย ส่วนประเด็นการจัดการธุรกิจฟอกเงิน
ธุรกิจศูนย์เหรียญที่ไม่ยอมเสียภาษีให้ไทยสักบาทเดียว
พรรคประชาชนพร้อมเดินหน้าจัดการเรื่องนี้และดึงเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติให้เพิ่มขึ้น
นานแค่ไหนแล้วที่ไทยไม่มีอุตสาหกรรมสร้างสรรค์
นานแค่ไหนแล้วที่ไทยไม่มีนวัตกรรมสร้างแรงงานทักษะสูง
เพื่อให้ลูกหลานคนไทยของเรามีเงินเดือนดีๆ มีคุณภาพชีวิตที่ดี
ให้คนไทยสามารถนำรายได้ไปสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตได้
สำหรับคำถามเรื่องจุดยืนของพรรคเกี่ยวกับมาตรา
112 และจุดยืนของพรรคต่อกองทัพนั้น วิโรจน์กล่าวว่า
ส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้หาเสียงเรื่องนี้เลยเพราะว่าประชาชนที่เข้าใจส่วนใหญ่ก็เข้าใจดีอยู่แล้วทั้งนั้น
ส่วนมาตรา 112 นั้น
เมื่อมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญแล้วไม่สามารถนำมาเป็นนโยบายในการหาเสียงได้อีกต่อไป
ส่วนเรื่องของทหารหรือกองทัพนั้น ตนได้เคยเป็นประธานคณะกรรมาธิการทหาร
หากพบเจอเรื่องทุจริตก็ไม่สามารถปล่อยผ่านได้
ส่วนการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ที่ไม่มีความโปร่งใส ขาดประสิทธิภาพ ก็ต้องจัดการ
แต่ในด้านการลงทุนด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ
และนโยบายการจัดซื้อที่มีการชดเชยไม่ใช่แค่การเอาเงินไปแลกอาวุธก็ต้องเป็นไปตามความเหมาะสม
ตนไม่เห็นด้วยที่มีการนำพลทหารชั้นผู้น้อยไปซ้อมทรมาน
เรื่องนี้เราต้องให้ความสำคัญ ไม่เคยปล่อยปละละเลย ตนคิดว่าอะไรดีก็ส่งเสริม
อะไรไม่ดีก็จัดการไม่ได้มีการเปลี่ยนจุดยืนแต่อย่างใด
สำหรับประเด็นที่พรรคบัตรประชาชนถูกโจมตีนั้น
วิโรจน์กล่าวว่า ตามจริงแล้วถูกโจมตีมาตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล
จนถึงพรรคประชาชน
ตนมองว่าเนื่องจากพรรคได้รับความนิยมสูงจึงต้องถูกเพ่งเล็งเป็นธรรมดา
ก็ขอให้พี่น้องประชาชนเข้าคูหากาให้เบอร์ สส. เขต จากพรรคประชาชน
และกาให้เบอร์พรรคประชาชน กาทั้งสองใบ
เพื่อส่งให้พรรคประชาชนกลายเป็นรัฐบาลประชาชน เพื่อส่งให้ณัฐพงษ์
เรืองปัญญาวุฒิเป็นนายกรัฐมนตรี
#UDDnews
#ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #เลือกตั้ง69 #เลือกตั้ง2569






