เพื่อไทยลุยเชียงราย! "ยศชนัน-จุลพันธ์" นำทัพปราศรัยใหญ่ ชูนโยบายแก้จน-ปราบยาเสพติด ขอคะแนนเชียงราย ดันนายกฯ ลูกหลานคนเมือง
วันนี้ (30 ม.ค. 2569) พรรคเพื่อไทยเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ที่จังหวัดเชียงราย นำโดย ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ร่วมด้วยขุนพลฝีปากกล้าอย่าง นายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานรัฐสภา และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่พบปะประชาชนและช่วยลูกพรรคหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้าย
การลงพื้นที่ครั้งนี้ เพื่อช่วยผู้สมัคร สส.เชียงราย ของพรรค ประกอบด้วย นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช (เขต 2 เบอร์ 2), นายชัยยนต์ ศรีสมุทร (เขต 6 เบอร์ 4) และ นายสง่า พรมเมือง (เขต 7 เบอร์ 8) โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก
นายยงยุทธ ติยะไพรัช ขึ้นปราศรัยโดยเน้นย้ำให้ชาวแม่จันและชาวเชียงราย เขต 2 ช่วยกันรักษาแชมป์ให้นางสาวปิยะรัฐชย์ พร้อมหยิบยกปัญหาความเดือดร้อนในพื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่มทุนสีเทา ที่ทำธุรกิจผิดกฎหมายทั้งยาเสพติดและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ (สแกมเมอร์)
"มีบางพรรคการเมืองสุมหัวกันและกำลังมาแรงในเขตนี้ ขอพี่น้องอย่าหลงเชื่อและให้ระวังเรื่องการสวมสิทธิมาเลือกตั้งแทน ที่สำคัญอย่าเห็นแก่การซื้อเสียง เพราะเงินที่เขานำมาแจกเป็นเงินสกปรกจากขบวนการค้ายา เป็นเงินที่ฝังดินไว้แล้วขุดมาใช้ ถ้าพี่น้องได้รับมาลองดมดูจะรู้ว่ามีกลิ่นอับ ทางเดียวที่จะปราบปรามขบวนการนี้ได้ คือวันที่ 8 ก.พ. ต้องเลือกเพื่อไทยให้ถล่มทลาย เมื่อเราได้เป็นรัฐบาลจะปราบปรามเรื่องนี้อย่างเด็ดขาด" นายยงยุทธระบุ
ด้านนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ยืนยันว่าผู้สมัครของพรรคทุกคนมี "ดีเอ็นเอเพื่อไทย" ที่ไม่เคยทิ้งประชาชน มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ทั้งการผลักดัน พ.ร.บ.ชาติพันธุ์ และการแก้ปัญหาน้ำท่วม จึงขอคะแนนเสียงชาวเชียงรายส่ง สส. เข้าสภา เพื่อโหวต ศ.ดร.ยศชนัน เป็นนายกรัฐมนตรี
นายจุลพันธ์ กล่าวถึงนโยบายในช่วงโค้งสุดท้ายว่า พรรคเน้นการเดินหน้าด้วยนโยบายสร้างสรรค์ ไม่สาดโคลน โดยเตรียมมาตรการล้างหนี้สินประชาชนทั้งในและนอกระบบ สำหรับเกษตรกรจะมี "คูปองแลกปุ๋ย-กล้าพันธุ์ฟรี" และนโยบาย "ประกันกำไรสินค้าเกษตร 30%" เพื่อเป็นหลักประกันว่าทำเกษตรแล้วจะไม่ขาดทุน
นอกจากนี้ ยังประกาศชัยชนะเหนือความยากจนด้วยนโยบาย "คนไทยไร้จน" เติมเงินให้ผู้มีรายได้น้อยให้ครบ 3,000 บาทต่อเดือน (ครอบคลุม 3.4 ล้านราย) รวมถึงนโยบายสร้างเศรษฐีเงินล้าน โดยการนำภาษีจากธุรกิจใต้ดินนับแสนล้านบาทขึ้นมาบนดินเพื่อพัฒนาประเทศ และเดินหน้ารัฐบาลดิจิทัลเพื่อขจัดปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน
"ถ้าคนเชียงรายยังมีหัวใจสีแดงอยู่ ขอโอกาสอีกครั้ง เลือกพรรคเพื่อไทยทั้งสองใบให้ยกจังหวัด" นายจุลพันธ์ทิ้งท้าย
ขณะที่ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ปราศรัยอย่างดุเดือดพาดพิงถึงพรรคภูมิใจไทยและนายอนุทิน โดยระบุว่าทุกพรรคต่างก็รักชาติ แต่ประชาชนอาจไม่ได้รักผู้นำบางคน พร้อมวิพากษ์วิจารณ์การใช้งบประมาณกว่า 4,000 ล้านบาท จัดงานโมโตจีพีบนที่ดินเขากระโดงที่มีปัญหาข้อพิพาท และการยุบสภาหลังทำงานเพียงไม่กี่เดือนว่าเป็นเหมือน "รัฐบาลหนูทดลอง"
นายณัฐวุฒิ ยังเตือนนักการเมืองที่ข้องเกี่ยวกับยาเสพติดว่า หากเพื่อไทยเป็นรัฐบาลจะปราบปรามขั้นเด็ดขาด พร้อมอ้อนวอนชาวเชียงรายให้รวมพลังเลือกพรรคสีแดง อย่าเลือกผู้ที่มีปัญหาเรื่องคุณสมบัติ
"รวมพลังกันอีกทีเถอะพี่น้อง ครั้งนี้เราจะพลาดไม่ได้ ขอให้เลือกเพื่อไทยยกจังหวัด ส่ง ศ.ดร.ยศชนัน ลูกหลานคนเมืองเข้าไปเป็นนายกฯ" นายณัฐวุฒิกล่าว
ปิดท้ายที่ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ที่ขึ้นเวทีปราศรัยด้วยภาษาคำเมือง สร้างความประทับใจให้ชาวเชียงราย โดยระบุว่าตนเดินทางไปหาเสียงมาทั่วภาคเหนือ และตั้งใจกลับมารายงานตัวกับพี่น้องชาวเชียงราย เพราะมีความผูกพันจากการเคยเรียนที่นี่ถึง 3 ปี (อนุบาล 1 - ป.1) จึงถือว่าชีวิตนี้เป็นหนี้บุญคุณคนเชียงราย
"ถ้าเราได้นายกฯ เป็นคนเหนือ เวลาพูดจาก็สื่อสารกันง่าย เพราะเป็นภาษาเดียวกัน ผมเข้าใจปัญหาของพี่น้องดี จึงอยากขอโอกาสเข้ามารับใช้ และขอเหมา สส. ทั้ง 7 เขต เพื่อผลักดันเชียงรายให้เป็นเมืองแห่งความสุข สะอาด ปลอดภัย เป็นนครแห่งศิลปวัฒนธรรม การค้าสากล และมีคุณภาพชีวิตที่ดี ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ผมพร้อมเปลี่ยนความฝันของชาวเชียงรายให้เป็นความจริงและทำทันที" ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวทิ้งท้าย
#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคเพื่อไทย #เลือกตั้ง2569 #เชียงราย













