พรรคประชาชนเปิดตัว “เซีย” กรรมกรตัวจริงพร้อมนั่ง รมว.แรงงาน ชูนโยบายลดชั่วโมงทำงาน-เพิ่มสิทธิลา พลิกระบบจ้างงานไม่เป็นธรรมทั้งแรงงานในระบบ-นอกระบบ-แพลตฟอร์ม
วันที่ 11 มกราคม 2569 ที่สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ พรรคประชาชนจัดกิจกรรมประกาศวิสัยทัศน์รัฐบาลประชาชน เปิดตัวทีมบริหารพร้อม 12 ภารกิจรัฐบาลประชาชนในการบริหารประเทศ โดยหนึ่งในนโยบายที่มีการเปิดตัวด้านที่ 12 คือ “เพิ่มสิทธิแรงงาน ค่าแรงเท่าทันค่าครองชีพ” โดยมี เซีย จำปาทอง ทีมบริหารรัฐบาลประชาชนด้านแรงงาน เปิดตัวเป็นหนึ่งในทีมบริหารพร้อมนำเสนอวิสัยทัศน์
โดยเซียระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีประชากรที่อยู่ในกำลังแรงงาน 40 ล้านคน เป็นแรงงานในระบบประมาณ 12 ล้านคน และเป็นแรงงานนอกระบบประมาณ 29 ล้านคน ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย กำลังขาดแคลนแรงงาน นับวันประชากรเกิดน้อยลงทุกปี ในปี 2568 เกิดต่ำกว่า 500,000 คนแล้ว ประเทศไทยยังต้องพึ่งพาแรงงานข้ามชาติมากกว่า 3 ล้านคน ยังไม่ต้องพูดถึงแรงงานผิดกฎหมายในประเทศไทย
ตนเคยเป็นกรรมกรและคนทำงานในโรงงานมากว่า 30 ปี ได้เห็นปัญหาของแรงงานมากมาย จากวันนั้นถึงวันนี้ ปัญหาแรงงานเหล่านั้นยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างตรงไปตรงมา ไม่ว่าจะเป็นการทำงานหนัก ค่าจ้างน้อย ชั่วโมงการทำงานที่ยาวนาน ความกดดันสูง ส่งผลต่อสุขภาพจิต ค่าจ้างขั้นต่ำที่ปรับเพิ่มช้า ไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพ โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ คนทำงานจำนวนมากทำงานเต็มเวลาแต่รายได้ไม่พอใช้ เกิดภาวะหนี้สินครัวเรือนในกลุ่มแรงงานเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เซียกล่าวต่อไปว่า วันนี้รัฐบาลประชาชนจึงเสนอลดชั่วโมงทำงานให้เหลือไม่เกิน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และปรับเพิ่มอัตราค่าจ้างขั้นต่ำทันที 4% และปรับเพิ่มทุกปีตามค่าครองชีพและทักษะที่เพิ่ม รวมถึงยังมีนโยบายอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น
(1) แก้ปัญหาความไม่มั่นคงในการทำงาน ปัจจุบันมีการจ้างงานแบบเหมาช่วง (ซับคอนแทร็ก) เป็นสัญญาจ้างงานระยะสั้น และยังมีการจ้างงานผ่านแพลตฟอร์มเพิ่มขึ้น ลูกจ้างจำนวนมากไม่ได้รับสวัสดิการ ไม่มีประกันสังคม ไม่ได้เงินค่าชดเชย ถูกเลิกจ้างโดยไม่มีอำนาจต่อรองใดๆ รัฐบาลประชาชนจึงเสนอกฎหมายการจ้างงานที่เป็นธรรม ยกเลิกการจ้างงานแบบเหมาช่วง
(2) แก้ปัญหาแรงงานนอกระบบ ที่มีสัดส่วนสูงขึ้น พ่อค้าแม่ขาย ฟรีแลนซ์ เกษตรกรรายย่อย ที่ขาดหลักประกันทางสังคมและการคุ้มครองตามกฏหมายแรงงาน รายได้ผันผวน เสี่ยงต่อวิกฤติเศรษฐกิจสูงขึ้น รัฐบาลประชาชนจึงเสนอนโยบายประกันสังคมถ้วนหน้า ปฏิรูประบบประกันสังคม โดยเริ่มตั้งแต่การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมต้องมาจากผู้ประกันตนเท่านั้น รวมถึงการผลักดันความคุ้มครองไปถึงแรงงานนอกระบบ
(3) แก้ปัญหาแรงงานข้ามชาติ ต้องยอมรับความจริงว่าประเทศไทยต้องพึ่งพาแรงงานข้ามชาติในหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะก่อสร้าง ประมง และเกษตร ปัจจุบันการขึ้นทะเบียนแรงงานข้ามชาติซับซ้อน ทำให้เกิดแรงงานผิดกฎหมายจำนวนมาก หลายแห่งพบว่ามีการละเมิดสิทธิแรงงานด้วย รัฐบาลประชาชนจะแก้ปัญหาโดยการขึ้นทะเบียนแบบใหม่ มีศูนย์บริการขึ้นทะเบียนวันสต็อปเซอร์วิส ไปที่เดียวจบ แก้ปัญหาที่ซับซ้อนของระบบราชการ
(4) แก้ปัญหาการพัฒนาฝีมือแรงงานที่ไม่ตอบโจทย์และไม่ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน ปัจจุบันระบบการศึกษาเน้นทฤษฎีมากกว่าปฏิบัติ ทักษะดิจิทัล ภาษา และการคิดวิเคราะห์ยังไม่เพียงพอ การรีสกิล-อัพสกิลเข้าถึงยากสำหรับแรงงานทั่วไป รัฐบาลประชาชนจึงเสนอนโยบายคูปองฝึกทักษะรายบุคคล 5,000 บาทต่อคนต่อปี ที่จะตอบโจทย์การพัฒนาฝีมือแรงงานอย่างแท้จริง
เซียกล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมาพรรคประชาชนนอกจากจะเปิดเวทีรับฟังปัญหาของแรงงานหลายครั้งแล้ว ยังได้นำส่วนหนึ่งของข้อเสนอจากวันแรงงานของทุกปีมาเป็นนโยบาย ที่จะแก้ปัญหาและยกระดับคุณภาพชีวิตของแรงงาน เช่น การเพิ่มวันหยุดพักผ่อนประจำปี, การรับรองอนุสัญญาขององค์กรแรงงานระหว่างประเทศฉบับที่ 87 และ 98 ว่าด้วยสิทธิการรวมตัวและการเจรจาต่อรอง, เพิ่มสิทธิการลาปวดประจำเดือน, เพิ่มสิทธิในการลาเพื่อดูแลคนในครอบครัว, สนับสนุนการจัดพื้นที่และอุปกรณ์ในการให้นมบุตรและการบีบจัดเก็บนมในสถานประกอบการ, การจัดตั้งกองทุนประกันความเสี่ยงกรณีนายจ้างเลิกจ้างไม่จ่ายเงินค่าชดเชย, การจัดเก็บเงินกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเพื่อให้ลูกจ้างมีเงินออม, แรงงานแพลตฟอร์มต้องได้รับความคุ้มครองในฐานะลูกจ้าง ทั้งการประกันอุบัติเหตุและมีกองทุนชราภาพ
หลายคนอาจมีข้อกังวลว่านโยบายด้านแรงงานของพรรคประชาชนเป็นนโยบายที่ดี แต่จะเป็นภาระกับผู้ประกอบการมากเกินไปหรือไม่ในช่วงเศรษฐกิจเช่นนี้ แต่พรรคประชาชนมีนโยบายมากกว่า 200 นโยบาย มีนโยบายที่จะดูแลผู้ประกอบการ ทั้งขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ไปพร้อมกัน ในอีกมุมหนึ่งการขึ้นค่าแรง การเพิ่มสวัสดิการ และสิทธิแรงงาน ไม่ได้เป็นภาระต่อเศรษฐกิจ แต่เป็นการฟื้นเศรษฐกิจจากฐานราก เมื่อแรงงานมีรายได้ก็จะมีเงินไปจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น พ่อค้าแม่ขายในตลาดก็มีรายได้มากขึ้น เศรษฐกิจก็หมุนกลับมาดีขึ้น การลดชั่วโมงการทำงานก็เช่นกัน จะทำให้แรงงานมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น การทำงานก็มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับทั้งลูกจ้าง นายจ้าง และประเทศอย่างยั่งยืน
เซียกล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมารัฐบาลทุกยุคทุกสมัยไม่เคยให้ความสำคัญกับกระทรวงแรงงาน ให้กระทรวงแรงงานเป็นกระทรวงเกรด C เพราะงบประมาณน้อย ปัญหาเยอะ ทั้งที่แรงงานเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและพัฒนาประเทศนี้ ความเจ็บปวดของตนไม่ได้แตกต่างจากแรงงานคนอื่น การเมืองแบบเดิมๆ จะเห็นทหาร ตำรวจ นายทุน ขุนศึก มาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน สุดท้ายปัญหาของแรงงาน 30-40 ปีก็ไม่ได้รับการแก้ไขอย่างตรงไปตรงมา
วันนี้ตนในฐานะแรงงานที่มาทำงานการเมือง ขอโอกาสประชาชนคนทำงานเลือกพรรคประชาชนให้ถล่มทลายทั้งสองใบ เพื่อให้พรรคประชาชนได้เป็นรัฐบาล ให้ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ได้เป็นนายกรัฐมนตรี และให้อดีตกรรมกรอย่างตนได้เป็นหนึ่งในคณะผู้บริหารรัฐบาลประชาชน แล้วจะทำให้ทุกคนเห็นว่าชีวิตแรงงานดีกว่านี้ได้ โดยการทำงานแบบตรงไปตรงมาของรัฐบาลประชาชน
#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #เลือกตั้ง2569 #รัฐบาลประชาชน
