วันศุกร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

ตำรวจร้องขอถอนประกัน 4 จำเลย คดี 19 กันยา สมยศ, ภัทรพงศ์, ชินวัตร และ ณัฐชนน เหตุถูกดำเนินคดีชุมนุมหน้าศาลอาญา ศาลเลื่อนนัดไต่สวนไป 22 มิถุนายน นี้

 


ตำรวจร้องขอถอนประกัน 4 จำเลย คดี 19 กันยา สมยศ, ภัทรพงศ์, ชินวัตร และ ณัฐชนน เหตุถูกดำเนินคดีชุมนุมหน้าศาลอาญา ศาลเลื่อนนัดไต่สวนไป 22 มิถุนายน นี้ 


ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2564 ที่ศาลอาญา รัชดา ห้องพิจารณา 914 มีนัดสืบพยานในคดีชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร ที่สนามหลวงและมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เมื่อวันที่ 19-20 ก.ย. 63 ซึ่งมีผู้ถูกฟ้องคดีเป็นนักกิจกรรม “ราษฎร” รวมทั้งสิ้น 22 คน โดย 7 คน ถูกฟ้องในฐานความผิด “หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ” และเป็นคดี 112 คดีแรกที่อัยการยื่นฟ้อง จากเหตุการณ์ชุมนุมตั้งแต่ช่วงกลางปี 2563 เป็นต้นมา  


ก่อนหน้านี้ทนายความได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนการสืบพยานในคดีช่วงเดือนพฤษภาคมและมิถุนายนออกไป เนื่องจากจำเลยและทนายจำเลยหลายคนติดโควิด หรือต้องกักตัวดูอาการหลังสัมผัสใกล้ชิดผู้ติดเชื้อ และเจ้าหน้าที่ศาลได้ติดต่อแจ้งว่าศาลมีคำสั่งให้เลื่อนคดีออกไป หากแต่ต่อมา เจ้าหน้าที่ศาลได้ติดต่อว่าต้องให้ทนายและจำเลยที่สามารถเดินทางมาได้เดินทางมาศาลในวันนัดนี้ก่อน เพื่อมีคำสั่งทางคดีต่อหน้าคู่ความ


ด้านห้องพิจารณาคดีมีเจ้าหน้าที่ศาลและตำรวจคอยรักษาความสงบเรียบร้อย 3-4 นาย มีการตั้งจุดเรียกเก็บอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และโทรศัพท์มือถือของผู้เข้าห้องพิจารณาทุกคน ด้านจำเลยในคดีนี้เดินทางมาศาลได้จำนวน 6 คน และมีผู้รับมอบฉันทะจากทนายจำเลยที่ไม่สามารถมาศาลได้ เดินทางมาแทนด้วย


จำเลยที่ไม่ได้เดินทางมาศาลจำนวน 16 คน มีผู้ที่ติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 จำนวน 4 คน  และทนาย 1 คน ซึ่งทั้งหมดอยู่ในระหว่างรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล นอกจากนี้ยังมีจำเลยที่มีประวัติใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 และจะต้องทำการกักตัวเป็นระยะเวลา 14 วัน รวมทั้งยังไม่สามารถเดินทางมาจากต่างจังหวัดได้ 


ทนายจำเลยแต่ละรายที่มาศาลได้ ได้แถลงถึงเหตุจำเป็นในช่วงสถานการณ์ระบาดของโควิด-19 นี้ ทำให้จำเลยต้องรับการรักษาอาการ ต้องกักตัว หรือไม่สามารถเดินทางมาจากต่างจังหวัดได้ เนื่องจากมีการประกาศพื้นที่ควบคุมสูงสุด ทำให้ต้องเลื่อนการพิจารณาคดีออกไปก่อน พร้อมยื่นคําร้องขอเลื่อนคดีเพิ่มเติม


ทางฝ่ายอัยการโจทก์แถลงไม่คัดค้านการเลื่อนคดี แต่ต้องยกเลิกการส่งหมายเรียกพยานที่นัดไว้เดิม และต้องขอหมายเรียกพยานพร้อมแจ้งวันนัดใหม่ และขอให้ศาลกําหนดวันนัดพร้อมก่อนวันนัดสืบพยานโจทก์อีกครั้ง เพื่อสะดวกในการบริหารจัดการคดี


ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าจําเลย 4 ราย และทนายจําเลย 1 ราย ติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 และอยู่ในระหว่างรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล จำเลยอีก 7 ราย อยู่ในระหว่างกักตัว กรณีมีเหตุสมควรจึงต้องเลื่อนคดีไป 


ศาลได้กำหนดวันนัดพร้อมเพื่อกําหนดแนวทางการบริหารจัดการคดีในวันที่ 22 มิถุนายน 2564 เวลา 09.00 น. และให้ยกเลิกวันนัดสืบพยานโจทก์ในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน 2564 ที่นัดไว้เดิม ยกเว้นวันที่ 22 มิถุนายน 2564 ส่วนนัดอื่นให้คงไว้เดิม


ทั้งนี้ คดีนี้ได้มีการนัดสืบพยานล่วงหน้าไว้ โดยหลังจากวันที่ 22 มิถุนายน จะมีวันนัดสืบพยานที่กำหนดไว้ คือวันที่ 8-9 กรกฎาคมเป็นต้นไป 


++ พนักงานสอบสวนยื่นขอถอนประกัน 4 จำเลย เหตุถูกกล่าวหา “ดูหมิ่นศาล” ++ 


ในวันเดียวกันนี้ ศาลยังได้นัดไต่สวนคำร้องขอถอนประกันตัวจำเลย 4 ราย ในคดีนี้ ได้แก่ สมยศ พฤกษาเกษมสุข, ชินวัตร จันทร์กระจ่าง, ณัฐชนน ไพโรจน์ และ ภัทรพงศ์ น้อยผาง เนื่องจากพนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม ได้มายื่นคำร้องไว้ 


พนักงานสอบสวนอ้างเหตุจากการที่จำเลยทั้งสี่ได้กระทำการละเมิดเงื่อนไขการปล่อยตัวชั่วคราว โดยต่างไปถูกกล่าวหาดำเนินคดีสืบเนื่องจากเหตุชุมนุมหน้าศาลอาญา รัชดา เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้ต้องขังในคดีทางการเมือง เมื่อวันที่ 29-30 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยทั้งสี่ได้ถูกศาลอาญาออกหมายจับในข้อหา “ดูหมิ่นศาล” และข้อหาอื่นๆ จากการเข้าร่วมการชุมนุมดังกล่าว 


ในการนัดไต่สวนคำร้องขอถอนประกันตัว สมยศ พฤกษาเกษมสุข ได้แถลงว่าเนื่องจากวันนี้เพิ่งได้รับหมายนัดไต่สวน ยังไม่ได้รับสําเนาคําร้อง และเนื่องจากวันนี้ทนายความจําเลยที่ 4 ติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ไม่สามารถมาศาลได้ จึงจะขออนุญาตศาลเลื่อนคดีออกไปก่อน


ขณะที่ทนายความได้แถลงว่าณัฐชนนเองก็ป่วย และกำลังเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล โดยยื่นสำเนาใบรับรองแพทย์ประกอบต่อศาล ส่วนชินวัตรและภัทรพงศ์ก็ต้องกักตัวเนื่องจากสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยโควิด ทั้งสามคนจึงไม่อาจมาศาลได้ จึงขอเลื่อนการไต่สวนคดีออกไปก่อน 


ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่ากรณีมีเหตุจําเป็น จึงให้เลื่อนไปนัดไต่สวนคําร้องขอเพิกถอนคําสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวของทั้งสี่คน ไปเป็นวันที่ 22 มิ.ย. 64 เวลา 09.00 น.


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์

อัยการเลื่อนฟังคำสั่ง ม.112 มายด์ และแนวร่วมราษฎร คดีชุมนุมหน้ารัฐสภาเมื่อ 24 ก.ย.63 ไป 15 กรกฎาคม นี้ เผยไม่ได้ติดต่อกับทัตเทพนานแล้ว

 


อัยการเลื่อนฟังคำสั่ง ม.112 มายด์ และแนวร่วมราษฎร คดีชุมนุมหน้ารัฐสภาเมื่อ 24 ก.ย. 63 ไป 15 กรกฎาคม นี้ เผยไม่ได้ติดต่อกับทัตเทพนานแล้ว


วันนี้ (21 พ.ค. 64 ) ที่สำนักอัยการศาลสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก ทนายความผู้รับมอบอำนาจเป็นตัวแทน ได้เดินทางมาฟังคำสั่งคดีที่พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาล (สน.) บางโพ มีความเห็นสั่งฟ้อง แนวร่วมกลุ่มราษฎร ได้แก่ ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือ มายด์, จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ หรือ อั๋ว, ชนินทร์ วงษ์ศรี หรือบอล, เกียรติชัย ตั้งภรณ์พรรณ หรือ บิ๊ก และ ทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี หรือ ฟอร์ด รวม 5 คน ต่ออัยการ ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และมาตรา 215 และ ฝ่าฝืน พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ กรณีร่วมชุมนุมที่บริเวณแยกเกียกกาย หน้าอาคารรัฐสภา เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2563 ที่ผ่านมา


ภัสราวลีเปิดเผยทางโทรศัพท์ว่า อัยการได้นัดฟังคำสั่งคดีนี้อีกครั้งในวันที่ 15 กรกฎาคมนี้ เวลา 10.00 น. ส่วนสาเหตุที่เลื่อนอัยการไม่ได้ชี้แจงเหตุผล แต่คาดว่าน่าจะเกี่ยวเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 


สำหรับกรณีของทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี หรือ ฟอร์ด แกนนำเยาวชนปลดแอก หนึ่งในผู้ถูกกล่าวหาในคดีนี้ ซึ่งไม่ได้เดินทางมาตามนัดส่งสำนวนคดีเมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา ภัสราวลีปฏิเสธที่จะให้ความเห็น โดยระบุว่าไม่ได้ติดต่อกับทัตเทพมานานแล้ว จึงไม่ทราบรายละเอียด แต่ในวันที่ 15 กรกฎาคมนี้ อัยการนัดฟังคำสั่งคดีพร้อมกันทั้ง 5 คนที่ถูกตั้งข้อกล่าวหาในคดีนี้


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์

“บิ๊กคลีนนิ่งเดย์” อีกหนึ่งวันที่เจ็บปวดของฝ่ายประชาธิปไตย ที่หลักฐานการฆ่าประชาชนกลางเมืองถูกทำลายจนหมดสิ้น

 




“บิ๊กคลีนนิ่งเดย์” อีกหนึ่งวันที่เจ็บปวดของฝ่ายประชาธิปไตย ที่หลักฐานการฆ่าประชาชนกลางเมืองถูกทำลายจนหมดสิ้น

 

หลังการสลายการชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในยุทธการกระชับวงล้อมพื้นที่ราชประสงค์ของรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้จบลงในวันที่ 19 พ.ค. 53 โดยมีประชาชนเสียชีวิตร่วมร้อย บาดเจ็บนับพันราย อันเป็นผลจากปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ทหาร ซึ่งอยู่ในการควบคุมของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ ศอฉ. โดยมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นผู้อำนวยการ

 

ต่อมา ศอฉ. ได้ส่งมอบพื้นที่การชุมนุมให้กับกรุงเทพมหานครเพื่อดำเนินการทำความสะอาดและปรับปรุงพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย และในวันที่ 23 พ.ค. 53 ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัทธ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ในขณะนั้น) ได้นำเจ้าหน้าที่ในสังกัดกรุงเทพมหานครและประชาชนจิตอาสากว่า 3,000 คนร่วมกันระดมเข้าฉีดน้ำล้างทำความสะอาดถนน ทางเท้า ทาสีทับบริเวณเสา สะพาน สถานที่และถนนสายต่าง ๆ ทุกพื้นที่การชุมนุมและที่มีการฆ่าประชาชนในเหตุการณ์พฤษภา 53

 

ที่เฟซบุ๊ก Weng Tojirakarn ได้เคยโพสต์ถึง “บิ๊กคลีนนิ่งเดย์” เมื่อ 23 พ.ค. 63 โดยคุณหมอเหวงได้ให้ความเห็นเอาไว้ว่า

 

“บิ๊กคลีนนิ่งเดย์” คือวันจงใจทำลายหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ของการฆ่าประชาชนสองมือเปล่ากลางเมืองเมื่อพฤษภา 53 ไปจนหมดสิ้น

 

ทุกคนที่ไม่ได้เรียนกฎหมาย ไม่ได้เรียนตำรวจ ไม่ได้เกี่ยวข้องทางด้านนิติศาสตร์เลยแม้แต่น้อย ก็พอจะรู้ว่าในคดีอาชญากรรมทุก ๆ คดี หลักฐานเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการที่จะนำอาชญากรมาดำเนินคดี

 

ดังนั้นอาชญากรที่มีสติปัญญาไหวพริบในการก่ออาชญากรรมทุกคนล้วนทำลายหลักฐานของการก่ออาชญากรรมของตนให้ไม่เหลือหลอเพื่อที่ตนเองจะได้พ้นเงื้อมมือกฎหมายลอยนวลภายหลังการก่ออาชญากรรมไปได้เพื่อไปก่ออาชญากรรมครั้งต่อ ๆ ไป

 

“การฆ่าประชาชนสองมือเปล่ากลางเมืองเมื่อพฤษภาคม 2553” น่าจะเริ่มลงมือภายหลังจาก “เล็งยิงกบาลเสธ.แดง พล.ต.แห่งกองทัพบก โดยการดำเนินไปตามแผนอำมหิตของศอฉ.” เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2553

 

ซึ่งใน “เสนาธิปัตย์” วารสารกรมยุทธศึกษาทหารบกได้เขียนไว้ชัดเจนว่า ต้องกำจัด “เสธ.แดง” ภายหลังกำจัดฝ่ายนำทางการเมืองคือ วีระ มุสิกพงศ์ ได้แล้ว

 

ฝ่ายศอฉ.ถือว่า “เสธ.แดง” เป็นฝ่ายนำทางการทหาร

ซึ่งเป็นเรื่องโกหก เพราะคนเสื้อแดงนปช.ไม่มีกองกำลังติดอาวุธ ไม่ได้ต่อสู้ด้วยอาวุธ เป็นเพียงการต่อสู้ทางการเมืองล้วน ๆ

 

จึงเริ่มมีการเล็งยิงประชาชนกระจายเป็นบริเวณกว้าง ตั้งแต่สนามมวยลุมพินี (เดิม)  ที่ถนนพระราม4 แถวบ่อนไก่ แถวสี่แยกสวนลุมพินี ตัดถนนสาธร แถวถนนสีลม แถวถนนราชปรารภ แถวประตูน้ำ แถวสามเหลี่ยมดินแดง แถวอนุสาวรีย์ชัย แถวถนนสีลม แถวถนนสุขุมวิทพุ่งตรงไปยังเซ็นทรัลชิดลม และบริเวณโดยรอบเวทีใหญ่สี่แยกราชประสงค์

 

ดังนั้นฆาตกร ทิ้งร่องรอยไว้จำนวนมาก ถ้าให้ผู้เชี่ยวชาญในการพิสูจน์หลักฐานที่เที่ยงธรรมเข้าไปเก็บหลักฐานทุกชนิด ตั้งแต่ภาพถ่ายไปจนถึงวัตถุต่าง ๆ ที่น่าสงสัย ก็จะสามารถปะติดปะต่อภาพของการ “ฆ่าประชาชนสองมือเปล่ากลางเมือง” ได้ไม่ยากและสาวลึกลงไปจนถึงชื่อพลทหาร นายทหาร ผู้บังคับบัญชาการฆ่าทั้งหมดได้

 

ดังนั้นฟากอาชญากรจึงสร้างกระแส “บิ๊กคลีนนิ่ง” ขึ้นมา เพื่อทำลายหลักฐานของการฆ่าประชาชนสองมือเปล่ากลางเมืองให้หมดสิ้น หรือให้มากที่สุดจนไม่อาจจะต่อภาพของการ “ฆ่าประชาชนกลางเมือง” ได้

พวกที่เข้าร่วมใน “บิ๊กคลีนนิ่ง” ก็รู้ดีว่า นี่คือการทำลายหลักฐานอย่างเป็นระบบครั้งมโหฬารและเจ้าหน้าที่รัฐฝ่ายความมั่นคงรวมไปถึงฝ่ายรักษาความยุติธรรมทั้งหลายก็รู้ดี แต่ไม่เห็นมีการห้ามปรามหรือ กล่าวถึงแม้สักนิด

 

นี่เป็นการชี้บ่งชัดเจนว่า เป็นการดำเนินการของ “ฝ่ายฆ่าประชาชน” ต้องการสร้างมาตรการที่ทำลายหลักฐานทั้งหมดทำให้ไม่สามารถสาวถึงตัวพวกเขาได้

 

ยิ่งเป็นการยืนยันว่า “การฆ่าประชาชนสองมือเปล่ากลางเมืองปี 2553 นั้น” เป็นการกระทำของฝ่ายรัฐ ฝ่ายศอฉ. ฝ่ายรัฐบาลอภิสิทธิ์ นั่นเอง

 

คนที่เข้าร่วมใน “บิ๊กคลีนนิ่ง” ครั้งนั้นก็ไม่ต่างอะไรจากเครื่องมือ หรือผู้ช่วยสำคัญในการฆ่าประชาชนสองมือเปล่ากลางเมือง ทางกฎหมายถือว่าเป็นผู้มีส่วนร่วมโดยตรงในการกระทำฆาตกรรม

 

#11ปีพฤษภา53 #บิ๊กคลีนนิ่งเดย์

#นปช #คนเสื้อแดง

#UDDnews #ยูดีดีนิวส์


ประมวลภาพกิจกรรม "บิ๊กคลีนนิ่งเดย์" 

(ขอบคุณทุกเจ้าของภาพ)
















วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

โตโต้และสมาชิกกลุ่มวีโว่ รวม 45 คน สวมชุด PPE ขึ้นศาล ให้การคดีอั้งยี่-ซ่องโจร "โตโต้" เผยศาลนัดพร้อมตรวจพยานหลักฐาน 12 ก.ค. นี้

 


โตโต้และสมาชิกกลุ่มวีโว่ รวม 45 คน สวมชุด PPE ขึ้นศาล ให้การคดีอั้งยี่-ซ่องโจร "โตโต้" เผยศาลนัดพร้อมตรวจพยานหลักฐาน 12 ก.ค. นี้


วันนี้ (20 พ.ค. 64) เวลา 09.00 น. ที่ ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลได้นัดสอบคำให้การในคดีหมายเลขดำ อ.920/2564 ที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องโตโต้ ปิยรัฐ จงเทพ จำเลยที่ 1 กับพวก รวม 45 คน ในความผิดฐานร่วมกันเป็นอั้งยี่ซ่องโจร, ร่วมกันชุมนุมทำกิจกรรมหรือการมั่วสุม, กระทำการซึ่งเป็นการก่อให้เกิดสภาวะที่ไม่ถูกสุขลักษณะ, ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง, หลบหนีไปจากการถูกคุมขังฯ




โดยในวันนี้สมาชิกกลุ่มวีโว่ ทั้งหมดใส่ชุดอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลหรือ ชุด PPE มาขึ้นศาล โดยนายปิยรัฐ จงเทพ เปิดเผยถึงสาเหตุการใส่ชุดดังกล่าวก่อนไปขึ้นศาลผ่านเพจเฟซบุ๊ก ระบุว่า อั้งยี่ #WEVO 45 คน ขึ้นศาลนัดแรก พร้อมชุดป้องกัน PPE เต็มสูตร กลัวว่าศาลจะมีเชื้อไวรัส


ต่อมาเมื่อเวลา 12.15 น. ภายหลังการพิจารณาของศาล ปิยรัฐกล่าวว่า เบื้องต้นมีการเซ็นรับคำฟ้องเป็นที่เรียบร้อย และศาลนัดหมายให้มีการนัดพร้อมอีกครั้งเพื่อตรวจสอบพยานหลักฐานในวันที่ 12 กรกฎาคมนี้


ทั้งนี้ ปิยรัฐ ได้เน้นย้ำในส่วนกรณีที่สมาชิกทั้ง 45 คน ได้สวมชุด PPE มาศาลนั้น ปิยรัฐระบุว่า ทางกลุ่มมองว่าหากสมาชิกมากันเยอะและมาจากหลายสถานที่ควรมีการป้องกันทั้งตนเองและส่วนรวม จึงมีการสวมชุด PPE ซึ่งศาลก็มีกระบวนการที่เข้มงวดมากขึ้น โดยการแยกสมาชิกเป็นกลุ่มละ 10 คน 




จากนั้นมีการให้ตรวจสอบทะเบียนของแต่ละคนว่าข้อมูลต่างๆ ถูกต้องหรือไม่ พร้อมทั้งมีการตรวจสอบอาวุธและเข้าไปภายในห้องเวรชี้ ซึ่งสมาชิกทุกคนได้นั่งเป็นแถว โดยมีการเว้นระยะห่าง เมื่อศาลได้อ่านคำฟ้องและเสร็จสิ้นกระบวนการนัดพร้อม มีการเซ็นรายงานและให้ทุกคนแยกย้ายกันกลับโดยออกมาด้านนอกครั้งละ 10 คนเหมือนเดิม 


อย่างไรก็ตาม กรณีดังกล่าวนี้เกิดขึ้นจากการที่สมาชิกกลุ่ม WeVo จำนวน 45 คน ถูกพนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2564 ในความผิดฐานอั้งยี่ซ่องโจรและข้อหาอื่น ๆ จากเหตุการณ์ที่ตำรวจจับกุมเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2564 บริเวณอาคารจอดรถห้างเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ สาขารัชโยธิน ซึ่งในวันดังกล่าวเป็นช่วงเดียวกับที่มีเหตุนัดชุมนุมของกลุ่ม REDEM หน้าศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์

ลูกชาย “เฮียซ้ง” อัพเดทอาการพ่อล่าสุด ความดันต่ำเล็กน้อย ปอดมีสภาพแย่ มีความเสี่ยงที่จะช็อคได้

 


ลูกชาย “เฮียซ้ง” อัพเดทอาการพ่อล่าสุด ความดันต่ำเล็กน้อย ปอดมีสภาพแย่ มีความเสี่ยงที่จะช็อคได้ 


ตามที่ นายศักดิ์ชัย ตั้งจิตสดุดี หรือ"เฮียซ้ง" 1 ใน 5 ผู้ต้องหาคดีล้อมรถ สน.ประชาชื่น ซึ่งได้รับการประกันตัวเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จากเรือนจำ  โดยผลเอกซเรย์พบว่าเชื้อลงปอด แพทย์ให้ยาต้านไวรัส และติดตามอาการวันต่อวัน 


โดยนายศุภกิจ ตั้งจิตสดุดี  หรือบอส บุตรชายได้แจ้งข่าวรายงานอาการพ่อตนเองแบบวันต่อวัน นั้น


วันนี้ (20 พ.ค. 64) "บอส" ได้แจ้งข่าวผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว"เฮียซ้ง"ระบุว่า


#อัพเดตการรักษาตัววันที่ 7


วันนี้ได้รับอัพเดตจากหมอว่าป๊ามีความดันต่ำเล็กน้อย ปอดมีสภาพแย่มากขนาดที่ว่าเหลือส่วนที่ดีสำหรับการแลกเปลี่ยนก๊าซน้อย มีความเสี่ยงที่จะช็อคได้ หมอกำลังดูแลอย่างใกล้ชิด​ ผมขออัพเดตสั้น ๆ เท่านี้ก่อนครับ


#ขออภัยหากผมไม่ได้ตอบหรือไม่ได้รับสายใครในช่วงเวลานี้ครับ


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #โควิดติดจากในเรือนจำ #COVID19 #โควิด19

รำลึก 11 ปี พฤษภา 53 สลายเสื้อแดงแยกราชประสงค์ ท่ามสายฝนกระหน่ำ วีโว่ร่วมวางดอกไม้รำลึก ด้านตำรวจเข้มปิดสกายวอล์ก

 


รำลึก 11 ปี พฤษภา 53 สลายเสื้อแดงแยกราชประสงค์ ท่ามสายฝนกระหน่ำ วีโว่ร่วมวางดอกไม้รำลึก ด้านตำรวจเข้มปิดสกายวอล์ก


วันนี้ (19 พ.ค. 64) บรรยากาศการรำลึกเหตุการณ์สลายการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงที่แยกราชประสงค์ เขตปทุมวัน กทม. ซึ่งวันนี้ครบรอบ 11 ปี  โดยมีการนัดหมายรวมตัวตั้งแต่เวลา 16.00 น. ประชาชนสวมใส่เสื้อสีแดงพร้อมสัญลักษณ์แห่งการต่อสู้ และสัญลักษณ์แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ทยอยเข้าพื้นที่อย่างต่อเนื่อง


โดยมีนายอาเล็ก โชคร่มพฤกษ์ และเพื่อนกลุ่มศิลปินราษฎร พร้อมด้วยมวลชนเสื้อแดงร่วมร้องรำทำเพลง ขับขานบทเพลงแห่งการต่อสู้ โดยช่วงหนึ่งได้ร่วมร้องเพลง "นักสู้ธุลีดิน" ซึ่งเป็นหนึ่งในบทเพลงที่น่าประทับใจที่แต่งโดยกุลศักดิ์ เรืองคงเกียรติ หรือจิ้น กรรมาชน เพื่อสดุดีการต่อสู้ของประชาชนเมื่อเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553 ซึ่งจบลงด้วยการปราบปรามของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 


โดยในวันนี้ นายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ แกนนำกลุ่ม We Volunteer หรือวีโว่ นำดอกไม้วางพร้อมยืนสงบนิ่งบริเวณแยกราชประสงค์เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ดังกล่าว ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบสังเกตการณ์โดยรอบอย่างเคร่งครัด อีกทั้งบนสกายวอล์กซึ่งมีการเลื่อนประตูเหล็กปิดทางเดินช่วงแยกราชประสงค์จากบริเวณทางเข้าห้างสรรพสินค้าเกษรวิลเลจ


อย่างไรก็ตาม 17.30 น. กิจกรรมการรำลึกต้องยุติลงไปเนื่องจากฝนกระหน่ำตกอย่างหนัก ทำให้ประชาชนที่ร่วมกิจกรรมต่างแยกย้ายหลบฝนในจุดต่าง ๆ อาทิ บันไดทางเข้าห้างเกษรวิลเลจฝั่งตรงข้ามศาลพระพรหมเอราวัณ รวมถึงเกาะกลางถนนซึ่งอยู่ใต้สกายวอล์ก


กระทั่งเวลา 18.20 น. ฝนยังคงตกหนักอย่างต่อเนื่อง ประชาชนบางส่วนเพิ่งเดินทางมาถึงต่างกางร่มสมทบเพิ่มเติมอีก


แต่จากนั้น 18.40 น. ฝนยังคงตกหนักขึ้น ทำให้ผู้รอร่วมกิจกรรมบางส่วนทยอยเดินทางกลับ โดยกำหนดการเดิมจะมีการจุดเทียนรำลึกในเวลา 19.00 น.


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #11ปี19พฤษภา


ประมวลภาพ












วันพุธที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

ศาลอาญา เลื่อนไต่สวนประกันตัว จัสติน คดี ม.112 เป็นวันที่ 1 มิ.ย.2564 ชี้ต้องให้ผู้ต้องหาเบิกความโดยตรงเพื่อรักษามาตรฐาน

 


ศาลอาญา เลื่อนไต่สวนประกันตัว จัสติน คดี ม.112 เป็นวันที่ 1 มิ.ย.2564  ชี้ต้องให้ผู้ต้องหาเบิกความโดยตรงเพื่อรักษามาตรฐาน


วันนี้ (19 พ.ค. 64) ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน แจ้งว่า ศาลเลื่อนนัดไต่สวนคำร้องขอประกัน “จัสติน-ชูเกียรติ" เป็นวันที่ 1 มิ.ย. 64 เวลา 10.00 น. เพื่อรักษามาตรฐานความเสมอภาคในการสั่งคดีของศาล ให้เบิกตัวผู้ต้องหามาเบิกความต่อศาล


แม้ทนายยื่นบันทึกคำแถลงผู้ต้องหารับเงื่อนไขศาลแทน หลังราชทัณฑ์เพิ่งแจ้งศาลงดเบิกตัววานนี้


ทั้งนี้ พี่สาวของ "จัสติน-ชูเกียรติ"ตั้งคำถามว่า "ความเสมอภาคคืออะไร"


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์