วันพฤหัสบดีที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2565

ด่วน! ศาลให้ประกันตัว 7 ทะลุแก๊ส คดีชุมนุมดินแดงเมื่อ 14 มิ.ย. 65 วางหลักทรัพย์คนละ 1 หมื่น พร้อมติดกำไล EM

 


ด่วน! ศาลให้ประกันตัว 7 ทะลุแก๊ส คดีชุมนุมดินแดงเมื่อ 14 มิ.ย. 65 วางหลักทรัพย์คนละ 1 หมื่น พร้อมติดกำไล EM

 

วันนี้ (29 ก.ย. 2565) ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานผ่านทวิตเตอร์ ความว่า

 

เช้านี้ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ประกันตัว 7 ผู้ต้องขัง #ทะลุแก๊ส ที่ถูกดำเนินคดีจากเหตุชุมนุมดินแดง #ม็อบ14มิถุนา65 หลังมีการยื่นอุทธรณ์คำสั่งไปเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ศาลให้วางหลักทรัพย์คนละ 10,000 บาท พร้อมกำหนดให้ติดกำไล EM และให้นำญาติ 2 คนต่อจำเลย 1 คน มารับรองการประกันตัวที่ศาล

 

สำหรับผู้ต้องขัง 7 ราย ที่ได้ประกันตัว ได้แก่ ภูมิ, โอม ใบบุญ, ใหญ่ พิชัย, ดิว สมชาย, หิน อัครพล, หนึ่ง เกตุสกุล, หยก วรวุฒิ

 

กรณีของคิม ธีรวิทย์ ที่ถูกดำเนินคดีเดียวกัน ได้มีทนายความส่วนตัวให้ความช่วยเหลือในชั้นพิจารณา คาดว่าจะยื่นประกันตัวอีกครั้งต่อไป

 

#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #TLHR #ทะลุแก๊ส #ปล่อยเพื่อนเรา

วันพุธที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2565

“ณัฐวุฒิ” ชี้ กฎเหล็ก กกต. เหมารวมนักการเมืองเป็นพวกฉ้อฉล ด้อยค่าสติปัญญาประชาชนในการเลือก ซัด สนองอำนาจนอกระบบ มากกว่าส่งเสริมระบอบประชาธิปไตย

 


“ณัฐวุฒิ” ชี้ กฎเหล็ก กกต. เหมารวมนักการเมืองเป็นพวกฉ้อฉล ด้อยค่าสติปัญญาประชาชนในการเลือก ซัด สนองอำนาจนอกระบบ มากกว่าส่งเสริมระบอบประชาธิปไตย


วันนี้ (28 ก.ย. 2565) นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟสบุ๊คแสดงความคิดเห็นกรณีกฏเหล็ก กกต. เกี่ยวกับหลักเกณฑ์การหาเสียงช่วง 180 วันก่อนสภาครบวาระในวันที่ 23 มีนาคม 2566 โดย ระบุว่า


กฎเหล็กกกต.นอกจากมีปัญหาเรื่องความเป็นธรรมที่ลักลั่น ระหว่างคนในรัฐบาลกับพรรคการเมืองคู่แข่งแล้ว ยังสะท้อนแนวคิดของฝ่ายอำนาจนิยมที่ด้อยค่าการเมืองในระบบ 


เหมารวมนักการเมืองเป็นพวกฉ้อฉล ฉวยโอกาสหาเสียงแม้แต่งานประเพณี หรือวิถีชีวิตในสังคมทั่วไป และประชาชนด้อยสติปัญญา ไม่รู้เท่าทัน ถูกหลอกให้ลงคะแนนได้ทุกช่องทาง แม้กระทั่งพวงหรีด หรือ การได้ยินชื่อนักการเมืองในงาน 


องค์กรอิสระที่เป็นกลไกตรวจสอบถ่วงดุล กลายเป็นเครื่องมือของรัฐราชการ สนองตอบต่ออำนาจนอกระบบ มากกว่าส่งเสริมพัฒนาการของระบอบประชาธิปไตย


จิตวิญญาณของการเลือกตั้ง คือการเคารพความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียม แต่กติกากลับทำให้ทั้งนักการเมืองและประชาชนแปลกแยก มีปฏิสัมพันธ์กันเหมือนคนปกติไม่ได้ ถ้าการเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรมด้วยกติกาแบบนี้ คงไม่มีข่าวการซื้อเสียง แจกกล้วยส.ส. ซึ่งกกต.ไม่เคยจับใครได้ 


“อยากให้กกต.ทั้ง 7 คน รวมทั้งผอ.กกต.จังหวัดทั่วประเทศ ลองปฏิบัติตัวเสมือนนักการเมือง ตามกฎเหล็กที่ประกาศไว้สัก 1 เดือน แล้วจัดประชุมสรุปบทเรียน เผื่อจะเข้าใจว่ากฎที่ออกมา เหมาะสมหรือควรปรับแก้อย่างไร” นายณัฐวุฒิ กล่าวทิ้งท้าย


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #ณัฐวุฒิใสยเกื้อ #กฏเหล็กกกต

คุก 3 ปี ปรับ 3 แสนบาท “เหรียญทอง” โพสต์หมิ่นประมาท “สิระ” “ไอ้กุ๊ยหลักสี่” โทษจำคุกรอลงอาญา 2 ปี พร้อมให้ลบข้อความ และลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์ 1 ฉบับ

 


คุก 3 ปี ปรับ 3 แสนบาท “เหรียญทอง” โพสต์หมิ่นประมาท “สิระ” “ไอ้กุ๊ยหลักสี่” โทษจำคุกรอลงอาญา 2 ปี พร้อมให้ลบข้อความ และลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์ 1 ฉบับ


เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 28 ก.ย. 2565 ที่ห้องพิจารณา 715 ศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาคดี อ.1919/2564 ที่นายสิระ เจนจาระ อดีตส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผอ.โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328


โดยคำฟ้องระบุว่า กรณีเมื่อวันที่ 18 พ.ค.2564 จำเลยได้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “เหรียญทอง แน่นหนา” โพสต์ข้อความ “ไอ้กุ๊ยหลักสี่” และข้อความว่า “มันไม่รู้เรื่องอะไรเลยจริง ๆ ทั้งที่มันเป็นถึงประธานกรรมาธิการกฎหมาย สภาผู้แทนราษฎร” และข้อความอื่น ๆ ที่จำเลยกล่าวนั้นย่อมหมายถึงโจทก์ และหากผู้ใดได้อ่านข้อความแล้ว ย่อมเข้าใจว่าเป็นการกล่าวถึงตัวโจทก์ทั้งสิ้น


เนื่องจากโจทก์เป็นผู้ลงพื้นที่ เพื่อเข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามของโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ เมื่อวันที่ 7 พ.ค.2564 และคำว่า “ไอ้กุ๊ย” หรือ “กุ๊ย” มีความหมายตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 ว่า คนเลว คนไม่สุภาพไร้มารยาท คนชั่วต่ำช้า โดยเจตนาใส่ความโจทก์ต่อบุคคลที่สาม ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง โดยวันนี้ พล.ต.นพ.เหรียญทอง เดินทางมาฟังคำพิพากษา ขณะที่นายสิระมอบหมายให้ทนายความมาฟังแทน


ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยโพสต์ข้อความดังกล่าว เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 328 ประกอบมาตรา 326 เป็นการกระทำความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป จำคุกกระทงละ 1 ปี และปรับกระทงละ 100,000 บาท รวม 3 กระทง คงจำคุก 3 ปี และปรับ 300,000 บาท


แต่จำเลยประกอบคุณงามความดีแก่สังคมและประเทศชาติบ้านเมือง โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี กับให้จำเลยลบข้อความที่หมิ่นประมาทในบัญชีเฟซบุ๊กทั้งหมด และให้โฆษณาผลคำพิพากษาลงในหนังสือพิมพ์ฉบับใดฉบับหนึ่ง โดยจำเลยเป็นผู้ชำระค่าโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 332


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังศาลพิพากษา พล.ต.นพ.เหรียญทอง มีสีหน้ายิ้มแย้ม ได้นำเงิน 300,000 บาท มาจ่ายค่าปรับตามคำพิพากษา ก่อนจะเดินทางกลับไป


ที่มา : ข่าวสดออนไลน์


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์

วันอังคารที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2565

บันทึกเยี่ยม : แพทย์ระบุ “แบงค์” มีอาการซึมเศร้า ขณะอีก 5 ผู้ต้องขังยังสงสัยเหตุไม่ได้ประกันตัว โดย ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน


บันทึกเยี่ยม : แพทย์ระบุ "แบงค์" มีอาการซึมเศร้า ขณะอีก 5 ผู้ต้องขังยังสงสัยเหตุไม่ได้ประกันตัว


โดย ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน


ช่วงวันที่ 22-23 ก.ย. 2565 ทนายความได้เดินทางไปที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อเข้าเยี่ยมผู้ต้องขังคดีการเมืองที่ถูกคุมขังและไม่ได้ประกันตัวระหว่างต่อสู้คดี จำนวน 6 คน ได้แก่ “สมบัติ ทองย้อย” อดีตการ์ดเสื้อแดง ซึ่งถูกศาลชั้นต้นพิพากษาว่ามีความผิดตามมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) และไม่ได้รับอนุญาตให้ประกันตัวขณะสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ ซึ่งเมื่อวันที่ 23 ก.ย. 2565 ทนายความได้ยื่นอุทธรณ์ในคดีของสมบัติรวมถึงยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัว แต่ศาลอุทธรณ์ได้ยกคำร้องขอประกันตัวในวันที่ 25 ก.ย. 2565 


ผู้ต้องขังกลุ่มทะลุแก๊ส จำนวน 3 คน ได้แก่ “แบงค์ ณัฐพล”, “ต้อม จตุพล”, “ใหญ่ พิชัย” รวมถึงสมาชิกกลุ่มทะลุฟ้า 2 คน ได้แก่ “แซม” พรชัย ยวนยี และ “แม็ค” สินบุรี ซึ่งถูกกล่าวหาว่าร่วมการชุมนุมเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2564 และปาระเบิดเพลิงใส่พระบรมฉายาลักษณ์ โดยทนายความได้ยื่นประกันทั้ง 2 คนจากทะลุฟ้าเมื่อวันที่ 23 ก.ย. 2565 แต่ศาลยังไม่อนุญาตให้ประกันตัว

แบงค์” ณัฐพล : หมอบอกว่าผมเป็นซึมเศร้า 


วันนี้แบงค์มาในชุดนักโทษสีฟ้า แววตาดูเหนื่อยไม่สดใส เขาบอกว่าวันพฤหัส (22 ก.ย.) ได้พบหมอจิตเวช โดยเป็นการไปตามนัดหมอ ตั้งแต่ติดโควิดครั้งก่อน และถูกประเมินว่าเป็น “ผู้ป่วย” เขาก็ต้องไปตามนัดตรวจประเมินของหมอมาตลอด แบงค์บอกว่าเขาไม่ได้เล่าเพราะปกติไปตรวจแปปเดียวก็เสร็จ เขาบอกว่า หมอไม่ได้ตรวจอะไรเยอะ ถามว่าเป็นไงบ้าง แล้วก็ให้ยาเหมือนเดิม


สำหรับผลการตรวจสุขภาพจิตรอบล่าสุดของแบงค์ หมอบอกว่าผมเข้าข่ายเป็น “ซึมเศร้า” รอบก่อนบอกว่าเป็นเป็น “โรคจิต” ตอนนี้ผมก็ไม่รู้เลยว่าจริง ๆ แล้ว ผมป่วยเป็นอะไรกันแน่ รอบนี้หมอให้ปรับยา หมอบอกว่าเป็นยากล่อมประสาท ลดความรู้สึกเศร้า  


ยาใหม่ผมยังไม่ได้กิน ไม่กล้ากิน ผมกลัวมันหงุดหงิด เครียดกว่าเดิม เพราะยาตัวก่อนมันเป็น ผมเลยหยุดยาไป ผมไม่ชอบมันหงุดหงิด อีก 2 สัปดาห์ หมอให้ไปพบอีก แต่ผมว่าจะไม่ไปแล้ว” เขาเล่าให้ฟังแบบนั้น

เมื่อถามต่อว่าทำไมแบงค์ถึงไม่อยากไป เขาบอกว่า “ผมขี้เกียจไปรอพี่ รอบนี้เรียกผมไปตั้งแต่ 8 โมงเช้าให้ผมไปนั่งรออยู่หน้าแดนจนถึงเที่ยงกว่าถึงมีรถมาพาไปโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ไปถึงรอหมอ ได้ตรวจตอนบ่าย ตรวจจริง 10-15 นาทีก็เสร็จ หมอถามแค่ว่าเป็นยังไงบ้าง”

เขาบอกว่าตอนนั่งรอไปโรงพยาบาล ทั้งเครียด ทั้งหงุดหงิด และอึดอัด  เพราะทำได้แค่รอ จึงบอกหมอว่าจะไม่มาอีกแล้ว หมอจึงบอกกับเขาว่า เดี๋ยวจะเข้ามาตรวจที่นี่

ปกติผมทำกับข้าวให้เพื่อนกิน แค่ผมได้ทำกับข้าว ทำอาหาร ผมเห็นเพื่อนกิน ผมก็มีความสุขแล้ว แต่ตอนนี้ทำกับข้าวผมก็ไม่มีความสุขเลย เหมือนไม่รู้สึกอะไรเลย นอกจากอยากออกไปจากตรงนี้แล้ว ผมไม่รู้เรื่องแฟนผมเลย ไม่รู้เป็นยังไงบ้าง แฟนไม่มีเวลามาเยี่ยมเลย แฟนจะส่งแค่ของมาให้ ผมเป็นห่วงแฟน อยู่ในนี้สำหรับผมมันว่างเปล่ามาก ๆ”


ตลอดการพูดคุยแบงค์มีท่าทางเครียด เบื่อหน่าย สายตามองไปข้างนอก มองไปที่อื่นตลอดเวลา และกัดเล็บเป็นระยะ


ต้อม” จตุพล – “ใหญ่” พิชัย : ทำไมคดีฆ่าคนตาย ศาลให้ประกันตัวได้


ต้อมพูดถึงการไม่ได้ประกันตัวด้วยน้ำเสียงค่อนข้างโกรธและขึงขังว่า “ทำไมคดีฆ่าคนตาย ศาลให้ประกันตัวได้ ด้วยวงเงิน 200,000 บาท และติดกำไล EM แล้วทำไมคดีชุมนุมศาลไม่ให้ประกันตัว ทำไมศาลบอกว่ากลัวพวกผมจะไปกระทำซ้ำอีก แล้วคดีฆ่าคนตาย ศาลไม่กลัวออกไปกระทำซ้ำบ้างเหรอครับ”


เขาแสดงความคิดเห็นต่อว่า “ทั้งที่นักโทษการเมืองออกมาเคลื่อนไหวเพื่อสังคมที่ดีขึ้น แล้วทำไม คุณคิดว่านักโทษการเมืองเป็นศัตรูกับคุณอยู่อีก ถ้าพวกคุณมาเป็นพวกผม พวกคุณจะได้รู้ว่าทำไมพวกผมถึงออกมาเรียกร้อง” 

พวกคุณลองคิดว่าพวกคุณเป็นคนจนที่ถูกกดขี่อยู่ คิดเหรอว่าพวกลูกหลานพวกคุณจะไม่ออกมาเรียกร้องแบบที่พวกผมออกมาเรียกร้อง ใช่สิครับ พวกคุณมีหน้าที่การงานที่ดี มีเงินเดือนสูง แล้วทำไมพวกคุณไม่ลองมองมาที่คนที่ต่ำกว่าละครับ มองมาที่พวกผมบ้าง มองให้เห็นปัญหาของพวกผมบ้าง คนที่ต่ำกว่า หรือคนที่ไม่มีเงิน พวกคุณคิดว่าจะทำอะไรกับเค้าก็ได้เหรอครับ”

ถ้าคุณคิดงั้น คุณคิดผิดแล้วครับ เพราะผมไม่ใช่คนเห็นแก่ตัว ไม่เห็นแก่เงิน ถึงผมจะจน แต่ขอพูดไว้เลยว่า ผมจะไม่ก้มหัวให้เผด็จการแน่นอน ถึงพวกคุณเอาผมมาขังก็ตาม ผมก็ยังยืนยังคำเดิมว่าผมจะไม่ก้มหัวให้เผด็จการ เพราะการต่อสู้ครั้งนี้เป็นการต่อสู้เพื่อลูกหลานผม  ผมเลยยอมแพ้ไม่ได้ ถ้ายอมแพ้ผมก็ตาย สู้ผมก็ตาย ผมยอมสู้ตายดีกว่า เพราะยังไงก็ได้สู้ ดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย”


ขณะที่ “ใหญ่” ในช่วงแรกกล่าวทักอย่างยิ้มแย้ม แต่เมื่อได้ทราบเรื่องผลการไม่ได้ประกันตัว ใหญ่มีท่าทางที่เครียดขึ้นมาทันที และถามถึงเรื่องการประกันอีกครั้ง เขากล่าวว่า

ประกันไม่ได้อย่างนี้ จะประกันตัวพร้อมผมอีกครั้งเมื่อไหร่ แล้วศาลจะให้ประกันพวกผมเมื่อไหร่ ตอนนี้ผมเครียด  น้อง ๆ ก็เครียด มีป่วยกัน 3 คน เหมือนเป็นไข้กัน ยิ่งอยู่นานเข้าผมก็เครียดขึ้นเรื่อย ๆ ถามว่าอยู่ได้ไหม มันก็อยู่ได้แหละ แต่มันอยู่ไปวัน ๆ เบื่อ ๆ เซ็ง ๆ กันไป”


ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ศาลจะให้ความเป็นธรรมกับพวกผมบ้าง” เขากล่าวทิ้งท้าย


พรชัย ยวนยี – สินบุรี แสนกล้า : อัยการมีความเห็นสั่งฟ้องแล้ว


ภายหลังทนายแจ้งเรื่องอัยการจะมีคำสั่งฟ้องคดีภายในวันนี้ (23 ก.ย.) แล้วในคดีของแซมและแม็ค 


แซมกล่าวว่า “ผมอยากจะฝากถามว่าทำไมฝากขังครบ 84 วัน แล้ววันสุดท้ายอัยการค่อยมาสั่งฟ้อง แบบนี้เป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองหรือไม่ พวกผมเหมือนโดนฝากขังลอย ขอประกันก็ไม่ได้ คดีฆ่าคนตายทำไมได้ประกัน แต่พวกผมไม่ได้” 


ทางด้านแม็คอกว่า “ผมยังไหวอยู่ อยู่ข้างในก็อ่านหนังสือกัน ก็คลายเครียดได้อยู่ ตอนนี้มันก็จะเหงาหน่อย เพราะเพื่อนออกไปหมดแล้ว แต่ก็ยังได้อยู่ ถ้าได้ออกก็ดีกว่าแหละ แต่ถ้าออก ก็อยากออกพร้อมพี่แซม” 


นอกจากนี้แม็คได้ฝากให้ช่วยบอกครอบครัวว่าเขายังสบายดี ไม่ต้องเป็นห่วง เดี๋ยวเจอกัน


สมบัติ ทองย้อย : หากศาลอนุญาตให้ประกันตัว คงได้กลับไปทำงานเสียที


ทนายความสังเกตว่าสีหน้าของสมบัติยังคงดูเหนื่อยและไม่สดชื่น สันนิษฐานว่าอาจเป็นผลมาจากอาการป่วยในช่วงที่ผ่านมา โดยอาการป่วยที่เกิดขึ้นกับสมบัติรวมถึงกลุ่มทะลุแก๊สเป็นเพราะอากาศเปลี่ยนแปลง โดยสมบัติเริ่มมีอาการป่วยตัวร้อนในวันอาทิตย์ (18 ก.ย.) อาการโดยรวมมีไอ เจ็บคอ ตอนกลางวันนอนพักอยู่ในห้องสมุด เขาเล่าว่าปกติไม่ค่อยป่วย แต่พอป่วยก็ป่วยหนักจนที่บ้านเป็นห่วง


สมบัติบอกว่าตอนที่ป่วย เขาได้กินยาและพบหมอ รวมถึงได้ตรวจโควิดแล้ว แต่ผลตรวจออกมาว่าไม่ได้เป็นโควิด ตอนนี้อาการของเขาดีขึ้นมากแล้ว นอกจากนี้ยังได้รับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ในเรือนจำไปเมื่อเดือนที่แล้วด้วย


สำหรับเรื่องการประกัน เขายังหวังให้ศาลอนุญาตให้ประกันตัวเพราะช่วงเวลานี้ หากอยู่ข้างนอกเขาจะสามารถรับงานได้เยอะ เป็นช่วงเวลาที่มีลูกค้าจำนวนมาก (สมบัติทำงานติดตั้ง-รับซ่อมดูแลเครื่องกรองน้ำ)


สมบัติได้ฝากขอบคุณแอมเนสตี้และข้อความที่มีคนส่งมา ทั้ง 40 ข้อความ


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #TLHR #ปล่อยเพื่อนเรา 

วันจันทร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2565

"ทะลุฟ้า" ยื่นจดหมาย 6 สถานทูตที่เข้าร่วมประชุมเอเปค พ.ย. นี้ ชี้ รัฐไทยใช้กฎหมายคุมขังผู้เห็นต่างทางเมืองอย่างไม่เป็นธรรม

 


"ทะลุฟ้า" ยื่นจดหมาย 6 สถานทูตที่เข้าร่วมประชุมเอเปค พ.ย. นี้  ชี้ รัฐไทยใช้กฎหมายคุมขังผู้เห็นต่างทางเมืองอย่างไม่เป็นธรรม 


วันนี้ (26 ก.ย.65 ) เวลา 09.30 น. กลุ่มทะลุฟ้า นัดหมายที่สถานีรถไฟฟ้า BTS เพลินจิต เพื่อเคลื่อนขบวนไปยื่นหนังสือถึงสถานทูต รายงานสถานการณ์ทางการเมืองของประเทศไทย แก่ผู้เข้าร่วมประชุมเอเปค


โดยได้เคลื่อนขบวนไปตามสถานทูตประเทศต่าง ๆ ทั้งหมด 6  แห่ง ตามลำดับได้แก่ สถานทูตเวียดนาม อเมริกา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย เม็กซิโก และ สถานทูตสิงคโปร์  ประจำประเทศไทย


ด้านตัวแทนทะลุฟ้า กล่าวว่า ทะลุฟ้ามายื่นหนังสือในวันนี้ เพราะว่าการประชุมเอเปคกำลังใกล้เข้ามาแล้ว พวกเราอยากแจ้งสถานทูตต่าง ๆ ที่จะมาเข้าร่วมประชุมเอเปคในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้ ถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง   ซึ่งในตอนนี้มีนักเคลื่อนไหวทางการเมืองที่เป็นเพียงประชาชนที่เพียงแค่ต้องการส่งเสียงเรียกร้องเสรีภาพ หรือแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างจากรัฐบาล กลับถูกจับกุมคุมขังและไม่ได้รับสิทธิในการประกันตัว รวมถึงสถานการณ์การอยู่ภายใต้อำนาจที่กดขี่ ทำให้ประชาชนถูกพรากอิสรภาพไป ไม่สามารถส่งเสียงออกมาได้


พวกเราจึงมาแจ้งสถานการณ์ของประเทศไทยที่กล่าวอ้างตัวเองว่าเป็นประชาธิปไตย และเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปคที่กำลังจะมาถึง ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศตอนนี้ ตลอดระยะเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา มีประชาชนที่ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยและแสดงออกทางการเมือง ได้ถูกดำเนินคดีโดยกฎหมายมาตรา 112 และมาตรา 116 ซึ่งตอนนี้ได้ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำทั้งสิ้น 22 คน ซึ่งทั้งหมดเป็นกลุ่มคนที่ไม่ได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานในการประกันตัว เราจึงมายื่นหนังสือในวันนี้ เพื่อให้ตัวแทนสถานทูตต่าง ๆ ได้รับรู้ ตัวแทนทะลุฟ้า กล่าว


สำหรับการเคลื่อนขบวนยื่นหนังสือ โดยสถานเอกอัครราชทูตเวียดนามประจำประเทศไทยเป็นที่แรก โดยให้ตำรวจเป็นตัวแทนรับมอบ ตามด้วยสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นตัวแทนออกมารับหนังสือ จากนั้นเคลื่อนไปยังสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย โดยมีตัวแทนที่เป็นเจ้าหน้าที่ของสถานทูตเป็นตัวแทนรับหนังสือ ต่อมาเคลื่อนไปยังสถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย ซึ่งเป็นที่แรกที่มอบหมายให้ตัวแทนทูตออกมารับหนังสือจากกลุ่มฯ จากนั้นขบวนได้หยุดพักทานข้าว


ต่อมา 12.10 น. เคลื่อนขบวนต่อไปยังสถานเอกอัครราชทูตเม็กซิโกประจำประเทศไทย ซึ่งส่งตัวแทนทูตออกมารับหนังสือ และตามด้วยสถานเอกอัครราชทูตสิงคโปร์ประจำประเทศไทย ซึ่งอนุญาตให้ตัวแทนกลุ่ม 3 คน เข้าไปพบด้านในสถานทูต และเมื่อตัวแทนกลุ่มเดินทางออกมา "ปูน ทะลุฟ้า" เป็นตัวแทนอ่านแถลงการณ์ "ส่งเสียงทะลุฟ้าสื่อสารทะลุโลก" และยุติกิจกรรมในเวลา 13.25 น. 


สำหรับบรรยากาศการเคลื่อนขบวน นำโดยรถขยายเสียงที่ติดป้ายผ้าข้อความว่าระบุว่า Free our Friends ( ปล่อยเพื่อนของเรา) และอีกด้านหนึ่งติดป้ายขัอความว่า Freedom is our Right (เสรีภาพคือสิทธิของเรา) พร้อมทั้งติดรูปภาพผู้ต้องขังทางการเมืองที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำขณะนี้ และตามด้วยรถยนต์ 2 คัน และรถจักรยานยนต์อีกจำนวนหนึ่ง รวมถึงบางส่วนใช้วิธีเดินเท้า จากสถานทูตเวียดนาม ไปสิ้นสุดสถานทูตสิงคโปร์ ตั้งแต่บริเวณถนนวิทยุ - ถนนสาทรใต้ ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายตลอดเวลา 


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #ทะลุฟ้า #ม็อบ26กันยา65 #ทะลุโลกV2 #ปล่อยเพื่อนเรา




ศาลแพ่งยกฟ้อง “ประยุทธ์-ประวิตร-สุวัฒน์” หลังกลุ่มนักศึกษายื่นฟ้อง การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ศาลชี้ ใช้อำนาจรักษาความมั่นคงของรัฐ ไม่ได้ทำเกินกว่าเหตุ


ศาลแพ่งยกฟ้อง “ประยุทธ์-ประวิตร-สุวัฒน์” หลังกลุ่มนักศึกษายื่นฟ้อง การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ศาลชี้ ใช้อำนาจรักษาความมั่นคงของรัฐ ไม่ได้ทำเกินกว่าเหตุ

 

วันนี้ (26 ก.ย. 2565) เวลา 09.00 น. ศาลแพ่ง​นัดอ่านคำพิพากษาในคดีที่นักกิจกรรมและนักศึกษารวม 7 คนร่วมกันเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข สำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกระทรวงการคลัง เป็นจำเลยที่ 1-6 ตามลำดับ จากการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร ช่วงระหว่างวันที่ 15 - 22 ต.ค. 2563 และขอให้ชดเชยค่าเสียหายให้กับโจทก์ทั้ง 7 คน โดยมีนางสาวศุกรียา วรรณายุวัฒน์ นิสิตคณะครุศาสตร์ ชั้นปีที่ 4 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมทนายมารับฟังการอ่านคำพิพากษา

นางสาวศุกรียา ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าไปรับฟังคำพิพากษา ระบุว่า เวลาผ่านมานาน 2 ปีแล้ว ด้วยกระบวนการยุติธรรมที่ล่าช้า แม้ตอนนี้กำลังจะยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินก็ตาม แต่เวลาที่ผ่านมาความเสียหายมันเกิดขึ้นไปแล้ว รวมไปถึงยังไม่มีใครได้รับการชดเชยจากความเสียหายที่เกิดขึ้น มีคนติดคุกทั้งจากคดีเกี่ยวกับ พ.ร.ก.ฉุกเฉินและมาตราอื่น ๆ จึงอยากให้สังคมสนใจและให้ความยุติธรรมเกิดขึ้นกับคนเหล่านี้

 

สิ่งที่ควรจะทำทันทีหลังจากยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินคือปล่อยตัวผู้ที่โดนคดีทันที พร้อมชดเชย เยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างความเป็นธรรม ตนเองยืนยันในความเสียหายที่เกิดขึ้น เราต่างก็รู้ว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉินมันไม่ได้มีไว้เพื่อควบคุมโรคแล้ว มีไว้เพื่อควบคุมเรื่องที่เกี่ยวกับการเมือง ซึ่งก็ควรมีมาตรการต่อไปว่าในอนาคตมันจะเป็นอย่างไร”

 

ส่วนการนัดฟังคำพิพากษาวันนี้นั้น นางสาวศุกรียา ระบุว่า ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก เพราะคดี พ.ร.บ.ชุมนุมก็เพิ่งจะแพ้มา แต่ก็หวังลึก ๆ ว่าศาลแพ่งอาจจะไม่เหมือนที่อื่น ส่วนการที่ศาลยกฟ้องนั้น เราก็ไม่ได้แปลกใจเท่าไหร่ แค่ผิดหวังมากกว่า

 

ภายหลังจากศาลแพ่งได้อ่านคำพิพากษาว่ามีคำสั่งยกฟ้อง นางสาวศุกรียา ระบุว่า ศาลพิพากษายกฟ้อง จากการกระทำทั้งหมดจำเลยที่เราฟ้องไป ศาลเห็นว่าเป็นไปตามอำนาจ และหน้าที่เพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ รวมไปถึงการสลายการชุมนุมในช่วงวันที่ 14 - 16 ตุลาคม 63 ไม่ได้เป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุและสมเหตุสมผล ส่วนการสลายการชุมนุมที่แยกปทุมวันก็เป็นพื้นที่ของบุคคลสำคัญ จึงต้องรักษาความปลอดภัย

 

#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรกฉุกเฉิน

ศาลอุทธรณ์ไม่ให้ประกัน ‘สมบัติ ทองย้อย’ คดี ม.112 ชี้ ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม แม้ทนายจะยื่นเหตุผลการเป็นเสาหลักของครอบครัว และยินยอมกำหนดเงื่อนไข

 


ศาลอุทธรณ์ไม่ให้ประกัน ‘สมบัติ ทองย้อย’ คดี 112 ชี้ ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม แม้ทนายจะยื่นเหตุผลการเป็นเสาหลักของครอบครัว และยินยอมกำหนดเงื่อนไข

 

เมื่อวันที่ 26 ก.ย. 2565  ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่ให้ประกันตัว สมบัติ ทองย้อย ในคดี ม.112 เห็นว่าศาลอุทธรณ์เคยไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์มาแล้ว และเหตุตามคำร้องไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ทั้งนี้คำร้องขอประกันตัวครั้งที่ 2 นี่ เพิ่มเหตุจำเป็นในการเป็นเสาหลักในการดูแลครอบครัวของสมบัติ และการยินยอมให้ศาลกำหนดเงื่อนไขการประกันตัวต่าง ๆ ทำให้วันนี้ “สมบัติ” ยังถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครต่อไป

 

ทนายความฯ รายงานต่อว่า ในส่วนของ “สมบัติ ทองย้อย” คำร้องได้ขอวางหลักประกันเป็นเงิน 3 แสนบาท และยินยอมให้ติดอุปกรณ์ EM หรือการกำหนดเงื่อนไขอื่น ๆ ของศาล

 

แต่ทางศาลก็ยังยืนคำสั่งเดิม ทำให้การถูกคุมขังของจำเลยจะส่งผลกระทบต่อครอบครัวอย่างมาก

 

สำหรับ “สมบัติ ทองย้อย” อดีตการ์ดเสื้อแดง ถูกศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาจำคุก 6 ปี โดยไม่รอลงอาญา ในข้อหาตามมาตรา 112 กรณีโพสต์ข้อความ “กล้ามาก เก่งมาก ขอบใจนะ” พร้อมกับอีก 2 ข้อความ ก่อนศาลอุทธรณ์จะไม่อนุญาตให้ประกันตัวระหว่างต่อสู้คดีต่อชั้นอุทธรณ์ ทำให้สมบัติถูกคุมขังมาตั้งแต่วันที่ 28 เม.ย. 2565

 

#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #ยกเลิก112